01 ภาษาไทย.


     การสอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือเพื่อเขาศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม
                  มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเอกชน ปการศึกษา 2551
                                ขอสอบวิชา 01 ภาษาไทย
                 สอบวันเสารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2550         เวลา 12.30 – 14.30 น.

     ชื่อ – นามสกุล...................................................................................เลขที่นั่งสอบ..................................................


           คําอธิบาย
1.   ขอสอบฉบับนี้มีทั้งหมด 100 ขอ รวม 21 หนา
2.   ขอสอบฉบับนี้มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน
3.   การตอบขอสอบ ใหตอบลงในกระดาษคําตอบเทานั้น
4.   ขอสอบทุกขอเปนขอสอบแบบเลือกตอบ แตละขอจะมีคําตอบใหเลือก 4 คําตอบ คือ 1, 2, 3, 4, ใหพิจารณา
     เลือกคําตอบที่เห็นวา ถูกตองที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดเพียงคําตอบเดียวแลวใชดินสอดํา 2B หรือดํากวาระบายใน
     วงกลมที่ตองการในกระดาษคําตอบ ดังตัวอยาง

                            ตัวอยาง                                                                         การตอบ
          (0) ขอใดคือพยัญชนะไทยลําดับสุดทาย                                          ขอนี้ คําตอบที่ถูกคือ ตัวเลือก 2
              1. อ                                                                     จึงไปตอบตัวเลือกที่ 2 ในกระดาษคําตอบ ดังนี้
              2. ฮ
              3. ห
              4. ฬ

5. ถาตองการเปลี่ยนคําตอบใหใชยางลบ ลบใหสะอาด แลวจึงระบายวงกลมใหมที่ตองการ
6. หามนําขอสอบและกระดาษคําตอบออกจากหองสอบโดยเด็ดขาด
7. กอนตอบขอสอบใหผูเขาสอบเขียน ชื่อและเลขที่น่งสอบใหสมบูรณลงในกระดาษคําตอบ
                                                  ั


                                                      เมื่ออานเขาใจดีแลว ใหลงมือทําขอสอบได



                          ขอสอบฉบับนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย




QUOTA CMU’ 51.                                                                    (1)                                                               01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

                    ขอสอบคัดเลือกนักเรียนเขาศึกษาตอในมหาวิทยาลัยเชียงใหม
                              วิชา 01 ภาษาไทย ปการศึกษา 2551

1. ขอใดมีเสียงพยัญชนะควบกล้ํามากที่สุด
   1. ครอบจักรวาล วิกฤตการณ                               2. ปริศนาอักษรไขว คฤหบดี
   3. พระราชกฤษฎีกา พลานามัย                               4. มาตรฐานเครื่องยนต ปริยัติธรรม

2. ขอใดมีเสียงวรรณยุกตครบ 5 เสียง
   1. อุตสาหกรรมเกษตรภายในประเทศ                           2. ผลสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ
   3. สาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ                    4. มูลนิธิวิทยาศาสตรภาคกลาง

3. ในขอความตอไปนี้ คําที่มีความสั้น – ยาวของเสียงสระไมตรงกับรูปสระมีกี่คํา
    “วันเสารตอนเชา แดงจะนําผลไมไปเยี่ยมนาย บานทานอยูริมน้ํา ทางทิศใตของวัดโบราณ”
   1. 3                     2. 4                      3. 5                        4. 6

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 4 – 5
         “ที่พักที่มีพื้นที่จํากัดเชนหองเชา อาจมีปญหาการจัดเก็บหนังสือและนิตยสารตาง ๆ ผูที่อยูอาศัย จึงตองมี
กลวิธีในการจัดมุมอานหนังสือใหเหมาะสม อาจพยายามหามุมที่ถูกใจสําหรับนอนหรือนั่งอาน หนังสือ....”

