Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Tay Chaloeykrai
843 views
ใบความรู้ที่ 2 หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
Technology
◦
Business
◦
Read more
3
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 41 times
1
/ 11
2
/ 11
3
/ 11
4
/ 11
5
/ 11
6
/ 11
7
/ 11
8
/ 11
9
/ 11
10
/ 11
11
/ 11
More Related Content
PPT
การบริหารความเสี่ยง(Risk management)
by
tumetr1
PDF
การผลิตสื่อวีดิทัศน์สำหรับงานมัลติมีเดีย (Multimedia Video Production)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
Has visibility of user experience become clouded by complexity?
by
nexthink
PPT
Operating System Chapter 3
by
Nuth Otanasap
DOC
ภาพสัญลักษณ์
by
อ.ลือเดช บุญโยดม
PDF
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
by
Suradet Sriangkoon
PPT
การบรรยายครั้งที่ 8 cma 448 บทที่ 8 ฉาก สี และ แสง ในการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์
by
Jele Raviwan Napijai
PPTX
การเขียนโปรแกรม
by
ikanok
การบริหารความเสี่ยง(Risk management)
by
tumetr1
การผลิตสื่อวีดิทัศน์สำหรับงานมัลติมีเดีย (Multimedia Video Production)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
Has visibility of user experience become clouded by complexity?
by
nexthink
Operating System Chapter 3
by
Nuth Otanasap
ภาพสัญลักษณ์
by
อ.ลือเดช บุญโยดม
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
by
Suradet Sriangkoon
การบรรยายครั้งที่ 8 cma 448 บทที่ 8 ฉาก สี และ แสง ในการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์
by
Jele Raviwan Napijai
การเขียนโปรแกรม
by
ikanok
What's hot
PDF
Technology Alignment Framework
by
Mark S. Mahre
PPT
สื่อการสอนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการเบื้องต้น 1
by
Chaiyaporn Puttachot
PDF
การเขียนสตอรี่บอร์ดภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Storyboard Writing for Motion Graphic)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PPSX
A Brief Introduction to Enterprise Architecture
by
Daljit Banger
PDF
การสื่อสารสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Communication)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PDF
Chapter 4 empathize
by
Teetut Tresirichod
PPTX
การบัญชีบริหาร
by
Yeah Pitloke
PPTX
Enterprise architecture-career-path
by
Sim Kwan Choo
PDF
Git ฉบับอนุบาล 2
by
Bhuridech Sudsee
PPTX
การบทที่ 4 การวางแผนและการจัดตารางการผลิตหลัก
by
Teetut Tresirichod
PDF
211122 ไมซ์ม่วนใจ๋ intro to MICE.pdf
by
Chuta Tharachai
PPTX
การเขียนแผนธุรกิจเพื่อการนำเสนอ
by
วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี
PDF
การออกแบบแอพพลิเคชั่นด้วย Adobe XD
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
PPTX
การคิดกับการใช้เหตุผล Thinking and Reasoning
by
Padvee Academy
PDF
ข้อสอบปฏิบัติ Microsoft Word
by
Supreeyar philarit
PDF
การออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก (Graphics Basic)
by
Pitchayanida Khumwichai
PDF
Развитие на психиката в детска- юношеска възраст
by
Tania Bozhova
PDF
การผลิตสื่อดิจิทัล (DIGITAL MEDIA )
by
Ananta Nana
PDF
บทที่ 7 การวางแผนกระบวนการผลิต
by
Dr.Krisada [Hua] RMUTT
PDF
การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการทำงานและการสร้างสื่อในยุคดิจิทัล
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
Technology Alignment Framework
by
Mark S. Mahre
สื่อการสอนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการเบื้องต้น 1
by
Chaiyaporn Puttachot
การเขียนสตอรี่บอร์ดภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Storyboard Writing for Motion Graphic)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
A Brief Introduction to Enterprise Architecture
by
Daljit Banger
การสื่อสารสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Communication)
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
Chapter 4 empathize
by
Teetut Tresirichod
การบัญชีบริหาร
by
Yeah Pitloke
Enterprise architecture-career-path
by
Sim Kwan Choo
Git ฉบับอนุบาล 2
by
Bhuridech Sudsee
การบทที่ 4 การวางแผนและการจัดตารางการผลิตหลัก
by
Teetut Tresirichod
211122 ไมซ์ม่วนใจ๋ intro to MICE.pdf
by
Chuta Tharachai
การเขียนแผนธุรกิจเพื่อการนำเสนอ
by
วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี
การออกแบบแอพพลิเคชั่นด้วย Adobe XD
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
การคิดกับการใช้เหตุผล Thinking and Reasoning
by
Padvee Academy
ข้อสอบปฏิบัติ Microsoft Word
by
Supreeyar philarit
การออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก (Graphics Basic)
by
Pitchayanida Khumwichai
Развитие на психиката в детска- юношеска възраст
by
Tania Bozhova
การผลิตสื่อดิจิทัล (DIGITAL MEDIA )
by
Ananta Nana
บทที่ 7 การวางแผนกระบวนการผลิต
by
Dr.Krisada [Hua] RMUTT
การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการทำงานและการสร้างสื่อในยุคดิจิทัล
by
Dr.Kridsanapong Lertbumroongchai
Similar to ใบความรู้ที่ 2 หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
PDF
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Radompon.com
PDF
บทที่ 2 ส่วนประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
Kriangx Ch
PPT
Computer
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
PDF
คอมพิวเตอร์พื้นฐาน
by
โรงเรียน ราชประชานุเคราะห์เก้า
PPT
Computer
by
plernlypim
PDF
Com
by
ดนัย ไกรสร
PPT
Computer
by
nuting
PDF
บทที่ 3 วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ [slide]
by
Nattapon
PDF
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
prakaipet
PPT
Basiccom
by
kruniid
PPT
Basiccom
by
kruniid
PPT
สไลด์ บทที่ 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
it4learner
PDF
Hardware 6
by
paween
PDF
Hardware 6
by
nittaya2012
PPT
บทที่ 4 อินพุตและเอาท์พุต
by
Pokypoky Leonardo
PDF
Computer system
by
Phuwit Innma
PDF
Com sys 5
by
paween
PDF
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
by
natthaphorn_thepyoo
PDF
Computer system
by
Pattama Poyangyuen
DOC
01 องค์ประกอบคอมพิวเตอร์
by
Oh Aeey
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
Radompon.com
บทที่ 2 ส่วนประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
Kriangx Ch
Computer
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
คอมพิวเตอร์พื้นฐาน
by
โรงเรียน ราชประชานุเคราะห์เก้า
Computer
by
plernlypim
Com
by
ดนัย ไกรสร
Computer
by
nuting
บทที่ 3 วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ [slide]
by
Nattapon
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
prakaipet
Basiccom
by
kruniid
Basiccom
by
kruniid
สไลด์ บทที่ 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
it4learner
Hardware 6
by
paween
Hardware 6
by
nittaya2012
บทที่ 4 อินพุตและเอาท์พุต
by
Pokypoky Leonardo
Computer system
by
Phuwit Innma
Com sys 5
by
paween
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
by
natthaphorn_thepyoo
Computer system
by
Pattama Poyangyuen
01 องค์ประกอบคอมพิวเตอร์
by
Oh Aeey
ใบความรู้ที่ 2 หลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
1.
ใบความรูที่ 3
รายวิชา ง31201 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1 (ชวงชั้นที่ 4) ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เรื่องหลักการพื้นฐานของคอมพิวเตอร ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. นักเรียนสามารถชี้แจงความหมายและการคุณลักษณะของคอมพิวเตอรได 2. นักเรียนสามารถบอกสวนประกอบของคอมพิวเตอรได 3. นักเรียนสามารถบอกหลักการทํางานคอมพิวเตอรได 4. นักเรียนสามารถบอกประเภทของภาษาคอมพิวเตอรได 5. นักเรียนสามารถบอกหลักการพัฒนาโปรแกรมและเลือกใชภาษาโปรแกรมได คอมพิวเตอรคืออะไร คอมพิวเตอรมาจากภาษาละตินวา Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคํานวณ พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ใหความหมายของ คอมพิวเตอรไววา "เครื่องอิเล็กทรอนิกสแบบอัตโนมัติ ทํา หนาที่เหมือนสมองกล ใชสําหรับแกปญหาตางๆ ที่งายและ ซับซอนโดยวิธีทางคณิตศาสตร" คอมพิวเตอรจึงเปนเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกสที่ถูกสรางขึ้น เพื่อใชทํางานแทนมนุษย ในดานการคิดคํานวณและสามารถ จําขอมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรไดเพื่อการเรียกใชงานใน ครั้งตอไป นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณได ดวยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอรยังมีความสามารถในดานตางๆ อีกมาก อาทิเชน การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร การรับสงขอมูล การจัดเก็บขอมูลในตัวเครื่องและสามารถ ประมวลผลจากขอมูลตางๆ ได ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 1
2.
