Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Siriluk Singka
4,258 views
โครงงานคอมวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านแม่ขนาด
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 14 times
1
/ 20
2
/ 20
Most read
3
/ 20
4
/ 20
5
/ 20
6
/ 20
7
/ 20
8
/ 20
9
/ 20
Most read
10
/ 20
11
/ 20
12
/ 20
13
/ 20
Most read
14
/ 20
15
/ 20
16
/ 20
17
/ 20
18
/ 20
19
/ 20
20
/ 20
More Related Content
PDF
แบบประเมินผลการแสดงนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ชุด ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
DOCX
โครงงานสังคม ม.ปลาย
by
ธนิสร ยางคำ
PDF
ใบความรู้ สังคมศึกษา ป.1-3 ภาคเรียนที่ 1+409+dltvsocp1+T1 p1 3-sheet
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
ใบความรู้ เรื่อง สำนวนไทย
by
อร ครูสวย
PDF
ไทย
by
เซ๊กจัดอยู่ที่กู หน้าด้านอยู่ที่มึง
PDF
สไลด์ ชาวพุทธตัวอย่าง ป.2+434+dltvsocp2+55t2soc p02 f02-1page
by
Prachoom Rangkasikorn
PDF
คัมภีร์ฉันทศาสตร์
by
chamaipornning
DOCX
แบบฝึกหัดการการเขียนบรรณานุกรม
by
Supaporn Khiewwan
แบบประเมินผลการแสดงนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ชุด ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์
by
ธณัชช์ภรณ์ ศิริวัชเดชากุล
โครงงานสังคม ม.ปลาย
by
ธนิสร ยางคำ
ใบความรู้ สังคมศึกษา ป.1-3 ภาคเรียนที่ 1+409+dltvsocp1+T1 p1 3-sheet
by
Prachoom Rangkasikorn
ใบความรู้ เรื่อง สำนวนไทย
by
อร ครูสวย
ไทย
by
เซ๊กจัดอยู่ที่กู หน้าด้านอยู่ที่มึง
สไลด์ ชาวพุทธตัวอย่าง ป.2+434+dltvsocp2+55t2soc p02 f02-1page
by
Prachoom Rangkasikorn
คัมภีร์ฉันทศาสตร์
by
chamaipornning
แบบฝึกหัดการการเขียนบรรณานุกรม
by
Supaporn Khiewwan
What's hot
PDF
สมุดเล่มเล็ก เรื่อง ลดหวานต้านโรค
by
Ninnin Ja
PDF
Project ii v.2.0
by
Sufarwee Dunyamat
PDF
เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทยอายุ 7-18 ปี โดย กรมพลศึกษา
by
Ohm Tarit
PDF
การใช้งาน Padlet.pdf
by
กรรณิการ์ ดียิ่ง
PDF
โครงสร้างสาระวิทย์ป.4
by
supphawan
PDF
ลักษณะเด่นของดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม
by
อำนาจ ศรีทิม
PDF
การเขียนเรียงความ.pdf
by
GREATTEACHERCYBERFOX
PDF
ปกโครงงานคณิตศาสตร์
by
ศุภกรณ์ วัฒนศรี
PDF
วังสัฏ ฉันท์ ๑๒
by
Jiraprapa Noinoo
PDF
กิติกรรมประกาศ
by
Kot สุรศักดิ์
PDF
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
by
niralai
PDF
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
PDF
การอ่านแปลความ ตีความและขยายความ
by
Surapong Klamboot
DOC
ม.5 เทอม 1 หน่วย 1
by
สวิง หน่อแก้ว
PDF
บทสรภัญญะบูชาพระคุณบิดามารดา
by
niralai
PDF
งานนำเสนอ111
by
Sukanya Keerin
PDF
PPT โน้มน้าวใจ
by
KruBowbaro
PDF
ฉันทศาสตร์ 2
by
tayanon
PDF
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
by
wittawat_name
DOCX
นวัตกรรมทางการศึกษา
by
กองทัพบก Royal Thai Army
สมุดเล่มเล็ก เรื่อง ลดหวานต้านโรค
by
Ninnin Ja
Project ii v.2.0
by
Sufarwee Dunyamat
เกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทยอายุ 7-18 ปี โดย กรมพลศึกษา
by
Ohm Tarit
การใช้งาน Padlet.pdf
by
กรรณิการ์ ดียิ่ง
โครงสร้างสาระวิทย์ป.4
by
supphawan
ลักษณะเด่นของดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม
by
อำนาจ ศรีทิม
การเขียนเรียงความ.pdf
by
GREATTEACHERCYBERFOX
ปกโครงงานคณิตศาสตร์
by
ศุภกรณ์ วัฒนศรี
วังสัฏ ฉันท์ ๑๒
by
Jiraprapa Noinoo
กิติกรรมประกาศ
by
Kot สุรศักดิ์
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
by
niralai
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
การอ่านแปลความ ตีความและขยายความ
by
Surapong Klamboot
ม.5 เทอม 1 หน่วย 1
by
สวิง หน่อแก้ว
บทสรภัญญะบูชาพระคุณบิดามารดา
by
niralai
งานนำเสนอ111
by
Sukanya Keerin
PPT โน้มน้าวใจ
by
KruBowbaro
ฉันทศาสตร์ 2
by
tayanon
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
by
wittawat_name
นวัตกรรมทางการศึกษา
by
กองทัพบก Royal Thai Army
Similar to โครงงานคอมวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านแม่ขนาด
PDF
เล่มที่ 1 บ้านโนนเจริญ
by
หรร 'ษๅ
DOCX
โครงงาน
by
tongkesmanee
PDF
“5 เสือ...ฐานรากการผสานพลังชุมชน”
by
Tum Meng
PDF
Supattra1
by
Siriluk Singka
PDF
Supattra1
by
Maily Supattra
PDF
Supattra1
by
MaiLuxury Sandee
PDF
1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
PDF
โครงงานคอมพิวเตอร์ ตำนานไตลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
by
Siriporn Hemnin
PDF
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Molticha Rin
PDF
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Molticha Rin
PDF
หนังสือส่งเสริมการอ่าน ร่วมรักษ์ ร่วมสืบสานจากบ้านสู่เมือง กลุ่มสาระการเรียนร...
