ชื่อเมือง คำว่า กรุงเทพมหานคร แปลว่า “พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร "  มาจากชื่อเต็มว่า  กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์  มีความหมายว่า พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกตเป็นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะได้ มีความงามอันมั่นคง และเจริญยิ่งเป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ ด้วยแก้วเกล้าประการน่ารื่นรมย์ยิ่งมีพระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมายเป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้
โดยนามเดิมที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานในตอนแรกนั้น ใช้ชื่อว่า  “ กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา ”  ต่อมาในในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแก้นามพระนครเป็น  “ กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินท์ มหินทอยุธยา ”  จนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนคำว่า บวร เป็น อมร เปลี่ยนคำว่า มหินทอยุธยา โดยวิธีการสนธิศัพท์เป็น มหินทรายุธยา และเติมสร้อยนามต่อ ทั้งเปลี่ยนการสะกดคำ สินท์ เป็น สินทร์ จนเป็นที่มาของชื่อเต็มของกรุงรัตนโกสินท์  ( กรุงเทพฯ )  ข้างต้น
ประวัติ พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองธนบุรีศรีสมุทร ชาวต่างชาติเรียกกันว่า  " บางกอก "  มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีความสำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางออกสู่ทะเลและติดต่อค้าขายกับอาณาจักรต่าง ๆ เป็นเมืองหน้าด่านขนอน คอยดูแลเก็บภาษีกับเรือสินค้าทุกลำที่ผ่านเข้าออก ส่วนบริเวณปากน้ำตรงอ่าวไทยเรียกกันว่า  " นิวอัมสเตอร์ดัม "  มีชุมชนใหญ่และโกดังของชาวต่างประเทศไว้สำหรับพักสินค้า ปัจจุบันคือพื้นที่บริเวณอำเภอพระประแดง
ที่มาของคำว่า  " บางกอก "  นั้น มีข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากการที่แม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวไปมา บางแห่งมีสภาพเป็นเกาะเป็นโคก จึงเรียกกันว่า  " บางเกาะ "  หรือ  " บางโคก "  หรือไม่ก็เป็นเพราะบริเวณนี้มีต้นมะกอกอยู่มาก จึงเรียกว่า  " บางมะกอก "  โดยคำว่า  " บางมะกอก "  มาจากวัดอรุณซึ่งเป็นชื่อเดิมของวัดดังกล่าว และต่อมาต่อมากร่อนคำลงจึงเหลือแต่คำว่าบางกอก ต่อมาเมื่อถึงคราวเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ . ศ . 2310 หลังการกอบกู้อิสรภาพจากพม่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนาเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทรให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ คือ กรุงธนบุรี เมื่อวันที่  3  ตุลาคม พ . ศ . 2313 แต่กรุงธนบุรีมีสภาพเป็นเมืองอกแตก ตรงกลางมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน เป็นเหตุให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก  ( ทองด้วง )  มีความคิดจะย้ายเมืองไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้การป้องกันรักษาเมืองเป็นไปได้โดยง่าย
เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีในวันที่  6  เมษายน พ . ศ . 2325  สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์จักรี มีพระราชดำริว่า ฟากตะวันออกของกรุงธนบุรีมีชัยภูมิดีกว่าตะวันตก เพราะมีลำน้ำเป็นขอบเขตอยู่กว่าครึ่ง หากข้าศึกยกมาติดถึงชานพระนคร ก็จะต่อสู้ป้องกันได้ง่ายกว่าอยู่ข้างตะวันตก จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ โดยสืบทอดศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนชื่อพระนครจาก  บวรรัตนโกสินท์ เป็น  อมรรัตนโกสินทร์  และมีฐานะในการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น  " จังหวัดพระนคร " ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนใหม่ขึ้น และเปลี่ยนรูปแบบผังเมืองกรุงเทพมหานครเฉกเช่นอารยประเทศ เนื่องจากในสมัยนั้นสยามประเทศถูกคุกคามจากมหาอำนาจยุโรป และตรงจุดนี้เป็นหนึ่งในข้ออ้างที่มหาอำนาจนำมาใช้เพื่อแทรกแซงและคุกคามสยามประเทศ ภายหลัง ต่างชาติยุโรปเองได้ยอมรับกรุงเทพมหานครว่า เป็นหนึ่งในเมืองที่มีผังเมืองงดงามที่สุดในโลกในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อวันที่  21  ธันวาคม พ . ศ . 2514  รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจรได้รวม  จังหวัดพระนคร  และ  จังหวัดธนบุรี  เข้าด้วยกันเป็น  นครหลวงกรุงเทพธนบุรี  และภายหลังการปรับปรุงการปกครองใหม่เมื่อวันที่  14 ธันวาคม พ . ศ . 2515  จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น  กรุงเทพมหานคร  แต่นิยมเรียกกันว่า  กรุงเทพฯ