หลักการทํางานของคอมพิวเตอร
คอมพิวเตอรเปนเครื่องมือชวยในการทํางานไดรวดเร็ว สะดวกและแมนยํา การใชประโยชนจาก คอมพิวเตอรใหไดผลเต็มที่จึงจําเปนตองเรียนรูวิธีการทํางานตลอดจนลักษณะตาง ๆ ของคอมพิวเตอรใหครบถวน การทํางานของคอมพิวเตอร มีขั้นตอนสําคัญ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การรับขอมูลและคําสั่ง คอมพิวเตอรรับขอมูลและคําสั่งผานอุปกรณนําเขาคือ เมาส คียบอรด สแกนเนอร ฯลฯ ขั้นตอนที่ 2 การประมวลผลหรือคิดคํานวณ หรือ CPU (Central Processing Unit) เรียกสั้นๆ วา ชิป (Chip) เปนสมองคอมพิวเตอรทําหนาที่คํานวณ ประมวลผลคําสั่ง และควบคุมการทํางานของอุปกรณอื่น ๆ ขั้นตอนที่ 3 การเก็บขอมูล ทําหนาที่เก็บขอมูลและโปรแกรมตาง ๆ หนวยเก็บขอมูลคือ ฮารดดิสก ดิสกเกตต และซีดีรอม ขั้นตอนที่ 4 นําเสนอผลลัพธ เปนอุปกรณที่ทําหนาที่ นําเสนอผลลัพธที่ไดจากการประมวลผล ของคอมพิวเตอร เชน จอภาพ เครื่องพิมพ เปนตน 1. อุปกรณรับเขา (Input Device) ทําหนาที่รับโปรแกรมและขอมูล เขาสูเครื่องคอมพิวเตอรอุปกรณรับเขาที่เปนที่รูจักและนิยมใชไดแก ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 2
3.
แปนพิมพ (Keyboard) เปนอุปกรณพื้นฐานที่ทุกเครื่องจะตองมีการรับขอมูลคือ ผูใชกด แปนพิมพแลวจึงแปลงรหัสเขาสูการประมวลผลตอไป เมาส
(Mouse) เปนอุปกรณที่ชวยอํานวยความสะดวกในการใชงานเพิ่มมาก ขึ้น เมาสจะมีรูปรางพอเหมาะกับมือ และมีลูกกลิ้งอยูขางลาง โดย ระบบคอมพิวเตอรจะทํางานสัมพันธกับการเคลื่อนที่ของลูกกลิ้ง และรับคําสั่งจากการกดปุมเมาส สแกนเนอร (Scanner) จะทํางานโดยการอานรูปภาพแลวแปรเปลี่ยนใหเปนขอมูลที่ คอมพิวเตอรสามารถที่จะเขาใจได 2. หนวยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit :CPU) ทําหนาที่ประมวลผลและควบคุมการทํางานของระบบคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยมีหนาที่ในการเคลื่อนยาย ขอมูลระหวางหนวยความจําดวย ซึ่งหนวยประมวลผลกลางหรือซีพียูนี้จะประกอบดวย 1. หนวยคํานวณและตรรกะ (Arithematic and Logic Unit :ALU) ทําหนาที่ในการคํานวณ เชนบวก ลบ คูณ หาร และทําหนาที่ในการเปรียบเทียบทางตรรกะโดยหนวย ควบคุมจะควบคุมความเร็วในการคํานวณ 2. หนวยควบคุม (Control Unit) ทําหนาที่ควบคุมกลไกการทํางานของระบบทั้งหมด โดยจะ ทํางานประสานกับหนวยความจํา และหนวยคํานวณ และตรรกะ ซีพียูหลักที่ใชในคอมพิวเตอรในปจจุบันคือ ไมโครชิป (ดัง รูป) หรือที่เรียกวา ไมโครโพรเซสเซอร (Microprocessor) 3. หนวยความจําหลัก (Main Memory) ทําหนาที่เก็บขอมูลที่รอทําการประมวลผล และเก็บ ผลลัพธที่ไดจากการประมวลผลในระหวางที่รอสงไปยังหนวยแสดง ผลลัพธ ประเภทของหนวยความจําสามารถแบงไดดังนี้ 3.1 ตามลักษณะของการเก็บขอมูล จะแบงไดเปน - หนวยความจําแบบลบเลือน (Volatile Memory) คือในกรณีที่ ไฟฟาดับหรือกําลังไฟฟาไมเพียงพอ ขอมูลที่เก็บไวก็จะหายหมด - หนวยความจําแบบไมลบเลือน (Nonvolatile Memory) หนวยความจําแบบนี้จะเก็บขอมูลไดโดยไมขึ้นกับไฟฟาที่เลี้ยงวงจร ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 3
4.
