1
อัตราการ
เกิดปฏิกิริยา
เคมี
สมการและ
การ
เกิดปฏิกิริยา
เคมี
ปัจจัยที่มีผล
ต่ออัตรา
การ
เกิดปฏิกิริยา
ปฏิกิริยาเคมี
ที่มีผลต่อ
สิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดล้อม
ปฏิกิริยาเคมี
2
ชั่วโมงที่ 9–
10
สมการเคมีและ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
3
คาอธิบาย: ข ถูกต้อง เพราะผลิตภัณฑ์เป็ นสารใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทาปฏิกิริยา
ของสารเริ่มต้น
4
เลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียง
คาตอบเดียว
1. เราเรียกสารใหม่ที่เกิดจากการ
ทาปฏิกิริยาว่าอะไร
ก สารเริ่มต้น
ข ผลิตภัณฑ์
ค สารเร่งปฏิกิริยา
ง สารร่วมปฏิกิริยา
คาอธิบาย: ก ถูกต้อง เพราะจากข้อความแสดงว่า กามะถัน (S) และแก๊ส
ออกซิเจน (O2) เป็ นสารเริ่มต้น และเมื่อกามะถันและแก๊สออกซิเจนทาปฏิกิริยากัน
จะได้แก๊สซัลเฟอร ์ไดออกไซด์(SO2) เป็ นผลิตภัณฑ์ดังนั้น สมการเคมีที่เขียนได้
จึงเป็ น S + O  SO
5
2. ขณะกลั่นน้ ามันดิบ กามะถันจะทา
ปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน ปฏิกิริยาเคมีที่
เกิดขึ้นสามารถเขียนสมการเคมีได้ดัง
สมการเคมีใด
ก S + O2  SO2
ข SO2 + O2  SO4
ค 2SO2 + O2  2SO3
ง SO2 + H2O  H2SO4
คาอธิบาย: ง ถูกต้อง เพราะในการเกิดปฏิกิริยาเคมี สารเริ่มต้นจะเปลี่ยนไปเป็ น
ผลิตภัณฑ์ซึ่งสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์เป็ นสารต่างชนิดที่มีการสร ้างพันธะเคมี
ของอะตอมต่างกัน แต่อะตอมทั้งหมดที่เกิดเป็ นผลิตภัณฑ์นั้นได้มาจากสารเริ่มต้น
ทั้งหมดโดยไม่มีอะตอมชนิดใหม่เกิดขึ้น ดังนั้นในการดุลสมการเคมีจึงต้องทาให้
อะตอมของธาตุเดียวกันในสารเริ่มต้นเท่ากับในผลิตภัณฑ์
6
3. หลักการสาคัญในการดุลสมการเคมีคือ
อะไร
ก ทาให้จานวนสารเริ่มต้นเท่ากับผลิตภัณฑ์
ข ทาให้พลังงานของสารเริ่มต้นเท่ากับ
ผลิตภัณฑ์
ค ทาให้จานวนโมเลกุลของสารเริ่มต้นเท่ากับ
ผลิตภัณฑ์
ง ทาให้อะตอมของธาตุเดียวกันในสารเริ่มต้น
เท่ากับในผลิตภัณฑ์
คาอธิบาย: ง ถูกต้อง เพราะการลดอุณหภูมิทาให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ลดลง และการลดความเข้มข้นของสารก็ทาให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง
ด้วยเช่นกัน
7
4. การกระทาใดทาให้อัตราการเกิดปฏิกิริยา
เคมีมีแนวโน้มเดียวกัน
ก เพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มขนาด
ข เพิ่มอุณหภูมิ เพิ่มตัวหน่วงปฏิกิริยา
ค ลดขนาด ลดความเข้มข้นของสาร
ง ลดอุณหภูมิ ลดความเข้มข้นของสาร
คาอธิบาย: ก ถูกต้อง เพราะการเคี้ยวอาหารเป็ นการทาให้อาหารมีขนาดเล็กลง
ซึ่งเป็ นการเพิ่มพื้นที่ผิวให้กับอาหาร เนื่องจากสารที่มีมวลเท่ากัน สารขนาดเล็กจะ
มีพื้นที่ผิวมากกว่าสารขนาดใหญ่ เมื่ออาหารมีพื้นที่ผิว
มากขึ้น เอนไซม์จึงสัมผัสกับอาหารมากขึ้น อาหารจึงถูกย่อยได้เร็วขึ้น 8
5. การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้นช่วยให้
ปฏิกิริยาการย่อยอาหาร
เกิดเร็วขึ้นเพราะอะไร
ก เพิ่มพื้นที่ผิวของอาหาร
ข เพิ่มอุณหภูมิของอาหาร
ค เพิ่มความเข้มข้นของอาหาร
ง เพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาในการย่อยอาหาร
คาอธิบาย: ค ถูกต้อง เพราะ HCl เป็ นสารเริ่มต้น ซึ่งการเพิ่มความเข้มข้นของ
สารเริ่มต้นทาให้โอกาสในการทาปฏิกิริยากันของสารเริ่มต้นสูงขึ้น อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมีจึงเพิ่มขึ้น
9
6. Mg(s) + 2HCl(aq)  MgCl2(aq) +
H2(g)
วิธีใดที่ทาให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาของ
สมการเคมีนี้เพิ่มขึ้น
ก เพิ่มขนาดของ Mg
ข เพิ่มปริมาตรของ H2
ค เพิ่มความเข้มข้นของ HCl
ง เพิ่มความเข้มข้นของ MgCl2
คาอธิบาย: ค ถูกต้อง เพราะเมื่อให้ความเข้มข้นของสารอื่นคงที่และปรับความ
เข้มข้นเฉพาะสารที่ต้องการศึกษาทาให้ผลการทดลองเปลี่ยนแปลงไปตามการ
เปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารที่ต้องการศึกษาเท่านั้น ดังนั้นเราจึงสามารถ
สังเกตได้ว่าสารที่ต้องการศึกษามีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีหรือไม่
1
0
7. ถ้านักเรียนต้องการศึกษาว่าความเข้มข้นของ
สารเริ่มต้นชนิดใดมีผลต่อ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี นักเรียนจะออกแบบ
การทดลองอย่างไร
ก กาหนดความเข้มข้นของสารทั้งหมดให้เท่ากัน
ข กาหนดความเข้มข้นของสารทั้งหมดให้ไม่เท่ากัน
ค ปรับความเข้มข้นของสารที่ต้องการศึกษาโดยให้
สารอื่นมีความเข้มข้น
คงที่
ง ให้ความเข้มข้นของสารที่ต้องการศึกษาคงที่และ
ปรับความเข้มข้นของ
่
คาอธิบาย: ข ถูกต้อง เพราะการต้มน้าเป็ นการทาให้น้าเดือด ซึ่งเป็ นเพียงการ
เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็ นแก๊สหรือไอน้า ไม่ใช่การเกิดปฏิกิริยาเคมี
1
1
8. กิจกรรมใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการ
ประยุกต์ใช้ความรู ้ในเรื่อง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ก การปรุงอาหารที่อุณหภูมิต่า
ข การเพิ่มอุณหภูมิในการต้มน้าให้เดือด
ค การเก็บอาหารหรือยาบางชนิดในตู้เย็น
ง การใช้แท่งแก้วคนสารตลอดเวลาระหว่างการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
คาอธิบาย: ข ถูกต้อง เพราะการสุกของผลไม้เป็ นการเกิดปฏิกิริยาเคมีชนิดหนึ่ง