การปกครอง กรุงเทพมหานครมีลักษณะเป็นเขตการปกครองพิเศษตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ . ศ . 2528  กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาจากการเลือกตั้งและเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงาน อยู่ในตำแหน่งตามวาระคราวละ  4  ปี นับแต่วันเลือกตั้ง  การดำเนินงานมี  สภากรุงเทพมหานครที่ได้รับเลือกตั้งโดยตรงทำงานร่วมด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพคนปัจจุบัน คือ ม . ร . ว . สุขุมพันธุ์ บริพัตร และปลัดกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันคือ นายพงศักติฐ์เสมสันต์
อาณาเขตติดต่อ กรุงเทพมหานครมีอาณาเขตทางบกติดต่อกับ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐมจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดฉะเชิงเทรา และ จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอาณาเขตทางทะเลอ่าวไทยตอนใน ติดต่อจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทิศเหนือ  มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออก  มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้  มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ และอ่าวไทย  ( ส่วนที่เป็นอ่าวไทยที่เป็นพื้นที่เดิมของจังหวัดธนบุรี ปัจจุบันคือเขตบางขุนเทียน ซึ่งมีอาณาเขตทางทะเลติดต่อทางอ่าวไทยกับจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ จุดที่อยู่ใต้สุดอยู่ที่ละติจูด 13  องศา  13  ลิปดา  00  พิลิปดาดาเหนือ , ลองจิจูด  100  องศา  27  ลิปดา  30  พิลิปดาดาตะวันออก ซึ่งเป็นการแบ่งตามพระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน พ . ศ . 2502 ทิศตะวันตก  มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐม
อากาศ อากาศของกรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้  ( กลางเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม )  และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  ( พฤศจิกายน - กลางเดือนกุมภาพันธ์ )  โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดเอาไอน้ำและความอุ่นชื้นจากมหาสมุทรอินเดียมาด้วย ทำให้มีฝนตกในช่วงบ่ายถึงค่ำอย่างสม่ำเสมอ และยังก่อให้เกิดร่องมรสุมพาดผ่านในเดือนพฤษภาคมกับเดือนกันยายน ซึ่งทำให้มีฝนตกหนักกว่าปกติ แต่ในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ร่องมรสุมนี้จะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านทางเหนือ จนถึงมณฑลหยุ่นหนานของจีน ทำให้ฝนตกน้อยลง เดือนพฤศจิกายน เมื่อซีกโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์หย่อมความกดอากาศสูงในเขตไซบีเรียจะแผ่ออกไปโดยรอบ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะพัดเอาความแห้งแล้งและหนาวเย็นมา ทำให้อากาศเย็นและแห้ง ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆและฝนตก อุณหภูมิต่ำสุดของกรุงเทพฯที่เคยบันทึกได้คือ  9.9  องศาเซลเซียสที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อวันที่  12  มกราคม พ . ศ . 2498  ครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะอ่อนกำลังลง เป็นการเปลี่ยนเข้าสู่หน้าร้อน อากาศในตอนกลางวันจะร้อนขึ้นมาก ทำให้บนบกร้อนกว่าพื้นน้ำมาก ลมจากอ่าวไทยจะพัดเข้าสู่บกเป็นระยะ ๆ เรียกลมนี้ว่าลมตะเภา  ซึ่งจะนำฝนมาตกหลังจากอากาศร้อนหลาย ๆ วัน และในช่วงวันที่  25-30  เมษายนของทุกปี ดวงอาทิตย์จะส่องตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครพอดี เป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุด อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกได้คือ  40.8  องศาเซลเซียสที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่  22  พฤษภาคมพ . ศ . 2526
สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อน
 
กรุงเทพมหานครเป็นจุดท่องเที่ยวจุดหนึ่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ( วัดพระแก้ว )  วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระที่นั่งอนันตสมาคม ตึกใบหยก  2 ( ตึกระฟ้าสูงอันดับที่  44  ของโลก )  นอกจากนี้แหล่งช็อปปิ้งต่าง ๆ ได้แก่ สยามพารากอน ตลาดนัดจตุจักร มาบุญครอง เซ็นทรัลเวิลด์ สยามสแควร์ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เยาวราช พระรามสาม ยูเนี่ยนมอลสยามดิสคัฟเวอร์รี่และแหล่งร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ถนนข้าวสาร พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ นอกจากนี้ในกรุงเทพมหานครยังมีพื้นที่สีเขียวมากมาย สำหรับพักผ่อนหย่อนใจรวมทั้งใช้ออกกำลังกายและพบปะสังสรรค์ ซึ่งได้แก่ สวนหลวง ร .9  อุทยานเบญจสิริ สวนลุมพินี สวนจตุจักร เป็นต้น