3.2 ตามสภาพการใชงาน จะแบงไดเปน
- หนวยความจําอานอยางเดียว (Read-only Memory :Rom) หรือ รอม เปนหนวยความจําชนิดไมลบ เลือน คือซีพียูสามารถอานไดอยางเดียวไมสามารถเขียนขอมูลลงไปได - หนวยความจําเขาถึงโดสุม (Random Access Memory :RAM) หรือ แรม เปนหนวยความจําแบบลบ เลือนได คือสามารถเขียนหรืออานได การเขียนหรืออานจะเลือกที่ตําแหนงใดก็ได ***หนวยความจําแบบไมลบเลือน แตยอมใหมีการแกไขหรือลบขอมูลไดโดยกรรมวิธีพิเศษ เรียกวา อีพร็อม (Erasable Programmable Read Only Memory :EPROM 3. หนวยความจํารอง (Virtual Memory) มีเพื่อเพิ่มความสามารถในการจดจําของคอมพิวเตอรใหมากขึ้น ตัวอยางของหนวยความจํารองไดแก แผนบันทึกหรือแผนดิสก (Diskette) มีลักษณะเปนแผนกลมแบนถูกเคลือบไวดวยสารเหล็กออกไซด เพื่อใหเกิดสนามแมเหล็กได การอานขอมูลของแผนดิสกเวลาที่อาน หัวอานจะแตะที่พื้นผิวของแผน ทําใหมีการเสื่อมคุณภาพไดเมื่อใชงานไปนาน ๆแผนบันทึกในปจจุบันมีขนาด 5.25 นิ้วและ 3.5 นิ้ว ฮารดดิสก (Harddisk) การเก็บขอมูลจะเก็บลงแผนโลหะอะลูมิเนียมที่เคลือบดวยสารเหล็กออกไซด ฮารดดิสกสามารถจุขอมูล ไดมากกวาและมีความเร็วกวาฟลอปปดิสก การบันทึกขอมูลในฮารดดิสกก็จะแบงเปนวงรอบเรียกวา แทร็ก (Track) ซึ่งจะเก็บขอมูลเปนวงรอบหลาย ๆ วง การที่เรา ฟอรแมต (format) ฮารดดิสกเวลาที่เราซื้อมาใหม ๆ นั้น ก็เพื่อสรางแทร็กนั่นเองและในแตละแทร็กจะแบงออกเปนสวน ๆ เรียกวา เซ็กเตอร (sector) โดย 1 เซ็กเตอรจะมี ความจุเทากับ 512 ไบต การอานขอมูลของฮารดดิสกเวลาที่อานจะไมแตะที่พื้นผิวของแผนแตจะลอยสูงจากผิว ประมาณ 4 ไมครอน ซึ่งถือวาใกลมากจนเกือบสัมผัส ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 4
5.
ซีดีรอม (Compact Disk
Read only Memory: CDROM) เปนสื่อเก็บขอมูลที่มีความเร็วในการใชงานสูง และสามารถเก็บขอมูล ไดเปนจํานวนมาก ซีดีรอมเปนเทคโนโลยีจานแสง คือการอานหรือบันทึก ขอมูลนั้นหัวอานไมตองสัมผัสกับจานแตใชลําแสงสองและสะทอนกลับ ซีดีรอมนี้สามารถเก็บขอมูลที่เปนขอความ รูปภาพ เสียง และภาพวีดีโอ เวิรม (Write Once Read Many: Worm) เปนสื่อชนิดที่มีการบันทึกแลวไมมีการบันทึกใหม แตจะมีการ เรียกใชหรืออานไดหลายครั้ง การที่จะเขียนขอมูลลงแผนตองใช เทคโนโลยีเลเซอร ตัวแผนเปนโลหะและใชกับเครื่องคอมพิวเตอร ระดับเมนเฟรม 4. อุปกรณสงออก (Output Device) ทําหนาทีแสดงผลลัพธจากการประมวลผลขอมูล อุปกรณ ่ สงออกอุปกรณสงออกที่นิยมใชในปจจุบันไดแก จอภาพ (Monitor) เปนอุปกรณสงออกที่ผูใชคุนเคยมากที่สุด ใชแสดงผลในรูปของขอความและรูปภาพ เริ่มแรกนั้นมีการ นําเอาโทรทัศนมาเปนจอภาพสําหรับการแสดงผลแตผลที่ไดไมเปนทีนาพอใจนัก จึงมีการผลิตจอขึ้นมาจอภาพนั้น ่ มีหลายลักษณะซึ่งลักษณะที่ผูใชสวนใหญคุนเคยและพบเห็นบอย ๆ ไดแก จอภาพแบบซีอารที (Cathode ray tube: CRT) จะมีลักษณะจอโคงนูน ลักษณะการแสดงผลนั้นเริ่มแรกแสดงผลไดเฉพาะเปนตัวอักษร เทานั้นแตจะมีความละเอียดสูงเรียกวา จอภาพแบบสีเดียว (Monochrom Display Adapter :MDA) ตอมามีการพัฒนาจอสี (Color Graphic Adapter: CGA)ซึ่งสามารถแสดงภาพสีและภาพกราฟกได แตจะแสดง ตัวอักษรและตัวเลขไดไมดีเทาจอแบบสีเดียว จอรุนตอมาที่แสดง ภาพกราฟกไดละเอียด และมีจํานวนสีมากขึ้นเรียกวา จอสีภาพละเอียด (Enhance Graphic Adapter: EGA) ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 5
6.
