การกระจายเชื้อเพลิง
                        ในตางประเทศ
รวมทั่วโลก
        ในการผลิตกระแสไฟฟารวมของโลก ในป 2549 มีสัดสวนการกระจายเชื้อเพลิงโดยใชถาน
หินมากที่สุด คิดเปนรอยละ 41.0 ตามดวยการใชกาซธรรมชาติรอยละ 20.1 พลังงานน้ํารอยละ
16.0 นิวเคลียรรอยละ 14.8 น้ํามันรอยละ 5.8 พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 2.3

                            สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของโลก
                                                  ป 2549

                                                       พลังงานหมุนเวียน
                                  กาซธรรมชาติ             และอื่นๆ
                                      20%                    2%
                                                                    นิวเคลียร
                                                                      15%


                        น้ํามัน
                         6%




                                                                            พลังงานน้ํา
                                                                              16%




                                        ถานหิน
                                         41%

       ที่มา : Energy Information Administration


        แตละประเทศมีการใชเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาในสัดสวนที่แตกตางกันไปตาม
นโยบายพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู และขอจํากัดอื่นๆของประเทศนั้นๆ ไมมี
กฎเกณฑ ตายตัว จึงขอยกตัว อยา งการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ าของบางประเทศที่
นาสนใจ โดยใชขอมูล Country Analysis Brief (September 2008) ของ Energy Information
Administration(EIA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตัวเลขที่ EIA รวบรวมจากรายงานประเทศตางๆ และ
ปรับใหอยูในฐานเดียวกันแลว จึงสามารถเปรียบเทียบกันได ขอมูลเหลานี้ใชตัวเลขป 2548 ซึ่ง
อาจจะลาสมัย แตก็สามารถทําใหผูอานเห็นภาพการกระจายเชื้อเพลิงของประเทศอื่นๆไดชัดเจนขึ้น



                                                                                          1
ฝรั่งเศส
         ฝรั่งเศสเปนประเทศที่มีทรัพยากรฟอสซิลจํากัด ทําใหตองพึ่งพาพลังงานนิวเคลียรเปน
แหลงเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟาเพื่อลดการนําเขาพลังงาน ในป 2548 ฝรั่งเศสผลิตไฟฟาจาก
พลังงานนิวเคลียรเปนอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แตมีสัดสวนในการใชพลังงาน
นิวเคลียรในการผลิตไฟฟาสูงสุดของโลก




ที่มา : Energy Information Administration



       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 ฝรั่งเศสเปนประเทศที่ผลิตไฟฟามากเปนอันดับ 2
ของสหภาพยุโรป รองจากประเทศเยอรมนี ผลิตไฟฟา 540.8 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา
440.6 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                       2
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ฝรั่งเศสมีนโยบายลดการพึ่งพาการนําเขา
แหลงพลังงานจากตางประเทศ จึงมีการผลิตไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียรเปนหลักถึงรอยละ 79
สวนที่เหลือเปนการผลิตไฟฟาจากพลังน้ํา รอยละ 10 ใชถานหินรอยละ 5 ใชกาซธรรมชาติ รอยละ
4 น้ํามัน รอยละ 1 พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 1




                          สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของฝรั่งเศส
                                           ป 2548




                                                       พลังน้ํา
                                                          10%

                                                                  ถานหิน
                                                                   5%

                                                                    1% น้ํามัน


                                                                    4%
                                                                         กาซธรรมชาติ
                                                                    1%
             นิวเคลียร                                      พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ
                     79%




       ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                        3
เดนมารก
        เดนมารกเปนประเทศเดียวในทวีปยุโรปที่สามารถผลิตพลังงานไดเพียงพอกับความตองการ
ใชพลังงานของประเทศ โดยในป 2548 เดนมารกผลิตพลังงานไดมากกวาการใชพลังงานถึง 44 %
จึงมีการสงออกพลังงานไฟฟาไปขายยังประเทศตางๆในยุโรป รวมถึงการสงออกอุปกรณผลิตไฟฟา
โดยเฉพาะกังหันลมออกไปขายทั่วโลก

       เดนมารกมีศักยภาพพลังงานลมสูง จึงเปนผูนําของโลกในการใชประโยชนจากพลังงานลม
มาผลิตกระแสไฟฟา โดยมีอัตราการใชพลังงานลมและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นโดยตลอด

                           การเติบโตของการใชพลังงานหมุนเวียนในเดนมารก




       ที่มา : Energy Information Administration



       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 เดนมารกมีกาลังผลิตติดตั้ง 13.37 GW มีการ
                                                         ํ
ผลิตไฟฟา 34.21 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 34.02 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                    4
ที่มา : Energy Information Administration


        การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : เดนมารกผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินรอย
ละ 43 ตามดวยการผลิตไฟฟาจากพลังงานลมรอยละ 19 กาซธรรมชาติ รอยละ 24 พลังงาน
หมุนเวียนอื่นๆ รอยละ 10 น้ํามันรอยละ 4 และพลังงานน้ําในวัดสวนนอยมาก


                 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของเดนมารก
                                         ป 2548

                                                       พลังงาน
                                                   หมุนเวียนและอื่นๆ
                                                         29%



                                                                       พลังงานน้ํา
           กาซธรรมชาติ                                                   0%
               24%




                          น้ํามัน
                           4%
                                                          ถานหิน
                                                           43%


      ที่มา : Energy Information Administration



                                                                                     5
สหรัฐอเมริกา
        สหรัฐอเมริกาเปนทั้งประเทศผูผลิต และผูใชพลังงานรายใหญที่สุดของโลก รวมทั้งเปนผู
นําเขาพลังงานอันดับหนึ่งของโลก ทั้งๆ ที่สหรัฐอเมริกามีทรัพยากรธรรมชาติดานพลังงานสูงติด
อันดับโลก อาทิ มีปริมาณถานหินสํารองอันดับ 1 ของโลก มีปริมาณกาซธรรมชาติอันดับ 6 ของโลก
และมีปริมาณสํารองน้ํามันอันดับ 11 ของโลก




       ที่มา : Energy Information Administration



       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 สหรัฐอเมริกามีกําลังผลิตติดตั้ง 956.67 GW มี
การผลิตไฟฟา 4,061.98 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 3,815.67 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                         6
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : สหรัฐผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปนหลัก
คิดเปนรอยละ 51 ตามดวยพลังงานนิวเคลียรรอยละ 19 กาซธรรมชาติ รอยละ 18 พลังงานน้ํา
รอยละ 7 น้ํามันรอยละ 3 และพลังหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 2


                สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของสหรัฐอเมริกา
                                           ป 2548


                                      กาซธรรมชาติ       พลังงาน
                                          18%        หมุนเวียนและอื่นๆ
                          น้ํามัน                           2%
                           3%


                                                               นิวเคลียร
                                                                 19%




                                                              พลังงานน้ํา
                                                                 7%
                         ถานหิน
                          51%




       ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                  7
บราซิล
         บราซิลเปนประเทศที่ใชพลังงานเชิงพาณิชยขั้นตนมากเปนอันดับ 10 ของโลก และมีอัตรา
การใชพลังงานเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะสวนของน้ํามัน (รวมการเติบโตของการใชเอทานอล)
         จากภูมิประเทศของบราซิล ทําใหมีศักยภาพพลังงานน้ําสูงมาก บราซิลสรางเขื่อนขนาด
ใหญเพื่อผลิตไฟฟา และมีการผลิตกระแสไฟฟาจากพลังน้ําในสัดสวนที่สูงมาก




       ที่มา : Energy Information Administration

       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 บราซิลมีกําลังผลิตติดตั้ง 90.7 GW มีการผลิต
ไฟฟา 396.4 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 368.5 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง

       บราซิลผลิตไฟฟาไดมากกวาความตองการใชในประเทศ จึงขายไฟฟาใหกับประเทศเพื่อน
บาน และมีการแลกเปลี่ยนกระแสไฟฟากับประเทศอาเจนตินา โดยขายไฟใหอาเจนตินาในชวง
หนาหนาว และซื้อไฟคืนในชวงหนารอน




                                                                                       8
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : บราซิลผลิตกระแสไฟฟาจากพลังงานน้ําเปน
หลักถึงรอยละ 84 สวนที่เหลือเปนการผลิตไฟฟาจากกาซธรรมชาติ รอยละ 5 ใชพลังหมุนเวียนและ
อื่นๆ รอยละ 4 ใชน้ํามันรอยละ 3 นิวเคลียรรอยละ 2 และ ถานหินรอยละ 2

          จากการใชพลังงานน้ํามาผลิตไฟฟาในสัดสวนที่สูงมาก ทําใหบราซิลมีปญหาดานความ
มั่นคงของพลังงานในชวงหนาแลง หรือในปที่ฝนตกนอย ทําใหปริมาณน้ําในเขื่อนนอย และพื้นที่ตั้ง
เขื่อนอยูหางไกลจากจุดที่ตองการใชไฟฟา จึงเกิดการสูญเสียในระบบคอนขางมาก

       ปจจุบันบราซิลมีโรงไฟฟานิวเคลียร 2 โรง และมีแผนสรางโรงไฟฟานิวเคลียรใหมอีก 2 โรง
โดยมีนโยบายใชเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศมากกวาการนําเขาจากตางประเทศ


                           สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของบราซิล
                                                    ป 2548




                                                                      พลังน้ํา
                                                                       84%

                นิวเคลียร 2%

  พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ
                           4%

             กาซธรรมชาติ 5%
                       น้ํามัน 3%
                                  2%
                                     ถานหิน




                ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                          9
แอฟริกาใต
        แอฟริกาใตใชถานหินเปนแหลงพลังงานในสัดสวนที่สูงมาก เนื่องจากมีทรัพยากรถานหิน
ในประเทศอยูเปนจํานวนมาก ทําใหแอฟริกาใตเปนผูสงออกถานหินที่สําคัญของโลก ในขณะ
เดียวกัน แอฟริกาใตกลับตองนําเขาน้ํามันและกาซธรรมชาติในปริมาณมากเชนกันเพื่อตอบสนอง
ความตองการใชพลังงานของประเทศ

          จากการที่แอฟริกาใตมีปริมาณสํารองถานหินสูงมาก จึงใชถานหินของตนเองผลิตไฟฟาใน
สัดสวนที่สูงมาก ทําใหแอฟริกาใตเปนประเทศที่มีตนทุนการผลิตไฟฟาต่ําสุดประเทศหนึ่งของโลก
สงผลใหเกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วและแข็งแรง มีการเติบโตทางอุตสาหกรรม และ
การพัฒนาดานตางๆเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไฟฟา แตเมื่อตนป 2551 แอฟริกาใตประสพปญหาการ
ขาดแคลนกระแสไฟฟา อย างหนัก จากปญหาคนงานเหมื อ งถานหิน ประทว งและลุ ก ลามจนป ด
โรงไฟฟาถานหิน ทําใหแอฟริกาใตไมมีกระแสไฟฟาใชเกือบ 2 สัปดาห เกิดการสูญเสียทาง
เศรษฐกิจถึง 253 – 282 ลานดอลลารสหรัฐ รัฐบาลแอฟริกาใตตองดําเนินโครงการแบบเรงดวนเพื่อ
แกปญหาการขาดแคลนกระแสไฟฟาอันอาจจะเกิดขึ้นในภายหนา ทั้งในรูปของการใหผูผลิตไฟฟา
อิสระรายใหญลงทุนสรางโรงไฟฟา การปรับปรุงระบบสงกระแสไฟฟา รวมถึงการใชนโยบายกระจาย
เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาโดยใชเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ มากขึ้น




                                                                                     10
ที่มา : Energy Information Administration


       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 แอฟริกาใตมีกําลังผลิตติดตั้ง 40.48 GW มีการ
ผลิตไฟฟา 228.3 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 210.7 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง

        การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : แอฟริกาใตผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปน
หลักถึงรอยละ 93 ตามดวยพลังงานนิวเคลียรรอยละ 5 พลังน้ํารอยละ 2 และพลังหมุนเวียนไมถึง
รอยละ 1


                  สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของแอฟริกาใต
                                              ป 2548




                พลังน้ํา                                          ถานหิน
                      2%
                                                                  93%


         นิวเคลียร   5%
                       0%
           พลังงานหมุนเวียน
               และอื่นๆ *


                  หมายเหตุ : นอยกวา 1%

       ที่มา : Energy Information Administration



       แอฟริกาใตกําลังทดลองโครงการโรงไฟฟานิวเคลียรรุนใหม หากประสพความสําเร็จ ก็มี
แผนจะสรางโรงไฟฟานิวเคลียรเพิ่มอีก 10 โรง และจะสงไฟฟาสวนเกินไปขายยังประเทศอื่นๆ ใน
ทวีปแอฟริกา




                                                                                    11
ออสเตรเลีย
        ออสเตรเลียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง และมีคาเงินดอลลารออสเตรเลียแข็งมาก
ออสเตรเลียมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณทั้งน้ํามัน กาซธรรมชาติ และถานหิน จึงเปนประเทศผู
ส ง ออกพลั ง งานรายใหญ ข องโลก โดยเป น ผู ส ง ออกถ า นหิ น มากที่ สุ ด ในโลก และส ง ออกก า ซ
ธรรมชาติเหลว (LNG) เปนอันดับ 5 ของโลก ออสเตรเลียคาดวาจะสงออกถานหินและLNGเพิ่มขึ้น
ในอนาคต เพื่อรองรับความตองการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเอเชีย ซึ่งจะตองแขงขันกับจีน
และอินโดนีเซีย




        ที่มา : Energy Information Administration


       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 ออสเตรเลียมีกําลังผลิตติดตั้ง 49.29 GW มีการ
ผลิตไฟฟา 236.7 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 219.8 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                               12
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ออสเตรเลียผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปน
หลักถึงรอยละ 80 ตามดวยกาซธรรมชาติรอยละ 12 พลังน้ํารอยละ 6 น้ํามันรอยละ 1 และพลัง
หมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 1