by
Jee Ja
PDF
Pasang
by
หล่อเท่ เล่ตั๊บ
PDF
Pasang
by
James Hisler
PDF
Pasang
by
Chakrit Thana
PPT
File
by
kruaim
PDF
โครงร่างโครงงาน
by
kamolwilai
PDF
โครงงาน
by
AofAaf Chinakad
PDF
โครงงาน
by
AofAaf Chinakad
DOC
K14
by
Je M'appelle Ammy Kjn
PDF
ใบงาน 9 16
by
palmpannawat
เล่มที่ 1 บ้านโนนเจริญ
by
หรร 'ษๅ
โครงงาน
by
tongkesmanee
“5 เสือ...ฐานรากการผสานพลังชุมชน”
by
Tum Meng
Supattra1
by
Siriluk Singka
Supattra1
by
Maily Supattra
Supattra1
by
MaiLuxury Sandee
1
by
Princess Chulabhorn's College, Chiang Rai Thailand
โครงงานคอมพิวเตอร์ ตำนานไตลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
by
Siriporn Hemnin
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Molticha Rin
โครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Molticha Rin
หนังสือส่งเสริมการอ่าน ร่วมรักษ์ ร่วมสืบสานจากบ้านสู่เมือง กลุ่มสาระการเรียนร...
by
Jee Ja
Pasang
by
หล่อเท่ เล่ตั๊บ
Pasang
by
James Hisler
Pasang
by
Chakrit Thana
File
by
kruaim
โครงร่างโครงงาน
by
kamolwilai
โครงงาน
by
AofAaf Chinakad
โครงงาน
by
AofAaf Chinakad
K14
by
Je M'appelle Ammy Kjn
ใบงาน 9 16
by
palmpannawat
โครงงานคอมวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านแม่ขนาด
1.
โครงงานคอมพิวเตอร์ ( Computer Project
) ชื่อโครงงาน “ วิถีชีวตของชาวบ้ าน แม่ ขนาด ” ิ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 โรงเรียนส่ วนบุญโญปถัมภ์ ลาพูน อาเภอเมือง จังหวัดลาพูน สานักงานเขตพืนทีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 35 ้ ่
2.
1) ชื่อโครงงาน วิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด ิ 2)
ชื่อผูทาโครงงาน ้ 1. ชื่อ นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง เลขที่ 30 ชั้น 5/2 ั 2.ชื่อ นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้น 5/2 3.ชื่อ นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา เลขที่ 37 ชั้น 5/2 ั 3) ชื่อที่ปรึ กษาโครงงาน อาจารย์สิรัชชา วงค์คม 4) ที่มาและความสาคัญของโครงงาน การศึกษาความเป็ นมาของสังคมในอดีตเราไม่สามารถ เรี ยนรู ้สิ่งต่างๆเหล่านั้นได้ เพราะทุก ั ่ สิ่ งทุกอย่างย่อมมีความสัมพันธ์กน แม้กระทั้งชีวตความเป็ นอยูของคนก็ตามก็มีผลมาจากการพัฒนาในด้าน ิ ต่างๆซึ่ งการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้น้ นจะต้องอาศัยเรื่ องราวในอดีตมาเป็ นตัวเปรี ยบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ั ระหว่างอดีตและปั จจุบน โดยการศึกษาทางประวัติศาสตร์จะใช้วธีการทางประวัติศาสตร์มาเป็ นวิธีศึกษา ั ิ ซึ่ งวิธีการประวัติศาสตร์ จะมีลาดับขั้นตอนต่างๆผูศึกษาจะต้องปฏิบติตามขั้นตอนของวิธีการทาง ้ ั ประวัติศาสตร์ อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นข้อสรุ ปที่ได้มาอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ วิถีชีวต เป็ นสิ่ งที่มีมาคู่สังคมไทยเป็ นเวลาช้านาน ทั้งในด้านการบ่งบอกถึงการดาเนินชีวต ิ ิ ของคนชุมชน ทั้งเป็ นแหล่งศึกษาวิชาความรู ้ และเปรี ยบเสมือนกับอาชีพเสริ มของคนชุมชนและเอกลักษณ์ ของท้องถิ่นนั้นๆ ดังนั้น คณะผูจดทาเห็นความสาคัญของการศึกษาวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด จึงใช้ ้ั ิ โครงงานในการศึกษาค้นคว้าเรื่ องราวเกี่ยวกับวิถีชีวตในชุมชนเพื่อเป็ นสื่ อในการแนะนาหมู่บานแม่ขนาด ิ ้ ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน 5) วัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน 1.ศึกษาวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด ิ 2.สร้างวิดีทศน์เพื่อการศึกษา เรื่ อง วิถีชีวตของชาวบ้าน ั ิ 3.นาเสนอวิดีทศน์ผานสื่ อสังคมออนไลน์ ั ่
3.
6) ขอบเขตของการทาโครงงาน การศึกษาครั้งนี้เป็ นการจัดทาวีดีโอวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด
แก่ผที่สนใจในวิถีการดาเนินชีวต ิ ู้ ิ แบบชาวบ้านตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ขอบเขตด้ านประชากร ประชาชนทัวไป และผูที่มาเที่ยว จ.ลาพูน ้ ่ ขอบเขตด้ านกลุ่มตัวอย่ าง นักเรี ยนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 /2 โรงเรี ยนส่ วนบุญโญปถัมภ์ ลาพูน จานวน 37คน ขอบเขตด้ านเนือหา ้ ความรู ้พ้ืนฐานเกี่ยวกับ วิถีชีวตของชาวแม่ขนาด คือ เป็ นหมู่บานชาวกะเหรี่ ยงมีการ ิ ้ ดาเนินชีวตที่เรี ยบง่าย ดาเนินชีวตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการประกอบอาชีพทอผ้าเป็ นหลัก ิ ิ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกายเป็ นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็ นหมู่บาน ้ กะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด
4.
