Recommended
PDF
PDF
PDF
คำอธิบายรายวิชาและโครงสร้างรายวิชา ค31202
PDF
7.แผนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้กิจกรรรมโครงงานตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ม.3
PDF
1.ตัวอย่างแผนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
PDF
เรื่องที่ 1 เครื่องมือและอุปกรณ์ในงานเขียนแบบ
PDF
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
DOC
PDF
การออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
PDF
PDF
PDF
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้'งานบ้าน งานประดิษฐ์ ช่วงชั้นที่ 3-4
PDF
DOC
การออกแบบการจัดการการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลาง 2551 ...
PDF
แผน E se(เศรษฐกิจพอเพียง)2
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้'งานเกษตร ช่วงชั้นที่ 3 4
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้'งานเกษตร ช่วงชั้นที่ 3 4
More Related Content
PDF
PDF
PDF
คำอธิบายรายวิชาและโครงสร้างรายวิชา ค31202
PDF
7.แผนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้กิจกรรรมโครงงานตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ม.3
PDF
1.ตัวอย่างแผนบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
PDF
เรื่องที่ 1 เครื่องมือและอุปกรณ์ในงานเขียนแบบ
PDF
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
DOC
Similar to Plan
PDF
การออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
PDF
PDF
PDF
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้'งานบ้าน งานประดิษฐ์ ช่วงชั้นที่ 3-4
PDF
DOC
การออกแบบการจัดการการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลาง 2551 ...
PDF
แผน E se(เศรษฐกิจพอเพียง)2
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้'งานเกษตร ช่วงชั้นที่ 3 4
PDF
แบบเสนอโครงการจัดการเรียนรู้'งานเกษตร ช่วงชั้นที่ 3 4
Plan 1. แผนการจัดการเรียนรู้
แบบฐานสมรรถนะบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และนโยบายสถานศึกษา 3D
รหัส 2103 – 2102 รายวิชาเขียนแบบช่ างเชือมโลหะ 2
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546)
ประเภทวิชาอุตสาหกรรม
จัดทําโดย
นายสมัคร จรเสมอ
ครู ชํานาญการพิเศษ
แผนกวิชาช่างเชือมโลหะ วิทยาลัยเทคนิคชุมพร
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
2. คํานํา
แผนการจัดการเรี ยนรู ้เล่มนี จัดทําขึนโดยมีวตถุประสงค์เพือให้ครู ผสอน
ั ู้
รายวิชาเขียนแบบช่างเชือมโลหะ 2 รหัสวิชา 2103-2102 ได้มีเอกสารทีบ่งบอกแนว
ั
ทางการเรี ยนการสอนอย่างเป็ นระบบ สอดคล้องสัมพันธ์กนกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ
และการบูรณาการปรัชญาของหลักเศรษฐกิจพอเพียง รวมทังแสดงขันตอนกระบวนการ
่
เรี ยนการสอนทีก่อให้เกิดสัมฤทธิผลทีดีแก่ทุกฝ่ ายไม่วาจะเป็ นครู ผสอนหรื อผูเ้ รี ยน
ู้
แผนการจัดการเรี ยนรู ้เล่มนีมีทงหมด 5 หน่วยการเรี ยน ใช้เวลาในการสอน
ั
ทังหมด 72 ชัวโมง วิธีการสอนมีหลายวิธี เช่น บรรยาย ถามตอบ สาธิต เป็ นต้น กิจกรรม
ทีมอบหมายให้นกเรี ยนทําเน้นการมีส่วนร่ วม และแสดงความคิดเห็น สําหรับการใช้
ั
ั
แผนการจัดการเรี ยนรู ้เล่มนีสามารถใช้ได้กบบุคคลทัวไปทุกอาชีพทีต้องการศึกษาด้าน
การเขียนแบบช่างเชือมโลหะ
ขอขอบคุณผูทีมีส่วนเกียวข้องทุก ๆ คน ทุก ๆ ฝ่ าย ทีมีส่วนช่วยทําให้แผนการ
้
จัดการเรี ยนรู ้เล่มนีมีความสมบูรณ์ ความดีทงหลายขออุทิศให้แก่ผมีพระคุณทุก ๆ ท่าน
ั ู้
้ ํ
ตลอดจนบิดา มารดาผูให้กาเนิด และครู อาจารย์ผสอนสังทุก ๆ ท่าน
ู้
สมัคร จรเสมอ
พ.ศ. 2553
3. จุดประสงค์ รายวิชา/มาตรฐานรายวิชา/คําอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา 2103 - 2102 ชือวิชา เขียนแบบช่ างเชือมโลหะ 2 จํานวน 2 หน่ วยกิต 4 ชัวโมง/สั ปดาห์
หลักสู ตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ( ปรับปรุง พ.ศ. 2546 )
ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาโลหะการ
จุดประสงค์ รายวิชา
1. เพือให้ มีความเข้ าใจหลักการอ่ านและเขียนแบบแผ่นคลี
2. เพือให้ กําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐานงานเชือมลงในแบบงาน
3. เพือให้ เขียนแบบแผ่นคลีทัง 4 วิธี
4. เพือให้ มีกิจนิสัยการปฏิบัติงานเขียนแบบด้ วยความประณีตเป็ นระเบียบเรียบร้ อย
มาตรฐานรายวิชา
1. เข้ าใจหลักการอ่ านและเขียนแบบแผ่นคลี
2. กําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐานงานเชือมในแบบงานมาตรฐาน
3. เขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
4. เขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีเส้ นขนาน
5.เขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยเส้ นรัศมี
6. เขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีเส้ นสามเหลียม
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกียวกับการอ่าน- เขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย เส้ นขนาน เส้ นรัศมี เส้ นสามเหลียม การกําหนด
สั ญลักษณ์ งานเชือม รอยต่ อและมาตรฐานงานเชือมลงในแบบสั งงานเชือมชนิดต่ างๆ
4. หลักการเขียนสมรรถนะรายวิชา
เขียนสมรรถนะให้ ครอบคลุมทังวิชาโดยไม่ แยกเป็ นหน่ วยซึงวิเคราะห์ จาก จุดประสงค์ รายวิชา
มาตรฐานรายวิชา และคําอธิบายรายวิชา
- ข้อแรก ให้เขียนว่า “แสดงความรู้ เกียวกับ...........” (หลักการ , ความหมาย ,หรื อ กระบวนการ
เป็ นสมรรถนะด้านพุทธิ พิสย เขียนเพียง 1 ข้อเท่านัน)
ั
- ข้อทีสองเป็ นต้นไปให้เขียนโดยยึดหลักการเขียนทีใช้ กริยา + กรรม + เงือนไข (เป็ นสมรรถนะ
ด้านทักษะพิสย เขียนกีข้อก็ได้)
ั
- ไม่นิยมเขียนว่า “นักเรี ยนสามารถ.......................”
