รายงานผลการสังเคราะห์
การจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดให้กับนักเรียน
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ความเป็นมา
รัฐบาลกาหนดให้มีนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกาหนดให้เป็น
“วาระแห่งชาติ” ที่ทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการแผนงาน และกลไกการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบให้เป็น
รูปธรรม เพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปอยู่ในระดับควบคุมได้ ไม่เป็นภัยคุกคามต่อการดารงชีวิตตามปกติ
สุขของประชาชน และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบ แผนงานที่ ๓ แผนการสร้างภูมิคุ้มกัน
ยาเสพติด
ศูนย์อานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดแนวทาง
การดาเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ในพื้นที่เป้าหมาย
๒ ระดับ คือ ระดับจังหวัด กาหนดให้หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
แต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา เพื่ออานวยการ
ประสานงานและกากับติดตามผลการดาเนินงานของสถานศึกษา และ ระดับสถานศึกษา โดยกาหนดให้
สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานเพื่อรับผิดชอบงานด้านยาเสพติด และ จัดทาแผนปฏิบัติการตาม
๔ มาตรการ คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา และ มาตรการเฝ้าระวัง
และ กลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ คือ ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนปฏิบัติการ ต้องมีระบบ ๔ ด้าน
ต้องมีเครือข่าย สาหรับ ๒ ไม่ ไม่ปกปิดข้อมูล และไม่ไล่ผู้เสพ ผู้ติดออก ให้นาไปบาบัดรักษากลับคืนสู่สังคม
ได้ตามปกติ
ในปี ๒๕๕๕ - ๒๕๕๖ ได้กาหนดเป้าหมายการดาเนินงาน คือ การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดใน
เด็กนักเรียนก่อนวัยเสี่ยง ระดับชั้น ป.๕ - ป.๖ และ จัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังในโรงเรียนระดับ
มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และ อุดมศึกษา
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ ได้สนองนโยบายของ
กระทรวงศึกษาธิการ โดยส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดทุกโรงดาเนินการจัดกิจกรรมเสริมสร้าง
ภูมิคุ้มกันสารเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการประชุมเพื่อปรึกษาหารือระหว่างหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการป้องกันและแก้ปัญหายา
เสพติดในสถานศึกษา การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการสนับสนุนวิทยากร
เช่น ตารวจ สาธารณสุข มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์
อานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จังหวัดสงขลา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสาร
เสพติดของสถานศึกษาในสังกัด
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาผลการดาเนินงานของโรงเรียนในการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
สารเสพติดในเด็กนักเรียน
กลุ่มเป้าหมาย
โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ จานวน ๑๔๔ โรง
-2-
ขั้นตอนการดาเนินการ
๑. สานักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ แจ้งนโยบายของรัฐบาล
ของกระทรวงศึกษาธิการ เป้าหมาย ตัวชี้วัด เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพให้สถานศึกษาทราบ
๒. ประชุมผู้บริหารโรงเรียนเพื่อทบทวนนโยบายของรัฐบาล ของกระทรวงศึกษาธิการ เป้าหมาย
ตัวชี้วัด เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ และ แนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด
๓. โรงเรียนกลับไปดาเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด กิจกรรมป้องกัน และเฝ้า
ระวังในเด็กนักเรียน
๔. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ จัดกิจกรรม/โครงการ
เพื่อส่งสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาสามารถดาเนินกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสารเสพติดได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ เช่น
๔.๑ โครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน และ โครงการ ๑ ตารวจ ๑
โรงเรียน
๔.๒ โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
๔.๓ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรมการรายงานข้อมูลการคัดกรองนักเรียน ใน
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้โปรแกรม Scan Tool3
๔.๔ โครงการประกวดสถานศึกษาที่ดาเนินการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่น