7. วิธีดาเนินการ 7.1 ระยะเวลาดาเนินการ วันที่
20 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึงวันที่ 15 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2557 7.2 ขั้นตอนการดาเนินการ ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2556 วัน เดือน ปี 20/11/56 การดาเนินการ รวมกลุ่ม ผลการดาเนินการ ปัญหาอุปสรรค ได้สมาชิกกลุ่มใน - การทาโครงงาน 25/11/56 ตั้งหัวข้อของโครงงานที่ตองการศึกษา ้ ทาโครงงาน ใช้เวลานานใน เกี่ยวกับวิถีชีวต ิ การเลือกหัวข้อ ของชาวบ้าน แม่ ขนาด 30/11/56 วางโครงร่ างโครงงาน ทาให้ได้วางแผน - ก่อนที่จะลงมือทา 2/12/56 ทาเว็บส่ วนตัวในwordpress ติดตามข่าวสาร, - ภาระงานและส่ ง งานให้ครู ได้ สะดวก 10/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา ได้รับแนวทางการ เขียนโครงร่ าง แก้ไข 13/12/56 แก้ไขโครงร่ างโครงงาน ทาให้โครงร่ าง โครงงานถูกต้อง สมบูรณ์ ผิด -
5.
17/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา โครงร่
างโครงงาน - ถูกต้อง สมบูรณ์ 21/12/56 วางแผนการทาโครงงาน มีเป้ าหมายที่แน่ชด ั - 29/12/56 ศึกษา หาข้อมูลจากอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับวิถี ได้ขอมูลของ ้ - ชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด ิ ชาวบ้าน แม่ขนาด ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 1 ได้รู้ถึงแนวทางใน ข้อมูลยังไม่ 7/01/57 การดาเนินงานครั้ง เพียงพอ ต่อไป 12/01/57 จัดเตรี ยมอุปกรณ์ที่จาเป็ นต่อการทาโครงงาน มีความสะดวกใน อุปกรณ์บางตัวก็ การดาเนินการ หายาก ลงพื้นที่ถ่ายรู ปภาพ ถ่ายวีดีโอ และหาข้อมูล ได้รูปภาพ วีดีโอ เพิ่มเติม 19/01/57 และข้อมูลที่ - ต้องการ 20/01/57 ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 2 งานมีความ - ก้าวหน้ามากขึ้น 25/01/57 รวบรวมรู ปภาพและวีดีโอมาตัดต่อใน ได้วดีโอที่ตองการ ขาดเสี ยงในการ ี ้ โปรแกรม Movie Maker 2/02/57 อัดเสี ยงบรรยายเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน ิ บรรยาย วีดีโอสมบูรณ์ - ได้รายงานที่ - แม่ขนาดลงในวีดีโอ 4/02/57 จัดทารู ปเล่มรายงาน สมบูรณ์ 24/02/57 นาเสนอผลการ - -
6.
24/02/57 เผยแพร่ ผลงานโดยลง youtube - - 7.3
งบประมาณ ( ระบุรายละเอียดค่ าใช้ จ่าย ) 1. การเดินทาง(ค่าน้ ามัน) ประมาณ 100 บาท 2. ค่าอาหาร ประมาณ 150 บาท 3. อื่นๆ ประมาณ 100 บาท รวมเงิน 350 บาท 7.4สถานทีดาเนินการ ่ หมู่บานแม่ขนาด ต.ทากาศ ้ อ.แม่ทา จ.ลาพูน 7.5ผู้ รับผิดชอบ 7.1 ชื่อ นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง ั เลขที่ 30 ชั้น 5/2 7.2 ชื่อ นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้น 5/2 7.3 ชื่อ นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา ั เลขที่ 37 ชั้น 5/2 8. ผลทีคาดว่าจะได้ รับ ่ 8.1 ได้เรี ยนรู้และหาประสบการณ์จากการสารวจพื้นที่ 8.2 ได้พบเห็นสิ่ งต่างๆ ที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามสถานต่างๆ 8.3 นาวิถีการดาเนินชีวตในสถานที่ ที่เราได้ไปศึกษามาเผยแพร่ ให้คนต่างถิ่นรู ้จก ิ ั ่ 8.4 รู้ถึงการดาเนินชีวต ความเป็ นอยูในแต่ละบริ เวณในขอบเขตที่เราได้ศึกษา ิ
7.
9. ปัญหาและแนวทางแก้ไข 1.ระยะเวลาในการจัดทาโครงงานมีนอย รู
ปเล่มและส่ วนต่างๆของโครงงานจึงออกมาไม่สมบูรณ์ ้ ตามที่ต้ งเป้ าหมายไว้ ั แนวทางแก้ไข พยายามใช้เวลาที่มีอยู่ จัดหาข้อมูลและทาโครงงานให้ออกมาให้ดีที่สุด ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง (นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง) ั ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง (นางสาวธนัณยา สังข์ทอง) ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง (นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา) ั ลงชื่อ.......................................................ผูอนุมติโครงร่ าง ้ ั (อาจารย์สิรัชชา วงค์คม) ครู ที่ปรึ กษา
8.
หลักฐานการดาเนินงาน 1. บันทึกการปฏิบัติงาน วัน เดือน
ปี รายการปฏิบัติงาน ลายมือชื่ อผู้บันทึก 20/11/56 รวมกลุ่ม 25/11/56 ตั้งหัวข้อของโครงงานที่ตองการศึกษา ้ 30/11/56 วางโครงร่ างโครงงาน 2/12/56 ทาเว็บส่ วนตัวในwordpress ศิริลกษณ์ ั 10/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา สุ พตรา ั 13/12/56 แก้ไขโครงร่ างโครงงาน 17/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา 21/12/56 วางแผนการทาโครงงาน 29/12/56 ศึกษา หาข้อมูลจากอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด ิ 7/01/57 ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 1 12/01/57 จัดเตรี ยมอุปกรณ์ที่จาเป็ นต่อการทาโครงงาน ธนัณยา 19/01/57 ลงพื้นที่ถ่ายรู ปภาพ ถ่ายวีดีโอ และหาข้อมูลเพิมเติม ่ ศิริลกษณ์ ั 20/01/57 ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 2 25/01/57 รวบรวมรู ปภาพและวีดีโอมาตัดต่อในโปรแกรม Movie Maker 2/02/57 อัดเสี ยงบรรยายเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาดลงในวีดีโอ ิ 4/02/57 จัดทารู ปเล่มรายงาน 24/02/57 นาเสนอผลการ 24/02/57 เผยแพร่ ผลงานโดยลง youtube สุ พตรา ั ธนัณยา ธนัณยา ศิริลกษณ์ ั สุ พตรา ั สุ พตรา ั ธนัณยา ศิริลกษณ์ ั สุ พตรา ั
9.