4. พยางคสุดทายของคําหรือกลุมคําที่ขีดเสนใตมีพยางคตายกี่พยางค
   1. 1                   2. 2                           3. 3                            4. 4

5. คําที่ขีดเสนใตเปนคําประสมกี่คํา
   1. 3                       2. 4                         3. 5                          4. 6

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 6 - 7
            “พืชตระกูลปอปปซึ่งเกี่ยวของกับฝน ซึ่งเปนสารเสพติดนั้นมีมากมายหลายพันธุ ดอกปอปปท่ประชาชน
                                                                                                            ี
ทั่วไปรูจักเปนดอกปอปปสีแดงเปนสัญลักษณของทหารผานศึกเปนการระลึกถึงทหารฝายสัมพันธมิตรในสงครามโลก
ครั้งที่ 1 ที่ตองสูญเสียชีวิตไปในการรบที่ทองทุงทางตอนใตของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งกําลังมีดอกปอปปสีแดงบาน
สะพรั่งเต็มทองทุง ที่ประเทศญี่ปุนปอปปกําลังเปนวัชพืชที่ทําใหเจาหนาที่สาธารณสุขที่ดูแลเรื่องยาเสพติดตองปวด
เศียรเวียนเกลา”

6. คําที่ขีดเสนใตเปนคําซอนเพื่อความหมายกี่คํา
   1. 3                        2. 4                        3. 5                          4. 6




QUOTA CMU’ 51.                                            (2)                                            01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

7. คําที่ขีดเสนใตเปนคําสมาสกี่คํา
   1. 3                       2. 4                     3. 5                        4. 6

8. ขอความตอไปนี้มีคํากริยากี่คํา
         “หมีขาวมีถิ่นกําเนิดบริเวณคาบสมุทรอารกติกรอบ ๆ ขั้วโลกเหนือ ทั้งฝงประเทศรัสเซีย สแกนดิเนเวีย
   และทวีปอเมริกาเหนือ”
   1. 1                      2. 2                    3. 3                         4. 4

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 9 - 11
         “ปอปปเปนไมเมืองหนาวที่สามารถขึ้นและขยายพันธุไดงายตามธรรมชาติ ในชวงฤดูใบไมผลิเมื่อเริ่มไดรับ
น้ําฝน เมล็ดของมันที่กระจัดกระจายอยูในดิน ก็จะงอกงามและใหดอกบานเต็มทองทุงในเวลาไมกี่เดือนจึงนิยมปลูก
เปนไมประดับ...”

9. คําที่ขีดเสนใตเปนคําวิเศษณกี่คํา
   1. 1                        2. 2                    3. 3                        4. 4

10. คําที่ขีดเสนใตเปนคําบุพบทกี่คํา
    1. 1                      2. 2                     3. 3                        4. 4

11. คําที่ขีดเสนใตเปนคําสันธานกี่คํา
    1. 1                       2. 2                    3. 3                        4. 4

12. ขอใดเปนประโยค
    1. บริษัทผูผลิตยาแกหวัดลดไขสําหรับเด็กเล็ก
    2. โรงงานน้ําตาลเขตอําเภอเมืองขยายกิจการ
    3. สํานักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติ
    4. โครงการเพื่อสํารวจแหลงทรัพยากรธรรมชาติใตทะเล

13. ขอใดเปนประโยคความเดียว
    1. สมุนไพรหมากจองชวยเสริมภูมิคุมกันของรางกาย
    2. รัฐบาลพยายามเพิ่มศักยภาพในการแขงขันทางธุรกิจกับตางประเทศ
    3. บริษัทรถยนตทุกบริษัทเรงผลิตรถประหยัดน้ํามัน
    4. คณะอุตสาหกรรมเกษตรไดจัดงานมหกรรมบรรจุภัณฑ




QUOTA CMU’ 51.                                        (3)                                         01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

14. ประโยคใดมีโครงสราง “ประธาน + กริยา + กริยา” อยางชัดเจนที่สุด
    1. ปลาราดิบอันตราย                            2. รถยนตใหมแพง
    3. ขนมสาลี่นุมหอม                             4. กลวยไมจิ๋วสวย

15. ประโยคใดมีโครงสรางตางจากขออื่น
    1. ธนาคารพัฒนาบริการประชาชน                           2. เลขานุการจดรายงานการปฏิบัติงาน
    3. สมาคมเลื่อนประชุมสมาชิก                            4. เยาวชนรวมสรุปปญหาสังคม

16. ประโยคใดมีโครงสรางตางจากขออื่น
    1. น้ําเซาะดินถลม                                    2. สุนัขไลแมวหนี
    3. ฝนตกถนนลื่น                                        4. พี่ชนนองหกลม

17. ประธานของคํากริยาที่ขีดเสนใตในขอใดไมใช “ที่นี่”
    1. ที่นี่รับสมัครพนักงาน                             2. ที่นี่รับตกแตงสวน
    3. ที่น่รบขนยายของ
             ีั                                          4. ที่นี่รับซื้อของเกา

