เรื่อง การทาการเกษตร
                 “ พระราชดารัส “
ถ้าฝึกให้ไถนาเป็น ต้องฝึกควายกับควาย ใช้เวลา ๗ วัน
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง

        เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราช
ดารัสชี้แนะแนวทางการดาเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี
ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงย้าเน้นแนว
ทางแก้ไขเพื่อให้ยู่รอดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแส
โลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
        จากเอกสารในการประชุม "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับเศรษฐกิจพอเพียง"
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เมษายน 2543) ซึ่งได้ประมวล
กลั่นกรองจากพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง"เศรษฐกิจ
พอเพียง" ซึ่งพระราชทานในโอกาสต่าง ๆ รวมทั้งพระราชดารัสต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้
กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง
ความหมายเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดาริ
        หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชกระแสรับสั่งแนะแนว
ทางการดาเนินชีวิต โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง นับเนื่องมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1
ขวบปีพอดี วิกฤตการณ์เศรษฐกิจของประเทศก็ยังคงอยู่ สมควรที่พวกเราได้ทบทวน
พระราชกระแสกันอีกสักครั้ง เพื่อให้พวกเราได้ “ใจดี สู้เสือ” กันต่อไป เพื่อนาให้ตัวเรา
และชาติบ้านเมืองได้ผ่านมรสุมร้ายที่กาลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ด้วยสติที่มั่นคง ปัญญา
ที่เฉียบแหลม และด้วยความรู้ ความเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง เพื่อปรับวิถีชีวิตของพวกเรา
ชาวไทยให้ยึดมั่นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างและยึดมั่นวิถีชีวิตไทย อันนามา
สู่พวกเราชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่อไป ชั่วกาลนาน
การทาเกษตรทฤษฎีใหม่
      การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการ
บริหารงานในการทาการเกษตรที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร โดยการ
แบ่งพื้นที่การเกษตรออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งขุดสระกักเก็บน้า จานวน 30%
ของพื้นที่ ส่วนที่สอง ปลูกข้าว จานวน 30% ของพื้นที่ ส่วนที่สาม ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น
และส่วนที่สี่ เป็น พื้นที่ที่ใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างเช่น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ฉาง
จานวน 10% ของพื้นที่ จานวนสัดส่วนของพื้นที่นี้ทั้งหมดสามารถปรับเพิ่มหรือลด
ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง เช่นครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก
จานวน 4 คน พื้นที่มีแหล่งน้าใช้ได้ตลอดทั้งปี แต่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่าก็ควรปรับ
ลดพื้นที่ขุดสระ และเพิ่มพื้นที่นาข้าวเพื่อให้มีข้าวบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี
พื้นที่ส่วนแรกในการขุดสระเก็บน้า

• ขุดสระกักเก็บน้าจานวน 2 สระ สามารถกักเก็บน้า ได้รวม 10,455 ลูกบาศก์เมตร
  เพียงพอ ต่อการนาน้ามาใช้ ในการทาการเกษตรได้ทั้งป ีแต่การผันน้ามาใช้นั้น
  ยังคงต้องใช้เครื่องจักรกลในการสูบน้ามาใช้ ทาให้สูญเสียพลังงานเชื้อเพลิง
• จานวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ถ้าสามารถลดการใช้พลังงานลงได้หรือ หา
  พลังงาน เชื้อเพลิงอื่นทดแทน หรือมีการวางแผนการใช้น้า เช่น หากพื้นที่มีระดับที่
  ต่างกันมาก สามารถวางท่อนาน้าออกมาใช้โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้าและน้ามัน
  เป็นการจัดการทาให้
• ต้นทุนการเกษตรลดลงได้ในระยะยาว
พื้นที่ส่วนที่สองใช้ปลูกข้าว