การคมนาคม เดิมทีกรุงเทพมหานครใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก โดยมีคลองมากจนได้ฉายาว่า  เวนิสตะวันออก  แต่ปัจจุบันบางแห่งได้มีการถมคลองเพื่อที่อยู่อาศัย การคมนาคมจึงเน้นหนักไปทางบกแทน กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่การจราจรติดขัดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ได้มีการแก้ไขปัญหาการจราจรมากมาย เช่น การสร้างทางด่วน หรือ รถไฟฟ้า ขึ้น การคมนาคมในกรุงเทพมหานครสามารถทำได้หลายทาง เช่น การนั่งรถโดยสารประจำทาง  ( รถเมล์ )  แท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถโดยสารประจำทาง จะมีหลายสายเพื่อเป็นการบริการประชาชน ให้บริการในราคาย่อมเยา สำหรับรถมินิบัส ราคาจะอยู่ที่  6.50  บาท สำหรับรถโดยสารประจำทางจะเริ่มต้นที่  7.5  บาท สำหรับรถพัดลมของ ขสมก .  และ  11  บาทสำหรับรถปรับอากาศ และ  12  บาทสำหรับรถโดยสารปรับอากาศแบบยูโร  2 นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ . ศ . 2551  เป็นต้นมา ได้มีการปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ขึ้น โดยอัตราค่าโดยสารที่ใช้กันอยู่ จะคิดรวมกันจาก  2  องค์ประกอบ คือ ค่าโดยสารตามระยะทาง  ( คิดเป็นจำนวนเต็มคี่ เศษปัดขึ้น )  รวมกับค่าโดยสารตามเวลาที่รถจอด หรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน  6  กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ( คิดเป็นจำนวนเต็มคู่ เศษปัดทิ้ง )
ทางรถยนต์
การจราจรในกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของถนนหลักของประเทศไทย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน  ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  1  สายเหนือ ) ถนนสุขุมวิท  ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  3  สายตะวันออก ) ถนนเพชรเกษม  ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  4  สายใต้ ) ถนนพระรามที่  2 ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  35) แต่มีทางหลวงสายหลักที่ไม่ได้เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร เช่น ถนนมิตรภาพ  ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  2  สายตะวันออกเฉียงเหนือ ) ( เริ่มต้นที่จังหวัดสระบุรี ) แต่ในสะพานข้ามคลองยังนับหลักกิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครอยู่ )
ทางรถไฟฟ้า การเดินทางด้วยรถไฟสามารถทำได้ โดยมีสถานีรถไฟต้นทางสามแห่งคือ สถานีรถไฟกรุงเทพ  ( สถานีรถไฟหัวลำโพง )  สำหรับเดินทางไปยังภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง สถานีรถไฟธนบุรี  ( สถานีรถไฟบางกอกน้อย )  สำหรับเดินทางไปยังภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันตก สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ สำหรับเดินทางเลียบปากอ่าวไทยไปยังปากน้ำท่าจีนและปากน้ำแม่กลอง ในอนาคต การรถไฟแห่งประเทศไทย  ( รฟท .)  ซึ่งร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  ( สนข .)  มีแผนที่จะปรับปรุงสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อให้เป็นสถานีหลักเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ จะมีการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟทางไกลทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันภายใต้โครงการรถไฟฟ้าชานเมือง  ( สายสีแดงเข้ม รังสิต - มหาชัย และสายสีแดงอ่อน  ( แอร์พอร์ตลิงก์ )  ตลิ่งชัน - สุวรรณภูมิ )
ทางรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าบีทีเอสบริเวณแยกศาลาแดง เมื่อปี พ . ศ . 2542 โครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ( BTS -  ย่อมาจาก  Bangkok Transit System)  ได้เปิดใช้งาน ซึ่งเป็นรถไฟระบบรางคู่ที่สร้างบนทางยกระดับ เป็นรางมาตรฐาน  1.435  เมตร ทางรถไฟฟ้าที่ดำเนินการในปัจจุบันมีดังนี้ สายสุขุมวิท  ( สีเขียวอ่อน ) สายสีลม  ( สีเขียวเข้ม )
ทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง รถไฟใต้ดินได้เปิดบริการเมื่อปีพ . ศ . 2547  ในชื่อโครงการรถไฟฟ้ามหานคร เป็นรางมาตรฐาน  1.435  เมตร ทางรถไฟฟ้าที่ดำเนินการในปัจจุบันมีดังนี้ สายเฉลิมรัชมงคล  ( สีน้ำเงิน )
รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศสุวรรณภูมิ
อาคารสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง  ( สถานีมักกะสัน )  ของโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อไปยัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นรถไฟระบบรางคู่ที่สร้างบนทางยกระดับ เป็นรางมาตรฐาน  1.435  เมตร โดยวิ่งเป็น  2  ระบบ คือ รถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยรถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวิ่งตรงระหว่างสถานีมักกะสัน - อโศกถึงสถานีสุวรรณภูมิ ภายในเวลา  15  นาที ส่วนรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้บริการผู้โดยสาร วิ่งรับ - ส่งระหว่างทางเริ่มต้นที่สถานีพญาไท และจอดรายทาง  7  สถานี สู่ปลายทางที่สถานีสุวรรณภูมิ ภายในเวลา  28  นาที