18. ขอใดไมมีสวนขยายกริยา
    1. รถประจําทางขึ้นราคาคาโดยสารตามมติคณะกรรมการ
    2. กัปตันของเครื่องบินผานการเปนนักบินที่สองนานแปดป
    3. มหาวิทยาลัยในอิสราเอลซื้อหุนยนตพนักงานตอนรับมาจากญี่ปุน
    4. ผูบริโภคเปรียบเทียบราคาสินคาทางการเกษตรของชุมชน

19. ขอความที่ขีดเสนใตในขอใดเปนกรรมของคํากริยา 2 คํา อยางชัดเจนที่สุด
    1. กลุมพิทักษสิทธิผูบริโภคตรวจพบสารตะกั่วปริมาณสูงในลิปสติก
    2. นักวิจัยของโรงพยาบาลอังกฤษคนพบสารตานมะเร็งลําไสในขมิ้น
    3. สมาชิกชมรมพืชสมุนไพรนัดพบกลุมเกษตรกรที่ศูนยสุขภาพ
    4. นักโบราณคดีขุดพบภาพวาดโบราณบริเวณตอนเหนือของซีเรีย

20. คําคูใดอาจมีความหมายตางกัน
    1. จุนเจือ      เจือจุน                               2. พัวพัน พันพัว
    3. กลิ้งกลอก กลอกกลิ้ง                                4. เชยชม ชมเชย

21. คําที่ขีดเสนใตในขอใดมีความหมายตางจากความหมายในพจนานุกรมมากที่สุด
    1. เขาเปนคนมีสี                                2. เขาเปนคนมีเงิน
    3. เขาเปนคนมีฝมือ                             4. เขาเปนคนมีมารยาท




QUOTA CMU’ 51.                                           (4)                                  01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

22. คําที่ขีดเสนใตคูใดมีความหมายเกี่ยวของกันตางจากคูอื่น
    1. อาหารนี้ รสชาติอรอยนะ                                2. ฤดูหนาวนี้ ดอกไมสวยนะ
    3. แมวตัวนี้ สมองไวนะ                                    4. เด็กคนนี้ ความสามารถสูงนะ

23. ราชาศัพทขอใดผิด
    1. คณะบุคคลทูลเกลาทูลกระหมอมถวายรถเข็นไฟฟาอัตโนมัติแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
    2. คณะแพทยผูถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดถวายการทดสอบพระกลามเนื้อพระวรกาย
    3. วันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ จะมีการจัดพื้นที่ใหประชาชนเขาเฝาทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาท
       สมเด็จพระเจาอยูหัว
    4. พระอาการโดยทั่วไปของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวดีขึ้น เปนที่พอใจของคณะแพทยฯ
       เสวยพระกระยาหารไดมากขึ้น

24. ขอใดใชคํากริยาไมเหมาะสม
    1. เขาพูดหวานลอมใหเพื่อนตกลงซื้อที่ดินของเขา
    2. เขาพูดเปรยขึ้นมาทามกลางผองเพื่อนวาเขาจะไปทํามาหากินตางแดน
    3. เขาพูดโผงผางไมเกรงใจใครทําใหคนหลายคนไมชอบเขา
    4. เขาพูดออนวอนใหคนในสังคมหันมาสามัคคีกันเพื่อสันติสุขของชาติ

25. ขอใดใชสํานวนผิด
    1. วัยรุนเกเร 2 กลุมกําลังยกพวกตีกันอยูหนาหมูบาน เหตุการณหนาสิ่วหนาขวานเชนนี้อยาปลอยใหเด็ก ๆ ไป
       หนาหมูบานตอนนี้นะ
    2. พระเอกกําลังตอสูกับโจร ยังไมแพชนะกัน เหตุการณกําลังเขาไตเขาไฟ ภาพยนตรโทรทัศนเรื่องนี้ก็จบตอน
       ไปเสียกอน ตองคอยดูตอวันศุกรหนา
    3. แดงประกาศในที่ประชุมชาวบานวาตนเองเกงกลา สามารถปราบโจรที่กําลังกอความเดือดรอนแกชาวบานใน
       หมูบานขณะนี้ได แตที่จริงแดงไมสามารถทําได กลาวไดวาการพูดของแดงเปนเพียงหมาเหา ใบตองแหงเทานั้น
    4. เขาเปนสมาชิกพรรคการเมือง 2 พรรคซึ่งมีนโยบายตางกัน เพื่อวาในอนาคตถาพรรคใดมีความรุงเรืองทาง
       การเมืองนอยกวาก็จะผละจากพรรคนั้นไปสังกัดอีกพรรคหนึ่ง การกระทําเชนนี้เรียกวาเหยียบเรือสองแคม

อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 26 - 29
         “ในชวงปลายคริสตศตวรรษที่ 15 ไดเริ่มมีการปฏิรูประบบกฎหมายจารีตประเพณี เนื่องจากกฎหมายที่เกิด
จากคําพิพากษาของศาลนั้นเปนสิ่งที่คอนขางจะตายตัว เมื่อเวลาลวงเลยไปสังคมก็ยอมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในระยะ
นั้นสังคมอังกฤษไดเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เริ่มมีการพัฒนาการคาการพาณิชย จึงทําใหเกิดปญหาที่วาศาลไมอาจจะหา
กฎหมายมาใชในการตัดสินคดีใหเกิดความยุติธรรมได ความยุติธรรมในสมัยหนึ่งนั้นอาจจะไมยุติธรรมในอีกสมัยหนึ่ง
ก็ได”




QUOTA CMU’ 51.                                         (5)                                      01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

26. ขอใดเปนประโยคใจความสําคัญ
    1. กฎหมายที่เกิดจากคําพิพากษาของศาลนั้นเปนสิ่งที่คอนขางจะตายตัว
    2. ความยุติธรรมในสมัยหนึ่งนั้นอาจจะไมยุติธรรมในอีกสมัยหนึ่งก็ได
    3. ชวงปลายคริสตศตวรรษที่ 15 ไดเริ่มมีการปฏิรูประบบกฎหมายจารีตประเพณี
    4. เมื่อเวลาลวงเลยไปสังคมก็ยอมเปลี่ยนไปโดยเฉพาะในสังคมอังกฤษ

27. ขอใดเปนวิธีการเสนอขอมูลของผูเขียน
    1. กลาวถึงผลกอนสาเหตุ                         2. ใหรายละเอียดกอนสรุปทาย
    3. อธิบายความแลวตามดวยวินิจ                   4. ชี้ถึงปญหาพรอมแจกแจงที่มา

28. ขอใดไมใชวิธีการขยายความของผูเขียน
    1. ยกตัวอยาง                                   2. แสดงเหตุและผล
    3. แสดงรายละเอียด                               4. จํากัดความคิด

29. ขอใดกลาวไมถูกตอง
    1. เวลาสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง                 2. ปญหาอยูที่คําพิพากษาลาสมัย
    3. ประเทศอังกฤษจําเปนตองปฏิรูปกฎหมาย          4. เมื่อสังคมเปลี่ยนกฎหมายก็ตองเปลี่ยน

อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 30 - 34
                   เกลากระผมคือศิษยชื่อทิดราย    เออเอ็งหายหนาไปอยูไหนหวา
         รับประทานเคราะหกรรมตองจําลา              ไปอยูปาสวนเรือกกินเผือกมัน
         เออเอ็งคอยวัฒนาฤาหาหือ                    หายหนาชื่อกูคิดวาเอ็งอาสัญ
         ที่จนมีรับประทานก็ปานกัน                   ดวยผมนั้นเลขชาตาเปนกาลี
         ไดแตสมหมากหยาบหยาบมากราบเทา            เปนของชาวคนขัดนาบัดสี
         ถาแมนคลองตองตําราชาตาดี                คงจะมีของถวายหลายชนิด

30. บุรษที่สองในคําประพันธน้ีตรงกับขอใด
       ุ
    1. ครูผูทรงคุณอันประเสริฐ                      2. กษัตริยผูเปนเลิศทุกสถาน
    3. พระสงฆผูทรงศีลสมาทาน                       4. ขุนนางวาราชการของแผนดิน

31. คําที่ขีดเสนใตหมายถึงขอใด
    1. อาชีพ                  2. ชุมชน              3. วิถีชวิต
                                                            ี                  4. ฐานะ

32. ขอใดเปนวิธีการนําเสนอของกวี
    1. ใหตัวละครพูดโตตอบกัน                       2. ใชภาษาสนทนาระดับชาวบาน
    3. เลือกคําศัพทสามัญที่ใชกันทั่วไป            4. สรางฉากประกอบเหมาะกับเนื้อเรื่อง



QUOTA CMU’ 51.                                     (6)                                        01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

33. ขอใดเปนทัศนะของตัวละคร
    1. ชื่อไมเปนมงคลยอมนําพาชีวิตใหตกต่ํา       2. ใชภาษาสนทนาระดับชาวบาน
    3. เลือกคําศัพทสามัญที่ใชกันทั่วไป            4. สรางฉากประกอบเหมาะกับเนื้อเรื่อง

