ความหมายของโครงงงาน
         โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิ ดโอกาสให้ ผูเ้ รี ยนได้ทาการศึกษาค้นคว้าและฝึ ก
ปฏิบติดวยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
    ั ้
หรื อกระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคาตอบ โดยมีครู ผสอนคอยกระตุนแนะนาและให้คาปรึ กษาแก่
                                                     ู้         ้
ผูเ้ รี ยนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดาเนินงานตามแผน กาหนดขั้นตอนการ
ดาเนินงานและการนาเสนอผลงาน ซึ่ งอาจทาเป็ นบุคคลหรื อเป็ นกลุ่ม
โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่ งใดสิ่ งหนึ่ง หรื อหลายๆสิ่ งที่อยากรู ้คาตอบให้ลึกซึ้ ง
หรื อเรี ยนรู ้ในเรื่ องนั้นๆให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็ นขั้นตอน
มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ขอสรุ ปหรื อผลสรุ ปที่เป็ นคาตอบ
                                      ั                          ้
ในเรื่ องนั้นๆ

ความสาคัญของโครงงาน

    ความสาคัญของโครงงานในแง่ของการเรี ยนการสอน และการจัดกิจกรรเสิ รม

1. ด้านนักเรี ยน
2. ด้านโรงเรี ยน และครู – อาจารย์
3. ด้านท้องถิ่น

1. ด้ านนักเรียน ก่ อให้ เกิดคุณค่ าต่ างๆ ดังนี้
1.1 ช่วยสร้างความหวังใหม่ในการริ เริ่ มงาน ที่จะนาไปสู่ อาชีพ และการศึกษาต่อ ที่ตนเองมีความถนัดและ
สนใจ
1.2 สร้างเสริ มประสบการณ์จากการปฏิบติจริ ง ด้วยชีวตจริ ง ส่ งผลให้เกิดความเข้าใจอย่างซาบซึ้ ง ใน
                                   ั              ิ
โครงงานที่สร้างสรรค์ข้ ึนมา
1.3 ได้มีโอกาสทดสอบความถนัดของตนเอง และการแก้ปัญหาในการงานที่ตนเองสนใจและมีความพร้อม
ส่ งผลให้เกิดความมันใจในการดาเนินงานต่อไป
                   ่
1.4 ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้สร้างเกียรติประวัติในโครงงานที่ได้ริเริ่ มสร้างสรรค์
1.5 ก่อให้เกิดความรัก ความเข้าใจและความสัมพันธ์อนดีงามต่อกัน ระหว่างเพื่อนนักเรี ยนที่ปฏิบติงานเป็ น
                                                ั                                         ั
กลุ่ม
1.6 ก่อให้เกิดความรู ้ทางวิชาการที่กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิง ได้รับความสาเร็ จในการศึกษาตาม
                                                                ่