การปิดฝาภาชนะทาให้อากาศในภาชนะไม่เกิดการถ่ายเทและอุณหภูมิสูงขึ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจึงเพิ่มขึ้น ผลไม้จึงสุกเร็วขึ้น 1
2
9. ถ้านักเรียนต้องการให้ผลไม้ที่เก็บมา
สุกเร็วขึ้นควรเก็บผลไม้ไว้ในลักษณะ
ใด
ก ในตู้เย็น
ข ในภาชนะที่มีฝาปิด
ค ในที่ที่ไม่มีแสงสว่าง
ง ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
คาอธิบาย: ง ถูกต้อง เพราะการควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ ไม่ได้แสดง
ว่าทาให้ปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดมีประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น การควบคุม
อัตราปฏิกิริยาการเกิดการเน่าเสียของอาหารเป็ นเพียงการชะลอการเน่าเสียของ
อาหาร ไม่ได้ทาให้ปฏิกิริยาการเน่าเสียของอาหารเกิดประโยชน์ต่อมนุษย์และ
1
3
10. ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
ก ปฏิกิริยาเคมีบางชนิดก่อให้เกิดมลพิษต่อ
สภาพแวดล้อม
ข ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นมีทั้งที่เกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็วหรือนานเป็นเดือน
ค แบตเตอรี่ชนิดต่าง ๆ มีสารที่เป็นอันตรายต่อ
มนุษย์ถ้าการใช้และ
การจัดเก็บไม่ถูกวิธี
ง ปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดมีประโยชน์ต่อมนุษย์และ
สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
ถ้ารู้จักควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยา
หน่วยการเรียนรู ้ที่ 2
ปฏิกิริยาเคมี
แผนการจัดการเรียนรู ้ที่ 6
สมการเคมีและอัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เวลา 2
ชั่วโมง
14
1
5
นักเรียนสามารถระบุได้หรือไม่ว่า สารในรูปใดเกิด
การเปลี่ยนแปลง
ทางกายภาพ และสารในรูปใดเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมี เพราะอะไร
การอ่านและค้นคว้าล่วงหน้า
เกี่ยวกับสมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
นักเรียนได้อะไรบ้าง
1
6
1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี
แบ่งกลุ่มและนาเสนอ
สิ่งที่ได้
ให้เพื่อนในกลุ่มฟัง
ตัวแทนกลุ่มนาเสนอ
สิ่งที่ได้หน้าห้องเรียน
1
7
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
1. สมการเคมีคืออะไร
สมการเคมี คือ การเขียนแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างสารเริ่มต้นกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น
ลูกศร  โดยลูกศรจะชี้ไปทางผลิตภัณฑ์เสมอ
ตอบคาถาม
ต่อไปนี้
2. สัญลักษณ์ใดทาให้เราทราบว่าสารใดเป็น
ผลิตภัณฑ์ในสมการเคมี ลักษณะใด
1
8
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
สมการเคมีใช้แสดง
ความสัมพันธ์ระหว่างสารเริ่มต้น
กับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับปฏิกิริยาเคมี
นักเรียนตั้งคาถามที่สงสัย
ไว้ว่าอย่างไร
นักเรียนได้เรียนรู ้อะไรบ้าง
1
9
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
0
ฟันเฟืองในรูปทาจาก
วัสดุชนิดใด
ฟันเฟืองในรูปเกิดการ
เปลี่ยนแปลงในลักษณะ
ใด
ฟันเฟืองในรูปเกิดการ
เปลี่ยนแปลงเพราะอะไร
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
1
ฟันเฟืองทาจาก
เหล็ก
ฟันเฟืองเกิด
สนิม
ขึ้นที่ผิว
ฟันเฟืองเกิดสนิม
เพราะเหล็กทา
ปฏิกิริยากับ
ความชื้นใน
อากาศ
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
2
ฟันเฟืองเกิดสนิม เพราะเหล็ก
ทาปฏิกิริยากับความชื้นใน
อากาศ
เหล็
ก
ความ
ชื้น
สนิ
ม
ปฏิกิริยาเคมี
(chemical
reaction)
เรียกว่
า
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
3
นักวิทยาศาสตร ์ใช้
สัญลักษณ์ของธาตุจาก
ตารางธาตุเขียนเป็น
สูตรเคมีเพื่อให้
นักวิทยาศาสตร ์ทุกคน
เข้าใจตรงกันว่ากาลัง
กล่าวถึงสารชนิดใด
C
H
H
H
H
นักเรียนคิดว่า
นักวิทยาศาสตร ์ใช้สิ่ง
ใดเพื่อบอกการ
เกิดปฏิกิริยาเคมีให้
เข้าใจ
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
ของแข็ง
l (liquid) แทน
ของเหลว
g (gas) แทน
แก๊ส
aq (aqueous)
แทน
สารละลายที่มีน้า
เป็ นตัว
ทาละลาย
 แทน ปฏิกิริยา
เคมีเกิด
ทิศทางเดียว
แทน ปฏิกิริยา
2
4
สมการเคมี
(chemical
equation)
ความสัมพันธ์ระหว่างสาร
เริ่มต้นกับผลิตภัณฑ์ในการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เขียน
แสดง
ตัวอักษร
ภาษาอังกฤษ
ในวงเล็บเพื่อแสดง
สถานะของสาร
เขียนกากับ
ด้วย
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
5
ฟันเฟืองเกิดสนิม เพราะเหล็กทาปฏิกิริยากับ
ความชื้นในอากาศ
เขียนสมการเคมีได้เป็น
ความชื้
น
H2O(g)
สนิม
Fe3O4(s)
เหล็
ก
Fe(s)
แก๊ส
ไฮโดรเ
จน
H2(g)
สารเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
6
เมื่อมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น นักเรียน
จะเขียนสมการเคมีเพื่อแสดงการ
เกิดปฏิกิริยาเคมีนั้นได้อย่างไร
นักเรียนสามารถเรียนรู ้ได้
จากการปฏิบัติกิจกรรมต่อไปนี้
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิริยาระหว่างสังกะสีกับสารละลาย
กรดไฮโดรคลอริกจะได ้ผลิตภัณฑ์ใด
กิจกรรมที่ 7 สังเกตการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
อุปกรณ์
1. แผ่นสังกะสีขนาด 0.5 1 ซม.
1 แผ่น
2. สารละลายกรดไฮโดรคลอริก เข้มข้น 0.2 โมลต่อลิตร
20 ลบ.ซม.
3. น้ากลั่น
250 ลบ.ซม.
