จังหวัดน่าน
จังหวัดน่าน จังหวัดน่าน  ตั้งอยู่ใน ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน มีชื่อเรียกในพงศาวดารว่า  นนทบุรี  มีพื้นที่กว้างใหญ่ เป็นอันดับ  13   ของประเทศ แต่มีประชากรเบาบางเป็นอันดับที่  3   ของประเทศ พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน และมีลำน้ำหลายสายเช่น ลำน้ำน่าน ลำน้ำว้า ทั้งยังมีประชากรหลายชาติพันธุ์ นับว่าเป็นดินแดนของความหลากหลายอีกแห่งหนึ่งของประเทศ
คำขวัญจังหวัดน่าน แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ  จิตรกรรมวัดภูมินทร์ เสาดินนาน้อย  แอ่วดอยภูคา ชิมปลาปากนาย  ผ้าลายน้ำไหล มะไฟจีนรสดี  ลิ้นจี่ชวนลอง ส้มสีทองเมืองน่าน
ความเป็นมาของจังหวัด   ความเป็นมาของจังหวัด เมืองน่าน หรือจังหวัดน่านเป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของภาคเหนือตามพงศาวดารน่านกล่าวไว้ว่า เดิมเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาเพชร เขตอำเภอปัวในปัจจุบัน เรียกชื่อว่าเมือง  “ วรนคร ”  มีขุนฟอง ราชบุตรบุญธรรมของพญาภูคา ต้นราชวงศ์  “ ภูคา ”  เป็นผู้ครองนครองค์แรก ต่อมาในสมัยพญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครองค์ที่ ๕ ได้ย้ายเมืองมาตั้งที่ดอยภูเชิงแช่แห้ง เพราะเมืองเก่าคับแคบ จนผู้คนพลเมืองหนาแน่นขึ้น จึงตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า  “ เมืองภูเพียงแช่แห้ง ” พญาการเมืองครองราชย์อยู่ได้ ๕ ปี ก็สิ้นพระชนม์ พญาผากองตน ราชโอรสขึ้นครองราชย์สืบต่อมาได้ ๖ ปี ลำน้ำน่านที่ไหลผ่านบริเวณเมืองเกิดแห้งลง พญาผาทองตน  ( บางแห่งเรียกพญาผาทอง )  จึงย้ายเมืองน่านไปอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำน่าน คือบ้านห้วยใต้ และแม้จะได้มีการย้ายเมืองอยู่หลายครั้ง แต่ในที่สุดก็ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านห้วยใต้ ซึ่งเป็นตัวเมืองน่านในปัจจุบัน
นับแต่ พ . ศ .  ๑๙๑๑ ซึ่งได้เริ่มสร้างเมืองน่านขึ้นมามีเจ้าผู้ครองนครน่านสืบต่อกันมาถึง ๖๔ องค์ โดยมีพระเจ้ามหาพรหมสุรธาดาเป็นองค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ . ศ .  ๒๔๗๔ จากนั้นรัฐบาลในสมัยนั้นก็ได้สั่งยกเลิกตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร เมืองน่านในสมัยโบราณหรือในสมัยที่ยังมีเจ้าผู้ครองนครอยู่นั้น มีชื่อเรียกกันหลายชื่อ เช่น เมืองน่าน เมืองนันทบุรี เมืองนาเคนทร และเมืองนันทบุรีศรีนครน่าน มาตามลำดับ แต่ตามศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเรียกว่า เมืองน่าน สันนิษฐานว่าชื่อเมืองน่านนี้คงจะเพี้ยนมาจากภาษาจีนที่ว่า  “ น่านเจียง ”  ซึ่งแปลว่าเมืองอยู่ทางทิศใต้ เมื่อ พ . ศ .  ๑๙๑๓ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา น่านอยู่ใต้การปกครองของพระเจ้าติโลกราชเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และเมื่อนครเชียงใหม่สิ้นอำนาจลง เมืองน่านก็ถูกพม่ายึดครองไปด้วย  จนในที่สุดเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชปราบล้านนาไทยได้หมด แล้วรวมเอาหัวเมืองฝ่ายเหนือเข้ามาเป็นราชอาณาจักรไทย
ตราประจำจังหวัด
ตราผ้าผูกคอลูกเสือ
ต้นไม้ประจำจังหวัด ต้นกำลังเสือโคร่ง
ดอกไม้ประจำจังหวัดน่าน เสี้ยวดอกขาว
ความหนาแน่นและประชากร ความหนาแน่น  41.46   คน / ตร . กม . ประชากร  475,614   คน
แผนที่จังหวัดน่าน
