Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
512 views
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 26
2
/ 26
3
/ 26
4
/ 26
5
/ 26
6
/ 26
7
/ 26
8
/ 26
9
/ 26
10
/ 26
11
/ 26
12
/ 26
13
/ 26
14
/ 26
15
/ 26
16
/ 26
17
/ 26
18
/ 26
19
/ 26
20
/ 26
21
/ 26
22
/ 26
23
/ 26
24
/ 26
25
/ 26
26
/ 26
More Related Content
PDF
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
พระราชประวัติรัชกาลที่ 9
by
banlangkhao
PDF
สมเด็พระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
นาย แสนเก่ง ป้องโพนทอง ม
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
พระราชประวัติรัชกาลที่ 9
by
banlangkhao
สมเด็พระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
นาย แสนเก่ง ป้องโพนทอง ม
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
What's hot
PDF
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
by
fernbamoilsong
PDF
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
งาน ปุ๋ย
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
ประวัติของแต่ละรัชกาล กับ ชื่อเต็มของรัชกาล
by
chanaporn sornnuwat
PPT
ประเพณีและวัฒนธรรม
by
Dos Zaa
PDF
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
พระราชประวัติของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
ประวัติศาสตร์
by
Ning Rommanee
PDF
ประวัติศาสตร์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
เล่มที่ 8 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Choengchai Rattanachai
PDF
หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
by
Ning Rommanee
PDF
สมเด็จพระนาราย์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
by
fernbamoilsong
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
งาน ปุ๋ย
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
ประวัติของแต่ละรัชกาล กับ ชื่อเต็มของรัชกาล
by
chanaporn sornnuwat
ประเพณีและวัฒนธรรม
by
Dos Zaa
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
พระราชประวัติของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
ประวัติศาสตร์
by
Ning Rommanee
ประวัติศาสตร์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
เล่มที่ 8 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
by
Choengchai Rattanachai
หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
by
Ning Rommanee
สมเด็จพระนาราย์มหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
Similar to พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
PDF
พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเด็จ
by
Teeraporn Pingkaew
DOCX
ไทย
by
009kkk
DOCX
ราชสดุดีคีตมหาราชา
by
sangkeetwittaya stourajini
PDF
คมชัดลึก14 ต.ค.59
by
อลงกรณ์ อารามกูล
PPT
the King Rama IX of Thailand Chapter-1.ppt
by
Kawit Tealeo
PPTX
งานนำเสนอ12
by
Beebe Benjamast
DOCX
ราชสดุดีคีตมหาราชา
by
leemeanxun
PDF
รอยยิ้มของในหลวง
by
My_Suphatsara
PPTX
พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
by
ปทิมจันทร์ ปันนะ
PDF
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
DOCX
สังคีตที่ยิ่งใหญ่.docx
by
pinglada1
PDF
พระราชประวัติ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
ประวัติรัชกาลที่ 3
by
จันทร์แสง บุญเทียม
PDF
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
ประวัติศาสตร์
by
Ning Rommanee
PDF
ประวัติศาสตร์
by
Ning Rommanee
PDF
2อยุธยา
by
ห้องสมุด โรงเรียนปิยะบุตร์
PDF
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
01 พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย อุภโตสุชาติ
by
สุรพล ศรีบุญทรง
พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเด็จ
by
Teeraporn Pingkaew
ไทย
by
009kkk
ราชสดุดีคีตมหาราชา
by
sangkeetwittaya stourajini
คมชัดลึก14 ต.ค.59
by
อลงกรณ์ อารามกูล
the King Rama IX of Thailand Chapter-1.ppt
by
Kawit Tealeo
งานนำเสนอ12
by
Beebe Benjamast
ราชสดุดีคีตมหาราชา
by
leemeanxun
รอยยิ้มของในหลวง
by
My_Suphatsara
พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
by
ปทิมจันทร์ ปันนะ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สังคีตที่ยิ่งใหญ่.docx
by
pinglada1
พระราชประวัติ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
ประวัติรัชกาลที่ 3
by
จันทร์แสง บุญเทียม
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
ประวัติศาสตร์
by
Ning Rommanee
ประวัติศาสตร์
by
Ning Rommanee
2อยุธยา
by
ห้องสมุด โรงเรียนปิยะบุตร์
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
01 พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย อุภโตสุชาติ
by
สุรพล ศรีบุญทรง
More from SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
Is
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
นัทธพงศ์ ดอนศรี.
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
นายคงศักดิ์ สงสุรีย์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
ปวีณ์ธิดา สีหวาด
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
จารุวรรณ ลำพองชาติ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
Isมิ้น
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
เตชินท์ประเทศอัฟกานิสถาน
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
Isประเทศบังกลาเทศ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
อาเซอร์ไบจาน
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
คองโก
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
Is1
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
ตุรกี
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
มัลดีฟ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
อาร์เมเนีย
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
นางสาวนภาพร คำภักดี เลขที่19 รัฐสุลต่านโอมาน
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
สอบกลางภาค
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
สอบกลางภาคIs ธิรดา-น้อยเสนา
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
จิราภา ธรรมรักษ์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
ณัฎฐณิชา
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
กลางภาค
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
Is
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
นัทธพงศ์ ดอนศรี.
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
นายคงศักดิ์ สงสุรีย์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
ปวีณ์ธิดา สีหวาด
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
จารุวรรณ ลำพองชาติ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
Isมิ้น
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
เตชินท์ประเทศอัฟกานิสถาน
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
Isประเทศบังกลาเทศ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
อาเซอร์ไบจาน
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
คองโก
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
Is1
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
ตุรกี
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
มัลดีฟ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
อาร์เมเนีย
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
นางสาวนภาพร คำภักดี เลขที่19 รัฐสุลต่านโอมาน
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สอบกลางภาค
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
สอบกลางภาคIs ธิรดา-น้อยเสนา
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
จิราภา ธรรมรักษ์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
ณัฎฐณิชา
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
กลางภาค
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
1.
พระราชประวัตของ
ิ พระบาทสมเด็จ พระ ปรมินทรมหาภูมพลอ ิ ดุลยเดช สยามินทราธิ ราช บรมนาถบพิตร
2.
รายงาน เรื่ อง พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร วิชา ประวัติศาสตร์ ส32103 คณะผูจดทา ้ั นาย รัฐพล กาญจนะสาร เลขที่10 นาย อัฐสิ ทธิ์ เข็มเพชร เลขที่24 นางสาว วรพร เหล่าจินดา เลขที่27 นางสาว ปิ ยาภรณ์ ดีสม เลขที่34 นางสาว ประภาพร บุญพันธ์ เลขที่42 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่5/2 เสนอ อาจารย์ สฤษดิ์ศกดิ์ ชิ้นเขมจารี ั โรงเรี ยนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี นคริ นทร์ ร้อยเอ็ด
3.
คานา
รานงานเรื่ องนี้เป็ นส่วนหนึ่งของ วิชาประวัติศาสตร์ เป็ นเรื่ องเกี่ยวกับราชประวัติของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร หวังว่าคงมี ความรู้ต่อผูที่สนใจไม่มากก็นอย ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปก็ขออภัยไว้ ณ ที่น้ ีดวย ้ ้ ้ คณะผูจดทา ้ั
4.