2. แบบประเมิน ชื่อโครงงาน “วิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด” ิ คาชี้แจง:
ให้ทาเครื่ องหมาย / ในช่องรายการประเมินเพียงตัวเลือกเดียว รายการประเมิน เกณฑ์ การประเมิน ดีมาก 1. ผูเ้ รี ยนเลือกทาโครงงานตามความสนใจของตนเองและเป็ น ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม 2. ผูเ้ รี ยนพบที่ปรึ กษาเพื่อหารื อเกี่ยวกับการทาโครงงาน 3. ผูเ้ รี ยนมีการวางแผน ดาเนินการตามแผน และแบ่งหน้าที่ กันรับผิดชอบ 4. ผูเ้ รี ยนบันทึกการจัดทาโครงงานเป็ นระยะ ๆ 5. สมาชิกทุกคนให้ความร่ วมมือในการทาโครงงาน 6. ผูเ้ รี ยนเขียนรายงานตามเค้าโครงการเขียนรายงานได้อย่าง ครอบคลุม ครบถ้วน สะท้อนให้เห็นแผนการดาเนินงาน ผล การดาเนินการเป็ นระยะๆ มีการบันทึกความคืบหน้าในการทา โครงงาน รายละเอียดการดาเนินการ วัน เดือน ปี ตลอดจน ปั ญหา อุปสรรคและการแก้ไขปั ญหาอุปสรรคนั้น ๆ 7. ผูเ้ รี ยนแสดงหลักฐานยืนยันผลของการดาเนินงาน ความสาเร็ จสอดคล้องกับผลการเรี ยนรู ้ 8. ผูเ้ รี ยนปฏิบติกิจกรรมตามปฏิทินที่กาหนดไว้ตามแผนการ ั ดาเนินการ รวม ดี ปานกลาง พอใช้ ปรับปรุง
10.
ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………… ผลการประเมิน⃞ ผ่าน ลงชื่อ ่ ⃞ ไม่ผาน …………………………………….ครู
ที่ปรึ กษา ( ……………………………………….) ผูประเมิน ้
11.
สรุ ปผลการดาเนินงานครั้งนีพบว่า ชุมชนแม่ขนาดมีที่มาจากการอพยพของคนโบราณซึ่
งยังไม่เป็ น ้ ที่แน่ชดว่ามีการอพยพเข้ามาจากถิ่นฐานใด สมัยใด และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาดเป็ นชนเผ่าที่เรี ยก ั ตนเองว่ากะเหรี่ ยงโปว์ และมีวถีชีวตที่เรี ยบง่าย พึ่งพิงธรรมชาติ รู ้จก ผสมผสานประเพณี วฒนธรรมของ ิ ิ ั ั ่ ้ ชนเผ่ากะเหรี่ ยงโปและมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีความสงบสุ ข ในด้านความเป็ นอยูดวยความศรัทธาใน พระพุทธศาสนาแต่อย่างไรก็ตามอิทธิ พลของการติดต่อสื่ อสาร การคมนาคมและการศึกษา ส่ งผลให้เกิด ่ การเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวตของชุมชน ทั้งในด้านความเป็ นอยูและการประกอบอาชีพ ิ
12.
ภาคผนวก
13.
ประวัติบ้านแม่ ขนาดทีเ่ ป็
นทางการ บ้านแม่ขนาด หรื อ เรี ยกตามหมู่บานใกล้เคียงว่า บ้านยางหลวง หรื อบ้านหลวง เป็ นชาวเขาเผ่า ้ กะเหรี่ ยงพวก “ยางขาว ” หรื อ “ยางโป ” หรื อ เรี ยกขานพวกตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกาเกอะญอ / ปกากะญอ ” “กะเลอ ” เป็ นหมู่บานหลักของหมู่บานชาวเขา ซึ่ งมีพ้ืนที่ติดต่อกันอีก ๕ หมู่บาน คือ ้ ้ ้ บ้านดอยคา บ้านป่ าเลา บ้านผาด่าน บ้านปงผาง และบ้านแม่สะแงะ เป็ นพี่นองปกากะญอด้วยกัน และอยู่ ้ ร่ วมกันเป็ นกลุ่มใหญ่ ่ บ้านแม่ขนาดหลวงเป็ นหมู่บานชาวเขา มีพ้ืนที่อยูในเขตตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ้ ได้ต้ งถิ่นฐานมาแต่เนิ่นนาน จะเกิดมากี่ปี จะอพยพมาจากไหน ใครเป็ นผูนามา ณ จุดนี้และใครเป็ นผูต้ งชื่อ ั ้ ้ั หมู่บานไม่ปรากฏชื่อ ทราบได้เป็ นเพียงคาในประวัติบอกเล่าตานานสื บกันมา ้ แต่เชื่อกันว่าสร้างมา ประมาณ ๑๕๐ ปี ชาติพนธุ์ ั ่ กะเหรี่ ยงเป็ นชาวเขาในกลุ่มจีน-ทิเบต เชื่อว่าเดิมมีถิ่นกาเนิดอยูในบริ เวณมองโกเลีย ต่อมาได้หนีภย ั ่ สงครามไปอยูทิเบต และเมื่อถูกกองทัพจีนรุ กรานก็ถอยลงมาทางใต้ ตั้งแต่บริ เวณที่ราบลุ่มแม่น้ าแยงซี เกียง จนกระทังถึงบริ เวณลุ่มแม่น้ าลาละวินในประเทศพม่าก่อนที่จะโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานทางภาคเหนือและภาค ่ ตะวันตกของประเทศไทยนับร้อย ๆ ปี มาแล้ว ตั้งแต่สมัยอยุธยา กะเหรี่ ยงเป็ นชาวเขาที่มีมากที่สุดในจานวน ชาวเขาทั้งหมดในประเทศไทย จัดแบ่งกลุ่มตามภาษาพูดออกเป็ น ๔ กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ๑) กะเหรี่ ยงสะกอ ่ หรื อ ยางขาว เป็ นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด ๒) กะเหรี่ ยงโป เรี ยกตัวเองว่า “โพล่ง ” ส่ วนใหญ่อยูในเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลาพูน ๓ ) กะเหรี่ ยงตองสู และ ๔) กะเหรี่ ยงบเว หรื อ คะยะ ส่ วนใหญ่ ่ อาศัยอยูในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านแม่ ขนาด หมู่บานแห่งนี้มีแม่น้ าขะนาด