การคมนาคม   เนื่องด้วยภูมิศาสตร์ของจังหวัดน่านมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอื่นๆ ไม่มาก และเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศลาว ดังนั้นการเดินทางมาจังหวัดน่านจึงมีเส้นทางที่จำกัด ไม่มีทางรถไฟ แต่ก็มีท่าอากาศยานน่านรวมทั้งมีถนนสายหลักที่ตัดผ่านตลอดความยาวตั้งแต่เหนือลงมาและมีสภาพผิวถนนที่ดี สามารถใช้งานได้ตลอดปี
ทางรถไฟ   จังหวัดน่านไม่มีเส้นทางรถไฟผ่าน แต่สามารถเดินทางมาลงที่สถานีรถไฟเด่นชัย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่แล้วเดินทางด้วยถนนระยะทางประมาณ  140   กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  101   มายังตัวจังหวัดได้
ทางอากาศ   มีท่าอากาศยานน่านซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของตัวเมืองห่างประมาณ  3   กิโลเมตร มีเที่ยวบินระหว่างท่าอากาศยานเชียงใหม่ ,  ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้   จังหวัดน่านอาจไม่มีชื่อเสียงเป็นอันดันต้น ๆ ของสถานที่ท่องเที่ยว แต่ความจริงแล้ว ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้สนใจได้ท่องเที่ยวมากมายไม่รู้จบ ทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี แหล่งอารยธรรมโบราณ โดยที่เพิ่งค้นพบในเขตอำเภอเมืองน่าน ส่วนโบราณสถานโดยเฉพาะวัดเก่าแก่มีให้เห็นแทบทุกอำเภอ ได้แก่ วัดพระธาตุแช่แข็ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดด้าน  วัดภูมิน  หอคำ  วัดหนองบัว วัดบุญยืน ซึ่งล้วนแต่มีอายุนับร้อย ๆ ปี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามทั้งสิ้น
1.  อำเภอเมืองน่าน 2 .  อำเภอเวียงสา  3 .  อำเภอแม่จริม   4 .  อำเภอบ้านหลวง 5 .  อำเภอนาน้อย 6 .  อำเภอปัว 7 .  อำเภอทุ่งช้าง   8 .  อำเภอเชียงกลาง 9 .  อำเภอนาหมื่น 10 .  อำเภอสันติสุข 11 .  อำเภอบ่อเกลือ   12 .  อำเภอสองแคว  13 .  อำเภอภูเพียง 14 .  อำเภอท่าวังผา   15 .  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ   จังหวัดน่านแบ่งเขตการปกครอง
จังหวัดน่าน   ติดอยู่กับชายแดนทางทิศตะวันออกของภาคเหนือตอนบน ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  (  สปป . ลาว  )  ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ ประมาณ 668   กิโลเมตร บริเวณเส้นรุ้งที่  18   องศา  46   ลิปดา  30   ฟิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่  18   องศา  46   ลิปดา  44   ฟิลิปดาตะวันออก ระดับความสูงของพื้นที่อยู่สูง  2 ,112   เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีพื้นที่  11,472.076 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ  7,170,045   ไร่
สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ล่องแก่งลำน้ำว้า น่าน   ล่องแก่งลำน้ำว้า ที่บ้านน้ำปุ๊ ตำบลน้ำพางห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ  59   กิโลเมตร น้ำว้าเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ น้ำใสไหลตลอดปีมีทัศนียภาพสวยงาม สองฝั่งเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ โขดหิน เกาะแก่งที่สวยงามและแก่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือแก่งหลวง มีหาดทรายขาวเหมาะสำหรับตั้งแคมป์มีบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ
ดอยภูคา น่าน   อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ป่าต้นน้ำ ป่าดึกดำบรรพ์ปลายทางหิมาลัย ขุนเขาใต้ทะเล อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ประมาณ  1,680   ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ ท่าวังผา ปัว เชียงกลาง ทุ่งช้าง บ่อเกลือ สันติสุข และแม่จริม เทือกเขาดอยภูคาประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน สูงถึง  1,980   เมตร
ดอยเสมอดาว    บริเวณจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดูดาว ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินในบริเวณเดียวกัน เดินทางสะดวก รถสามารถขึ้นมาได้ถึงที่ เส้นทางลาดยางตลอด มีเพียงช่วงปลายประมาณ  700   เมตร ที่ยังเป็นถนนลูกรัง บนดอยเสมอดาวมี ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำชาย - หญิง ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาพักค้างแรม จากยอดดอยเสมอดาว จะได้เห็นทิวทัศน์ป่าเขา เห็นสายน้ำน่านที่ไหลผ่านอุทยาน ทะเลหมอกที่ปกคลุมสายน้ำเบื้องล่าง เป็นภาพที่สวยงาม
ดอยเสมอดาว
อุทยานแห่งชาติขุนน่าน   อุทยานแห่งชาติขุนน่าน หมายถึง ขุนเขา ลำน้ำ อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยภูคา และป่าผาแดง บริเวณท้องที่ต . ดงพญา ต . บ่อเกลือใต้ และต . ภูฟ้า อ . บ่อเกลือ จ . น่าน มีเนื้อที่ประมาณ  248.6   ตร . กม .  หรือประมาณ  155,375   ไร่ มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกหลายแห่ง และมีจุดเด่นที่สวยงาม ที่สำคัญพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็ฯแหล่งต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน มียอดดอยผีปันน้ำในเทือกเขาผีปันน้ำ ในต . ดงพญา เป็นดอยที่สูงที่สุด มีอาณาเขตด้านทิศตะวันออกติดต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สภาพภูมิอากาศโดยเฉลี่ยวอยู่ที่  1-7    ํ c  ในฤดูหนาว ส่วนฤดูร้อนมีอุณหภูมิระหว่าง  22-28   ํ c  และฤดูฝนมีอุณหภูมิเฉลี่ยว  20-25   ํ c
วัดพระธาตุแช่แห้ง   วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง สร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง  ( เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ . ศ . 1869-1902 )  เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า  7   พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย  ( วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน )  ในปีพ . ศ .  1897
ประเพณีท้องถิ่น แข่งเรือเมืองน่าน  การแข่งเรือของจังหวัดน่าน เป็นประเพณีเก่าแก่สืบต่อกันมานาน ลักษณะของเรือแข่ง ลำเรือจะใช้ท่อนซุงทั้งท่อนขุดแบบเรือชะล่า แต่รูปร่างเพรียวเบา หัวเรือแกะเป็นรูปพญานาค หรืองูใหญ่ชูคอเป็นสง่า อ้าปากโง้ง หางเรือทำเป็นหางพญานาคงอนสูง ตลอดลำเรือสลักลวดลาย ลงรักปิดทอง ติดกระจกสี ติดพู่ห้อยตรงหัวเรือและท้ายเรือ ตรงคอต่อหัวเรือปักธงประจำคณะ
ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า   ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน  ( ประเพณีเข้ากรรมเมือง ) ช่วงเวลา จัดทุกๆ ๓ ปี หรือเรียกว่า  “ สามปี๋สี่ฮวงข้าว ” ความสำคัญ เป็นประเพณีที่มีความสำคัญยิ่งของไทลื้อ จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ชาวไทลื้อได้เล่าต่อๆกันมาว่า เจ้าหลวงเมืองล้าคือ เจ้าเมืองที่ปกครองเมืองล้าในดินแดนสิบสองปันนา เป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถ และเป็นทั้งแม่ทัพนายกองของชาวไทลื้อเมืองล้าทั้งมวล และท่านได้สิ้นชีพิตักษัยในดินแดนสิบสองปันนา ในส่วนบริวารหรือผู้ช่วยของเจ้าหลวงเมืองล้าประกอบด้วย หิ่งช้าง หิ่งม้า ล่ามเมือง หาบมาด แจ่งฝ่าย เชียงล้าน โอ๊ก่า ช้างเผือก ปูก่าผมเขียวดำแดง ปางแสน ปางสา ปางเม็ด ม่อนเชียง คือ ปากท่อทั้งห้า บ่อต่วน สวนตาล เมืองหลุก อ่างเรียง และม่านตอง
บวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า
ประเพณีจิบอกไฟ   ก่อนถึงพิธีงานไหว้พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย งานนมัสการพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล หรืองานสมโภชฉลองวัดวาอารามที่สร้างใหม่ ศรัทธาวัดแต่ละคุ้มบ้านจะจัดทำบอกไฟพร้อมตกแต่งประดับประดาให้สวยงาม เมื่อถึงวันงานจะมีพิธีแห่แหนบอกไฟยังวัด โดยมีขนาบฟ้อนรำ ดนตรีพื้นเมืองเล่นอย่างสนุกสนาน  เมื่อไปถึงวัดหรือสถานที่จัดงานแล้ว จะมีพิธีทางศาสนาตามประเพณีของงานนั้นๆ จากนั้นแต่ละคุ้มบ้านจะจุดบอกไฟเฉลิมฉลอง  ( อาจจุดพร้อมๆ กัน หรือจุดทีละคุ้มบ้าน )  ไปจนหมดระหว่างนี้จะมีการละเล่น การฟ้อนรำ และดนตรีพื้นเมืองบรรเลงอย่างครึกครื้นสนุกสนาน ประกอบไปกับเสียงดัง โหว่ วิ้ว  ของบอกไฟ และจะประกวดกันว่าบอกไฟของใครมีเสียงยาวกว่าหรือนานกว่าจะเป็นผู้ชนะ
ประเพณีจิบอกไฟ
ประเพณีตั้งธัมม์หลวง จังหวัดน่าน   ความสำคัญ ประเพณีตั้งธัมม์หลวง  เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ประเพณีหนึ่งของจังหวัดน่าน ถือเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของชุมชน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และความมั่นคงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เพราะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจทุกๆ ฝ่าย  ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสจึงจะสำเร็จ ถือเป็นสีเหลืองอร่ามเต็มท้องนา พร้อมจะเก็บเกี่ยวในเดือนถัดไปคือ เดือนธันวาคม หรือเดือนสามเหนือ เป็นเวลาที่เกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่รอคอย  ผลผลิตด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวัง ความสุข  จึงมีเวลาว่างมากพอจะที่ทำบุญสุนทานด้วยความเต็มใจ  จิตใจเบิกบานแจ่มใส มีเวลาที่จะประดิดประดอยหรือตกแต่งวัดวาอาราม หรือเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ได้สวยงาม
ตั้งธัมม์หลวง
ของดีท้องถิ่น   หัตถกรรม   ชื่อ ซ้าเพาะ ( ซ้าเปาะ ) วัสดุ ไม้ไผ่  หรือหวาย วิธีการทำ นำไม้ไผ่หรือหวายมาสานขึ้นลวดลาย  มีทั้งสานลายทึบหรือโปร่งแล้วแต่ประโยชน์ใช้สอย  ส่วนบริเวณปากของซ้าจะสานลายตานทึบก่อนและมีหูโค้งขนาดเล็กพอเหมาะสำหรับใช้เชือกคล้องสะพายบ่าได้ด้วย  จากนั้นจะเน้นจะเม้มปากซ้าให้แน่นหนาแข็งแรงด้วยไม้ไผ่เหลาโค้งเป็นวงของปากซ้า  แล้วถักหรือสานด้วยตอกไม้ไผ่  หรือหวายขนาดเล็กให้สวยงาม  ประณีต  ลวดลายก็จะแตกต่างกันไปเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น
บรรณานุกรม วิกิพีเดีย สารานุกราเสรี . ” ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดน่าน , ” จังหวัดน่าน .11 ธันวาคม 2553. http://th.wikipedia.rog/wiki/nan 6 ธันวาคม 2554
จัดทำโดย นายอภิสิทธิ์  ปาระสินธ์ ม .5/1  เลขที่  14

จังหวัดน่าน

  • 1.
