ใบความรู้ ที 9

                                เรือง อินเตอร์ เน็ตคืออะไร

            อินเตอร์ เนต : คือ ระบบเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ ทีต่อเชื อมระบบต่างๆ ทัวโลก เข้าด้วยกัน
                                                                            ่
เปรี ยบเสมือนห้องสมุด สาธารณะชน ขนาดมหึ มา ทีใหญ่ทีสุ ด ในโลก ก็วาได้ ทีมีขอมูลต่างๆ     ้
มากมาย และสามารถนําไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ไม่วาจะเป็ นการ ค้ นคว้ าวิจัย หรื อ เพือความ
                                                            ่
บันเทิง เป็ นต้น
            อินเตอร์ เนต เป็ นคํา ทีหลายคนคุนหูและเป็ นทีรู ้จกกันดีในขณะนี1 นอกจากนั1นมัน ไม่ใช่
                                                  ้             ั
เป็ นแค่ระบบ เน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ธรรมดา เท่านั1น แต่มนเป็ น อภิมหาเน็ตเวิร์กโลก ( เน็ตเวิร์ก ทีเชือ
                                                              ั
ต่อกันหลายๆ เน็ตเวิร์ก จาก ทัวทุกมุมโลกเข้าไว้ดวยกัน ) ทีๆ เสมือนถนนทีจะพาผูทีเป็ นสมาชิก
                                                        ้                              ้
บน เน็ตเวิร์ก ไปได้ ทุกแห่งทุกหนบนโลก อินเตอร์ เนต
            กว่ าจะมาเป็ น อินเตอร์ เนต
            อินเตอร์ เนต มีการพัฒนาการมาจาก อาร์ พาเน็ต ( ARPAnet หรื อทีเรี ยกกัน สั1นๆว่า อาร์ พา
                                                                                     ั
ทีตั1งขึ1นในปี พ.ศ. 2512 เป็ นเครื อข่าย คอมพิวเตอร์ ของกระทรวงกลาโหม ทีใช้กนในงานวิจย         ั
ทางด้าน การทหาร ( ARPA : Advanced Research Project Agency ) จนกระทัง มาถึงในปี พ.ศ.
2515 หลังจากทีเครื อข่าย ทดลอง ของ อาร์ พา ประสบกับความสําเร็ จเป็ นอย่างมาก ก็ได้มีการ
ปรับปรุ ง หน่วยงาน จาก อาร์ พา มาเป็ น ดาร์ พา ( Defence Comunication Agency ) และ ในปี พ.ศ.
2526 อาร์ พาเน็ต ก็ได้แบ่งออกเป็ น 2 เครื อข่ายด้วยกัน คือ เครื อข่ายด้านงานวิจย ใช้ชือ อาร์ พาเน็ต
                                                                                 ั
เหมือนเดิม ส่ วนเครื อข่ายของกองทัพใช้ มิลเน็ต ( MILNET : Military Network ) ซึ งมีการ
เชือมต่อ โดยใช้ โพรโตคอล TCP / IP ( Transmission Control Protocol / Internet Protocol )
เป็ น ครัPงแรก ในปี พ.ศ. 2528 โดย มูลนิธิวทยาศาสตร์ แห่ งชาติ ของ อเมริ กา NSF ได้ให้เงิน ทุนใน
                                                    ิ
การสร้าง ศูนย์ซุปเปอร์ คอมพิวเตอร์ จํานวน 6 แห่ง และให้ใช้ชือว่า NSFNET แลพจนกระทังพอ
มาถึงปี พ.ศ. 2533 อาร์ พาเน็ต รองรับ ภาระทีเป็ น กระดูกสันหลัง ( BackBone ) ของระบบ ไม่ ได้
จึงได้ยติ อาร์ พาเน็ต และเปลียนไปใช้ NSFNET และ เครื อข่ายอืนๆ แทน จนมาเป็ นเครื อข่ายขนาด
         ุ
                                                          ่
มหึ มา จนกระทังถึงทุกวันนี1 และเรี ยก เครื อข่ายนี1วา อินเตอร์ เนต ( Internet ) โดย เครื อข่ายส่ วน
               ่
ใหญ่จะอยูในประเทศ สหรัฐอเมริกา และ ปั จจุบนนี1ได้มี เครื อข่ายย่อย มากถึง 25,000 เครื อข่ายเลย
                                                      ั
ทีเดียว
            สิ งทีจําเป็ นต้ องรู้ บนอินเตอร์ เนต
                  ่
            ทีอยูบนอินเตอร์ เนต หรื อ Internet Address จะประกอบด้วยชือของผูใช้ คอมพิวเตอร์ (
                                                                                   ้
User ) และ ชือของ อินเตอร์ เนต ( Internet Name ) โดยจะมีรูปแบบคือ ....
ชื อผู้ใช้ @ชื อของอินเตอร์ เนต , yourname@domain.xxx
ตัวอย่างเช่น tick@mail.ksc.net จะหมายถึงว่า ผูใช้ ใช้ชือ tick เป็ นสมาชิก ของศูนย์บริ การ หรื อ
                                                ้
ศูนย์คอมพิวเตอร์ ชือ mail ทีมีชืออินเตอร์ เนตเป็ น ksc.net.th หรื อ thanop@thaiware.com หมายถึง
ว่าผูใช้ ใช้ชือ thanop เป็ นสมาชิกของศูนย์คอมพิวเตอร์ ทีมีชือเป็ น thaiware.com หมายเลข
     ้
อินเตอร์ เนต หรื อ IP Address จะเป็ นรหัสประจําตัวของคอมพิวเตอร์ ทีต่อเข้ากับอินเตอร์ เนต โดย
หมายเลขนี1จะมีรหัสไม่ซ1 ากัน ประกอบไปด้วยตัวเลขจํานวน 4 ชุ ด ด้วยกัน ทีคันด้วย เครื องหมายจุด
                           ํ
(.) ยกตัวอย่างเช่น 203.151.217.158 ครับ จะเป็ นหมายเลข IP Address ของเครื อง thaiware.com
ชืออินเตอร์ เนต ( DNS : Domain Name Server ) จะเป็ นชือทีอ้างถึง คอมพิวเตอร์ ทีต่อเข้ากับ
อินเตอร์ เนต เนืองจาก IP Address เป็ น ตัวเลข 4 ชุด ซึ งเป็ นทียากในการจําเป็ นอย่างมาก และ ไม่ได้
สะดวกต่อผูใช้ ซึ ง DNS นี1จะทําให้จดจําได้ง่ายยิงขึ1น เป็ น mail.ksc.net.th , comnet3@ksc.net.th (
              ้
mail คือ ชือ คอมพิวเตอร์ , ksc คือชือ เครือข่ ายท้ องถิน , net คือ ซับโดเมน , th คือ ชื อโดเมน )
           ความหมายของโดเมน
       สําหรับ ความหมายของโดเมน ในเครื อข่าย อินเตอร์ เนต ก็ได้จาแนกออกมาทั1งหมด 6 ประเภท
                                                                     ํ
ด้วยกัน คือ :

