Your SlideShare is downloading. ×
วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่
วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่
วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่
วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่
วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่

7,329

Published on

การพัฒนาโมเดลใหม่ หรือ รูปแบบหม่ (New Model)

การพัฒนาโมเดลใหม่ หรือ รูปแบบหม่ (New Model)

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
7,329
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
184
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. 1   วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหมหรือรูปแบบใหม (New Model)  ดร.ดนัย เทียนพุฒ นักวิชาการและที่ปรึกษาอิสระ  ผูอํานวยการโครงการ Human Capital   วิทยากรผูทรงคุณวุฒสถาบันพระปกเกลา ิ     การศึกษาและเรียนรูเกี่ยวกับการทําวิจยใหเปนสวนหนึงของชีวิตการทํางานหากเปน ั ่บุคคลทั่วๆ ไปคงจะไมใชเรื่องทีนาอภิรมยนัก แตสําหรับบุคคลที่อยูในแวดวงวิชาการโดยาอาชีพก็อาจเปน ่เรื่องปกติที่ตองคลุกคลีอยูในทุกลมหายใจเขาออก เมื่อวันที่ 4 กันยายน 55 ผูเขียนไดรับเชิญใหเปนผูทรงคุณวุฒิสอบเคาโครงดุษฎีนิพนธ เรื่อง “การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูโรงเรียนคาทอลิกขนาดใหญ สังกัดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพมหานคร” ของนักศึกษาปริญญาเอก คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยเซนตจอหน มีประเด็นที่นาสนใจที่จะนํามาสูการขบคิดทางปญญาและขยายวงความรูใหกวางยิ่งขึ้น  สิ่งที่เรียกวา “การพัฒนารูปแบบหรือโมเดล” ผูเขียนคิดวาสิงที่เปนหัวใจสําคัญที่ควรทําความเขาใจในเรื่องนี้คือ “การพัฒนารูปแบบ ่หรือโมเดล” ซึงนาพิจารณาใน 2 คําตอไปนี้ กระบวนทัศนหรือพาราไดม (Paradigm) และรูปแบบหรือ ่โมเดล (Model) เพราะบางครั้งในการวิจยอาจเปนการสรุปไดพาราไดมหรือกระบวนทัศน ซึ่งยังตอง ัพัฒนาตอไปสูการเปนรูปแบบหรือโมเดล กระบวนทัศนหรือพาราไดม (Paradigm) คําวา พาราไดม ปรากฏมีการใชครั้งแรกเมื่อป 1962 ใน “The Structure of ScientificRevolutions” โดย Thomas S. Kuhn (สันติ สุวัณณาคาร, 2552 ; การพัฒนากระบวนทัศนการสืบทอดธุรกิจครอบครัวไทยในอุตสาหกรรมเครื่องประดับทองคํา หนา 62) ซึ่งมีรากศัพทมาจากภาษากรีกคือ คําวา Para (Beside) และ Deigma (Example) หมายถึง รูปแบบที่ควรนํามาเปนตัวอยางและในความหมายดั้งเดิม หมายถึง รูปแบบ (Model) แบบแผน (Pattern) หรือตัวอยาง (Example) ทีเ่ ปนทียอมรับโดยมีนัยวา ่เปนตัวอยางสําหรับการทําซ้า (http:en.wikipedia.org/wiki/Paradigm) ํวิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม หรือ รูปแบบใหม ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธ 2555 เผยแพรใน http://www.newthaimba.blogspot.com/  
