โครงงานคอมพิวเตอร์
( Computer Project )

ชื่อโครงงาน
“ วิถีชีวตของชาวบ้ าน แม่ ขนาด ”
ิ
ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2

โรงเรียนส่ วนบุญโญปถัมภ์ ลาพูน
อาเภอเมือง จังหวัดลาพูน
สานักงานเขตพืนทีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 35
้ ่
1) ชื่อโครงงาน
วิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด
ิ
2) ชื่อผูทาโครงงาน
้
1. ชื่อ นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง เลขที่ 30 ชั้น 5/2
ั
2.ชื่อ นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้น 5/2
3.ชื่อ นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา เลขที่ 37 ชั้น 5/2
ั
3) ชื่อที่ปรึ กษาโครงงาน อาจารย์สิรัชชา วงค์คม
4) ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
การศึกษาความเป็ นมาของสังคมในอดีตเราไม่สามารถ เรี ยนรู ้สิ่งต่างๆเหล่านั้นได้ เพราะทุก
ั
่
สิ่ งทุกอย่างย่อมมีความสัมพันธ์กน แม้กระทั้งชีวตความเป็ นอยูของคนก็ตามก็มีผลมาจากการพัฒนาในด้าน
ิ
ต่างๆซึ่ งการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้น้ นจะต้องอาศัยเรื่ องราวในอดีตมาเป็ นตัวเปรี ยบเทียบให้เห็นความแตกต่าง
ั
ระหว่างอดีตและปั จจุบน โดยการศึกษาทางประวัติศาสตร์จะใช้วธีการทางประวัติศาสตร์มาเป็ นวิธีศึกษา
ั
ิ
ซึ่ งวิธีการประวัติศาสตร์ จะมีลาดับขั้นตอนต่างๆผูศึกษาจะต้องปฏิบติตามขั้นตอนของวิธีการทาง
้
ั
ประวัติศาสตร์ อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นข้อสรุ ปที่ได้มาอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้
วิถีชีวต เป็ นสิ่ งที่มีมาคู่สังคมไทยเป็ นเวลาช้านาน ทั้งในด้านการบ่งบอกถึงการดาเนินชีวต
ิ
ิ
ของคนชุมชน ทั้งเป็ นแหล่งศึกษาวิชาความรู ้ และเปรี ยบเสมือนกับอาชีพเสริ มของคนชุมชนและเอกลักษณ์
ของท้องถิ่นนั้นๆ
ดังนั้น คณะผูจดทาเห็นความสาคัญของการศึกษาวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด จึงใช้
้ั
ิ
โครงงานในการศึกษาค้นคว้าเรื่ องราวเกี่ยวกับวิถีชีวตในชุมชนเพื่อเป็ นสื่ อในการแนะนาหมู่บานแม่ขนาด
ิ
้
ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน
5) วัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน
1.ศึกษาวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด
ิ
2.สร้างวิดีทศน์เพื่อการศึกษา เรื่ อง วิถีชีวตของชาวบ้าน
ั
ิ
3.นาเสนอวิดีทศน์ผานสื่ อสังคมออนไลน์
ั ่
6) ขอบเขตของการทาโครงงาน
การศึกษาครั้งนี้เป็ นการจัดทาวีดีโอวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด แก่ผที่สนใจในวิถีการดาเนินชีวต
ิ
ู้
ิ
แบบชาวบ้านตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ขอบเขตด้ านประชากร
ประชาชนทัวไป
และผูที่มาเที่ยว จ.ลาพูน
้
่
ขอบเขตด้ านกลุ่มตัวอย่ าง
นักเรี ยนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 /2 โรงเรี ยนส่ วนบุญโญปถัมภ์ ลาพูน จานวน 37คน
ขอบเขตด้ านเนือหา
้
ความรู ้พ้ืนฐานเกี่ยวกับ วิถีชีวตของชาวแม่ขนาด คือ เป็ นหมู่บานชาวกะเหรี่ ยงมีการ
ิ
้
ดาเนินชีวตที่เรี ยบง่าย ดาเนินชีวตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการประกอบอาชีพทอผ้าเป็ นหลัก
ิ
ิ
ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกายเป็ นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็ นหมู่บาน
้
กะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด
7. วิธีดาเนินการ
7.1 ระยะเวลาดาเนินการ
วันที่ 20 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึงวันที่ 15 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2557
7.2 ขั้นตอนการดาเนินการ
ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2556
วัน เดือน ปี
20/11/56

การดาเนินการ
รวมกลุ่ม

ผลการดาเนินการ ปัญหาอุปสรรค
ได้สมาชิกกลุ่มใน

-

การทาโครงงาน
25/11/56

ตั้งหัวข้อของโครงงานที่ตองการศึกษา
้

ทาโครงงาน

ใช้เวลานานใน

เกี่ยวกับวิถีชีวต
ิ

การเลือกหัวข้อ

ของชาวบ้าน แม่
ขนาด
30/11/56

วางโครงร่ างโครงงาน

ทาให้ได้วางแผน

-

ก่อนที่จะลงมือทา
2/12/56

ทาเว็บส่ วนตัวในwordpress

ติดตามข่าวสาร,

-

ภาระงานและส่ ง
งานให้ครู ได้
สะดวก
10/12/56

เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา

ได้รับแนวทางการ เขียนโครงร่ าง
แก้ไข

13/12/56

แก้ไขโครงร่ างโครงงาน

ทาให้โครงร่ าง
โครงงานถูกต้อง
สมบูรณ์

ผิด
-
17/12/56

เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา

โครงร่ างโครงงาน

-

ถูกต้อง สมบูรณ์
21/12/56

วางแผนการทาโครงงาน

มีเป้ าหมายที่แน่ชด
ั

-

29/12/56

ศึกษา หาข้อมูลจากอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับวิถี

ได้ขอมูลของ
้

-

ชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด
ิ

ชาวบ้าน แม่ขนาด

ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 1

ได้รู้ถึงแนวทางใน ข้อมูลยังไม่

7/01/57

การดาเนินงานครั้ง เพียงพอ
ต่อไป
12/01/57

จัดเตรี ยมอุปกรณ์ที่จาเป็ นต่อการทาโครงงาน

มีความสะดวกใน

อุปกรณ์บางตัวก็

การดาเนินการ

หายาก

ลงพื้นที่ถ่ายรู ปภาพ ถ่ายวีดีโอ และหาข้อมูล

ได้รูปภาพ วีดีโอ

เพิ่มเติม

19/01/57

และข้อมูลที่

-

ต้องการ
20/01/57

ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 2

งานมีความ

-

ก้าวหน้ามากขึ้น
25/01/57

รวบรวมรู ปภาพและวีดีโอมาตัดต่อใน

ได้วดีโอที่ตองการ ขาดเสี ยงในการ
ี
้

โปรแกรม Movie Maker
2/02/57

อัดเสี ยงบรรยายเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน
ิ

บรรยาย
วีดีโอสมบูรณ์

-

ได้รายงานที่

-

แม่ขนาดลงในวีดีโอ
4/02/57

จัดทารู ปเล่มรายงาน

สมบูรณ์
24/02/57

นาเสนอผลการ

-

-
24/02/57

เผยแพร่ ผลงานโดยลง youtube

-

-

7.3 งบประมาณ ( ระบุรายละเอียดค่ าใช้ จ่าย )
1. การเดินทาง(ค่าน้ ามัน) ประมาณ 100 บาท
2. ค่าอาหาร ประมาณ 150 บาท
3. อื่นๆ ประมาณ 100 บาท
รวมเงิน 350 บาท
7.4สถานทีดาเนินการ
่
หมู่บานแม่ขนาด ต.ทากาศ
้

อ.แม่ทา จ.ลาพูน

7.5ผู้ รับผิดชอบ
7.1 ชื่อ นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง
ั
เลขที่ 30 ชั้น 5/2
7.2 ชื่อ นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่
31 ชั้น 5/2
7.3 ชื่อ นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา
ั
เลขที่ 37 ชั้น 5/2
8. ผลทีคาดว่าจะได้ รับ
่
8.1 ได้เรี ยนรู้และหาประสบการณ์จากการสารวจพื้นที่
8.2 ได้พบเห็นสิ่ งต่างๆ ที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามสถานต่างๆ
8.3 นาวิถีการดาเนินชีวตในสถานที่ ที่เราได้ไปศึกษามาเผยแพร่ ให้คนต่างถิ่นรู ้จก
ิ
ั
่
8.4 รู้ถึงการดาเนินชีวต ความเป็ นอยูในแต่ละบริ เวณในขอบเขตที่เราได้ศึกษา
ิ
9. ปัญหาและแนวทางแก้ไข
1.ระยะเวลาในการจัดทาโครงงานมีนอย รู ปเล่มและส่ วนต่างๆของโครงงานจึงออกมาไม่สมบูรณ์
้
ตามที่ต้ งเป้ าหมายไว้
ั
แนวทางแก้ไข พยายามใช้เวลาที่มีอยู่ จัดหาข้อมูลและทาโครงงานให้ออกมาให้ดีที่สุด

ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง
(นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง)
ั
ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง
(นางสาวธนัณยา สังข์ทอง)
ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง
(นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา)
ั
ลงชื่อ.......................................................ผูอนุมติโครงร่ าง
้ ั
(อาจารย์สิรัชชา วงค์คม)
ครู ที่ปรึ กษา
หลักฐานการดาเนินงาน
1. บันทึกการปฏิบัติงาน
วัน เดือน ปี

รายการปฏิบัติงาน

ลายมือชื่ อผู้บันทึก

20/11/56

รวมกลุ่ม

25/11/56

ตั้งหัวข้อของโครงงานที่ตองการศึกษา
้

30/11/56

วางโครงร่ างโครงงาน

2/12/56

ทาเว็บส่ วนตัวในwordpress

ศิริลกษณ์
ั

10/12/56

เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา

สุ พตรา
ั

13/12/56

แก้ไขโครงร่ างโครงงาน

17/12/56

เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา

21/12/56

วางแผนการทาโครงงาน

29/12/56

ศึกษา หาข้อมูลจากอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด
ิ

7/01/57

ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 1

12/01/57

จัดเตรี ยมอุปกรณ์ที่จาเป็ นต่อการทาโครงงาน

ธนัณยา

19/01/57

ลงพื้นที่ถ่ายรู ปภาพ ถ่ายวีดีโอ และหาข้อมูลเพิมเติม
่

ศิริลกษณ์
ั

20/01/57

ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 2

25/01/57

รวบรวมรู ปภาพและวีดีโอมาตัดต่อในโปรแกรม Movie Maker

2/02/57

อัดเสี ยงบรรยายเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาดลงในวีดีโอ
ิ

