จัดทำโดย
นำงสำว แพรวพรรณ นันทวิจิตร
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/1 เลขที่ 14
เสนอ
อำจำรย์ สฤษดิ์ศักดิ์ ขิ้นเขมจำรี
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
ในพระรำชูปถัมสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี
 พระยาอุปกิตศิลปสาร หรือ นิ่ม กาญจนาชีวะ เป็นนักเขียน
ผู้เชี่ยวชำญทำงภำษำไทย ท่ำนใช้นำมปำกกำหลำยนำม ที่
รู้จักกันแพร่หลำย คือ "อ.น.ก.", "อุนิกำ", "อนึก คำชูชีพ" และ
เป็นผู้ริเริ่มคำทักทำยคำว่ำ "สวัสดี" และยังเป็นผู้อุทิศร่ำงกำย
เพื่อกำรศึกษำทำงกำรแพทย์หรือที่เรียกว่ำอำจำรย์.ใหญ่ เป็น
ท่ำนแรกของประเทศไทย โดยกล่ำวว่ำ "ฉันเป็นครู ตำย
แล้วขอเป็นครูต่อไป"
 พระยำอุปกิตศิลปสำรได้เริ่มเข้ำรับรำชกำรเป็นครูฝึกสอน ที่
โรงเรียนฝึกหัดอำจำรย์สำยสวลี ต่อมำได้ย้ำยไปสอนที่
โรงเรียนสวนกุหลำบ วัดมหำธำตุ และ โรงเรียนฝึกหัด
อำจำรย์บ้ำนสมเด็จเจ้ำพระยำ นอกจำกเป็นครูแล้ว พระยำ
อุปกิตศิลปสำรยังเคยดำรงตำแหน่งข้ำหลวงตรวจกำรพนักงำน
กรมรำชบัณฑิต หัวหน้ำกำรพิมพ์แบบเรียน หัวหน้ำแผนก
อภิธำนสยำม ปลัดกรมตำรำและอำจำรย์ประจำกรม
ศึกษำธิกำร
 อำมำตย์เอก พระยำอุปกิตศิลปะสำร (นิ่ม กำญจนำชีวะ)
เกิดวันที่ 10 พฤษภำคม พ.ศ. 2422 ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 19
พฤษภำคม พ.ศ. 2484
 พระยำอุปกิตศิลปสำรศึกษำควำมรู้ภำษำไทยเบื้องต้นที่วัดบำง
ประทุนนอกเขตบำงขุนเทียน กรุงเทพมหำนคร และที่วัด
ประยูรวงศำวำส ต่อมำได้บวชเป็นสำมเณรและเป็นพระภิกษุที่
วัดสุทัศนเทพวรำรำม สมเด็จพระวันรัต (แดง) เป็นพระ
อุปัชฌำย์ระหว่ำงที่บวชได้ศึกษำพระธรรมวินัย จนสอบได้
เปรียญ 6 ประโยค
 ตำรำไวยำกรณ์ไทย 4 เล่ม ได้แก่ อักขรวิธี วจีวิภำค
วำกยสัมพันธ์ และฉันทลักษณ์
 สงครำมภำรตะคำกลอน
 คำประพันธ์บำงเรื่อง
 กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่ำช้ำ (ปรับจำก Elegy Written in a
Country Churchyard)
 ได้รับกำรบรรจุเป็นแบบเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำมำ
นำนนับ 10 ปี
 ผู้ที่ริเริ่มใช้คาว่า "สวัสดี" คือ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม
กาญจนาชีวะ) โดยพิจำรณำมำจำกศัพท์ "โสตถิ" ในภำษำ
บำลี หรือ "สวัสติ" ในภำษำสันสกฤต โดยได้เริ่มใช้เป็นครั้ง
แรก ณ คณะอักษรศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย
ขณะที่พระยำอุปกิตศิลปสำร (นิ่ม กำญจนำชีวะ) เป็น
อำจำรย์อยู่ที่นั่น หลังจำกนั้น ในปี พ.ศ. 2486 จอมพล ป.