4. หลอดทดลองขนาดกลาง
2 หลอด
2
7
ปัญหา
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2
8
ขั้นตอน
ให้นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. เทสารละลายกรดไฮโดรคลอ
ริกเข้มข้น
0.2 โมลต่อลิตร จานวน 20
ลูกบาศก์-
เซนติเมตร ลงในหลอด
ทดลอง ใส่แผ่น
สังกะสีขนาด 0.5 1
เซนติเมตร ลงใน
แผ่น
สังกะสี
สารละลาย
กรดไฮโดร
คลอริก
หลอดนา
แก๊ส
จุกยาง
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2. ใส่ปลายหลอดนาแก๊สอีกด้านลงในหลอดทดลองที่มีน้า
กลั่นอยู่เต็ม ซึ่งจุ่มอยู่
ในบีกเกอร ์บรรจุน้ากลั่น สังเกตการเปลี่ยนแปลงและ 2
9
น้ากลั่น
แผ่น
สังกะสี
สารละลาย
กรดไฮโดร
คลอริก
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
สารเริ่มต้น
การเปลี่ยนแปลงที่
เกิดขึ้น
แผ่นสังกะสี +
สารละลายกรด
ไฮโดรคลอริก
มีฟองแก๊สเกิดขึ้น
แผ่นสังกะสีมี
ขนาดเล็กลงจน
หมดไป
3
0
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
บันทึกผล
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เมื่อใส่แผ่นสังกะสีลงในสารละลายกรดไฮโดร
คลอริก สารทั้ง 2 ชนิด เกิดปฏิกิริยาเคมี เพราะ
สังเกตเห็นแผ่นสังกะสีมีขนาดเล็กลง
เรื่อย ๆ เกิดเป็นสารประกอบของเกลือที่ละลายน้าได้
และมีฟองแก๊สเกิดขึ้น
3
1
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
สรุปผล
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
3
2
ค้นหา
คาตอบ
3. การเปลี่ยนแปลงของสารที่เกิดขึ้นเป็ นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
หรือไม่ เพราะอะไร
เป็ นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะได้สารผลิตภัณฑ์ที่มี
สมบัติแตกต่างจากสารเริ่มต้น คือ สารที่ละลายในน้าและ
สารที่มีสถานะเป็ นแก๊ส
1. เมื่อใส่แผ่นสังกะสีลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ผลที่
เกิดขึ้นคืออะไร
แผ่นสังกะสีมีขนาดเล็กลงและเกิดฟองแก๊ส
2. สารที่เกิดขึ้นมีสมบัติเหมือนสารเริ่มต้นหรือไม่ เพราะอะไร
ไม่เหมือน สารที่เกิดขึ้นจะเป็ นสารประกอบของเกลือ และสารที่
อยู่ในสถานะแก๊ส
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
3
3
4. สารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยานี้คือ
สารใด
สารเริ่มต้น คือ โลหะสังกะสี (Zn) กับสารละลายกรดไฮโดร
คลอริก (HCl) ส่วนผลิตภัณฑ์ ที่เกิดขึ้น คือ
สารประกอบเกลือของซิงก์(II) คลอไรด์(ZnCl2) กับแก๊ส
ไฮโดรเจน (H2)
5. ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสังกะสีกับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก
เขียนสมการเคมีได้ในลักษณะใด
Zn(s) + 2HCl(aq)  ZnCl2
(aq)+ H2(g)
ค้นหา
คาตอบ
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
3
4
สารเริ่มต้น
 แผ่นสังกะสี (Zn)
 สารละลายกรดไฮโดรคลอ
ริก (HCl)
ผลิตภัณฑ์
 สารประกอบเกลือของซิงก์
(II) คลอไรด์(ZnCl2)
 แก๊สไฮโดรเจน (H2)
Zn(s) + HCl(aq) ZnCl2(aq) +
H2 (g)
Z
n C
l
H
Z
n
C
l
C
l H
H
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
จากผลการทดลองในกิจกรรมที่ 7
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
3
5
นักเรียนจะทาให้จานวนธาตุแต่ละชนิด
ของสารเริ่มต้น
และผลิตภัณฑ์ในสมการเคมีสมดุลกันได้
ด้วยวิธีใด
Zn(s) + 2HCl(aq) ZnCl2(aq) +
H2 (g)
Z
n
C
l
H
Z
n
C
l H
C
l H
C
l
H
Z
n C
l
H
Z
n
C
l
C
l H
H
C
l
H
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
3
6
รู้สูตรเคมีและสถานะของสารที่เกี่ยวข้องใน
ปฏิกิริยาเคมี
หลักในการเขียน
สมการเคมี
เขียนสารเริ่มต้นอยู่ด้านซ ้าย ผลิตภัณฑ์อยู่
ด้านขวา และ
มีลูกศร() คั่นกลาง
ดุลจานวนอะตอมของธาตุที่มี
จานวนมากก่อน
ดุลโมเลกุลของน้าและธาตุอิสระ
ภายหลัง
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
F
e
H
H
O
F
e F
e
F
e
O
O
O
O H
H
F
e
F
e
3
7
เมื่อเหล็กทาปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศ จะเกิดสนิม
และแก๊สไฮโดรเจน
F
e
H
H
O
F
e F
e
F
e
O
O
O
O H
H
Fe(
s)
+ H2O(aq) + H2 (g)
Fe3O4
(s)
3
F
e
F
e
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
H
H
O
H
H
O
F
e
H
H
O
F
e F
e
F
e
O
O
O
O
H
H
F
e
F
e
H
H
O
F
e
H
H
O
F
e F
e
F
e
O
O
O
O H
H
F
e
F
e
3
8
3Fe(
s)
+ H2O(aq) + H2 (g)
Fe3O4
(s)
4
H
H
O
H
H
O
H
H
O
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
H
H
O
H
H
O
F
e
H
H
O
F
e F
e
F
e
O
O
O
O
H
H
F
e
F
e
H
H
O
H
H
H
H
H
H
3
9
H
H
O
H
H
O
F
e
H
H
O
F
e F
e
F
e
O
O
O
O
H
H
F
e
F
e
H
H
O
3Fe(
s)
+ 4H2O(aq) + H2 (g)
Fe3O4
(s)
4
H
H
H
H
H
H
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
4
0
ดุลสมการเคมีต่อไปนี้ให้
ถูกต้อง
H2(g) + N2(aq)
NH3(g)
1
Na(s) + H2O(l) NaOH(aq) +
H2(g)
2
CaC2(s) + H2O(l) Ca(OH)2(s) +
C2H2(g)
3
3 2
2
2
2
2
เกม
1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี
 1. สมการและการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เมื่อมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่า
ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดช ้าหรือเร็ว
4
1
2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
4
2
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เวล
า
ปริมา
ณ
สาร
เริ่มต้น
ผลิตภัณ
ฑ์
ความสัมพันธ ์ระหว่างปริมาณสาร
เริ่มต้นและผลิตภัณฑ์
กับเวลาเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี
ปริมาณ
เพิ่มขึ้น
เมื่อเวลา
ผ่านไป
ปริมาณ
ลดลง
เมื่อเวลา
ผ่านไป
เราจึงสามารถนาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสารเริ่มต้น
และผลิตภัณฑ์กับเวลามาบอกว่าปฏิกิริยาเคมีเกิดช ้าหรือเร็ว
ได้
4
3
อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
(rate of
reaction)
=
ปริมาตรของสารเริ่มต้น
ที่ลดลง
เวลาที่ใช ้ในการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
=
ปริมาตรของผลิตภัณฑ์
ที่เพิ่มขึ้น
เวลาที่ใช ้ในการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
การหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารใน
ปฏิกิริยาเคมีทาได้อย่างไร
นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้จากการปฏิบัติกิจกรรม
ต่อไปนี้
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างลวด
แมกนีเซียมกับกรดไฮโดรคลอริกเกิดขึ้นเร็ว
หรือช ้า
กิจกรรมที่ 8 สังเกตอัตราการเกิดปฏิกิริยา
เคมีของลวดแมกนีเซียม
กับกรดไฮโดรคลอริก
อุปกรณ์
1. ลวดแมกนีเซียมยาว 10
ซม.
1 เส้น
2. น้ากลั่น
50 ลบ.ซม.
3. สารละลายกรดไฮโดรคลอริก
เข้มข้น 0.2 โมลต่อลิตร
10 ลบ.ซม.
่
ซม. 1 ใบ
6. บีกเกอร ์ขนาด 100 ลบ.ซม.