สารบัญ เรื่อง
หน้ า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร 4 พระนาม 5 พระชนมายุช่วงต้น 5 ทรงพระเยาว์ 6 ทรงศึกษา 7 ทรงประสบอุบติเหตุ และทรงหมั้น ั 7 เสวยราชย์ และทรงอภิเษกสมรส 7 ทรงผนวช 8 สถานะพระมหากษัตริ ย ์ 9 บทบาททางการเมือง 10 พระราชทรัพย์ 14 ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ย ์ 15 พระราชบุตร 16 พระราชกรณี ยกิจ พระราชนิพนธ์ และผลงานอื่น 21 พระเกียรติยศ 26 สถานที่ พันธุพืช และพันธุสตว์ อันเนื่องด้วยพระปรมาภิไธย ์ ์ ั 28
5.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (5 ธันวาคม ิ พ.ศ. 2470 ) ทรงเป็ นพระมหากษัตริ ยพระองค์ปัจจุบนแห่งประเทศไทย และพระมหากษัตริ ยลาดับที่เก้าแห่ง ์ ั ์ ราชวงศ์จกรี เสด็จขึ้นครองราชย์ต้งแต่วนที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะนี้ จึงทรงเป็ นพระมหากษัตริ ยผทรง ั ั ั ์ ู้ เสวยราชย์ยาวนานที่สุดในโลกที่มีพระชนชีพอยู่ และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย พระองค์ทรงเป็ นที่สรรเสริ ญในประเทศไทยเกี่ยวกับพระราชดาริ ในเรื่ องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสาเร็ จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่พระองค์ กับทั้งพระองค์ทรงเป็ นเจ้าของสิทธิบตรสิ่งประดิษฐ์ งานพระราชนิพนธ์ และงานดนตรี จานวน ั หนึ่งนอกจากนี้ พระองค์ยงทรงเป็ นผูถือหุนรายใหญ่ในบริ ษทเอกชนหลายแห่ง ในปี 2553 นิตยสารฟอบส์ ั ้ ้ ั ประเมินว่า พระองค์มีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมถึงที่อยูในการบริ หารจัดการของสานักงานทรัพย์สิน ่ ส่วนพระมหากษัตริ ย ์ เป็ นมูลค่ามากกว่าเก้าแสนหกหมื่นล้านบาท และด้วยเหตุน้ ี จึงทรงได้รับการจัดอันดับ ให้เป็ นพระมหากษัตริ ยผมีพระราชทรัพย์มากที่สุดในโลก ์ ู้ นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 พระองค์แปรพระราชฐานจากที่ประทับพระตาหนักจิตรลดารโหฐาน ไปประทับอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตราบปัจจุบน อันเนื่องมาจากพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบ ั ในเดือนตุลาคม ปี เดียวกันนั้น ข่าวลือว่าพระอาการประชวรทรุ ดหนักลง ได้ยงให้ตลาดหุนไทยร่ วงลงอย่าง ั ้ สาหัส
6.
พระนาม
พระนาม "ภูมิพลอดุลเดช" นั้น พระบรมราชชนนีได้รับพระราชทานทางโทรเลขจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูหว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2470 โดยทรงกากับตัวสะกดเป็ นอักษร ่ ั โรมันว่า "Bhumibala Aduladeja" ซึ่งในระยะแรกสะกดเป็ นภาษาไทยว่า "ภูมพลอดุลเดช" ต่อมา ิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเองทรงเขียนว่า "ภูมิพลอดุลยเดช" โดยทรงเขียนทั้งสอง แบบสลับกันไป จนมาทรงนิยมใช้แบบหลังซึ่งมีตว "ย" สะกดตราบปัจจุบน ั ั ทั้งนี้ เดิมที ด้วยเหตุท่ีได้รับตัวโรมันว่า "Bhumibala" สมเด็จพระศรี นคริ นทราบรมราชชนนี จึงทรงเข้า พระทัยว่า ได้รับพระราชทานนามพระโอรสว่า "ภูมิบาล" ต่อมาจึงเปลี่ยนการสะกดเป็ น "Bhumibol" พระชนมายุช่วงต้น ทรงพระเยาว์ (ด้านหน้า จากขวามาซ้าย) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช; สมเด็จพระศรี สวริ นทิราบรมราชเทวี และ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราช สมภพในราชสกุลมหิดลอันเป็ นสายหนึ่งในราชวงศ์จกรี ณ โรงพยาบาล ั เมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริ ดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริ กา เมื่อวัน จันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น 12 ค่า ปี เถาะ นพศก จุลศักราช 1289 ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ซึ่งเหตุที่พระราชสมภพในสหรัฐอเมริ กา เนื่องจาก พระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีกาลังทรงศึกษาวิชาการอยูที่นน ่ ั่
7.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็ น พระโอรสองค์ที่สามในสมเด็จเจ้าฟ้ ามหิดลอดุลเดช
กรมหลวงสงขลา นคริ นทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในกาลต่อมา) และหม่อมสังวาล ตะละภัฎ (ชูกระมล) (สมเด็จพระศรี นค ริ นทราบรมราชชนนี ในกาลต่อมา) ทรงมีพระนามขณะนั้นว่า พระว รวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช ทรงมีพระเชษฐภคินีและสมเด็จ พระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพีนางเธอ เจ้าฟ้ า ่ กัลยาณิ วฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนคริ นทร์ และพระบาทสมเด็จ ั พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งสมเด็จพระศรี นคริ นทราบรมราช ชนนี ทรงออกพระนามเรี ยกพระองค์เป็ นการลาลองว่า "เล็ก" เมื่อ พ.ศ. 2471 ได้เสด็จกลับสู่ประเทศไทยพร้อมพระบรมราชชนก ซึ่งทรงสาเร็ จการศึกษาปริ ญญา แพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริ กา พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราช ชนนี สมเด็จพระเจ้าพีนางเธอ และสมเด็จพระเชษฐาธิราช โดยประทับ ณ วังสระปทุม ต่อมาวันที่ 24 ่ กันยายน พ.ศ. 2472 สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงมีพระชนมายุ ่ ั ไม่ถึงสองพรรษา ทรงศึกษา พ.ศ. 2475 เมื่อเจริ ญพระชนมายุได้สี่พรรษา เสด็จเข้าศึกษาที่โรงเรี ยนมาแตร์เดอี จนถึงเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2476 จึงเสด็จพระราชดาเนินไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วย พระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของ สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรี ยนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2477 ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้น มัธยมศึกษา ณ "โรงเรี ยนแห่งใหม่ของซืออีสโรมองด์" (ฝรั่งเศส: École Nouvelle de la Suisse Romande, เอ กอล นูแวล เดอ ลา ซืออีส โรมองด์) เมืองแชลลี-ซูร์-โลซาน (ฝรั่งเศส: Chailly-sur-Lausanne) พ.ศ. 2477 เมื่อพระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็ น พระมหากษัตริ ยรัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จกรี ก็ทรงได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็ น "สมเด็จพระเจ้าน้อง ์ ั ยาเธอ เจ้าฟ้ าภูมิพลอดุยเดช" เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ได้โดยเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยูหวอานันทมหิดล เสด็จนิวตประเทศ ่ ั ั ไทย เป็ นเวลา 2 เดือน โดยประทับที่พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จกลับไป ศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรี ยนยิมนาส
8.
คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ
ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์ โดยเสด็จนิวตประเทศ ั ไทยเป็ นครั้งที่สอง ประทับ ณ พระที่นงบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ั่ ทรงประสบอุบัตเิ หตุ และทรงหมั้น หลังจากที่จบการศึกษาจากสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์เสด็จไปเยือนกรุ งปารี ส ทรงพบกับหม่อม ราชวงศ์สิริกิต์ ิ กิติยากร ซึ่งเป็ นลูกสาวของเอกอัครราชทูตไทยประจาฝรั่งเศส เป็ นครั้งแรก ในขณะนี้ ทั้งสอง พระองค์มีพระชนมายุ 21 พรรษาและ 15 พรรษาตามพระลาดับ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 ในระหว่างเสด็จประทับยังต่างประเทศ ขณะที่พระองค์ทรงขับรถยนต์พระที่ นังเฟี ยส ทอปอลิโน จากเจนีวาไปยังโลซาน ทรงประสบอุบติเหตุทางรถยนต์ กล่าวคือ รถยนต์พระที่นงชน ่ ั ั่ กับรถบรรทุกอย่างแรง ทาให้เศษกระจกกระเด็นเข้าพระเนตรขวา พระอาการสาหัส หลังการถวายการรักษา พระองค์ทรงมีพระอาการแทรกซ้อนบริ เวณพระเนตรขวา แพทย์จึงถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง หากแต่พระอาการยังคงไม่ดีข้ ึน กระทังวินิจฉัยแล้วว่าพระองค์ไม่สามารถทอดพระเนตรผ่านทางพระเนตร ่ ขวาของพระองค์เองได้ต่อไปแล้ว จึงได้ถวายการแนะนาให้พระองค์ทรงพระเนตรปลอมในที่สุด ทั้งนี้ ม.ร.ว. สิริกิต์ ิ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ าเยียมพระอาการเป็ นประจาจนกระทังหายจากอาการประชวร ่ ่ อันเป็ นเหตุที่ทาให้ท้งสองพระองค์มีความสัมพันธ์กนอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่น้นเป็ นต้นมา ั ั ั เสวยราชย์ และทรงอภิเษกสมรส วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่าง กะทันหัน โดยต้องพระแสงปื นที่พระกระหม่อม ณ พระที่นงบรมพิมาน สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ าภูมิ ั่ พลอดุลยเดชได้ตดสินพระทัยรับตาแหน่งพระมหากษัตริ ย ์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ในวัน ั เดียวกันนั้น แต่เนื่องจากยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา จึงทรงอาลาประชาชนชาวไทย เสด็จพระราชดาเนิน ไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม แต่เปลี่ยนสาขาจากวิทยาศาสตร์ ไปเป็ นสาขาสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ซึ่งมีความจาเป็ นสาหรับตาแหน่งประมุขของประเทศ
9.
ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เดิมทีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงตั้งพระราชหฤทัยว่าจะทรงครองราชย์สมบัติแต่ในช่วงการ ่ ั จัดงานพระบรมศพของพระบรมเชษฐาเท่านั้น เพราะยังทรงพระเยาว์และไม่เคยเตรี ยมพระองค์ในการเป็ น พระมหากษัตริ ยมาก่อน เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวประทับรถพระที่นง ์ ่ ั ั่ เสด็จพระราชดาเนินไปยังสนามบินดอนเมือง เพื่อทรงศึกษาเพิ่มเติมที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็ทรงได้ยนเสียง ิ ราษฎรคนหนึ่งตะโกนว่า "ในหลวง อย่าทิ้งประชาชน" จึงทรงนึกตอบในพระราชหฤทัยว่า "ถ้าประชาชนไม่ ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวได้ทรงตระหนักใน ่ ั หน้าที่พระมหากษัตริ ยของพระองค์ ดังที่ได้ตรัสตอบชายคนเดิมนั้นในอีก 20 ปี ต่อมา ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิต์ ิ เมือวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 เสด็จพระ ่ ั ่ ราชดาเนินนิวตพระนครในปี ถัดมา โดยประทับ ณ พระที่นงอัมพรสถาน ต่อมาวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ั ั่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวโปรดเกล้าฯ ให้จดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิต์ ิ กิติ ่ ั ั ยากร ณ พระตาหนักสมเด็จพระศรี สวริ นทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในวังสระปทุม ซึ่งในการ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิต์ ิ กิติ ยากร ขึ้นเป็ น สมเด็จพระราชินีสิริกิต์ ิ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุ ณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ต้งการพระราชพิธีบรม ั ราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีข้ ึน ณ พระที่ นังไพศาลทักษิณ เฉลิมพระปรมาภิไธยตามที่จารึ กในพระ ่ สุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ
10.
ดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรี
นฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระปฐม บรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" และในโอกาสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชินีสิริกิต์ ิ เป็ นสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิต์ ิ พระบรมราชินี ทรงผนวช เมื่อ พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ่ ั เสด็จฯ ออกผนวชเป็ นเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน ณ วัดพระศรี รัตนศาสดา ราม มีสมณนามว่า ภูมิพโลภิกขุ และเสด็จฯ ไป ประทับจาพรรษา ณ พระตาหนักปั้นหยา วัดบวร นิเวศวิหาร ระหว่างที่ผนวช ทรงพระกรุ ณาโปรด เกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ ิ พระบรมราชินี เป็ นผูสาเร็ จราชการแทนพระองค์ ในภายหลัง ้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ ่ ั เฉลิมพระนามาภิไธย เป็ นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ ิ พระบรมราชินีนาถ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ในปี เดียว สถานะพระมหากษัตริย์ ตามกฎหมายไทย พระองค์ทรงดารงอยูในสถานะที่ "ผูใดจะละเมิดมิได้" การวิพากษ์วจารณ์ ่ ้ ิ พระองค์ และการกล่าวหาว่าพระองค์เข้ามามีส่วนร่ วมทางการเมืองถือเป็ น "ความผิดต่อองค์ พระมหากษัตริ ย" และระวางโทษจาคุกตั้งแต่สามปี ถึงสิบห้าปี ทั้งนี้ พระองค์เคยมีพระราชดารัสในวันเฉลิม ์ พระชนมพรรษาเมื่อปี 2548 ว่า "...ถ้าบอกว่าพระเจ้าอยูหวไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่า พระ ่ ั เจ้าอยูหวไม่เป็ นคน...ฝรั่งเขาบอกว่า ในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริ ยถกด่า ต้องเข้าคุก...ที่จริ งพระมหากษัตริ ย ์ ่ ั ์ู ไม่เคยบอกให้เข้าคุก..." พระองค์ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระภัทรมหาราช" หมายความว่า "พระมหากษัตริ ยผประเสริ ฐยิง" ต่อมาในปี 2539 มีการถวายใหม่ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวภูมิพลอ ์ ู้ ่ ่ ั ดุลยเดชมหาราช" และ "พระภูมิพลมหาราช" อนุโลมตามธรรมเนียมเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยูหว ที่ทรงได้รับพระราชสมัญญาว่า "พระปิ ยมหาราช" พระองค์ทรงเป็ นที่สกการบูชาของ ่ ั ั ชาวไทยจานวนมาก แต่ถึงกระนั้นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยแสดงทัศนะว่า มีขบวนการอันเป็ น ภัยคุกคามร้ายแรงที่พยายามล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริ ย ์ ประชาชนทัวไปนิยมเรี ยกพระองค์ว่า "ในหลวง" ่
11.
คาดังกล่าวคาดว่าย่อมาจาก "ใน (พระบรมมหาราชวัง)
หลวง" บ้างก็ว่าเพี้ยนมาจากคาว่า "นายหลวง" ซึ่ง แปลว่าเจ้านายผูเ้ ป็ นใหญ่ บทบาททางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระองค์ทรงเป็ นประมุขแห่งรัฐ จอมทัพไทย และอัคร ศาสนูปถัมภก และทรงเป็ นพระมหากษัตริ ยภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่พระองค์ทรงมีบทบาทในการเมืองไทย ์ หลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2530-2540 เป็ นที่ทราบกันว่า พระองค์ทรงมีบทบาทสาคัญในการเปลี่ยนผัน ประเทศไทยจากระบอบทหารไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และทรงใช้พระราชอานาจทางศีลธรรมยับยั้งการ ปฏิวติและการกบฏหลายช่วงด้วยกัน ทว่า พระองค์ก็ทรงสนับสนุนระบอบทหารเป็ นหลายครา ซึ่งในจานวน ั นี้ อาทิ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในช่วงปี 2500-2510 ในรัชสมัยของพระองค์ เกิดการรัฐประหารกว่าสิบห้าครั้ง รัฐธรรมนูญกว่าสิบแปดฉบับ และการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี เกือบสามสิบคน สมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม จอมพลแปลก พิบูลสงคราม และภริ ยา กับ อิลินอย รู สเวลต์ ในช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่ง จอมพลแปลก พิบูล สงคราม ดารงตาแหน่งเป็ นนายกรัฐมนตรี นั้น ในทางการเมืองที่ฝ่ายทหารครอบงาอยู่ พระองค์ทรงมี บทบาทน้อยมากกว่า และทรงปฏิบติแต่พระราชกรณี ยกิจทางพิธีการเท่านั้น อันเนื่องมาจากความควบคุมอัน ั เข้มงวดของรัฐบาล ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2494 หลังจากเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาได้หกเดือน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กล่าวหาว่าจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ละเมิดพระราชอานาจพระมหากษัตริ ยในการจัดงานฉลอง ์ พุทธศตวรรษสองพันห้าร้อยปี ครั้นวันที่ 16 กันยายน 2500 จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ได้ เฝ้ าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้เสด็จมาร่ วมงานฉลองพุทธศตวรรษดังกล่าว ใน โอกาสนั้น พระองค์มีพระราชดารัสต่อจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ให้ลาออก เพื่อมิให้เกิดการรัฐประหาร ทว่า ทรงได้รับการปฏิเสธ เย็นวันนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกาศยึดอานาจการปกครอง และสอง
12.
