เทคโนโลยีทางการแพทย์
แนวคิดที่มาและความสาคัญ
เทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ทาให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน และมีอายุ
ที่ยาวนานมากขึ้นอย่างมีสุขภาพที่ดีในทางกายภาพและจิตใจ ปัจจุบันมนุษย์สามารถ
พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆในทางการแพทย์ได้ในหลายๆรูปแบบและก็มีแนวโน้มที่ว่า
เทคโนโลยีทางการแพทย์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในการดารงชีวิตของมนุษย์
จากสาเหตุเหล่านี้คณะผู้จัดทาจึงแลเห็นความสาคัญของการศึกษาเกี่ยวเทคโนโลยีทาง
การแพทย์
วัตถุประสงค์ ขอบเขตของการศึกษาและวิธีการศึกษา
ค้นคว้า
1.ความสาคัญของเทคโนโลยีทางการแพทย์
2. ความหมายของเทคโนโลยีทางการแพทย์
3. วิวัฒนาการของเทคโนโลยีทางการแพทย์
4. เทคโนโลยีทางการแพทย์ 10 ชนิด
5. .เทคโนโลยีทางการแพทย์ในประเทศไทย
ค้นคว้าโดยการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
ความสาคัญของเทคโนโลยีทางการแพทย์
ในปัจจุบัน เทคโนโลยี เข้ามามีความสาคัญต่อสุขภาพและการดารงชีวิต เช่น เพื่อ
ความสะดวกในการดูแล และ รักษาชีวิตของมนุษย์และสัตว์ทั้งเพื่อความแม่นยา
ในการวินิจฉัยโรคต่างๆ และผลิตตัวยาชนิดใหม่ อีกทั้งยังสามารถทาให้มนุษย์
ดารงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีทางการแพทย์มีเพื่อรักษาและเยียวยาทั้งด้านร่างกาย จิตใจของทั้ง
มนุษย์และสัตว์ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดารงชีวิตและการดารงเผ่าพันธุ์ให้คง
อยู่
เทคโนโลยีทางการแพทย์เปรียบเทียบได้กับ เครื่องมือที่ใช้ในการปรับตัวในการ
ดารงเผ่าพันธุ์ เป็นการตอบสนอง ต่อสิ่งเร้า ผ่านทางอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อความ
อยู่รอดของเผ่าพันธุ์นั่นเอง
ความหมายของเทคโนโลยีทางการแพทย์
การนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการระเบียบ
กระบวนการตลอดจนสิ่งประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ ซึ่งได้มาเป็น
อุปกรณ์ต่างๆในการรักษาผู้ป่วย ให้ได้ผลสาเร็จและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีทางการแพทย์
การรักษาโรคเริ่มตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศอียิปต์จากบันทึกที่เขียน
ลงบนกระดาษพาไพรัส และการมีนาเทคโนโลยีมาใช้กับทางการแพทย์ในช่วงสมัย
กลางยุครีนายส์แซนส์สู่ยุโรป จึงทาให้ยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีทาง
การแพทย์ในปัจจุบัน
ภาพแสดงกระดาษพาไพรัส แหล่งที่มา:www.thaimusalim.com
เทคโนโลยีทางการแพทย์ 10 ชนิด
1.Capsule Endoscope
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรค ลักษณะเป็นแคปซูล
ใช้เมื่อมีข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับโรคภายในลาไส้ เป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยาใน
การตรวจมากและผู้ป่วยจะไม่เจ็บตัวจากการตรวจเว้นแต่จะมีการเคยผ่าตัดมาก่อน
ควรได้รับคาแนะนาจากแพทย์หากเกิดกรณีดังกล่าว
(รูปภาพแสดง Capsule Endoscope แหล่งที่มา : www.bnhhospital.com)
เป็ นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรคเป็ นการตรวจโดยใช้คลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้ า เพื่อตรวจหาโรคในสมอง ระบบกระดูก หลอดเลือด และความ
ผิดปกติของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ เป็นอุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูงสามารถตรวจ
เนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ในกระดูกได้แต่ก็มีข้อยกเว้นในเรื่องของขนาดตัวของผู้ป่วยที่ใหญ่