หรื อ ห้วยแม่คะนะ จึงตั้งชื่อหมู่บานว่า ้ ้ “บ้านแม่ขะนาด ” หรื อ “บ้านแม่ขะนาดหลวง ” ต่อมาเขียนเป็ น “บ้านแม่ขนาด ” เป็ นหมู่บานชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ้ ่ มีพ้ืนที่อยูในเขตตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน มีชื่อเรี ยกตามหมู่บานใกล้เคียงว่า ้ บ้านยางหลวง หรื อบ้านหลวง เป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง พวกยางขาว หรื อยางโป และเรี ยกขานพวกตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกากะญอ” เป็ นหมู่บานหลักของหมู่บานชาวเขาซึ่ งมีพ้ืนที่ติดต่อกันอีก ๕ หมู่บาน คือ บ้าน ้ ้ ้ ่ ดอยคา บ้านป่ าเลา บ้านผาด่าน บ้านปงผาง และบ้านแม่สะแงะ ซึ่ งเป็ นปากะญอด้วยกันและอยูรวมกันเป็ น กลุ่มใหญ่ ชาวเขากลุ่มนี้จะมีเอกลักษณ์เป็ นของตนเอง
14.
สภาพสั งคม หมู่บานแม่ขนาดหลวง เป็
นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ที่มีอยูเ่ ป็ นกลุ่ม รวมทั้ง ๕ หมู่บาน ในเขต ้ ้ พื้นที่รับผิดชอบ ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ที่มีประชากรอพยพมาจาก บ้านดอยคา บ้านป่ าเลา และบ้านผาด่าน รวมทั้งอาจจะอพยพมาจากจังหวัดใกล้เคียง คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ซึ่ งอพยพมาตั้งหมู่บานเป็ นชุมชนที่เป็ นทางการตั้งแต่ พ.ศ.ใด ไม่ทราบ ้ ได้ ปัจจุบนทางราชการได้ควบคุมการอพยพเข้าออกของประชากรมีการออกสาเนาทะเบียนบ้านให้มี ั ่ ่ สัญชาติไทยแก่ชาวเขา เกือบทุกครัวเรื อน ประมาณ ๑๐ ปี ที่ผานมาชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงที่อาศัยอยูในหมู่บาน ้ แม่ขนาด เป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงโป (Pwo) โดยที่พม่าเขาเรี ยกตนเองว่า “โพล่ง” หมู่บานแม่ขนาดในอดีตการปกครองเป็ นเพียงการปกครองกันเองในชุมชน ชาวบ้านเป็ นกะเหรี่ ยง ้ ไม่มีบตรประชาชน หรื อสัญชาติที่แน่ชด ภาษาที่ใช้เป็ นคาพูดจา สื่ อสารในกลุ่มชนเผ่ากะเหรี่ ยงใช้ภาษา ั ั กะเหรี่ ยง หรื อ เรี ยกภาษาตนเองว่า “กะเลอ” และ “กะเหรี่ ยงขาว” แต่ต่อมาทางราชการได้มีการเล็งเห็นถึง ความสาคัญของจานวนที่เพิ่มมากขึ้นของกะเหรี่ ยง ในช่วงแรกจึงมีการมอบเหรี ยญ ลักษณะเป็ นเหรี ยญ ่ ั ทองแดงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวฯ และหมายเลขผูถือครองเหรี ยญ ซึ่ งการ ้ ใช้เหรี ยญจะคล้ายกับแทนบัตรประจาตัวประชาชนโดยเวลาจะออกไปไหนไกล ๆ หรื อออกไปทาธุ ระในตัว ่ เมืองจะต้องคล้องเหรี ยญนี้เพื่อบ่งบอกว่าเป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ที่อยูในพื้นที่ประเทศไทย และต่อมาเมื่อ ่ ประมาณ ๑๐ กว่าปี ที่ผานมาทางราชการได้ออกบัตรประจาตัวประชาชนให้แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ ขนาดทุกคน หมู่บานแม่ขนาดในปั จจุบนมีการปกครองของทางราชการ เป็ นหมู่บานหมู่ที่ ๘ บ้านแม่ขนาด ้ ั ้ ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน สังคมการปกครองของหมู่บานนี้ใช้หลักศาสนาและหลักการ ้ ั ปกครองของทางราชการควบคู่กนไป ประชากรส่ วนใหญ่ในหมู่บานนับถือศาสนาพุทธและนับถือผีไป ้ พร้อม ๆ กัน ในการปกครองมีผใหญ่บาน ๑ คน และผูช่วยผูใหญ่บาน ๓ คน ที่ได้รับการเลือกตั้งจากราษฎร ู้ ้ ้ ้ ้ ในหมู่บาน สังคมกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด เป็ นสังคมที่มีความสามัคคี มีความพร้อมเพรี ยง ช่วยเหลือร่ วมมือ ้ ซึ่ งกันและกัน ให้ปฏิบติหน้าที่เป็ นตัวแทนราษฎรและชุมชน ซึ่ งมีการจัดตั้งคณะกรรมการหมู่บานขึ้น ั ้ เพื่อทาหน้าที่เป็ นผูนาทางด้านการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา มีหวหน้าหน่วยพัฒนา และสงเคราะห์ ้ ั ชาวเขา ในทางศาสนาได้มีการแต่งตั้งบุคคลผูอาวุโสของแต่ละกลุ่มตามภูมิลาเนาเดิม เป็ นผูนาแต่ละกลุ่มที่ ้ ้ เคารพบูชาผูเ้ ฒ่าผูแก่ ๒ คน ซึ่ งชาวบ้านเรี ยกว่า “ตานข้าว” ทาหน้าที่เป็ นผูนาทางพิธีกรรมการเลี้ยงผีที่คอย ้ ้ ดูแลคุม ที่ตนดูแลอยูเ่ มื่อถึงเทศกาลจะมีการจัดเวรยามในการดูแลอยูเ่ มื่อถึงเทศกาลจะมีการจัดเวรยามในการ ้ ดูแลคุมภัยต่าง ๆ จากสิ่ งชัวร้าย ภัยต่าง ๆ และปฏิบติตนตามกฎหมาย และสอดคล้องดูแลผูกระทาผิดกฎของ ้ ั ้ ่ หมู่บาน และกฎหมายบ้านเมือง ้
15.