  • 2.
    จังหวัดน่าน จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ใน ภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน มีชื่อเรียกในพงศาวดารว่า นนทบุรี มีพื้นที่กว้างใหญ่ เป็นอันดับ 13 ของประเทศ แต่มีประชากรเบาบางเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน และมีลำน้ำหลายสายเช่น ลำน้ำน่าน ลำน้ำว้า ทั้งยังมีประชากรหลายชาติพันธุ์ นับว่าเป็นดินแดนของความหลากหลายอีกแห่งหนึ่งของประเทศ
  • 3.
    คำขวัญจังหวัดน่าน แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ เสาดินนาน้อย แอ่วดอยภูคา ชิมปลาปากนาย ผ้าลายน้ำไหล มะไฟจีนรสดี ลิ้นจี่ชวนลอง ส้มสีทองเมืองน่าน
  • 4.
    ความเป็นมาของจังหวัด ความเป็นมาของจังหวัด เมืองน่าน หรือจังหวัดน่านเป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของภาคเหนือตามพงศาวดารน่านกล่าวไว้ว่า เดิมเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาเพชร เขตอำเภอปัวในปัจจุบัน เรียกชื่อว่าเมือง “ วรนคร ” มีขุนฟอง ราชบุตรบุญธรรมของพญาภูคา ต้นราชวงศ์ “ ภูคา ” เป็นผู้ครองนครองค์แรก ต่อมาในสมัยพญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครองค์ที่ ๕ ได้ย้ายเมืองมาตั้งที่ดอยภูเชิงแช่แห้ง เพราะเมืองเก่าคับแคบ จนผู้คนพลเมืองหนาแน่นขึ้น จึงตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “ เมืองภูเพียงแช่แห้ง ” พญาการเมืองครองราชย์อยู่ได้ ๕ ปี ก็สิ้นพระชนม์ พญาผากองตน ราชโอรสขึ้นครองราชย์สืบต่อมาได้ ๖ ปี ลำน้ำน่านที่ไหลผ่านบริเวณเมืองเกิดแห้งลง พญาผาทองตน ( บางแห่งเรียกพญาผาทอง ) จึงย้ายเมืองน่านไปอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำน่าน คือบ้านห้วยใต้ และแม้จะได้มีการย้ายเมืองอยู่หลายครั้ง แต่ในที่สุดก็ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านห้วยใต้ ซึ่งเป็นตัวเมืองน่านในปัจจุบัน
  • 5.
    นับแต่ พ .ศ . ๑๙๑๑ ซึ่งได้เริ่มสร้างเมืองน่านขึ้นมามีเจ้าผู้ครองนครน่านสืบต่อกันมาถึง ๖๔ องค์ โดยมีพระเจ้ามหาพรหมสุรธาดาเป็นองค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัยเมื่อ พ . ศ . ๒๔๗๔ จากนั้นรัฐบาลในสมัยนั้นก็ได้สั่งยกเลิกตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร เมืองน่านในสมัยโบราณหรือในสมัยที่ยังมีเจ้าผู้ครองนครอยู่นั้น มีชื่อเรียกกันหลายชื่อ เช่น เมืองน่าน เมืองนันทบุรี เมืองนาเคนทร และเมืองนันทบุรีศรีนครน่าน มาตามลำดับ แต่ตามศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเรียกว่า เมืองน่าน สันนิษฐานว่าชื่อเมืองน่านนี้คงจะเพี้ยนมาจากภาษาจีนที่ว่า “ น่านเจียง ” ซึ่งแปลว่าเมืองอยู่ทางทิศใต้ เมื่อ พ . ศ . ๑๙๑๓ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา น่านอยู่ใต้การปกครองของพระเจ้าติโลกราชเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และเมื่อนครเชียงใหม่สิ้นอำนาจลง เมืองน่านก็ถูกพม่ายึดครองไปด้วย จนในที่สุดเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชปราบล้านนาไทยได้หมด แล้วรวมเอาหัวเมืองฝ่ายเหนือเข้ามาเป็นราชอาณาจักรไทย
  • 6.