1 ใบ
7. ขาตั้งและที่จับหลอด
ทดลอง 1 ชุด
8. คัตเตอร ์
1 เล่ม 4
4
ปัญหา
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
ขั้นตอน
ให้นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. นาจุกคอร ์กขนาดพอดีกับปากกระบอกตวงขนาด 10 ลูกบาศก์
เซนติเมตร มาบากด้านข้าง
ตามยาวให้เป็ นร่องเล็ก ๆ เพื่อให้ของเหลวไหลออกได้ และกรีดที่
บริเวณกึ่งกลางหน้าตัดของ
จุกคอร ์กปลายด้านที่เล็กกว่าให้เป็ นแนวยาวเล็ก ๆ นาลวด
แมกนีเซียมยาวประมาณ 10 4
5
ลวดแมกนีเซียม
จุกคอร ์ก
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
2.ใส่น้ากลั่นจานวน 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในบีกเกอร ์ขนาด
100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
3.ใส่สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.2 โมลต่อลิตร ลงใน
กระบอกตวงจนเต็มแล้ว
ปิดปากกระบอกตวงด้วยจุกคอร ์ก คว่ากระบอกตวงลงในบีกเกอร ์
โดยให้ปากกระบอกตวง
4
6
น้า
กลั่น
สารละลายกรดไฮโดร
คลอริก
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
ปริมาตรของ H2
(ลบ.ซม.)
เวลาที่ใช้
(วินาที)
1
2
3
4
5
6
7
60
80
95
110
270
450
785
4
7
บันทึกผล
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาเคมีระหว่างลวด
แมกนีเซียมกับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
จะเร็ว เพราะมีแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว และอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะช ้า
ลงเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป
โดยมีอัตราการลดลงไม่คงที่
4
8
สรุปผล
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
1. ในกิจกรรมนี้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีคงที่
หรือไม่ มีลักษณะใด
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีไม่คงที่ ในช่วงแรกอัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
จะเร็ว และจะช ้าลงเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป
3. กิจกรรมนี้มีปริมาณสารเริ่มต้นใดบ้างที่
ลดลง
มวลของลวดแมกนีเซียมกับความเข้มข้นของ
สารละลายกรดไฮโดรคลอริก 4
9
ค้นหา
คาตอบ
2. อัตราเร็วของการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น
วัดจากสิ่งใด
วัดจากปริมาณของสารเริ่มต้นที่ลดลงหรือ
ปริมาณของผลิตภัณฑ์
ที่เพิ่มขึ้นใน 1 หน่วยเวลา
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
4. กิจกรรมนี้เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมีแล้ว
ได้ผลิตภัณฑ์ใด
แก๊สไฮโดรเจน
5. ผลสรุปของกิจกรรมนี้คืออะไร
ปฏิกิริยาเคมีระหว่างลวดแมกนีเซียมกับสารละลาย
กรดไฮโดรคลอริกได้สารใหม่ คือ แก๊สไฮโดรเจน โดย
เมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาเคมีจะเกิดแก๊สไฮโดรเจนเร็วมาก
และจะช ้าลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยมีอัตราการเกิด
ปริมาตรแก๊สไฮโดรเจนลดลงไม่คงที่
5
0
ค้นหา
คาตอบ
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
5
1
เมื่อนาปริมาตรของแก๊ส
ไฮโดรเจน
ที่เกิดขึ้นกับเวลาที่ใช้มา
แสดงความสัมพันธ์ด้วย
กราฟได้ดังนี้
ปริมาตรแก๊ส H2 (ลบ.ซม.)
เวลา
(วินา
ที)
อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
=
ปริมาตร H2 ที่เกิดขึ้น
(ลบ.ซม.)
เวลาที่ใช ้(วินาที)
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
5
2
จากการปฏิบัติกิจกรรม
ที่ 8 นักเรียนตอบได้
หรือไม่ว่า
เพราะเหตุใดจึงเลือก
บันทึก
ปริมาตรของแก๊ส
ไฮโดรเจน
ที่เพิ่มขึ้น
อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
ไม่คงที่เพราะ
อะไร
ปริมาตรแก๊สที่
เพิ่มขึ้นบอก
อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
ได้เพราะอะไร
 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
5
3
การเลือกสารที่
เหมาะสม
การวัดปริมาตรแก๊สไฮโดรเจนสะดวกและวัดการ
เปลี่ยนแปลงได้ต่อเนื่อง

การบอกอัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
แก๊สไฮโดรเจนเป็ นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจึงใช ้บอกอัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมีได้

อัตราการเกิดปฏิกิริยา
เคมี
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีมีค่ามากขณะเริ่มต้น
ปฏิกิริยาเคมี เนื่องจากโมเลกุลของสารเริ่มต้นมีมาก
เมื่อปฏิกิริยาเคมีดาเนินไประยะหนึ่ง โมเลกุลของสาร
เริ่มต้นลดลง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจึงลดลง

 2. อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
เพราะการเขียนสมการเคมีจะเขียนสารเริ่มต้นรวมกันไว้ด้านหนึ่ง
และเขียนผลิตภัณฑ์รวมกันไว้ด้านหนึ่ง โดยมีลูกศรที่หันหัว
ลูกศรไปทางผลิตภัณฑ์มาคั่นกลาง การเขียนสมการเคมีที่
ถูกต้องทาให้นักวิทยาศาสตร ์จากทุกประเทศเข้าใจตรงกันว่า
ปฏิกิริยาเคมีนี้มีสารเริ่มต้นใด และเกิดเป็ นผลิตภัณฑ์ใด
1. การเขียนสมการเคมีต้องทราบว่าสารใดเป็นสารเริ่มต้น สาร
ใดเป็นผลิตภัณฑ์
เพราะอะไร
เพราะการเลือกวัดสารที่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงได้
อย่างต่อเนื่องทาให้เราสามารถศึกษาอัตราการเกิดปฏิกิริยา
เคมีได้เที่ยงตรงมากขึ้น ซึ่งถ้าเราต้องหยุดการเกิดปฏิกิริยา
เคมีเพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของสาร อาจได้ผลที่ไม่เที่ยงตรง
2. การศึกษาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีควรวัดจากสารที่
สามารถติดตามการ
เปลี่ยนแปลงได้ อย่างต่อเนื่องเพราะอะไร
5
4
รียนได้เรียนรู ้อะไรบ้าง เรามาตรวจสอบความเข้าใ
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมีองค์ประกอบทางเคมีไม่เหมือนสาร
เริ่มต้น
1. การเปลี่ยนแปลงของสารลักษณะใดที่แสดงว่ามีปฏิกิริยา
เคมีเกิดขึ้น
สารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์
2. สารที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีมีอะไรบ้าง
55
ทบทวนคาศัพท์และหลักการ
ทางวิทยาศาสตร ์
สารเริ่มต้น คือ เลด (II) ไนเตรตและโพแทสเซียมไอโอ
ไดด์ผลิตภัณฑ์คือ เลด (II) ไอโอไดด์
3. เมื่อเราเติมสารละลายเลด (II) ไนเตรตลงในสารละลาย
โพแทสเซียมไอโอไดด์ เกิดตะกอนสีเหลืองของเลด (II) ไอ
โอไดด์แสดงว่าปฏิกิริยานี้มีสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์คือ
สารใด
56
ทบทวนคาศัพท์และหลักการ
ทางวิทยาศาสตร ์
อัตราส่วนระหว่างปริมาณของสารเริ่มต้นที่ลดลงหรือ
ปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นกับเวลาที่ใช้ในการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
4. อัตราเร็วของการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะวัดจากสิ่งใด
57
ทักษะสร้างเสริมความเข้าใจที่
คงทน
ใช ้ตัวเลขที่เหมาะสมจัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูลดุล
สมการเคมีต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1) H2 (g) + O2 (g)  H2O (l)
2) NO (g) + O2 (g) 
NO2 (g)
3) Na (s) + H2O (l) 
NaOH (aq) + H2 (g)
4) CaCO3 (s) + HCl (aq)  CaCl2 (aq)
+ H2O (l) + CO2 (g)
5) HCl (aq) + Na2S2O3 (aq)  NaCl
(aq) + SO2 (g) + H2O (l) + S (s)
2 2
2 2
2 2
2
2
2 2
5
8
ปฏิกิริยาเคมี
เรียนรู้
เกี่ยวกับ
สมการ
เคมี
อัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี
การเขียนแสดง
ความสัมพันธ์ระหว่างสาร
เริ่มต้นกับผลิตภัณฑ์
คื
อ
เขียนแทนด้วยสูตรเคมีและ
ลูกศรแสดงทิศทางจากสาร
เริ่มต้นไปหาผลิตภัณฑ์
ต้องดุลสมการเคมีให้จานวน
อะตอมของธาตุในสารเริ่มต้น
หลักการ
ปริมาณสารเริ่มต้นที่
ลดลง
ใน 1 หน่วยเวลา
ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่
เพิ่มขึ้น
ใน 1 หน่วยเวลา
คานวณจาก
สรุ
ป

16442806.ppt

Editor's Notes