ทางรถโดยสารประจำทาง ( ต่างจังหวัด ) รถโดยสารประจำทางหรือรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สำหรับเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยมีสถานีหลักอยู่ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ  ( หมอชิต ) ( หรือที่เรียกกันติดปากว่า หมอชิตใหม่ หรือ หมอชิต  2)  สำหรับเดินทางขึ้นเหนือ ไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง  ( รวมทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ในบางเส้นทาง ) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ  ( เอกมัย ) สำหรับเดินทางไปภาคตะวันออก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ  ( ถนนบรมราชชนนี )  สำหรับเดินทางลงใต้ ไปภาคใต้ และภาคตะวันตก
ทางรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ คือระบบขนส่งมวลชนใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีลักษณะคล้ายกับรถประจำทาง แต่การเดินของรถนั้นแยกออกจากถนนปกติ สายที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันคือ สายช่องนนทรี - ราชพฤกษ์ ระยะทาง  16.5  กิโลเมตร โดยจะสามารถเปิดทดลองวิ่งได้ในวันที่  12  สิงหาคมนี้ และจะให้บริการฟรีเป็นเวลา  6  เดือน
ทางอากาศ การเดินทางทางอากาศ ในอดีตได้ใช้สนามบินดอนเมือง ( ท่าอากาศยานกรุงเทพ )  ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่ปี พ . ศ . 2457  ต่อมาได้มีการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ( อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ )  ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่วันที่  28  กันยายนพ . ศ . 2549  เวลา  03.00  น  . ในปัจจุบัน ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองเป็นท่าอากาศยานสำหรับรองรับเที่ยวบินภายในประเทศ และมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศและเที่ยวบินในประเทศบางส่วน
ทางน้ำ เรือโดยสารทั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองมีดังนี้ เรือโดยสารคลองแสนแสบ เรือหางยาวโดยสารคลองพระโขนง ( พระโขนง  -  ตลาดเอื่ยมสมบัติ ) เรือด่วนเจ้าพระยา :  เรือด่วนประจำทางและเรือด่วนพิเศษ  ( ธงส้ม ธงเหลือง ธงฟ้า และธงเขียว - เหลือง ) เรือหางยาวด่วนคลองบางกอกน้อย เรือด่วนสาทร - คลองเตย
ปัญหาในปัจจุบัน ]  การจราจรติดขัด ถือเป็นปัญหาหลักของกรุงเทพมหานคร รัฐบาลที่ผ่านมาหลายสมัยมีความพยายามที่จะแก้ปัญหานี้ มีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางด่วนยกระดับ การก่อสร้างสะพานและอุโมงค์ข้ามแยก การก่อสร้างรถไฟฟ้า และ รถไฟใต้ดิน รวมถึงการตัดถนนเพิ่ม แต่ก็ยังคงไม่สามารถแก้ปัญหาการจราจรให้ลดลงได้มากนัก เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน  (06.00-09.00  น .  และ  16:00-19:00  น .)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าวันจันทร์และเย็นวันศุกร์ นอกเหนือไปจากสาเหตุขั้นต้นแล้ว การที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ขาดสำนึกและวินัยจราจร รวมถึงการไม่เข้มงวดกวดขันให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด การจอดรถหรือหยุดรถในเขตห้ามจอดของทั้งรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ การเปลี่ยนช่องจราจรอย่างกะทันหันซึ่งมักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดมารยาทและวินัยในการใช้รถใช้ถนน
การดูแลสุขภาพและศูนย์การแพทย์ กรุงเทพฯ มีโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์มากมาย ซึ่งรวมโรงเรียนแพทย์  8  แห่งจาก  15  แห่งของประเทศ โรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯ เป็นศูนย์ดูแลลำดับที่สาม ซึ่งรับการอ้างอิงจากส่วนไกลของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเอกชน มีการเติบโตมากในการท่องเที่ยวทางการแพทย์ โรงพยาบาลหลายแห่งให้บริการในการดูแลชาวต่างประเทศ โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์เป็นโรงพยาบาลระดับนานาชาติหลักบนถนนสุขุมวิท และเป็นที่นิยมต่อชาวต่างด้าว ชาวไทยผู้มีฐานะและนักท่องเที่ยวทางการแพทย์ โรงพยาบาลที่ใกล้เคียงคือโรงพยาบาลสมิติเวชและศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ทั้ง  3  แห่งได้การรับรองจากคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศ
บรรณานุกรม กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยประกาศสำนักทะเบียนกลางกรมการปกครอง .  “ จังหวัดกรุงเทพมหานคร , ”  ข้อมูลการปกครอง .31  ธันวาคม พ . ศ .2552. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1   13  กุมภาพันธ์ พ . ศ .2554.