เกินไปและในระหว่างการตรวจจะมีเสียงที่ดังรบกวนหากผู้ป่วยมีความเกร็งและ
กลัวอาจทาให้ได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์จาเป็นต้องตรวจสอบใหม่ในหลายกรณี
(รูปภาพแสดงการตรวจด้วยเครื่องMRI แหล่งที่มา: www.women.thaiza.com)
2.Magnetic resonance imaging
เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรคโดยนาคลื่นเสียงที่ใช้ใน
การตรวจอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย เพื่อดูความผิดปกติทั่วไป เช่นการดูเพศ ความ
ผิดปกติของทารกในครรภ์ ความเปลี่ยนแปลงของรอยโรค โรคทั่วไปเช่นนิ่วในไต ใน
ส่วนนี้ทำให้มีค่ำใช้จ่ำยที่น้อยกว่ำกำรเอ็กซเรย์ซึ่งมีอันตรำยที่น้อยกว่ำด้วยเช่นกันทั้ง
ยังได้ภำพเคลื่อนไหวในเวลำนั้นๆได้อีกด้วย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สำมำรถตรวจอวัยวะ
ที่มีลม เช่น ปอด หรืออวัยวะที่เป็นกระดูกและส่วนที่มีกระดูกบังได้
(รูปภาพแสดงเครื่องอัลตร้าซาวน์ แหล่งที่มา: www.ddpromote.com )
3.Ultrasound
เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรค เป็นการเอ็กซเรย์ร่วมกับ
สารทึบรังสี ใช้เมื่อมีอาการกลืนลาบาก แสบร้อนลิ้นปี่ จุกเสียดแน่นท้อง โดยจะได้
ภาพที่ชัดเจนแม่นยาสามารถรู้ความผิดปกติได้ในช่วงเวลานั้นๆแต่ผู้ป่วยที่มีภาวะแพ้
แป้งแบเรียมซัลเฟตจะไม่สามารถตรวจด้วยเครื่องมือนี้ได้
(รูปภาพแสดง เครื่อง DIGITAL FLUOROSCOPY แหล่งที่มา:www.healthcare.siemens.com)
4. Digital Fluoroscopy
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรค คือการตรวจหัวใจโดยอุปกรณ์ไฟฟ้ า ใช้
เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกและมีข้อสงสัยว่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรืออาการ
ต่างๆที่เกี่ยวกับหัวใจ และสามารถใช้ตรวจโรคทั่วไปเช่นโรคความดันโลหิต เบาหวาน
เป็นต้นโดยในการตรวจไม่มีความเจ็บปวดแต่จะเป็นอันตรายหากเครื่องมือที่ใช้ในการ
ตรวจไม่สมบูรณ์
(รูปภาพแสดงการตรวจด้วยเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แหล่งที่มา:www.suriyothai.ac.th)
5.Electrocardiogram
เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาลโดยการนาเลเซอร์มาใช้ในการ
ผ่าตัด ทาให้ในการผ่าตัดคนไข้จะไม่เสียเลือดมาก ทั้งยังเป็นการทาลายเชื้อโรคและใช้
เวลาในกาผ่าตัดน้อยแต่แสงเลเซอร์ก็อาจทาอันตรายต่ออวัยวะใกล้เคียงได้เนื่องจากมี
ความเข้มข้นสูงจึงควรให้แพทย์ที่มีความรู้ความชานาญในการผ่าตัด
(รูปภาพแสดงการผ่าตัดด้วยการใช้มีดผ่าเลเซอร์ แหล่งที่มา: www.dailynews.ac.th )
6.Laser
เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาล มีลักษณะเป็นพลาสติกใสหรือ
เป็นสีต่างๆรูปกระทะขนาดพอดีกับตาดา ใช้ในการแก้ไขสายตาผิดปกติ เช่นสายตา
สั้น สายตายาว สายตาเอียง แม้แต่ผู้สูงอายุ โดยให้มุมภาพที่กว้างกว่าการใส่แว่นและ
สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกแต่สาหรับผู้ใส่ที่ไม่รักษาความสะอาดจะทาให้เกิด
การอักเสบและติดเชื้อในตาได้
(รูปภาพแสดงการใช้คอนแทคเลนส์ แหล่งที่มา: nicetoview.blogfa.com)
7.Contact Lens
8. เครื่องฉายรังสีโรคมะเร็ง
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาล เป็นเครื่องฉายรังสีที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง
อันดับต้นๆ เพื่อเป็นการทาลายเซลล์โรคมะเร็ง แต่ก็อาจเป็นสาเหตุของการกลาย
พันธุ์และแพร่กระจายของโรคมะเร็ง ไปทั่วร่างกาย
(รูปภาพแสดงการรักษาด้วยการฉายรังสี แหล่งที่มา: www.bankokbiznews.com)
9. หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาล โดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยใน
การผ่าตัด ทั้งในบริเวณเสี่ยงภัย บริเวณถิ่นทุรกันดารแม้กระทั่งในสงคราม ทั้งนี้
ความแม่นยาในการทางานของหุ่นยนต์ยังช่วยให้แผลในการผ่าตัดเล็ดลง และ
ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วแต่ก็เป็นบ่อเกิดของการทาให้ความสามารถของศัลยแพทย์ลดลง
เนื่องจากขาดความอ่อนแข็งจากการสัมผัสเนื้อเยื่อที่เป็นโรคแลเนื้อเยื่อดี จากการ
ใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดแทน
(รูปภาพแสดงการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด แหล่งที่มา: www.bankokbiznews.com)
10. Vaccine
เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาโรค คือการสร้างภูมิคุ้มกันใน
ร่างกายโดยการกระตุ้นด้วยเอนติเจน ทาให้ร่างกายเกิดการสร้างแอนติบอดีหรือ
ภูมิคุ้มกันภายใน แต่การทาให้วัคซีนได้รับการตอบสนองต้องใช้เวลา 4-7วันให้
ร่างกายได้ปรับตัว
(รูปภาพแสดงการฉีดวัคซีน แหล่งที่มา: www.manager.co.th )
เทคโนโลยีทางการแพทย์ในประเทศไทย
ประเทศไทยในปัจจุบัน จะมีการนาเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นจานวน
มากและมีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ้นทุกปีโดยตั้งแต่ปี2553จนถึงปี2558 ประเทศ
ไทยนาเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์มากกว่าการส่งออกทาให้ประเทศไทย
เกิดภาวะขาดดุล จนทาให้มีความร่วมมือกันระหว่างรัฐและเอกชนในการ
ควบคุมการนาเข้าการเจรจา จากต่างประเทศโดยมีองค์กรที่สาคัญคือ
THAMED ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกาไรมุ่งเน้นในการเปิดเสรีทาง
เครื่องมือแพทย์ในอนาคต โดยมีเป้ าหมายหลักคือการทาให้ประเทศไทยเป็น
ศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย
(รูปภาพแสดงสัญลักษณ์ THAIMED แหล่งที่มา: globalditta.org)
สรุปผลการศึกษาค้นคว้า
เทคโนโลยีทางการแพทย์ มีความสาคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์
ทั้งทางด้านสุขภาพ อายุขัย รวมไปถึงทางด้านการปรับตัวในการใช้ชีวิต ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
โดยได้รับปัจจัยและการสนับสนุน มาจากบุคลากร ทรัพยากร และ สติปัญญาของมนุษย์ กล่าว
ได้ว่าถึงแม้ในอดีตจะไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่มนุษย์ก็สามารถดารงอยู่ได้และมีการศึกษา
เรียนรู้ จนทาให้เกิดเป็นการแพทย์ที่ใช้ในการรักษา และ เยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจของ
มนุษย์มาจนกระทั่งมีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ด้านวิศวกรรม จนในที่สุดก็ได้พัฒนามาเป็น
การใช้เทคโนโลยีคู่กับการแพทย์คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์
ทั้งนี้จากการศึกษาข้อมูลที่เจาะลึกไปในประเทศไทย ซึ่งมีการเติบโตของเทคโนโลยีทาง
การแพทย์ที่ค่อนข้างใหญ่ แต่กลับมีการนาเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นจานวนมาก จึงทา
ให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน จนทาให้เกิดองค์กรที่สาคัญคือ THAIMED ซึ่ง
เป็นองค์กรที่คอยติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้อุปกรณ์ต่างๆไปในทั่วโลก ดังนั้นเทคโนโลยีทางการ
แพทย์จึงไม่ได้พัฒนาอยู่แค่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง แต่ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก แสดงถึง
ศักยภาพของมนุษย์ที่ไม่ได้มีความสามารถเฉพาะกลุ่ม ดังนั้นเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงเป็น
ศาสตร์สาขาหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้เหมือนๆกัน เพื่อการก้าวไปสู่ยุค
แห่งความยั่งยืนและมั่นคงของชีวิต ได้อย่างยาวนานยิ่งขึ้น

เทคโนโลย ทางการแพทย์