  • #2 ครูอธิบายเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี ตามผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ ดังนี้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี แบ่งเป็น 4 เรื่อง (ครูคลิกเพื่อแสดงทีละเรื่อง) ดังนี้ 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี (แผนที่ 6) 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี (แผนที่ 6) 3. ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี (แผนที่ 7–9) 4. ปฏิกิริยาเคมีที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม (แผนที่ 10) แบ่งเป็น 5 แผนการจัดการเรียนรู้ 7 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 สมการเคมีและอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 ความเข้มข้นและพื้นที่ผิวของสารเริ่มต้น ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 อุณหภูมิที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 ตัวเร่งปฏิกิริยาและธรรมชาติของสาร ที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ปฏิกิริยาเคมีที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 1 ชั่วโมง
  • #3  แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 ชั่วโมงที่ 9–10 สมการเคมีและอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
  • #4  ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด (การทำแบบทดสอบใน PowerPoint อาจใช้เวลามาก ครูควร print ให้นักเรียนทำแล้วจึงใช้ PowerPoint ตรวจคำตอบ)
  • #5 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 1 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 1 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะสารเริ่มต้นเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากันจนเกิดเป็นสารใหม่หรือผลิตภัณฑ์ ข ถูกต้อง เพราะผลิตภัณฑ์เป็นสารใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำปฏิกิริยาของสารเริ่มต้น ค ไม่ถูกต้อง เพราะสารเร่งปฏิกิริยาเป็นสารที่ช่วยให้สารเริ่มต้นเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น ง ไม่ถูกต้อง เพราะสารร่วมปฏิกิริยาเป็นสารทั้งหมดที่เข้าร่วมในปฏิกิริยาเคมีแล้วได้สารใหม่ หรือผลิตภัณฑ์
  • #6 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 2 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 2 เฉลย ก ถูกต้อง เพราะจากข้อความแสดงว่า กำมะถัน (S) และแก๊สออกซิเจน (O2) เป็นสารเริ่มต้น และเมื่อกำมะถันและแก๊สออกซิเจนทำปฏิกิริยากันจะได้แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เป็นผลิตภัณฑ์ ดังนั้น สมการเคมีที่เขียนได้จึงเป็น S + O2  SO2 ข ไม่ถูกต้อง เพราะ SO2 คือ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งไม่ใช่สารเริ่มต้นในปฏิกิริยาเคมีนี้ ค ไม่ถูกต้อง เพราะ SO2 คือ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งไม่ใช่สารเริ่มต้นในปฏิกิริยาเคมีนี้ ง ไม่ถูกต้อง เพราะ SO2 คือ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ H2O คือ น้ำ ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิด ไม่ใช่สารเริ่มต้นในปฏิกิริยาเคมีนี้
  • #7 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 3 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 3 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะในการเกิดปฏิกิริยาเคมี สารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์อาจมีจำนวนไม่เท่ากัน แต่จำนวนอะตอมของธาตุเดียวกันในสารเริ่มต้นต้องเท่ากับในผลิตภัณฑ์ ข ไม่ถูกต้อง เพราะในการเกิดปฏิกิริยาเคมี สารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องมีพลังงาน เท่ากัน ค ไม่ถูกต้อง เพราะผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องมีจำนวนโมเลกุลเท่ากับสารเริ่มต้น แต่จำนวนอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันในสารเริ่มต้นต้องเท่ากับในผลิตภัณฑ์ ง ถูกต้อง เพราะในการเกิดปฏิกิริยาเคมี สารเริ่มต้นจะเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งสารเริ่มต้นและ ผลิตภัณฑ์เป็นสารต่างชนิดที่มีการสร้างพันธะเคมีของอะตอมต่างกัน แต่อะตอมทั้งหมดที่เกิด เป็นผลิตภัณฑ์นั้นได้มาจากสารเริ่มต้นทั้งหมดโดยไม่มีอะตอมชนิดใหม่เกิดขึ้น ดังนั้นในการ ดุลสมการเคมีจึงต้องทำให้อะตอมของธาตุเดียวกันในสารเริ่มต้นเท่ากับในผลิตภัณฑ์
  • #8 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 4 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 4 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะการเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขนาดเป็นการลดพื้นที่ผิวทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง ข ไม่ถูกต้อง เพราะการเพิ่มอุณหภูมิทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มตัวหน่วงปฏิกิริยาทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง ค ไม่ถูกต้อง เพราะการลดขนาดเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น แต่การลดความเข้มข้นของสารทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง ง ถูกต้อง เพราะการลดอุณหภูมิทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง และการลดความเข้มข้น ของสารก็ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลงด้วยเช่นกัน
  • #9 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 5 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 5 เฉลย ก ถูกต้อง เพราะการเคี้ยวอาหารเป็นการทำให้อาหารมีขนาดเล็กลง ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิว ให้กับอาหาร เนื่องจากสารที่มีมวลเท่ากัน สารขนาดเล็กจะมีพื้นที่ผิวมากกว่าสารขนาดใหญ่ เมื่ออาหารมีพื้นที่ผิวมากขึ้น เอนไซม์จึงสัมผัสกับอาหารมากขึ้น อาหารจึงถูกย่อยได้เร็วขึ้น ข ไม่ถูกต้อง เพราะการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดไม่ได้ทำให้อุณหภูมิของอาหารเพิ่มขึ้น ค ไม่ถูกต้อง เพราะการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดไม่ได้ทำให้ความเข้มข้นของอาหารเพิ่มขึ้น ง ไม่ถูกต้อง เพราะการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดไม่ได้ทำให้ตัวเร่งปฏิกิริยาในการย่อยอาหารเพิ่มขึ้น
  • #10 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 6 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 6 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะการเพิ่มขนาดของ Mg เป็นการลดพื้นที่ผิวของสารเริ่มต้นทำให้โอกาส ในการทำปฏิกิริยากันของสารเริ่มต้นลดลง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจึงลดลง ข ไม่ถูกต้อง เพราะ H2 เป็นผลิตภัณฑ์ การเพิ่มปริมาตรของ H2 จึงไม่มีผลต่ออัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมี ค ถูกต้อง เพราะ HCl เป็นสารเริ่มต้น ซึ่งการเพิ่มความเข้มข้นของสารเริ่มต้นทำให้โอกาส ในการทำปฏิกิริยากันของสารเริ่มต้นสูงขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจึงเพิ่มขึ้น ง ไม่ถูกต้อง เพราะ MgCl2 เป็นผลิตภัณฑ์ การเพิ่มความเข้มข้นของ MgCl2 จึงไม่มีผลต่ออัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมี
  • #11 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 7 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 7 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าสารทั้งหมดมีความเข้มข้นเท่ากันจะไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าสารใด มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ข ไม่ถูกต้อง เพราะการกำหนดความเข้มข้นของสารทั้งหมดให้ไม่เท่ากัน เมื่ออัตราการเกิด ปฏิกิริยาเปลี่ยนไปจะทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าสารใดเป็นตัวที่มีผลต่ออัตราการเกิด ปฏิกิริยาเคมี ค ถูกต้อง เพราะเมื่อให้ความเข้มข้นของสารอื่นคงที่และปรับความเข้มข้นเฉพาะสารที่ต้องการ ศึกษา ทำให้ผลการทดลองเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร ที่ต้องการศึกษาเท่านั้น ดังนั้นเราจึงสามารถสังเกตได้ว่าสารที่ต้องการศึกษามีผลต่ออัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมีหรือไม่ ง ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อความเข้มข้นของสารที่เราต้องการศึกษาคงที่ ในการทำการทดลองทุกครั้ง ผลของสารที่ต้องการศึกษาต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเหมือนเดิม เราจึงสังเกตไม่ได้ว่าสาร ที่ต้องการศึกษามีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีหรือไม่