    •   .com - กลุ่มองค์การค้า ( Commercial )
    •   .edu - กลุ่มการการศึกษา ( Education )
    •   .mit - กลุ่มองค์การทหาร ( Military )
    •   .net - กลุ่มองค์การ บริ การเครื อข่าย ( Network Services )
    •   .org - กลุ่มองค์กรอืนๆ ( Organizations )
    •   .int - หน่วยงานทีตั1งขึ1นโดยสัญญาหรื อข้อตกลงระหว่างประเทศ ( International )

    ถ้า สังเกตุดีๆ จะเห็นว่า ในประเทศ สหรัฐอเมริกา เท่านั1น ทีจะมี โดเมน เป็ นตัวอักษร 3 ตัว ใน
กรณี ที ประเทศอืนๆ เช่น ประเทศไทย ของเรา จะเป็ นเพียงแค่ 2 ตัว เท่ านัPน !!! เช่น microsoft.com
ของประเทศ สหัรฐอเมริ กา กับ ksc.net.th ของไทย นันเอง นอกจากนี1 ในบ้านเรามีการกําหนดชือ
                                                                                   ่             ่
โดเมน ขึ1นมา ใหม่ !!! อีก ด้วย อย่างเช่น internet.th.com จะหมายถึงว่า เครื องทีชี1วา internet อยูใน
ประเทศไทย ( th ) และ เป็ นบริ ษททางการค้า ( com )
                                 ั
โดเมน ทีเป็ นชื อย่ อของประเทศทีน่ าสนใจ
     CodeC                           Name ( Thai )                 Name ( English )
     .au                             ออสเตรเลีย                    Australia
     .fr                             ฝรังเศส                       France
     .hk                             ฮ่องกง                        Hong Kong
     .jp                             ญีปุ่ น                       Japan
     .th                             ไทย                           Thailand
     .sg                             สิ งค์โปร์                    Singapore
     .uk                             สหราชอาณาจักร                 United Kingdom
     .no                             นอร์ เวย์                     Norway

         ความหมายของ ซับโดเมน ในไทย
     Code                      Type ( Thai )                       Type ( English )
     .ac                       สถาบันการศึกษา                      Academic
     .co                       องค์กรธุ รกิจ                       Commercial
     .or                       องค์กรอืนๆ                          Organizations
     .net                      ผูวางระบบเน็ตเวิร์ก
                                 ้                                 Networking
     .go                       หน่อยงานของรัฐบาล                   Goverment
     .in                       หน่อยงานอิสระ                       Individual / Incorporation