สวนจอสีภาพละเอียดพิเศษ (Video Graphics
Array: VGA) เปนจอภาพที่มีความละเอียดสูงมาก ปจจุบันจอภาพที่ใชสําหรับงาน คอมพิวเตอรในดานการออกแบบจะใชจอภาพ เอ็กซวีจีเอ (extra Video Graphic Array: XVGA) จอภาพแบบแอลซีดี (Liquid Crystal Display: LCD) เดิมเปนจอภาพที่ใชกับคิดเลขและนาฬิกาแตปจจุบันจะพบไดใน เครื่อง PC แบบพกพา เชน โนตบุค หรือแล็ปท็อป จอภาพแบบนี้จะมี ลักษณะแบนเรียบและบาง และไดพัฒนาใหการแสดงผลมีความละเอียด แลไดภาพชัดเจน เครื่องพิมพ (Printers) ถือเปนอุปกรณแสดงผลที่สําคัญรองลงมาจากจอภาพ เพราะจะแสดงผลลัพธลงบนกระดาษทําใหสะดวก ตอการใชงาน (อุปกรณที่สามารถเก็บผลที่แสดงออกมาไดเราเรียกวา Hard copy สวนจอภาพจะเปน Soft copy) ลักษณะของเครื่องพิมพที่ใชกันในปจจุบัน เครืองพิมพแบบจุด (Dot – Matrix Printers) ่ คุณภาพของงานพิมพของเครื่องพิมพ ชนิดนี้จะขึ้นอยูกับจํานวนจุดของเครื่อง เพราะผลที่ไดจากการพิมพ จะมีลักษณะเปนจุด เครื่องพิมพชนิดนี้จะมีราคาถูกเหมาะสําหรับงานพิมพที่ไมตองการความละเอียดมากนัก เครื่องพิมพแบบจุดนีจัดเปนเครื่องพิมพแบบกระทบ (Impact Printer) คือเวลาพิมพหัวพิมพจะกระทบกับผาหมึก ้ เครื่องพิมพแบบฉีดหมึก (Inkjet Printer) หลักการทํางานคือการฉีดหมึกลงบนกระดาษเปนจุดเล็ก ๆ เพื่อใหได รูปแบบงานพิมพที่ตองการงานพิมพที่ไดจะมีความละเอียดกวาเครื่องพิมพแบบ จุดมากเครื่องพิมพแบบฉีดหมึกนี้จัดเปนเครื่องพิมพแบบไมกระทบ (Non – impact Printer) เพราะเครื่องพิมพแบบนี้ทํางานโดยไมตองใชแถบผาหมึก เครื่องพิมพแบบเลเซอร (Laser Printer) หลักการทํางานของเครื่องพิมพแบบนี้ จะใชหลักการเดียวกัน กับเครื่องถายเอกสาร คือใชแสงเลเซอรในการพิมพเรียกวา LED (Light – Emit – ting Diode) และ LCS (Liquid Crystal Shutter) ซึ่งจะพิมพงานออกทีละหนา เราเรียกงานพิมพแบบนี้วา ppm (page per minute) ทั้งงานพิมพที่ไดก็มีคุณภาพสูงและคมชัดมาก เวลาพิมพ ก็ไมสงเสียงดังรบกวน เครื่องพิมพแบบนี้จัดเปนเครื่องพิมพแบบไม กระทบ (Non – impact Printer) เชนกัน ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 6
7.
พล็อตเตอร (Plotter)
เปนอุปกรณแสดงผลที่มักจะใชในงานเขียนแบบ หรืองานดานกราฟก เชน พิมพเขียว การพิมพแผนผัง ขนาดใหญ แผนที่ หัวพิมพจะทํางานเปนเหมือนปลายปากกา ลักษณะงานพิมพจะเปนงานที่ซับซอนและใช กระดาษแผนใหญ ๆในการพิมพ ภาษาคอมพิวเตอร ภาษาเปนสื่อที่ใชในการติดตอสื่อสารระหวางกันของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีหลายรูปแบบแตกตางกันไป มนุษย เราสามารถใชสื่อไดหลายรูปแบบเชน ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษามือ เปนตน คอมพิวเตอรไมใชสิ่งมีชีวิตทําไมทํางานได คอมพิวเตอรเปนอุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มนุษยสรางขึ้นเพื่อ ชวยในการทํางานตั้งแตงานที่งายจนถึงระดับที่มีความสลับซับซอนมาก คอมพิวเตอรจะทํางานตามคําสั่งที่มนุษย กําหนดไวใหทํา จึงมีการกําหนดภาษาขึ้นมาใหมเพื่อใหคอมพิวเตอรเขาใจคําสั่งของมนุษยเราเรียกภาษานี้วา ภาษาคอมพิวเตอรหรือ ภาษาประดิษฐ (Computer language) เปนภาษาติดตอสื่อสารกันระหวางมนุษยและ คอมพิวเตอร การที่จะใหคอมพิวเตอรทําการประมวลผลไดนั้นจะตองมีชุดคําสั่งทําใหคอมพิวเตอรทํางานเรียกวา โปรแกรม (Program) หรือ ซอฟตแวร (Software) โดยที่โปรแกรมนั้นถูกเขียนลงบนสื่อบันทึกขอมูล หรือ ปอนผานทางแปนพิมพเขาสูเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อใหเครื่องทํางานตามโปรแกรม การเขียนโปรแกรมตองเขียน