                         สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของออสเตรเลีย
                                                   ป 2548



                          พลังน้ํา
                                    6%
พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ       1%


      กาซธรรมชาติ       12%




               น้ํามัน    1%                                  ถานหิน
                                                             80%




       ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                  13
ญี่ปุน
         ญี่ปุนเปนประเทศที่ไมมีทั้งทรัพยากรน้ํามันและกาซธรรมชาติของตัวเอง จึงเปนผูนําเขา
น้ํามันมากเปนอันดับ 2 ของโลก และเปนผูนําเขากาซธรรมชาติเหลว(LNG) อันดับ 1 ของโลกในป
2548
         ปจจุบัน ญี่ปุนเปนผู สงออกเครื่องจัก รและอุปกรณเกี่ยวกับพลัง งานรายสําคัญของโลก
รัฐบาลญี่ปุนใหความสําคัญดานความมั่นคงพลังงานเปนอยางมาก โดยใหการสนับสนุนการวิจัย
พลังงานดานตางๆ รวมถึงการพัฒนาดานประสิทธิภาพพลังงาน และการลดกาซารบอนไดออกไซด
ที่เกิดจากการใชพลังงาน

       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 ญี่ปุนมีกําลังผลิตไฟฟา 247.9 GW สูงเปนที่ 3
ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน มีการผลิตไฟฟา 1,024.6 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใช
ไฟฟา 974.2 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง ญี่ปุนเปนประเทศที่ใชไฟฟามากที่สุดในเอเชีย แตมีความ
ตองการใชไฟฟาเติบโตในอัตราต่ําสุดในภูมิภาคเอเชีย




        ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                          14
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ญี่ปุนมีนโยบายสรางความมันคงดาน
                                                                          ่
พลังงานดวยการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา โดยมีการใชเชื้อเพลิงถานหินและนิวเคลียรดวย
สัดสวนที่เทาๆกัน ประมาณรอยละ 28 ตามดวยการใชกาซธรรมชาติรอยละ 21 ใชน้ํามันรอยละ
13 ใชพลังงานน้ารอยละ 8 พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 2
                  ํ

         ญี่ปุนใชน้ํามันผลิตกระแสไฟฟาในสัดสวนที่ลดลงเรื่อยๆ และเพิ่มสัดสวนของโรงไฟฟาถาน
หินและนิวเคลียร ซึ่งสามารถรองรับความตองการใชไฟฟาของประเทศไดและไมกอใหเกิดกาซ
คารบอนไดออกไซดซึ่งเปนสาเหตุของภาวะโลกรอน โดยใชเทคโนโลยีถานหินสะอาดเพื่อรักษา
สิ่งแวดลอม ในขณะเดียวกัน ญี่ปุนมีเตาปฏิกรณนิวเคลียรใชในการผลิตไฟฟา 55 ตัว มีกําลังผลิต
ติดตั้ง 50 GW ซึ่งสูงเปนอันดับ 3 ของโลก โดยหากจะสรางโรงไฟฟานิวเคลียรในญี่ปุนได ตองไดรับ
ความเห็นชอบจากรัฐบาลและชุมชนกอนจึงจะดําเนินการได


                      สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของญี่ปุน
                                              ป 2548

                                       พลังงานหมุนเวียน
                                           และอื่นๆ
                                             2%
                  กาซธรรมชาติ
                      21%                                      นิวเคลียร
                                                                 28%




                   น้ํามัน
                   13%
                                                                  พลังงานน้ํา
                                                                     8%



                                             ถานหิน
                                              28%



ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                          15
จีน
          จีนเปนประเทศที่มีจํานวนประชากรมากที่สุดในโลก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอยาง
รวดเร็ว มีการเติบโตของ GDP เฉลี่ยปละ 10% มาตั้งแตป 2543 จีนจึงมีความตองการพลังงาน
เพิ่มขึ้นอยางมาก ในป 2549 จีนเปนประเทศผูนําเขาน้ํามันสูงเปนอันดับ 3 ของโลก การใชกาซ
ธรรมชาติในจีนก็เพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วเชนกัน โดยนําเขาทั้งทางทอกาซและ LNG สวนถานหินนั้น จีน
เปนทั้งผูผลิตและผูบริโภคถานหินรายใหญที่สุดในโลก จีนใชถานหินเปนแหลงพลังงานหลักของ
ประเทศ ( 70%) และเปนเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟา




        ที่มา : Energy Information Administration



        การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 จีนมีกําลังผลิตติดตั้ง 442.4 GW มีการผลิต
ไฟฟา 2,371.8 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 2,197.1 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                          16
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : จีนผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปนหลักใน
สัดสวนรอยละ 79 ตามดวยพลังน้ํารอยละ 16 น้ํามันรอยละ 2.4 นิวเคลียรรอยละ 2.1 และกาซ
ธรรมชาติรอยละ 0.5

                            สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของจีน
                                               ป 2548

                            นิวเคลียร              พลังน้ํา
                             2.1%                   16 %
             กาซธรรมชาติ
                0.5 %


                น้ํามัน
                2.4 %




                                                                ถานหิน
                                                                79 %


        ที่มา : Energy Information Administration


         ปจจุบันจีนใชถานหินผลิตไฟฟาในสัดสวนที่สูงมาก แตก็มีนโยบายกระจายเชื้อเพลิงในการ
ผลิตไฟฟามากขึ้น และใหความสําคัญกับการผลิตไฟฟาจากเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น โดยจีนกําลัง
ติดตั้งโรงไฟฟาที่ใชกาซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจํานวนมาก และสรางเขื่อนผลิตไฟฟาพลังน้ําขนาดใหญ
ที่สุดในโลก มีเครื่องกําเนิดไฟฟาขนาด 700 MW จํานวน 26 ตัว กําลังผลิตติดตั้งรวม 18.2 GW
รวมทั้งสรางโรงไฟฟานิวเคลียรเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนเห็นวานิวเคลียรเปนพลังงานที่สะอาดและเปน
เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาที่มีประสิทธิภาพ แตเปนที่คาดการณวาจีนคงจะไมไดเพิ่มสัดสวนการ
ผลิตไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียรมากนัก สัดสวนคงอยูใกลเคียงกับของเดิม ประมาณรอยละ 2.5-
4.5

       แตเนื่องจากจีนมีปริมาณถานหินสํารองสูงมาก ประกอบกับจีนไมมั่นใจการนําเขากาซ
ธรรมชาติจากรัสเซียในอนาคต และราคา LPG นําเขาสูงขึ้น ทําใหโรงไฟฟาพลังงานความรอนจาก
ถานหินยังคงมีความสําคัญแกจีน รัฐบาลจีนมีแผนที่จะปดหรือปรับปรุงโรงไฟฟาถานหินขนาดเล็ก
จํานวนมากที่ไมมีประสิทธิภาพ เนนการผลิตไฟฟาจากโรงไฟฟาขนาดกลาง (300 – 600 MW) และ
ขนาดใหญ (1,000 MW ขึ้นไป)