4/02/57

จัดทารู ปเล่มรายงาน

24/02/57

นาเสนอผลการ

24/02/57

เผยแพร่ ผลงานโดยลง youtube

สุ พตรา
ั
ธนัณยา

ธนัณยา
ศิริลกษณ์
ั
สุ พตรา
ั

สุ พตรา
ั
ธนัณยา
ศิริลกษณ์
ั
สุ พตรา
ั
2. แบบประเมิน
ชื่อโครงงาน “วิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด”
ิ
คาชี้แจง: ให้ทาเครื่ องหมาย / ในช่องรายการประเมินเพียงตัวเลือกเดียว
รายการประเมิน

เกณฑ์ การประเมิน
ดีมาก

1. ผูเ้ รี ยนเลือกทาโครงงานตามความสนใจของตนเองและเป็ น
ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
2. ผูเ้ รี ยนพบที่ปรึ กษาเพื่อหารื อเกี่ยวกับการทาโครงงาน
3. ผูเ้ รี ยนมีการวางแผน ดาเนินการตามแผน และแบ่งหน้าที่
กันรับผิดชอบ
4. ผูเ้ รี ยนบันทึกการจัดทาโครงงานเป็ นระยะ ๆ
5. สมาชิกทุกคนให้ความร่ วมมือในการทาโครงงาน
6. ผูเ้ รี ยนเขียนรายงานตามเค้าโครงการเขียนรายงานได้อย่าง
ครอบคลุม ครบถ้วน สะท้อนให้เห็นแผนการดาเนินงาน ผล
การดาเนินการเป็ นระยะๆ มีการบันทึกความคืบหน้าในการทา
โครงงาน รายละเอียดการดาเนินการ วัน เดือน ปี ตลอดจน
ปั ญหา อุปสรรคและการแก้ไขปั ญหาอุปสรรคนั้น ๆ
7. ผูเ้ รี ยนแสดงหลักฐานยืนยันผลของการดาเนินงาน
ความสาเร็ จสอดคล้องกับผลการเรี ยนรู ้
8. ผูเ้ รี ยนปฏิบติกิจกรรมตามปฏิทินที่กาหนดไว้ตามแผนการ
ั
ดาเนินการ
รวม

ดี

ปานกลาง

พอใช้

ปรับปรุง
ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………
ผลการประเมิน⃞ ผ่าน

ลงชื่อ

่
⃞ ไม่ผาน

…………………………………….ครู ที่ปรึ กษา
( ……………………………………….)

ผูประเมิน
้
สรุ ปผลการดาเนินงานครั้งนีพบว่า ชุมชนแม่ขนาดมีที่มาจากการอพยพของคนโบราณซึ่ งยังไม่เป็ น
้
ที่แน่ชดว่ามีการอพยพเข้ามาจากถิ่นฐานใด สมัยใด และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาดเป็ นชนเผ่าที่เรี ยก
ั
ตนเองว่ากะเหรี่ ยงโปว์ และมีวถีชีวตที่เรี ยบง่าย พึ่งพิงธรรมชาติ รู ้จก ผสมผสานประเพณี วฒนธรรมของ
ิ ิ
ั
ั
่ ้
ชนเผ่ากะเหรี่ ยงโปและมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีความสงบสุ ข ในด้านความเป็ นอยูดวยความศรัทธาใน
พระพุทธศาสนาแต่อย่างไรก็ตามอิทธิ พลของการติดต่อสื่ อสาร การคมนาคมและการศึกษา ส่ งผลให้เกิด
่
การเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวตของชุมชน ทั้งในด้านความเป็ นอยูและการประกอบอาชีพ
ิ
ภาคผนวก
ประวัติบ้านแม่ ขนาดทีเ่ ป็ นทางการ
บ้านแม่ขนาด หรื อ เรี ยกตามหมู่บานใกล้เคียงว่า บ้านยางหลวง หรื อบ้านหลวง เป็ นชาวเขาเผ่า
้
กะเหรี่ ยงพวก “ยางขาว ” หรื อ “ยางโป ” หรื อ เรี ยกขานพวกตนเองว่า

“โพล่ง ” หรื อ “ปกาเกอะญอ /

ปกากะญอ ” “กะเลอ ” เป็ นหมู่บานหลักของหมู่บานชาวเขา ซึ่ งมีพ้ืนที่ติดต่อกันอีก ๕ หมู่บาน คือ
้
้
้
บ้านดอยคา บ้านป่ าเลา บ้านผาด่าน บ้านปงผาง และบ้านแม่สะแงะ เป็ นพี่นองปกากะญอด้วยกัน และอยู่
้
ร่ วมกันเป็ นกลุ่มใหญ่
่
บ้านแม่ขนาดหลวงเป็ นหมู่บานชาวเขา มีพ้ืนที่อยูในเขตตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน
้
ได้ต้ งถิ่นฐานมาแต่เนิ่นนาน จะเกิดมากี่ปี จะอพยพมาจากไหน ใครเป็ นผูนามา ณ จุดนี้และใครเป็ นผูต้ งชื่อ
ั
้
้ั
หมู่บานไม่ปรากฏชื่อ ทราบได้เป็ นเพียงคาในประวัติบอกเล่าตานานสื บกันมา
้

แต่เชื่อกันว่าสร้างมา

ประมาณ ๑๕๐ ปี
ชาติพนธุ์
ั
่
กะเหรี่ ยงเป็ นชาวเขาในกลุ่มจีน-ทิเบต เชื่อว่าเดิมมีถิ่นกาเนิดอยูในบริ เวณมองโกเลีย ต่อมาได้หนีภย
ั
่
สงครามไปอยูทิเบต และเมื่อถูกกองทัพจีนรุ กรานก็ถอยลงมาทางใต้ ตั้งแต่บริ เวณที่ราบลุ่มแม่น้ าแยงซี เกียง
จนกระทังถึงบริ เวณลุ่มแม่น้ าลาละวินในประเทศพม่าก่อนที่จะโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานทางภาคเหนือและภาค
่
ตะวันตกของประเทศไทยนับร้อย ๆ ปี มาแล้ว ตั้งแต่สมัยอยุธยา กะเหรี่ ยงเป็ นชาวเขาที่มีมากที่สุดในจานวน
ชาวเขาทั้งหมดในประเทศไทย จัดแบ่งกลุ่มตามภาษาพูดออกเป็ น ๔ กลุ่มใหญ่ ได้แก่

๑) กะเหรี่ ยงสะกอ

่
หรื อ ยางขาว เป็ นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด ๒) กะเหรี่ ยงโป เรี ยกตัวเองว่า “โพล่ง ” ส่ วนใหญ่อยูในเขต
จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลาพูน ๓ ) กะเหรี่ ยงตองสู และ ๔) กะเหรี่ ยงบเว หรื อ คะยะ ส่ วนใหญ่
่
อาศัยอยูในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน
หมู่บ้านแม่ ขนาด
หมู่บานแห่งนี้มีแม่น้ าขะนาด หรื อ ห้วยแม่คะนะ จึงตั้งชื่อหมู่บานว่า
้
้

“บ้านแม่ขะนาด ”

หรื อ “บ้านแม่ขะนาดหลวง ” ต่อมาเขียนเป็ น “บ้านแม่ขนาด ” เป็ นหมู่บานชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง
้
่
มีพ้ืนที่อยูในเขตตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน มีชื่อเรี ยกตามหมู่บานใกล้เคียงว่า
้
บ้านยางหลวง หรื อบ้านหลวง เป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง พวกยางขาว หรื อยางโป และเรี ยกขานพวกตนเองว่า
“โพล่ง ” หรื อ “ปกากะญอ” เป็ นหมู่บานหลักของหมู่บานชาวเขาซึ่ งมีพ้ืนที่ติดต่อกันอีก ๕ หมู่บาน คือ บ้าน
้
้
้
่
ดอยคา บ้านป่ าเลา บ้านผาด่าน บ้านปงผาง และบ้านแม่สะแงะ ซึ่ งเป็ นปากะญอด้วยกันและอยูรวมกันเป็ น
กลุ่มใหญ่ ชาวเขากลุ่มนี้จะมีเอกลักษณ์เป็ นของตนเอง
สภาพสั งคม
หมู่บานแม่ขนาดหลวง เป็ นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ที่มีอยูเ่ ป็ นกลุ่ม รวมทั้ง ๕ หมู่บาน ในเขต
้
้
พื้นที่รับผิดชอบ

ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ที่มีประชากรอพยพมาจาก

บ้านดอยคา บ้านป่ าเลา และบ้านผาด่าน รวมทั้งอาจจะอพยพมาจากจังหวัดใกล้เคียง คือ จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ซึ่ งอพยพมาตั้งหมู่บานเป็ นชุมชนที่เป็ นทางการตั้งแต่ พ.ศ.ใด ไม่ทราบ
้
ได้ ปัจจุบนทางราชการได้ควบคุมการอพยพเข้าออกของประชากรมีการออกสาเนาทะเบียนบ้านให้มี
ั
่
่
สัญชาติไทยแก่ชาวเขา เกือบทุกครัวเรื อน ประมาณ ๑๐ ปี ที่ผานมาชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงที่อาศัยอยูในหมู่บาน
้
แม่ขนาด เป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงโป (Pwo) โดยที่พม่าเขาเรี ยกตนเองว่า “โพล่ง”
หมู่บานแม่ขนาดในอดีตการปกครองเป็ นเพียงการปกครองกันเองในชุมชน ชาวบ้านเป็ นกะเหรี่ ยง
้
ไม่มีบตรประชาชน หรื อสัญชาติที่แน่ชด ภาษาที่ใช้เป็ นคาพูดจา สื่ อสารในกลุ่มชนเผ่ากะเหรี่ ยงใช้ภาษา
ั
ั
กะเหรี่ ยง หรื อ เรี ยกภาษาตนเองว่า “กะเลอ” และ “กะเหรี่ ยงขาว” แต่ต่อมาทางราชการได้มีการเล็งเห็นถึง
ความสาคัญของจานวนที่เพิ่มมากขึ้นของกะเหรี่ ยง ในช่วงแรกจึงมีการมอบเหรี ยญ ลักษณะเป็ นเหรี ยญ
่ ั
ทองแดงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวฯ และหมายเลขผูถือครองเหรี ยญ ซึ่ งการ
้
ใช้เหรี ยญจะคล้ายกับแทนบัตรประจาตัวประชาชนโดยเวลาจะออกไปไหนไกล ๆ หรื อออกไปทาธุ ระในตัว
่
เมืองจะต้องคล้องเหรี ยญนี้เพื่อบ่งบอกว่าเป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ที่อยูในพื้นที่ประเทศไทย และต่อมาเมื่อ
่
ประมาณ ๑๐ กว่าปี ที่ผานมาทางราชการได้ออกบัตรประจาตัวประชาชนให้แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่
ขนาดทุกคน หมู่บานแม่ขนาดในปั จจุบนมีการปกครองของทางราชการ เป็ นหมู่บานหมู่ที่ ๘ บ้านแม่ขนาด
้
ั
้
ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน สังคมการปกครองของหมู่บานนี้ใช้หลักศาสนาและหลักการ
้
ั
ปกครองของทางราชการควบคู่กนไป ประชากรส่ วนใหญ่ในหมู่บานนับถือศาสนาพุทธและนับถือผีไป
้
พร้อม ๆ กัน ในการปกครองมีผใหญ่บาน ๑ คน และผูช่วยผูใหญ่บาน ๓ คน ที่ได้รับการเลือกตั้งจากราษฎร
ู้
้
้ ้
้
ในหมู่บาน สังคมกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด เป็ นสังคมที่มีความสามัคคี มีความพร้อมเพรี ยง ช่วยเหลือร่ วมมือ
้
ซึ่ งกันและกัน ให้ปฏิบติหน้าที่เป็ นตัวแทนราษฎรและชุมชน ซึ่ งมีการจัดตั้งคณะกรรมการหมู่บานขึ้น
ั
้
เพื่อทาหน้าที่เป็ นผูนาทางด้านการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา มีหวหน้าหน่วยพัฒนา และสงเคราะห์
้
ั
ชาวเขา ในทางศาสนาได้มีการแต่งตั้งบุคคลผูอาวุโสของแต่ละกลุ่มตามภูมิลาเนาเดิม เป็ นผูนาแต่ละกลุ่มที่
้
้
เคารพบูชาผูเ้ ฒ่าผูแก่ ๒ คน ซึ่ งชาวบ้านเรี ยกว่า “ตานข้าว” ทาหน้าที่เป็ นผูนาทางพิธีกรรมการเลี้ยงผีที่คอย
้
้
ดูแลคุม ที่ตนดูแลอยูเ่ มื่อถึงเทศกาลจะมีการจัดเวรยามในการดูแลอยูเ่ มื่อถึงเทศกาลจะมีการจัดเวรยามในการ
้
ดูแลคุมภัยต่าง ๆ จากสิ่ งชัวร้าย ภัยต่าง ๆ และปฏิบติตนตามกฎหมาย และสอดคล้องดูแลผูกระทาผิดกฎของ
้
ั
้
่
หมู่บาน และกฎหมายบ้านเมือง
้
ชาวเขาในหมู่บานแม่ขนาด มีการนับถือเลื่อมใสและเชื่อฟังคาสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา และยัง
้
มีพิธีกรรมดั้งเดิมของหมู่บาน เช่น การนับถือผีและทาบุญในวันสาคัญต่าง ๆ
้

ทางศาสนาที่วดทาดอยคา
ั

เป็ นศูนย์รวมจิตใจทางพระพุทธศาสนา ชาวกะเหรี่ ยงจะนับถือเชื้อสายมารดา เช่น กระบวนการถ่ายทอดองค์
ความรู ้เกี่ยวกับการทอผ้า งานบ้านงานเรื อนจะเป็ นหน้าที่ของผูหญิงที่เป็ นแม่บานที่แต่งงานแล้ว ส่ วนผูชาย
้
้
้
มีบทบาทด้านการเป็ นผูนาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ และผูนาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ และผูนาในครัวเรื อน
้
้
้
ในหมู่บาน
้
ลักษณะนิสัย ความเชื่อ และค่ านิยม
ชนเผ่ากะเหรี่ ยง ซึ่ งเป็ นพวกยางขาว หรื อยางโป มักเรี ยกขานตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกากะญอ”
มีความเชื่อ และนับถือศาสนา ใน ๒ รู ปแบบ ได้แก่ นับถือผี และนับถือพระพุทธศาสนา เกือบร้อยละเก้าสิ บ
ของประชากร จะนับถือผี หากมีการเจ็บป่ วยก็จะเชื่อว่าผีโกรธ และลงโทษให้เจ็บป่ วย จึงต้องมีการเลี้ยงผี
ด้วยเหล้าและไก่เป็ นการขอขมาลาโทษ แต่การ นับถือผีก็เป็ นสิ่ งที่ทาให้เกิดจริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยม
หลายประการ เช่น
่
๑. การอยูอย่างผัวเดียวเมียเดียว ตราบจนตายจากกัน ไม่ประพฤติผดในลูกเมียใคร
ิ
่
๒. การเลี้ยงดูพอแม่ที่แก่เฒ่ากับความเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษ คือ ผีบานผีเรื อน ที่คอย
้
่
คุมครองดูแลลูกหลานให้อยูร่มเย็นเป็ นสุ ข
้
๓. การลักขโมยเป็ นความผิด ไม่มีใครเห็น แต่ผและวิญญาณย่อมมองเห็น และลงโทษ
ี
่ ั
ความเชื่อหลายประการเหล่านี้ จึงทาให้สังคมชนเผ่ากระเหรี่ ยงอยูกนอย่างสันโดษ สงบ สมถะ รัก
ใคร่ กลมเกลียวกัน หากมีการกระทาผิด จะมีการประชุมปรึ กษาหารื อ ลักษณะของการลงโทษจะเริ่ มต้นด้วย
การตักเตือน ไปถึงการปรับไหม ขั้นร้ายแรงที่สุด คือ การไล่ออกนอกหมู่บาน จะไม่มีการใช้กาลังทาร้าย
้
หรื อเข่นฆ่ากัน
การแต่ งกาย
การแต่งกายของชนเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด ได้กาหนดเทคนิคการทอต่าง ๆ ที่ทอบนผืนผ้าตาม
ลักษณะของชุดที่สวมใส่ ซึ่ งแบ่งเป็ น ๒ ประเภท คือ
1.
ชุดหญิงสาว มีลกษณะเป็ นชุดคลุมสี พ้ืนสี ขาว ใช้ผาสี ขาว ๒ ชิ้นเย็บติดกันเว้นตรง
ั
้
ส่ วนที่คอสวมใส่ ที่หว และเย็บริ มด้านข้างเว้นช่องว่างไว้สาหรับสอดแขน
ั
2.

ชุดหญิงสาวที่ยงไม่ได้แต่งงาน จะมีลวดลายที่วจิตรพิสดารกว่าลวดลายบนเสื้ อของหญิง
ั
ิ

สาวเป็ นความสี ขาวบริ สุทธิ์ มีลาดคาดบริ เวณเหนืออก เพียงเล็กน้อย ประมาณ ๒ -๓ แถว และมีลวดลาย
ในภาษากะเหรี่ ยงเรี ยกว่า “ลายกะไอละ” ซึ่ งเป็ นลายที่สอดด้านสลับกับแนวนอนคล้ายการทอลายขัดสลับ
กับด้ายยืน และทอเทคนิคการทอจกลวดลายบริ เวณเหนืออกไปถึงด้านหลัง ในระดับเดียวกัน ความกว้าง
ของลวดลาย ประมาณ ๒-๓ นิ้ว และเย็บชายผ้าชุดคลุม เย็บติดชายเสื้ อเป็ นตะเข็บโดยชุด หญิงสาวนี้จะใช้
ผ้า ๒ ชิ้นมาเย็บประกบติดกันเว้นตรงส่ วนคอสวมใส่ ที่หวและเย็บริ มด้านข้างเว้นช่องไว้สาหรับสอดแขน
ั
โดยชุดหญิงสาวกะเหรี่ ยงโปที่บานแม่ขนาดจะใช้เทคนิคการทอจกบริ เวณหน้าอก มีลวดลายสายงาม เช่น
้
(ลายทะเมขว้างบีบู) หรื อเมล็ดฟักทอง (ลายไกกอง) หรื อฟันเลื่อย เป็ นต้น ลวดลายเหล่านี้จะตกแต่งไว้
ส่ วนความยาวนั้นแล้วแต่ขนาดของผูสวมใส่ เอง
้
การแต่งกายของโพล่ง หรื อ ปกากะญอ สังเกตได้ง่ายคือ ผูหญิงที่แต่งงานแล้ว จะนุ่งผ้าถุงสี แดงคาด
้
ลายสี อะไรก็ได้ ส่ วนเสื้ อเป็ นเสื้ อที่ทอเองตกแต่งด้วยผ้าสี แดงและปั กด้วยลูกเดือย นอกจากนี้จะมีการสัก
รอบๆ เหนือข้อเท้าส่ วนหน้าแข้ง เพื่อเป็ นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็ นโพล่ง หรื อปกากะญอที่มีครอบครัว
แล้ว แต่ปัจจุบนการสักที่หน้าแข้งเริ่ มสู ญหายไป เพราะหาผูที่ชานาญการสักไม่ได้ และมีคนพื้นราบเข้ามา
ั
้
คลุกคลีและแต่งงานกับคนปกากะญอมากขึ้น สาหรับหญิงสาวที่ยงไม่แต่งงานจะใส่ ชุดยาวสี ขาว แต่ง
ั
ลวดลายสี อะไรก็ได้ เรี ยกว่า “โพล่งมื่อหน่าง” จะไม่ใส่ ชุดคนละท่อนเหมือนกับผูหญิงที่แต่งงาน ส่ วนผูชาย
้
้
จะสวมเสื้ อโผล่ง ส่ วนกางเกงจะเป็ นสะดอ หรื อผ้าสะโหร่ งเหมือนโสร่ งแขก