จบการนำเสนอ
จัดทำโดย นางสาว ศศิธร  ปานพิมพ์ ม .5 / 3  เลขที่  36

จังหวัดกรุงเทพมหานคร

  • 1.
  • 2.
    ชื่อเมือง คำว่า กรุงเทพมหานครแปลว่า “พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร " มาจากชื่อเต็มว่า กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ มีความหมายว่า พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกตเป็นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะได้ มีความงามอันมั่นคง และเจริญยิ่งเป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ ด้วยแก้วเกล้าประการน่ารื่นรมย์ยิ่งมีพระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมายเป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้
  • 3.
    โดยนามเดิมที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานในตอนแรกนั้น ใช้ชื่อว่า “ กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา ” ต่อมาในในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแก้นามพระนครเป็น “ กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินท์ มหินทอยุธยา ” จนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนคำว่า บวร เป็น อมร เปลี่ยนคำว่า มหินทอยุธยา โดยวิธีการสนธิศัพท์เป็น มหินทรายุธยา และเติมสร้อยนามต่อ ทั้งเปลี่ยนการสะกดคำ สินท์ เป็น สินทร์ จนเป็นที่มาของชื่อเต็มของกรุงรัตนโกสินท์ ( กรุงเทพฯ ) ข้างต้น
  • 4.
    ประวัติ พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองธนบุรีศรีสมุทรชาวต่างชาติเรียกกันว่า " บางกอก " มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีความสำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางออกสู่ทะเลและติดต่อค้าขายกับอาณาจักรต่าง ๆ เป็นเมืองหน้าด่านขนอน คอยดูแลเก็บภาษีกับเรือสินค้าทุกลำที่ผ่านเข้าออก ส่วนบริเวณปากน้ำตรงอ่าวไทยเรียกกันว่า " นิวอัมสเตอร์ดัม " มีชุมชนใหญ่และโกดังของชาวต่างประเทศไว้สำหรับพักสินค้า ปัจจุบันคือพื้นที่บริเวณอำเภอพระประแดง
  • 5.
    ที่มาของคำว่า "บางกอก " นั้น มีข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากการที่แม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวไปมา บางแห่งมีสภาพเป็นเกาะเป็นโคก จึงเรียกกันว่า " บางเกาะ " หรือ " บางโคก " หรือไม่ก็เป็นเพราะบริเวณนี้มีต้นมะกอกอยู่มาก จึงเรียกว่า " บางมะกอก " โดยคำว่า " บางมะกอก " มาจากวัดอรุณซึ่งเป็นชื่อเดิมของวัดดังกล่าว และต่อมาต่อมากร่อนคำลงจึงเหลือแต่คำว่าบางกอก ต่อมาเมื่อถึงคราวเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ . ศ . 2310 หลังการกอบกู้อิสรภาพจากพม่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนาเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทรให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ คือ กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ . ศ . 2313 แต่กรุงธนบุรีมีสภาพเป็นเมืองอกแตก ตรงกลางมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน เป็นเหตุให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ( ทองด้วง ) มีความคิดจะย้ายเมืองไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้การป้องกันรักษาเมืองเป็นไปได้โดยง่าย
  • 6.
    เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีในวันที่ 6 เมษายน พ . ศ . 2325 สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์จักรี มีพระราชดำริว่า ฟากตะวันออกของกรุงธนบุรีมีชัยภูมิดีกว่าตะวันตก เพราะมีลำน้ำเป็นขอบเขตอยู่กว่าครึ่ง หากข้าศึกยกมาติดถึงชานพระนคร ก็จะต่อสู้ป้องกันได้ง่ายกว่าอยู่ข้างตะวันตก จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ โดยสืบทอดศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา
  • 7.
    ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนชื่อพระนครจาก บวรรัตนโกสินท์ เป็น อมรรัตนโกสินทร์ และมีฐานะในการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น " จังหวัดพระนคร " ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนใหม่ขึ้น และเปลี่ยนรูปแบบผังเมืองกรุงเทพมหานครเฉกเช่นอารยประเทศ เนื่องจากในสมัยนั้นสยามประเทศถูกคุกคามจากมหาอำนาจยุโรป และตรงจุดนี้เป็นหนึ่งในข้ออ้างที่มหาอำนาจนำมาใช้เพื่อแทรกแซงและคุกคามสยามประเทศ ภายหลัง ต่างชาติยุโรปเองได้ยอมรับกรุงเทพมหานครว่า เป็นหนึ่งในเมืองที่มีผังเมืองงดงามที่สุดในโลกในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ . ศ . 2514 รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจรได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และภายหลังการปรับปรุงการปกครองใหม่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ . ศ . 2515 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร แต่นิยมเรียกกันว่า กรุงเทพฯ
  • 8.