                                                                                          17
เกาหลีใต
       เกาหลีใตไมมีแหลงพลังงานในประเทศ ทําใหตองนําเขาพลังงานจํานวนมากเพื่อตอบ
สนองความตองการการใชพลังงานในประเทศ โดยเกาหลีใตมีการนําเขาน้ํามันมากเปนอันดับ 5
ของโลก แตการใชน้ํามันของเกาหลีใตมีอัตราการเติบโตลดลง เนื่องจากมีการนําเขากาซธรรมชาติ
และถานหินในอัตราที่เพิ่มขึ้น




       ที่มา : Energy Information Administration



       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 เกาหลีใตมีกําลังผลิตติดตั้ง 62.23 GW มีการ
ผลิตไฟฟา 366.22 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 352.49 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                    18
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : เกาหลีใตผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินและ
นิวเคลียรเปนหลักในสัดสวนที่ใกลเคียงกัน คือประมาณรอยละ 38 เทากัน ตามดวยกาซธรรมชาติ
รอยละ 16 น้ํามันรอยละ 7 และพลังงานหมุนเวียนนอยมากไมถึงรอยละ 1
         การใชโรงไฟฟานิวเคลียรมีบทบาทในประเทศเกาหลีใตเมื่อประมาณ 20 ปที่ผานมา
ปจจุบัน เกาหลีมีโรงไฟฟานิวเคลียร 4 โรง และกําลังกอสรางอีก 2 โรง


                 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของเกาหลี
                                         ป 2548

                          พลังงานหมุนเวียน
                              และอื่นๆ
                                0%
                กาซธรรมชาติ
                    16%
                                                       นิวเคลียร
                                                         38%

               น้ํามัน
                7%




                                                      พลังงานน้ํา
                                                         1%

                             ถานหิน
                              38%




       ที่มา : Energy Information Administration




                                                                                    19
อินเดีย
       อินเดียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอยางรวดเร็ว และมีความตองการบริโภคพลังงานเพิ่มขึ้น
สูงมากโดยเฉพาะน้ํามันและกาซธรรมชาติ ซึ่งอินเดียมีการนําเขาน้ํามันเพิ่มขึ้นโดยตลอด

          ปจจุบันอินเดียเปนประเทศผูผลิตถานหินรายใหญเปนอันดับ 3 ของโลก และเมื่อไมนามมา
นี้ อินเดียมีการคนพบกาซธรรมชาติ แตยงคงตองนําเขากาซธรรมชาติจากตางประเทศทังทางทอ
                                          ั                                        ้
และในรูปของLPG เพื่อใหเพียงพอกับความตองการใชภายในประเทศ

        ปจจุบันอินเดียยังคงประสพปญหาเรื่องการขาดแคลนกระแสไฟฟาในหลายๆพืนที่ รัฐบาล  ้
อินเดียไดใหการสนับสนุนการพัฒนาดานพลังงานอยางมาก ทั้งในรูปพลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ
ขณะนี้อินเดียมีโรงไฟฟานิวเคลียรที่เดินเครื่องทั้งหมด 17 โรง และยังมีโรงไฟฟานิวเคลียรที่อยู
ระหวางการกอสรางอีก 6 โรง

       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 อินเดียมีกําลังผลิตติดตั้ง 137.58 GW มีการผลิต
ไฟฟา 661.64 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 488.53 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง

        การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : อินเดียผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปนหลัก
ดวยสัดสวนประมาณรอยละ 70 ตามดวยพลังน้ารอยละ 14 กาซธรรมชาติรอยละ 9 น้ํามันรอยละ
                                          ํ
4 นิวเคลียรรอยละ 2 และพลังงานหมุนเวียนรอยละ 1
             
                             สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของอินเดีย
                                                     ป 2548


                                          พลังน้ํา
                                            14%

                             นิวเคลียร
                                2%
  พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ     1%


           กาซธรรมชาติ      9%




                   น้ํามัน    4%
                                                                   ถานหิน
                                                                 70%




        ที่มา : Energy Information Administration


                                                                                           20
เวียตนาม
       ในชวง 20 ปที่ผานมา เวียตนามเปนผูนําเขาน้ํามันและกาซธรรมชาติรายสําคัญของเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต การใชพลังงานของเวียตนามเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องตามการเติบโตของการพัฒนา
เศรษฐกิจของประเทศ โดยเวียตนามมีการเติบโตของ GDP เฉลี่ยปละ 7.3 % ในชวง 10 ปที่ผานมา




       ที่มา : Energy Information Administration



       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 เวียตนามมีกําลังผลิตติดตั้ง 11.3 GW มีการผลิต
ไฟฟา 51.33 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 45.46 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง ความตองการใช
ไฟฟาในเวียตนามมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นตลอดชวง 10 ปที่ผานมา แตอัตราการใชไฟฟาตอจํานวน
ประชากรของเวียตนามยังนับวาต่ํามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย




                                                                                       21
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : เวียตนามผลิตกระแสไฟฟาจากกาซธรรมชาติ
และพลังน้ําเปนหลักในสัดสวนที่ใกลเคียงกัน คือประมาณรอยละ 39 ตามดวยถานหินรอยละ 17
และน้ํามันรอยละ 5

      เวียตนามมีการนําเขาไฟฟาจํานวนเล็กนอยจากจีนมาใชทางภาคเหนือเพื่อปองกันการขาด
แคลนไฟฟา และนําเขาไฟฟาจากลาวในป 2551


                  สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของเวียตนาม
                                            ป 2548




                                                                พลังงานน้ํา
                                                                  39%


           กาซธรรมชาติ
               39%




                                  น้ํามัน             ถานหิน
                                   5%                  17%




       ที่มา : Energy Information Administration



         เวี ย ตนามวางแผนการผลิ ต ไฟฟ า ในอนาคตให มี ก ารเติ บ โตแบบก า วกระโดด โดยมี
เปาหมายกําลังการผลิตรวมที่ 81 GW ในป 2563 ซึ่งหมายถึงการมีกําลังการผลิตไฟฟาเพิ่มขึ้นถึง
9 เทาในเวลา 15 ป โดยจะสรางโรงไฟฟาใหมเพิ่มขึ้นถึง 74 โรง ในจํานวนนี้ คาดวาจะเปนโรงไฟฟา
พลังน้ํา 48 โรง รัฐบาลเวียตนามใหความสําคัญตอนโยบายการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิต
ไฟฟาโดยอนุมัติใหสรางโรงไฟฟานิวเคลียรโรงแรกในเวียตนามแลว




                                                                                        22
ไทย
          ประเทศไทยมีทรัพยากรกาซธรรมชาติที่สํารวจแลวจํานวนคอนขางมาก แตมีทรัพยากร
น้ํามันที่จํากัด ทําใหตองพึ่งพาการนําเขาน้ํามันจํานวนมากเพื่อรองรับความตองการใชพลังงานของ
ประเทศ และยังตองนําเขากาซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบานดวย




        ที่มา : Energy Information Administration



       การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2551 ไทยมีกําลังผลิตติดตั้ง 29.89 GW มีการผลิต
ไฟฟา 148.78 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และป 2550 มีการใชไฟฟา 136.025 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง




                                                                                         23
การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ป 2551 ไทยผลิตกระแสไฟฟาจากกาซ
ธรรมชาติถึง รอยละ 70 รองลงมาเปนถานหิน และลิกไนต รอยละ 20 พลังน้ํา รอยละ 5 รับซื้อ
จากตางประเทศ รอยละ 2 พลังงานหมุนเวียน รอยละ 2 และน้ํามัน รอยละ 1



                      สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของไทย
                                               ป 2551


                                          น้ํามัน
                                           1%
                ลิกไนต/ถานหิน
                     20%




       พลังงานหมุนเวียน
             2%


             พลังงานน้ํา
                5%
                  นําเขา
                   2%
                                                               กาซธรรมชาติ
                                                                   70%



       ที่มา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน




                                                                                     24

04.การกระจายเชื้อเพลิงในต่างประเทศ

  • 1.
    การกระจายเชื้อเพลิง ในตางประเทศ รวมทั่วโลก ในการผลิตกระแสไฟฟารวมของโลก ในป 2549 มีสัดสวนการกระจายเชื้อเพลิงโดยใชถาน หินมากที่สุด คิดเปนรอยละ 41.0 ตามดวยการใชกาซธรรมชาติรอยละ 20.1 พลังงานน้ํารอยละ 16.0 นิวเคลียรรอยละ 14.8 น้ํามันรอยละ 5.8 พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 2.3 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของโลก ป 2549 พลังงานหมุนเวียน กาซธรรมชาติ และอื่นๆ 20% 2% นิวเคลียร 15% น้ํามัน 6% พลังงานน้ํา 16% ถานหิน 41% ที่มา : Energy Information Administration แตละประเทศมีการใชเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาในสัดสวนที่แตกตางกันไปตาม นโยบายพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู และขอจํากัดอื่นๆของประเทศนั้นๆ ไมมี กฎเกณฑ ตายตัว จึงขอยกตัว อยา งการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ าของบางประเทศที่ นาสนใจ โดยใชขอมูล Country Analysis Brief (September 2008) ของ Energy Information Administration(EIA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตัวเลขที่ EIA รวบรวมจากรายงานประเทศตางๆ และ ปรับใหอยูในฐานเดียวกันแลว จึงสามารถเปรียบเทียบกันได ขอมูลเหลานี้ใชตัวเลขป 2548 ซึ่ง อาจจะลาสมัย แตก็สามารถทําใหผูอานเห็นภาพการกระจายเชื้อเพลิงของประเทศอื่นๆไดชัดเจนขึ้น 1
  • 2.
    ฝรั่งเศส ฝรั่งเศสเปนประเทศที่มีทรัพยากรฟอสซิลจํากัด ทําใหตองพึ่งพาพลังงานนิวเคลียรเปน แหลงเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟาเพื่อลดการนําเขาพลังงาน ในป 2548 ฝรั่งเศสผลิตไฟฟาจาก พลังงานนิวเคลียรเปนอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แตมีสัดสวนในการใชพลังงาน นิวเคลียรในการผลิตไฟฟาสูงสุดของโลก ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 ฝรั่งเศสเปนประเทศที่ผลิตไฟฟามากเปนอันดับ 2 ของสหภาพยุโรป รองจากประเทศเยอรมนี ผลิตไฟฟา 540.8 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 440.6 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 2
  • 3.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ฝรั่งเศสมีนโยบายลดการพึ่งพาการนําเขา แหลงพลังงานจากตางประเทศจึงมีการผลิตไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียรเปนหลักถึงรอยละ 79 สวนที่เหลือเปนการผลิตไฟฟาจากพลังน้ํา รอยละ 10 ใชถานหินรอยละ 5 ใชกาซธรรมชาติ รอยละ 4 น้ํามัน รอยละ 1 พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 1 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของฝรั่งเศส ป 2548 พลังน้ํา 10% ถานหิน 5% 1% น้ํามัน 4% กาซธรรมชาติ 1% นิวเคลียร พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ 79% ที่มา : Energy Information Administration 3
  • 4.
    เดนมารก เดนมารกเปนประเทศเดียวในทวีปยุโรปที่สามารถผลิตพลังงานไดเพียงพอกับความตองการ ใชพลังงานของประเทศ โดยในป 2548 เดนมารกผลิตพลังงานไดมากกวาการใชพลังงานถึง 44 % จึงมีการสงออกพลังงานไฟฟาไปขายยังประเทศตางๆในยุโรป รวมถึงการสงออกอุปกรณผลิตไฟฟา โดยเฉพาะกังหันลมออกไปขายทั่วโลก เดนมารกมีศักยภาพพลังงานลมสูง จึงเปนผูนําของโลกในการใชประโยชนจากพลังงานลม มาผลิตกระแสไฟฟา โดยมีอัตราการใชพลังงานลมและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นโดยตลอด การเติบโตของการใชพลังงานหมุนเวียนในเดนมารก ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 เดนมารกมีกาลังผลิตติดตั้ง 13.37 GW มีการ ํ ผลิตไฟฟา 34.21 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 34.02 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 4
  • 5.
    ที่มา : EnergyInformation Administration การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : เดนมารกผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินรอย ละ 43 ตามดวยการผลิตไฟฟาจากพลังงานลมรอยละ 19 กาซธรรมชาติ รอยละ 24 พลังงาน หมุนเวียนอื่นๆ รอยละ 10 น้ํามันรอยละ 4 และพลังงานน้ําในวัดสวนนอยมาก สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของเดนมารก ป 2548 พลังงาน หมุนเวียนและอื่นๆ 29% พลังงานน้ํา กาซธรรมชาติ 0% 24% น้ํามัน 4% ถานหิน 43% ที่มา : Energy Information Administration 5
  • 6.
    สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาเปนทั้งประเทศผูผลิต และผูใชพลังงานรายใหญที่สุดของโลก รวมทั้งเปนผู นําเขาพลังงานอันดับหนึ่งของโลก ทั้งๆ ที่สหรัฐอเมริกามีทรัพยากรธรรมชาติดานพลังงานสูงติด อันดับโลก อาทิ มีปริมาณถานหินสํารองอันดับ 1 ของโลก มีปริมาณกาซธรรมชาติอันดับ 6 ของโลก และมีปริมาณสํารองน้ํามันอันดับ 11 ของโลก ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 สหรัฐอเมริกามีกําลังผลิตติดตั้ง 956.67 GW มี การผลิตไฟฟา 4,061.98 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 3,815.67 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 6
  • 7.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : สหรัฐผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปนหลัก คิดเปนรอยละ51 ตามดวยพลังงานนิวเคลียรรอยละ 19 กาซธรรมชาติ รอยละ 18 พลังงานน้ํา รอยละ 7 น้ํามันรอยละ 3 และพลังหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 2 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของสหรัฐอเมริกา ป 2548 กาซธรรมชาติ พลังงาน 18% หมุนเวียนและอื่นๆ น้ํามัน 2% 3% นิวเคลียร 19% พลังงานน้ํา 7% ถานหิน 51% ที่มา : Energy Information Administration 7
  • 8.
    บราซิล บราซิลเปนประเทศที่ใชพลังงานเชิงพาณิชยขั้นตนมากเปนอันดับ 10 ของโลก และมีอัตรา การใชพลังงานเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะสวนของน้ํามัน (รวมการเติบโตของการใชเอทานอล) จากภูมิประเทศของบราซิล ทําใหมีศักยภาพพลังงานน้ําสูงมาก บราซิลสรางเขื่อนขนาด ใหญเพื่อผลิตไฟฟา และมีการผลิตกระแสไฟฟาจากพลังน้ําในสัดสวนที่สูงมาก ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 บราซิลมีกําลังผลิตติดตั้ง 90.7 GW มีการผลิต ไฟฟา 396.4 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 368.5 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง บราซิลผลิตไฟฟาไดมากกวาความตองการใชในประเทศ จึงขายไฟฟาใหกับประเทศเพื่อน บาน และมีการแลกเปลี่ยนกระแสไฟฟากับประเทศอาเจนตินา โดยขายไฟใหอาเจนตินาในชวง หนาหนาว และซื้อไฟคืนในชวงหนารอน 8
  • 9.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : บราซิลผลิตกระแสไฟฟาจากพลังงานน้ําเปน หลักถึงรอยละ84 สวนที่เหลือเปนการผลิตไฟฟาจากกาซธรรมชาติ รอยละ 5 ใชพลังหมุนเวียนและ อื่นๆ รอยละ 4 ใชน้ํามันรอยละ 3 นิวเคลียรรอยละ 2 และ ถานหินรอยละ 2 จากการใชพลังงานน้ํามาผลิตไฟฟาในสัดสวนที่สูงมาก ทําใหบราซิลมีปญหาดานความ มั่นคงของพลังงานในชวงหนาแลง หรือในปที่ฝนตกนอย ทําใหปริมาณน้ําในเขื่อนนอย และพื้นที่ตั้ง เขื่อนอยูหางไกลจากจุดที่ตองการใชไฟฟา จึงเกิดการสูญเสียในระบบคอนขางมาก ปจจุบันบราซิลมีโรงไฟฟานิวเคลียร 2 โรง และมีแผนสรางโรงไฟฟานิวเคลียรใหมอีก 2 โรง โดยมีนโยบายใชเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศมากกวาการนําเขาจากตางประเทศ สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของบราซิล ป 2548 พลังน้ํา 84% นิวเคลียร 2% พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ 4% กาซธรรมชาติ 5% น้ํามัน 3% 2% ถานหิน ที่มา : Energy Information Administration 9
  • 10.
    แอฟริกาใต แอฟริกาใตใชถานหินเปนแหลงพลังงานในสัดสวนที่สูงมาก เนื่องจากมีทรัพยากรถานหิน ในประเทศอยูเปนจํานวนมาก ทําใหแอฟริกาใตเปนผูสงออกถานหินที่สําคัญของโลก ในขณะ เดียวกัน แอฟริกาใตกลับตองนําเขาน้ํามันและกาซธรรมชาติในปริมาณมากเชนกันเพื่อตอบสนอง ความตองการใชพลังงานของประเทศ จากการที่แอฟริกาใตมีปริมาณสํารองถานหินสูงมาก จึงใชถานหินของตนเองผลิตไฟฟาใน สัดสวนที่สูงมาก ทําใหแอฟริกาใตเปนประเทศที่มีตนทุนการผลิตไฟฟาต่ําสุดประเทศหนึ่งของโลก สงผลใหเกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วและแข็งแรง มีการเติบโตทางอุตสาหกรรม และ การพัฒนาดานตางๆเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไฟฟา แตเมื่อตนป 2551 แอฟริกาใตประสพปญหาการ ขาดแคลนกระแสไฟฟา อย างหนัก จากปญหาคนงานเหมื อ งถานหิน ประทว งและลุ ก ลามจนป ด โรงไฟฟาถานหิน ทําใหแอฟริกาใตไมมีกระแสไฟฟาใชเกือบ 2 สัปดาห เกิดการสูญเสียทาง เศรษฐกิจถึง 253 – 282 ลานดอลลารสหรัฐ รัฐบาลแอฟริกาใตตองดําเนินโครงการแบบเรงดวนเพื่อ แกปญหาการขาดแคลนกระแสไฟฟาอันอาจจะเกิดขึ้นในภายหนา ทั้งในรูปของการใหผูผลิตไฟฟา อิสระรายใหญลงทุนสรางโรงไฟฟา การปรับปรุงระบบสงกระแสไฟฟา รวมถึงการใชนโยบายกระจาย เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาโดยใชเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ มากขึ้น 10
  • 11.
    ที่มา : EnergyInformation Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 แอฟริกาใตมีกําลังผลิตติดตั้ง 40.48 GW มีการ ผลิตไฟฟา 228.3 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 210.7 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : แอฟริกาใตผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปน หลักถึงรอยละ 93 ตามดวยพลังงานนิวเคลียรรอยละ 5 พลังน้ํารอยละ 2 และพลังหมุนเวียนไมถึง รอยละ 1 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของแอฟริกาใต ป 2548 พลังน้ํา ถานหิน 2% 93% นิวเคลียร 5% 0% พลังงานหมุนเวียน และอื่นๆ * หมายเหตุ : นอยกวา 1% ที่มา : Energy Information Administration แอฟริกาใตกําลังทดลองโครงการโรงไฟฟานิวเคลียรรุนใหม หากประสพความสําเร็จ ก็มี แผนจะสรางโรงไฟฟานิวเคลียรเพิ่มอีก 10 โรง และจะสงไฟฟาสวนเกินไปขายยังประเทศอื่นๆ ใน ทวีปแอฟริกา 11
  • 12.
    ออสเตรเลีย ออสเตรเลียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง และมีคาเงินดอลลารออสเตรเลียแข็งมาก ออสเตรเลียมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณทั้งน้ํามัน กาซธรรมชาติ และถานหิน จึงเปนประเทศผู ส ง ออกพลั ง งานรายใหญ ข องโลก โดยเป น ผู ส ง ออกถ า นหิ น มากที่ สุ ด ในโลก และส ง ออกก า ซ ธรรมชาติเหลว (LNG) เปนอันดับ 5 ของโลก ออสเตรเลียคาดวาจะสงออกถานหินและLNGเพิ่มขึ้น ในอนาคต เพื่อรองรับความตองการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเอเชีย ซึ่งจะตองแขงขันกับจีน และอินโดนีเซีย ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 ออสเตรเลียมีกําลังผลิตติดตั้ง 49.29 GW มีการ ผลิตไฟฟา 236.7 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 219.8 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 12