- ไม่ตองลงท้ายด้วยคําว่า “ได้ ” ไม่ใช้คาว่า “ถูกต้ อง” “เหมาะสม” ถ้าจะใช้ตองมีคาขยายต่อท้าย
้ ํ ้ ํ
- ข้อต่อจากด้านทักษะให้เขียนว่า “น้ อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในการ
ปฏิบัตงาน...................................”
ิ
- ข้อรองสุดท้ายให้เขียนว่า “นําโยบายสถานศึกษา 3D ไปใช้ ในการปฏิบตงาน.............”
ั ิ
- ข้อสุดท้ายให้เขียนว่า “แสดงพฤติกรรมลักษณะนิสัย......” (เป็ นสมรรถนะด้านจิตพิสัย 1 ข้อ )
5. การวิเคราะห์ หน่ วยการเรียนรู้และสมรรถนะรายวิชา
รหัสวิชา 2103-2102 ชือวิชาเขียนแบบช่ างเชือมโลหะ 2 จํานวน 2 หน่ วยกิต 4 ชม./สั ปดาห์
หน่ วยที ชือหน่ วยการเรียนรู้ สมรรถนะรายวิชา
1 การเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ าย 1. แสดงความรู้ เกียวกับหลักการอ่ านและเขียน
2 การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยเส้ นขนาน แบบแผ่ นคลี กําหนดสั ญลักษณ์ งานเชือมลงใน
แบบงาน
3 การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยเส้ นรัศมี 2. เขียนสั ญลักษณ์ งานเชื อมลงในแบบงานตาม
4 การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยเส้ นสามเหลียม ระบบมาตรฐาน
5 การกําหนดสัญลักษณ์ และมาตรฐานงานเชือม 3. อ่ านสั ญลักษณ์ งานเชือมในแบบงานตาม
มาตรฐานกําหนด
4. เขียนแบบแผ่ นคลีชินงานตามขันตอนกําหนด
5. น้ อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไป
ใช้ ในการปฏิบัติงานเขียนแบบ
6. นํานโยบายสถานศึกษา 3D ไปใช้ ในการ
ปฏิบัติงานเขียนแบบ
7. แสดงพฤติกรรมลักษณะนิสัย มีความ
รับผิดชอบ ความมีวนัย ความละเอียดรอบคอบ
ิ
และความสนใจใฝ่ รู้ ในการปฏิบัติงาน
6. ตารางวิเคราะห์ หลักสู ตรรายวิชา
รหัสวิชา 2103 - 2102 รายวิชา เขียนแบบช่ างเชือมโลหะ 2 หน่ วยกิต 2 ( 4 )
ชัน ป.วช สาขาวิชา โลหะการ
ระดับพฤติกรรมทีพึงประสงค์ จํานวน
พุทธิพสัย
ิ ทักษะ จิต ชม.
หน่ วยที ชือหน่ วย / หัวข้ อย่ อย 1 2 3 4 5 6 รวม พิสัย พิสัย
1 การเขียนแบบแผ่นคลีอย่ างง่ าย
1.1 การเขียนแบบแผ่นคลีชิ นงานด้ วยวิธี 2 2 3 3
อย่ างง่ าย
8
1.2 การเขียนแบบแผ่นคลีกล่ องสี เหลียมปาก 2
ตัดเฉียง
7. ระดับพฤติกรรมทีพึงประสงค์ จํานวน
พุทธิพสัย
ิ ทักษะ จิต ชม.
หน่ วยที ชือหน่ วย / หัวข้ อย่ อย
1 2 3 4 5 6 รวม พิสัย พิสัย
2 การเขียนแบบแผ่นคลีด้ วยเส้ นขนาน
2.1 การเขียนแบบแผ่นคลีข้ อต่ อท่ อกลม 90 2 2 3
องศา 3 ชิน 4
2.2. การเขียนแบบแผ่นคลีท่ อกลมแยกสาม 2 3
ทาง
2.3. การเขียนแบบแผ่นคลีข้ อต่ อตัวทีตัวที 2 3
90 องศาขนาดท่ อไม่ เท่ ากัน 24
2.4. การเขียนแบบแผ่นคลีข้ อต่ อท่ อ 2 3
สี เหลียม 60 องศา
2.5. การเขียนแบบแผ่นคลีชินงานรู ปทรง 2 3
หกเหลียมปากตัดเฉียง
8. ระดับพฤติกรรมทีพึงประสงค์ จํานวน
พุทธิพสัย
ิ ทักษะ จิต ชม.