       พื้นที่ 3.6 ไร่ (30%) ใช้ปลูกข้าว ดาเนินการในปี 2547 เตรียมดิน หว่านกล้า
และปักดาโดยใช้ข้าวจ้าวหอมมะลิ 105 จานวน 40 กิโลกรัม ทาการกาจัดวัชพืชในนา
ข้าว โดยการถอน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16 – 20 – 0 จานวน 30 กิโลกรัมและปุ๋ยเคมีสูตร
40 – 0 – 0 จานวน 30 กิโลกรัม
พื้นที่ส่วนที่สามใช้ปลูกพืช
• พื้นที่ส่วนที่สาม 3.6 ไร่ (30%) ปลูกพืชแบบผสมผสาน โดยแบ่งพื้นที่ปลูกดังนี้
1. พื้นที่จานวน 2 ไร่ ปลูกมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์ จานวน 50 ต้น
2. พื้นที่จานวน 0.5 ไร่ ปลูกกล้วยน้าหว้า จานวน 60 ต้น
3. พื้นที่จานวน 0.5 ไร่ ปลูกพืชผัก จานวน 20 แปลง
4. พื้นที่จานวน 0.6 ไร่ ปลูกไม้ใช้สอย อาทิเช่น
  - ต้นสัก จานวน 30 ต้น
  - ต้นยูคาลิปตัส จานวน 80 ต้น
  - ต้นไผ่รวก จานวน 10 ต้น
  - ต้นไผ่ตง จานวน 5 ต้น
  - ต้นหวาย จานวน 30 ต้น
พื้นที่ส่วนที่สี่ใช้สร้างที่อยู่อาศัย
        พื้นที่ส่วนที่สี่ 1.2 ไร่ (10%) เป็นพื้นที่สร้างที่อยู่อาศัยและคอกสัตว์
1. สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ จานวน 1 หลังขนาด 3*4 เมตร เลี้ยงไก่แล้ว 3 รุ่น จานวน
200 ตัว คัดไว้เป็นพ่อพันธุ์ จานวน 2 ตัวและแม่พันธุ์ จานวน 10 ตัว
2. สร้างโรงเรือนเลี้ยงเป็ดจานวน 1 หลัง ขนาด 3*4 เมตร ใช้เลี้ยงเป็ด 3 รุ่น จานวน
129 ตัว คัดไว้เป็นพ่อพันธุ์ จานวน 2 ตัวและแม่พันธุ์ จานวน 10 ตัว
3. สร้างโรงเรือนสุกร จานวน 1 หลัง ขนาด 3.5*19.5 เมตร ดาเนินการเลี้ยงสุกร
จานวน 20 ตัว
4. สร้างศาลาถ่ายทอดเทคโนโลยี จานวน 1 หลัง ขนาด 3.5*10.5 เมตร ใช้เป็นพื้นที่
แสดงและถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    ข้อที่ 1. กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่ และปฏิบัติตน
ในทางที่ควรจะเป็น
    ข้อที่ 2. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติ
ตนได้ในทุกระดับ
    ข้อที่ 3. คานิยาม ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
    ข้อที่ 4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง
นั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรม
    ข้อที่ 5. แนวทางปฏิบัติ / ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุล และยั่งยืน
สรุป
    “ การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สาคัญ สาคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการ
เป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียง
กับตัวเอง “
จัดทำโดย
     นางสาว สมใจ เกี่ยวพันธ์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 เลขที่ 29
              เสนอ
     คุณครู อารีย์ บุญรักษา