  • 13.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ออสเตรเลียผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปน หลักถึงรอยละ80 ตามดวยกาซธรรมชาติรอยละ 12 พลังน้ํารอยละ 6 น้ํามันรอยละ 1 และพลัง หมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 1 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของออสเตรเลีย ป 2548 พลังน้ํา 6% พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ 1% กาซธรรมชาติ 12% น้ํามัน 1% ถานหิน 80% ที่มา : Energy Information Administration 13
  • 14.
    ญี่ปุน ญี่ปุนเปนประเทศที่ไมมีทั้งทรัพยากรน้ํามันและกาซธรรมชาติของตัวเอง จึงเปนผูนําเขา น้ํามันมากเปนอันดับ 2 ของโลก และเปนผูนําเขากาซธรรมชาติเหลว(LNG) อันดับ 1 ของโลกในป 2548 ปจจุบัน ญี่ปุนเปนผู สงออกเครื่องจัก รและอุปกรณเกี่ยวกับพลัง งานรายสําคัญของโลก รัฐบาลญี่ปุนใหความสําคัญดานความมั่นคงพลังงานเปนอยางมาก โดยใหการสนับสนุนการวิจัย พลังงานดานตางๆ รวมถึงการพัฒนาดานประสิทธิภาพพลังงาน และการลดกาซารบอนไดออกไซด ที่เกิดจากการใชพลังงาน การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 ญี่ปุนมีกําลังผลิตไฟฟา 247.9 GW สูงเปนที่ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน มีการผลิตไฟฟา 1,024.6 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใช ไฟฟา 974.2 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง ญี่ปุนเปนประเทศที่ใชไฟฟามากที่สุดในเอเชีย แตมีความ ตองการใชไฟฟาเติบโตในอัตราต่ําสุดในภูมิภาคเอเชีย ที่มา : Energy Information Administration 14
  • 15.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ญี่ปุนมีนโยบายสรางความมันคงดาน ่ พลังงานดวยการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา โดยมีการใชเชื้อเพลิงถานหินและนิวเคลียรดวย สัดสวนที่เทาๆกัน ประมาณรอยละ 28 ตามดวยการใชกาซธรรมชาติรอยละ 21 ใชน้ํามันรอยละ 13 ใชพลังงานน้ารอยละ 8 พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ รอยละ 2 ํ ญี่ปุนใชน้ํามันผลิตกระแสไฟฟาในสัดสวนที่ลดลงเรื่อยๆ และเพิ่มสัดสวนของโรงไฟฟาถาน หินและนิวเคลียร ซึ่งสามารถรองรับความตองการใชไฟฟาของประเทศไดและไมกอใหเกิดกาซ คารบอนไดออกไซดซึ่งเปนสาเหตุของภาวะโลกรอน โดยใชเทคโนโลยีถานหินสะอาดเพื่อรักษา สิ่งแวดลอม ในขณะเดียวกัน ญี่ปุนมีเตาปฏิกรณนิวเคลียรใชในการผลิตไฟฟา 55 ตัว มีกําลังผลิต ติดตั้ง 50 GW ซึ่งสูงเปนอันดับ 3 ของโลก โดยหากจะสรางโรงไฟฟานิวเคลียรในญี่ปุนได ตองไดรับ ความเห็นชอบจากรัฐบาลและชุมชนกอนจึงจะดําเนินการได สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของญี่ปุน ป 2548 พลังงานหมุนเวียน และอื่นๆ 2% กาซธรรมชาติ 21% นิวเคลียร 28% น้ํามัน 13% พลังงานน้ํา 8% ถานหิน 28% ที่มา : Energy Information Administration 15
  • 16.
    จีน จีนเปนประเทศที่มีจํานวนประชากรมากที่สุดในโลก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอยาง รวดเร็ว มีการเติบโตของ GDP เฉลี่ยปละ 10% มาตั้งแตป 2543 จีนจึงมีความตองการพลังงาน เพิ่มขึ้นอยางมาก ในป 2549 จีนเปนประเทศผูนําเขาน้ํามันสูงเปนอันดับ 3 ของโลก การใชกาซ ธรรมชาติในจีนก็เพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วเชนกัน โดยนําเขาทั้งทางทอกาซและ LNG สวนถานหินนั้น จีน เปนทั้งผูผลิตและผูบริโภคถานหินรายใหญที่สุดในโลก จีนใชถานหินเปนแหลงพลังงานหลักของ ประเทศ ( 70%) และเปนเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟา ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 จีนมีกําลังผลิตติดตั้ง 442.4 GW มีการผลิต ไฟฟา 2,371.8 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 2,197.1 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 16
  • 17.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : จีนผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปนหลักใน สัดสวนรอยละ79 ตามดวยพลังน้ํารอยละ 16 น้ํามันรอยละ 2.4 นิวเคลียรรอยละ 2.1 และกาซ ธรรมชาติรอยละ 0.5 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของจีน ป 2548 นิวเคลียร พลังน้ํา 2.1% 16 % กาซธรรมชาติ 0.5 % น้ํามัน 2.4 % ถานหิน 79 % ที่มา : Energy Information Administration ปจจุบันจีนใชถานหินผลิตไฟฟาในสัดสวนที่สูงมาก แตก็มีนโยบายกระจายเชื้อเพลิงในการ ผลิตไฟฟามากขึ้น และใหความสําคัญกับการผลิตไฟฟาจากเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น โดยจีนกําลัง ติดตั้งโรงไฟฟาที่ใชกาซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจํานวนมาก และสรางเขื่อนผลิตไฟฟาพลังน้ําขนาดใหญ ที่สุดในโลก มีเครื่องกําเนิดไฟฟาขนาด 700 MW จํานวน 26 ตัว กําลังผลิตติดตั้งรวม 18.2 GW รวมทั้งสรางโรงไฟฟานิวเคลียรเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนเห็นวานิวเคลียรเปนพลังงานที่สะอาดและเปน เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาที่มีประสิทธิภาพ แตเปนที่คาดการณวาจีนคงจะไมไดเพิ่มสัดสวนการ ผลิตไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียรมากนัก สัดสวนคงอยูใกลเคียงกับของเดิม ประมาณรอยละ 2.5- 4.5 แตเนื่องจากจีนมีปริมาณถานหินสํารองสูงมาก ประกอบกับจีนไมมั่นใจการนําเขากาซ ธรรมชาติจากรัสเซียในอนาคต และราคา LPG นําเขาสูงขึ้น ทําใหโรงไฟฟาพลังงานความรอนจาก ถานหินยังคงมีความสําคัญแกจีน รัฐบาลจีนมีแผนที่จะปดหรือปรับปรุงโรงไฟฟาถานหินขนาดเล็ก จํานวนมากที่ไมมีประสิทธิภาพ เนนการผลิตไฟฟาจากโรงไฟฟาขนาดกลาง (300 – 600 MW) และ ขนาดใหญ (1,000 MW ขึ้นไป) 17
  • 18.