๔.๕ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันปัญหาสังคมให้กับ
ผู้เรียน
๕. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ จัดหาแหล่งงบประมาณ
เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรม/โครงการของสถานศึกษา จานวน ๒๒ โรง ๆละ ๗,๐๐๐ บาท
๖. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ ประสานความร่วมมือกับกองบังคับการ
ตารวจภูธรจังหวัดสงขลา เพื่อจัดครูตารวจ D.A.R.E เข้าสอนในโรงเรียน และ จัดตารวจประสาน
๑ ตารวจ ๑ โรงเรียน เพื่อหน้าที่เฝ้าระวังการค้ารายย่อย รวมทั้งการสอดส่องดูแลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน
๗. โรงเรียนรายงานผลการจัดกิจกรรมให้ สพป.สงขลาเขต ๑ ทราบ
๘. ติดตามผลการดาเนินงานของสถานศึกษา
๙. สรุป รายงานผล
๑๐. สังเคราะห์ผลการดาเนินงาน และ เผยแพร่
๑๑. ปรับปรุงพัฒนา
การเก็บรวบรวมข้อมูล
๑. ประสานโรงเรียนให้รายงานผลการดาเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
ยาเสพติดให้กับนักเรียน
๒. สพป. รวบรวมข้อมูลการดาเนินงานของโรงเรียน
๓. สพป.ดาเนินการสังเคราะห์ข้อมูลการดาเนินกิจกรรมของโรงเรียน
- 3 -
ผลการสังเคราะห์ข้อมูล
จากการดาเนินกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษา พบว่า สถานศึกษา
จัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ใน ๒ ลักษณะ คือ กิจกรรมเสริมหลักสูตร และ กิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมเสริมหลักสูตร หมายถึง กิจกรรมนอกชั้นเรียนซึ่งโรงเรียนได้จัดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ ให้แก่
นักเรียนในโรงเรียนโดยไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ การเรียนตามหลักสูตร การศึกษา มุ่งเน้นให้กิจกรรมดังกล่าว
เป็นส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ ทักษะความรู้ความสามารถพัฒนาการทางบุคลิกภาพ สุขภาพ ตลอดจน
คุณธรรมและจริยธรรมให้แก่นักเรียน ซึ่งกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จัดขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรมประเภทต่างๆ
ดังต่อไปนี้
๑. กิจกรรมส่งเสริมความมีจิตสาธารณะ บาเพ็ญประโยชน์ เช่น กิจกรรมพัฒนาโรงเรียน
๒. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ โดยวิทยากรภายนอก เช่น ครูตารวจ D.A.R.E พระวิทยากร เจ้าหน้าที่
สาธารณสุข โครงการวัยใส รักปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด โครงการอบรมเยาวชนร่วมใจต้านภัยยาเสพติด
โครงการสร้างฝันภูมิคุ้มกันยาเสพติด
๓. กิจกรรมศิลปะ วัฒนธรรม เช่น ดนตรี การรามโนราห์
๔. กิจกรรมกีฬา ลานกีฬาต้านยาเสพติด เต้นแอโรบิค ฮูลาฮุก
๕. กิจกรรมบ้านหลังเรียน เช่น ปลูกผักสวนครัว ฝึกซ้อมกีฬา
๖. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เช่น กิจกรรมหนึ่งคน หนึ่งปิ่นโต หนึ่งวันพระ ตอบปัญหา
ธรรมะทางก้าวหน้า เข้าค่ายคุณธรรม สวดมนต์ กิจกรรม 1 ห้องเรียน 1 ปิ่นโต 1 วันพระ
๗. กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมการแสดงออกของนักเรียน เดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
การจัดป้ายนิเทศ การเยี่ยมบ้าน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หมายถึง เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการด้านรูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย
ในการพัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม มุ่งส่งเสริมเจตคติคุณค่าชีวิต ปลูกฝัง
คุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสานึกในธรรมชาติ และ
สิ่งแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และดารงชีวิตได้อย่างมีความสุข
ประกอบด้วยกิจกรรม ดังต่อไปนี้
๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
๒. กิจกรรมชุมนุมต่าง ๆ เช่น ดนตรี กีฬา
ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษา
๑. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องสารเสพติด
๒. ผู้เรียนรู้จักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น
๓. ผู้เรียนมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดาเนินชีวิตอย่างเหมาะสม
และมีความสุข
๔. ผู้เรียนมีจิตสานึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
๕. ผู้เรียนมีภาวะความเป็นผู้และผู้ตามที่ดี และมีระเบียบวินัย
- 4 -
ประเด็นที่น่าสนใจ
จากการจัดกิจกรรมของสถานศึกษา พบว่า
๑. สถานศึกษาทุกโรงให้ความสาคัญกับปัญหายาเสพติด ร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ
และดาเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับนักเรียนอย่างจริงจัง
และต่อเนื่อง
๒. จากการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษาส่งผลให้