เสื้อผู้หญิงทีแต่ งงานแล้ ว สังเกตเห็นว่ าการเย็บช่ วงรอยต่ อของผ้าแดง มีการเว้ นช่ องไว้ สาหรับใส่ เงินหรือสิ่งของ
่
การสักที่หน้ าแข้ ง

ชุดของปากะญอทีมครอบครัวแล้ ว กับปากะญอทีเ่ ป็ นโสด
่ ี

๒.๘ ภาษา
ภาษาของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง หรื อปากะญอจะมีภาษาพูดเป็ นของตนเอง และยังอนุรักษ์ภาษาพูดมา
จนถึงปั จจุบน แต่เมื่อเทียบเคียงเป็ นภาษาไทยแล้ว การเขียนหรื อการอ่านค่อนข้างยากมาก ตัวอย่างเช่น
ั
ชาวพืนราบ
้

ชาวปากะญอ

กิน

อัง

ข้าว

บือ

กินข้าว

อังมี่

นอน

มี้

ร้อน

ตะขู่

ฝนตก

ทะโมะคู แย้ เฉ่า
หนาว

ถะกล่อง

ไม่สบาย (เจ็บหัว)

คูสะคีช๊า

น้ านอง (น้ าท่วม)
บ้านสุ ขใจ

ที้ดูหลัง
่
ด๊าวเม่าสะ

สภาพเศรษฐกิจ
่
สภาพเศรษฐกิจของกะเหรี่ ยงอยูในสภาพที่เรี ยกว่า “เพื่อยังชีพ” ซึ่งหมายถึงการทาเพื่อบริ โภค
เท่านั้น ในอดีตปลูกข้าวไร่ เป็ นหลัก และการทานาตามขั้นบันไดตามหุ บเขาโดยไม่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ
อื่นใด นอกจากนั้น กะเหรี่ ยงรู ้จกการปลูกพืชผักต่าง ๆ หลายชนิดในพื้นที่ไร่ ดวยเพื่อการบริ โภคเอง
ั
้
กะเหรี่ ยงจะทาไร่ หมุนเวียน คือทาไปแล้วก็พกทิงไว้ประมาณ ๓ -๕ ปี ก็จะกลับไปทาใหม่ กะเหรี่ ยงนับว่า
ั ้
เป็ นพวกที่มีความสามารถในการอนุรักษ์ดิน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความสู ญเสี ยของพื้นดิน อันจะทาให้ดินเสื่ อม
คุณภาพ
นอกจากนั้นแล้ว กะเหรี่ ยงยังนิยมเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ด้วย เช่น วัว ควาย หมู ไก่ โดยเฉพาะไก่ และหมู
จะเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในพิธีกรรม อีกทั้งกะเหรี่ ยงยังเป็ นนักล่าสัตว์ป่าเพื่อนามาบริ โภค
เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเป็ นแบบยังชีพ ทาให้กะเหรี่ ยงต้องผลิตสิ่ งต่าง ๆ ประเภทปั จจัย ๔
่
คือ อาหาร เครื่ องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยูอาศัยด้วยวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่นทั้งหมด
เครื่ องนุ่งห่มนับว่าเป็ นปั จจัยที่สาคัญมากอย่างหนึ่ง ซึ่ งกะเหรี่ ยงได้ผลิตขึ้นใช้เองในครอบครัวมา
เป็ นเวลานานแล้ว สาหรับเครื่ องมือที่ใช้ผลิตเครื่ องนุ่งห่ม เรี ยกว่า เครื่ องทอผ้ากี่เอวนั้น กะเหรี่ ยงเรี ยกว่า
“ทาลูจ” หรื อ “ถะทา” ซึ่ งกะเหรี่ ยงมีการทอผ้าใช้มานาน ผูหญิงกะเหรี่ ยงจะมีหน้าที่ทอผ้า และดูแลเกี่ยวกับ
ู่
้
เครื่ องนุ่งห่มในบ้าน จึงมีความชานาญมาก อีกทั้งอุปกรณ์การทอผ้าของกะเหรี่ ยงสามารถเคลื่อนย้ายสะดวก
สามารถทอที่ไหนก็ได้ จึงมีการใช้เรื่ อยมา
่
ความเป็ นอยูของชาวกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด มีการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเป็ นแหล่งอาหาร ตั้งแต่อดีต
จนถึงปั จจุบน โดยการหาของป่ ามาบริ โภค เช่น หน่อไม้ เห็ดต่าง ๆ ผักหวาน เป็ นต้น นอกจากนี้ยงมีการทา
ั
ั
การเกษตรปลูกข้าวไร่ และปลูกฝ้ ายเพื่อเป็ นวัตถุดิบสาคัญในการทอผ้า ลักษณะนิสัยของกะเหรี่ ยงถ้าหากอยู่
่
ที่ไหน หรื อตั้งหลักปั กฐานที่ไหนแล้วก็จะอยูอย่างถาวร ไม่มีการเคลื่อนย้าย และเป็ นนักอนุรักษ์ สังเกตได้
จากการทาไร่ หมุนเวียน เพื่อรักษาสภาพของดิน ลักษณะและวิถีชีวตของชาวกะเหรี่ ยงจะเกี่ยวข้องกับป่ า
ิ
ั
เพราะในอดีตจะเข้าไปตัดไม้ส่งขายให้กบนายทุนคนพื้นราบและเข้าไปทาพื้นที่จบจอง บุกเบิก ทาไร่ เฉลี่ย
ั
ครอบครัวละ ๓ -๔ ไร่ เพื่อเป็ นที่ทากิน แต่ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ทางราชการได้สั่งปิ ดป่ า เนื่องจากเมื่อมี
ประชากรเพิ่มมากขึ้นมีการขยายพื้นที่ทากินให้เพียงพอต่อการบริ โภค โดยการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่
ธรรมชาติ ประชากรส่ วนใหญ่มีอาชีพหลักคือ ปลูกข้าวไร่ ทานา ทาสวนลาไย ในช่วงฤดูร้อนและปลูกถัว
่
ลิสง บางครอบครัวไม่มีที่ดินทาข้าวไร่ หลังจากที่มีการปิ ดป่ า บ้างก็ซ้ื อข้าวกิน บ้างก็ปลูกข้าวเพื่อให้
สามารถใช้บริ โภคให้ครบปี เนื่องจากน้ าไม่เพียงพอต่อการเกษตร ทาให้เกิดอาชีพเสริ ม คือ การทอผ้า เลี้ยง
่ ้
สัตว์ โค สุ กร ไก่ เป็ นต้น จึงเริ่ มออกไปรับจ้าง บ้างก็อยูบานเฉย ๆ ผูหญิงวัยกลางคนก็จะทอผ้าเป็ นอาชีพ
้
เพื่อใช้และจาหน่ายให้เกิดรายได้ ทาให้มีกลุ่มสตรี ทอผ้ากะเหรี่ ยงขึ้นในหมู่บานแม่ขนาดตั้งแต่บดนั้นเป็ นต้น
้
ั
มา
การศึกษาของชาวบ้ านแม่ ขนาด
ในอดีตไม่มีระบบการศึกษา แต่กะเหรี่ ยงบางกลุ่มโดยเฉพาะผูชายที่มีการเรี ยนรู ้ฝึกภาษากะเหรี่ ยง
้
ทั้งที่เป็ นตัวอ่านและตัวเขียน โดยมีการเรี ยนมาจากควาญช้างในสมัยก่อน แต่ปัจจุบนผูที่รู้ภาษาเขียนส่ วน
ั ้
ใหญ่มีอายุมากและบ้างก็เสี ยชีวตไปแล้ว ทาให้การสื บทอดภาษากะเหรี่ ยงได้หายไปด้วย ส่ วนการเรี ยนการ
ิ
สอนของไทยนั้นเริ่ มต้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยศูนย์สงเคราะห์ชาวเขาเป็ นผูก่อตั้งโรงเรี ยนสอนภาษาไทย
้
และมีโรงเรี ยนสาขาแม่ขนาด เป็ นสาขาแยกมาจากโรงเรี ยนบ้านดอยคา ในขณะนี้เริ่ มมีการใช้ภาษาของคน
พื้นราบในการสื่ อสาร คือ ภาษาพื้นเมืองของภาคเหนือ เวลาที่มี การติดต่อสื่ อสารกับคนภายนอก และมี
คนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยการนาของ

ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขามาอุปการะเด็ก

ชาวเขา เป็ นโครงการสงเคราะห์เด็กยากจน CCF เป็ นพ่อแม่อุปถัมภ์จากชาวต่างชาติ ซึ่ งทาให้เกิดการเรี ยนรู ้
ภาษาไทย เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู ้ความสามารถติดต่อสื่ อสารกับสังคมภายนอกได้ ในตอนแรก
ชาวบ้านไม่ให้ความสนใจกับการศึกษาของไทย ทาให้ไม่ยอมรับในการให้บุตรหลานมาเรี ยนหนังสื อต่อ
ต่อมาเริ่ มมีการเปลี่ยนแปลง ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ชาวบ้านได้เริ่ มสนับสนุนและเปิ ดโอกาสให้บุตรหลานได้เรี ยน
ภาษาไทย ทาให้มีความรู ้ และเริ่ มเห็นความสาคัญของการศึกษา ในปั จจุบนชาวบ้านแม่ขนาดมีผได้รับ
ั
ู้
การศึกษามากขึ้น และมีโอกาสเรี ยนรู ้ระดับสู งและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
สภาพทางวัฒนธรรม
ชาวบ้านกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด นับถือศาสนาพุทธ และนับถือผี มีความเชื่อเรื่ องวีรบุรุษ และสถานที่สิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเชื่อว่าเห็นควรที่จะกราบไหว้ ซึ่ งเชื่อกันว่าเป็ นที่เทวดาสิ งสถิตย์อยู่ จึงมีความเชื่อทาง
วัฒนธรรมในการประกอบพิธีกรรมและสถานที่เขตหวงห้าม จึงเกิดตานานความเชื่อทางวัฒนธรรม
ผู้จัดทา

นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง เลขที่ 30 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2
ั

นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2

นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา เลขที่ 37 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2
ั

โครงงานคอมวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านแม่ขนาด

  • 1.
    โครงงานคอมพิวเตอร์ ( Computer Project) ชื่อโครงงาน “ วิถีชีวตของชาวบ้ าน แม่ ขนาด ” ิ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 โรงเรียนส่ วนบุญโญปถัมภ์ ลาพูน อาเภอเมือง จังหวัดลาพูน สานักงานเขตพืนทีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 35 ้ ่
  • 2.
    1) ชื่อโครงงาน วิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด ิ 2)ชื่อผูทาโครงงาน ้ 1. ชื่อ นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง เลขที่ 30 ชั้น 5/2 ั 2.ชื่อ นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้น 5/2 3.ชื่อ นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา เลขที่ 37 ชั้น 5/2 ั 3) ชื่อที่ปรึ กษาโครงงาน อาจารย์สิรัชชา วงค์คม 4) ที่มาและความสาคัญของโครงงาน การศึกษาความเป็ นมาของสังคมในอดีตเราไม่สามารถ เรี ยนรู ้สิ่งต่างๆเหล่านั้นได้ เพราะทุก ั ่ สิ่ งทุกอย่างย่อมมีความสัมพันธ์กน แม้กระทั้งชีวตความเป็ นอยูของคนก็ตามก็มีผลมาจากการพัฒนาในด้าน ิ ต่างๆซึ่ งการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้น้ นจะต้องอาศัยเรื่ องราวในอดีตมาเป็ นตัวเปรี ยบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ั ระหว่างอดีตและปั จจุบน โดยการศึกษาทางประวัติศาสตร์จะใช้วธีการทางประวัติศาสตร์มาเป็ นวิธีศึกษา ั ิ ซึ่ งวิธีการประวัติศาสตร์ จะมีลาดับขั้นตอนต่างๆผูศึกษาจะต้องปฏิบติตามขั้นตอนของวิธีการทาง ้ ั ประวัติศาสตร์ อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นข้อสรุ ปที่ได้มาอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ วิถีชีวต เป็ นสิ่ งที่มีมาคู่สังคมไทยเป็ นเวลาช้านาน ทั้งในด้านการบ่งบอกถึงการดาเนินชีวต ิ ิ ของคนชุมชน ทั้งเป็ นแหล่งศึกษาวิชาความรู ้ และเปรี ยบเสมือนกับอาชีพเสริ มของคนชุมชนและเอกลักษณ์ ของท้องถิ่นนั้นๆ ดังนั้น คณะผูจดทาเห็นความสาคัญของการศึกษาวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด จึงใช้ ้ั ิ โครงงานในการศึกษาค้นคว้าเรื่ องราวเกี่ยวกับวิถีชีวตในชุมชนเพื่อเป็ นสื่ อในการแนะนาหมู่บานแม่ขนาด ิ ้ ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน 5) วัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน 1.ศึกษาวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด ิ 2.สร้างวิดีทศน์เพื่อการศึกษา เรื่ อง วิถีชีวตของชาวบ้าน ั ิ 3.นาเสนอวิดีทศน์ผานสื่ อสังคมออนไลน์ ั ่
  • 3.
    6) ขอบเขตของการทาโครงงาน การศึกษาครั้งนี้เป็ นการจัดทาวีดีโอวิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาดแก่ผที่สนใจในวิถีการดาเนินชีวต ิ ู้ ิ แบบชาวบ้านตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ขอบเขตด้ านประชากร ประชาชนทัวไป และผูที่มาเที่ยว จ.ลาพูน ้ ่ ขอบเขตด้ านกลุ่มตัวอย่ าง นักเรี ยนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 /2 โรงเรี ยนส่ วนบุญโญปถัมภ์ ลาพูน จานวน 37คน ขอบเขตด้ านเนือหา ้ ความรู ้พ้ืนฐานเกี่ยวกับ วิถีชีวตของชาวแม่ขนาด คือ เป็ นหมู่บานชาวกะเหรี่ ยงมีการ ิ ้ ดาเนินชีวตที่เรี ยบง่าย ดาเนินชีวตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการประกอบอาชีพทอผ้าเป็ นหลัก ิ ิ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกายเป็ นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็ นหมู่บาน ้ กะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด
  • 4.
    7. วิธีดาเนินการ 7.1 ระยะเวลาดาเนินการ วันที่20 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึงวันที่ 15 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2557 7.2 ขั้นตอนการดาเนินการ ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2556 วัน เดือน ปี 20/11/56 การดาเนินการ รวมกลุ่ม ผลการดาเนินการ ปัญหาอุปสรรค ได้สมาชิกกลุ่มใน - การทาโครงงาน 25/11/56 ตั้งหัวข้อของโครงงานที่ตองการศึกษา ้ ทาโครงงาน ใช้เวลานานใน เกี่ยวกับวิถีชีวต ิ การเลือกหัวข้อ ของชาวบ้าน แม่ ขนาด 30/11/56 วางโครงร่ างโครงงาน ทาให้ได้วางแผน - ก่อนที่จะลงมือทา 2/12/56 ทาเว็บส่ วนตัวในwordpress ติดตามข่าวสาร, - ภาระงานและส่ ง งานให้ครู ได้ สะดวก 10/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา ได้รับแนวทางการ เขียนโครงร่ าง แก้ไข 13/12/56 แก้ไขโครงร่ างโครงงาน ทาให้โครงร่ าง โครงงานถูกต้อง สมบูรณ์ ผิด -
  • 5.
    17/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา โครงร่างโครงงาน - ถูกต้อง สมบูรณ์ 21/12/56 วางแผนการทาโครงงาน มีเป้ าหมายที่แน่ชด ั - 29/12/56 ศึกษา หาข้อมูลจากอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับวิถี ได้ขอมูลของ ้ - ชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด ิ ชาวบ้าน แม่ขนาด ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 1 ได้รู้ถึงแนวทางใน ข้อมูลยังไม่ 7/01/57 การดาเนินงานครั้ง เพียงพอ ต่อไป 12/01/57 จัดเตรี ยมอุปกรณ์ที่จาเป็ นต่อการทาโครงงาน มีความสะดวกใน อุปกรณ์บางตัวก็ การดาเนินการ หายาก ลงพื้นที่ถ่ายรู ปภาพ ถ่ายวีดีโอ และหาข้อมูล ได้รูปภาพ วีดีโอ เพิ่มเติม 19/01/57 และข้อมูลที่ - ต้องการ 20/01/57 ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 2 งานมีความ - ก้าวหน้ามากขึ้น 25/01/57 รวบรวมรู ปภาพและวีดีโอมาตัดต่อใน ได้วดีโอที่ตองการ ขาดเสี ยงในการ ี ้ โปรแกรม Movie Maker 2/02/57 อัดเสี ยงบรรยายเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน ิ บรรยาย วีดีโอสมบูรณ์ - ได้รายงานที่ - แม่ขนาดลงในวีดีโอ 4/02/57 จัดทารู ปเล่มรายงาน สมบูรณ์ 24/02/57 นาเสนอผลการ - -
  • 6.
    24/02/57 เผยแพร่ ผลงานโดยลง youtube - - 7.3งบประมาณ ( ระบุรายละเอียดค่ าใช้ จ่าย ) 1. การเดินทาง(ค่าน้ ามัน) ประมาณ 100 บาท 2. ค่าอาหาร ประมาณ 150 บาท 3. อื่นๆ ประมาณ 100 บาท รวมเงิน 350 บาท 7.4สถานทีดาเนินการ ่ หมู่บานแม่ขนาด ต.ทากาศ ้ อ.แม่ทา จ.ลาพูน 7.5ผู้ รับผิดชอบ 7.1 ชื่อ นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง ั เลขที่ 30 ชั้น 5/2 7.2 ชื่อ นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้น 5/2 7.3 ชื่อ นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา ั เลขที่ 37 ชั้น 5/2 8. ผลทีคาดว่าจะได้ รับ ่ 8.1 ได้เรี ยนรู้และหาประสบการณ์จากการสารวจพื้นที่ 8.2 ได้พบเห็นสิ่ งต่างๆ ที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามสถานต่างๆ 8.3 นาวิถีการดาเนินชีวตในสถานที่ ที่เราได้ไปศึกษามาเผยแพร่ ให้คนต่างถิ่นรู ้จก ิ ั ่ 8.4 รู้ถึงการดาเนินชีวต ความเป็ นอยูในแต่ละบริ เวณในขอบเขตที่เราได้ศึกษา ิ
  • 7.