การประยุกต์ ใช้ งานอินเทอร์ เน็ต

                 เมือ เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเชื อมโยงเครื อข่ายทัวโลกให้สามารถติดต่อถึงกันได้ หมดจน
        กลายเป็ นเครื อข่ายของโลก ดังนั1นจึงมีผใช้งานบนเครื อข่ายนี1จานวนมาก การใช้งานเหล่านี1เป็ นสิ งที
                                                   ู้                   ํ
        กําลังได้รับการกล่าวถึงกันทัวไป เพราะการเชื อมโยงเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตทําให้โลกไร้พรมแดน
        ข้อมูลข่าวสารต่างๆ สามารถสื อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ ว ตัวอย่างการใช้งานบนอินเทอร์ เน็ตทีจะ
                                                                ั
        กล่าวต่อไปนี1เป็ นเพียงตัวอย่างที แพร่ หลายและให้กนมากเท่านั1น ยังมีการประยุกต์งานอืนทีได้รับ
        การพัฒนาขึ1นมาใหม่ตลอดเวลา
1) ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ (electronoc mail หรือ e-mail ) เป็ นการส่ งข้อความติดต่อกัน
                                                        ์               ั
ระหว่างบุคคลกับบุคคลก็ได้ หากเปรี ยบเทียบ ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์กบไปรษณี ยธรรมดาจะ ์
พบว่าโดยหลักการนั1นไม่แตกต่าง กันมากนัก ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์เปลียนบุรุษไปรษณี ยให้เป็ น
                                                      ์                                  ์
โปรแกรม เปลียนรู ปแบบการจ่าหน้าซองจดหมายให้เป็ นการจ่าหน้าแบบอ้างอิงระบบ
                             ่
อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ทีอยูของไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์ (email address) การส่ ง
                                        ์
ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์น1 นมีรูปแบบทีง่าย สะดวกและรวดเร็ วหากต้องการส่ ง
          ์                ั
                                                          ่ ้
ข้อความถึงใครก็สามารถเขียนเอกสาร แล้วจ่าหน้าซองทีอยูขอผูรับ ระบบจะจําส่ ง
                                  ่
ทันทีอย่างรวดเร็ ว ลักษณะของอยูทีจะเป็ นขือรหัสให้และขือเครื องประกอบกัน
เช่น sombat@ipst.ac.th การติดต่อบนอินเทอร์ เน็ตนี1 ระบบจะหาตําแหน่งให้เองโดยอัตโนมัติ และ
                                                                      ํ
นําส่ งไปยังปลายางได้อย่างถูกต้อง การับส่ งไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์กาลังเป็ นทีนิยมกันอย่าง
                                                    ์
                   ั                        ์              ั                                ่
แพร่ หลาย ปั จจุบนข้อมูลทีส่ งผ่านไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์น1 นเป็ นเป็ นข้อมูลแบบใดก็ ได้ทีอยูใน
รู ปแบบของดิจิทล (digital) และสามารถใช้ภาษาอะไรก็ได้
                 ั




                รู ปที 7.3 ข้อความทีเป็ นภาษาญีปุ่ นทีส่ งผ่านไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์
                                                                      ์


        2) การโอนย้ ายแฟมข้ อมูลระหว่ างกัน (File Transfer Protocol : FTP) เป็ นระบบทีทําให้
                          ้
                                                                                     ่
ผูใช้สามารถรับส่ งแฟ้ มข้อมูลระหว่างกันหรื อ มีสถานีให้บริ การการเก็บแฟ้ มข้อมูลทีอยูในทีต่างๆ
  ้
และให้บริ การ ผูใช้สมารถเข้าไปคัดเลือกนําแฟ้ มข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น โปรแกรม cuteFTP
                ้
โปรแกรม wsFTP เป็ นต้น
รู ปที 7.4 โปรแกรม CuteFTP