ดวยภาษาคอมพิวเตอร ซึ่งในปจจุบันภาษาคอมพิวเตอรที่ใชสําหรับเขียนโปรแกรมมีอยูมากมายหลายชนิด และแต ละภาษาจะมีลักษณะ วิธีการเขียนโปรแกรม และขอดี – ขอเสีย แตกตางกันไปทั้งนี้ก็เพื่อใหเหมาะสมกับงานดาน ตาง ไ นั่นเองฉะนั้น ผูเขียนโปรแกรม (Programmer) จะตองมีความเขาใจถึงกฎเกณฑ และวิธีการเขียนโปรแกรม เปนอยางดี ประเภทของภาษาคอมพิวเตอรปจจุบันมี 3 ประเภท -ภาษาเครื่องจักร (Machine Language) -(Low - Level or Assembly Language) -ภาษาระดับสูง (High - Level Language) 1. ภาษาเครื่องจักร (Machine Language) เปนภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอรที่สั่งใหคอมพิวเตอรทํางานไดโดยตรง ซึ่ง การเขียนคําสั่งใหกับคอมพิวเตอรเปนภาษาเครื่องนั้นยากตอการเขาใจ องคประกอบ ของภาษาเครื่องจะประกอบดวยเลข 0และ1 หรือระบบเลขฐานสอง (Binary System) เมื่อสงผานใหคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรสามารถเขาใจได โปรแกรมที่ไดจากภาษานี้จึงเปนกลุมรหัสคําสั่งของตัวเลขลวน ๆ ที่เรียงตอกัน ดังนั้นโปรแกรมภาษาเครื่องจึงมีความยุงยากเปนอยางยิงเนื่องจากอยูในรูปแบบหรือสัญลักษณที่เราไมคุนเคย ่ ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 7
8.
ขอดีของภาษาเครื่องจักร คือ กินเนื้อที่ความจํานอย
เมื่อคําสั่งนี้เจขาสูเครื่องคอมพิวเตอรสามารถสั่งการ ทํางานไดทันที จึงมีความรวดเร็วสูง ขอเสียของภาษาเครื่องจักร คือ ยากตอการเรียนรูและการจดจํา ดังนั้นจึงทําใหยากตอการสรางหรือการ พัฒนาซอฟทแวร 2. ภาษาระดับต่ําหรือภาษาแอสเซมบลี (Low - Level or Assembly Language) เปนภาษาที่ใกลภาษาเครื่องหรือเครื่องเขาใจงาย โดยมากจะเปนคํายอที่วิศวกรคอมพิวเตอรกําหนดขึ้นเพื่อใหทํางาน ไดเร็วมากขึ้นกวาการใชภาษาเครื่อง ภาษาระดับต่ํา (Low – Level Language) หรือที่เรียกกันวา “ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language)” เปนภาษาที่ใช สัญลักษณแทนการใชรหัสตัวเลขที่ใชในภาษาเครื่องทําใหการเขียน โปรแกรมมีความสะดวกและงายขึ้น แตเนื่องจากคอมพิวเตอร สามารถรับรูไดหรือเขาใจไดเพียงภาษาเดียวคือภาษาเครื่องดังนั้น จึงตองทําการแปลจากภาษาแอสเซมบลีใหเปนภาษาเครื่อง (Machine Language) เสียกอน จึงจะสามารถนําไปใชควบคุมคําสั่งการใหเครื่องทํางานได โดยใชระบบ โปรแกรมแปลภาษาซึ่งเรียกวา Translator Program หรือบางทานอาจเคยคุนหูวา คอมไพเลอร (COMPILER) แตโปรแกรมแปลภาษาของแอสเซมบลีจะมีชื่อเฉพาะของมันวา แอสเซมเบลอร (ASSEMBLER) ซึ่ง แอสเซม เบลอร ก็คือคอมไพเลอรนั่นเอง (ตัวแปลโปรแกรม หรือ COMPILER เปนโปรแกรมที่ใชแปลโปรแกรมทีเ่ ขียนขึ้นใหเปนภาษาเครื่อง ลักษณะการ แปลจะเปนการแปลจนเสร็จทั้งชุดแลวนําไปเก็บไวในหนวยความจํากอน จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการไปทีละคําสั่ง การแปลแบบนี้หนึ่งคําสั่งที่เขียนดวยภาษาระดับสูงอาจจะถูกแปลไดเปนหลาย ๆ คําสั่งของภาษาเครื่องก็ได การ แปลแบบนี้มักพบเห็นกันในภาษาระดับสูงทั่ว ๆ ไป เชน ภาษาปาสคาล ภาษาซี ขอดีของภาษาแอสเซมบลี คือ เปนภาษาที่ทํางานเร็วกวาภาษาอื่น (ยกเวนภาษาเครื่อง) สามารถเขียน โปรแกรมควบคุมคําสั่งการตัวเครื่อง (HARDWARE) ไดโดยตรงและกินที่เนื้อที่หนวยความจํานอย ขอเสียของภาษาแอสเซมบลี คือ ยากตอการดเรียนรูและยากตอความเขาใจสําหรับผูทไมมีพื้นฐานทางดาน ี่ ฮารดแวรมากอน นอกจากนี้ ยังเปนภาษาที่ผูกพันหรือขึ้นกับตระกูลหรือชนิดของเครื่องดวย ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 8
9.
