More Related Content
PDF
PPS
DOC
PPT
PPT
PPSX
PDF
ใบความรู้ เรื่อง ความต่างศักย์ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทานไฟฟ้า DOC
What's hot
PPT
PPT
PPT
PDF
Fundamental of electrical ไฟฟ้าเบื้องต้น-r2 PDF
PDF
PDF
การนำไฟฟ้า (Conductivity) PDF
กระแสไฟฟ้า (Electric current)2 PPTX
PDF
PDF
แหล่งกำเนิดไฟฟ้า (Electric source) DOC
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน.Pdf PPT
PPT
PDF
PPT
PPT
PPT
Similar to ฟิสิกส์ ใบงาน10
PPT
ความรู้เบื้องต้นไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ PPT
PPT
PPT
PDF
DOC
DOC
PPT
PPT
PDF
PPT
เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PDF
PDF
PPT
ฟิสิกส์ ใบงาน10
- 1.
ใบความรู้ที่ 10<br />เรื่องกระแสไฟฟ้า ใช้เวลา 30 นาที<br /> …………………………………………………………………………………………………………..<br />กระแสไฟฟ้าในตัวนำ เกิดขึ้นเมื่อมีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ในตัวนำนั้น ๆ เนื่องจากปลายทั้งสองของตัวนำมีความต่างศักย์<br /> <br /> <br /> A B A B<br /> ก่อนต่อกัน ขณะต่อกันด้วยลวดตัวนำ<br />1. ก่อนต่อกัน แผ่นโลหะของอิเล็กโทรสโคบ A กางออก แสดงว่า อิเล็กโทรสโคบ A มีประจุไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้าของอิเล็กโทรสโคบ A ไม่เท่ากับศูนย์ แผ่นโลหะของอิเล็กโทรสโคบ B หุบแสดงว่าอิเล็กโทรสโคบ B ไม่มีประจุไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้าของอิเล็กโทรสโคบ B เท่ากับศูนย์<br />2. ขณะที่ต่อจานโลหะของอิเล็กโทรสโคบ A และอิเล็กโทรสโคบ B ด้วยลวดตัวนำ แผ่นโลหะอิเล็กโทรสโคบ A กางออกแต่กางน้อยกว่าเดิมแสดงว่าโลหะอิเล็กโทรสโคบ A มีประจุไฟฟ้าลดลง และแผ่นโลหะของอิเล็กโทรสโคบ B ก็กางออกเท่ากับการกางของแผ่นโลหะอิเล็กโทรสโคบ A แสดงว่าอิเล็กโทรสโคบ B มีประจุไฟฟ้า ดังนั้น<br /> 2.1 ถ้าอิเล็กโทรสโคบ A และอิเล็กโทรสโคบ B มีความต่างศักย์ เมื่อต่ออิเล็กโทรสโคบ <br />A และอิเล็กโทรสโคบ B ด้วยลวดตัวนำประจุไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ระหว่างอิเล็กโทรสโคบทั้งสอง <br /> 2. 2 ประจุไฟฟ้าจะหยุดเคลื่อนที่เมื่อศักย์ไฟฟ้าเท่ากัน ( ถ้าอิเล็กโทรสโคบทั้งสองทำจากวัสดุชนิดเดียวกันขนาดเท่ากันความจุย่อมเท่ากัน เมื่อแผ่นโลหะกางออกเท่ากันจึงมีประจุไฟฟ้าเท่ากัน ) <br />แหล่งกำเนิดไฟฟ้า คือเครื่องมือที่เปลี่ยนพลังงานรูปอื่นเป็นพลังงานไฟฟ้า แหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันได้แก่ เซลล์ไฟฟ้าเคมี , เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ( Dynamo ) เซลล์สุริยะ <br />( Solar cell ) , คู่ควบความร้อน ( Thermo couple ) , แหล่งกำเนิดไฟฟ้าจากสิ่งมีชีวิต ฯ<br />1. เซลล์ไฟฟ้าเคมี เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า มีขั้วบวกและขั้วลบ กระแสไฟฟ้าเกิดจากปฏิกิริยาเคมีทำให้เกิดความต่างศักย์ระหว่างขั้วเซลล์แบ่งเป็น 2 ชนิด<br /> 1.1 เซลล์ปฐมภูมิ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ความต่างศักย์<br />จะลดลงจนใช้ไม่ได้และต้องทิ้งไปได้แก่ <br /> 1.1.1 เซลล์แบบ สังกะสี-คาร์บอน มีความต่างศักย์<br />ระหว่างขั้วเซลล์ 1.5 , 9 โวลต์ มีรูปร่างทรงกระบอก , สี่เหลี่ยม <br />ใช้กับ ไฟฉาย วิทยุ นาฬิกา เป็นชนิดที่ใช้กันทั่วไป ราคาถูก<br />อายุใช้งานสั้น <br /> <br /> รูป 10.3<br /> <br /> <br /> 1.1.2 เซลล์แบบอัลคาไลน์ มีความต่างศักย์ระหว่างขั้วเซลล์ 1.5 โวลต์ , 9 โวลต์ มีรูปร่างทรงกระบอก , สี่เหลี่ยม , กลมแบน ใช้กับ วิทยุกล้องถ่ายรูป เครื่องคิดเลข อายุการใช้งานยาวนานกว่า แบบเซลล์แบบ สังกะสี-คาร์บอน 2-7 เท่า<br /> 1.1.3 เซลล์แบบลิเธียม มีความต่างศักย์ระหว่างขั้วเซลล์ 2.9 โวลต์ , 3.7 โวลต์ มีรูปร่าง กลมแบน ใช้กับกล้องถ่ายรูป นาฬิกาข้อมือ เครื่องกระตุ้นหัวใจ อายุยาวนานหลายปีถึงมากกว่า 10 ปี <br /> <br /> 1.2 เซลล์ทุติยภูมิ เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง สามารถ<br />ทำให้ความต่างศักย์ระหว่างขั้วเซลล์เพิ่มขึ้นดังเดิม โดยการอัดไฟ <br /> ได้แก่<br /> 1.2.1 เซลล์แบบ Ni - Cd ( นิกเกิล-แคดเมียม ) <br />มีความต่างศักย์ประมาณเซลล์ละ 1.2 โวลต์ , 9 โวลต์ มีรูปร่าง<br />ทรงกระบอก , สี่เหลี่ยม ใช้กับไขควงไฟฟ้า , เครื่องคิดเลข <br />วิทยุ ของเล่น<br /> 1.2.2 เซลล์แบบ Ni - Mh ( นิกเกิล-มีทัลไฮไดร ) <br />มีความต่างศักย์ประมาณเซลล์ละ 1.2 โวลต์ , 9 โวลต์ มีรูปร่างทรงกระบอก , สี่เหลี่ยม ใช้กับกล้องถ่ายรูปดิจิตอล แฟลช ของเล่น <br /> 1.2.3 เซลล์แบบ Li-ion ( ลิเทียม- ไอออน ) มีความต่างศักย์ประมาณเซลล์ละ 1.2 โวลต์ <br />ใช้กับ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ กล้องโทรทัศน์<br /> 1.2.4 เซลล์แบบ ตะกั่ว-กรดกำมะถัน มีความต่างศักย์ 2 , 6 , 12 , 24 โวลต์ ใช้กับ<br />รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถไฟ เรือดำน้ำ เครื่องยนต์ทั่วไป อายุการใช้งานประมาณ 1-5 ปี<br />ขั้วบวกทำด้วย PbO2 ขั้วลบทำด้วย Pb <br />ขั้วลบจะเป็นร่องพรุน ๆ เพื่อให้ทำปฏิกิริยากับ<br />สารละลายกรดได้มากขึ้นแผ่น PbO2 และ Pb ทำ<br />ซ้อนกันหลายแผ่นและมีฉนวนขั้นอยู่ทั้งหมด<br />จุ่มอยู่ในสารละลาย H2SO4เจือจางดังรูป 10.5 รูป 10.5ก การใช้ไฟ รูป 10.5ข การอัดไฟ<br />1. สารละลาย H2SO4 แตกตัวเป็นอิออน 2H+ และ SO4- - <br />2. ตะกั่วละลายในสารละลายได้ Pb++ ทิ้งอิเล็กตรอนไว้ในแผ่นตะกั่ว แผ่นตะกั่วจึงได้รับ<br /> อิเล็กตรอนจากการละลายกลายเป็น Pb++ จึงเป็นขั้วลบ<br />3. SO4- -ที่เกิดจากการแยกตัวของกรด เคลื่อนที่มาที่แผ่นตะกั่ว Pb++ทำปฏิกิริยากับ Pb++ ได้<br /> ตะกั่ว PbSO4 <br /> 2Pb + 2H2SO4 2PbSO4 + 2H2 <br />4. เมื่อต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับขั้วทั้งสองของแบตเตอรี่ อิเล็กตรอนจากแผ่นตะกั่วจะเคลื่อนที่<br /> ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้ามายังแผ่น PbO2 ดังนั้น PbO2จึงเป็นขั้วบวกทำให้ อิออน H+ ไปรวมกันที่<br /> แผ่น PbO2 รับอิเล็กตรอนจาก PbO2 กลายเป็นก๊าซไฮโดรเจน ทำปฏิกิริยาดังสมการ <br /> PbO2 + H2SO4 + 2H2 PbSO4 + 2H2O <br />จะเห็นว่าเมื่อเซลล์จ่ายกระแสไปนาน ๆ แผ่นทั้งสองจะกลายเป็นตะกั่ว PbSO4 เกาะแข็งที่ขั้วเป็นคราบสีขาว และความถ่วงจำเพาะของกรดจะลดลงจนถึงประมาณ 1.17 จึงควรอัดไฟใหม่ <br />การอัดไฟ คือการนำเซลล์ทุติยภูมิไปต่อ<br />กับแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่มีแรงเคลื่อน<br />สูงกว่า โดยขั้วบวกต่อกับบวกขั้วลบต่อกับลบ<br />การอัดไฟเซลล์แบบ ตะกั่ว-กรดมะถันรูป 10.5ข <br />คือการปล่อยกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงเข้าทางขั้วบวกและออกทางขั้วลบ<br /> แผ่นขั้วบวก O2 ที่เกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าผ่าน H2SO4 ทำปฏิกิริยากับ PbSO4 <br /> PbSO4 + O2 + H2O PbO2+ H2SO4<br /> แผ่นขั้วลบ H2 ที่เกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าผ่าน H2SO4 ทำปฏิกิริยากับ PbSO4 <br /> PbSO4 + H2 Pb + H2SO4<br />แผ่นขั้วบวกและขั้วลบจะเปลี่ยนเป็น PbO2 และ Pb ดังเดิม ความถ่วงจำเพาะของกรดจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ1.21 เซลล์จะจ่ายไฟได้ดังเดิมเมื่อใช้แบตเตอรี่ระดับของสารละลายในแบตเตอรี่จะลดต่ำลงเนื่องจากน้ำกลายเป็นไอหรือเปลี่ยนเป็นก๊าซทำให้สารละลายมีความเข้มข้นสูงขึ้นจึงควรเติมน้ำกลั่น <br />รักษาความเข้มข้นให้พอดี <br />2. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ( Dynamo ) เป็นเครื่องมือที่<br />เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้าอาศัยหลักการเหนี่ยวนำ<br />แม่เหล็กไฟฟ้า โดยหมุนขดลวดตัวนำตัดกับสนามแม่เหล็ก<br />หรือหมุนแม่เหล็กให้สนามแม่เหล็กตัดขดลวดตัวนำ ปริมาณ<br />พลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขึ้นกับปริมาณ<br />ของพลังงานกลที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้รับ<br />3. เซลล์สุริยะ เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่<br />เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้สมบัติ<br />ของสารกึ่งตัวนำเช่นซิลิคอน หรือ เซเลเนียม <br />ธาตุเหล่านี้เมื่อถูกแสงจะเกิดศักย์ไฟฟ้าขึ้นทำให้<br />สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า <br />ปริมาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากเซลล์สุริยะขึ้นกับ<br />ปริมาณของแสงที่ตกกระทบ รูป 10.7<br />4. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าจากสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้า เช่นปลาไหล หัวปลาไหลมีศักย์ไฟฟ้าเป็นบวก หางมีศักย์ไฟฟ้าเป็นลบ นอกจากนี้ทุกทุกครั้ง<br />ที่หัวใจเต้นจะมีความต่างศักย์ระหว่างจุดสองจุดในร่างกาย<br />5. คู่ควบความร้อน เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่เปลี่ยน<br />พลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้า ทำจากโลหะสองชนิด<br />ที่ต่างกันอาศัยผลต่างของอุณหภูมิของปลายทั้งสองที่ต่อกัน<br />เช่น ทองแดงและเหล็กและทำให้อุณหภูมิของปลายทั้งสอง<br />ต่างกันดังรูป 10.8 จะพบว่ามีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นเล็กน้อย<br />โดยสังเกตได้จากการเบนของเข็มแอมมิเตอร์ แสดงว่า รูป 10.8<br />ความต่างของอุณหภูมิทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้แหล่งกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าวเรียกว่า คู่ควบความร้อน <br /> ความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างทองแดงและเหล็กมีค่าประมาณ 7 ไมโครโวลต์ต่อองศาเซลเซียส<br />ความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างพลวงและบิสมัธมีค่าประมาณ 100 ไมโครโวลต์ต่อองศาเซลเซียส<br /> ถ้าเพิ่มความต่างของอุณหภูมิระหว่างปลายทั้งสองของคู่ควบความร้อนให้มากขึ้น พบว่ามีความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงขึ้น จึงสามารถนำคู่ควบความร้อนทำเทอร์มอมิเตอร์ได้ <br />