          3) การใช้ เครืองคอมพิวเตอร์ ในทีห่ างไกล (telnet) การเชื อมโยงคอมพิวเตอร์ เข้ากับ
เครื อข่าย ทําให้เราสามารถติดต่อเครื องคอมพิวเตอร์ ทีเป็ นสถานีบริ การในทีห่างไกลได้ ถ้าสถานี
                                                                                         ่
บริ การนั1นยินยอม ทําให้ผใช้สามารถนําข้อมูลไปประมวลผลยังเครื องคอมพิวเตอร์ ทีอยูในเครื อ ข่าย
                             ู้
เช่น นักเรี ยนในประเทศไทยส่ งโปรแกรมไปประมวลผลทีเครื องคอมพิวเตอร์ ทีอยูใน บริ ษทใน  ่         ั
ประเทศญีปุ่ นผ่านทางระบบเครื อข่ายโดยไม่ตองเดินทางไปเอง
                                                ้
          4) การเรียกค้ นข้ อมูลข่ าวสาร (search engine) ปั จจุบนมีฐานข้อมูลข่าวสารทีเก็บไว้ให้ใช้
                                                                ั
งานจํานวนมาก ฐานข้อมูลบางแห่งเก็บข้อมูลในรู ปส่ งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ทีผูใช้สมารถเรี ยก อ่าน
                                                                              ้
                                                                            ่
หรื อนํามาพิมพ์ ฐานข้อมูลนี1 จึงมีลกษณะเหมือนเป็ นห้องสมุดขนาดใหญ่อยูภายในเครื อข่ายที
                                     ั
สามารถค้นหาข้อมูลใดๆ ก็ได้ ฐานข้อมูลในลักษณะนี1เรี ยกว่า เวิลด์ไวด์เว็บ (Wold Wide Wed :
WWW) ซึ งเป็ นฐานข้อมูลทีเชือมโยงกันทัวโลก
          5) การอ่ านจากกลุ่มข่ าว (USENET) ภายในอินเทอร์ เน็ตมีกลุ่มข่าวเป็ นกลุ่มๆ แยกตาม
ความสนใจ แต่ละกลุ่มข่าวอนุญาตให้ผใช้อินเทอร์ เน็ตส่ งข้อความไปได้ และหากผูใดต้องการเขียน
                                          ู้                                           ้
โต้ตอบก็สามารถเขียนได้ กลุ่มข่าวนี1จึงแพร่ หลายและกระจายข่าวได้รวดเร็ ว
          6) การสนทนาบนเครือข่ าย (chat) เมือเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเชื อมต่อถึงกันได้ทวโลกผูใช้
                                                                                           ั     ้
จึงสามารถใช้เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเป็ นตัวกลางในการติดต่อสนทนากันได้ ในยุคแรกใช้วธีการ      ิ
สนทนากันด้วยตัวหนังสื อ เพือโต้ตอบกันแบบทีนทีทนใดบนจอภาพ ตอมามีผพฒนาให้ใช้เสี ยงได้
                                                       ั                        ู้ ั
จนถึงปั จจุบน ถ้าระบบสื อสารข้อมูลมีความเร็ วพอ ก็สามารถสนทนาโดยทีเห็นหน้ากันและกันบน
              ั
จอภาพได้
รู ปที 7.5 โปรแกรมเพิร์ชใช้สาหลับสนทนาบนเครื อข่ายรู ปที
                                        ํ




                        7.6 โปรแกรม msn ใช้สาหรับสนทนาบนเครื อข่าย
                                            ํ



          7) การบริการสถานีวิทยุและโทรทัศน์ บนเครือข่ าย เป็ นการ ประยุกต์เพือให้เห็นว่าเป็ นสิ งที
เกิดขึ1นได้ ปั จจุบนมีผต1 งสถานีวทยุบนเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตหลายร้อยสถานี ผูใช้สามารถเลือก
                   ั ู้ ั        ิ                                           ้
สถานีทีต้องการและได้ยนเสี ยงเหมือนการฟังวิทยุ ขณะเดียวกันก็มีการส่ งกระจายภาพวีดีทศน์บน
                           ิ                                                             ั
                              ่
เครื อข่ายด้วย แต่ปัญหายังอยูทีความเร็ วของเครื อข่ายทียังไม่สามารถรองรับการส่ งข้อมูล จํานวน
มาก ทําให้คุณภาพของภาพวีดีทศน์ยงไม่ดีเท่าทีควร
                                   ั ั
รู ปที 7.7 สถานีโทรทัศน์บนเครื อข่าย

                 8) การบริการบนอินเทอร์ เน็ต ปั จจุบนมีการให้บริ การบนอินเตอร์ เน็ตเกิด ขึ1นมากมายโดย
                                                        ั
          ้                            ่
        ผูใช้สามารถใช้บริ การโดยอยูทีไหนก็ได้ ซึ งไม่ตองเสี ยเวลาในการเดินทาง การบริ การบน
                                                              ้
        อินเทอร์ เน็ตมีท1 งเผยแพร่ ข่าวสาร ความรู ้ ซื1อข่ายสิ นค้า ธุ รกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ช่วย
                          ั
        สอน และบริ การอืนๆ ซึ งการให้บริ การเหล่านี1ผใช้สามารถโต้ตอบได้
                                                           ู้
                                 องค์ ประกอบสํ าหรับการเชื อมต่ อเข้ าสู่ อนเตอร์ เน็ต
                                                                            ิ

        การต่อเข้ากับระบบอินเตอร์ เน็ต ต้องมีองค์ประกอบพื1นฐานดังต่อไปนี1
       1. เครื องคอมพิวเตอร์
       2. โมเด็ม (modem) เป็ นอุปกรณ์สาหรับแปลงสัญญาณอะนาลอกเป็ นดิจิตอล และแปลงสัญญาณ
                                      ํ
ดิจิตอลเป็ นอะนาล็อก
โมเด็มมี 2 ประเภทคือ
          - แบบติดตั1งภายใน (internal)
                                                                       ั
          - แบบติดตั1งภายนอก (external) ใช้เชือมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ กบสายโทรศัพท์
       3. คู่สายโทรศัพท์ 1 เลขหมาย
      4. ชือบัญชีผใช้อินเตอร์ เน็ต (account) จากองค์กรหรื อบริ ษทผูให้บริ การอินเตอร์ เน็ต (Internet
                  ู้                                            ั ้
Service Provider : ISP)
       5. ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบติการ ซอฟต์แวร์ สาหรับติดต่อกับเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต โปรแกรม
                            ั                ํ
บราวเซอร์ (Browser) และซอฟต์แวร์ อืนๆทีใช้ในการสื อสารผ่านเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต
      6. เครื องพิมพ์ (ในกรณี ทีต้องการพิมพ์ขอมูล)
                                             ้