3. ภาษาระดับสูง (High
- Level Language) ภาษาระดับสูงเปนภาษาที่มีลักษณะหรือรูปแบบใกลเคียง กับสัญลักษณตาง ๆที่มนุษยคุนเคย (เชนอยูใน รูปแบบหรือคําในภาษาอังกฤษและสัญลักษณทางคณิตศาสตรซึ่งเหมือนกับที่ใชกันในชีวิตประจําวัน) ดังนั้น จึงทําใหสะดวกตอการเรียนรูและใชงานมากขึ้น จึงเปนภาษาที่นิยมใชอยากวางขวางในปจจุบัน ขอดีของภาษาระดับสูง คือเปนภาษาที่ไมผูกพันหรือขึ้นตรงกับตัวเครื่อง ดังนั้นผูเขียนโปรแกรมสามารถ เขียนไดอยางอิสระภายใตกฎเกณฑของภาษานั้น ๆ โดยไมจําเปนตองมีความรูทางฮารดแวร ก็สามารถใชประโยชน ได จะอยางไรก็ตาม ภาษาระดับสูงเมื่อจะนําไปใชควบคุมสังการเครื่องก็ตองนําไปแปลเปนภาษาเครื่องกอน ่ เชนเดียวกัน โปรแกรมที่ใชแปลภาษาระดับสูงใหเปนภาษาเครื่องเรียกวาคอมไพเลอร (Compiler) หรืออาจใช โปรแกรมที่ใชแปลภาษาระดับสูงใหเปนภาษาเครื่องอีกประเภทที่เรียกวา อินเตอรพริทเตอร (Interpreter) ภาษา ระดับสูงมีดังนี้ -ภาษาปาสคาล (PASCAL) -ภาษาซี (C) -ภาษาเบสิก (BASIC) -ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN -ภาษาโคบอล (COBOL)ภาษาเบสิก (BASIC) -ภาษาพีแอลวัน (PL/1) -ภาษาอารพีจี (RPG) ภาษาปาสคาล (PASCAL) ภาษาปาสคาล เปนภาษาระดับสูงที่งายตอการเรียนรู และงายจอการใชงาน เหมาะสําหรับผูที่เริ่มเรียนภาษาระดับสูง และยังเปนภาษาที่มีประสิทธิภาพสูง ภาษานี้เหมาะทั้งงาน อเนกประสงคทั่วไปไมวาจะเปนการพิมพรายงาน การคํานวณและ การสรางรูปแบบการพิมพ รวมทั้งงานที่สามารถนํามาเขียนโปรแกรม ประยุกตเพื่อชวยแกปญหาหรือพัฒนาเกี่ยวกับระบบตัวเครื่องได ภาษาปาสคาลใชไดกับเครื่องไมโครคอมพิวเตอรทั่วไป ขอดีของภาษาปาสคาล คือ เปนภาษาที่มีลักษณะที่เปนโครงสราง ดังนั้น จึงเปนภาษาที่เหมาะสมที่จะนํามาใชเปนแมแบบในการเรียนรูรวมทั้งยังงายตอการใชงานอีกดวย เพราะมี ความสมบูรณในตัวโปรแกรมเนื่องจากมีลักษณะเปนบลอก เขาใจงาย และการตรวจสอบขอผิดพลาดของ โปรแกรมสามารถทําไดอยางสะดวก ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 9
10.