หลักสู ตร และตรงกับจุดหมายที่กาหนดไว้
2. ด้ านโรงเรียน และ ครู -อาจารย์ ก่ อให้ เกิดคุณค่ าต่ าง ๆ ดังนี้
2.1 เกิดการประสานงานทางวิชาการที่ผสมผสาน หรื อ บูรณการเกิดขึ้นใน โรงเรี ยน ตรงกับหลักสู ตร
มัธยมศึกษา และแนวทางพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
                                                       ั       ่ ั
2.2 เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่า การเรี ยนการสอนในปั จจุบนขึ้นอยูกบการฝึ กปฏิบติจริ ง ในโครงงานของ
                                                                            ั
                              ่
นักเรี ยนมากกว่าที่จะเรี ยนอยูแต่ในห้องเรี ยนเท่านั้น
2.3 เกิดศูนย์รวมสื่ อสารการเรี ยนการสอน หรื อศูนย์วสดุ – อุปกรณ์การสอนสาหรับในหมวดวิชาต่าง ๆ ใน
                                                     ั
โรงเรี ยนได้ใช้ร่วมกัน ส่ งผลให้นกเรี ยนได้มีโอกาสฝึ กใช้สื่อการสอนอย่างแท้จริ งและหลากหลาย
                                  ั
2.4 เกิดความสัมพันธ์อนดีระหว่างนักเรี ยน ครู – อาจารย์ผสอน และโรงเรี ยนอาจารย์ที่มีโอกาสปฏิบติงาน
                     ั                                 ู้                                   ั
อย่างใกล้ชิด และเห็นอกเห็นใจซึ่ งกันและกัน โดยเฉพาะช่องว่างที่ต่างกัน
3. ด้ านท้ องถิ่น ก่ อให้ เกิดคุณค่ าต่ าง ๆ ดังนี้
3.1 การเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ความรู ้ ผลงานในเชิงปฏิบติของโครงงาน ที่ ประสบผลสาเร็ จไปสู่
                                                       ั
                                                                ั ิ่
ท้องถิ่น ทาให้ทองถิ่นกับโรงเรี ยนมีความเข้าใจ และประสานสัมพันธ์กนดียง
               ้
3.2 ช่วยลดปั ญหาวันรุ่ นในท้องถิ่นเกี่ยวกับความประพฤติ จรรยามารยาท และศีลธรรม เพราะนักเรี ยนที่มี
โครงงานมักจะเป็ นนักเรี ยนที่มีความประพฤติดีมุ่งมัน และสนใจการศึกษาเล่าเรี ยนเท่านั้น
                                                  ่
3.3 ทาให้ประชาชนในท้องถิ่นมีพ้ืนฐานทางการศึกษาดี โดยเฉพาะงานอาชีพที่หลากหลาย และการพัฒนา
การศึกษา ที่มุ่งเน้นให้เยาวชนของชาติ มีนิสัยรักการทางานไม่เป็ นคนหยิบโหย่ง และช่วยเหลือพ่อแม่
ผูปกครองด้วยดี
  ้