Lernning 09

  • 1.
    ใบความรู้ ที 9 เรือง อินเตอร์ เน็ตคืออะไร อินเตอร์ เนต : คือ ระบบเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ ทีต่อเชื อมระบบต่างๆ ทัวโลก เข้าด้วยกัน ่ เปรี ยบเสมือนห้องสมุด สาธารณะชน ขนาดมหึ มา ทีใหญ่ทีสุ ด ในโลก ก็วาได้ ทีมีขอมูลต่างๆ ้ มากมาย และสามารถนําไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ไม่วาจะเป็ นการ ค้ นคว้ าวิจัย หรื อ เพือความ ่ บันเทิง เป็ นต้น อินเตอร์ เนต เป็ นคํา ทีหลายคนคุนหูและเป็ นทีรู ้จกกันดีในขณะนี1 นอกจากนั1นมัน ไม่ใช่ ้ ั เป็ นแค่ระบบ เน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ธรรมดา เท่านั1น แต่มนเป็ น อภิมหาเน็ตเวิร์กโลก ( เน็ตเวิร์ก ทีเชือ ั ต่อกันหลายๆ เน็ตเวิร์ก จาก ทัวทุกมุมโลกเข้าไว้ดวยกัน ) ทีๆ เสมือนถนนทีจะพาผูทีเป็ นสมาชิก ้ ้ บน เน็ตเวิร์ก ไปได้ ทุกแห่งทุกหนบนโลก อินเตอร์ เนต กว่ าจะมาเป็ น อินเตอร์ เนต อินเตอร์ เนต มีการพัฒนาการมาจาก อาร์ พาเน็ต ( ARPAnet หรื อทีเรี ยกกัน สั1นๆว่า อาร์ พา ั ทีตั1งขึ1นในปี พ.ศ. 2512 เป็ นเครื อข่าย คอมพิวเตอร์ ของกระทรวงกลาโหม ทีใช้กนในงานวิจย ั ทางด้าน การทหาร ( ARPA : Advanced Research Project Agency ) จนกระทัง มาถึงในปี พ.ศ. 2515 หลังจากทีเครื อข่าย ทดลอง ของ อาร์ พา ประสบกับความสําเร็ จเป็ นอย่างมาก ก็ได้มีการ ปรับปรุ ง หน่วยงาน จาก อาร์ พา มาเป็ น ดาร์ พา ( Defence Comunication Agency ) และ ในปี พ.ศ. 2526 อาร์ พาเน็ต ก็ได้แบ่งออกเป็ น 2 เครื อข่ายด้วยกัน คือ เครื อข่ายด้านงานวิจย ใช้ชือ อาร์ พาเน็ต ั เหมือนเดิม ส่ วนเครื อข่ายของกองทัพใช้ มิลเน็ต ( MILNET : Military Network ) ซึ งมีการ เชือมต่อ โดยใช้ โพรโตคอล TCP / IP ( Transmission Control Protocol / Internet Protocol ) เป็ น ครัPงแรก ในปี พ.ศ. 2528 โดย มูลนิธิวทยาศาสตร์ แห่ งชาติ ของ อเมริ กา NSF ได้ให้เงิน ทุนใน ิ การสร้าง ศูนย์ซุปเปอร์ คอมพิวเตอร์ จํานวน 6 แห่ง และให้ใช้ชือว่า NSFNET แลพจนกระทังพอ มาถึงปี พ.ศ. 2533 อาร์ พาเน็ต รองรับ ภาระทีเป็ น กระดูกสันหลัง ( BackBone ) ของระบบ ไม่ ได้ จึงได้ยติ อาร์ พาเน็ต และเปลียนไปใช้ NSFNET และ เครื อข่ายอืนๆ แทน จนมาเป็ นเครื อข่ายขนาด ุ ่ มหึ มา จนกระทังถึงทุกวันนี1 และเรี ยก เครื อข่ายนี1วา อินเตอร์ เนต ( Internet ) โดย เครื อข่ายส่ วน ่ ใหญ่จะอยูในประเทศ สหรัฐอเมริกา และ ปั จจุบนนี1ได้มี เครื อข่ายย่อย มากถึง 25,000 เครื อข่ายเลย ั ทีเดียว สิ งทีจําเป็ นต้ องรู้ บนอินเตอร์ เนต ่ ทีอยูบนอินเตอร์ เนต หรื อ Internet Address จะประกอบด้วยชือของผูใช้ คอมพิวเตอร์ ( ้ User ) และ ชือของ อินเตอร์ เนต ( Internet Name ) โดยจะมีรูปแบบคือ .... ชื อผู้ใช้ @ชื อของอินเตอร์ เนต , yourname@domain.xxx
  • 2.