ปัญหาการเข้าไปใช้สารเสพติดในโรงเรียน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ลดลง จากภาคเรียนที่ ๑
ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ร้อยละ ๐.๐๖ (จากข้อมูลการสารวจสภาพการใช้สารเสพติดในสถานศึกษา
ปีการศึกษา ๒๕๕๕)
๓. จากการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษาส่งผลให้
อัตราการออกกลางคันของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ลดลงจากปีการศึกษา ๒๕๕๔ ร้อยละ ๐.๐๔
(จากข้อมูลการสารวจข้อมูลการออกกลางคันของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๔ และ ปีการศึกษา ๒๕๕๕)
๔. ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตารวจเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต
เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับนักเรียนมากขึ้น โดยในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ได้เข้ามาจัด
กิจกรรมในโรงเรียน ร้อยละ 23.61 และ ภาคเรียนที่ ๑ และภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ เข้าไปจัด
กิจกรรมในสถานศึกษาในสังกัด ร้อยละ 63.19
แนวทางในการพัฒนาต่อไป
๑. ขอรับการสนับสนุนวิทยากรครูตารวจ D.A.R.E เข้าสอนในโรงเรียนให้ครบทุกโรงเรียน
๒. จัดประกวดสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดประจาปี และให้รางวัลสถานศึกษาที่ดาเนินการดีเด่น
ติดต่อกัน
๓. จัดประกวดสถานศึกษาที่ดาเนินการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่นประจาปี และให้รางวัล

รายงานผลการสังเคราะห์

  • 1.
    รายงานผลการสังเคราะห์ การจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดให้กับนักเรียน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ความเป็นมา รัฐบาลกาหนดให้มีนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและกาหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการแผนงาน และกลไกการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบให้เป็น รูปธรรม เพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปอยู่ในระดับควบคุมได้ ไม่เป็นภัยคุกคามต่อการดารงชีวิตตามปกติ สุขของประชาชน และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบ แผนงานที่ ๓ แผนการสร้างภูมิคุ้มกัน ยาเสพติด ศูนย์อานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดแนวทาง การดาเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ในพื้นที่เป้าหมาย ๒ ระดับ คือ ระดับจังหวัด กาหนดให้หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา เพื่ออานวยการ ประสานงานและกากับติดตามผลการดาเนินงานของสถานศึกษา และ ระดับสถานศึกษา โดยกาหนดให้ สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานเพื่อรับผิดชอบงานด้านยาเสพติด และ จัดทาแผนปฏิบัติการตาม ๔ มาตรการ คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา และ มาตรการเฝ้าระวัง และ กลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ คือ ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนปฏิบัติการ ต้องมีระบบ ๔ ด้าน ต้องมีเครือข่าย สาหรับ ๒ ไม่ ไม่ปกปิดข้อมูล และไม่ไล่ผู้เสพ ผู้ติดออก ให้นาไปบาบัดรักษากลับคืนสู่สังคม ได้ตามปกติ ในปี ๒๕๕๕ - ๒๕๕๖ ได้กาหนดเป้าหมายการดาเนินงาน คือ การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดใน เด็กนักเรียนก่อนวัยเสี่ยง ระดับชั้น ป.๕ - ป.๖ และ จัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังในโรงเรียนระดับ มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และ อุดมศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ ได้สนองนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ โดยส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดทุกโรงดาเนินการจัดกิจกรรมเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันสารเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการประชุมเพื่อปรึกษาหารือระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการป้องกันและแก้ปัญหายา เสพติดในสถานศึกษา การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการสนับสนุนวิทยากร เช่น ตารวจ สาธารณสุข มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์ อานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จังหวัดสงขลา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสาร เสพติดของสถานศึกษาในสังกัด วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการดาเนินงานของโรงเรียนในการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน สารเสพติดในเด็กนักเรียน กลุ่มเป้าหมาย โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ จานวน ๑๔๔ โรง
  • 2.