    การปกครอง กรุงเทพมหานครมีลักษณะเป็นเขตการปกครองพิเศษตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ. ศ . 2528 กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาจากการเลือกตั้งและเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงาน อยู่ในตำแหน่งตามวาระคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง การดำเนินงานมี สภากรุงเทพมหานครที่ได้รับเลือกตั้งโดยตรงทำงานร่วมด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพคนปัจจุบัน คือ ม . ร . ว . สุขุมพันธุ์ บริพัตร และปลัดกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันคือ นายพงศักติฐ์เสมสันต์
  • 9.
    อาณาเขตติดต่อ กรุงเทพมหานครมีอาณาเขตทางบกติดต่อกับ จังหวัดสมุทรสาครจังหวัดนครปฐมจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดฉะเชิงเทรา และ จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอาณาเขตทางทะเลอ่าวไทยตอนใน ติดต่อจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียดดังนี้ ทิศเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ และอ่าวไทย ( ส่วนที่เป็นอ่าวไทยที่เป็นพื้นที่เดิมของจังหวัดธนบุรี ปัจจุบันคือเขตบางขุนเทียน ซึ่งมีอาณาเขตทางทะเลติดต่อทางอ่าวไทยกับจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ จุดที่อยู่ใต้สุดอยู่ที่ละติจูด 13 องศา 13 ลิปดา 00 พิลิปดาดาเหนือ , ลองจิจูด 100 องศา 27 ลิปดา 30 พิลิปดาดาตะวันออก ซึ่งเป็นการแบ่งตามพระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน พ . ศ . 2502 ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐม
  • 10.
    อากาศ อากาศของกรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ( กลางเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ) และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ( พฤศจิกายน - กลางเดือนกุมภาพันธ์ ) โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดเอาไอน้ำและความอุ่นชื้นจากมหาสมุทรอินเดียมาด้วย ทำให้มีฝนตกในช่วงบ่ายถึงค่ำอย่างสม่ำเสมอ และยังก่อให้เกิดร่องมรสุมพาดผ่านในเดือนพฤษภาคมกับเดือนกันยายน ซึ่งทำให้มีฝนตกหนักกว่าปกติ แต่ในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ร่องมรสุมนี้จะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านทางเหนือ จนถึงมณฑลหยุ่นหนานของจีน ทำให้ฝนตกน้อยลง เดือนพฤศจิกายน เมื่อซีกโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์หย่อมความกดอากาศสูงในเขตไซบีเรียจะแผ่ออกไปโดยรอบ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะพัดเอาความแห้งแล้งและหนาวเย็นมา ทำให้อากาศเย็นและแห้ง ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆและฝนตก อุณหภูมิต่ำสุดของกรุงเทพฯที่เคยบันทึกได้คือ 9.9 องศาเซลเซียสที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ . ศ . 2498 ครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะอ่อนกำลังลง เป็นการเปลี่ยนเข้าสู่หน้าร้อน อากาศในตอนกลางวันจะร้อนขึ้นมาก ทำให้บนบกร้อนกว่าพื้นน้ำมาก ลมจากอ่าวไทยจะพัดเข้าสู่บกเป็นระยะ ๆ เรียกลมนี้ว่าลมตะเภา ซึ่งจะนำฝนมาตกหลังจากอากาศร้อนหลาย ๆ วัน และในช่วงวันที่ 25-30 เมษายนของทุกปี ดวงอาทิตย์จะส่องตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครพอดี เป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุด อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกได้คือ 40.8 องศาเซลเซียสที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมพ . ศ . 2526
  • 11.
  • 12.
  • 13.
    กรุงเทพมหานครเป็นจุดท่องเที่ยวจุดหนึ่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว ) วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระที่นั่งอนันตสมาคม ตึกใบหยก 2 ( ตึกระฟ้าสูงอันดับที่ 44 ของโลก ) นอกจากนี้แหล่งช็อปปิ้งต่าง ๆ ได้แก่ สยามพารากอน ตลาดนัดจตุจักร มาบุญครอง เซ็นทรัลเวิลด์ สยามสแควร์ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เยาวราช พระรามสาม ยูเนี่ยนมอลสยามดิสคัฟเวอร์รี่และแหล่งร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ถนนข้าวสาร พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ นอกจากนี้ในกรุงเทพมหานครยังมีพื้นที่สีเขียวมากมาย สำหรับพักผ่อนหย่อนใจรวมทั้งใช้ออกกำลังกายและพบปะสังสรรค์ ซึ่งได้แก่ สวนหลวง ร .9 อุทยานเบญจสิริ สวนลุมพินี สวนจตุจักร เป็นต้น
  • 14.
