SlideShare a Scribd company logo
1
2
คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ
สาขาวิชา ดังนั ้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลาย
เป็นอย่างมาก ทั ้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และ
ลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
3
01 02 03โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
(Educational Media)
เป็นโครงงานเพื่อพัฒนา
เครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงาน
ประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่
จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์
เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป
ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน
โครงงานพัฒนาเครื่องมือ
(Tools Development)
เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ใน
การจาลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ
ซึ่งรวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง
และแนวความคิดต่าง ๆแล้วเสนอเป็น
แนวคิด แบบจาลอง หลักการ พร้อมทั ้ง
นาเสนอวิธีการจาลองทฤษฎีด้วย
คอมพิวเตอร์
โครงงานประเภทจาลองทฤษฎี
(Theory Experiment)
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท ได้แก่
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ใน
การผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้าง
โปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน
ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน
และคาถามคาตอบไว้พร้อม
เช่น บทเรียนแบบ Online ที่นั กเรียน
สามารถเข้ามาศึกษาได้ด้วยตนเอง
4
04โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน
(Application)
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการ
สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงใน
ชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการ
ออกแบบและตกแต่งอาคาร โครงงาน
ประเภทนี้นั กเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับ
เครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และ
เครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
05โครงงานพัฒนาเกม
(Game Development)
เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกม
เพื่อความรู้ และความเพลิดเพลิน
โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบ
ลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้
น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั ้งให้ความรู้
สอดแทรกไปด้วย
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
คัดเลือกหัวข้อ
โครงงานที่สนใจ ศึกษาค้นคว้าจาก
เอกสารและ
แหล่งข้อมูล
จัดทาเค้าโครง
ของโครงงาน การลงมือทา
โครงงาน
1
2
3
4
5
การเขียนรายงาน
6
การนาเสนอและ
แสดงโครงงาน
6
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
มักจะได้มาจากปั ญหา คาถาม หรือความสนใจใน
เรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ
คอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปั ญหาที่จะนามา
พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน
ดังนี้
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
1. การอ่านค้นคว้าจากหนั งสือ เอกสาร
หนั งสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ
2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
3. การฟั งบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุ
และโทรทัศน์ รวมทั ้งการสนทนาอภิปราย
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อน
นั กเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน
5. งานอดิเรกของนั กเรียน
6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองาน
ประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงาน
คอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสาคัญ ดังนี้
1. ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อ
เรื่องที่จะศึกษา
2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษา
4. มีเวลาเพียงพอ
5. มีงบประมาณเพียงพอ
6. มีความปลอดภัย
7
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
ซึ่งรวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้
นั กเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกาหนดขอบเขตของ
เรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั ้งได้
ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้
ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั ้นได้
อย่างเหมาะสม
1. จะทา อะไร
2. ทาไมต้องทา
3. ต้องการให้เกิดอะไร
4. ทาอย่างไร
5. ใช้ทรัพยากรอะไร
6. ทากับใคร
7. เสนอผลอย่างไร
ในการศึกษาจะต้องได้คาตอบว่า
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
รายงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ
ชื่อโครงงาน ทาอะไร กับใคร เพื่ออะไร
ประเภทโครงงาน วิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้
ชื่อผู้จัดทาโครงงาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้
ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครู-อาจารย์ผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และควบคุมการทาโครงงานของนั กเรียน
ครูที่ปรึกษาร่วม ครู-อาจารย์ผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วม ให้คาแนะนาในการทาโครงงานของนั กเรียน
ระยะเวลาดาเนินงาน ระยะเวลาการดาเนินงานโครงงาน ตั ้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กาหนดเป็นวัน หรือ เดือนก็ได้
แนวคิด ที่มา และความสาคัญ สภาพปั จจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
วัตถุประสงค์ สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั ้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต
หลักการและทฤษฎี หลักการและทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
วิธีดาเนินงาน กิจกรรมหรือขั ้นตอนการดาเนินงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ
ขั ้นตอนการปฏิบัติ วัน เวลา และกิจกรรมดาเนินการต่างๆ ตั ้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั ้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
เอกสารอ้างอิง สื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นามาใช้ในการดาเนินงาน
4. การลงมือทาโครงงาน
4.1 การเตรียมการ
การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้
พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็น
แฟ้ มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึก
การทากิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน.
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความ
เห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั ้นตอนต่อไปจะ
เป็นการลงมือพัฒนาตามขั ้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้
4.2 การลงมือพัฒนา
1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง อาจเปลี่ยนแปลง
ให้ดีขึ้นได้
2. จัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญๆ ให้แล้ว
เสร็จก่อน จึงค่อยทา ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริม
3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึก
ข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน
4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข
การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความ
จาเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทางานได้ถูกต้อง
ตรงกับความต้องการ ที่ระบุไว้ในเป้ าหมายและทาด้วย
ประสิทธิภาพสูงด้วย
4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วย
ข้อความที่สั ้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้
เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงาน และทาการ
อภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้
4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคต
และข้อเสนอแนะ
เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว อาจพบข้อสังเกต
ประเด็นที่สาคัญ หรือปั ญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็น
ข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์
ต่อไปได้
5.1
ส่วนนา
5.2
บทนา
5.3
หลักการ
และทฤษฎี
5.4
วิธีดาเนิน
การ
เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั ้นซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้ทาโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คาขอบคุณ เป็นคากล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน
ที่มีส่วนช่วยทาให้โครงงานสาเร็จ
5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสาคัญ วัตถุประสงค์
วิธีดาเนินการ และผลที่ได้โดยย่อ
วิธีดาเนินการ อธิบายขั ้นตอน
การดาเนินงานโดยละเอียด พร้อม
ทั ้งระบุปั ญหาหรืออุปสรรคที่พบ
พร้อมทั ้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั ้ง
ระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการ
ทางาน
หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่
ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี
หรือวิธีการที่จะนามาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นั กเรียน
นามาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย
เป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของ
โครงงานซึ่งประกอบด้วย
1. ที่มาและความสาคัญของ
โครงงาน
2. เป้ าหมายของการศึกษาค้นคว้า
3. ขอบเขตของโครงงาน
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
5. การเขียนรายงาน
การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้
ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า
ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ
เกี่ยวกับโครงงานนั ้น ควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย
ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุม
หัวข้อต่างๆเหล่านี้
5.5 ผล
การศึกษา
5.6
สรุปผลและ
ข้อเสนอแนะ
5.7
ประโยชน์
5.8
บรรณานุกรม
5.9 การ
จัดทาคู่มือ
การใช้งาน
เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา จัดทาคู่มืออธิบาย
วิธีการใช้ผลงานนั ้นโดยละเอียด ประกอบด้วย
1. ชื่อผลงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุ
รายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้
ผลงานนั ้นได้
3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อ
ซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์
4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั ้นทา
หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วน
อะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟั งก์ชัน อธิบายการใช้
งานเพื่อให้ผลงานทางานในฟั งก์ชันหนึ่งๆ
รวบรวมรายชื่อหนั งสือ วารสาร
เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทา
โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษา
ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นามาใช้
ประโยชน์ในการทา
อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทา
งาน ถ้ามีการตั ้งสมมติฐานควรระบุ
ด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนั บสนุนหรือ
คัดค้านสมมติฐานที่ตั ้งไว้หรือยังสรุป
ไม่ได้ นอกจากนั ้นยังควรกล่าวถึงการ
นา ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้
ประโยชน์ อุปสรรคของการทา
โครงงาน หรือข้อสังเกตที่สาคัญ
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
ระบุประโยชน์ที่นั กเรียนได้รับจากการ
พัฒนาโครงงานนั ้น และประโยชน์
ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนาผลงานของ
โครงงานไปใช้ด้วย
นาเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้
โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ
หรือข้อความ โดยคานึงถึงความเข้าใจ
ของผู้อ่านเป็นหลัก
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
โดยผลงานที่นามาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วย
สิ่งต่อไปนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้จัดทาโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คาอธิบายถึงที่มาและความสาคัญของโครงงาน
5. วิธีการดาเนินการที่สาคัญ
6. การสาธิตผลงาน
7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสาคัญที่ได้จากการทา
โครงงาน
การนาเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั ้นตอนที่สาคัญ
อีกขั ้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออกถึง
ผลิตผลความคิด ความพยายามในการทางานที่ผู้ทา
โครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทาให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจ
ถึงผลงานนั ้น ทาได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน
ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
แหล่งที่มา
http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-
Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/content1.html
http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-
Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/content2.html