ชัวโมงต่อมา พระองค์มีพระราชโองการให้ประกาศกฎอัยการศึกทัวราชอาณาจักร และมีพระราชโองการตั้ง
่ ่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็ น "ผูรักษาพระนครฝ่ ายทหาร" โดยหามีผใดรับสนองพระบรมราชโองการไม่ ้ ู้ พระราชโองการนั้น มีใจความว่า “เนื่องด้วยปรากฏว่า รัฐบาลอันมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็ นนายกรัฐมนตรี ได้บริ หารราชการ แผ่นดินไม่เป็ นที่ไว้วางใจของประชาชน ทั้งไม่สามารถรักษาความสงบเรี ยบร้อยของบ้านเมืองได้ คณะ ทหาร ซึ่งมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็ นหัวหน้า ได้เข้ายึดอานาจการปกครองไว้ได้ และทาหน้าที่เป็ นผูรักษา ้ พระนครฝ่ ายทหาร ข้าพเจ้าจึงขอแต่งตั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็ นผูรักษาพระนครฝ่ ายทหาร ขอให้ ้ ประชาชนทั้งหลายจงอยูในความสงบ และให้ขาราชการทุกฝ่ ายฟังคาสังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตั้งแต่บดนี้ ่ ้ ่ ั เป็ นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 16 กันยายน พุทธศักราช 2500” สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อรัฐบาลทหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เถลิงอานาจแล้ว รัฐบาลได้ฟ้ื นฟูพระราชอานาจ พระมหากษัตริ ย ์ โดยอนุญาตให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จออกประชาชน เป็ นอันมาก ให้ทรงเสด็จประภาสในถิ่นทุรกันดาร และตั้งงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาที่พระองค์มี พระราชดาริ ริเริ่ มด้วย โดยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ประกาศให้นาประเพณี หมอบกราบเข้าเฝ้ า ซึ่ง เลิกไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ กลับมาใช้ใหม่ กับทั้งประกาศให้สถาปนาพุทธ ศาสนาธรรมยุติกนิกายขึ้นซ้ าด้วย นอกจากนี้ นับตั้งแต่การปฏิวติสยาม 2475 สืบมา ประเพณี การเสด็จพระ ั ราชดาเนินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคก็ได้จดขึ้นเป็ นครั้งแรกเพื่อถวายผ้าพระกฐิน ั พิธีกรรมหลายหลากในสมัยคลาสสิกของราชวงศ์จกรี เช่น พิธีกรรมพืชมงคล ก็มีประกาศให้ฟ้ื นฟู ั วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (5 ธันวาคม) ก็ได้รับการประกาศ ให้เป็ นวันชาติไทย แทนที่วนที่ 24 มิถุนายน อันตรงกับวันที่คณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็ น ั ผลสาเร็ จด้วย เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 8 ธันวาคม 2506 สานักพระราชวังก็มีประกาศ ให้จดการไว้ทุกข์ในพระราชวังเป็ นเวลายีสิบเอ็ดวัน และศพจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้รับพระราชทานฉัตร ั ่ ห้าชั้น ซึ่งปรกติเป็ นเครื่ องยศของพระบรมวงศานุวงศ์ช้นสมเด็จเจ้าฟ้ า กางกั้นตลอดระยะเวลาไว้ศพ ทั้งนี้ ั พระยาศรี วิสารวาจา (หุ่น ฮุนตระกูล) องคมนตรี ได้กล่าวต่อมาว่า ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรี คนใดที่มความ ี ใกล้ชิดกับพระมหากษัตริ ยเ์ ท่ากับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาก่อนเลย
13.
สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร
หลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใน พ.ศ. 2506 จอมพลถนอม กิตติขจร ก็ ได้รับแต่งตั้งให้เป็ นนายกรัฐมนตรี คนถัดมา และจอมพลถนอม กิตติขจร ก็สืบนโยบายราชานิยมของจอม พลสฤษดิ์ต่อมาอีกกว่าทศวรรษ โดยในช่วงปี 2510-2520 นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดชทรงมีบทบาทโดดเด่นในคณะลูกเสือชาวบ้าน และกองกาลังติดอาวุธกระทิงแดง เป็ นอันมาก ซึ่งเดือน ตุลาคม 2516 ในการประท้วงเพื่อเรี ยกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาล และมีผตายเป็ นจานวนมหาศาลอัน ู้ เนื่องมาจากการปราบปรามของรัฐบาลนั้น พระองค์ได้มพระบรมราชานุญาตให้เปิ ดพระทวารพระตาหนัก ี จิตรลดารโหฐานรับผูชุมนุมที่หนีตายเข้ามา และพระราชทานพระราชโอกาสให้เหล่าผูชุมนุมเฝ้ า ต่อมา ก็ ้ ้ ทรงตั้ง สัญญา ธรรมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็ นนายกรัฐมนตรี แทนจอมพลถนอม กิตติ ขจร ผูล้ ีภยไปสหรัฐอเมริ กาและสิงคโปร์ตามลาดับ ครั้งนั้น สัญญา ธรรมศักดิ์ จัดตั้งรัฐบาลพลเรื อนสาเร็ จ ้ ั เป็ นครั้งแรก ทว่า ไม่ชาไม่นานต่อมาใน พ.ศ. 2519 จอมพลถนอม กิตติขจร ก็เล็ดรอดเข้าประเทศโดยบวช ้ เป็ นภิกษุที่วดบวรนิเวศวิหาร ก่อให้เกิดการประท้วงเป็ นวงกว้าง และนาไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งกองกาลัง ั ติดอาวุธของกลุ่มนิยมเจ้าได้สงหารผูประท้วงล้มตายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ั ้ สมัยพลเอกเปรม ติณสู ลานนท์ ในความโกลาหลครั้งนั้น ฝ่ ายทหารก็เข้ายึดอานาจอีกครั้ง และเสนอนามบุคคลสามคนให้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็ นนายกรัฐมนตรี คนใหม่ ประกอบด้วย ประกอบ หุตะสิงห์ ประธานศาลฎีกา, ธรรมนูญ เทียนเงิน ผูว่าราชการกรุ งเทพมหานคร และ ้ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ผูพิพากษาศาลฎีกา ด้วยความที่ธานินทร์ กรัยวิเชียร มีเกียรติคุณดีที่สุด จึงได้รับการ ้ โปรดให้เป็ นนายกรัฐมนตรี ทว่า เมื่อพระองค์พบว่า ธานินทร์ กรัยวิเชียร มีแนวคิดขวาจัด และให้เหล่า นักศึกษาหนีเข้าป่ าไปรวมกลุ่มกับพวกคอมมิวนิสต์ได้ รัฐบาลของธานินทร์ กรัยวิเชียร ก็ถกรัฐประหารนา ู โดย พลเอกเกรี ยงศักดิ์ ชมะนันท์ ใน พ.ศ. 2523 และคณะรัฐประหารก็ต้งพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็ น ั นายกรัฐมนตรี คนใหม่ ขณะนั้น กองกาลังที่นิยมรัฐบาลได้เข้ายึดกรุ งเทพมหานคร ทว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดชทรงปฏิเสธไม่รับรอง การก่อการครั้งนี้จึงกลายเป็ นกบฏที่รู้จกในชื่อ "กบฏเมษาฮาวาย" และ ั นาไปสู่ "กบฏทหารนอกราชการ" ในเวลาต่อมา สมัยพลเอกสุ จนดา คราประยูร ิ ใน พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีบทบาทเป็ นสาคัญในการ เปลี่ยนผันระบอบทหารไปสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยการรัฐประหารของคณะทหารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ได้นาประเทศไทยกลับไปสู่ระบอบเผด็จการทหารอีกครั้ง หลักการเลือกตั้งในปี ถัดมา พล
14.