ชาวเขาในหมู่บานแม่ขนาด มีการนับถือเลื่อมใสและเชื่อฟังคาสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา และยัง ้ มีพิธีกรรมดั้งเดิมของหมู่บาน
เช่น การนับถือผีและทาบุญในวันสาคัญต่าง ๆ ้ ทางศาสนาที่วดทาดอยคา ั เป็ นศูนย์รวมจิตใจทางพระพุทธศาสนา ชาวกะเหรี่ ยงจะนับถือเชื้อสายมารดา เช่น กระบวนการถ่ายทอดองค์ ความรู ้เกี่ยวกับการทอผ้า งานบ้านงานเรื อนจะเป็ นหน้าที่ของผูหญิงที่เป็ นแม่บานที่แต่งงานแล้ว ส่ วนผูชาย ้ ้ ้ มีบทบาทด้านการเป็ นผูนาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ และผูนาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ และผูนาในครัวเรื อน ้ ้ ้ ในหมู่บาน ้ ลักษณะนิสัย ความเชื่อ และค่ านิยม ชนเผ่ากะเหรี่ ยง ซึ่ งเป็ นพวกยางขาว หรื อยางโป มักเรี ยกขานตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกากะญอ” มีความเชื่อ และนับถือศาสนา ใน ๒ รู ปแบบ ได้แก่ นับถือผี และนับถือพระพุทธศาสนา เกือบร้อยละเก้าสิ บ ของประชากร จะนับถือผี หากมีการเจ็บป่ วยก็จะเชื่อว่าผีโกรธ และลงโทษให้เจ็บป่ วย จึงต้องมีการเลี้ยงผี ด้วยเหล้าและไก่เป็ นการขอขมาลาโทษ แต่การ นับถือผีก็เป็ นสิ่ งที่ทาให้เกิดจริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยม หลายประการ เช่น ่ ๑. การอยูอย่างผัวเดียวเมียเดียว ตราบจนตายจากกัน ไม่ประพฤติผดในลูกเมียใคร ิ ่ ๒. การเลี้ยงดูพอแม่ที่แก่เฒ่ากับความเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษ คือ ผีบานผีเรื อน ที่คอย ้ ่ คุมครองดูแลลูกหลานให้อยูร่มเย็นเป็ นสุ ข ้ ๓. การลักขโมยเป็ นความผิด ไม่มีใครเห็น แต่ผและวิญญาณย่อมมองเห็น และลงโทษ ี ่ ั ความเชื่อหลายประการเหล่านี้ จึงทาให้สังคมชนเผ่ากระเหรี่ ยงอยูกนอย่างสันโดษ สงบ สมถะ รัก ใคร่ กลมเกลียวกัน หากมีการกระทาผิด จะมีการประชุมปรึ กษาหารื อ ลักษณะของการลงโทษจะเริ่ มต้นด้วย การตักเตือน ไปถึงการปรับไหม ขั้นร้ายแรงที่สุด คือ การไล่ออกนอกหมู่บาน จะไม่มีการใช้กาลังทาร้าย ้ หรื อเข่นฆ่ากัน การแต่ งกาย การแต่งกายของชนเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด ได้กาหนดเทคนิคการทอต่าง ๆ ที่ทอบนผืนผ้าตาม ลักษณะของชุดที่สวมใส่ ซึ่ งแบ่งเป็ น ๒ ประเภท คือ 1. ชุดหญิงสาว มีลกษณะเป็ นชุดคลุมสี พ้ืนสี ขาว ใช้ผาสี ขาว ๒ ชิ้นเย็บติดกันเว้นตรง ั ้ ส่ วนที่คอสวมใส่ ที่หว และเย็บริ มด้านข้างเว้นช่องว่างไว้สาหรับสอดแขน ั 2. ชุดหญิงสาวที่ยงไม่ได้แต่งงาน จะมีลวดลายที่วจิตรพิสดารกว่าลวดลายบนเสื้ อของหญิง ั ิ สาวเป็ นความสี ขาวบริ สุทธิ์ มีลาดคาดบริ เวณเหนืออก เพียงเล็กน้อย ประมาณ ๒ -๓ แถว และมีลวดลาย ในภาษากะเหรี่ ยงเรี ยกว่า “ลายกะไอละ” ซึ่ งเป็ นลายที่สอดด้านสลับกับแนวนอนคล้ายการทอลายขัดสลับ
16.