  • #12 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 8 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 8 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะการสุกของอาหารทำให้โครงสร้างของอาหารเปลี่ยนไป การใช้อุณหภูมิต่ำ ในการปรุงอาหารเป็นการลดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้อาหารสุกช้าและสุกอย่างทั่วถึง จึงเป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ในเรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ข ถูกต้อง เพราะการต้มน้ำเป็นการทำให้น้ำเดือดซึ่งเป็นเพียงการเปลี่ยนสถานะจากของเหลว เป็นแก๊สหรือไอน้ำ ไม่ใช่การเกิดปฏิกิริยาเคมี ค ไม่ถูกต้อง เพราะอาหารเมื่อวางไว้ในที่อุณหภูมิสูงอาจทำให้อาหารบูด หรือยาบางชนิดเมื่อเก็บ ที่อุณหภูมิสูง ยาจะเกิดปฏิกิริยาเคมีกลายเป็นสารอีกชนิดหนึ่ง ทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ ดังนั้นการเก็บอาหารหรือยาบางชนิดในตู้เย็นจึงเป็นการลดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี จึงเป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ในเรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ง ไม่ถูกต้อง เพราะการใช้แท่งแก้วคนสารเป็นการช่วยให้สารเคลื่อนที่มากขึ้น สารจึงมีโอกาส เข้าทำปฏิกิริยากันมากขึ้นเป็นการเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี จึงเป็นการประยุกต์ใช้ ความรู้ในเรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี  
  • #13 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 9 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 9 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะความเย็นจะทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง ซึ่งเป็นการทำให้ผลไม้ สุกช้า ข ถูกต้อง เพราะการสุกของผลไม้เป็นการเกิดปฏิกิริยาเคมีชนิดหนึ่ง การปิดฝาภาชนะทำให้ อากาศในภาชนะไม่เกิดการถ่ายเทและอุณหภูมิสูงขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจึงเพิ่มขึ้น ผลไม้จึงสุกเร็ว ค ไม่ถูกต้อง เพราะการที่ไม่มีแสงสว่าง อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมจะไม่สูง ทำให้อัตราการเกิด ปฏิกิริยาเคมีไม่เพิ่มขึ้น ผลไม้จึงสุกช้า ง ไม่ถูกต้อง เพราะการที่อากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมจะไม่สูง ทำให้อัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมีไม่เพิ่มขึ้น ผลไม้จึงสุกช้า
  • #14 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ข้อ 10 2) ครูคลิกเพื่อเฉลยคำตอบข้อ 10 เฉลย ก ไม่ถูกต้อง เพราะปฏิกิริยาเคมีบางชนิดก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อม เช่น การเผาไหม้ เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์เกิดแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เป็นแก๊สพิษต่อร่างกาย ข ไม่ถูกต้อง เพราะปฏิกิริยาเคมีบางชนิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การเผาไหม้กระดาษ ส่วนปฏิกิริยาเคมีบางชนิดเกิดนานเป็นเดือน เช่น ปฏิกิริยาการเกิดสนิม ค ไม่ถูกต้อง เพราะแบตเตอรี่มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งถ้าใช้ และจัดเก็บไม่ถูกวิธี โลหะหนักอาจเกิดการรั่วไหลและเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ ง ถูกต้อง เพราะการควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ ไม่ได้แสดงว่าทำให้ปฏิกิริยาเคมี ทุกชนิดมีประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น การควบคุมอัตราปฏิกิริยาการเกิดการ เน่าเสียของอาหารเป็นเพียงการชะลอการเน่าเสียของอาหาร ไม่ได้ทำให้ปฏิกิริยาการเน่าเสีย ของอาหารเกิดประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
  • #15 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 สมการเคมีและอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2 ชั่วโมง สาระการเรียนรู้ 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • #16 1) ครูกระตุ้นเกี่ยวกับประสบการณ์เดิมของนักเรียน โดยให้นักเรียนดูรูปแล้วถามคำถามว่า นักเรียนสามารถระบุได้หรือไม่ว่า สารในรูปใดเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและสาร ในรูปใดเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะอะไร 2) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม เพื่อเชื่อมโยงความรู้ใหม่จากบทเรียนกับ ประสบการณ์เดิมของนักเรียน เมื่อนักเรียนอภิปรายคำถามเสร็จแล้ว ครูสรุปแนวคำตอบ ร่วมกันกับนักเรียน (แนวคำตอบ รูปที่ 1 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เพราะน้ำแข็งเกิด การหลอมเหลวซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะเท่านั้น รูปที่ 2 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะกระดาษเกิดการเผาไหม้กลายเป็นขี้เถ้าซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมี) ครูใช้เวลาในการนำเข้าสู่บทเรียนประมาณ 5 นาที (หรือให้ครูใช้เวลาตามความเหมาะสม)
  • #17 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูตรวจสอบว่านักเรียนปฏิบัติตามภาระงานก่อนเรียนที่ได้รับมอบหมายไปหรือไม่ โดยครู ถามคำถามกับนักเรียนว่า การอ่านและค้นคว้าล่วงหน้าเกี่ยวกับสมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี นักเรียนได้อะไรบ้าง 2) ครูและนักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น ครูใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประมาณ 55 นาที (หรือให้ครูใช้เวลาตามความเหมาะสม)
  • #18 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสมการและ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ที่ครูมอบหมายให้ไปเรียนรู้ล่วงหน้าให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟัง โดยครูให้ นักเรียนร่วมกันอภิปรายซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มมีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน 2) ครูคลิกแสดงข้อความเพื่อให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมูลหน้าห้องเรียน
  • #19 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามเกี่ยวกับภาระงานก่อนเรียนแล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิก คำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #20 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูถามคำถามนักเรียนว่า นักเรียนตั้งคำถามที่สงสัยไว้ว่าอย่างไร เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน ตั้งประเด็นคำถามที่สงสัยจากการทำภาระงานก่อนเรียน ซึ่งครูให้นักเรียนเตรียมมาล่วงหน้า และให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น 2) เมื่อนักเรียนตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเสร็จแล้ว ครูคลิกเพื่อสรุปภาระงานก่อนเรียน โดยถามนักเรียนว่า นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง 3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงานก่อนเรียนเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สมการเคมีใช้ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสารเริ่มต้นกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมี 4) ครูคลิกเพื่อแสดงข้อสรุปของภาระงานก่อนเรียน
  • #21 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1 ครูให้นักเรียนดูรูปแล้วคลิกตามลำดับ จากนั้นถามคำถามกับนักเรียนว่า – ฟันเฟืองในรูปทำจากวัสดุชนิดใด – ฟันเฟืองในรูปเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด – ฟันเฟืองในรูปเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร 2) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลายคำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง และให้นักเรียนร่วมกันหาคำตอบจากบทเรียนเรื่อง สมการ และการเกิดปฏิกิริยาเคมีในเฟรมถัดไป
  • #22 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี ครูคลิกตามลำดับ เพื่อตอบคำถามจากเฟรมที่ผ่านมา ดังนี้ – ฟันเฟืองในรูปทำจากวัสดุชนิดใด (คำตอบ ฟันเฟืองทำจากเหล็ก) – ฟันเฟืองในรูปเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด (คำตอบ ฟันเฟืองเกิดสนิมขึ้นที่ผิว) – ฟันเฟืองในรูปเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร (คำตอบ ฟันเฟืองเกิดสนิม เพราะเหล็ก ทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศ)