หน่ วยที ชือหน่ วย / หัวข้ อย่ อย 1 2 3 4 5 6 รวม พิสัย พิสัย
5 การกําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐานการ
เชือม
5.1. การกําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐาน 2 2
การเชือมในระบบ AWS 4 4
5.2. การกําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐาน
2 2
การเชือมในระบบ ISO
รวม 12 28
คิดเป็ นสัดส่วน/ร้อยละ 40 40 20 72
9. ตารางกําหนดหน่ วยการเรียนรู้ และเวลาทีใช้ ในการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชา 2103 - 2102 ชือวิชา เขียนแบบช่ างเชื อมโลหะ 2 หน่ วยกิต 2 ( 4 )
หน่วยที ชือหน่วย/รายการสอน สัปดาห์ที ชัวโมงที
1 การเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ าย 1-2 1-8
1. การเขียนแบบแผ่นคลีชินงานด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
2. การเขียนแบบแผ่นคลีกล่ องสี เหลียมปากตัดเฉียง
2 การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยเส้ นขนาน 3-8 9 - 32
1. การเขียนแบบแผ่นคลีข้ อต่ อท่ อกลม 90 องศา 3 ชิน
2. การเขียนแบบแผ่นคลีท่ อกลมแยกสามทาง
3. การเขียนแบบแผ่นคลีข้ อต่ อตัวทีตัวที 90 องศาขนาดท่ อไม่ เท่ ากัน
4. การเขียนแบบแผ่นคลีข้ อต่ อท่ อสี เหลียม 60 องศา
5. การเขียนแบบแผ่นคลีชินงานรู ปทรงหกเหลียมปากตัดเฉียง
10. หน่วยที ชือหน่วย/รายการสอน สัปดาห์ที ชัวโมงที
5 การกําหนดสัญลักษณ์ และมาตรฐานการเชือม 18 69 - 72
1. การกําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐานการเชื อมในระบบ AWS
2. การกําหนดสั ญลักษณ์ และมาตรฐานการเชื อมในระบบ ISO
รวม 18 72
11. 12. หลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้ บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มีเหตุผล พอประมาณ ภูมิคุมกัน
้
เขียนเป็ นสมรรถนะทางปัญญาหรือ เขียนเป็ นสมรรถนะทางปฏิบัติ(Hand) เขียนโดยเลือกจากพฤติกรรมบ่ งชีด้ าน
ความคิด (Head) ซึงมักจะเขียนเป็ นรู ปธรรม เช่ น ขวามือของตารางคุณธรรม จริยธรรม
ซึงมักจะเขียนเป็ นนามธรรม -เตรียม.......เหมาะสมกับ..... และค่ านิยมอันพึงประสงค์ มาใส่ โดย
เช่ น คําขึนต้ นว่ า -เลือก........สอดคล้ องกับ....... เขียนในรู ป (Heart)
-วิเคราะห์ ............. -ปฏิบัติ.....ตามขันตอนกําหนด กริยา + กรรม + เงือนไข
-วางแผน.............. เช่ น
-กําหนด............... -ปฏิบัติ........โดยคํานึงถึง..................
หรือลงท้ ายว่ า......ตามหลักการ
คุณธรรม
เรือง,ชินงาน
อง,
เขียนโดยเลือกจากคุณลักษณะทีพึงประสงค์
ความรู+ทักษะ
้ โครงการ ด้ านซ้ ายของตารางคุณธรรม จริยธรรมและ
นําหัวข้ อเนือหาความรู้ ของ เรือง ชิ นงาน ค่ านิยมอันพึงประสงค์ มาใส่ (เป็ นจิตพิสัย)
หรือโครงการทีจะศึกษา มาใส่ เป็ นข้ อ ๆ เช่ น
(เป็ นพุทธิพสัย)
ิ - มีความรับผิดชอบ
สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ งแวดล้ อม
13. การออกแบบการจัดการเรี ยนรู้ บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียง
3. เตรียมเครืองมืออุปกรณ์ เหมาะสม
มีเหตุผล พอประมาณ กับการเขียนแบบ
1. วิเคราะห์ รูปทรงของชินงาน 4. เขียนแบบแผ่ นคลีชินงานตาม
เขียนแบบแผ่นคลีตามหลักการ ขันตอนกําหนด
2. วางแผนการเขียนแบบแผ่ นคลี ภูมิคุมกัน
้
อย่างง่ายตามขันตอน การเขียนแบบแผ่นคลี 5. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึง
ด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
ความรู+ทักษะ
้ ความละเอียดรอบคอบ
- การเขียนภาพฉาย 3 ด้ านในระบบ ISO คุณธรรม
- หลักการเขียนแบบแผ่นคลีอย่ างง่ าย
- มีความรับผิดชอบ
- การเผือระยะขอบและตะเข็บของแผ่ นคลี
- ความประหยัด
- ความซือสั ตย์ สุจริต
สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ งแวดล้ อม
5 3,4 1 4,5
14. หลักการเขียนสาระสํ าคัญ
- เป็ นความคิดรวบยอดเกียวกับเนือหา หลักการ วิธีการทีต้ องการให้
ผู้เรียนได้ รับหลังจากเรียนเรื องนัน ๆ โดยพิจารณาจากสมรรถนะประจํา
หน่ วย จุดประสงค์ การเรี ยนรู้ และสาระการเรียนรู้ แล้ วเขียนเป็ นข้ อสรุป
เกียวกับสิ งทีผู้เรียนจะได้ รับ
- อาจจะเขียนเป็ นข้ อ ๆ หรือความเรียงก็ได้
- ควรเขียนหลังจากทีเขียน สมรรถนะประจําหน่ วย จุดประสงค์ การ
เรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ เรี ยบร้ อยแล้ ว
- ควรระบุการบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนโยบาย
สถานศึกษา 3D ด้ วย
15. เรือง การเขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
สาระสําคัญ
การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีการอย่ างง่ ายเป็ นการเขียนแบบแผ่ น
คลีชิ นงานทีมีลกษณะเป็ นรู ปทรงสี เหลียม เช่ น กล่ องสี เหลียม กล่ อง
ั
สี เหลียมปากตัดเฉียง ภาชนะตักตวงทรงเหลียม เป็ นต้ น ซึง
ผู้ปฏิบัติงานเขียนแบบจะต้ องคลีชิ นงานออกไปยังด้ านต่ าง ๆ ให้ เป็ น
ชิ นงานแบนราบชิ นเดียวต่ อเนืองกัน โดยพิจารณาให้ ด้านหนึงด้ านใดเป็ น
ด้ านหลัก แล้ วคลีด้ านต่ าง ๆ ออกไปให้ ต่อเนืองออกจากด้ านหลักจนครบ
ทุกด้ าน ของชิ นงานทีต้ องการ โดยในการเขียนแบบจะนําหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงในเรืองของความละเอียดรอบคอบและความ
ประหยัดมาใช้ ในการปฏิบัติงาน
16. หลักการเขียนสมรรถนะประจําหน่ วย
- ข้อแรก ให้เขียนว่า “แสดงความรู้ เกียวกับ...........” (หลักการ ,
ความหมาย ,หรื อ กระบวนการ เป็ นสมรรถนะด้านพุทธิ พิสัย เขียนเพียง 1
ข้อเท่านันโดยนํามาจาก เงือนไขความรู้ +ทักษะ ของผังการออกแบบฯ)