กับด้ายยืน และทอเทคนิคการทอจกลวดลายบริ เวณเหนืออกไปถึงด้านหลัง
ในระดับเดียวกัน ความกว้าง ของลวดลาย ประมาณ ๒-๓ นิ้ว และเย็บชายผ้าชุดคลุม เย็บติดชายเสื้ อเป็ นตะเข็บโดยชุด หญิงสาวนี้จะใช้ ผ้า ๒ ชิ้นมาเย็บประกบติดกันเว้นตรงส่ วนคอสวมใส่ ที่หวและเย็บริ มด้านข้างเว้นช่องไว้สาหรับสอดแขน ั โดยชุดหญิงสาวกะเหรี่ ยงโปที่บานแม่ขนาดจะใช้เทคนิคการทอจกบริ เวณหน้าอก มีลวดลายสายงาม เช่น ้ (ลายทะเมขว้างบีบู) หรื อเมล็ดฟักทอง (ลายไกกอง) หรื อฟันเลื่อย เป็ นต้น ลวดลายเหล่านี้จะตกแต่งไว้ ส่ วนความยาวนั้นแล้วแต่ขนาดของผูสวมใส่ เอง ้ การแต่งกายของโพล่ง หรื อ ปกากะญอ สังเกตได้ง่ายคือ ผูหญิงที่แต่งงานแล้ว จะนุ่งผ้าถุงสี แดงคาด ้ ลายสี อะไรก็ได้ ส่ วนเสื้ อเป็ นเสื้ อที่ทอเองตกแต่งด้วยผ้าสี แดงและปั กด้วยลูกเดือย นอกจากนี้จะมีการสัก รอบๆ เหนือข้อเท้าส่ วนหน้าแข้ง เพื่อเป็ นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็ นโพล่ง หรื อปกากะญอที่มีครอบครัว แล้ว แต่ปัจจุบนการสักที่หน้าแข้งเริ่ มสู ญหายไป เพราะหาผูที่ชานาญการสักไม่ได้ และมีคนพื้นราบเข้ามา ั ้ คลุกคลีและแต่งงานกับคนปกากะญอมากขึ้น สาหรับหญิงสาวที่ยงไม่แต่งงานจะใส่ ชุดยาวสี ขาว แต่ง ั ลวดลายสี อะไรก็ได้ เรี ยกว่า “โพล่งมื่อหน่าง” จะไม่ใส่ ชุดคนละท่อนเหมือนกับผูหญิงที่แต่งงาน ส่ วนผูชาย ้ ้ จะสวมเสื้ อโผล่ง ส่ วนกางเกงจะเป็ นสะดอ หรื อผ้าสะโหร่ งเหมือนโสร่ งแขก เสื้อผู้หญิงทีแต่ งงานแล้ ว สังเกตเห็นว่ าการเย็บช่ วงรอยต่ อของผ้าแดง มีการเว้ นช่ องไว้ สาหรับใส่ เงินหรือสิ่งของ ่
17.
การสักที่หน้ าแข้ ง ชุดของปากะญอทีมครอบครัวแล้
ว กับปากะญอทีเ่ ป็ นโสด ่ ี ๒.๘ ภาษา ภาษาของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง หรื อปากะญอจะมีภาษาพูดเป็ นของตนเอง และยังอนุรักษ์ภาษาพูดมา จนถึงปั จจุบน แต่เมื่อเทียบเคียงเป็ นภาษาไทยแล้ว การเขียนหรื อการอ่านค่อนข้างยากมาก ตัวอย่างเช่น ั ชาวพืนราบ ้ ชาวปากะญอ กิน อัง ข้าว บือ กินข้าว อังมี่ นอน มี้ ร้อน ตะขู่ ฝนตก ทะโมะคู แย้ เฉ่า
18.
หนาว ถะกล่อง ไม่สบาย (เจ็บหัว) คูสะคีช๊า น้ านอง
(น้ าท่วม) บ้านสุ ขใจ ที้ดูหลัง ่ ด๊าวเม่าสะ สภาพเศรษฐกิจ ่ สภาพเศรษฐกิจของกะเหรี่ ยงอยูในสภาพที่เรี ยกว่า “เพื่อยังชีพ” ซึ่งหมายถึงการทาเพื่อบริ โภค เท่านั้น ในอดีตปลูกข้าวไร่ เป็ นหลัก และการทานาตามขั้นบันไดตามหุ บเขาโดยไม่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ อื่นใด นอกจากนั้น กะเหรี่ ยงรู ้จกการปลูกพืชผักต่าง ๆ หลายชนิดในพื้นที่ไร่ ดวยเพื่อการบริ โภคเอง ั ้ กะเหรี่ ยงจะทาไร่ หมุนเวียน คือทาไปแล้วก็พกทิงไว้ประมาณ ๓ -๕ ปี ก็จะกลับไปทาใหม่ กะเหรี่ ยงนับว่า ั ้ เป็ นพวกที่มีความสามารถในการอนุรักษ์ดิน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความสู ญเสี ยของพื้นดิน อันจะทาให้ดินเสื่ อม คุณภาพ นอกจากนั้นแล้ว กะเหรี่ ยงยังนิยมเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ด้วย เช่น วัว ควาย หมู ไก่ โดยเฉพาะไก่ และหมู จะเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในพิธีกรรม อีกทั้งกะเหรี่ ยงยังเป็ นนักล่าสัตว์ป่าเพื่อนามาบริ โภค เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเป็ นแบบยังชีพ ทาให้กะเหรี่ ยงต้องผลิตสิ่ งต่าง ๆ ประเภทปั จจัย ๔ ่ คือ อาหาร เครื่ องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยูอาศัยด้วยวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่นทั้งหมด เครื่ องนุ่งห่มนับว่าเป็ นปั จจัยที่สาคัญมากอย่างหนึ่ง ซึ่ งกะเหรี่ ยงได้ผลิตขึ้นใช้เองในครอบครัวมา เป็ นเวลานานแล้ว สาหรับเครื่ องมือที่ใช้ผลิตเครื่ องนุ่งห่ม เรี ยกว่า เครื่ องทอผ้ากี่เอวนั้น กะเหรี่ ยงเรี ยกว่า “ทาลูจ” หรื อ “ถะทา” ซึ่ งกะเหรี่ ยงมีการทอผ้าใช้มานาน ผูหญิงกะเหรี่ ยงจะมีหน้าที่ทอผ้า และดูแลเกี่ยวกับ ู่ ้ เครื่ องนุ่งห่มในบ้าน จึงมีความชานาญมาก อีกทั้งอุปกรณ์การทอผ้าของกะเหรี่ ยงสามารถเคลื่อนย้ายสะดวก สามารถทอที่ไหนก็ได้ จึงมีการใช้เรื่ อยมา ่ ความเป็ นอยูของชาวกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด มีการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเป็ นแหล่งอาหาร ตั้งแต่อดีต จนถึงปั จจุบน โดยการหาของป่ ามาบริ โภค เช่น หน่อไม้ เห็ดต่าง ๆ ผักหวาน เป็ นต้น นอกจากนี้ยงมีการทา ั ั การเกษตรปลูกข้าวไร่ และปลูกฝ้ ายเพื่อเป็ นวัตถุดิบสาคัญในการทอผ้า ลักษณะนิสัยของกะเหรี่ ยงถ้าหากอยู่ ่ ที่ไหน หรื อตั้งหลักปั กฐานที่ไหนแล้วก็จะอยูอย่างถาวร ไม่มีการเคลื่อนย้าย และเป็ นนักอนุรักษ์ สังเกตได้ จากการทาไร่ หมุนเวียน เพื่อรักษาสภาพของดิน ลักษณะและวิถีชีวตของชาวกะเหรี่ ยงจะเกี่ยวข้องกับป่ า ิ ั เพราะในอดีตจะเข้าไปตัดไม้ส่งขายให้กบนายทุนคนพื้นราบและเข้าไปทาพื้นที่จบจอง บุกเบิก ทาไร่ เฉลี่ย ั ครอบครัวละ ๓ -๔ ไร่ เพื่อเป็ นที่ทากิน แต่ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ทางราชการได้สั่งปิ ดป่ า เนื่องจากเมื่อมี
19.