  • #23 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกตามลำดับ เพื่ออธิบายความหมายของปฏิกิริยาเคมี สารเริ่มต้นหรือ ตัวทำปฏิกิริยา (reactant) และผลิตภัณฑ์ (product) จากการเกิดสนิมของฟันเฟือง 2) ครูอธิบายเกี่ยวกับสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • #24 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกเพื่อแสดงว่า นักวิทยาศาสตร์ใช้สัญลักษณ์ของธาตุจากตารางธาตุเขียนเป็น สูตรเคมีเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ทุกคนเข้าใจตรงกันว่ากำลังกล่าวถึงสารชนิดใด 2) ครูคลิกแล้วถามคำถามกับนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่า นักวิทยาศาสตร์ใช้สิ่งใดเพื่อบอก การเกิดปฏิกิริยาเคมีให้เข้าใจตรงกันได้ 3) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลายคำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง และให้นักเรียนร่วมกันหาคำตอบจากบทเรียนเรื่อง ความหมายและการเขียนสมการเคมีในเฟรมถัดไป
  • #25 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี ครูคลิกตามลำดับเพื่ออธิบายความหมายของสมการเคมี (chemical equation) ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • #26 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี ครูคลิกตามลำดับเพื่ออธิบายการเขียนสมการเคมีของการเกิดสนิมของฟันเฟืองที่ทำจากเหล็ก โดยครูยังไม่ดุลสมการเคมีให้นักเรียนดู ซึ่งครูจะนำสมการเคมีนี้ไปดุลสมการเคมีเมื่อทราบหลัก ในการเขียนสมการเคมีแล้ว
  • #27 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูคลิกตามลำดับแล้วถามนักเรียนว่า เมื่อมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น นักเรียนจะเขียนสมการเคมี เพื่อแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีนั้นได้อย่างไร ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับ คำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลายคำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง จากนั้น ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วร่วมกันค้นหาคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่การปฏิบัติกิจกรรม 2) นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ 7 สังเกตการเกิดปฏิกิริยาเคมี ในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • #28 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูให้นักเรียนร่วมกันตั้งคำถามเพื่อกำหนดปัญหาก่อนปฏิบัติกิจกรรม โดยครูช่วยสรุป การตั้งคำถามของนักเรียน แล้วร่วมกันกำหนดเป็นปัญหาที่สอดคล้องกับการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูคลิกเพื่อแสดงปัญหาของกิจกรรม 3) ครูคลิกเพื่อแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม
  • #29 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูคลิกเพื่อแสดงขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูอธิบายวิธีการเตรียมสารก่อนการปฏิบัติกิจกรรม คือ สารละลายกรดไฮโดรคลอริก (ครูดูวิธีการเตรียมสารจากหมายเหตุ ในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด) 3) ครูแนะนำให้นักเรียนใช้กระดาษทรายขัดแผ่นสังกะสีก่อนปฏิบัติกิจกรรม 4) ครูเตือนให้นักเรียนระวังการใช้สารละลายกรดไฮโดรคลอริก เนื่องจากกรดสามารถทำลาย เนื้อเยื่อผิวหนังได้
  • #30 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูคลิกเพื่อแสดงขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูแนะนำให้นักเรียนจุ่มปากหลอดทดลองให้อยู่ใต้ผิวน้ำในบีกเกอร์ 3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด โอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา
  • #31 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2) ครูคลิกเพื่อแสดงตารางบันทึกผล 3) ครูคลิกเพื่อแสดงแนวคำตอบของการปฏิบัติกิจกรรม
  • #32 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูคลิกเพื่อแสดงสรุปผลของกิจกรรม
  • #33 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายซักถามและแสดงความคิดเห็นผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามจากกรอบค้นหาคำตอบท้ายกิจกรรม ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด 2) ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #34 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #35 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูคลิกตามลำดับ เพื่อแสดงสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์จากกิจกรรมที่ 7 2) ครูคลิกเพื่อแสดงสมการเคมีที่เขียนได้จากปฏิกิริยาเคมีในกิจกรรมที่ 7 3) ครูคลิกเพื่อแสดงว่า ถ้านำสูตรเคมีของสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์มาเขียนสมการเคมี จำนวนธาตุแต่ละชนิดของสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่สมดุลกัน
  • #36 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูถามคำถามนักเรียนว่า นักเรียนจะทำให้จำนวนธาตุแต่ละชนิดของสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ ในสมการเคมีสมดุลกันได้ด้วยวิธีใด 2) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลายคำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง 3) ครูคลิกแสดงรูปและอธิบายว่า ถ้าเพิ่มจำนวนกรดไฮโดรคลอริกของสารเริ่มต้น 1 โมเลกุล จะทำให้จำนวนธาตุแต่ละชนิดของสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ในสมการเคมีสมดุลกัน 4) ครูคลิกแสดงสมการเคมีที่ดุลสมการเคมีแล้ว โดยการเติมตัวเลข 2 ลงหน้าสูตรเคมีของ HCl
  • #37 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี ครูคลิกตามลำดับเพื่อแสดงหลักในการเขียนสมการเคมี ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • #38 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูอธิบายการเขียนสมการเคมีและการดุลสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมี “เมื่อเหล็กทำปฏิกิริยา กับความชื้นในอากาศ จะเกิดสนิมและแก๊สไฮโดรเจน” 2) ครูคลิกแสดงสูตรเคมีของสารที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาเคมี และการเขียนสมการเคมี โดยเขียน สารเริ่มต้นด้านซ้าย ผลิตภัณฑ์ด้านขวา และมีลูกศรคั่นกลาง ตามลำดับ 3) ครูคลิกเพื่อแสดงรูปแล้วอธิบายว่า จำนวนอะตอมของธาตุในสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ ไม่สมดุลกัน 4) ครูคลิกแสดงการดุลสมการเคมี ตามลำดับ โดยดุลสมการเคมีตามหลักในการเขียนสมการเคมี คือ ดุลจำนวนอะตอมของธาตุที่มีจำนวนมากก่อน แล้วจึงดุลโมเลกุลของน้ำและธาตุอิสระ ทีหลัง ดังนั้นสมการเคมีนี้จึงต้องทำจำนวนอะตอมของ Fe ให้เท่ากันก่อน โดยเพิ่มอะตอม ของ Fe อีก 2 อะตอมทางด้านสารเริ่มต้นให้เป็น 3 อะตอมเท่ากับอะตอมของ Fe ในผลิตภัณฑ์ 5) ครูคลิกแสดงการเพิ่มเลข 3 หน้า Fe ในสมการเคมี
  • #39 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูคลิกแสดงการดุลสมการเคมีตามลำดับ โดยการทำจำนวนอะตอมของ O ในสารเริ่มต้นให้ เท่ากับผลิตภัณฑ์ โดยเพิ่มโมเลกุลของ H2O อีก 3 โมเลกุลเพื่อทำให้สารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ มีอะตอมของ O เท่ากัน คือ 4 อะตอม 2) ครูแสดงการเพิ่มเลข 4 หน้า H2O ในสมการเคมี
  • #40 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูคลิกแสดงการดุลสมการเคมีตามลำดับ โดยการทำจำนวนอะตอมของ H ในสารเริ่มต้นให้ เท่ากับผลิตภัณฑ์ โดยเพิ่มโมเลกุลของ H2 ในผลิตภัณฑ์อีก 3 โมเลกุล เพื่อทำให้สารเริ่มต้น และผลิตภัณฑ์มีอะตอมของ H เท่ากัน คือ 8 อะตอม 2) ครูแสดงการเพิ่มเลข 4 หน้า H2 ในสมการเคมี 3) ครูสรุปว่าเมื่อทำการดุลสมการเคมีแล้ว จำนวนอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันในสารเริ่มต้นและ ผลิตภัณฑ์ต้องเท่ากันเสมอ