พิบูลสงครำม นำยกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเห็นชอบให้ใช้คำ
ว่ำ "สวัสดี" เป็นคำทักทำยอย่ำงเป็นทำงกำรตั้งแต่วันที่ 22
มกรำคม 2486 เป็นต้นมำ
 "สวัสดี" เป็นภำษำสันสกฤต มำจำกคำว่ำ "สุ" เป็นคำอุปสรรค
(คำเติมหน้ำศัพท์ที่ทำให้ควำมหมำยของศัพท์เปลี่ยนแปลงไป)
แปลว่ำ ดี งำม หรือ ง่ำย และคำว่ำ "อสฺติ" เป็นคำกิริยำ
แปลว่ำ มี แผลงคำว่ำ "สุ" เป็น "สว" (สฺวะ) ได้โดยเอำ "อุ"
เป็น "โอ" เอำ "โอ" เป็น "สฺว" ตำมหลักไวยำกรณ์ แล้วสนธิ
กับคำว่ำ "อสฺติ" เป็น "สวสฺติ" อ่ำนว่ำ สะ-วัด-ติ แปลว่ำ
"ขอควำมดีควำมงำมจงมี (แก่ท่ำน)"
 พระยำอุปกิตศิลปสำร (นิ่ม กำญจนำชีวะ) ได้ปรับเสียงของ
คำว่ำ "สวสฺติ" ที่ท่ำนได้สร้ำงสรรค์ขึ้นให้ง่ำยต่อกำรออกเสียง
ของคนไทย จำกคำสระเสียงสั้น (รัสสระ) ซึ่งเป็นคำตำย มำ
เป็นคำสระเสียงยำว (ทีฆสระ) ซึ่งเป็นคำเป็น ทำให้ฟัง
ไพเรำะ รื่นหูกว่ำ จึงกลำยเป็น "สวัสดี" ใช้เป็นคำทักทำยที่
ไพเรำะและสื่อควำมหมำยดีๆ ต่อกันของคนไทย ส่วนคำว่ำ
"รำตรีสวัสดิ์" ซึ่งเป็นคำแปลจำกคำว่ำ "good night" ซึ่งเป็นคำลำ
ในภำษำอังกฤษ ได้ถูกสร้ำงขึ้นในสมัยของจอมพล ป.พิบูล
สงครำม เช่นกัน โดยกำหนดให้คนไทยทักกันตอนเช้ำว่ำ
"อรุณสวัสดิ์" มำจำกคำว่ำ "good morning"
 " และให้ทักกันในตอนบ่ำยว่ำ "ทิวำสวัสดิ์" มำจำกคำว่ำ"good
afternoon" ส่วนตอนเย็นให้ทักกันว่ำ"สำยัณห์สวัสดิ์" มำจำกคำ
ว่ำ"good evening" แต่เนื่องจำกต้องเปลี่ยนไปตำมเวลำจึงไม่เป็นที่
นิยมคนไทยนิยมใช้คำว่ำ"สวัสดี" มำกกว่ำ เพรำะใช้ได้
ตลอดเวลำแต่กระนั้นคนไทยก็ยังคงใช้อยู่บ้ำงบำงคำคือคำว่ำ
อรุณสวัสดิ์และรำตรีสวัสดิ์คำว่ำสวัสดีนั้นจะทำหน้ำที่ทั้งกำร
ทักทำยและอวยพรไปในครำวเดียวกันและเมื่อเรำกล่ำวคำว่ำ
สวัสดีคนไทยเรำยังยกมือขึ้นประนมไหว้ตรงอก มือทั้งสองจะ
ประสำนกันเป็นรูปดอกบัวตูมเหมือนสัญลักษณ์ที่สื่อควำม
หมำยถึงสิ่งสูงค่ำที่เป็นมงคล เพรำะชำวไทยใช้ดอกบัวในกำร
 สักกำระผู้ใหญ่ บูชำพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วน
กำรวำงมือไว้ตรงระดับหัวใจนั้น เป็นกำรถ่ำยทอดควำมรู้สึก
ให้เห็นว่ำ กำรทักทำยนั้นมำจำกใจของผู้ไหว้
ดังนั้น เมื่อกล่ำวคำว่ำสวัสดีพร้อมกับกำรยกมือขึ้นประนม
จึงแฝงให้เห็นถึงควำมมีจิตใจที่งดงำมของคนไทย ที่หวังให้
ผู้อื่นพบเจอแต่ในสิ่งที่ดี ซึ่งกำรกระทำที่งดงำมของคนไทยที่
หวังให้ผู้อื่นพบเจอแต่ในสิ่งที่ดี ซึ่งกำรกระทำที่งดงำม
ดังกล่ำวนี้ ถือเป็นมงคลต่อทั้งตัวผู้พูดและผู้ฟัง และยัง
สำมำรถเพิ่มเสน่ห์ในตัวบุคคลได้อีกด้วย
พระยาอุปกิตศิลปสาร ( นิ่ม กาญจนาชีวะ )

พระยาอุปกิตศิลปสาร ( นิ่ม กาญจนาชีวะ )

  • 2.