- ข้อทีสองเป็ นต้นไป เป็ นสมรรถนะด้านทักษะพิสัย เขียนเรี ยงข้อโดยคัดลอก
มาจาก ห่ วงความมีเหตุผล ห่ วงพอประมาณ และห่ วงภูมิคุ้มกัน ทุกข้อ
- ข้อสุ ดท้ายให้เขียนว่า “แสดงพฤติกรรมลักษณะนิสัย......” (แล้วให้
คัดลอกมาจาก เงือนไขคุณธรรม ของผังการออกแบบฯทุกข้อและต่อด้วยคํา
ว่า ความเป็ นประชาธิปไตยและห่ างไกลยาเสพติด เป็ นสมรรถนะด้านจิต
พิสัย และนโยบาย 3D เขียนรวมเพียง 1 ข้อเท่านัน )
17. สมรรถนะประจําหน่ วย
ข้ อ 1 คือ เงือนไขความรู้
1. แสดงความรู้ เกียวกับ หลักการเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ าย การเขียนภาพ
ฉายตามาตรฐาน ISO การเผือตะเข็บและขอบงานชิ นงานแผ่ นคลี
2. วิเคราะห์ รูปทรงของชิ นงานในการเขียนแบบแผ่ นคลี
3. วางแผนการเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ าง่ ายตามขันตอน ข้ อ 2-6 คือ 3 ห่ วง
4. เตรียมเครืองมืออุปกรณ์ ให้ เหมาะสมกับการเขียนแบบ
5. เขียนแบบแผ่ นคลีชิ นงานตามขันตอนกําหนด ข้ อ 7 คือ เงือนไขคุณธรรม
6. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความละเอียด รอบคอบ และ 3D
7. แสดงพฤติกรรมการมีความรับผิดชอบ ความประหยัด ความซือสั ตย์
สุ จริต ความเป็ นประชาธิปไตย และห่ างไกลยาเสพติด
18. หลักการเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้
1. จุดประสงค์ ทัวไป (เขียนให้ น้อยข้ อและให้ ครบทังด้ านพุทธิพสัย ทักษะ และจิตพิสัยโดยวิเคราะห์ จากสมรรถนะประจําหน่ วย)
ิ ย)
เขียนในรู ป พฤติกรรม + เงือนไขหรือสถานการณ์ หรือเนือหาวิชา
เช่ น
- เพือให้ มีความรู้ ความเข้ าใจเกียวกับ...............................ยนหัวข้ อเรือง//เนือหา เป็ นด้ านพุทธิพสัย
เขี อง ิ
- เพือให้ มีทักษะ............................................................... บัติของสมรรถนะประจําหน่ วย เป็ นด้ านทักษะพิสัย
ษะ...............................................................
เขียนโดยสรุปด้ านการปฏิ
- เพือให้ ม........................................ กรรมโดยนําจากข้ อสุ ดท้ ายของสมรรถนะประจําหน่ วย เป็ นด้ านจิตพิสัย
ี........................................
เขียนพฤติ
2. จุดประสงค์ เชิงพฤติกรรม (เขียนโดยวิเคราะห์ พฤติกรรมแต่ ละข้ อของจุดประสงค์ ทัวไป ซึงจุดประสงค์ ทัวไป 1ข้ อ อาจมี
พฤติกรรมหลายข้ อก็ได้ )
เขียนในรู ป พฤติกรรม + เงือนไขหรือสถานการณ์ + เกณฑ์ (ได้ )
เช่ น
- บอก.......................................................................................ได้
บอก.......................................................................................ได้ ด้ านพุทธิพสัย
ิ
- อธิบาย...................................................................................ได้
าย...................................................................................ได้
- ปฏิบัติ.....................................................................................ได้
...................................................................................ได้ ด้ านทักษะพิสัย
- เข้ าชันเรียนตรงเวลาและแต่ งกายถูกต้ องตามระเบียบ ด้ านจิตพิสัย
- ยอมรับความคิดเห็นและให้ ความร่ วมมือในการทํางาน ประชาธิปไตย
- ใช้ เวลาว่ างในการทํางานทีได้ รับมอบหมาย ห่ างไกลยาเสพติด
19. ข้ อ 1,2,3 จากสมรรถนะข้ อ 1
จุดประสงค์ ทวไป
ั
1. เพือให้ เข้ าใจหลักการ เขียนภาพฉายของชินงานทีกําหนดในระบบ ISO
2. เพือให้ เข้ าใจการ หลักการเขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
3. เพือให้ เข้ าใจ หลักการเผือตะเข็บและขอบงานของชินงานแผ่นคลี
4. เพือให้ มทกษะเกียวกับ การเขียนแบบแผ่นคลีชินงานด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
ี ั
5. เพือให้ มความรับผิดชอบ ความประหยัด ความซือสัตย์ สุจริต
ี
ความเป็ นประชาธิปไตย และห่ างไกลยาเสพติด ข้ อ 4 จากสมรรถนะข้ อ 2-6
ข้ อ 5 จากสมรรถนะข้ อ 7
20. จุดประสงค์ เชิ งพฤติกรรม
1. อธิบายการเขียนภาพฉายด้ านหน้ าด้ านข้ าง และด้ านบนของชินงานทีกําหนดในระบบ ISO ได้
2. อธิบายขันตอนการเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ ายได้ ด้ านพุทธิพสัย
ิ
3. อธิบายการเผือขนาดตะเข็บและขอบงานแผ่ นคลีได้
4. จําแนกลักษณะชินงานเหมาะสมกับการเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ ายได้
5. กําหนดขันตอนการเขียนแบบแผ่ นคลีชินงานได้
ด้ านทักษะพิสัย
6. เลือกใช้ เครืองมือและอุปกรณ์ เขียนแบบเหมาะสมกับชินงานได้
7. เขียนแบบแผ่นคลีชินงานด้ วยวิธีอย่ างง่ ายได้
8. เข้ าชันเรียนตรงเวลาและแต่ งกายถูกต้ องตามระเบียบ ด้ านจิตพิสัย
9. มีการเตรียมความพร้ อมในการเรียนและปฏิบัติงานเสร็จตามเวลาทีกําหนด
10. แสดงความคิดเห็น ยอมรับความความคิดเห็น และให้ ความร่ วมมือในการทํางาน ประชาธิปไตย
11. มีความละเอียดรอบคอบในการสั งเกตหรือทํางาน
12. ใช้ เวลาว่างในการทํางานทีได้ รับมอบหมาย ห่ างไกลยาเสพติด
21. หลักการเขียนสาระการเรียนรู้
เป็ นการเขียนเนือหาสาระทีต้ องการให้ ผู้เรี ยนได้ เรียนรู้ เพือให้ บรรลุ
ตามจุดประสงค์ ทกําหนด อาจจะเขียนเนือหารายละเอียดทังหมด ตาม
ี
หัวข้ อทีกําหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ หรือ หากรายละเอียดของเนือหามี
มากอาจเขียนเฉพาะหัวข้ อเรื องนัน ๆ ไว้ ส่ วนรายละเอียดของเนือหาอาจ
แยกไว้ ต่างหากในรูปของใบความรู้
22. หน่ วยที .............................