    เกาหลีใต เกาหลีใตไมมีแหลงพลังงานในประเทศ ทําใหตองนําเขาพลังงานจํานวนมากเพื่อตอบ สนองความตองการการใชพลังงานในประเทศ โดยเกาหลีใตมีการนําเขาน้ํามันมากเปนอันดับ 5 ของโลก แตการใชน้ํามันของเกาหลีใตมีอัตราการเติบโตลดลง เนื่องจากมีการนําเขากาซธรรมชาติ และถานหินในอัตราที่เพิ่มขึ้น ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 เกาหลีใตมีกําลังผลิตติดตั้ง 62.23 GW มีการ ผลิตไฟฟา 366.22 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 352.49 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 18
  • 19.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : เกาหลีใตผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินและ นิวเคลียรเปนหลักในสัดสวนที่ใกลเคียงกันคือประมาณรอยละ 38 เทากัน ตามดวยกาซธรรมชาติ รอยละ 16 น้ํามันรอยละ 7 และพลังงานหมุนเวียนนอยมากไมถึงรอยละ 1 การใชโรงไฟฟานิวเคลียรมีบทบาทในประเทศเกาหลีใตเมื่อประมาณ 20 ปที่ผานมา ปจจุบัน เกาหลีมีโรงไฟฟานิวเคลียร 4 โรง และกําลังกอสรางอีก 2 โรง สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของเกาหลี ป 2548 พลังงานหมุนเวียน และอื่นๆ 0% กาซธรรมชาติ 16% นิวเคลียร 38% น้ํามัน 7% พลังงานน้ํา 1% ถานหิน 38% ที่มา : Energy Information Administration 19
  • 20.
    อินเดีย อินเดียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอยางรวดเร็ว และมีความตองการบริโภคพลังงานเพิ่มขึ้น สูงมากโดยเฉพาะน้ํามันและกาซธรรมชาติ ซึ่งอินเดียมีการนําเขาน้ํามันเพิ่มขึ้นโดยตลอด ปจจุบันอินเดียเปนประเทศผูผลิตถานหินรายใหญเปนอันดับ 3 ของโลก และเมื่อไมนามมา นี้ อินเดียมีการคนพบกาซธรรมชาติ แตยงคงตองนําเขากาซธรรมชาติจากตางประเทศทังทางทอ ั ้ และในรูปของLPG เพื่อใหเพียงพอกับความตองการใชภายในประเทศ ปจจุบันอินเดียยังคงประสพปญหาเรื่องการขาดแคลนกระแสไฟฟาในหลายๆพืนที่ รัฐบาล ้ อินเดียไดใหการสนับสนุนการพัฒนาดานพลังงานอยางมาก ทั้งในรูปพลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ ขณะนี้อินเดียมีโรงไฟฟานิวเคลียรที่เดินเครื่องทั้งหมด 17 โรง และยังมีโรงไฟฟานิวเคลียรที่อยู ระหวางการกอสรางอีก 6 โรง การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 อินเดียมีกําลังผลิตติดตั้ง 137.58 GW มีการผลิต ไฟฟา 661.64 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 488.53 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : อินเดียผลิตกระแสไฟฟาจากถานหินเปนหลัก ดวยสัดสวนประมาณรอยละ 70 ตามดวยพลังน้ารอยละ 14 กาซธรรมชาติรอยละ 9 น้ํามันรอยละ ํ 4 นิวเคลียรรอยละ 2 และพลังงานหมุนเวียนรอยละ 1  สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของอินเดีย ป 2548 พลังน้ํา 14% นิวเคลียร 2% พลังงานหมุนเวียนและอื่นๆ 1% กาซธรรมชาติ 9% น้ํามัน 4% ถานหิน 70% ที่มา : Energy Information Administration 20
  • 21.
    เวียตนาม ในชวง 20 ปที่ผานมา เวียตนามเปนผูนําเขาน้ํามันและกาซธรรมชาติรายสําคัญของเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต การใชพลังงานของเวียตนามเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องตามการเติบโตของการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ โดยเวียตนามมีการเติบโตของ GDP เฉลี่ยปละ 7.3 % ในชวง 10 ปที่ผานมา ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2548 เวียตนามมีกําลังผลิตติดตั้ง 11.3 GW มีการผลิต ไฟฟา 51.33 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และใชไฟฟา 45.46 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง ความตองการใช ไฟฟาในเวียตนามมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นตลอดชวง 10 ปที่ผานมา แตอัตราการใชไฟฟาตอจํานวน ประชากรของเวียตนามยังนับวาต่ํามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย 21
  • 22.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : เวียตนามผลิตกระแสไฟฟาจากกาซธรรมชาติ และพลังน้ําเปนหลักในสัดสวนที่ใกลเคียงกันคือประมาณรอยละ 39 ตามดวยถานหินรอยละ 17 และน้ํามันรอยละ 5 เวียตนามมีการนําเขาไฟฟาจํานวนเล็กนอยจากจีนมาใชทางภาคเหนือเพื่อปองกันการขาด แคลนไฟฟา และนําเขาไฟฟาจากลาวในป 2551 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของเวียตนาม ป 2548 พลังงานน้ํา 39% กาซธรรมชาติ 39% น้ํามัน ถานหิน 5% 17% ที่มา : Energy Information Administration เวี ย ตนามวางแผนการผลิ ต ไฟฟ า ในอนาคตให มี ก ารเติ บ โตแบบก า วกระโดด โดยมี เปาหมายกําลังการผลิตรวมที่ 81 GW ในป 2563 ซึ่งหมายถึงการมีกําลังการผลิตไฟฟาเพิ่มขึ้นถึง 9 เทาในเวลา 15 ป โดยจะสรางโรงไฟฟาใหมเพิ่มขึ้นถึง 74 โรง ในจํานวนนี้ คาดวาจะเปนโรงไฟฟา พลังน้ํา 48 โรง รัฐบาลเวียตนามใหความสําคัญตอนโยบายการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิต ไฟฟาโดยอนุมัติใหสรางโรงไฟฟานิวเคลียรโรงแรกในเวียตนามแลว 22
  • 23.
    ไทย ประเทศไทยมีทรัพยากรกาซธรรมชาติที่สํารวจแลวจํานวนคอนขางมาก แตมีทรัพยากร น้ํามันที่จํากัด ทําใหตองพึ่งพาการนําเขาน้ํามันจํานวนมากเพื่อรองรับความตองการใชพลังงานของ ประเทศ และยังตองนําเขากาซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบานดวย ที่มา : Energy Information Administration การผลิตและการใชไฟฟา : ป 2551 ไทยมีกําลังผลิตติดตั้ง 29.89 GW มีการผลิต ไฟฟา 148.78 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง และป 2550 มีการใชไฟฟา 136.025 พันลานกิโลวัตตชั่วโมง 23
  • 24.
    การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา : ป2551 ไทยผลิตกระแสไฟฟาจากกาซ ธรรมชาติถึง รอยละ 70 รองลงมาเปนถานหิน และลิกไนต รอยละ 20 พลังน้ํา รอยละ 5 รับซื้อ จากตางประเทศ รอยละ 2 พลังงานหมุนเวียน รอยละ 2 และน้ํามัน รอยละ 1 สัดสวนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟาของไทย ป 2551 น้ํามัน 1% ลิกไนต/ถานหิน 20% พลังงานหมุนเวียน 2% พลังงานน้ํา 5% นําเขา 2% กาซธรรมชาติ 70% ที่มา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน 24