    จัดทำโดย นำงสำว แพรวพรรณ นันทวิจิตร ชั้นมัธยมศึกษำปีที่5/1 เลขที่ 14 เสนอ อำจำรย์ สฤษดิ์ศักดิ์ ขิ้นเขมจำรี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ในพระรำชูปถัมสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี
  • 3.
     พระยาอุปกิตศิลปสาร หรือนิ่ม กาญจนาชีวะ เป็นนักเขียน ผู้เชี่ยวชำญทำงภำษำไทย ท่ำนใช้นำมปำกกำหลำยนำม ที่ รู้จักกันแพร่หลำย คือ "อ.น.ก.", "อุนิกำ", "อนึก คำชูชีพ" และ เป็นผู้ริเริ่มคำทักทำยคำว่ำ "สวัสดี" และยังเป็นผู้อุทิศร่ำงกำย เพื่อกำรศึกษำทำงกำรแพทย์หรือที่เรียกว่ำอำจำรย์.ใหญ่ เป็น ท่ำนแรกของประเทศไทย โดยกล่ำวว่ำ "ฉันเป็นครู ตำย แล้วขอเป็นครูต่อไป"
  • 4.
     พระยำอุปกิตศิลปสำรได้เริ่มเข้ำรับรำชกำรเป็นครูฝึกสอน ที่ โรงเรียนฝึกหัดอำจำรย์สำยสวลีต่อมำได้ย้ำยไปสอนที่ โรงเรียนสวนกุหลำบ วัดมหำธำตุ และ โรงเรียนฝึกหัด อำจำรย์บ้ำนสมเด็จเจ้ำพระยำ นอกจำกเป็นครูแล้ว พระยำ อุปกิตศิลปสำรยังเคยดำรงตำแหน่งข้ำหลวงตรวจกำรพนักงำน กรมรำชบัณฑิต หัวหน้ำกำรพิมพ์แบบเรียน หัวหน้ำแผนก อภิธำนสยำม ปลัดกรมตำรำและอำจำรย์ประจำกรม ศึกษำธิกำร
  • 5.
     อำมำตย์เอก พระยำอุปกิตศิลปะสำร(นิ่ม กำญจนำชีวะ) เกิดวันที่ 10 พฤษภำคม พ.ศ. 2422 ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 19 พฤษภำคม พ.ศ. 2484
  • 6.
     พระยำอุปกิตศิลปสำรศึกษำควำมรู้ภำษำไทยเบื้องต้นที่วัดบำง ประทุนนอกเขตบำงขุนเทียน กรุงเทพมหำนครและที่วัด ประยูรวงศำวำส ต่อมำได้บวชเป็นสำมเณรและเป็นพระภิกษุที่ วัดสุทัศนเทพวรำรำม สมเด็จพระวันรัต (แดง) เป็นพระ อุปัชฌำย์ระหว่ำงที่บวชได้ศึกษำพระธรรมวินัย จนสอบได้ เปรียญ 6 ประโยค
  • 7.
     ตำรำไวยำกรณ์ไทย 4เล่ม ได้แก่ อักขรวิธี วจีวิภำค วำกยสัมพันธ์ และฉันทลักษณ์  สงครำมภำรตะคำกลอน  คำประพันธ์บำงเรื่อง  กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่ำช้ำ (ปรับจำก Elegy Written in a Country Churchyard)  ได้รับกำรบรรจุเป็นแบบเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำมำ นำนนับ 10 ปี
  • 11.
     ผู้ที่ริเริ่มใช้คาว่า "สวัสดี"คือ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) โดยพิจำรณำมำจำกศัพท์ "โสตถิ" ในภำษำ บำลี หรือ "สวัสติ" ในภำษำสันสกฤต โดยได้เริ่มใช้เป็นครั้ง แรก ณ คณะอักษรศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ขณะที่พระยำอุปกิตศิลปสำร (นิ่ม กำญจนำชีวะ) เป็น อำจำรย์อยู่ที่นั่น หลังจำกนั้น ในปี พ.ศ. 2486 จอมพล ป. พิบูลสงครำม นำยกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเห็นชอบให้ใช้คำ ว่ำ "สวัสดี" เป็นคำทักทำยอย่ำงเป็นทำงกำรตั้งแต่วันที่ 22 มกรำคม 2486 เป็นต้นมำ
  • 12.