More Related Content

What's hot

ใบงานที่4
ใบงานที่4ใบงานที่4
ใบงานที่4juice1414
 
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
    ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์    ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
French Natthawut
 
Comp2 4
Comp2 4Comp2 4
ใบงานที่ 2
ใบงานที่ 2ใบงานที่ 2
ใบงานที่ 2
Chaiwatt Areeratt
 
รายงาน
รายงานรายงาน
รายงานThank Chiro
 
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์
sirinya55555
 
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
 
โครงงานคอมพ วเตอร
โครงงานคอมพ วเตอร โครงงานคอมพ วเตอร
โครงงานคอมพ วเตอร Jp Eternally
 
Computer project 3
Computer project 3Computer project 3
Computer project 3
PremyudaKumrat
 
Comp2 4
Comp2 4Comp2 4
ใบงานที่ 2-8
ใบงานที่ 2-8ใบงานที่ 2-8
ใบงานที่ 2-8buntitaoopifif
 
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์
Sippapas Wathanapinanachai
 
โครงงานคอม 60435
โครงงานคอม 60435โครงงานคอม 60435
โครงงานคอม 60435Praw Vanitt
 
Com02
Com02Com02
Com02
KJEearn
 
กิจกรรม 3
กิจกรรม 3กิจกรรม 3
กิจกรรม 3
Chanoknart Wachirarungsun
 
งานยิม
งานยิมงานยิม
งานยิมYIMMIE89
 
กิจกรรมที่ 2-609
กิจกรรมที่ 2-609กิจกรรมที่ 2-609
กิจกรรมที่ 2-609
Chanoknart Wachirarungsun
 

What's hot (19)

ใบงานที่4
ใบงานที่4ใบงานที่4
ใบงานที่4
 
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
    ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์    ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
 
Comp2 4
Comp2 4Comp2 4
Comp2 4
 
Comp2 4
Comp2 4Comp2 4
Comp2 4
 
ใบงานที่ 2
ใบงานที่ 2ใบงานที่ 2
ใบงานที่ 2
 
รายงาน
รายงานรายงาน
รายงาน
 
ใบงานที่2
ใบงานที่2ใบงานที่2
ใบงานที่2
 
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์
 
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์
 
โครงงานคอมพ วเตอร
โครงงานคอมพ วเตอร โครงงานคอมพ วเตอร
โครงงานคอมพ วเตอร
 
Computer project 3
Computer project 3Computer project 3
Computer project 3
 
Comp2 4
Comp2 4Comp2 4
Comp2 4
 
ใบงานที่ 2-8
ใบงานที่ 2-8ใบงานที่ 2-8
ใบงานที่ 2-8
 
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์
 
โครงงานคอม 60435
โครงงานคอม 60435โครงงานคอม 60435
โครงงานคอม 60435
 
Com02
Com02Com02
Com02
 
กิจกรรม 3
กิจกรรม 3กิจกรรม 3
กิจกรรม 3
 
งานยิม
งานยิมงานยิม
งานยิม
 
กิจกรรมที่ 2-609
กิจกรรมที่ 2-609กิจกรรมที่ 2-609
กิจกรรมที่ 2-609
 

Similar to Computer

03 14-2562-presentation3
03 14-2562-presentation303 14-2562-presentation3
03 14-2562-presentation3
SirasornChantaramano1
 