เรือง..........................................................................................
อง..........................................................................................
1. หัวข้ อใหญ่
1.1 หัวข้ อรอง
1.1.1 หัวข้ อย่ อย
1.1.2 ........................................................................................
1.2 .................................................................................................
1.3 ................................................................................................
2. .......................................................................................................
2.1 ...............................................................................................
23. กิจกรรมการเรียนรู้
สอนครังที.......... ชั วโมงที............สอนโดยวิธี...............
ตัวอย่ างเช่ น วิธีสอนแบบ MAIP มี 4 ขันตอน ก็ต้องจัดการกิจกรรมการเรียนรู้
ตามขันตอน 4 ขันตอน ดังนี
1. ขันนําเข้ าสู่ บทเรี ยน (ครูยกตัวอย่ างชินงาน/สนทนาเรือง..............................)
2. ขันสอน (ครูสอนโดยวิธีบรรยายโดยใช้ ใบความรู้ท..............................)
ี
3. ขันสรุ ป (ผู้เรียนช่ วยกันสรุปสาระสําคัญของ............................)
4. ขันประเมินผล (ผู้เรียนทําแบบทดสอบตามใบงานที....................................)
24. 5. กิจกรรมการเรียนรู้
สอนครังที 1 ชัวโมงที 1-4
1. ครูเรียกชือ สํารวจการแต่ งกายของนักศึกษา การเตรียมเครื องมือและอุปกรณ์ พร้ อมทังบันทึกลงใน
แบบประเมินผลคุณธรรม จริยธรรม
2. ครูแจ้ งจุดประสงค์ประจําหน่ วยการเรียนรู้ และความสํ าคัญของเนือหาซึ งจะเป็ นพืนฐานในการเรียนรู้
3. ผู้เรียนทําแบบทดสอบก่ อนเรียน โดยใช้ ใบงาน 1.1
4. ครูผู้สอนให้ นักเรียน บอกชื อของผลิตภัณฑ์ ทีสามารถเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ ายได้
5. ครูใช้ สือเพาเวอร์ พอยต์ ในการนําเสนอความรู้เกียวกับความรู้ ในการเขียนแบบและขันตอนในการ
เขียนแบบด้วยวิธีอย่างง่ าย
6. ครูผู้สอนให้ นักเรียนศึกษาจากใบความรู้ เรือง การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
7. ครูให้ นักเรียนช่ วยกันสรุ ปหัวข้ อต่ าง ๆ จากใบความรู้และตอบคําถาม
8. ครูสรุปทบทวน โดยใช้ คาถามกระตุ้นนักเรียนให้ นักเรียนใช้ เหตุผลจากความรู้ ทีเรียน อย่ างรอบคอบ
ํ
ระมัดระวังในเรืองของขันตอนในการเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
9. ครู แจกใบงานที 1.2 เรืองการเขียนแบบแผ่ นคลีกล่ องสี เหลียมปากตัดเฉียงให้ นักเรียนปฎิบัติตาม
คําสั งของใบงาน
10. ครูตรวจและเก็บคะแนนประจําใบงานที 1.2 โดยใช้ แบบประเมินผลการปฎิบัติงานใบงาน
11. ครูให้ นักเรียนทบทวนความรู้ เพือแก้ ไขส่ วนทีผิดในการปฎิบัติตามใบงาน
12. ครูเน้ นยําให้ นักเรียนตระหนักถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนโยบายสถานศึกษา 3Dใน
ส่ วนของความรับผิดชอบ การใช้ ความรู้อย่ างรอบคอบ ระมัดระวัง ในการปฎิบัติงานตามใบงาน
25. การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. ความมีเหตุผล (นํามาจากผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ฯ ห่ วงความมีเหตุผล)
เช่ น - นักเรียนวิเคราะห์ รูปทรงของชินงานเขียนแบบแผ่นคลีอย่างง่ ายตามหลักการ
- นักเรียนวางแผนการเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ ายตามขันตอน
2 ความพอประมาณ (นํามาจากผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ฯ ห่ วงพอประมาณ)
เช่ น - นักเรียนเตรียมเครืองมือและอุปกรณ์เหมะสมกับการเขียนแบบแผ่นคลี
- นักเรียนเขียนแบบแผ่ นคลีชินงานตามขันตอนกําหนด
3. การมีภูมค้ ุมกันในตัวทีดี (นํามาจากผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ฯ ห่ วงภูมิคุ้มกัน)
ิ
เช่ น - นักเรียนปฏิบัติงานเขียนแบบโดยคํานึงถึงความละเอียดรอบคอบ
4. เงือนไขความรู้ (นํามาจากผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ฯ เงือนไขความรู้)