34. คําประพันธนี้มีคุณคานอยที่สุดในดานใด
    1. การสรางจินตนาการ                            2. ความไพเราะของคําและเสียง
    3. ภาพสะทอนทางสังคม                            4. การเรียบเรียงตามฉันทลักษณ

อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 35 – 37
         “ความหิวกําเนิดขึ้นกอนความอิ่ม ในเวลาซึ่งพอเหมาะมันทําใหอาหารทุกชนิดเลิศรสกวาปกติ สําหรับเวลา
ซึ่งยาวนานกวานั้น คนหิวอาจกลายเปนขโมย เปนฆาตกรหรืออาจกอวินาศกรรมใหญหลวง เพื่อนองไกสักชิ้น คนจร
รูจกความหิวดี เริ่มแรกคือทุกขอันไมจบสิ้น ตอมากลายเปนเพื่อนซึ่งสนิทสนมคุนเคยและแยกจากกันประเดี๋ยว
    ั
ประดาวเทานั้น”

35. ขอใดเปนความคิดของผูเขียน
    1. ความหิวเปนสิ่งที่นากลัว                    2. ความหิวทําใหอาหารอรอยขึ้น
    3. ความหิวไมเขาใครออกใคร                      4. ความหิวเปนเพื่อนของคนยาก

36. ขอใดไมใชวิธีการสงสารของผูเขียน
    1. ยกตัวอยาง           2. ลําดับความ           3. เปรียบเทียบ            4. ผูกเงื่อนไข

37. คําคูใดไมมีความสัมพันธโดยตรงกับความหิว
    1. เวลา พฤติกรรม                                2. โอกาส ความทุกข
    3. ความอรอย อาหาร                              4. ความรูสึก คนโซ

38. คําประพันธตอไปนี้มโวหารภาพพจนกี่แหง
                        ี
                  คราวนั้นเมื่อตามไปกลางปา                  หนาดําเหมือนหนึ่งทามินหมอไหม
         ชนะความงามหนาดังเทียนชัย                           เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก

    1. 2                    2. 3                    4. 4                      4. 5




QUOTA CMU’ 51.                                     (7)                                         01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 39 - 42
                                     ดื่มด่ําน้ําหินซับ
                          ตามไดจบกบกุงหอย
                                   ั
                          ผักกูดกํานอยนอย
                          กับดอกเห็ดเลือกเด็ดมา
                          เรียงหินสามเสาไว
                          กมเปาไฟเตรียมหุงหา
                          ตั้งหมอรอเวลา
                          รวมอิ่มหนําในค่ําคืน

39. ขอใดไมปรากฏในบทกวี
    1. วิธีชีวิต       2. ธรรมชาติ                         3. ความรื่นรมย          4. ความสิ้นหวัง

40. กวีใชโวหารชนิดใด
    1. บรรยาย                 2. พรรณนา                    3. อุปมา                 4. สาธก

41. ขอใดเปนการวิจารณ
    1. กลาวถึงอาหารที่หาไดตามชนบท
    2. ใหภาพการใชชีวิตที่เรียบงายของคนพื้นถิ่น
    3. สรางจินตนาการจากการใชคําสามัญแตสื่ออารมณ
    4. แสดงความสัมพันธระหวางมนุษยกับธรรมชาติ

42. จากคําประพันธขางตน ขอใดอนุมานความไดบริบูรณ
    1. ผูหญิงกับภาระหนาที่                         2. ชีวิตประจําวันของชาวบานปา
    3. ความสุขอยูที่ความพอใจ                        4. ความงาม ความสุนทรียและชีวิต

อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 43 - 44
         “ผูมีปญญามักไมประมาท เมื่อคนสวนมากพากันประมาท และตื่นเมื่อคนสวนมากพากันหลับอยู เขาจึงทิ้ง
ชวงคนเหลานั้นไปไกล เหมือนมาฝเทาเร็ววิ่งเลยมาแกลบฉะนั้น”

43. คําที่ขีดเสนใตหมายถึงขอใด
    1. มากินแกลบ             2. มาพันธุเล็ก             3. มาแขง               4. มาพันธุเทศ

44. ขอใดกลาวถูกตอง
    1. ผูมีปญญามักตื่นตัวตลอดเวลา                        2. ผูมีปญญามีความสามารถในการแขงขัน
    3. ผูมีปญญาพลิกวิกฤตเปนโอกาส                        4. ผูมีปญญาไตรตรองอยางรอบคอบเสมอ