เอกสุจินดา คราประยูร หัวหน้าคณะรัฐประหาร
ซึ่งเคยตกปากว่าจะไม่รับตาแหน่งใด ๆ ภายหลังจากเลือกตั้ง อีกเพื่อตัดข้อครหาบทบาทของทหารในรัฐบาลพลเรื อน กลับยอมรับตาแหน่งนายกรัฐมนตรี และสร้างความ ไม่พอใจท่ามกลางประชาชนเป็ นอันมาก นาไปสู่การประท้วง และมีผคนล้มลายหลายหลากเมื่อฝ่ ายทหาร ู้ เปิ ดการโจมตีผชุมนุม เหตุการณ์ดิ่งสู่ความรุ นแรงเรื่ อย ๆ เมื่อกาลังทหารและตารวจเข้าควบคุม ู้ กรุ งเทพมหานครเต็มที่ และท่ามกลางสงครามกลางเมืองครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดช ทรงเข้าแทรกแซง โดยมีพระบรมราชโองการเรี ยกพลเอกสุจินดา คราประยูร และหัวหน้ากลุ่มผู้ ประท้วงเพื่อเรี ยกร้องประชาธิปไตย ให้เฝ้ า และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถ่ายทอดการนี้ ออกอากาศสดได้ ในภาพทางโทรทัศน์ พระองค์ทรงขอให้ค่กรณี ยติความรุ นแรงและนาพาชาติบานเมือง ู ุ ้ ไปสู่สนติ ณ จุดสูงสุดของวิกฤติการณ์ ปรากฏภาพพลเอกสุจินดา คราประยูร และหัวหน้าผูประท้วง เฝ้ าทูล ั ้ ละอองพระบาทโดยหมอบกราบ และที่สุดก็นาไปสู่การลาออกของพลเอกสุจินดา คราประยูร และการ เลือกตั้งทัวไป ่ สมัยรัฐประหาร พ.ศ. 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุ ณาโปรด ่ ั เกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานสภาองคมนตรี และ รัฐบุรุษ พลเอกสนธิ บุญย รัตกลิน พลเรื อเอกสถิรพันธุ์ เกยานนท์ และพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข เข้าเฝ้ าทูลละอองธุลีพระบาท ถวาย รายงานสถานการณ์ การปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ์ เมื่อเวลา 00.19 น. วันพุธที่ 20 กันยายน ณ พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ได้นาความกราบบังคมทูลพระกรุ ณา ทราบฝ่ าละอองธุลีพระบาท ว่า การ ์ บริ หารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อันมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็ นนายกรัฐมนตรี ก่อให้เกิดปั ญหา ความ ขัดแย้งแบ่งฝ่ าย สลายความรู้สึกรู้รักสามัคคีของคนในชาติ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติ ไทย ประชาชนส่วนหนึ่งเคลือบแคลงสงสัยว่า การบริ หารราชการแผ่นดิน ส่อไปในทางทุจริ ตประพฤติมิ ชอบอย่างกว้างขวาง หน่วยงานอิสระ ถูกการเมืองครอบงา ทาให้การดาเนินกิจกรรมทางการเมือง เกิดปัญหา และอุปสรรคหลายประการ แม้หลายภาคส่วนของสังคมจะได้พยายามประนีประนอม คลีคลายสถานการณ์ ่ มาโดยต่อเนื่องแล้ว ก็ไม่สามารถรักษาความสงบเรี ยบร้อยของบ้านเมืองได้ เดิม คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ใช้ชื่อ ์ ภาษาอังกฤษว่า Council for Democratic Reform under Constitutional Monarchy (อักษรย่อ CDRM) ต่อมาได้ตดคาว่า under Constitutional Monarchy ออก เพื่อไม่ให้สื่อต่างประเทศนาไปตีความว่า คณะปฏิรูป ั ฯ เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริ ย ์ เป็ น Council for Democratic Reform (อักษรย่อ CDR) โดยยังคง ใช้ชื่อภาษาไทยตามเดิม
15.
นอกจากนี้ ในวันที่ 22
กันยายน โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยสถานีวิทยุ โทรทัศน์กองทัพบก แพร่ ภาพพิธีรับพระบรมราชโองการ แต่งตั้งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข แก่พลเอกสนธิ ซึ่งมีขอสังเกตว่าประกาศฉบับดังกล่าว ์ ้ มีพลเอกสนธิเอง ในฐานะผูบญชาการทหารบก เป็ นผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และลงวันที่ 20 ้ ั ้ กันยายน ขณะที่พิธีรับพระบรมราชโองการนั้น จัดให้มีข้ ึนต่อมาในภายหลัง หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ่ ั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชัวคราว พ.ศ. 2549 ในวันที่ 1 ตุลาคม ปี เดียวกัน คณะ ่ ปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข แปรสภาพเป็ น คณะ ์ มนตรีความมันคงแห่ งชาติ โดย หัวหน้า คปค. ดารงตาแหน่ง ประธานคณะมนตรีความมันคงแห่งชาติ มี ่ ่ อานาจหน้าที่ เป็ นผูรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบญญัติ ้ ั ประธานสภาร่ างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่ างรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้น จึงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็ นนายกรัฐมนตรี พระราชทรัพย์ พระราชทรัพย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ส่วนใหญ่อยูในรู ปของที่ดินและหุน โดยแบ่งออก ่ ั ่ ้ ได้เป็ นส่วน ๆ ได้โดยสังเขป คือทรัพย์สินส่วนพระองค์ พระคลังข้างที่ และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ย ์ ซึ่งพระองค์อุทิศพระราชทรัพย์ส่วนหนึ่งเพื่อโครงการพระราชดาริ จานวนกว่า 3,000 โครงการ มูลนิธิในพระ บรมราชูปถัมภ์ เพื่อพัฒนาภายในประเทศในด้านกสิกรรม เกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย การส่งเสริ มอาชีพ สาธารณูปโภค และการศึกษา โครงการต่างๆมีรายละเอียดใช้เป็ นแหล่ง อ้างอิงไปได้ทวโลก และพบได้ในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ของประเทศไทย ั่ ทรัพย์ สินส่ วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ยถือเป็ นทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ใช่ทรัพย์สินของส่วนพระองค์ของ ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว และได้รับการยกเว้นไม่ตองเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทรัพย์สิน ่ ั ้ ดังกล่าวจะถูกบริ หารงานในรู ปแบบองค์กรนิติบุคคลภายใต้ชื่อ สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ย ์ ทรัพย์สินส่วนใหญ่ ได้แก่ ที่ดินและหุน โดยปัจจุบนมีผเู้ ช่าที่ดินทัวประเทศมากกว่า 3 หมื่นสัญญา โดย ้ ั ่ แปลงสาคัญ ๆ ประกอบด้วย ที่ดินโรงแรมโฟร์ซีซน ที่ดินสยามพารากอน ที่ดินเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า ที่ดิน ั่ องค์การสะพานปลา และที่ดินริ มถนนพระรามที่ 4 ฝั่งเหนือ จากสวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ยาวจรดศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ิ ทั้งนี้บริ ษทซีบีริชาร์ดเอลลิส บริ ษทโบรกเกอร์ดานอสังหาริ มทรัพย์รายใหญ่ของโลก ั ั ้ ได้เคยประมาณการตัวเลขพื้นที่ที่อยูในการดูแลของสานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ยอยูที่ 32,500 ไร่ ่ ์ ่
16.