    ตัวอย่างเช่น tick@mail.ksc.net จะหมายถึงว่าผูใช้ ใช้ชือ tick เป็ นสมาชิก ของศูนย์บริ การ หรื อ ้ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ชือ mail ทีมีชืออินเตอร์ เนตเป็ น ksc.net.th หรื อ thanop@thaiware.com หมายถึง ว่าผูใช้ ใช้ชือ thanop เป็ นสมาชิกของศูนย์คอมพิวเตอร์ ทีมีชือเป็ น thaiware.com หมายเลข ้ อินเตอร์ เนต หรื อ IP Address จะเป็ นรหัสประจําตัวของคอมพิวเตอร์ ทีต่อเข้ากับอินเตอร์ เนต โดย หมายเลขนี1จะมีรหัสไม่ซ1 ากัน ประกอบไปด้วยตัวเลขจํานวน 4 ชุ ด ด้วยกัน ทีคันด้วย เครื องหมายจุด ํ (.) ยกตัวอย่างเช่น 203.151.217.158 ครับ จะเป็ นหมายเลข IP Address ของเครื อง thaiware.com ชืออินเตอร์ เนต ( DNS : Domain Name Server ) จะเป็ นชือทีอ้างถึง คอมพิวเตอร์ ทีต่อเข้ากับ อินเตอร์ เนต เนืองจาก IP Address เป็ น ตัวเลข 4 ชุด ซึ งเป็ นทียากในการจําเป็ นอย่างมาก และ ไม่ได้ สะดวกต่อผูใช้ ซึ ง DNS นี1จะทําให้จดจําได้ง่ายยิงขึ1น เป็ น mail.ksc.net.th , comnet3@ksc.net.th ( ้ mail คือ ชือ คอมพิวเตอร์ , ksc คือชือ เครือข่ ายท้ องถิน , net คือ ซับโดเมน , th คือ ชื อโดเมน ) ความหมายของโดเมน สําหรับ ความหมายของโดเมน ในเครื อข่าย อินเตอร์ เนต ก็ได้จาแนกออกมาทั1งหมด 6 ประเภท ํ ด้วยกัน คือ : • .com - กลุ่มองค์การค้า ( Commercial ) • .edu - กลุ่มการการศึกษา ( Education ) • .mit - กลุ่มองค์การทหาร ( Military ) • .net - กลุ่มองค์การ บริ การเครื อข่าย ( Network Services ) • .org - กลุ่มองค์กรอืนๆ ( Organizations ) • .int - หน่วยงานทีตั1งขึ1นโดยสัญญาหรื อข้อตกลงระหว่างประเทศ ( International ) ถ้า สังเกตุดีๆ จะเห็นว่า ในประเทศ สหรัฐอเมริกา เท่านั1น ทีจะมี โดเมน เป็ นตัวอักษร 3 ตัว ใน กรณี ที ประเทศอืนๆ เช่น ประเทศไทย ของเรา จะเป็ นเพียงแค่ 2 ตัว เท่ านัPน !!! เช่น microsoft.com ของประเทศ สหัรฐอเมริ กา กับ ksc.net.th ของไทย นันเอง นอกจากนี1 ในบ้านเรามีการกําหนดชือ ่ ่ โดเมน ขึ1นมา ใหม่ !!! อีก ด้วย อย่างเช่น internet.th.com จะหมายถึงว่า เครื องทีชี1วา internet อยูใน ประเทศไทย ( th ) และ เป็ นบริ ษททางการค้า ( com ) ั
  • 3.
    โดเมน ทีเป็ นชือย่ อของประเทศทีน่ าสนใจ CodeC Name ( Thai ) Name ( English ) .au ออสเตรเลีย Australia .fr ฝรังเศส France .hk ฮ่องกง Hong Kong .jp ญีปุ่ น Japan .th ไทย Thailand .sg สิ งค์โปร์ Singapore .uk สหราชอาณาจักร United Kingdom .no นอร์ เวย์ Norway ความหมายของ ซับโดเมน ในไทย Code Type ( Thai ) Type ( English ) .ac สถาบันการศึกษา Academic .co องค์กรธุ รกิจ Commercial .or องค์กรอืนๆ Organizations .net ผูวางระบบเน็ตเวิร์ก ้ Networking .go หน่อยงานของรัฐบาล Goverment .in หน่อยงานอิสระ Individual / Incorporation การประยุกต์ ใช้ งานอินเทอร์ เน็ต เมือ เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเชื อมโยงเครื อข่ายทัวโลกให้สามารถติดต่อถึงกันได้ หมดจน กลายเป็ นเครื อข่ายของโลก ดังนั1นจึงมีผใช้งานบนเครื อข่ายนี1จานวนมาก การใช้งานเหล่านี1เป็ นสิ งที ู้ ํ กําลังได้รับการกล่าวถึงกันทัวไป เพราะการเชื อมโยงเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตทําให้โลกไร้พรมแดน ข้อมูลข่าวสารต่างๆ สามารถสื อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ ว ตัวอย่างการใช้งานบนอินเทอร์ เน็ตทีจะ ั กล่าวต่อไปนี1เป็ นเพียงตัวอย่างที แพร่ หลายและให้กนมากเท่านั1น ยังมีการประยุกต์งานอืนทีได้รับ การพัฒนาขึ1นมาใหม่ตลอดเวลา