QUOTA CMU’ 51.                                            (8)                                         01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 45 - 46
                   อันชางหมอตีหมอไมหวังฉาน                    ตีเอางานงามใชมิใหหนา
         ดั่งอาจารยตีศิษยใหวิทยา                               มิใชวาจะประหารใหไปอบาย

45. ขอใดเปนเจตนาของผูแตง
    1. เปรียบใหเขาใจ     2. ใหขอคิด                 3. แสดงทัศนะ                 4. โนมนาวใจ

46. คําที่ขีดเสนใตมีความหมายตรงกับขอใด
    1. แตก                  2. บุบ                      3. ราว                      4. บิ่น

47. บทกวีตอไปนี้มีขอบกพรองดานใด
                  อยาใหเหมือนใบศรีที่เบิกขวัญ
       พอเสร็จพลันเปนใบตองนะนองเอย
       ถนอมหนอยอยาลอยรางไปอยางเคย
       เก็บไวเชยเมื่อช้ําเช็ดน้ําตา

    1. จังหวะ               2. สัมผัส                   3. คํา                       4. วรรณยุกต

48. ขอใดเปนสวนสรุปของเรียงความ
    1. ความงาม ความปติเรงเราพลังแหงการสรางสรรค คุณคาทางจิตใจเปนรากฐานแหงชีวิตที่แท
    2. ความรักทําใหมนุษยมความสัมพันธกับสรรพสิ่งรอบตัว ไมคับแคบ ไมหมกมุนอยูกับตนเอง
                              ี
    3. การเขียนแบบสรางสรรคจึงมีความหมายตรงกันขามกับการเขียนที่มุงประโยชนทางวิชาการดังกลาวขางตน
    4. ความริเริ่มใหมจึงขึ้นอยูกับเจตนาของเจาของผลงาน เจตนาจริงเชนนี้นําไปสูงานเขียนสรางสรรคที่ผูเขียน
       ภาคภูมิใจได

49. การอานในขอใดชวยใหเขาใจบทประพันธน้ี
                    โอตอเอยตอแหลตอแตหลัง
          คิดจะตั้งตอแนตองแตตน
          ไมมีตอตอมีไตตอไลชน
          อยาทําตนเปนตอลอไตเลย
    1. อานตีความ                                       2. อานแปลความ
    3. อานถอดความ                                      4. อานเก็บความ

50. คําวา “ไลเขามา” ในขอความตอไปนี้ หมายถึงขอใด
    “วันนี้คงจะพูดอะไรไมไดมาก เพราะเวลาไลเขามาทุกทีแลว จึงขอพูดประเด็นสําคัญ ๆ สักสองประเด็นเทานั้น”
    1. เหลือนอย             2. ตามมาติดๆ             3. รุกอยางรวดเร็ว        4. ไมทิ้งหาง



QUOTA CMU’ 51.                                         (9)                                           01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 51 – 52
         “ความยากจนเปนปญหาเรื้อรังที่ไมเคยแกไดจริง      ชองวางระหวางคนจนกับคนรวยยิ่งหางมากขึ้นนําไปสู
ปญหาทางจิตใจ สังคม และการเมือง ทําใหบานเมืองวิกฤตมากขึ้น รัฐบาลหนาตองแกปญหาใหไดอยางจริงจังและ
ถาวร อันที่จริงผูนําชาวบานจํานวนหนึ่งรวมกับองคกรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และขาราชการบางสวนรูแลวจาก
การปฏิบัติวา การแกความยากจนที่แทจริงและถาวรทําอยางไร รัฐบาลควรเรียนจากบุคคลเหลานี้อยางจริงจัง แลว
นํามาทํานโยบายและยุทธศาสตรขับเคลื่อนใหเกิดขึ้นทั้งประเทศ วิธีการคือสงเสริมใหชุมชนทําวิจัยเรื่องของชุมชนเอง
อันนําไปสูการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตและการบริโภคที่เรียกวาเกิดวิสาหกิจชุมชน ชุมชนที่สามารถวิจัยเรื่องของตัวเอง
ไดและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนจะเกิดการพัฒนาอยางบูรณาการทั้งทางเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดลอม
การศึกษาและสุขภาพ พรอมกันไปเปนชุมชนที่มีเศรษฐกิจพอเพียงและยั่งยืน”