โดยในบางพื้นที่มีมลค่าสูงกว่า 380 ล้านบาทต่อไร่
ทั้งนี้ สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ยยงได้ ู ์ั ลงทุนในหุนของบริ ษทต่าง ๆ อีกด้วย โดยถ้านับรวมทั้งหมด หุนที่สานักงานทรัพย์สินฯ มีอยูท้งหมดคิดเป็ น ้ ั ้ ่ ั 7.5% ของมูลค่าตลาดรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทาให้พระองค์ทรงได้รับการจัดอันดับจาก นิตยสารฟอร์บ ให้เป็ นหนึ่งในกษัตริ ยที่ร่ ารวยที่สุดในโลก แต่สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริ ยได้ ์ ์ ชี้แจงถึงบทความดังกล่าวว่า "มีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริ ง เนื่องจากในความเป็ นจริ ง ทรัพย์สินที่นบั มาประเมินนั้นเป็ นทรัพย์สินของแผ่นดิน มิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์" ทรัพย์ สินส่ วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหว ยังทรงมีการลงทุนส่วนพระองค์เอง โดยไม่ผานสานักงานทรัพย์สิน ่ ั ่ ส่วนพระมหากษัตริ ย ์ โดยการเป็ นผูถือหุนใน บริ ษท สัมมากร จากัด (มหาชน) 43.87% บริ ษท ไทย ้ ้ ั ั ประกันภัย จากัด (มหาชน) 18.56% และบริ ษท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล จากัด (มหาชน) 2.04% เป็ นต้น ั ่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์น้ ียงหมายรวมถึง เงินทูลเกล้าถวายฯ ตามพระราชอัธยาศัยต่าง ๆ ซึ่ง ั ทรัพย์สินส่วนพระองค์น้ นไม่ได้รับการยกเว้นเรื่ องภาษี และต้องเสียภาษีอากรตามปกติ ั มูลนิธิอานันทมหิดล อ้างว่า พระองค์ได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์จานวนมากแก่ โครงการพระราชดาริ มูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนการกุสล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การถือหุ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็ นผูถือหุนบริ ษทเอกชนหลายแห่ง ข้อมูลเมื่อ ้ ้ ั วันที่ 1 มกราคม 2553 มีดงต่อไปนี้ ั 1. ใน บริ ษทสัมมากร จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 197,414,850 หุน คิดเป็ นร้อยละ 43.870 ั ้ ้ 2. ใน บริ ษทไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 72,470,861 หุน คิดเป็ น ั ่ ้ ้ ร้อยละ 2.22 3. ใน บริ ษทปูนซิเมนต์ไทย จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 360,000,000 หุน คิดเป็ นร้อยละ 30.00 ั ้ ้ 4. ใน บริ ษทไทยประกันภัย จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 3,526,567 หุน คิดเป็ นร้อยละ 30.00 ั ้ ้ 5. ใน บริ ษทธนาคารไทยพาณิ ชย์ จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 722,941,958 หุน คิดเป็ นร้อยละ ั ้ ้ 21.31 6. ใน บริ ษทซิงเกอร์ประเทศไทย จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 1,383,770 หุน คิดเป็ นร้อยละ ั ้ ้ 0.51 7. ใน บริ ษทเทเวศประกันภัย จากัด (มหาชน) ทรงถือหุนจานวน 27,600 หุน คิดเป็ นร้อยละ 0.23 ั ้ ้
17.
พระราชบุตร
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ ิ พระบรมราชินีนาถมี พระราชโอรสและพระราชธิดาด้วยกันสี่พระองค์ตามลาดับดังต่อไปนี้ 1. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวฒนาพรรณวดี (พระนามเดิม: สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้า ั ฟ้ าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวฒนาพรรณวดี; ประสูติ: 5 เมษายน พ.ศ. 2494, สถานพยาบาลมงต์ชวซี ั ั เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์น้ ีได้ทรงลาออกจากฐานันดร ศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เพื่อทรงสมรสกับนายปี เตอร์ เจนเซ่น ชาวอเมริ กน โดยมีพระโอรสหนึ่งองค์ ั และพระธิดาสององค์ ทั้งนี้ คาว่า "ทูลกระหม่อมหญิง" เป็ นคาเรี ยกพระราชวงศ์ที่มีพระชนนี เป็ น สมเด็จพระบรมราชินี 2. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (พระนามเดิม: สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธารงสุบริ บาล อภิคุณ ประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร; ประสูติ: 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495, พระที่นงอัมพรสถาน) ทรงอภิเษกสมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ ั่ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินดดามาตุ นางสุจาริ ณี วิวชรวงศ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ ั ั พระองค์เจ้าศรี รัศมิ์ ตามลาดับ โดยมีพระโอรสหนึ่งพระองค์และสี่องค์ กับพระธิดาสองพระองค์
18.
3. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้
ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิ ยชาติ สยามบรมราชกุมารี (พระนามเดิม: สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวฒนาดุลโสภาคย์; ประสูติ: 2 ั เมษายน พ.ศ. 2498, พระที่นงอัมพรสถาน) ั่ 4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (ประสูติ: 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500, พระที่นงอัมพรสถาน) ทรงอภิเษกสมรสกับนาวาอากาศเอก วีระยุทธ ดิษยะศริ น โดยมีพระธิดาสอง ่ั พระองค์ พระราชกรณียกิจ พระราชนิพนธ์ และผลงานอื่น ด้ านศิลปวัฒนธรรมและวรรณคดี ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็ นพระมหากษัตริ ยที่มีพระปรี ชาสามารถในศิลปะแขนงต่าง ๆ หลายแขนง ์ จึงทรงได้รับการยกย่องให้เป็ นองค์อครศิลปิ นแห่งชาติและบิดาแห่งการดนตรี พระองค์ยงทรงสนพระราช ั ั หฤทัยในการฝึ กเขียนภาพ และมีพระปรี ชาสามารถในเรื่ องการถ่ายภาพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนทรงมีพระปรี ชาสามารถปั้นพระพุทธรู ปพระสมเด็จจิตรลดาด้วยพระองค์เอง งานทางด้านวรรณศิลป์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงเชี่ยวชาญในภาษาหลากหลายภาษา ทรง ่ ั พระราชนิพนธ์บทความ แปลหนังสือ เช่น นายอินทร์ผปิดทองหลังพระ ติโต พระมหาชนก และพระมหา ู้ ชนก ฉบับการ์ตูน เรื่ อง ทองแดง เป็ นพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับคุณทองแดง สุนขทรงเลี้ยง เป็ นต้น ั
19.