  • 4.
    1) ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์(electronoc mail หรือ e-mail ) เป็ นการส่ งข้อความติดต่อกัน ์ ั ระหว่างบุคคลกับบุคคลก็ได้ หากเปรี ยบเทียบ ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์กบไปรษณี ยธรรมดาจะ ์ พบว่าโดยหลักการนั1นไม่แตกต่าง กันมากนัก ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์เปลียนบุรุษไปรษณี ยให้เป็ น ์ ์ โปรแกรม เปลียนรู ปแบบการจ่าหน้าซองจดหมายให้เป็ นการจ่าหน้าแบบอ้างอิงระบบ ่ อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ทีอยูของไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์ (email address) การส่ ง ์ ไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์น1 นมีรูปแบบทีง่าย สะดวกและรวดเร็ วหากต้องการส่ ง ์ ั ่ ้ ข้อความถึงใครก็สามารถเขียนเอกสาร แล้วจ่าหน้าซองทีอยูขอผูรับ ระบบจะจําส่ ง ่ ทันทีอย่างรวดเร็ ว ลักษณะของอยูทีจะเป็ นขือรหัสให้และขือเครื องประกอบกัน เช่น sombat@ipst.ac.th การติดต่อบนอินเทอร์ เน็ตนี1 ระบบจะหาตําแหน่งให้เองโดยอัตโนมัติ และ ํ นําส่ งไปยังปลายางได้อย่างถูกต้อง การับส่ งไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์กาลังเป็ นทีนิยมกันอย่าง ์ ั ์ ั ่ แพร่ หลาย ปั จจุบนข้อมูลทีส่ งผ่านไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์น1 นเป็ นเป็ นข้อมูลแบบใดก็ ได้ทีอยูใน รู ปแบบของดิจิทล (digital) และสามารถใช้ภาษาอะไรก็ได้ ั รู ปที 7.3 ข้อความทีเป็ นภาษาญีปุ่ นทีส่ งผ่านไปรษณี ยอิเล็กทรอนิกส์ ์ 2) การโอนย้ ายแฟมข้ อมูลระหว่ างกัน (File Transfer Protocol : FTP) เป็ นระบบทีทําให้ ้ ่ ผูใช้สามารถรับส่ งแฟ้ มข้อมูลระหว่างกันหรื อ มีสถานีให้บริ การการเก็บแฟ้ มข้อมูลทีอยูในทีต่างๆ ้ และให้บริ การ ผูใช้สมารถเข้าไปคัดเลือกนําแฟ้ มข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น โปรแกรม cuteFTP ้ โปรแกรม wsFTP เป็ นต้น
  • 5.
    รู ปที 7.4โปรแกรม CuteFTP 3) การใช้ เครืองคอมพิวเตอร์ ในทีห่ างไกล (telnet) การเชื อมโยงคอมพิวเตอร์ เข้ากับ เครื อข่าย ทําให้เราสามารถติดต่อเครื องคอมพิวเตอร์ ทีเป็ นสถานีบริ การในทีห่างไกลได้ ถ้าสถานี ่ บริ การนั1นยินยอม ทําให้ผใช้สามารถนําข้อมูลไปประมวลผลยังเครื องคอมพิวเตอร์ ทีอยูในเครื อ ข่าย ู้ เช่น นักเรี ยนในประเทศไทยส่ งโปรแกรมไปประมวลผลทีเครื องคอมพิวเตอร์ ทีอยูใน บริ ษทใน ่ ั ประเทศญีปุ่ นผ่านทางระบบเครื อข่ายโดยไม่ตองเดินทางไปเอง ้ 4) การเรียกค้ นข้ อมูลข่ าวสาร (search engine) ปั จจุบนมีฐานข้อมูลข่าวสารทีเก็บไว้ให้ใช้ ั งานจํานวนมาก ฐานข้อมูลบางแห่งเก็บข้อมูลในรู ปส่ งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ทีผูใช้สมารถเรี ยก อ่าน ้ ่ หรื อนํามาพิมพ์ ฐานข้อมูลนี1 จึงมีลกษณะเหมือนเป็ นห้องสมุดขนาดใหญ่อยูภายในเครื อข่ายที ั สามารถค้นหาข้อมูลใดๆ ก็ได้ ฐานข้อมูลในลักษณะนี1เรี ยกว่า เวิลด์ไวด์เว็บ (Wold Wide Wed : WWW) ซึ งเป็ นฐานข้อมูลทีเชือมโยงกันทัวโลก 5) การอ่ านจากกลุ่มข่ าว (USENET) ภายในอินเทอร์ เน็ตมีกลุ่มข่าวเป็ นกลุ่มๆ แยกตาม ความสนใจ แต่ละกลุ่มข่าวอนุญาตให้ผใช้อินเทอร์ เน็ตส่ งข้อความไปได้ และหากผูใดต้องการเขียน ู้ ้ โต้ตอบก็สามารถเขียนได้ กลุ่มข่าวนี1จึงแพร่ หลายและกระจายข่าวได้รวดเร็ ว 6) การสนทนาบนเครือข่ าย (chat) เมือเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเชื อมต่อถึงกันได้ทวโลกผูใช้ ั ้ จึงสามารถใช้เครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตเป็ นตัวกลางในการติดต่อสนทนากันได้ ในยุคแรกใช้วธีการ ิ สนทนากันด้วยตัวหนังสื อ เพือโต้ตอบกันแบบทีนทีทนใดบนจอภาพ ตอมามีผพฒนาให้ใช้เสี ยงได้ ั ู้ ั จนถึงปั จจุบน ถ้าระบบสื อสารข้อมูลมีความเร็ วพอ ก็สามารถสนทนาโดยทีเห็นหน้ากันและกันบน ั จอภาพได้
  • 6.
    รู ปที 7.5โปรแกรมเพิร์ชใช้สาหลับสนทนาบนเครื อข่ายรู ปที ํ 7.6 โปรแกรม msn ใช้สาหรับสนทนาบนเครื อข่าย ํ 7) การบริการสถานีวิทยุและโทรทัศน์ บนเครือข่ าย เป็ นการ ประยุกต์เพือให้เห็นว่าเป็ นสิ งที เกิดขึ1นได้ ปั จจุบนมีผต1 งสถานีวทยุบนเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตหลายร้อยสถานี ผูใช้สามารถเลือก ั ู้ ั ิ ้ สถานีทีต้องการและได้ยนเสี ยงเหมือนการฟังวิทยุ ขณะเดียวกันก็มีการส่ งกระจายภาพวีดีทศน์บน ิ ั ่ เครื อข่ายด้วย แต่ปัญหายังอยูทีความเร็ วของเครื อข่ายทียังไม่สามารถรองรับการส่ งข้อมูล จํานวน มาก ทําให้คุณภาพของภาพวีดีทศน์ยงไม่ดีเท่าทีควร ั ั
  • 7.
    รู ปที 7.7สถานีโทรทัศน์บนเครื อข่าย 8) การบริการบนอินเทอร์ เน็ต ปั จจุบนมีการให้บริ การบนอินเตอร์ เน็ตเกิด ขึ1นมากมายโดย ั ้ ่ ผูใช้สามารถใช้บริ การโดยอยูทีไหนก็ได้ ซึ งไม่ตองเสี ยเวลาในการเดินทาง การบริ การบน ้ อินเทอร์ เน็ตมีท1 งเผยแพร่ ข่าวสาร ความรู ้ ซื1อข่ายสิ นค้า ธุ รกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ช่วย ั สอน และบริ การอืนๆ ซึ งการให้บริ การเหล่านี1ผใช้สามารถโต้ตอบได้ ู้ องค์ ประกอบสํ าหรับการเชื อมต่ อเข้ าสู่ อนเตอร์ เน็ต ิ การต่อเข้ากับระบบอินเตอร์ เน็ต ต้องมีองค์ประกอบพื1นฐานดังต่อไปนี1 1. เครื องคอมพิวเตอร์ 2. โมเด็ม (modem) เป็ นอุปกรณ์สาหรับแปลงสัญญาณอะนาลอกเป็ นดิจิตอล และแปลงสัญญาณ ํ ดิจิตอลเป็ นอะนาล็อก โมเด็มมี 2 ประเภทคือ - แบบติดตั1งภายใน (internal) ั - แบบติดตั1งภายนอก (external) ใช้เชือมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ กบสายโทรศัพท์ 3. คู่สายโทรศัพท์ 1 เลขหมาย 4. ชือบัญชีผใช้อินเตอร์ เน็ต (account) จากองค์กรหรื อบริ ษทผูให้บริ การอินเตอร์ เน็ต (Internet ู้ ั ้ Service Provider : ISP) 5. ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบติการ ซอฟต์แวร์ สาหรับติดต่อกับเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต โปรแกรม ั ํ บราวเซอร์ (Browser) และซอฟต์แวร์ อืนๆทีใช้ในการสื อสารผ่านเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต 6. เครื องพิมพ์ (ในกรณี ทีต้องการพิมพ์ขอมูล) ้