  • #41 1. สมการและการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1.1 ความหมายและการเขียนสมการเคมี 1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม เพื่อเล่นเกม โดยให้แต่ละกลุ่มแข่งกันดุลสมการเคมีต่อไปนี้ ให้ถูกต้อง กลุ่มใดตอบได้ถูกต้องมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ 2) ครูคลิกเฉลยทีละข้อ (1) 3H2(g) + N2(aq)  2NH3(g) (2) 2Na(s) + 2H2O(l)  2NaOH(aq) + H2(g) (3) CaC2(s) +2H2O(l)  Ca(OH)2(s) + C2H2(g)
  • #42 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูกระตุ้นนักเรียนโดยถามคำถามกับนักเรียนว่า เมื่อมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น นักเรียนจะทราบได้ อย่างไรว่า ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดช้าหรือเร็ว 2) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลายคำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง และให้นักเรียนร่วมกันหาคำตอบจากบทเรียนเรื่องอัตรา การเกิดปฏิกิริยาเคมีในเฟรมถัดไป
  • #43 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกแสดงกราฟตามลำดับเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์ กับเวลาเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี 2) ครูคลิกเพื่อสรุปว่าการที่ปริมาตรของสารเริ่มต้นและผลิตภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับเวลา จึงนำมาใช้บอกได้ว่าปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดช้าหรือเร็วได้
  • #44 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกแสดงความสัมพันธ์ของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี (rate of reaction) ตามลำดับ พร้อมกับอธิบายอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด 2) ครูคลิกถามนักเรียนว่าการหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารในปฏิกิริยาเคมีทำได้ อย่างไร ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลาย คำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วร่วมกันค้นหา คำตอบ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่การปฏิบัติกิจกรรม 3) นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ 8 สังเกตอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีของลวดแมกนีเซียมกับกรด ไฮโดรคลอริกในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ชั้น ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
  • #45 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูให้นักเรียนร่วมกันตั้งคำถามเพื่อกำหนดปัญหาก่อนปฏิบัติกิจกรรม โดยครูช่วยสรุป การตั้งคำถามของนักเรียน แล้วร่วมกันกำหนดเป็นปัญหาที่สอดคล้องกับการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูคลิกเพื่อแสดงปัญหาของกิจกรรม 3) ครูคลิกเพื่อแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม
  • #46 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกเพื่อแสดงขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูอธิบายวิธีการเตรียมสารก่อนการปฏิบัติกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยสารต่าง ๆ ดังนี้ – ลวดแมกนีเซียม – สารละลายกรดไฮโดรคลอริก (ครูดูวิธีการเตรียมสารจากหมายเหตุ ในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด) 3) ครูแนะนำให้นักเรียนบากด้านข้างของจุกคอร์กให้ไม่เล็กหรือกว้างเกินไป เพื่อให้ของเหลว ไหลออกมาได้ในอัตราเร็วที่พอเหมาะ
  • #47 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกเพื่อแสดงขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูเตือนให้นักเรียนระวังการใช้สารละลายกรดไฮโดรคลอริก เนื่องจากกรดสามารถทำลาย เนื้อเยื่อผิวหนังได้ 3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด โอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา
  • #48 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2) ครูคลิกเพื่อแสดงตารางบันทึกผล 3) ครูคลิกเพื่อแสดงแนวคำตอบของการปฏิบัติกิจกรรม
  • #49 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม 2) ครูคลิกเพื่อแสดงสรุปผลของกิจกรรม
  • #50 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายซักถามและแสดงความคิดเห็นผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามจากกรอบค้นหาคำตอบท้ายกิจกรรม ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด 2) ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #51 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามให้นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #52 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูคลิกตามลำดับ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ปริมาตรของแก๊สไฮโดรเจนที่เกิดขึ้น กับเวลาที่ใช้ ในการปฏิบัติกิจกรรมที่ 8 พร้อมกับอธิบายการเปลี่ยนแปลงของสารที่เกิดขึ้น ในปฏิกิริยาเคมี ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด 2) ครูคลิกแสดงสมการอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 8
  • #53 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1) ครูขยายความรู้เกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยคลิกตามลำดับ แล้วถามคำถามกับ นักเรียนว่า – เพราะเหตุใดจึงเลือกบันทึกปริมาตรของแก๊สไฮโดรเจนที่เพิ่มขึ้น – ปริมาตรแก๊สที่เพิ่มขึ้นบอกอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้เพราะอะไร – อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีไม่คงที่เพราะอะไร 2) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายคำตอบเกี่ยวกับคำถาม ซึ่งคำตอบอาจมีได้หลากหลายคำตอบ โดยครูยังไม่เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง และให้นักเรียนร่วมกันหาคำตอบในเฟรมถัดไป
  • #54 2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ครูคลิกตามลำดับเพื่อสรุป ดังนี้ – การเลือกสารที่เหมาะสม เพื่อนำมาบอกอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะต้องเลือกสารที่สามารถ วัดการเปลี่ยนแปลงปริมาณได้อย่างต่อเนื่อง – การบอกอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ต้องบอกโดยใช้สารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี เท่านั้น – อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี มักมีค่าสูงเมื่อเริ่มต้นปฏิกิริยาเคมีและมีค่าลดลงในช่วงท้าย ปฏิกิริยาเคมี
  • #55 1) ครูถามนักเรียนว่าในหัวข้อนี้มีจุดใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจ ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติม 2) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม 3) ครูคลิกเพื่อแสดงคำถาม ให้นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและคำตอบทีละข้อ)
  • #56 1) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถามจากกิจกรรมประจำหน่วย ใน หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด 2) ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามในหัวข้อทบทวนคำศัพท์และหลักการทางวิทยาศาสตร์ แล้วให้ นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #57  ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามในหัวข้อทบทวนคำศัพท์และหลักการทางวิทยาศาสตร์ แล้วให้ นักเรียนช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยตามลำดับ)
  • #58  ครูคลิกเพื่อแสดงคำถามในหัวข้อทักษะสร้างเสริมความเข้าใจที่คงทนแล้วให้นักเรียน ช่วยกันตอบ (ครูคลิกคำถามและเฉลยทีละข้อ)
  • #59 1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสมการเคมีและอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีโดยครูให้นักเรียน แต่ละคนเขียนสรุปเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ 2) ครูคลิกเพื่อแสดงตัวอย่างแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ทีละขั้น พร้อมสรุปทีละประเด็น 3) ครูอาจให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเสนอแนะเพิ่มเติม โดยดูจากคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ สารและสมบัติของสาร ม. 4–6 ของบริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด ครูใช้เวลาในการสรุปประมาณ 5 นาที (หรือให้ครูใช้เวลาตามความเหมาะสม)