  • 7.
  • 8.
  • 9.
  • 10.
    ความหนาแน่นและประชากร ความหนาแน่น 41.46 คน / ตร . กม . ประชากร 475,614 คน
  • 11.
  • 12.
    การคมนาคม เนื่องด้วยภูมิศาสตร์ของจังหวัดน่านมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอื่นๆ ไม่มาก และเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศลาว ดังนั้นการเดินทางมาจังหวัดน่านจึงมีเส้นทางที่จำกัด ไม่มีทางรถไฟ แต่ก็มีท่าอากาศยานน่านรวมทั้งมีถนนสายหลักที่ตัดผ่านตลอดความยาวตั้งแต่เหนือลงมาและมีสภาพผิวถนนที่ดี สามารถใช้งานได้ตลอดปี
  • 13.
    ทางรถไฟ จังหวัดน่านไม่มีเส้นทางรถไฟผ่าน แต่สามารถเดินทางมาลงที่สถานีรถไฟเด่นชัย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่แล้วเดินทางด้วยถนนระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 มายังตัวจังหวัดได้
  • 14.
    ทางอากาศ มีท่าอากาศยานน่านซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของตัวเมืองห่างประมาณ 3 กิโลเมตร มีเที่ยวบินระหว่างท่าอากาศยานเชียงใหม่ , ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • 15.
    แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ จังหวัดน่านอาจไม่มีชื่อเสียงเป็นอันดันต้น ๆ ของสถานที่ท่องเที่ยว แต่ความจริงแล้ว ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้สนใจได้ท่องเที่ยวมากมายไม่รู้จบ ทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี แหล่งอารยธรรมโบราณ โดยที่เพิ่งค้นพบในเขตอำเภอเมืองน่าน ส่วนโบราณสถานโดยเฉพาะวัดเก่าแก่มีให้เห็นแทบทุกอำเภอ ได้แก่ วัดพระธาตุแช่แข็ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดด้าน วัดภูมิน หอคำ วัดหนองบัว วัดบุญยืน ซึ่งล้วนแต่มีอายุนับร้อย ๆ ปี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามทั้งสิ้น
  • 16.
    1. อำเภอเมืองน่าน2 . อำเภอเวียงสา 3 . อำเภอแม่จริม 4 . อำเภอบ้านหลวง 5 . อำเภอนาน้อย 6 . อำเภอปัว 7 . อำเภอทุ่งช้าง 8 . อำเภอเชียงกลาง 9 . อำเภอนาหมื่น 10 . อำเภอสันติสุข 11 . อำเภอบ่อเกลือ 12 . อำเภอสองแคว 13 . อำเภอภูเพียง 14 . อำเภอท่าวังผา 15 . อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่านแบ่งเขตการปกครอง
  • 17.
    จังหวัดน่าน ติดอยู่กับชายแดนทางทิศตะวันออกของภาคเหนือตอนบน ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ( สปป . ลาว ) ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ ประมาณ 668 กิโลเมตร บริเวณเส้นรุ้งที่ 18 องศา 46 ลิปดา 30 ฟิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 18 องศา 46 ลิปดา 44 ฟิลิปดาตะวันออก ระดับความสูงของพื้นที่อยู่สูง 2 ,112 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีพื้นที่ 11,472.076 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,170,045 ไร่
  • 18.
    สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ล่องแก่งลำน้ำว้า น่าน ล่องแก่งลำน้ำว้า ที่บ้านน้ำปุ๊ ตำบลน้ำพางห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 59 กิโลเมตร น้ำว้าเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ น้ำใสไหลตลอดปีมีทัศนียภาพสวยงาม สองฝั่งเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ โขดหิน เกาะแก่งที่สวยงามและแก่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือแก่งหลวง มีหาดทรายขาวเหมาะสำหรับตั้งแคมป์มีบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ
  • 19.