    การคมนาคม เดิมทีกรุงเทพมหานครใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก โดยมีคลองมากจนได้ฉายาว่า เวนิสตะวันออก แต่ปัจจุบันบางแห่งได้มีการถมคลองเพื่อที่อยู่อาศัย การคมนาคมจึงเน้นหนักไปทางบกแทน กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่การจราจรติดขัดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ได้มีการแก้ไขปัญหาการจราจรมากมาย เช่น การสร้างทางด่วน หรือ รถไฟฟ้า ขึ้น การคมนาคมในกรุงเทพมหานครสามารถทำได้หลายทาง เช่น การนั่งรถโดยสารประจำทาง ( รถเมล์ ) แท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถโดยสารประจำทาง จะมีหลายสายเพื่อเป็นการบริการประชาชน ให้บริการในราคาย่อมเยา สำหรับรถมินิบัส ราคาจะอยู่ที่ 6.50 บาท สำหรับรถโดยสารประจำทางจะเริ่มต้นที่ 7.5 บาท สำหรับรถพัดลมของ ขสมก . และ 11 บาทสำหรับรถปรับอากาศ และ 12 บาทสำหรับรถโดยสารปรับอากาศแบบยูโร 2 นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ . ศ . 2551 เป็นต้นมา ได้มีการปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ขึ้น โดยอัตราค่าโดยสารที่ใช้กันอยู่ จะคิดรวมกันจาก 2 องค์ประกอบ คือ ค่าโดยสารตามระยะทาง ( คิดเป็นจำนวนเต็มคี่ เศษปัดขึ้น ) รวมกับค่าโดยสารตามเวลาที่รถจอด หรือเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ( คิดเป็นจำนวนเต็มคู่ เศษปัดทิ้ง )
  • 15.
  • 16.
    การจราจรในกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของถนนหลักของประเทศไทย ได้แก่ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 สายเหนือ ) ถนนสุขุมวิท ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 สายตะวันออก ) ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 สายใต้ ) ถนนพระรามที่ 2 ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35) แต่มีทางหลวงสายหลักที่ไม่ได้เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร เช่น ถนนมิตรภาพ ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ ) ( เริ่มต้นที่จังหวัดสระบุรี ) แต่ในสะพานข้ามคลองยังนับหลักกิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครอยู่ )
  • 17.
    ทางรถไฟฟ้า การเดินทางด้วยรถไฟสามารถทำได้ โดยมีสถานีรถไฟต้นทางสามแห่งคือสถานีรถไฟกรุงเทพ ( สถานีรถไฟหัวลำโพง ) สำหรับเดินทางไปยังภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง สถานีรถไฟธนบุรี ( สถานีรถไฟบางกอกน้อย ) สำหรับเดินทางไปยังภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันตก สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ สำหรับเดินทางเลียบปากอ่าวไทยไปยังปากน้ำท่าจีนและปากน้ำแม่กลอง ในอนาคต การรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท .) ซึ่งร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ( สนข .) มีแผนที่จะปรับปรุงสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อให้เป็นสถานีหลักเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ จะมีการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟทางไกลทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันภายใต้โครงการรถไฟฟ้าชานเมือง ( สายสีแดงเข้ม รังสิต - มหาชัย และสายสีแดงอ่อน ( แอร์พอร์ตลิงก์ ) ตลิ่งชัน - สุวรรณภูมิ )
  • 18.
    ทางรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าบีทีเอสบริเวณแยกศาลาแดง เมื่อปีพ . ศ . 2542 โครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ( BTS - ย่อมาจาก Bangkok Transit System) ได้เปิดใช้งาน ซึ่งเป็นรถไฟระบบรางคู่ที่สร้างบนทางยกระดับ เป็นรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ทางรถไฟฟ้าที่ดำเนินการในปัจจุบันมีดังนี้ สายสุขุมวิท ( สีเขียวอ่อน ) สายสีลม ( สีเขียวเข้ม )
  • 19.
    ทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง รถไฟใต้ดินได้เปิดบริการเมื่อปีพ. ศ . 2547 ในชื่อโครงการรถไฟฟ้ามหานคร เป็นรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ทางรถไฟฟ้าที่ดำเนินการในปัจจุบันมีดังนี้ สายเฉลิมรัชมงคล ( สีน้ำเงิน )
  • 20.
  • 21.
    อาคารสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (สถานีมักกะสัน ) ของโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อไปยัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นรถไฟระบบรางคู่ที่สร้างบนทางยกระดับ เป็นรางมาตรฐาน 1.435 เมตร โดยวิ่งเป็น 2 ระบบ คือ รถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยรถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวิ่งตรงระหว่างสถานีมักกะสัน - อโศกถึงสถานีสุวรรณภูมิ ภายในเวลา 15 นาที ส่วนรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้บริการผู้โดยสาร วิ่งรับ - ส่งระหว่างทางเริ่มต้นที่สถานีพญาไท และจอดรายทาง 7 สถานี สู่ปลายทางที่สถานีสุวรรณภูมิ ภายในเวลา 28 นาที
  • 22.