ด้ านการพัฒนาชนบท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวเสด็จฯ ไปทุกหนแห่งไม่ว่าดินแดนแห่งนั้นจะทุรกันดารเพียงใด ไม่ว่า ่ ั ใกล้ไกลแค่ไหน พระองค์จดทาโครงการพัฒนาชนบทตามแนวพระราชดาริ ควบคู่ไปในทุกๆ ด้าน ไม่เน้น ั ด้านใดด้านหนึ่ง พระองค์มจุดประสงค์เดียวคือ เพื่อขจัดความทุกข์ยากของชาวชนบท และสนับสนุน ี ส่งเสริ มให้มีความเป็ นอยูที่ดีข้ ึน รวมทั้งแก้ปัญหาสังคมเมืองให้ดีข้ ึน โดยจะเห็นได้จากโครงการใน ่ พระราชดาริ หลายโครงการที่เกิดขึ้นจากความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ จะเป็ นโครงการเกี่ยวกับปรับปรุ งถนนหนทาง การก่อสร้าง ถนนเพื่อการ สัญจรไปมาได้สะดวกและทัวถึง การคมนาคมเป็ นปัจจัยพื้นฐานที่ สาคัญของการนาความเจริ ญ ่ ไปสู่ชนบท การสื่อสาร ติดต่อที่ดียงผล สาคัญทาให้เศรษฐกิจของราษฎรในพืนที่ดีข้ ึน ราษฎรก็มความ ั ้ ี เป็ นอยูที่ดีข้ ึน ในการพัฒนาชนบทนั้น การคมนาคม เป็ นปัจจัยพื้นฐานที่สาคัญที่จะมองข้ามไปเสียมิได้ ่ เพราะเป็ นเสมือนประตูเชื่อม ระหว่างในเมือง และชนบท ดังนั้น การที่จะเริ่ มโครงการพัฒนาใดๆ นั้นจะต้อง เริ่ มจากการปรับปรุ ง และการก่อสร้างถนนหนทางเป็ นการเปิ ดประตูนาความเจริ ญเข้าไปสู่พ้ืนที่
20.
ด้ านการเกษตรและชลประทาน
เขื่อนภูมิพล ในด้านการเกษตร จะทรงเน้นในเรื่ องของการค้นคว้า ทดลอง และวิจยหาพันธุพืชใหม่ๆ ทั้งพืช ั ์ เศรษฐกิจ พืชสมุนไพร รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช และพันธุสตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพ ์ ั ท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งแต่ละโครงการจะเน้นให้สามารถนาไปปฏิบติได้จริ ง มีราคาถูก ใช้เทคโนโลยีง่าย ไม่ ั สลับซับซ้อน เกษตรกรสามารถดาเนินการเองได้ นอกจากนี้ ยังทรงพยายามไม่ให้เกษตรกรยึดติดกับพืชผล ทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเกิดปัญหาอันเนื่องมาจากความแปรปรวนของสภาพดินฟ้ าอากาศ หรื อความแปรปรวนทางการตลาด แต่เกษตรกรควรจะมีรายได้จากด้านอื่นนอกเหนือไปจากการเกษตร เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อจะได้พ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง ึ การพัฒนาแหล่งน้ าเพื่อการเพาะปลูกหรื อการชลประทาน นับว่าเป็ นงานที่มความสาคัญและมี ี ประโยชน์อย่างยิงสาหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเกษตรกรจะสามารถทาการเพาะปลูกได้ ่ อย่างสมบูรณ์ตลอดปี เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบนส่วนใหญ่เป็ นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งต้อง ั อาศัยเพียงน้ าฝนและน้ าจากแหล่งน้ าธรรมชาติเป็ นหลัก ทาให้พืชได้รับน้ าไม่สมาเสมอ และไม่เพียงพอ ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ ามากกว่าโครงการ ่ ั พัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ประเภทอื่น ด้ านการแพทย์ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวพระราชทานให้กบประชาชนในระยะแรกๆ ล้วนแต่เป็ น ่ ั ั โครงการด้านสาธารณสุข เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า หากประชาชนมีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง จะนาไปสู่ สุขภาพจิตที่ดี และส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดีไปด้วย พระองค์จึงทรงให้ความสาคัญกับงาน ด้านสาธารณสุขเป็ นอย่างมาก ในการเสด็จพระราชดาเนินไปทรงเยียมราษฏรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง จะ ่ ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ที่ประกอบด้วย ผูเ้ ชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากดรงพยาบาลต่างๆ
21.
และล้วนเป็ นอาสาสมัครทั้งสิ้น โดยเสด็จพระราชดาเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด
พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และ เครื่ องมือแพทย์ครบครัน พร้อมที่จะให้การรักษาพยาบาลราษฎรผูป่วยไข้ได้ทนที ้ ั นอกจากนั้น ยังมีโครงการทันตกรรมพระราชทาน ซึ่งเป็ นพระราชดาริ ที่ให้ทนตแพทย์อาสาสมัคร ั ได้เดินทางออกไปช่วยเหลือบาบัดโรคเกี่ยวกับฟัน ตลอดจนสอนการรักษาอนามัยของปากและฟัน แก่เด้ก นักเรี ยนและราษฎรที่อาศัยอยูในท้องที่ทุรกันดาร และห่างไกลจากแพทย์ทวทุกภาค โดยให้การบริ การรักษา ่ ั่ โรคฟัน โดยไม่คิดมูลค่า ทางด้านหน่วยแพทย์หลวงที่จะต้องตามเสด็จพระราชดาเนินไป ณ ที่ประทับแรม ทุกแห่งนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลราษฎร ผูมาขอรับการรักษา ไม่ตองเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการ ้ ้ ใด นอกจากนั้น หน่วยแพทย์หลวงยังจัดเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง ไปรักษาราษฎรผูป่วยเจ็บ ตามหมู่บานที่อยู่ ้ ้ ห่างไกลออกไปอีกด้วย ด้ านการศึกษา นอกจากนี้ พระองค์ยงโปรดเกล้าฯ ให้จดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อเป็ นการถวายพระเกียรติแด่ ั ั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวอานันทมหิดล เพื่อสนับสนุนทางด้านคัดเลือกบัณฑิตในสาขาวิชาต่างๆ ไป ่ ั ศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อจะได้ให้บณฑิตเหล่านั้นนาความรู้ที่ได้ไปศึกษาวิจยนาผลงานที่ได้กลับมาพัฒนา ั ั ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยพระองค์ออกทุนให้ตลอดจนดูแลเกี่ยวกับความเป้ นอยูในต่างประเทศนั้นๆ อีก ่ ด้วย ส่วนในประเทศทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐบาลเป็ นผูดพเนินการจัดการบริ หารทางการศึกษา ้ แบบให้เปล่าตั้งแต่ระดับชั้นประถมศกษา จนถึงระดับมัธบมศึกษาตอนปลาย ในลักษณะทั้งอยูประจาและไป ่ กลับ แบ่งเป็ น โรงเรี ยนศึกษาสงเคราะห์ จานวน 26 โรงเรี ยน โรงเรี ยนราชประชานุเคราะห์ จานวน 14 โรงเรี ยน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวได้ทรงประกอบพระราชกรณี ยกิจตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี ที่ทรง ่ ั ครองราชย์เป็ นประมุขแห่งราชอาณาจักรไทย โดยสามารถยกตัวอย่างได้ดงนี้ : ั มูลนิธิชยพัฒนา ั มูลนิธิโครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โครงการหลวงอ่างขาง โครงการปลูกป่ าถาวร โครงการแก้มลิง โครงการฝนหลวง โครงการสารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน
22.