    ดอยภูคา น่าน อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ป่าต้นน้ำ ป่าดึกดำบรรพ์ปลายทางหิมาลัย ขุนเขาใต้ทะเล อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ประมาณ 1,680 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ ท่าวังผา ปัว เชียงกลาง ทุ่งช้าง บ่อเกลือ สันติสุข และแม่จริม เทือกเขาดอยภูคาประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน สูงถึง 1,980 เมตร
  • 20.
    ดอยเสมอดาว   บริเวณจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดูดาว ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินในบริเวณเดียวกัน เดินทางสะดวก รถสามารถขึ้นมาได้ถึงที่ เส้นทางลาดยางตลอด มีเพียงช่วงปลายประมาณ 700 เมตร ที่ยังเป็นถนนลูกรัง บนดอยเสมอดาวมี ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำชาย - หญิง ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาพักค้างแรม จากยอดดอยเสมอดาว จะได้เห็นทิวทัศน์ป่าเขา เห็นสายน้ำน่านที่ไหลผ่านอุทยาน ทะเลหมอกที่ปกคลุมสายน้ำเบื้องล่าง เป็นภาพที่สวยงาม
  • 21.
  • 22.
    อุทยานแห่งชาติขุนน่าน อุทยานแห่งชาติขุนน่าน หมายถึง ขุนเขา ลำน้ำ อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยภูคา และป่าผาแดง บริเวณท้องที่ต . ดงพญา ต . บ่อเกลือใต้ และต . ภูฟ้า อ . บ่อเกลือ จ . น่าน มีเนื้อที่ประมาณ 248.6 ตร . กม . หรือประมาณ 155,375 ไร่ มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกหลายแห่ง และมีจุดเด่นที่สวยงาม ที่สำคัญพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็ฯแหล่งต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน มียอดดอยผีปันน้ำในเทือกเขาผีปันน้ำ ในต . ดงพญา เป็นดอยที่สูงที่สุด มีอาณาเขตด้านทิศตะวันออกติดต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สภาพภูมิอากาศโดยเฉลี่ยวอยู่ที่ 1-7  ํ c ในฤดูหนาว ส่วนฤดูร้อนมีอุณหภูมิระหว่าง 22-28 ํ c และฤดูฝนมีอุณหภูมิเฉลี่ยว 20-25 ํ c
  • 23.
    วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง สร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง ( เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ . ศ . 1869-1902 ) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย ( วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน ) ในปีพ . ศ . 1897
  • 24.
    ประเพณีท้องถิ่น แข่งเรือเมืองน่าน การแข่งเรือของจังหวัดน่าน เป็นประเพณีเก่าแก่สืบต่อกันมานาน ลักษณะของเรือแข่ง ลำเรือจะใช้ท่อนซุงทั้งท่อนขุดแบบเรือชะล่า แต่รูปร่างเพรียวเบา หัวเรือแกะเป็นรูปพญานาค หรืองูใหญ่ชูคอเป็นสง่า อ้าปากโง้ง หางเรือทำเป็นหางพญานาคงอนสูง ตลอดลำเรือสลักลวดลาย ลงรักปิดทอง ติดกระจกสี ติดพู่ห้อยตรงหัวเรือและท้ายเรือ ตรงคอต่อหัวเรือปักธงประจำคณะ
  • 25.
    ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ( ประเพณีเข้ากรรมเมือง ) ช่วงเวลา จัดทุกๆ ๓ ปี หรือเรียกว่า “ สามปี๋สี่ฮวงข้าว ” ความสำคัญ เป็นประเพณีที่มีความสำคัญยิ่งของไทลื้อ จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ชาวไทลื้อได้เล่าต่อๆกันมาว่า เจ้าหลวงเมืองล้าคือ เจ้าเมืองที่ปกครองเมืองล้าในดินแดนสิบสองปันนา เป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถ และเป็นทั้งแม่ทัพนายกองของชาวไทลื้อเมืองล้าทั้งมวล และท่านได้สิ้นชีพิตักษัยในดินแดนสิบสองปันนา ในส่วนบริวารหรือผู้ช่วยของเจ้าหลวงเมืองล้าประกอบด้วย หิ่งช้าง หิ่งม้า ล่ามเมือง หาบมาด แจ่งฝ่าย เชียงล้าน โอ๊ก่า ช้างเผือก ปูก่าผมเขียวดำแดง ปางแสน ปางสา ปางเม็ด ม่อนเชียง คือ ปากท่อทั้งห้า บ่อต่วน สวนตาล เมืองหลุก อ่างเรียง และม่านตอง
  • 26.