ภาษาซี ( C
) ภาษาซี ( C ) เปนภาษาระดับสูงแตมีความออนตัว หรือยืดหยุนเหมือนภาษาในระดับต่ํา (คลายภาษาแอสเซมบลี) ขอดีของภาษาซี คือ มีความสั้นและกระชับ เปนภาษาที่มี ความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงในการใชพัฒนาหรือเขียน โปรแกรมเกี่ยวกับระบบตัวเครื่องคอมพิวเตอร รวมทั้งยังสามารถ สามารถใชงานเอนกประสงคทั่วไปหรือเขียนโปรแกรมประยุกต เพื่อชวยแกปญหาตาง ๆ ทั่วไปไดดีอีกดวย สวนขอเสีย คือมี รูปแบบไวยากรณ (SYNTAX) ที่หลากหลายทําใหเกิดความสับสน และยุงยากแกการจดจํา ภาษาเบสิก (BASIC) ภาษาเบสิก (BASIC) ยอมาจาก Beginner’s All – purpose Symbolic Instruction Code เปนภาษาที่ สามารถทําไดทั้งงานดานคํานวณ งานดานธุรกิจตาง ๆ เนื่องจากภาษานี้มีรูปแบบการทํางานดั้งเดิมเปนแบบใช ตัวแปลภาษาที่เรียกวา อินเตอรพริทเตอร (ตัวแปลคําสั่ง หรือ Interpreter เปนโปรแกรมที่ใชแปลโปรแกรมที่ เขียนขึ้นใหเปนภาษาเครื่องลักษณะการแปลจะทําการแปลทีละคําสั่งที่ไดรับใหเปนภาษาเครื่องเมื่อแปลเสร็จหนึ่ง คําสั่งเครื่องก็จะปฏิบัตตามคําสั่งทันทีและเมื่อมีขอผิดพลาดกจะรายงานออกมาใหผูใชทราบในทันที เพื่อใหผูใช ิ แกไขในสวนที่ผิดพลาดเสียกอนจึงจะทําการแปลคําสั่งตอไปให การแปลแบบนี้จะทําใหเกิดการปฏิบัติการและ ทรายผลในทันที ดังนั้น ขอดีของภาษานี้คือ ไมมีความยุงยากในการเขียนโปรแกรมสามารถสามารถแกไขคําสั่ง ไดทันที ทําใหเรียนรูไดงายและเขาใจไดอยางรวดเร็ว สวนขอเสียคือ ความสามารถในการทํางานมีจํากัดและการ ตรวจสอบความสัมพันธโดยรวมของโปรแกรมทําไดยาก ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN) ภาษาฟอรแทรน (FORTRAN) เปนภาษาดั้งเดิมเหมาะกับงานทางดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร วิศวกรรมศาสตร ดังนั้น ขอดีของภาษานี้คือ เหมาะกับงานที่มีขอมูลเปนตัวเลขมาก ๆ ใชสูตรคํานวณหรือสมการ ที่ซับซอน มีความรวดเร็วและกระชับเหมาะสําหรับงานดานคํานวณ จึงใชไดดีกับงานคนควาวิจัย ขอเสีย ของฟอรแทรน คือ มีลักษณะรูปแบบ (FORMAT) ที่ยุงยาก ไมเหมาะกับงานทางการพิมพและเก็บขอมูลรวมทั้ง ไมเหมาะตอการนํามาใชพัฒนาหรือเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับระบบตัวเครื่องคอมพิวเตอร ภาษาโคบอล (COBOL) ภาษาโคบอล (COBOL) ยอมาจาก “Common Business Oriented Language” ไดรบการพัฒนาเพื่อ ั จุดประสงคในการใชเขียนโปรแกรมทางดานธุรกิจเปนสวนใหญ ดังนั้น ขอดีของภาษานี้ คือ สามารถทํางานกับ ขอมูลทุกชนิดทั้งตัวเลขและตัวอักษร จึงเหมาะกับงานทางดานประมวลผลทางบัญชี, การสรางฐานขอมูลอันเปน งานหลักของการประมวลผลทางธุรกิจโดยทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ ยังมีความสามารถดานจัดรูปแบบการพิมพรายงาน อีกดวย และภาษานี้มีรูปแบบคลายคลึงกับคําในภาษาอังกฤษมากจึงสะดวกตอความเขาใจและจดจํา ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 10
11.
ขอเสียของภาษาโคบอล คือ ไมกระชับเนื่องจากมีรูปแบบของภาษายาว
จึงเปนเหตุใหตัวโปรแกรมมีความยาว ทํา ใหตองใชเนือที่ในหนวยความจํามากและเสียเวลาในการเขียนโปรแกรม ้ ภาษาพีแอลวัน (PL/1) ภาษา (PL/1) ยอมาจาก Programming Language one เปนภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใชกับเครื่อง คอมพิวเตอรขนาดใหญ ( แบบ MINI หรือ MAINFRAME ) ดังนั้น ขอดีของภาษานี้ คือ สามารถใชไดดีทั้งงาน ดานธุรกิจและวิทยาศาสตร สวนขอเสียของภาษานี้คือ เทาที่ผานมายังไมสามารถใชบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร ทีตองใชกับเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญที่มีขีดความสามารถสูงเทานั้น และโปรแกรมของภาษานี้ตองใชเนื้อที่ใน ่ การเก็บโปรแกรมเปนจํานวนมาก ภาษาอารพีจี (RPG) ภาษา RPG ยอมาจาก Report Program Generator เปนภาษาที่เหมาะกับงานดานธุรกิจ ดังนั้น ขอดีของภาษานี้ คือ นํามาใชพิมพรายงานแบบธรรมดาจนถึงรายงานทางธุรกิจที่มีรูปแบบยุงยากซับซอนไดเปน อยางดี มีความสามารถในการสรางฐานขอมูลและควบคุมเกี่ยวกับไฟลตาง ๆ ขอเสีย คือ มีความยุงยากไมอิสระในการเขียนโปรแกรมเนื่องจาก ลักษณะของโปรแกรมตองอยูในแบบฟอรมที่ กําหนดไวอยางตายตัว และเหมาะที่จะใชกับเครื่องคอมพิวเตอรขนาดใหญเทานั้น ใบความรูรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ง 31201 โดยครูนอมจิตร เฉลยไกร หนา 11
Download