    -2- ขั้นตอนการดาเนินการ ๑. สานักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต๑ แจ้งนโยบายของรัฐบาล ของกระทรวงศึกษาธิการ เป้าหมาย ตัวชี้วัด เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพให้สถานศึกษาทราบ ๒. ประชุมผู้บริหารโรงเรียนเพื่อทบทวนนโยบายของรัฐบาล ของกระทรวงศึกษาธิการ เป้าหมาย ตัวชี้วัด เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ และ แนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ๓. โรงเรียนกลับไปดาเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด กิจกรรมป้องกัน และเฝ้า ระวังในเด็กนักเรียน ๔. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ จัดกิจกรรม/โครงการ เพื่อส่งสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาสามารถดาเนินกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสารเสพติดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น ๔.๑ โครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน และ โครงการ ๑ ตารวจ ๑ โรงเรียน ๔.๒ โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ๔.๓ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรมการรายงานข้อมูลการคัดกรองนักเรียน ใน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้โปรแกรม Scan Tool3 ๔.๔ โครงการประกวดสถานศึกษาที่ดาเนินการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่น ๔.๕ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันปัญหาสังคมให้กับ ผู้เรียน ๕. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ จัดหาแหล่งงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรม/โครงการของสถานศึกษา จานวน ๒๒ โรง ๆละ ๗,๐๐๐ บาท ๖. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๑ ประสานความร่วมมือกับกองบังคับการ ตารวจภูธรจังหวัดสงขลา เพื่อจัดครูตารวจ D.A.R.E เข้าสอนในโรงเรียน และ จัดตารวจประสาน ๑ ตารวจ ๑ โรงเรียน เพื่อหน้าที่เฝ้าระวังการค้ารายย่อย รวมทั้งการสอดส่องดูแลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน ๗. โรงเรียนรายงานผลการจัดกิจกรรมให้ สพป.สงขลาเขต ๑ ทราบ ๘. ติดตามผลการดาเนินงานของสถานศึกษา ๙. สรุป รายงานผล ๑๐. สังเคราะห์ผลการดาเนินงาน และ เผยแพร่ ๑๑. ปรับปรุงพัฒนา การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. ประสานโรงเรียนให้รายงานผลการดาเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ยาเสพติดให้กับนักเรียน ๒. สพป. รวบรวมข้อมูลการดาเนินงานของโรงเรียน ๓. สพป.ดาเนินการสังเคราะห์ข้อมูลการดาเนินกิจกรรมของโรงเรียน
  • 3.