    9. ปัญหาและแนวทางแก้ไข 1.ระยะเวลาในการจัดทาโครงงานมีนอย รูปเล่มและส่ วนต่างๆของโครงงานจึงออกมาไม่สมบูรณ์ ้ ตามที่ต้ งเป้ าหมายไว้ ั แนวทางแก้ไข พยายามใช้เวลาที่มีอยู่ จัดหาข้อมูลและทาโครงงานให้ออกมาให้ดีที่สุด ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง (นางสาวสุ พตรา บุญมาทอง) ั ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง (นางสาวธนัณยา สังข์ทอง) ลงชื่อ.......................................................ผูเ้ สนอโครงร่ าง (นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา) ั ลงชื่อ.......................................................ผูอนุมติโครงร่ าง ้ ั (อาจารย์สิรัชชา วงค์คม) ครู ที่ปรึ กษา
  • 8.
    หลักฐานการดาเนินงาน 1. บันทึกการปฏิบัติงาน วัน เดือนปี รายการปฏิบัติงาน ลายมือชื่ อผู้บันทึก 20/11/56 รวมกลุ่ม 25/11/56 ตั้งหัวข้อของโครงงานที่ตองการศึกษา ้ 30/11/56 วางโครงร่ างโครงงาน 2/12/56 ทาเว็บส่ วนตัวในwordpress ศิริลกษณ์ ั 10/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา สุ พตรา ั 13/12/56 แก้ไขโครงร่ างโครงงาน 17/12/56 เสนอโครงร่ างโครงงานให้อาจารย์ที่ปรึ กษา 21/12/56 วางแผนการทาโครงงาน 29/12/56 ศึกษา หาข้อมูลจากอินเทอร์ เน็ตเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาด ิ 7/01/57 ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 1 12/01/57 จัดเตรี ยมอุปกรณ์ที่จาเป็ นต่อการทาโครงงาน ธนัณยา 19/01/57 ลงพื้นที่ถ่ายรู ปภาพ ถ่ายวีดีโอ และหาข้อมูลเพิมเติม ่ ศิริลกษณ์ ั 20/01/57 ตรวจสอบความก้าวหน้าของงานครั้งที่ 2 25/01/57 รวบรวมรู ปภาพและวีดีโอมาตัดต่อในโปรแกรม Movie Maker 2/02/57 อัดเสี ยงบรรยายเกี่ยวกับวิถีชีวตของชาวบ้าน แม่ขนาดลงในวีดีโอ ิ 4/02/57 จัดทารู ปเล่มรายงาน 24/02/57 นาเสนอผลการ 24/02/57 เผยแพร่ ผลงานโดยลง youtube สุ พตรา ั ธนัณยา ธนัณยา ศิริลกษณ์ ั สุ พตรา ั สุ พตรา ั ธนัณยา ศิริลกษณ์ ั สุ พตรา ั
  • 9.
    2. แบบประเมิน ชื่อโครงงาน “วิถีชีวตของชาวบ้านแม่ขนาด” ิ คาชี้แจง:ให้ทาเครื่ องหมาย / ในช่องรายการประเมินเพียงตัวเลือกเดียว รายการประเมิน เกณฑ์ การประเมิน ดีมาก 1. ผูเ้ รี ยนเลือกทาโครงงานตามความสนใจของตนเองและเป็ น ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม 2. ผูเ้ รี ยนพบที่ปรึ กษาเพื่อหารื อเกี่ยวกับการทาโครงงาน 3. ผูเ้ รี ยนมีการวางแผน ดาเนินการตามแผน และแบ่งหน้าที่ กันรับผิดชอบ 4. ผูเ้ รี ยนบันทึกการจัดทาโครงงานเป็ นระยะ ๆ 5. สมาชิกทุกคนให้ความร่ วมมือในการทาโครงงาน 6. ผูเ้ รี ยนเขียนรายงานตามเค้าโครงการเขียนรายงานได้อย่าง ครอบคลุม ครบถ้วน สะท้อนให้เห็นแผนการดาเนินงาน ผล การดาเนินการเป็ นระยะๆ มีการบันทึกความคืบหน้าในการทา โครงงาน รายละเอียดการดาเนินการ วัน เดือน ปี ตลอดจน ปั ญหา อุปสรรคและการแก้ไขปั ญหาอุปสรรคนั้น ๆ 7. ผูเ้ รี ยนแสดงหลักฐานยืนยันผลของการดาเนินงาน ความสาเร็ จสอดคล้องกับผลการเรี ยนรู ้ 8. ผูเ้ รี ยนปฏิบติกิจกรรมตามปฏิทินที่กาหนดไว้ตามแผนการ ั ดาเนินการ รวม ดี ปานกลาง พอใช้ ปรับปรุง
  • 10.
  • 11.
    สรุ ปผลการดาเนินงานครั้งนีพบว่า ชุมชนแม่ขนาดมีที่มาจากการอพยพของคนโบราณซึ่งยังไม่เป็ น ้ ที่แน่ชดว่ามีการอพยพเข้ามาจากถิ่นฐานใด สมัยใด และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาดเป็ นชนเผ่าที่เรี ยก ั ตนเองว่ากะเหรี่ ยงโปว์ และมีวถีชีวตที่เรี ยบง่าย พึ่งพิงธรรมชาติ รู ้จก ผสมผสานประเพณี วฒนธรรมของ ิ ิ ั ั ่ ้ ชนเผ่ากะเหรี่ ยงโปและมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีความสงบสุ ข ในด้านความเป็ นอยูดวยความศรัทธาใน พระพุทธศาสนาแต่อย่างไรก็ตามอิทธิ พลของการติดต่อสื่ อสาร การคมนาคมและการศึกษา ส่ งผลให้เกิด ่ การเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวตของชุมชน ทั้งในด้านความเป็ นอยูและการประกอบอาชีพ ิ
  • 12.
  • 13.
    ประวัติบ้านแม่ ขนาดทีเ่ ป็นทางการ บ้านแม่ขนาด หรื อ เรี ยกตามหมู่บานใกล้เคียงว่า บ้านยางหลวง หรื อบ้านหลวง เป็ นชาวเขาเผ่า ้ กะเหรี่ ยงพวก “ยางขาว ” หรื อ “ยางโป ” หรื อ เรี ยกขานพวกตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกาเกอะญอ / ปกากะญอ ” “กะเลอ ” เป็ นหมู่บานหลักของหมู่บานชาวเขา ซึ่ งมีพ้ืนที่ติดต่อกันอีก ๕ หมู่บาน คือ ้ ้ ้ บ้านดอยคา บ้านป่ าเลา บ้านผาด่าน บ้านปงผาง และบ้านแม่สะแงะ เป็ นพี่นองปกากะญอด้วยกัน และอยู่ ้ ร่ วมกันเป็ นกลุ่มใหญ่ ่ บ้านแม่ขนาดหลวงเป็ นหมู่บานชาวเขา มีพ้ืนที่อยูในเขตตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ้ ได้ต้ งถิ่นฐานมาแต่เนิ่นนาน จะเกิดมากี่ปี จะอพยพมาจากไหน ใครเป็ นผูนามา ณ จุดนี้และใครเป็ นผูต้ งชื่อ ั ้ ้ั หมู่บานไม่ปรากฏชื่อ ทราบได้เป็ นเพียงคาในประวัติบอกเล่าตานานสื บกันมา ้ แต่เชื่อกันว่าสร้างมา ประมาณ ๑๕๐ ปี ชาติพนธุ์ ั ่ กะเหรี่ ยงเป็ นชาวเขาในกลุ่มจีน-ทิเบต เชื่อว่าเดิมมีถิ่นกาเนิดอยูในบริ เวณมองโกเลีย ต่อมาได้หนีภย ั ่ สงครามไปอยูทิเบต และเมื่อถูกกองทัพจีนรุ กรานก็ถอยลงมาทางใต้ ตั้งแต่บริ เวณที่ราบลุ่มแม่น้ าแยงซี เกียง จนกระทังถึงบริ เวณลุ่มแม่น้ าลาละวินในประเทศพม่าก่อนที่จะโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานทางภาคเหนือและภาค ่ ตะวันตกของประเทศไทยนับร้อย ๆ ปี มาแล้ว ตั้งแต่สมัยอยุธยา กะเหรี่ ยงเป็ นชาวเขาที่มีมากที่สุดในจานวน ชาวเขาทั้งหมดในประเทศไทย จัดแบ่งกลุ่มตามภาษาพูดออกเป็ น ๔ กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ๑) กะเหรี่ ยงสะกอ ่ หรื อ ยางขาว เป็ นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด ๒) กะเหรี่ ยงโป เรี ยกตัวเองว่า “โพล่ง ” ส่ วนใหญ่อยูในเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลาพูน ๓ ) กะเหรี่ ยงตองสู และ ๔) กะเหรี่ ยงบเว หรื อ คะยะ ส่ วนใหญ่ ่ อาศัยอยูในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านแม่ ขนาด หมู่บานแห่งนี้มีแม่น้ าขะนาด หรื อ ห้วยแม่คะนะ จึงตั้งชื่อหมู่บานว่า ้ ้ “บ้านแม่ขะนาด ” หรื อ “บ้านแม่ขะนาดหลวง ” ต่อมาเขียนเป็ น “บ้านแม่ขนาด ” เป็ นหมู่บานชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ้ ่ มีพ้ืนที่อยูในเขตตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน มีชื่อเรี ยกตามหมู่บานใกล้เคียงว่า ้ บ้านยางหลวง หรื อบ้านหลวง เป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง พวกยางขาว หรื อยางโป และเรี ยกขานพวกตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกากะญอ” เป็ นหมู่บานหลักของหมู่บานชาวเขาซึ่ งมีพ้ืนที่ติดต่อกันอีก ๕ หมู่บาน คือ บ้าน ้ ้ ้ ่ ดอยคา บ้านป่ าเลา บ้านผาด่าน บ้านปงผาง และบ้านแม่สะแงะ ซึ่ งเป็ นปากะญอด้วยกันและอยูรวมกันเป็ น กลุ่มใหญ่ ชาวเขากลุ่มนี้จะมีเอกลักษณ์เป็ นของตนเอง
  • 14.