เช่ น - นักเรียนมีความรู้ความเข้ าใจหลักการเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
5. เงือนไขคุณธรรม (นํามาจากผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ฯ เงือนไขคุณธรรม)
เช่ น - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ประหยัดและซือสั ตย์ สุจริตในการปฏิบัติงาน
26. การบูรณาการกับมาตรฐานสถานศึกษา 3D
1. ด้ านประชาธิปไตย (นํามาจากจุดประสงค์ เชิงพฤติกรรม หรือวิเคราะห์ จาก
กิจกรรมและสมรรถนะประจําหน่ วย )
เช่ น - นักเรียนแสดงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อน
ื
2 ด้ านคุณธรรม จริยธรรมและความเป็ นไทย (นํามาจาก จุดประสงค์ ทวไปด้ าน
ั
จิตพิสัย หรือวิเคราะห์ จากสมรรถนะประจําหน่ วยด้ านจิตพิสัย )
เช่ น - นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความประหยัด และความซือสัตย์ สุจริต
3. ด้ านภูมิค้ ุมกันจากยาเสพติด (นํามาจาก จุดประสงค์ เชิงพฤติกรรม หรือ
วิเคราะห์ จากกิจกรรมการเรียนและสมรรถนะประจําหน่ วยด้ านจิตพิสัย)
เช่ น - นักเรียนใช้ เวลาว่ างในการทํารายงานผลการปฏิบัตงาน / ทํางานทีได้ รับ
ิ
มอบหมาย
27. สือและแหล่ งการเรียนรู้
เขียนโดยระบุสือ ประเภท วัสดุอุปกรณ์ ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบมอบหมายงาน เช่ น
- หนังสือเขียนแบบช่ างเชือมโลหะ2 สมัคร จรเสมอ ศู นย์ หนังสื อเมืองไทย
- สือ Power Point เรือง การเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ าย
- ใบความรู้หน่ วยที 1 เรือง การเขียนแบบแผ่ นคลีอย่ างง่ าย
หลักฐาน
เขียนโดยระบุผลทีเกิดจาการปฏิบัตของผู้เรียน หรือ สิงทีครู เก็บคะแนน ซึงมี 2 ประเภท
ิ
คือ หลักฐานความรู้ และหลักฐานการปฏิบัตงาน เช่ น
ิ
หลักฐานความรู้
- ผลการทดสอบตามใบงาน
- ผลการทําแบบฝึ กหัด
หลักฐานการปฏิบัติงาน
- ผลการประเมินการปฏิบัติงาน
- ผลการประเมินพฤติกรรม
28. การวัดและประเมินผล
1. เครืองมือประเมินผล
(ต้ องครอบคลุมในการวัดทัง ด้ านความรู้ ทักษะ และจิตพิสัย) เช่ น
- แบบทดสอบประจําหน่ วย
- แบบประเมินผลตามใบงาน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
2. วิธีการประเมิน เช่ น
- ตรวจแบบทดสอบ โดยใช้ ใบเฉลยที......
- ประเมินผลชินงาน โดยใช้ แบบประเมินผลงาน........
- สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานตามแบบประเมิน.......................
3. เกณฑ์ การประเมิน เช่ น
- นักเรียนสอบได้ คะแนนร้ อยละ 60 ขึนไปถือว่ า ผ่ านเกณฑ์
- นักเรียนต้ องผ่านเกณฑ์ การประเมินพฤติกรรมอยู่ในระดับ ดี
29. กิจกรรมเสนอแนะ/งานทีมอบหมาย (ถ้ ามี)
ตัวอย่ าง เช่ น งานทีมอบหมายให้ นักเรียนนํามาในการเรียนครังต่ อไป
ซึงต้ องมีใบมอบหมายงาน
เอกสารอ้ างอิง
เขียนให้ ถูกต้ องตามรูปแบบของการอ้ างอิงตามหลักสากลรู ปแบบใดรู ปแบบหนึง
บันทึกหลังการสอน
1. ข้ อสรุปหลังการสอน ( เช่ น ผลการเรียนรู้ของนักเรียนผ่ านเกณฑ์ หรือไม่ สอนทันตามเวลาที
กําหนดหรือไม่ ผลการใช้ สือเป็ นอย่ างไร ผลการจัดกิจกรรมเป็ นอย่ างไร)
2. ปัญหาและอุปสรรคทีพบ ( เช่ น ผลการเรียนรู้ของนักเรียนไม่ ผ่านเกณฑ์ เป็ นจํานวนเท่ าไร
เป็ นเพราะอะไร)
3. แนวทางแก้ ปัญหาและ/หรือพัฒนา ( เช่ น แนวทางการพัฒนาผู้เรียนให้ มีผลการเรียนดีขึน
แนวทางการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้ กบผู้เรียนควรจัดกิจกรรมอะไรเสริม )
ั
30. 31. ใบความรู้
หน่ วยที 1
การเขียนแบบแผ่ นคลีชิ นงานด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
(Simple Layout)
ในการเขียนแบบแผ่นคลีด้ วยวิธีการอย่ างง่ ายนัน ส่ วนมากเป็ นการเขียนแบบ
แผ่นคลีชินงานทีมีลกษณะเป็ นรูปทรงสีเหลียม เช่ น กล่ องสีเหลียม กล่ องสีเหลียม
ั
ปากตัดเฉียง ภาชนะตักตวงทรงเหลียม เป็ นต้ น ซึงเขียนแบบโดยต้ องคลีชินงาน
ออกไปยังด้ านต่ าง ๆ ให้ เป็ นชินงานแบนราบชินเดียวต่ อเนืองกัน โดยพิจารณาให้
ด้ านหนึงด้ านใดเป็ นด้ านหลัก แล้วคลีด้ านต่ าง ๆ ออกไปให้ ต่อเนืองออกจากด้ าน
หลักจนครบทุกด้ าน หรือทุกส่ วนของชินงานทีต้ องการ
32. การเขียนแบบแผ่ นคลีสามารถเขียนได้ 4 วิธี คือ
1. การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
2. การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีใช้ เส้ นขนาน
3. การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีใช้ เส้ นรั ศมี
4. การเขียนแบบแผ่ นคลีด้ วยวิธีใช้ เส้ นสามเหลียม
การเขียนแบบแผ่ นคลีผู้เขียนแบบจะเขียนแบบสั งงานเพือให้ ช่าง
ผู้ปฏิบัติทาตามความต้ องการ ซึงจะเขียนแบบเท่ าขนาดจริ งหรือใช้
ํ
มาตราส่ วนก็ได้ ส่ วนช่ างผู้ปฏิบัติงานจะต้ องเขียนแบบแผ่ นคลีตาม
ขนาดจริงลงบนวัสดุทจะทําการพับหรือม้ วนขึนรูปเป็ นผลิตภัณฑ์
ี
33. คําและความหมายต่ าง ๆ ของการเขียนแบบแผ่ นคลี
งานเขียนแบบระบบ ISO เมือปี คศ.1968 ได้ มีหลักการเขียนแบบ 2
วิธี คือ
– ระบบ E (ISO – method E) เป็ นการฉายภาพมุมที 1
– ระบบ A (ISO – method A) เป็ นการฉายภาพมุมที 3
34. การเขียนภาพฉายมุมที 1 เป็ นการเขียนภาพฉายทีนิยมเขียนกันใน
ปั จจุบน โดยภาพฉายทัง 3 ด้าน คือ ภาพด้านหน้า ภาพด้านข้าง และภาพ
ั
ด้านบน เกิดจากการมองภาพสามมิติ ซึ งมีหลักการ ดังนี
1. ภาพด้ านหน้ า ( Front View) หมายถึง ภาพทีมองจากด้านหน้าของ
ชินงานในการเขียน ภาพฉาย โดยมองจากทางขวามือไปยังภาพชินงาน เป็ น
ภาพทีให้รายละเอียดมากทีสุ ด และขนาดความสู งของภาพด้านหน้าจะเท่ากับ
ความสู งของภาพด้านข้าง
2. ภาพด้ านข้ าง ( Side View) หมายถึง ภาพทีมองจากทางด้านข้างของ
ชินงาน โดยมองจากทางด้านซ้ายมือไปยังชินงาน ซึ งในการเขียนแบบภาพ
ฉายจะวางภาพด้านข้างไว้ดานบนทางด้านขวามือของภาพด้านหน้า และจะ
้
เห็นว่าขนาดความกว้างของภาพด้านข้างจะเท่ากับขนาดความสู งของ
ภาพด้านบน ซึ งเกิดจากการทํามุม 45 องศาในการเขียนภาพฉาย
3. ภาพด้ านบน ( Top View) หมายถึง ภาพทีมองจากด้านบนของชินงาน
และเป็ นภาพทีทําให้เห็นความกว้าง ความยาว เส้นผ่าศูนย์กลางต่าง ๆ ของ
ชินงาน โดยวางภาพไว้ทางด้านล่างของภาพด้านหน้า และจะเห็นว่าขนาด
ความกว้างของภาพด้านบนจะเท่ากับขนาดความกว้างของภาพด้านหน้า
35. 36. การเขียนภาพฉายมุมที 3 เป็ นการเขียนภาพฉาย 3 ด้าน คือ ภาพด้านบน ภาพ
ด้านหน้า และภาพด้านข้าง โดยภาพทัง 3 ด้าน เกิดจากการมองภาพสามมิติ ซึงมีหลักการ
ดังนี
1. ภาพด้ านบน ( Top View) หมายถึง ภาพทีมองจากด้านบนของชินงาน และเป็ น
ภาพทีทําให้เห็นความกว้าง ความยาว เส้นผ่าศูนย์กลางต่าง ๆ ของชินงาน โดยเขียนเป็ น
ภาพแรกของการเขียนภาพฉายมุมที 3 และจะเห็นว่าขนาดความสูงของภาพด้านบนจะ
เท่ากับขนาดความกว้างของภาพด้านข้าง
2. ภาพด้ านหน้ า ( Front View) หมายถึง ภาพทีมองจากด้านหน้าของชินงาน ใน
การเขียนภาพฉาย โดยมองจากทางซ้ายมือไปยังภาพชินงาน เป็ นภาพทีให้รายละเอียด
มากทีสุด และขนาดความกว้างของภาพด้านหน้าจะเท่ากับความกว้างของภาพด้านบน
3. ภาพด้ านข้ าง ( Side View) หมายถึง ภาพทีมองจากทางด้านข้างของชินงาน โดย
มองจากทางด้านขวามือไปยังชินงาน ในการเขียนแบบภาพฉายจะวางภาพด้านข้างไว้
ด้านล่างทางด้านขวามือของภาพด้านหน้า จะเห็นว่าขนาดความสูงของภาพด้านข้างจะ
เท่ากับขนาดความสูงของภาพด้านหน้า ซึงเกิดจากการทํามุม 45 องศาในการเขียนภาพ
ฉาย
37. 38. 39. 2. แบบแผ่ นคลี (Development) หมายถึง ภาพแผ่นคลีชินงานทีเขียนแบบ
สําเร็ จแล้วพร้อมทังมีการเผือตะเข็บและขอบงาน
40. ลักษณะของเส้ นทีใช้ ในการเขียนแบบแผ่ นคลี มีดังนี
่ ้
1. เส้ นฐาน ( Base Line) หมายถึง เส้นทีอยูดานล่างสุดของแผ่นคลีและใช้เป็ นเส้นฐานใน
การเขียนแผ่นคลี
2. เส้ นประกอบ ( Element Line) หมายถึง เส้นทีใช้แบ่งส่วนของภาพด้านบนและการแบ่ง
ส่วนของแผ่นคลี
3. เส้ นฉาย ( Projection Line) หมายถึง เส้นทีลากเพือถ่ายขนาดจากส่วนหนึงไปยังอีก
ส่วนหนึง
41. การแบ่ งวงกลมออกเป็ น 12 ส่ วนเท่ า ๆ กันทีใช้ ในการเขียนแบบแผ่ นคลี
1. เขียนภาพวงกลมหรื อครึ งวงกลมตามขนาดทีกําหนด
42. 43. 44. 45. ขันตอนการเขียนแบบแผ่ นคลีชิ นงานกล่ องสี เหลียมด้ วยวิธีอย่ างง่ าย
ขันตอนที 1 เขียนภาพด้านหน้า ด้านข้างและด้านบนของชินงานทีกําหนด
ในระบบ ISO ซึ งจะเห็นว่าชิ นงานทีกําหนดหรื อชินงานทีต้องการเขียน
แบบแผ่นคลี ประกอบด้วยด้าน 5 ด้านคือ ด้าน A , ด้าน B , ด้าน C ,
ด้าน D และด้าน E