  • 2. 2   และ Kuhn นิยาม พาราไดมเชิงวิทยาศาสตรวาหมายถึง ชุดของความคิดที่โยงในทฤษฎีความรู สมมติฐานและความสําเร็จตางๆ ของความรูทางวิทยาศาสตร ซึงเปนที่ยอมรับอยางเปนสากล  ่กระทังเปนโมเดล (แนวคิด คานิยมและความเชื่อ) ในการมองปญหาและวิธีการแกปญหาของชุมชน ่ วิทยาศาสตร (สันติ สุวัณณาคาร, 2552:62 ; http:en.wikipedia.org/wiki/Paradigm) ดังนัน พาราไดม จึงหมายถึง กรอบความคิดที่เปนแนวทาง ความเชื่อ คุณคา ในการ ้ยึดถือปฏิบติและไดรับการยอมรับโดยทั่วไป ั การพัฒนาพาราไดมในปจจุบัน ธุรกิจที่อยูในระดับแนวหนาอาศัยแนวคิดของ Senge(1990:8) ที่ไดเสนอโมเดลทางความคิด (Mental Model) ใน The Fifth Discipline ซึ่งเปนที่มาขององคกรแหงการเรียนรู (Learning Organization) โดยโมเดลทางความคิดจะประกอบดวยลําดับขั้นตามรูป ดังนี้ 1) การศึกษาปรากฏการณหรือเหตุการณ (Events) จนกระทั่งสรางเปนรูปแบบของเหตุการณ (Pattern of Events) รูปที่ 1 การพัฒนาพาราโมเดลทางความคิดขององคกร/ธุรกิจวิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม หรือ รูปแบบใหม ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธ 2555 เผยแพรใน http://www.newthaimba.blogspot.com/  
  • 3. 3   2) หลังจากนั้น จึงกําหนดโครงสรางความคิดซึ่งอาจจะอยูในรูปตรรกของความสัมพันธ ซึ่งเชื่อมโยงความรูอยูอยางเปนระบบ หรือในรูปแบบสมการทีเ่ ปนความสัมพันธของตัวแปร 3) นําโครงสรางทางความคิดไปตรวจสอบกับขอตกลงเบื้องตน (Assumption) ขององคกร/ธุรกิจ 4) จําลองรูปแบบ/โมเดล ในลักษณะตอไปนี้ - เปนสมมติฐาน (Hypothesis) เกียวกับความสัมพันธของตัวแปร ่ - พาราไดม (Paradigm) ที่เปนความเชื่อ คุณคา ทียึดถือปฏิบัติและไดรับการยอมรับ ่ - กรอบความคิด (Conceptual Framework) ที่ใชในการอธิบายถึงความเชื่อมโยงทั้งหมดที่ตองการศึกษาหาความจริง เชน ปญหา จุดประสงค การทบทวนวรรณกรรม ระเบียบวิธี การเก็บ รวบรวมขอมูลและการวิเคราะห 5) การทดสอบ(ซ้า)ในสถานการณจริง หากผลการทดสอบเปนจริงนอยครั้ง โครงสราง ํทางความคิดที่จาลองขึ้นเปนรูปแบบ/โมเดลนั้นเปนโมเดลประสบการณ แตถาเปนจริงทุกๆ ครั้งก็พัฒนา ํเปนโมเดลทางทฤษฎีที่ยอมรับโดยทั่วไป 6) โมเดลทางความคิดของธุรกิจ เปนผลไดจากขั้นที่ 5 ซึ่งอาจเปนโมเดลทางประสบการณ (ไมสามารถใชไดอยางทัวไป) หรืออาจเปนโมเดลทางทฤษฎีที่สามารถทดสอบซ้ําและใชได ่อยางทั่วไป สรุปการพัฒนากระบวนทัศนหรือพาราไดม ผลไดจะอยูในรูปโมเดลทางความคิดของ ธุรกิจ (Mental Model of Business) ตัวอยาง การใชโมเดลความคิด ในการศึกษาจากตําราพิไชยสงครามโบราณทังเลมคํา ้กลอนและเลมกระบวนพยุหะภูมิปญญายุทธศาสตรไทย (ดนัย เทียนพุฒ, 2555: 20 ในตําราพิไชยสงครามเมืองเพชรบูรณ หนา 18-20) ใชวิธการทางประวัติศาสตรและเสนอผลแบบพรรณนาวิเคราะหขอมูลดวย ี โมเดลทางความคิด (Mental Model) ดังรูปที่ 2วิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม หรือ รูปแบบใหม ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธ 2555 เผยแพรใน http://www.newthaimba.blogspot.com/  
  • 4. 4   รูปที่ 2 โมเดลทางความคิดในการเปดภูมปญญายุทธศาสตรไทย ิ 1) การศึกษาเหตุการณ (Events) เปนการศึกษาตําราพิไชยสงครามฉบับเมืองเพชรบูรณเพื่อการกําหนดรูปแบบของเหตุการณ 2) รูปแบบของเหตุการณ (Pattern of Events) หมายถึง ความเปนมาของตําราพิไชยสงคราม ลักษณะสมุดไทยที่ใชบันทึกเนื้อหา ยุคสมัยทีจัดทําหรือเขียนตําราพิไชยสงคราม มีรองรอย เคา ่เงื่อนหรือขอสันนิษฐานใดทีปรากฏขึ้นมา ่ 3) การกําหนดโครงสรางเนื้อหา (Structure of Contents) คือ การจัดรูปแบบโครงสรางความรูของตําราพิไชยสงครามทังเลมคํากลอนและเลมกระบวนพยุหะ ้ 4) การทดสอบขอสันนิษฐาน/ขออนุมานดวยเอกสารชันตน เชน เอกสารโบราณหมวด ้ยุทธศาสตรตําราพิไชยสงครามที่สานักหอสมุดแหงชาติ สํานักหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม จิตรกรรม ํฝาผนังในพระอุโบสถวัดประดูทรงธรรมและเอกสารชันรอง เชน หนังสือพิไชยสงคราม พงศาวดาร เอกสาร ้สิ่งพิมพ ไมโครฟลมและบล็อก  5) พาราไดม (Paradigm) การกําหนดกรอบขอความรูในตําราพิไชยสงคราม สิงทีเ่ ปน ่องคความรูใหม การคนพบรหัสของตําราพิไชยสงครามและการมีเคาเงื่อนหรือขออนุมานใดที่เปนขอเสนอตอการศึกษาในอนาคต เพื่อจัดทํารางตนฉบับวิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม หรือ รูปแบบใหม ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธ 2555 เผยแพรใน http://www.newthaimba.blogspot.com/  
  • 5. 5   6) การลงขอสรุป (Conclusion) เปนการสรุปเรื่องราวโดยเรียบเรียงและเขียนเปนตนฉบับหนังสือตําราพิไชยสงครามฉบับเมืองเพชรบูรณ สรุปการพัฒนาโมเดลใหมหรือรูปแบบ (Model) ผูเ ขียนใหขอสรุปไวดังนี้ โมเดลหรือรูปแบบ (Model) เปนการบรรยายหรือกําหนดความเชื่อมโยงของสิงที่เปน ่กุญแจสําคัญ สําหรับทําความเขาใจเกี่ยวกับองคความรูของธุรกิจ โดยมีคุณลักษณะหลัก เชน 1) ความเปนระบบ (Systematic) 2) ระบบเปด (Open) 3) พลวัต (Dynamic) 4) มีลักษณะทําใหเหมาะได(Adaptive) และ 5) เปนนวัตกรรม (Innovation) ตรรกภายในโมเดล (Model of Internal Logic) เปนความพยายามทีจะอธิบายความ ่เชื่อมโยงหรือเปนความอิสระพื้นฐานซึ่งมีอยูระหวาง ขอความรูที่เปนองคประกอบของโมเดลสําหรับการทดสอบกับโลกแหงความจริงของธุรกิจ ดังรูป รูปที่ 3 แนวคิดเชิงตรรกของโมเดลใหมหรือ รูปแบบใหม*ดนัย เทียนพุฒ (2549). ตัวแบบเชิงยุทธศาสตรของทุนทางปญญาสําหรับธุรกิจไทย: ศึกษาเฉพาะกรณีบริษัทผลิต- อุปกรณกอสราง หนา 9  ทั้งหมดนีเ้ ปนการสวนหนึ่งทีจะนําการวิจัยมาใชเพื่อพัฒนาโมเดลใหม หรือ รูปแบบใหม ่ดวยตรรกจากความสวยงามทางปญญาทีสามารถกอรูปแบบหรือ จําลองความคิด เปนพาราไดม หรือ ราง ่โมเดลและเมือทําการทดสอบและตรวจสอบซ้ํา จึงไดผลผลิตทางความคิดที่ตกผลึกเปนโมเดลใหมหรือ ่รูปแบบองคความรูใหมของธุรกิจวิจัยเพื่อพัฒนาโมเดลใหม หรือ รูปแบบใหม ดร.ดนัย เทียนพุฒ : สงวนลิขสิทธ 2555 เผยแพรใน http://www.newthaimba.blogspot.com/  

×