    สภาพสั งคม หมู่บานแม่ขนาดหลวง เป็นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ที่มีอยูเ่ ป็ นกลุ่ม รวมทั้ง ๕ หมู่บาน ในเขต ้ ้ พื้นที่รับผิดชอบ ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ที่มีประชากรอพยพมาจาก บ้านดอยคา บ้านป่ าเลา และบ้านผาด่าน รวมทั้งอาจจะอพยพมาจากจังหวัดใกล้เคียง คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ซึ่ งอพยพมาตั้งหมู่บานเป็ นชุมชนที่เป็ นทางการตั้งแต่ พ.ศ.ใด ไม่ทราบ ้ ได้ ปัจจุบนทางราชการได้ควบคุมการอพยพเข้าออกของประชากรมีการออกสาเนาทะเบียนบ้านให้มี ั ่ ่ สัญชาติไทยแก่ชาวเขา เกือบทุกครัวเรื อน ประมาณ ๑๐ ปี ที่ผานมาชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงที่อาศัยอยูในหมู่บาน ้ แม่ขนาด เป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงโป (Pwo) โดยที่พม่าเขาเรี ยกตนเองว่า “โพล่ง” หมู่บานแม่ขนาดในอดีตการปกครองเป็ นเพียงการปกครองกันเองในชุมชน ชาวบ้านเป็ นกะเหรี่ ยง ้ ไม่มีบตรประชาชน หรื อสัญชาติที่แน่ชด ภาษาที่ใช้เป็ นคาพูดจา สื่ อสารในกลุ่มชนเผ่ากะเหรี่ ยงใช้ภาษา ั ั กะเหรี่ ยง หรื อ เรี ยกภาษาตนเองว่า “กะเลอ” และ “กะเหรี่ ยงขาว” แต่ต่อมาทางราชการได้มีการเล็งเห็นถึง ความสาคัญของจานวนที่เพิ่มมากขึ้นของกะเหรี่ ยง ในช่วงแรกจึงมีการมอบเหรี ยญ ลักษณะเป็ นเหรี ยญ ่ ั ทองแดงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหวฯ และหมายเลขผูถือครองเหรี ยญ ซึ่ งการ ้ ใช้เหรี ยญจะคล้ายกับแทนบัตรประจาตัวประชาชนโดยเวลาจะออกไปไหนไกล ๆ หรื อออกไปทาธุ ระในตัว ่ เมืองจะต้องคล้องเหรี ยญนี้เพื่อบ่งบอกว่าเป็ นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง ที่อยูในพื้นที่ประเทศไทย และต่อมาเมื่อ ่ ประมาณ ๑๐ กว่าปี ที่ผานมาทางราชการได้ออกบัตรประจาตัวประชาชนให้แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ ขนาดทุกคน หมู่บานแม่ขนาดในปั จจุบนมีการปกครองของทางราชการ เป็ นหมู่บานหมู่ที่ ๘ บ้านแม่ขนาด ้ ั ้ ตาบลทากาศ อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน สังคมการปกครองของหมู่บานนี้ใช้หลักศาสนาและหลักการ ้ ั ปกครองของทางราชการควบคู่กนไป ประชากรส่ วนใหญ่ในหมู่บานนับถือศาสนาพุทธและนับถือผีไป ้ พร้อม ๆ กัน ในการปกครองมีผใหญ่บาน ๑ คน และผูช่วยผูใหญ่บาน ๓ คน ที่ได้รับการเลือกตั้งจากราษฎร ู้ ้ ้ ้ ้ ในหมู่บาน สังคมกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด เป็ นสังคมที่มีความสามัคคี มีความพร้อมเพรี ยง ช่วยเหลือร่ วมมือ ้ ซึ่ งกันและกัน ให้ปฏิบติหน้าที่เป็ นตัวแทนราษฎรและชุมชน ซึ่ งมีการจัดตั้งคณะกรรมการหมู่บานขึ้น ั ้ เพื่อทาหน้าที่เป็ นผูนาทางด้านการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา มีหวหน้าหน่วยพัฒนา และสงเคราะห์ ้ ั ชาวเขา ในทางศาสนาได้มีการแต่งตั้งบุคคลผูอาวุโสของแต่ละกลุ่มตามภูมิลาเนาเดิม เป็ นผูนาแต่ละกลุ่มที่ ้ ้ เคารพบูชาผูเ้ ฒ่าผูแก่ ๒ คน ซึ่ งชาวบ้านเรี ยกว่า “ตานข้าว” ทาหน้าที่เป็ นผูนาทางพิธีกรรมการเลี้ยงผีที่คอย ้ ้ ดูแลคุม ที่ตนดูแลอยูเ่ มื่อถึงเทศกาลจะมีการจัดเวรยามในการดูแลอยูเ่ มื่อถึงเทศกาลจะมีการจัดเวรยามในการ ้ ดูแลคุมภัยต่าง ๆ จากสิ่ งชัวร้าย ภัยต่าง ๆ และปฏิบติตนตามกฎหมาย และสอดคล้องดูแลผูกระทาผิดกฎของ ้ ั ้ ่ หมู่บาน และกฎหมายบ้านเมือง ้
  • 15.
    ชาวเขาในหมู่บานแม่ขนาด มีการนับถือเลื่อมใสและเชื่อฟังคาสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา และยัง ้ มีพิธีกรรมดั้งเดิมของหมู่บานเช่น การนับถือผีและทาบุญในวันสาคัญต่าง ๆ ้ ทางศาสนาที่วดทาดอยคา ั เป็ นศูนย์รวมจิตใจทางพระพุทธศาสนา ชาวกะเหรี่ ยงจะนับถือเชื้อสายมารดา เช่น กระบวนการถ่ายทอดองค์ ความรู ้เกี่ยวกับการทอผ้า งานบ้านงานเรื อนจะเป็ นหน้าที่ของผูหญิงที่เป็ นแม่บานที่แต่งงานแล้ว ส่ วนผูชาย ้ ้ ้ มีบทบาทด้านการเป็ นผูนาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ และผูนาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ และผูนาในครัวเรื อน ้ ้ ้ ในหมู่บาน ้ ลักษณะนิสัย ความเชื่อ และค่ านิยม ชนเผ่ากะเหรี่ ยง ซึ่ งเป็ นพวกยางขาว หรื อยางโป มักเรี ยกขานตนเองว่า “โพล่ง ” หรื อ “ปกากะญอ” มีความเชื่อ และนับถือศาสนา ใน ๒ รู ปแบบ ได้แก่ นับถือผี และนับถือพระพุทธศาสนา เกือบร้อยละเก้าสิ บ ของประชากร จะนับถือผี หากมีการเจ็บป่ วยก็จะเชื่อว่าผีโกรธ และลงโทษให้เจ็บป่ วย จึงต้องมีการเลี้ยงผี ด้วยเหล้าและไก่เป็ นการขอขมาลาโทษ แต่การ นับถือผีก็เป็ นสิ่ งที่ทาให้เกิดจริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยม หลายประการ เช่น ่ ๑. การอยูอย่างผัวเดียวเมียเดียว ตราบจนตายจากกัน ไม่ประพฤติผดในลูกเมียใคร ิ ่ ๒. การเลี้ยงดูพอแม่ที่แก่เฒ่ากับความเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษ คือ ผีบานผีเรื อน ที่คอย ้ ่ คุมครองดูแลลูกหลานให้อยูร่มเย็นเป็ นสุ ข ้ ๓. การลักขโมยเป็ นความผิด ไม่มีใครเห็น แต่ผและวิญญาณย่อมมองเห็น และลงโทษ ี ่ ั ความเชื่อหลายประการเหล่านี้ จึงทาให้สังคมชนเผ่ากระเหรี่ ยงอยูกนอย่างสันโดษ สงบ สมถะ รัก ใคร่ กลมเกลียวกัน หากมีการกระทาผิด จะมีการประชุมปรึ กษาหารื อ ลักษณะของการลงโทษจะเริ่ มต้นด้วย การตักเตือน ไปถึงการปรับไหม ขั้นร้ายแรงที่สุด คือ การไล่ออกนอกหมู่บาน จะไม่มีการใช้กาลังทาร้าย ้ หรื อเข่นฆ่ากัน การแต่ งกาย การแต่งกายของชนเผ่ากะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด ได้กาหนดเทคนิคการทอต่าง ๆ ที่ทอบนผืนผ้าตาม ลักษณะของชุดที่สวมใส่ ซึ่ งแบ่งเป็ น ๒ ประเภท คือ 1. ชุดหญิงสาว มีลกษณะเป็ นชุดคลุมสี พ้ืนสี ขาว ใช้ผาสี ขาว ๒ ชิ้นเย็บติดกันเว้นตรง ั ้ ส่ วนที่คอสวมใส่ ที่หว และเย็บริ มด้านข้างเว้นช่องว่างไว้สาหรับสอดแขน ั 2. ชุดหญิงสาวที่ยงไม่ได้แต่งงาน จะมีลวดลายที่วจิตรพิสดารกว่าลวดลายบนเสื้ อของหญิง ั ิ สาวเป็ นความสี ขาวบริ สุทธิ์ มีลาดคาดบริ เวณเหนืออก เพียงเล็กน้อย ประมาณ ๒ -๓ แถว และมีลวดลาย ในภาษากะเหรี่ ยงเรี ยกว่า “ลายกะไอละ” ซึ่ งเป็ นลายที่สอดด้านสลับกับแนวนอนคล้ายการทอลายขัดสลับ
  • 16.
    กับด้ายยืน และทอเทคนิคการทอจกลวดลายบริ เวณเหนืออกไปถึงด้านหลังในระดับเดียวกัน ความกว้าง ของลวดลาย ประมาณ ๒-๓ นิ้ว และเย็บชายผ้าชุดคลุม เย็บติดชายเสื้ อเป็ นตะเข็บโดยชุด หญิงสาวนี้จะใช้ ผ้า ๒ ชิ้นมาเย็บประกบติดกันเว้นตรงส่ วนคอสวมใส่ ที่หวและเย็บริ มด้านข้างเว้นช่องไว้สาหรับสอดแขน ั โดยชุดหญิงสาวกะเหรี่ ยงโปที่บานแม่ขนาดจะใช้เทคนิคการทอจกบริ เวณหน้าอก มีลวดลายสายงาม เช่น ้ (ลายทะเมขว้างบีบู) หรื อเมล็ดฟักทอง (ลายไกกอง) หรื อฟันเลื่อย เป็ นต้น ลวดลายเหล่านี้จะตกแต่งไว้ ส่ วนความยาวนั้นแล้วแต่ขนาดของผูสวมใส่ เอง ้ การแต่งกายของโพล่ง หรื อ ปกากะญอ สังเกตได้ง่ายคือ ผูหญิงที่แต่งงานแล้ว จะนุ่งผ้าถุงสี แดงคาด ้ ลายสี อะไรก็ได้ ส่ วนเสื้ อเป็ นเสื้ อที่ทอเองตกแต่งด้วยผ้าสี แดงและปั กด้วยลูกเดือย นอกจากนี้จะมีการสัก รอบๆ เหนือข้อเท้าส่ วนหน้าแข้ง เพื่อเป็ นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็ นโพล่ง หรื อปกากะญอที่มีครอบครัว แล้ว แต่ปัจจุบนการสักที่หน้าแข้งเริ่ มสู ญหายไป เพราะหาผูที่ชานาญการสักไม่ได้ และมีคนพื้นราบเข้ามา ั ้ คลุกคลีและแต่งงานกับคนปกากะญอมากขึ้น สาหรับหญิงสาวที่ยงไม่แต่งงานจะใส่ ชุดยาวสี ขาว แต่ง ั ลวดลายสี อะไรก็ได้ เรี ยกว่า “โพล่งมื่อหน่าง” จะไม่ใส่ ชุดคนละท่อนเหมือนกับผูหญิงที่แต่งงาน ส่ วนผูชาย ้ ้ จะสวมเสื้ อโผล่ง ส่ วนกางเกงจะเป็ นสะดอ หรื อผ้าสะโหร่ งเหมือนโสร่ งแขก เสื้อผู้หญิงทีแต่ งงานแล้ ว สังเกตเห็นว่ าการเย็บช่ วงรอยต่ อของผ้าแดง มีการเว้ นช่ องไว้ สาหรับใส่ เงินหรือสิ่งของ ่
