สมาชิกกลุ่มที่ 1
นางสาวลักขณา สร้อยจิตร
นางสาวขนิษฐา สมัครสมาน
นางสาวพรสุดา สมศรี
นางสาวอนุตรา ครองสัตย์
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์คือ
กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมายเอกชนว่าด้วยเรื่องสิทธิ หน้าที่ และ
ความสัมพันธ์ ระหว่างเอกชนต่อเอกชน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย กฎหมาย
แพ่งของไทยบัญญัติในรูปของประมวลกฎหมายรวมกับกฎหมาย
พาณิชย์ รวมเรียกว่า กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีสาระพอสังเขป
กฎหมายพาณิชย์ คือ กฎหมายว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของ
บุคคล อันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเศรษฐกิจและการค้า โดย
วางระเบียบเกี่ยวพันทางการค้าหรือธุรกิจระหว่างบุคคล เช่น
การตั้งหุ้นส่วนบริษัท การประกอบการรับขน และเรื่องเกี่ยวกับ
ตั๋วเงิน (เช่น เช็ค) กฎหมายว่าด้วยการซื้อขาย การเช่าทรัพย์
การจานอง การจานา เป็นต้น
บุคคล หมายถึง สิ่งซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย มี 2 ประเภท
คือ บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
บุคคลธรรมดา หมายถึง มนุษย์ซึ่งมีสภาพบุคคล และสิ้นสภาพ
บุคคลโดยการตายตามธรรมชาติ หรือตายโดยการสาบสูญ (กรณี
ปกติ 5 ปี และกรณีไม่ปกติ 2 ปี คือ อยู่ในระหว่างการรบสงคราม
ประสบภัยในการเดินทาง เหตุอันตรายต่อชีวิต)
นิติบุคคล หมายถึง สิ่งที่กฎหมายรับรองให้เป็นสภาพบุคคล
สมมุติ ให้มีสิทธิหน้าที่เหมือนบุคคลธรรมดา แบ่งเป็น ได้ดังนี้
ก) นิติบุคคลตามประมวลกกหมายแพ่งและพาณิชย์
ได้แก่
1) กระทรวง ทบวง กรม
2) วัดวาอาราม ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ
สงฆ์
3) ห้างหุ้นส่วนที่ได้จดทะเบียนแล้ว
4) บริษัทจากัด
ประมวลรัษฎากร เป็นชื่อของกฎหมายภาษี
อากรฉบับหนึ่ง มีผลใช้บังคับโดย
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลรัษฏากร พ.ศ.
2481 กฎหมายฉบับนี้เดิมเป็นที่รวมของ
กฎหมายภาษีอากรสาคัญหลายประเภท
ปัจจุบันเป็นที่รวมของกฎหมายภาษีอากรเพียง 4 ประเภทด้วยกันคือ
ประเภทที่หนึ่ง ภาษีเงินได้ แบ่งเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้
นิติบุคคล ภาษีนี้จัดเป็นภาษีทางตรงประเภทหนึ่ง
ประเภทที่สอง ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ประเภทที่สาม ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ประเภทที่สี่ อากรแสตมป์ จัดเป็นภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่ง
ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นระบบภาษีใหม่ที่นามาบังคับใช้แทน
ภาษีการค้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 ภาษีเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาษี
ทางอ้อมที่เก็บจากฐานการใช้จ่ายบริโภคอุปโภคทั่วไปทั้งสิ้น ภาษีอากรทั้ง 4
ประเภทนี้อยู่ในอานาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร
วิธีการเสียภาษีอากร
- การเสียภาษีโดยให้ผู้จ่ายหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย
- การเสียภาษีโดยผู้ต้องเสียยื่นรายการประเมินตนเอง
- การเสียภาษีโดยเจ้าพนักงานประเมินหรือสั่งให้เสีย
- การเสียภาษีโดยวิธีอื่น เช่น ปิดแสตมป์ บริบูรณ์ การ
เลือกเสีย ภาษี
การอุทธรณ์
การเร่งรัดหนี้ภาษีอากรค้าง
การดาเนินคดีภาษีอากร เช่น คดีแพ่ง คดีอาญา
การกาหนดหน้าที่อื่นของผู้ต้องเสียหรือผู้นาส่งภาษีอากร
เช่น การมีและใช้เลขประจาตัวผู้เสียภาษีอากร การขอรับใบ
ผ่านภาษี
(1) สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคาพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอ
เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
(2) สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
(3) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
(3 ทวิ)* สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทาสัญญา
(4) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายทั้งนี้ตามที่กฎหมาย
ว่าด้วยการนั้น ๆ หรือพระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้
พรบ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าไม่ปลอดภัย
พศ.2551
ผู้ประกอบการ คือ
1.ผู้ผลิต
2.ผู้นาเข้า
3.ผู้ขาย (การให้เช่า / แจกฟรี ก็ถือเป็นการขายรูปแบบหนึ่ง )
สินค้า คือ สังหาริมทรัพย์ทุกชนิด รวมทั้งผลผลิตทางเกษตรกรรม ไฟฟ้ า น้า ฯลฯ ยาก็
เป็นสินค้าชนิดหนึ่งนะครับ
ผลิต คือ การทา ผสม ปรุงแต่ง ประกอบ แปรสภาพ เปลี่ยนรูป ดัดแปลง แบ่งบรรจุ แช่
แข็ง ฯลฯ
ผู้ค้าประกัน คือ ผู้ซื้อ
สินค้าไม่ปลอดภัย คือ
สินค้าที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ไม่ว่าจะเกิดจาก ความบกพร่อง
ในการผลิต หรือ ออกแบบ ไม่ได้บอกวิธีใช้ วิธีเก็บ คาเตือน ข้อมูล
รายละเอียด ไม่ถูกต้อง หรือ ไม่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น นม เดิม ปลอดภัย มี
ฉลากข้อมูลถูกต้อง แต่หากเจือปน เมลามีน ก็ทาให้เกิดความเสียหาย
เนื่องจาก บกพร่องในการผลิต แต่ !!! ถ้าสินค้านั้นมีอันตรายอยู่แล้ว
ผู้บริโภคก็ทราบแต่ก็ยังบริโภคเข้าไป ก็ไม่ถือว่าเป็นสินค้าไม่ปลอดภัย เช่น
ยาฆ่าแมลง
ความเสียหาย ครอบคลุม ชีวิต ทรัพย์สิน และ จิตใจ
องค์ประกอบในการฟ้ องร้อง ต้องมี 3 สิ่งนี้จึงจะฟ้ องกันได้
1.ผู้บริโภค – ผู้ประกอบการ
2.การซื้อขาย
3.สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย
ข้อดีของ พรบ.ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้า
ไม่ปลอดภัย
1.พิจารณารวดเร็ว ภายใน 3 ปี (รับ
พิจารณาตั้งแต่เกิดเหตุการรณ์ใน 10 ปี)
2.สามารถเดินไปฟ้ องด้วยวาจาที่ศาลก็
ได้ หรือใช้เอกสารแบบการฟ้ องทั่วไปก็ได้
3.ประหยัด (ยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม)
คาถาม

ประมวลกฏหมายแพร่่งและพาณิชย์