     "สวัสดี" เป็นภำษำสันสกฤตมำจำกคำว่ำ "สุ" เป็นคำอุปสรรค (คำเติมหน้ำศัพท์ที่ทำให้ควำมหมำยของศัพท์เปลี่ยนแปลงไป) แปลว่ำ ดี งำม หรือ ง่ำย และคำว่ำ "อสฺติ" เป็นคำกิริยำ แปลว่ำ มี แผลงคำว่ำ "สุ" เป็น "สว" (สฺวะ) ได้โดยเอำ "อุ" เป็น "โอ" เอำ "โอ" เป็น "สฺว" ตำมหลักไวยำกรณ์ แล้วสนธิ กับคำว่ำ "อสฺติ" เป็น "สวสฺติ" อ่ำนว่ำ สะ-วัด-ติ แปลว่ำ "ขอควำมดีควำมงำมจงมี (แก่ท่ำน)"
  • 13.
     พระยำอุปกิตศิลปสำร (นิ่มกำญจนำชีวะ) ได้ปรับเสียงของ คำว่ำ "สวสฺติ" ที่ท่ำนได้สร้ำงสรรค์ขึ้นให้ง่ำยต่อกำรออกเสียง ของคนไทย จำกคำสระเสียงสั้น (รัสสระ) ซึ่งเป็นคำตำย มำ เป็นคำสระเสียงยำว (ทีฆสระ) ซึ่งเป็นคำเป็น ทำให้ฟัง ไพเรำะ รื่นหูกว่ำ จึงกลำยเป็น "สวัสดี" ใช้เป็นคำทักทำยที่ ไพเรำะและสื่อควำมหมำยดีๆ ต่อกันของคนไทย ส่วนคำว่ำ "รำตรีสวัสดิ์" ซึ่งเป็นคำแปลจำกคำว่ำ "good night" ซึ่งเป็นคำลำ ในภำษำอังกฤษ ได้ถูกสร้ำงขึ้นในสมัยของจอมพล ป.พิบูล สงครำม เช่นกัน โดยกำหนดให้คนไทยทักกันตอนเช้ำว่ำ "อรุณสวัสดิ์" มำจำกคำว่ำ "good morning"
  • 14.
     " และให้ทักกันในตอนบ่ำยว่ำ"ทิวำสวัสดิ์" มำจำกคำว่ำ"good afternoon" ส่วนตอนเย็นให้ทักกันว่ำ"สำยัณห์สวัสดิ์" มำจำกคำ ว่ำ"good evening" แต่เนื่องจำกต้องเปลี่ยนไปตำมเวลำจึงไม่เป็นที่ นิยมคนไทยนิยมใช้คำว่ำ"สวัสดี" มำกกว่ำ เพรำะใช้ได้ ตลอดเวลำแต่กระนั้นคนไทยก็ยังคงใช้อยู่บ้ำงบำงคำคือคำว่ำ อรุณสวัสดิ์และรำตรีสวัสดิ์คำว่ำสวัสดีนั้นจะทำหน้ำที่ทั้งกำร ทักทำยและอวยพรไปในครำวเดียวกันและเมื่อเรำกล่ำวคำว่ำ สวัสดีคนไทยเรำยังยกมือขึ้นประนมไหว้ตรงอก มือทั้งสองจะ ประสำนกันเป็นรูปดอกบัวตูมเหมือนสัญลักษณ์ที่สื่อควำม หมำยถึงสิ่งสูงค่ำที่เป็นมงคล เพรำะชำวไทยใช้ดอกบัวในกำร
  • 15.
     สักกำระผู้ใหญ่ บูชำพระพุทธพระธรรม พระสงฆ์ ส่วน กำรวำงมือไว้ตรงระดับหัวใจนั้น เป็นกำรถ่ำยทอดควำมรู้สึก ให้เห็นว่ำ กำรทักทำยนั้นมำจำกใจของผู้ไหว้ ดังนั้น เมื่อกล่ำวคำว่ำสวัสดีพร้อมกับกำรยกมือขึ้นประนม จึงแฝงให้เห็นถึงควำมมีจิตใจที่งดงำมของคนไทย ที่หวังให้ ผู้อื่นพบเจอแต่ในสิ่งที่ดี ซึ่งกำรกระทำที่งดงำมของคนไทยที่ หวังให้ผู้อื่นพบเจอแต่ในสิ่งที่ดี ซึ่งกำรกระทำที่งดงำม ดังกล่ำวนี้ ถือเป็นมงคลต่อทั้งตัวผู้พูดและผู้ฟัง และยัง สำมำรถเพิ่มเสน่ห์ในตัวบุคคลได้อีกด้วย