  • 17.
    การสักที่หน้ าแข้ ง ชุดของปากะญอทีมครอบครัวแล้ว กับปากะญอทีเ่ ป็ นโสด ่ ี ๒.๘ ภาษา ภาษาของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ ยง หรื อปากะญอจะมีภาษาพูดเป็ นของตนเอง และยังอนุรักษ์ภาษาพูดมา จนถึงปั จจุบน แต่เมื่อเทียบเคียงเป็ นภาษาไทยแล้ว การเขียนหรื อการอ่านค่อนข้างยากมาก ตัวอย่างเช่น ั ชาวพืนราบ ้ ชาวปากะญอ กิน อัง ข้าว บือ กินข้าว อังมี่ นอน มี้ ร้อน ตะขู่ ฝนตก ทะโมะคู แย้ เฉ่า
  • 18.
    หนาว ถะกล่อง ไม่สบาย (เจ็บหัว) คูสะคีช๊า น้ านอง(น้ าท่วม) บ้านสุ ขใจ ที้ดูหลัง ่ ด๊าวเม่าสะ สภาพเศรษฐกิจ ่ สภาพเศรษฐกิจของกะเหรี่ ยงอยูในสภาพที่เรี ยกว่า “เพื่อยังชีพ” ซึ่งหมายถึงการทาเพื่อบริ โภค เท่านั้น ในอดีตปลูกข้าวไร่ เป็ นหลัก และการทานาตามขั้นบันไดตามหุ บเขาโดยไม่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ อื่นใด นอกจากนั้น กะเหรี่ ยงรู ้จกการปลูกพืชผักต่าง ๆ หลายชนิดในพื้นที่ไร่ ดวยเพื่อการบริ โภคเอง ั ้ กะเหรี่ ยงจะทาไร่ หมุนเวียน คือทาไปแล้วก็พกทิงไว้ประมาณ ๓ -๕ ปี ก็จะกลับไปทาใหม่ กะเหรี่ ยงนับว่า ั ้ เป็ นพวกที่มีความสามารถในการอนุรักษ์ดิน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความสู ญเสี ยของพื้นดิน อันจะทาให้ดินเสื่ อม คุณภาพ นอกจากนั้นแล้ว กะเหรี่ ยงยังนิยมเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ด้วย เช่น วัว ควาย หมู ไก่ โดยเฉพาะไก่ และหมู จะเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในพิธีกรรม อีกทั้งกะเหรี่ ยงยังเป็ นนักล่าสัตว์ป่าเพื่อนามาบริ โภค เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเป็ นแบบยังชีพ ทาให้กะเหรี่ ยงต้องผลิตสิ่ งต่าง ๆ ประเภทปั จจัย ๔ ่ คือ อาหาร เครื่ องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยูอาศัยด้วยวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่นทั้งหมด เครื่ องนุ่งห่มนับว่าเป็ นปั จจัยที่สาคัญมากอย่างหนึ่ง ซึ่ งกะเหรี่ ยงได้ผลิตขึ้นใช้เองในครอบครัวมา เป็ นเวลานานแล้ว สาหรับเครื่ องมือที่ใช้ผลิตเครื่ องนุ่งห่ม เรี ยกว่า เครื่ องทอผ้ากี่เอวนั้น กะเหรี่ ยงเรี ยกว่า “ทาลูจ” หรื อ “ถะทา” ซึ่ งกะเหรี่ ยงมีการทอผ้าใช้มานาน ผูหญิงกะเหรี่ ยงจะมีหน้าที่ทอผ้า และดูแลเกี่ยวกับ ู่ ้ เครื่ องนุ่งห่มในบ้าน จึงมีความชานาญมาก อีกทั้งอุปกรณ์การทอผ้าของกะเหรี่ ยงสามารถเคลื่อนย้ายสะดวก สามารถทอที่ไหนก็ได้ จึงมีการใช้เรื่ อยมา ่ ความเป็ นอยูของชาวกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด มีการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเป็ นแหล่งอาหาร ตั้งแต่อดีต จนถึงปั จจุบน โดยการหาของป่ ามาบริ โภค เช่น หน่อไม้ เห็ดต่าง ๆ ผักหวาน เป็ นต้น นอกจากนี้ยงมีการทา ั ั การเกษตรปลูกข้าวไร่ และปลูกฝ้ ายเพื่อเป็ นวัตถุดิบสาคัญในการทอผ้า ลักษณะนิสัยของกะเหรี่ ยงถ้าหากอยู่ ่ ที่ไหน หรื อตั้งหลักปั กฐานที่ไหนแล้วก็จะอยูอย่างถาวร ไม่มีการเคลื่อนย้าย และเป็ นนักอนุรักษ์ สังเกตได้ จากการทาไร่ หมุนเวียน เพื่อรักษาสภาพของดิน ลักษณะและวิถีชีวตของชาวกะเหรี่ ยงจะเกี่ยวข้องกับป่ า ิ ั เพราะในอดีตจะเข้าไปตัดไม้ส่งขายให้กบนายทุนคนพื้นราบและเข้าไปทาพื้นที่จบจอง บุกเบิก ทาไร่ เฉลี่ย ั ครอบครัวละ ๓ -๔ ไร่ เพื่อเป็ นที่ทากิน แต่ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ทางราชการได้สั่งปิ ดป่ า เนื่องจากเมื่อมี
  • 19.
    ประชากรเพิ่มมากขึ้นมีการขยายพื้นที่ทากินให้เพียงพอต่อการบริ โภค โดยการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ธรรมชาติประชากรส่ วนใหญ่มีอาชีพหลักคือ ปลูกข้าวไร่ ทานา ทาสวนลาไย ในช่วงฤดูร้อนและปลูกถัว ่ ลิสง บางครอบครัวไม่มีที่ดินทาข้าวไร่ หลังจากที่มีการปิ ดป่ า บ้างก็ซ้ื อข้าวกิน บ้างก็ปลูกข้าวเพื่อให้ สามารถใช้บริ โภคให้ครบปี เนื่องจากน้ าไม่เพียงพอต่อการเกษตร ทาให้เกิดอาชีพเสริ ม คือ การทอผ้า เลี้ยง ่ ้ สัตว์ โค สุ กร ไก่ เป็ นต้น จึงเริ่ มออกไปรับจ้าง บ้างก็อยูบานเฉย ๆ ผูหญิงวัยกลางคนก็จะทอผ้าเป็ นอาชีพ ้ เพื่อใช้และจาหน่ายให้เกิดรายได้ ทาให้มีกลุ่มสตรี ทอผ้ากะเหรี่ ยงขึ้นในหมู่บานแม่ขนาดตั้งแต่บดนั้นเป็ นต้น ้ ั มา การศึกษาของชาวบ้ านแม่ ขนาด ในอดีตไม่มีระบบการศึกษา แต่กะเหรี่ ยงบางกลุ่มโดยเฉพาะผูชายที่มีการเรี ยนรู ้ฝึกภาษากะเหรี่ ยง ้ ทั้งที่เป็ นตัวอ่านและตัวเขียน โดยมีการเรี ยนมาจากควาญช้างในสมัยก่อน แต่ปัจจุบนผูที่รู้ภาษาเขียนส่ วน ั ้ ใหญ่มีอายุมากและบ้างก็เสี ยชีวตไปแล้ว ทาให้การสื บทอดภาษากะเหรี่ ยงได้หายไปด้วย ส่ วนการเรี ยนการ ิ สอนของไทยนั้นเริ่ มต้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยศูนย์สงเคราะห์ชาวเขาเป็ นผูก่อตั้งโรงเรี ยนสอนภาษาไทย ้ และมีโรงเรี ยนสาขาแม่ขนาด เป็ นสาขาแยกมาจากโรงเรี ยนบ้านดอยคา ในขณะนี้เริ่ มมีการใช้ภาษาของคน พื้นราบในการสื่ อสาร คือ ภาษาพื้นเมืองของภาคเหนือ เวลาที่มี การติดต่อสื่ อสารกับคนภายนอก และมี คนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยการนาของ ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขามาอุปการะเด็ก ชาวเขา เป็ นโครงการสงเคราะห์เด็กยากจน CCF เป็ นพ่อแม่อุปถัมภ์จากชาวต่างชาติ ซึ่ งทาให้เกิดการเรี ยนรู ้ ภาษาไทย เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู ้ความสามารถติดต่อสื่ อสารกับสังคมภายนอกได้ ในตอนแรก ชาวบ้านไม่ให้ความสนใจกับการศึกษาของไทย ทาให้ไม่ยอมรับในการให้บุตรหลานมาเรี ยนหนังสื อต่อ ต่อมาเริ่ มมีการเปลี่ยนแปลง ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ชาวบ้านได้เริ่ มสนับสนุนและเปิ ดโอกาสให้บุตรหลานได้เรี ยน ภาษาไทย ทาให้มีความรู ้ และเริ่ มเห็นความสาคัญของการศึกษา ในปั จจุบนชาวบ้านแม่ขนาดมีผได้รับ ั ู้ การศึกษามากขึ้น และมีโอกาสเรี ยนรู ้ระดับสู งและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สภาพทางวัฒนธรรม ชาวบ้านกะเหรี่ ยงบ้านแม่ขนาด นับถือศาสนาพุทธ และนับถือผี มีความเชื่อเรื่ องวีรบุรุษ และสถานที่สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเชื่อว่าเห็นควรที่จะกราบไหว้ ซึ่ งเชื่อกันว่าเป็ นที่เทวดาสิ งสถิตย์อยู่ จึงมีความเชื่อทาง วัฒนธรรมในการประกอบพิธีกรรมและสถานที่เขตหวงห้าม จึงเกิดตานานความเชื่อทางวัฒนธรรม
  • 20.
    ผู้จัดทา นางสาวสุ พตรา บุญมาทองเลขที่ 30 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 ั นางสาวธนัณยา สังข์ทอง เลขที่ 31 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 นางสาวศิริลกษณ์ สิ งห์กา เลขที่ 37 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5/2 ั