  • 27.
    ประเพณีจิบอกไฟ ก่อนถึงพิธีงานไหว้พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย งานนมัสการพระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล หรืองานสมโภชฉลองวัดวาอารามที่สร้างใหม่ ศรัทธาวัดแต่ละคุ้มบ้านจะจัดทำบอกไฟพร้อมตกแต่งประดับประดาให้สวยงาม เมื่อถึงวันงานจะมีพิธีแห่แหนบอกไฟยังวัด โดยมีขนาบฟ้อนรำ ดนตรีพื้นเมืองเล่นอย่างสนุกสนาน เมื่อไปถึงวัดหรือสถานที่จัดงานแล้ว จะมีพิธีทางศาสนาตามประเพณีของงานนั้นๆ จากนั้นแต่ละคุ้มบ้านจะจุดบอกไฟเฉลิมฉลอง ( อาจจุดพร้อมๆ กัน หรือจุดทีละคุ้มบ้าน ) ไปจนหมดระหว่างนี้จะมีการละเล่น การฟ้อนรำ และดนตรีพื้นเมืองบรรเลงอย่างครึกครื้นสนุกสนาน ประกอบไปกับเสียงดัง โหว่ วิ้ว ของบอกไฟ และจะประกวดกันว่าบอกไฟของใครมีเสียงยาวกว่าหรือนานกว่าจะเป็นผู้ชนะ
  • 28.
  • 29.
    ประเพณีตั้งธัมม์หลวง จังหวัดน่าน ความสำคัญ ประเพณีตั้งธัมม์หลวง เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ประเพณีหนึ่งของจังหวัดน่าน ถือเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของชุมชน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และความมั่นคงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เพราะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจทุกๆ ฝ่าย ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสจึงจะสำเร็จ ถือเป็นสีเหลืองอร่ามเต็มท้องนา พร้อมจะเก็บเกี่ยวในเดือนถัดไปคือ เดือนธันวาคม หรือเดือนสามเหนือ เป็นเวลาที่เกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่รอคอย ผลผลิตด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวัง ความสุข จึงมีเวลาว่างมากพอจะที่ทำบุญสุนทานด้วยความเต็มใจ จิตใจเบิกบานแจ่มใส มีเวลาที่จะประดิดประดอยหรือตกแต่งวัดวาอาราม หรือเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ได้สวยงาม
  • 30.
  • 31.
    ของดีท้องถิ่น หัตถกรรม ชื่อ ซ้าเพาะ ( ซ้าเปาะ ) วัสดุ ไม้ไผ่ หรือหวาย วิธีการทำ นำไม้ไผ่หรือหวายมาสานขึ้นลวดลาย มีทั้งสานลายทึบหรือโปร่งแล้วแต่ประโยชน์ใช้สอย ส่วนบริเวณปากของซ้าจะสานลายตานทึบก่อนและมีหูโค้งขนาดเล็กพอเหมาะสำหรับใช้เชือกคล้องสะพายบ่าได้ด้วย จากนั้นจะเน้นจะเม้มปากซ้าให้แน่นหนาแข็งแรงด้วยไม้ไผ่เหลาโค้งเป็นวงของปากซ้า แล้วถักหรือสานด้วยตอกไม้ไผ่ หรือหวายขนาดเล็กให้สวยงาม ประณีต ลวดลายก็จะแตกต่างกันไปเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น
  • 32.
    บรรณานุกรม วิกิพีเดีย สารานุกราเสรี. ” ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดน่าน , ” จังหวัดน่าน .11 ธันวาคม 2553. http://th.wikipedia.rog/wiki/nan 6 ธันวาคม 2554
  • 33.
    จัดทำโดย นายอภิสิทธิ์ ปาระสินธ์ ม .5/1 เลขที่ 14