51. รัฐบาลหนาตองแกไขปญหาใหไดอยางจริงจัง “ปญหา” ในที่นี้หมายถึงขอใด
    1. ปญหาความยากจน                               2. ปญหาบานเมืองเกิดวิกฤต
    3. ปญหาการพัฒนาสังคมใหยั่งยืน                 4. ปญหาทางจิตใจ สังคมและการเมือง

52. ขอใดคือจุดมุงหมายของขอความขางตน
    1. แสดงความคิดเห็นวิพากษวิจารณรัฐบาล
    2. ใหขอเสนอแนะวิธีการแกไขปญหาความยากจน
    3. เสนอแนวพัฒนาชุมชนแบบเศรษฐกิจพอเพียงและยั่งยืน
    4. เสนอแนะใหมีการสงเสริมใหชุมชนทําวิจัยเรื่องของชุมชนเอง

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 53 -54
           (1) ปจจุบันรัฐบาลพมาไดควบคุมไมใหเกษตรกรเพิ่มจํานวนแพปลูกพืชในน้ํา           (2) เปนเพราะวาน้ํา
ในทะเลสาบเริ่มมีคุณภาพไมดี           (3) สิ่งแวดลอมเริ่มจะเสียหายเนื่องจากเกษตรกรมีการใชสารเคมีมากขึ้น
 (4) นอกจากนั้น เกษตรกรยังทิ้งผลผลิตที่เสียหรือไมไดขนาดตามที่ตลาดตองการลงในทะเลสาปลอยเปนแพ
 (5) ประกอบกับทะเลสาบอินเลเปนแหลงน้ําจืดที่จําเปนสําหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนในรัฐฉานตอนลางเกือบ
ครึ่งหนึ่ง           (6) หากปลอยใหเกษตรกรเพิ่มจํานวนแพปลูกมากขึ้นก็จะเกิดผลเสียหายอยางรุนแรงในอนาคต

53. ขอใดเปนประโยคใจความสําคัญของขอความขางตน
    1. (1)              2. (2)                   3.(3)                             4. (6)

54. ขอความขางตนมีวิธีการเขียนแบบใด
    1. สาธก                 2. บรรยาย                  3. พรรณนา                   4. อธิบาย




QUOTA CMU’ 51.                                        (10)                                        01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 55 – 56
         “กอนลงทุน ดูใหดีวา สินคาที่เราจะทํานั้น เราถนัดมากนอยแคไหน ถาไมถนัด แมจะมีคําแนะนําดี ก็ไป
ไมรอด ทุกกิจการตองเริ่มจากสิ่งที่เราถนัด ขอเพียงอดทน และใชหลักการตลาด พยายามศึกษาตลาดที่เราเล็งไวตั้งแต
มีคนมากไหม มีคนในชวงอายุตาง ๆ เทาไหร เขาเดินทางอยางไร กลับบานกี่โมง เหลานี้เปนขอมูลที่เราจะนํามาใช
พัฒนาสินคา กําหนดราคาขาย กําหนดจุดที่วางขายไดอยางตรงกลุมเปาหมาย”

55. ขอความขางตนนี้ตรงกับหลักการพูดขอใด
    1. การเตรียมพรอม                                    2. การวิเคราะหผูฟง
    3. การรูจักกาลเทศะ                                  4. การจัดกําหนดเปาหมาย

56. ขอความขางตนมีลักษณะการพูดแบบใด
    1. เปนทางการ                                        2. กึ่งทางการ
    3. เปนกันเอง                                        4. เปนการสนทนา

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 57 - 59
          “วันแรกที่ผมไปออกงาน ผมขายไมไดเลย ทางทีมงานผูจัดงาน ก็สงสัยวา อรอยอยางนี้ ทําไมขายไมได
ผมตอบไมได เพราะไมรูเหมือนกัน รูแตวา ความสําเร็จไมไดมาในวันเดียว หากแตตองใชเวลา ผมไมทอยังพยายาม
ขายตอไป และเชื่อวานาจะตองมีจดเปลี่ยน ซึ่งจุดเปลี่ยนของผมก็คือ ไดขึ้นเวที และพูดถึงลูกชิ้นตัวนี้พรอมกับมีใหชิม
                                ุ
เทานั้นแหละ พอลงจากเวที ผมแทบจะเดินเขารานตัวเองไมได เพราะลูกคาเยอะมาก”