ประชากรเพิ่มมากขึ้นมีการขยายพื้นที่ทากินให้เพียงพอต่อการบริ โภค โดยการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ธรรมชาติ
ประชากรส่ วนใหญ่มีอาชีพหลักคือ ปลูกข้าวไร่ ทานา ทาสวนลาไย ในช่วงฤดูร้อนและปลูกถัว ่ ลิสง บางครอบครัวไม่มีที่ดินทาข้าวไร่ หลังจากที่มีการปิ ดป่ า บ้างก็ซ้ื อข้าวกิน บ้างก็ปลูกข้าวเพื่อให้ สามารถใช้บริ โภคให้ครบปี เนื่องจากน้ าไม่เพียงพอต่อการเกษตร ทาให้เกิดอาชีพเสริ ม คือ การทอผ้า เลี้ยง ่ ้ สัตว์ โค สุ กร ไก่ เป็ นต้น จึงเริ่ มออกไปรับจ้าง บ้างก็อยูบานเฉย ๆ ผูหญิงวัยกลางคนก็จะทอผ้าเป็ นอาชีพ ้ เพื่อใช้และจาหน่ายให้เกิดรายได้ ทาให้มีกลุ่มสตรี ทอผ้ากะเหรี่ ยงขึ้นในหมู่บานแม่ขนาดตั้งแต่บดนั้นเป็ นต้น ้ ั มา การศึกษาของชาวบ้ านแม่ ขนาด ในอดีตไม่มีระบบการศึกษา แต่กะเหรี่ ยงบางกลุ่มโดยเฉพาะผูชายที่มีการเรี ยนรู ้ฝึกภาษากะเหรี่ ยง ้ ทั้งที่เป็ นตัวอ่านและตัวเขียน โดยมีการเรี ยนมาจากควาญช้างในสมัยก่อน แต่ปัจจุบนผูที่รู้ภาษาเขียนส่ วน ั ้ ใหญ่มีอายุมากและบ้างก็เสี ยชีวตไปแล้ว ทาให้การสื บทอดภาษากะเหรี่ ยงได้หายไปด้วย ส่ วนการเรี ยนการ ิ สอนของไทยนั้นเริ่ มต้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยศูนย์สงเคราะห์ชาวเขาเป็ นผูก่อตั้งโรงเรี ยนสอนภาษาไทย ้ และมีโรงเรี ยนสาขาแม่ขนาด เป็ นสาขาแยกมาจากโรงเรี ยนบ้านดอยคา ในขณะนี้เริ่ มมีการใช้ภาษาของคน พื้นราบในการสื่ อสาร คือ ภาษาพื้นเมืองของภาคเหนือ เวลาที่มี การติดต่อสื่ อสารกับคนภายนอก และมี คนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยการนาของ ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขามาอุปการะเด็ก ชาวเขา เป็ นโครงการสงเคราะห์เด็กยากจน CCF เป็ นพ่อแม่อุปถัมภ์จากชาวต่างชาติ ซึ่ งทาให้เกิดการเรี ยนรู ้ ภาษาไทย เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู ้ความสามารถติดต่อสื่ อสารกับสังคมภายนอกได้ ในตอนแรก ชาวบ้านไม่ให้ความสนใจกับการศึกษาของไทย ทาให้ไม่ยอมรับในการให้บุตรหลานมาเรี ยนหนังสื อต่อ ต่อมาเริ่ มมีการเปลี่ยนแปลง ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ชาวบ้านได้เริ่ มสนับสนุนและเปิ ดโอกาสให้บุตรหลานได้เรี ยน ภาษาไทย ทาให้มีความรู ้ และเริ่ มเห็นความสาคัญของการศึกษา ในปั จจุบนชาวบ้านแม่ขนาดมีผได้รับ ั ู้ การศึกษามากขึ้น และมีโอกาสเรี ยนรู ้ระดับสู งและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สภาพทางวัฒนธรรม ชาวบ้านกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด นับถือศาสนาพุทธ และนับถือผี มีความเชื่อเรื่ องวีรบุรุษ และสถานที่สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเชื่อว่าเห็นควรที่จะกราบไหว้ ซึ่ งเชื่อกันว่าเป็ นที่เทวดาสิ งสถิตย์อยู่ จึงมีความเชื่อทาง วัฒนธรรมในการประกอบพิธีกรรมและสถานที่เขตหวงห้าม จึงเกิดตานานความเชื่อทางวัฒนธรรม
20.
ผู้จัดทา นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง
เลขที่ 30 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 ั นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา เลขที่ 37 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 ั
Download