เรื่อง การทำการเกษตร

  • 1.
    เรื่อง การทาการเกษตร “ พระราชดารัส “ ถ้าฝึกให้ไถนาเป็น ต้องฝึกควายกับควาย ใช้เวลา ๗ วัน
  • 2.
    ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราช ดารัสชี้แนะแนวทางการดาเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงย้าเน้นแนว ทางแก้ไขเพื่อให้ยู่รอดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแส โลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จากเอกสารในการประชุม "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับเศรษฐกิจพอเพียง" สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เมษายน 2543) ซึ่งได้ประมวล กลั่นกรองจากพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง"เศรษฐกิจ พอเพียง" ซึ่งพระราชทานในโอกาสต่าง ๆ รวมทั้งพระราชดารัสต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง
  • 3.
    ความหมายเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดาริ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชกระแสรับสั่งแนะแนว ทางการดาเนินชีวิต โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง นับเนื่องมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1 ขวบปีพอดี วิกฤตการณ์เศรษฐกิจของประเทศก็ยังคงอยู่ สมควรที่พวกเราได้ทบทวน พระราชกระแสกันอีกสักครั้ง เพื่อให้พวกเราได้ “ใจดี สู้เสือ” กันต่อไป เพื่อนาให้ตัวเรา และชาติบ้านเมืองได้ผ่านมรสุมร้ายที่กาลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ด้วยสติที่มั่นคง ปัญญา ที่เฉียบแหลม และด้วยความรู้ ความเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง เพื่อปรับวิถีชีวิตของพวกเรา ชาวไทยให้ยึดมั่นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างและยึดมั่นวิถีชีวิตไทย อันนามา สู่พวกเราชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่อไป ชั่วกาลนาน
  • 4.
    การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการ บริหารงานในการทาการเกษตรที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร โดยการ แบ่งพื้นที่การเกษตรออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งขุดสระกักเก็บน้า จานวน 30% ของพื้นที่ ส่วนที่สอง ปลูกข้าว จานวน 30% ของพื้นที่ ส่วนที่สาม ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น และส่วนที่สี่ เป็น พื้นที่ที่ใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างเช่น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ฉาง จานวน 10% ของพื้นที่ จานวนสัดส่วนของพื้นที่นี้ทั้งหมดสามารถปรับเพิ่มหรือลด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง เช่นครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก จานวน 4 คน พื้นที่มีแหล่งน้าใช้ได้ตลอดทั้งปี แต่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่าก็ควรปรับ ลดพื้นที่ขุดสระ และเพิ่มพื้นที่นาข้าวเพื่อให้มีข้าวบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี
  • 5.
    พื้นที่ส่วนแรกในการขุดสระเก็บน้า • ขุดสระกักเก็บน้าจานวน 2สระ สามารถกักเก็บน้า ได้รวม 10,455 ลูกบาศก์เมตร เพียงพอ ต่อการนาน้ามาใช้ ในการทาการเกษตรได้ทั้งป ีแต่การผันน้ามาใช้นั้น ยังคงต้องใช้เครื่องจักรกลในการสูบน้ามาใช้ ทาให้สูญเสียพลังงานเชื้อเพลิง • จานวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ถ้าสามารถลดการใช้พลังงานลงได้หรือ หา พลังงาน เชื้อเพลิงอื่นทดแทน หรือมีการวางแผนการใช้น้า เช่น หากพื้นที่มีระดับที่ ต่างกันมาก สามารถวางท่อนาน้าออกมาใช้โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้าและน้ามัน เป็นการจัดการทาให้ • ต้นทุนการเกษตรลดลงได้ในระยะยาว
  • 6.
    พื้นที่ส่วนที่สองใช้ปลูกข้าว พื้นที่ 3.6 ไร่ (30%) ใช้ปลูกข้าว ดาเนินการในปี 2547 เตรียมดิน หว่านกล้า และปักดาโดยใช้ข้าวจ้าวหอมมะลิ 105 จานวน 40 กิโลกรัม ทาการกาจัดวัชพืชในนา ข้าว โดยการถอน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16 – 20 – 0 จานวน 30 กิโลกรัมและปุ๋ยเคมีสูตร 40 – 0 – 0 จานวน 30 กิโลกรัม
  • 7.
    พื้นที่ส่วนที่สามใช้ปลูกพืช • พื้นที่ส่วนที่สาม 3.6ไร่ (30%) ปลูกพืชแบบผสมผสาน โดยแบ่งพื้นที่ปลูกดังนี้ 1. พื้นที่จานวน 2 ไร่ ปลูกมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์ จานวน 50 ต้น 2. พื้นที่จานวน 0.5 ไร่ ปลูกกล้วยน้าหว้า จานวน 60 ต้น 3. พื้นที่จานวน 0.5 ไร่ ปลูกพืชผัก จานวน 20 แปลง 4. พื้นที่จานวน 0.6 ไร่ ปลูกไม้ใช้สอย อาทิเช่น - ต้นสัก จานวน 30 ต้น - ต้นยูคาลิปตัส จานวน 80 ต้น - ต้นไผ่รวก จานวน 10 ต้น - ต้นไผ่ตง จานวน 5 ต้น - ต้นหวาย จานวน 30 ต้น
  • 8.
    พื้นที่ส่วนที่สี่ใช้สร้างที่อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนที่สี่ 1.2 ไร่ (10%) เป็นพื้นที่สร้างที่อยู่อาศัยและคอกสัตว์ 1. สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ จานวน 1 หลังขนาด 3*4 เมตร เลี้ยงไก่แล้ว 3 รุ่น จานวน 200 ตัว คัดไว้เป็นพ่อพันธุ์ จานวน 2 ตัวและแม่พันธุ์ จานวน 10 ตัว 2. สร้างโรงเรือนเลี้ยงเป็ดจานวน 1 หลัง ขนาด 3*4 เมตร ใช้เลี้ยงเป็ด 3 รุ่น จานวน 129 ตัว คัดไว้เป็นพ่อพันธุ์ จานวน 2 ตัวและแม่พันธุ์ จานวน 10 ตัว 3. สร้างโรงเรือนสุกร จานวน 1 หลัง ขนาด 3.5*19.5 เมตร ดาเนินการเลี้ยงสุกร จานวน 20 ตัว 4. สร้างศาลาถ่ายทอดเทคโนโลยี จานวน 1 หลัง ขนาด 3.5*10.5 เมตร ใช้เป็นพื้นที่ แสดงและถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป
  • 9.
    หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ข้อที่ 1. กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่ และปฏิบัติตน ในทางที่ควรจะเป็น ข้อที่ 2. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติ ตนได้ในทุกระดับ ข้อที่ 3. คานิยาม ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ข้อที่ 4. เงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง นั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรม ข้อที่ 5. แนวทางปฏิบัติ / ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุล และยั่งยืน
  • 10.
    สรุป “ การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สาคัญ สาคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการ เป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียง กับตัวเอง “
  • 11.
    จัดทำโดย นางสาว สมใจ เกี่ยวพันธ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 เลขที่ 29 เสนอ คุณครู อารีย์ บุญรักษา