46. ขันตอนที 2 จากชินงานทีกําหนด พิจารณาให้ดาน A เป็ นด้านหลักในการ
้
เริ มต้นเขียนแบบแผ่นคลี ซึ งเขียนแบบด้าน A โดยการเริ มต้นจากการ
ลากเส้นในแนวตังและแนวนอนให้ตดกันและตังฉากกันก็จะได้จุดตัด
ั
ซึ งใช้เป็ นจุดเริ มต้นในการสร้างด้าน A
47. ขันตอนที 3 สร้างสี เหลียม A โดยวัดขนาดจากด้านกว้างและด้านยาวของ
ชินงาน แล้วนําขนาดมาสร้างสี เหลียม A ลงบนเส้นแนวตังและเส้นแนว
นอน ซึ งให้เส้นแนวตังเป็ นด้านกว้าง และเส้นแนวนอนเป็ นด้านยาว ของ
สี เหลียมด้าน A
A
48. ขันตอนที 4 สร้างสี เหลียม B ให้ต่อจากด้านยาวข้างล่างของสี เหลียม A โดย
ลากเส้นต่อจากด้านกว้างทัง 2 ข้างให้มีขนาดเท่ากับชินงานทีกําหนด และ
ลากเส้นเชือมต่อจากเส้นทังสองข้าง ก็จะได้สีเหลียมด้าน B ทีต่อกับด้าน A
49. ่
ขันตอนที 5 สร้างสี เหลียม C ให้ตอจากด้านกว้างของ สี เหลียม A ทาง
ด้านขวา โดยลากเส้นต่อจากด้านยาวทัง 2 ข้างของสี เหลียม A ให้มีขนาด
เท่ากับชินงานทีกําหนดและลากเส้นเชื อมต่อจากเส้นทังสองข้าง ก็จะได้
สี เหลียม C ทีต่อกับด้าน A
50. ขันตอนที 6 สร้างสี เหลียม D ให้ต่อจากด้านยาวข้างบนของสี เหลียม A
โดยลากเส้นต่อจากด้านกว้างทัง 2 ข้างให้มีขนาดเท่ากับชินงานที
กําหนด และลากเส้นเชื อมต่อจากเส้นทังสองข้าง ก็จะได้สีเหลียมด้าน D
ทีต่อกับด้าน A
51. ขันตอนที 7 สร้างสี เหลียม E ให้ต่อจากด้านกว้างของ สี เหลียม A ทาง
ด้านซ้าย โดยลากเส้นต่อจากด้านยาวทัง 2 ข้างของสี เหลียม A ให้มีขนาด
เท่ากับชินงานทีกําหนดและลากเส้นเชื อมต่อจากเส้นทังสองข้าง ก็จะได้
สี เหลียม E ทีต่อกับด้าน A
52. ขันตอนที 8. ลากเส้นเผือตะเข็บทัง 2 ข้างของสี เหลียม C และสี เหลียม E เพือใช้
เป็ นรอยต่อในการขึนรู ปเป็ นกล่องสี เหลียม จะสังเกตว่าชิ นงานนีเป็ นการต่อ
ชินงานด้วยตะเข็บเกย ซึ งมีหลักการเผือระยะตะเข็บเกย โดยใช้สูตร ดังนี
A = W
A หมายถึง ระยะเผือของขอบชินงาน
W หมายถึง ความกว้างของตะเข็บ
่ ั
โดยความกว้างของตะเข็บเกยจะขึนอยูกบความหนาของแผ่นโลหะ
ชินงาน ซึ งถ้าเป็ นชินงานโลหะแผ่นบางจะต้องเผือขนาดความกว้างของ
ตะเข็บเกย 5 มม. และควรบากมุมเอียง 45 องศาเพือความปลอดภัยจากมุม
แหลมคมของชิ นงาน
53. 54. ขันตอนที 9 เผือระยะขอบงานทัง 4 ด้านสําหรับใช้พบขอบในการขึนรู ปกล่องสี เหลียม การพับขอบของ
ั
ชินงานเพือช่วยให้งานแข็งแรง สวยงาม และความปลอดภัยในการใช้งาน โดยมีหลักการเผือระยะ
ชินงานในการพับขอบ ซึ งจะใช้สูตร ดังนี
กรณี ตองการพับขอบชันเดียว (Single Hem)
้
สูตรในการเผือระยะขอบงาน
A = W
A หมายถึง ระยะเผือของชิ นงานทีจะพับขอบ
W หมายถึง ขนาดของขอบงานทีต้องการพับ
ข. กรณี ตองการพับขอบ 2 ชัน (Double Hem)
้
สูตรในการเผือระยะขอบงาน
A = 2W
ค. กรณี ตองการเข้าขอบลวด (Wired Edge)
้
สูตรในการเผือระยะขอบงาน
A = 2½D
D หมายถึง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลวดทีใช้
ก็จะได้แบบแผ่นคลีของกล่องสี เหลียมตามต้องการ
55. รู ปที 1.11 การเผือขอบงานและชินงานแผ่นคลีของกล่องสี เหลียม
56. ใบงานที 1.1
เรื อง : เขียนแบบแผ่นคลีโดยใช้วธีอย่างง่าย
ิ
ชืองาน : กล่องสี เหลียมผืนผ้าขนาด 35X 70 X 15 มม.
พับขอบชันเดียว
ตะเข็บเกย
57. ใบงานที 1.2
เรื อง : เขียนแบบแผ่นคลีโดยใช้วธีอย่างง่าย
ิ
ชืองาน : กล่องสี เหลียมปากตัดเฉี ยง ขนาด 50X70 X 20 มม.
70
40
40
70
20
58. แบบประเมินผลการปฏิบัตงานใบงาน
ิ
รายการประเมิน ระดับคะแนน
1 2 3 4 5
1. ความเหมาะสมในการจัดวางรู ปกับกระดาษ
2. ความถูกต้ องของเส้ นทีใช้ เขียนแบบ
3. ความถูกต้ องของการเขียนภาพฉาย
4. ความถูกต้ องในการบอกขนาด
5. ความสะอาดเรียบร้ อยในการเขียนแบบ
6. ความถูกต้ องของการเผือตะเข็บ
7. ความถูกต้ องของการเผือขอบงาน
8. ความถูกต้ องของขนาดในการเขียนแบบ
9. ความถูกต้ องของรู ปทรงลักษณะแผ่นคลี
10. ความพร้ อมของเครืองมือและอุปกรณ์ ในการเขียนแบบ
รวม
รวมคะแนนทังหมด
59. แบบประเมินผลคุณธรรม จริยธรรม
รายการประเมิน ระดับคะแนน
1 2 3 4 5
1. ความเรียบร้ อยของการแต่ งกาย
2. ปฏิบัติงานเสร็จตามกําหนดเวลา
3. ความตังใจในการปฏิบัติงาน
4. ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน
รวม
รวมคะแนนทังหมด
60. 61.