กิจกรรมที่ 3 PRESENTATION
กิจกรรมที่ 3 PRESENTATIONกิจกรรมที่ 3 PRESENTATION
กิจกรรมที่ 3 PRESENTATION
Chanisara Janthaphan
 
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์Sarocha Makranit
 
Presentation 3 (1)
Presentation 3 (1)Presentation 3 (1)
Presentation 3 (1)
Napisx
 
Type of computer project
Type of computer projectType of computer project
Type of computer project
jungkookjin
 
Kk3
Kk3Kk3
ประเภทและขั้นตอนของโครงงาน
ประเภทและขั้นตอนของโครงงานประเภทและขั้นตอนของโครงงาน
ประเภทและขั้นตอนของโครงงาน
Ploy Pony
 
ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์sa_jaimun
 
Activities3
Activities3Activities3
Activities3
tataaaz
 

Similar to Computer (20)

03 14-2562-presentation3
03 14-2562-presentation303 14-2562-presentation3
03 14-2562-presentation3
 
กิจกรรมที่ 3 PRESENTATION
กิจกรรมที่ 3 PRESENTATIONกิจกรรมที่ 3 PRESENTATION
กิจกรรมที่ 3 PRESENTATION
 
Three.
Three.Three.
Three.
 
โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์โครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์
 
ใบงานที่3
ใบงานที่3ใบงานที่3
ใบงานที่3
 
Presentation 3 (1)
Presentation 3 (1)Presentation 3 (1)
Presentation 3 (1)
 
Type of computer project
Type of computer projectType of computer project
Type of computer project
 
Kk3
Kk3Kk3
Kk3
 
K3
K3K3
K3
 
K3
K3K3
K3
 
K3
K3K3
K3
 
K3
K3K3
K3
 
K3.1
K3.1K3.1
K3.1
 
K3
K3K3
K3
 
K3
K3K3
K3
 
K3.1
K3.1K3.1
K3.1
 
ประเภทและขั้นตอนของโครงงาน
ประเภทและขั้นตอนของโครงงานประเภทและขั้นตอนของโครงงาน
ประเภทและขั้นตอนของโครงงาน
 
ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
ใบความรู้ 2.1วิธีการดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
 
Activities3
Activities3Activities3
Activities3
 
ใบงาน 3
ใบงาน 3ใบงาน 3
ใบงาน 3
 

Recently uploaded

Recap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdf
Recap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdfRecap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdf
Recap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdf
NuttavutThongjor1
 
Artificial Intelligence in Education2.pdf
Artificial Intelligence in Education2.pdfArtificial Intelligence in Education2.pdf
Artificial Intelligence in Education2.pdf
Prachyanun Nilsook
 
โรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.ppt
โรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.pptโรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.ppt
โรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.ppt
pakpoomounhalekjit
 
Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...
Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...
Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...
NuttavutThongjor1
 
โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...
โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...
โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...
SweetdelMelon
 
กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21
กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21
กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21
Postharvest Technology Innovation Center
 
bio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกัน
bio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกันbio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกัน
bio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกัน
CholapruekSangkamane1
 
ความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdf
ความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdfความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdf
ความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdf
Pattie Pattie
 

Recently uploaded (8)

Recap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdf
Recap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdfRecap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdf
Recap JavaScript and TypeScript.pdf Recap JavaScript and TypeScript.pdf
 
Artificial Intelligence in Education2.pdf
Artificial Intelligence in Education2.pdfArtificial Intelligence in Education2.pdf
Artificial Intelligence in Education2.pdf
 
โรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.ppt
โรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.pptโรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.ppt
โรคทางพันธุกรรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม.ppt
 
Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...
Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...
Fullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack Nest.js and Next.js.pdfFullstack N...
 
โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...
โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...
โครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิตโครงงานคณิต...
 
กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21
กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21
กำหนดการ การประชุมวิชาการวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 21
 
bio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกัน
bio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกันbio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกัน
bio62สอวน.ชีววิทยา-ชีววิทยาปี62-ข้อสอบแข่งกัน
 
ความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdf
ความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdfความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdf
ความสุจริตทางวิชาการ “เชื่อมไทยเชื่อมโลก”.pdf
 

Computer

  • 1. 1
  • 2. 2 คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั ้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลาย เป็นอย่างมาก ทั ้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และ ลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 3. 3 01 02 03โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media) เป็นโครงงานเพื่อพัฒนา เครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงาน ประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development) เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ใน การจาลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ ซึ่งรวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวความคิดต่าง ๆแล้วเสนอเป็น แนวคิด แบบจาลอง หลักการ พร้อมทั ้ง นาเสนอวิธีการจาลองทฤษฎีด้วย คอมพิวเตอร์ โครงงานประเภทจาลองทฤษฎี (Theory Experiment) ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท ได้แก่ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ใน การผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้าง โปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคาถามคาตอบไว้พร้อม เช่น บทเรียนแบบ Online ที่นั กเรียน สามารถเข้ามาศึกษาได้ด้วยตนเอง
  • 4. 4 04โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application) เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการ สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงใน ชีวิตประจาวัน เช่น ซอฟต์แวร์สาหรับการ ออกแบบและตกแต่งอาคาร โครงงาน ประเภทนี้นั กเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับ เครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และ เครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 05โครงงานพัฒนาเกม (Game Development) เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกม เพื่อความรู้ และความเพลิดเพลิน โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบ ลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้ น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั ้งให้ความรู้ สอดแทรกไปด้วย ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 6. 6 1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ มักจะได้มาจากปั ญหา คาถาม หรือความสนใจใน เรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ คอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปั ญหาที่จะนามา พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน ดังนี้ ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. การอ่านค้นคว้าจากหนั งสือ เอกสาร หนั งสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ 2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ 3. การฟั งบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุ และโทรทัศน์ รวมทั ้งการสนทนาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อน นั กเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ 4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน 5. งานอดิเรกของนั กเรียน 6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองาน ประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงาน คอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสาคัญ ดังนี้ 1. ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อ เรื่องที่จะศึกษา 2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้ 3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษา 4. มีเวลาเพียงพอ 5. มีงบประมาณเพียงพอ 6. มีความปลอดภัย
  • 7. 7 การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้ นั กเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกาหนดขอบเขตของ เรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั ้งได้ ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั ้นได้ อย่างเหมาะสม 1. จะทา อะไร 2. ทาไมต้องทา 3. ต้องการให้เกิดอะไร 4. ทาอย่างไร 5. ใช้ทรัพยากรอะไร 6. ทากับใคร 7. เสนอผลอย่างไร ในการศึกษาจะต้องได้คาตอบว่า 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 8. 3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ รายงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ ชื่อโครงงาน ทาอะไร กับใคร เพื่ออะไร ประเภทโครงงาน วิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ชื่อผู้จัดทาโครงงาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้ ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครู-อาจารย์ผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และควบคุมการทาโครงงานของนั กเรียน ครูที่ปรึกษาร่วม ครู-อาจารย์ผู้ทาหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วม ให้คาแนะนาในการทาโครงงานของนั กเรียน ระยะเวลาดาเนินงาน ระยะเวลาการดาเนินงานโครงงาน ตั ้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กาหนดเป็นวัน หรือ เดือนก็ได้ แนวคิด ที่มา และความสาคัญ สภาพปั จจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล วัตถุประสงค์ สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั ้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต หลักการและทฤษฎี หลักการและทฤษฎีที่นามาใช้ในการพัฒนาโครงงาน วิธีดาเนินงาน กิจกรรมหรือขั ้นตอนการดาเนินงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ ขั ้นตอนการปฏิบัติ วัน เวลา และกิจกรรมดาเนินการต่างๆ ตั ้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ผลที่คาดว่าจะได้รับ สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั ้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ เอกสารอ้างอิง สื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นามาใช้ในการดาเนินงาน