    ทางรถโดยสารประจำทาง ( ต่างจังหวัด) รถโดยสารประจำทางหรือรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สำหรับเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยมีสถานีหลักอยู่ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ( หมอชิต ) ( หรือที่เรียกกันติดปากว่า หมอชิตใหม่ หรือ หมอชิต 2) สำหรับเดินทางขึ้นเหนือ ไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ( รวมทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ในบางเส้นทาง ) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ( เอกมัย ) สำหรับเดินทางไปภาคตะวันออก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ( ถนนบรมราชชนนี ) สำหรับเดินทางลงใต้ ไปภาคใต้ และภาคตะวันตก
  • 23.
    ทางรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ คือระบบขนส่งมวลชนใหม่ของกรุงเทพมหานครมีลักษณะคล้ายกับรถประจำทาง แต่การเดินของรถนั้นแยกออกจากถนนปกติ สายที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันคือ สายช่องนนทรี - ราชพฤกษ์ ระยะทาง 16.5 กิโลเมตร โดยจะสามารถเปิดทดลองวิ่งได้ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ และจะให้บริการฟรีเป็นเวลา 6 เดือน
  • 24.
    ทางอากาศ การเดินทางทางอากาศ ในอดีตได้ใช้สนามบินดอนเมือง( ท่าอากาศยานกรุงเทพ ) ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่ปี พ . ศ . 2457 ต่อมาได้มีการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ( อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ ) ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนพ . ศ . 2549 เวลา 03.00 น . ในปัจจุบัน ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองเป็นท่าอากาศยานสำหรับรองรับเที่ยวบินภายในประเทศ และมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศและเที่ยวบินในประเทศบางส่วน
  • 25.
    ทางน้ำ เรือโดยสารทั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองมีดังนี้เรือโดยสารคลองแสนแสบ เรือหางยาวโดยสารคลองพระโขนง ( พระโขนง - ตลาดเอื่ยมสมบัติ ) เรือด่วนเจ้าพระยา : เรือด่วนประจำทางและเรือด่วนพิเศษ ( ธงส้ม ธงเหลือง ธงฟ้า และธงเขียว - เหลือง ) เรือหางยาวด่วนคลองบางกอกน้อย เรือด่วนสาทร - คลองเตย
  • 26.
    ปัญหาในปัจจุบัน ] การจราจรติดขัด ถือเป็นปัญหาหลักของกรุงเทพมหานคร รัฐบาลที่ผ่านมาหลายสมัยมีความพยายามที่จะแก้ปัญหานี้ มีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางด่วนยกระดับ การก่อสร้างสะพานและอุโมงค์ข้ามแยก การก่อสร้างรถไฟฟ้า และ รถไฟใต้ดิน รวมถึงการตัดถนนเพิ่ม แต่ก็ยังคงไม่สามารถแก้ปัญหาการจราจรให้ลดลงได้มากนัก เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (06.00-09.00 น . และ 16:00-19:00 น .) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าวันจันทร์และเย็นวันศุกร์ นอกเหนือไปจากสาเหตุขั้นต้นแล้ว การที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ขาดสำนึกและวินัยจราจร รวมถึงการไม่เข้มงวดกวดขันให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด การจอดรถหรือหยุดรถในเขตห้ามจอดของทั้งรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ การเปลี่ยนช่องจราจรอย่างกะทันหันซึ่งมักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดมารยาทและวินัยในการใช้รถใช้ถนน
  • 27.
    การดูแลสุขภาพและศูนย์การแพทย์ กรุงเทพฯ มีโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์มากมายซึ่งรวมโรงเรียนแพทย์ 8 แห่งจาก 15 แห่งของประเทศ โรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงเทพฯ เป็นศูนย์ดูแลลำดับที่สาม ซึ่งรับการอ้างอิงจากส่วนไกลของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเอกชน มีการเติบโตมากในการท่องเที่ยวทางการแพทย์ โรงพยาบาลหลายแห่งให้บริการในการดูแลชาวต่างประเทศ โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์เป็นโรงพยาบาลระดับนานาชาติหลักบนถนนสุขุมวิท และเป็นที่นิยมต่อชาวต่างด้าว ชาวไทยผู้มีฐานะและนักท่องเที่ยวทางการแพทย์ โรงพยาบาลที่ใกล้เคียงคือโรงพยาบาลสมิติเวชและศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ทั้ง 3 แห่งได้การรับรองจากคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศ
  • 28.
    บรรณานุกรม กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยประกาศสำนักทะเบียนกลางกรมการปกครอง . “ จังหวัดกรุงเทพมหานคร , ” ข้อมูลการปกครอง .31 ธันวาคม พ . ศ .2552. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1 13 กุมภาพันธ์ พ . ศ .2554.
  • 29.
  • 30.
    จัดทำโดย นางสาว ศศิธร ปานพิมพ์ ม .5 / 3 เลขที่ 36