ใบงานที่ 2

  • 1.
    ความหมายของโครงงงาน โครงงาน (Project Approach) คือ กิจกรรมที่เปิ ดโอกาสให้ ผูเ้ รี ยนได้ทาการศึกษาค้นคว้าและฝึ ก ปฏิบติดวยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ั ้ หรื อกระบวนการอื่นๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคาตอบ โดยมีครู ผสอนคอยกระตุนแนะนาและให้คาปรึ กษาแก่ ู้ ้ ผูเ้ รี ยนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดาเนินงานตามแผน กาหนดขั้นตอนการ ดาเนินงานและการนาเสนอผลงาน ซึ่ งอาจทาเป็ นบุคคลหรื อเป็ นกลุ่ม โครงงาน คือ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่ งใดสิ่ งหนึ่ง หรื อหลายๆสิ่ งที่อยากรู ้คาตอบให้ลึกซึ้ ง หรื อเรี ยนรู ้ในเรื่ องนั้นๆให้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบ เป็ นขั้นตอน มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ขอสรุ ปหรื อผลสรุ ปที่เป็ นคาตอบ ั ้ ในเรื่ องนั้นๆ ความสาคัญของโครงงาน ความสาคัญของโครงงานในแง่ของการเรี ยนการสอน และการจัดกิจกรรเสิ รม 1. ด้านนักเรี ยน 2. ด้านโรงเรี ยน และครู – อาจารย์ 3. ด้านท้องถิ่น 1. ด้ านนักเรียน ก่ อให้ เกิดคุณค่ าต่ างๆ ดังนี้ 1.1 ช่วยสร้างความหวังใหม่ในการริ เริ่ มงาน ที่จะนาไปสู่ อาชีพ และการศึกษาต่อ ที่ตนเองมีความถนัดและ สนใจ 1.2 สร้างเสริ มประสบการณ์จากการปฏิบติจริ ง ด้วยชีวตจริ ง ส่ งผลให้เกิดความเข้าใจอย่างซาบซึ้ ง ใน ั ิ โครงงานที่สร้างสรรค์ข้ ึนมา 1.3 ได้มีโอกาสทดสอบความถนัดของตนเอง และการแก้ปัญหาในการงานที่ตนเองสนใจและมีความพร้อม ส่ งผลให้เกิดความมันใจในการดาเนินงานต่อไป ่ 1.4 ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้สร้างเกียรติประวัติในโครงงานที่ได้ริเริ่ มสร้างสรรค์ 1.5 ก่อให้เกิดความรัก ความเข้าใจและความสัมพันธ์อนดีงามต่อกัน ระหว่างเพื่อนนักเรี ยนที่ปฏิบติงานเป็ น ั ั กลุ่ม
  • 2.
    1.6 ก่อให้เกิดความรู ้ทางวิชาการที่กว้างขวางขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิง ได้รับความสาเร็ จในการศึกษาตาม ่ หลักสู ตร และตรงกับจุดหมายที่กาหนดไว้ 2. ด้ านโรงเรียน และ ครู -อาจารย์ ก่ อให้ เกิดคุณค่ าต่ าง ๆ ดังนี้ 2.1 เกิดการประสานงานทางวิชาการที่ผสมผสาน หรื อ บูรณการเกิดขึ้นใน โรงเรี ยน ตรงกับหลักสู ตร มัธยมศึกษา และแนวทางพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ั ่ ั 2.2 เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่า การเรี ยนการสอนในปั จจุบนขึ้นอยูกบการฝึ กปฏิบติจริ ง ในโครงงานของ ั ่ นักเรี ยนมากกว่าที่จะเรี ยนอยูแต่ในห้องเรี ยนเท่านั้น 2.3 เกิดศูนย์รวมสื่ อสารการเรี ยนการสอน หรื อศูนย์วสดุ – อุปกรณ์การสอนสาหรับในหมวดวิชาต่าง ๆ ใน ั โรงเรี ยนได้ใช้ร่วมกัน ส่ งผลให้นกเรี ยนได้มีโอกาสฝึ กใช้สื่อการสอนอย่างแท้จริ งและหลากหลาย ั 2.4 เกิดความสัมพันธ์อนดีระหว่างนักเรี ยน ครู – อาจารย์ผสอน และโรงเรี ยนอาจารย์ที่มีโอกาสปฏิบติงาน ั ู้ ั อย่างใกล้ชิด และเห็นอกเห็นใจซึ่ งกันและกัน โดยเฉพาะช่องว่างที่ต่างกัน 3. ด้ านท้ องถิ่น ก่ อให้ เกิดคุณค่ าต่ าง ๆ ดังนี้ 3.1 การเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ความรู ้ ผลงานในเชิงปฏิบติของโครงงาน ที่ ประสบผลสาเร็ จไปสู่ ั ั ิ่ ท้องถิ่น ทาให้ทองถิ่นกับโรงเรี ยนมีความเข้าใจ และประสานสัมพันธ์กนดียง ้ 3.2 ช่วยลดปั ญหาวันรุ่ นในท้องถิ่นเกี่ยวกับความประพฤติ จรรยามารยาท และศีลธรรม เพราะนักเรี ยนที่มี โครงงานมักจะเป็ นนักเรี ยนที่มีความประพฤติดีมุ่งมัน และสนใจการศึกษาเล่าเรี ยนเท่านั้น ่ 3.3 ทาให้ประชาชนในท้องถิ่นมีพ้ืนฐานทางการศึกษาดี โดยเฉพาะงานอาชีพที่หลากหลาย และการพัฒนา การศึกษา ที่มุ่งเน้นให้เยาวชนของชาติ มีนิสัยรักการทางานไม่เป็ นคนหยิบโหย่ง และช่วยเหลือพ่อแม่ ผูปกครองด้วยดี ้