  • 9. 4. การลงมือทาโครงงาน 4.1 การเตรียมการ การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้ พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็น แฟ้ มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึก การทากิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน. ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความ เห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั ้นตอนต่อไปจะ เป็นการลงมือพัฒนาตามขั ้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้ 4.2 การลงมือพัฒนา 1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง อาจเปลี่ยนแปลง ให้ดีขึ้นได้ 2. จัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญๆ ให้แล้ว เสร็จก่อน จึงค่อยทา ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริม 3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึก ข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน 4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความ จาเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทางานได้ถูกต้อง ตรงกับความต้องการ ที่ระบุไว้ในเป้ าหมายและทาด้วย ประสิทธิภาพสูงด้วย 4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วย ข้อความที่สั ้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้ เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงาน และทาการ อภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ 4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคต และข้อเสนอแนะ เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว อาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญ หรือปั ญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็น ข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ ต่อไปได้
  • 10. 5.1 ส่วนนา 5.2 บทนา 5.3 หลักการ และทฤษฎี 5.4 วิธีดาเนิน การ เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั ้นซึ่งประกอบด้วย 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผู้ทาโครงงาน 3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 4. คาขอบคุณ เป็นคากล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทาให้โครงงานสาเร็จ 5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสาคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดาเนินการ และผลที่ได้โดยย่อ วิธีดาเนินการ อธิบายขั ้นตอน การดาเนินงานโดยละเอียด พร้อม ทั ้งระบุปั ญหาหรืออุปสรรคที่พบ พร้อมทั ้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั ้ง ระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการ ทางาน หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนามาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นั กเรียน นามาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย เป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของ โครงงานซึ่งประกอบด้วย 1. ที่มาและความสาคัญของ โครงงาน 2. เป้ าหมายของการศึกษาค้นคว้า 3. ขอบเขตของโครงงาน ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ 5. การเขียนรายงาน การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั ้น ควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุม หัวข้อต่างๆเหล่านี้
  • 11. 5.5 ผล การศึกษา 5.6 สรุปผลและ ข้อเสนอแนะ 5.7 ประโยชน์ 5.8 บรรณานุกรม 5.9 การ จัดทาคู่มือ การใช้งาน เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา จัดทาคู่มืออธิบาย วิธีการใช้ผลงานนั ้นโดยละเอียด ประกอบด้วย 1. ชื่อผลงาน 2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุ รายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ ผลงานนั ้นได้ 3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อ ซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ 4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั ้นทา หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วน อะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก 5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟั งก์ชัน อธิบายการใช้ งานเพื่อให้ผลงานทางานในฟั งก์ชันหนึ่งๆ รวบรวมรายชื่อหนั งสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทา โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษา ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นามาใช้ ประโยชน์ในการทา อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทา งาน ถ้ามีการตั ้งสมมติฐานควรระบุ ด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนั บสนุนหรือ คัดค้านสมมติฐานที่ตั ้งไว้หรือยังสรุป ไม่ได้ นอกจากนั ้นยังควรกล่าวถึงการ นา ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ ประโยชน์ อุปสรรคของการทา โครงงาน หรือข้อสังเกตที่สาคัญ ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นั กเรียนได้รับจากการ พัฒนาโครงงานนั ้น และประโยชน์ ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนาผลงานของ โครงงานไปใช้ด้วย นาเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ โดยคานึงถึงความเข้าใจ ของผู้อ่านเป็นหลัก ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
  • 12. 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน โดยผลงานที่นามาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วย สิ่งต่อไปนี้ 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผู้จัดทาโครงงาน 3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 4. คาอธิบายถึงที่มาและความสาคัญของโครงงาน 5. วิธีการดาเนินการที่สาคัญ 6. การสาธิตผลงาน 7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสาคัญที่ได้จากการทา โครงงาน การนาเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั ้นตอนที่สาคัญ อีกขั ้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออกถึง ผลิตผลความคิด ความพยายามในการทางานที่ผู้ทา โครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทาให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจ ถึงผลงานนั ้น ทาได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์