    - 3 - ผลการสังเคราะห์ข้อมูล จากการดาเนินกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษาพบว่า สถานศึกษา จัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด ใน ๒ ลักษณะ คือ กิจกรรมเสริมหลักสูตร และ กิจกรรม พัฒนาผู้เรียน กิจกรรมเสริมหลักสูตร หมายถึง กิจกรรมนอกชั้นเรียนซึ่งโรงเรียนได้จัดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ ให้แก่ นักเรียนในโรงเรียนโดยไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ การเรียนตามหลักสูตร การศึกษา มุ่งเน้นให้กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ ทักษะความรู้ความสามารถพัฒนาการทางบุคลิกภาพ สุขภาพ ตลอดจน คุณธรรมและจริยธรรมให้แก่นักเรียน ซึ่งกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จัดขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรมประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ ๑. กิจกรรมส่งเสริมความมีจิตสาธารณะ บาเพ็ญประโยชน์ เช่น กิจกรรมพัฒนาโรงเรียน ๒. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ โดยวิทยากรภายนอก เช่น ครูตารวจ D.A.R.E พระวิทยากร เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข โครงการวัยใส รักปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด โครงการอบรมเยาวชนร่วมใจต้านภัยยาเสพติด โครงการสร้างฝันภูมิคุ้มกันยาเสพติด ๓. กิจกรรมศิลปะ วัฒนธรรม เช่น ดนตรี การรามโนราห์ ๔. กิจกรรมกีฬา ลานกีฬาต้านยาเสพติด เต้นแอโรบิค ฮูลาฮุก ๕. กิจกรรมบ้านหลังเรียน เช่น ปลูกผักสวนครัว ฝึกซ้อมกีฬา ๖. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เช่น กิจกรรมหนึ่งคน หนึ่งปิ่นโต หนึ่งวันพระ ตอบปัญหา ธรรมะทางก้าวหน้า เข้าค่ายคุณธรรม สวดมนต์ กิจกรรม 1 ห้องเรียน 1 ปิ่นโต 1 วันพระ ๗. กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมการแสดงออกของนักเรียน เดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด การจัดป้ายนิเทศ การเยี่ยมบ้าน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หมายถึง เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการด้านรูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย ในการพัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม มุ่งส่งเสริมเจตคติคุณค่าชีวิต ปลูกฝัง คุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสานึกในธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และดารงชีวิตได้อย่างมีความสุข ประกอบด้วยกิจกรรม ดังต่อไปนี้ ๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ๒. กิจกรรมชุมนุมต่าง ๆ เช่น ดนตรี กีฬา ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษา ๑. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องสารเสพติด ๒. ผู้เรียนรู้จักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ๓. ผู้เรียนมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดาเนินชีวิตอย่างเหมาะสม และมีความสุข ๔. ผู้เรียนมีจิตสานึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ ๕. ผู้เรียนมีภาวะความเป็นผู้และผู้ตามที่ดี และมีระเบียบวินัย
  • 4.
    - 4 - ประเด็นที่น่าสนใจ จากการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาพบว่า ๑. สถานศึกษาทุกโรงให้ความสาคัญกับปัญหายาเสพติด ร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ และดาเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับนักเรียนอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ๒. จากการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษาส่งผลให้ ปัญหาการเข้าไปใช้สารเสพติดในโรงเรียน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ลดลง จากภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ร้อยละ ๐.๐๖ (จากข้อมูลการสารวจสภาพการใช้สารเสพติดในสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๕) ๓. จากการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดของสถานศึกษาส่งผลให้ อัตราการออกกลางคันของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ลดลงจากปีการศึกษา ๒๕๕๔ ร้อยละ ๐.๐๔ (จากข้อมูลการสารวจข้อมูลการออกกลางคันของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๔ และ ปีการศึกษา ๒๕๕๕) ๔. ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตารวจเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับนักเรียนมากขึ้น โดยในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ได้เข้ามาจัด กิจกรรมในโรงเรียน ร้อยละ 23.61 และ ภาคเรียนที่ ๑ และภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ เข้าไปจัด กิจกรรมในสถานศึกษาในสังกัด ร้อยละ 63.19 แนวทางในการพัฒนาต่อไป ๑. ขอรับการสนับสนุนวิทยากรครูตารวจ D.A.R.E เข้าสอนในโรงเรียนให้ครบทุกโรงเรียน ๒. จัดประกวดสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดประจาปี และให้รางวัลสถานศึกษาที่ดาเนินการดีเด่น ติดต่อกัน ๓. จัดประกวดสถานศึกษาที่ดาเนินการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่นประจาปี และให้รางวัล