โครงการแกล้งดิน กังหันชัยพัฒนา แนวพระราชดาริ ผลิตแก๊สโซฮอล์ในโครงการส่วนพระองค์ (พ.ศ. 2528) แนวพระราชดาริ เศรษฐกิจพอเพียง เพลงพระราชนิพนธ์ พระสมเด็จจิตรลดา เป็ นต้น ด้ านการกีฬา เรื อใบเป็ นกีฬาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวโปรดเป็ นพิเศษ พระองค์ทรงเป็ นตัวแทนของ ่ ั ประเทศไทยลงแข่งเรื อใบในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 9-16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ที่ประเทศไทย เป็ นเจ้าภาพ โดยทรงเข้าค่ายฝึ กซ้อมตามโปรแกรมการฝึ กซ้อม และทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงในฐานะนักกีฬา เช่นเดียวกับนักกีฬาคนอืน ๆ ในที่สุด ด้วยพระปรี ชาสามารถ พระองค์ทรงชนะเลิศเหรี ยญทอง และทรง ่ ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรี ยญทองจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ท่ามกลางความปลื้มปี ติของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ และเป็ นที่ประจักษ์แก่ชนทัว ่ โลก ทาให้พระอัจฉริ ยภาพทางกีฬาเรื อใบของพระองค์ที่ยอมรับกันทัวโลก พระองค์ยงได้ทรงออกแบบและ ่ ั ประดิษฐ์เรื อใบยามว่างออกมาหลายรุ่ น พระองค์พระราชทานนามเรื อใบประเภทม็อธ (Moth) ที่ทรงสร้าง ขึ้นว่า เรื อใบมด เรื อใบซูเปอร์มด และ เรื อใบไมโครมด ถึงแม้ว่าเรื อใบลาสุดท้ายที่พระองค์ทรงต่อคือ เรื อ โม้ค (Moke) เมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 เรื อใบซูเปอร์ มดยังถูกใช้แข่งขันในระดับนานาชาติที่จดใน ั ประเทศไทยหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายคือเมื่อ พ.ศ. 2528 ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 13
23.
ด้ านดนตรี
งานทางด้านดนตรี พระองค์ทรงรอบรู้เรื่ องดนตรี เป็ นอย่างดีและทรงดนตรี ได้หลายชนิด เช่น แซ็ก โซโฟน คราริ เน็ต ทรัมเป็ ต กีตาร์ และเปี ยโน ทรงโปรดดนตรี แจ๊สเป็ นอย่างมาก และพระองค์ได้ประพันธ์ เพลงที่มีความหมายและไพเราะหลายเพลงด้วยกัน เช่น เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน เป็ นเพลงแรก สายฝน ั ยามเย็น ใกล้รุ่ง ลมหนาว ยิมสู้ ค่าแล้ว ไกลกังวล ความฝันอันสูงสุด และเราสู้ หรื อจะเป็ นพรปี ใหม่ ซึ่งถือได้ ้ ว่าเป็ นส่วนสาคัญอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของชาวไทย เป็ นต้น พระเกียรติยศ ธงประจาพระองค์
24.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลและเกียรติยศ ต่าง
ๆ มากมาย ทั้งจากบุคคลและคณะบุคคลในประเทศและต่างประเทศ อันเนื่องมาจากพระราชกรณียกิจ และพระราชอัธยาศัยในการแสวงหาความรู้ ที่สาคัญเป็ นต้นว่า ประธานรัฐสภายุโรปและสมาชิกร่ วมกันทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญรัฐสภายุโรป" (19 กรกฎาคม พ.ศ. 2519) ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อสันติภาพของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศ ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัลสันติภาพ" (9 กันยายน พ.ศ. 2529) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญทองเฉลิมพระเกียรติคุณในการนาชนบทให้ พัฒนา" (21 กรกฎาคม พ.ศ. 2530) ผูอานวยการใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญทองประกาศ ้ พระเกียรติคุณด้านสิ่งแวดล้อม" (4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535) ผูอานวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน" (24 ้ พฤศจิกายน พ.ศ. 2535) คณะกรรมการสมาคมนิเวศวิทยาเชิงเคมีสากล (International Society of Chemical Ecology) ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญรางวัลเทิดพระเกียรติในการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ" (26 มกราคม พ.ศ. 2536) หัวหน้าสาขาเกษตร ฝ่ ายวิชาการภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัลหญ้าแฝกชุบ สาริ ด" สดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็ นนักอนุรักษ์ดินและน้ า (30 ตุลาคม พ.ศ. 2536) ผูอานวยการบริ หารของยูเอ็นดีซีพี (UNDCP) แห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญทองคา ้ สดุดีพระเกียรติคุณด้านการป้ องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด" (12 ธันวาคม พ.ศ. 2537) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญสดุดีพระเกียรติคุณใน ด้านการพัฒนาการเกษตร" (6 ธันวาคม พ.ศ. 2539) สานักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย "รางวัลความสาเร็ จสูงสุดด้านการ พัฒนามนุษย์" จากการที่ได้ทรงอุทิศกาลังพระวรกายและทรงพระวิริยะอุตสาหะในการปฏิบติพระ ั ราชกรณียกิจมาตลอดพระชนม์ชีพ (26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549) ในปี พ.ศ. 2550 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization) แถลง ข่าวการทูลเกล้าฯ ถวาย "เหรี ยญรางวัลผูนาโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา" (Global Leaders Award) ้ โดยนายฟรานซิส เกอร์รี่ ผูอานวยการใหญ่เป็ นผูนาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ณ พระราชวังไกลกังวล ใน ้ ้ วันที่ 14 มกราคม 2552 เพื่อเทิดพระเกียรติที่ทรงมีบทบาทและผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ โดดเด่น และพระองค์ทรงเป็ นผูนาโลกคนแรกที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกทูลเกล้าฯ ถวาย ้ เหรี ยญรางวัลดังกล่าว
25.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวทรงเป็ นผูที่ได้รับมอบถวายปริ ญญากิตติมศักดิ์มากเป็
นสถิติโลกถึง 136 ่ ั ้ ฉบับ ใน พ.ศ. 2540 โดยทรงได้รับมอบถวายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเป็ นส่วนใหญ่ สถานที่ พันธุ์พช และพันธุ์สัตว์ อันเนื่องด้ วยพระปรมาภิไธย ื สถานที่ โรงเรี ยน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สะพานภูมิพล - สะพานข้ามแม่น้ าเจ้าพระยาสาหรับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม บริ เวณ เขตยาน นาวา กรุ งเทพมหานคร และอาเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก อาคารภูมิพลสังคีต วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พันธุ์พช ื ภูมิพลินทร์, Trisepalum bhumibolianum - ชื่อภาษาไทย แปลว่า พรรณไม้ที่เป็ นศรี สง่าแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช - พืชหายาก และเป็ นพืชถิ่นเดียวของประเทศ ไทย จัดในวงศ์ชาฤๅษี สารวจพบ บริ เวณแก่งหินปูนในเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และอุทยาน แห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลาพูน พันธุ์สัตว์ หมึกสายราชา, Octopus rex Nateewathana & Norman, 1999 - หมึกสายขนาดเล็กพบในน่านน้ าไทย ปูเจ้าพ่อหลวง, Potamon bhumibol Naiyanetr, 2001 - ปูน้ าจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เต่า โบราณ, Basilochelys macrobios Tong, Claude, Naksri, Suteethorn, Buffetaut, Khansubha, Wongko, & Yuangdetkla, 200 - เต่าโบราณ ในวงศ์ตะพาบน้ า พบในหมวดหินภูกระดึง อายุ 150 ล้านปี ในยุคจูราสสิกตอนปลาย ค้นพบที่ อาเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร
26.
บรรณานุกรม
Photoontour. " รัชกาลที่9," พระราชประวัติ. 19มิถุนายน54. < specialphotos_html 60thcelebration /king_data.htm > 19มิถุนายน54. สุรีย ์ ไวยกุฬา . "รัชกาลที่9," พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช. 19มิถุนายน54. < http://school.obec.go.th/nongjabtao /New_Web/pra_rat_pra_vut.htm > 19มิถุนายน54. วิกิพีเดีย. "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช," ชื่อพระราชประวัติ. 19มิถุนายน ิ 2554. < http://th.wikipedia.org/wiki// > 19มิถุนายน2554.
Download