57. ขอใดคือจุดมุงหมายของผูพูด
    1. ใหคติวากวาธุรกิจจะสําเร็จไดตองใหเวลา
    2. บอกวิธีการทําธุรกิจใหประสบความสําเร็จไมยาก
    3. ใหแงคิดวาความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น
    4. บอกวาธุรกิจไปไมไดถาไมมีการโฆษณาประชาสัมพันธ

58. ผูพูดขายสินคาอะไร
    1. อาหาร                 2. ผลไม                    3. ลูกชิ้น                   4. ของอรอย

59. น้ําเสียงของผูพูดเปนอยางไร
    1. โออวด                 2. ภูมิใจ                  3. ถอมตัว                   4. เรียบเฉย

60. ขอใดเปนอุปสรรคของการสื่อสารมากที่สุด
    1. ผูฟงไมเห็นตัวผูพด
                           ู                             2. ผูพูดพูดเสียงดังเกินไป
    3. อากาศในหองประชุมรอนมาก                          4. มีเสียงดังจากขางนอกมารบกวนขณะฟง




QUOTA CMU’ 51.                                         (11)                                          01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

61. ขอใดเปนการพูดแบบเปนทางการ
    1. ราคาน้ํามันยังคงพุงสูงขึ้นตอไป และถึงระดับ 96 เหรียญดอลลารสหรัฐตอบารเรลแลว ในไมชาคงจะถึงและ
       ผานระดับ 100 เหรียญดอลลารสหรัฐตอบารเรล เกินความคาดหมายของคนทั้งหลายทั้งปวงไปอยางแทบไม
       นาเชื่อ
    2. ถึงวันนี้ก็ยังไมเห็นมีหนาไหนที่ออกมาแนะนําคนไทย หรือบอกลาวใหคนไทยไดรับรูกันวา หากราคาน้ํามัน
       เปนเชนนี้แลวจะทํากันอยางไรตอไป หรือใหกมหนากมตายอมรับความฉิบหายวายวอดกันตาปริบ ๆ
    3. วันนี้มีขาววา พรรคการเมืองใหญสามพรรคปฏิเสธแผนการที่จะใหมีการสรางโรงงานไฟฟานิวเคลียรขึ้นใน
       ประเทศไทย ซึ่งไมอยากจะบอกวาเปนพรรคการเมืองไหนกันบาง จะทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบใน
       การเลือกตั้งอันไมบังควร
    4. นักคาน้ํามันและนักคากาซก็จะกอบโกยแสวงหาประโยชนกันอยางสนุกสนานตอไป ดังที่เห็นๆ กันอยูใน
       ขณะนี้แลววา บรรดานักคาน้ํามันและนักคากาซตางร่ํารวยลนดินลนฟามหาศาลไปถึงไหนตอไหนกันแลว

62. ขอใดเปนการพูดเพื่อโนมนาวใจ
    1. เราก็เห็นอยูแลววาเกือบทุกพรรคสับสนอลหมาน ผูสมัครอาจจะเปลี่ยนพรรคจนกระทั่งวินาทีสุดทายของวัน
       สมัคร
    2. ผมเองไมเห็นดวยกับการบังคับใหสังกัดพรรค แตเมื่อมีกฎหมาย มีการกําหนดขั้นตอนและเงื่อนไขของความ
       เปนประชาธิปไตยภายในพรรค ก็ควรจะปฏิบัติโดยเครงครัด
    3. นี่มิใชระบบพรรคการเมืองที่ถูกตอง แตเปนแกงเลือกตั้งที่มีสิทธิประมูลซื้ออํานาจรัฐ อันเปนการขัดกับความ
       สงบเรียบรอยและเจตนารมณของกฎหมายและประชาธิปไตย
    4. เพื่อมิใหการตัดสินใจภายในพรรคตกอยูใตอํานาจเงินและอําเภอใจของผูนําแบบเผด็จการ จะตองมีการประชุม
       ใหญที่แทจริง สิทธิของสาขาพรรคและผูสมัครตองไดรับความนับถืออยางถูกตอง

63. ขอใดเปนการพูดที่ใชภาษาผิดระดับ
    1. ระบบการศึกษาแบบรวมศูนยอํานาจที่สงเสริมการแขงขันทางการศึกษาในทุกระดับอยางที่ประเทศไทยมีอยู
       เปนอยูนี้ มีแตสงเสริมใหคนเห็นแกตัวมากยิ่งขึ้น
    2. พอแมจะสนใจการศึกษาของบุตรธิดาตนเอง พยายามเลือกสรรสิ่งที่คิดที่เชื่อวาดีที่สุดใหแกลูก ไมวาสิ่งนั้น
       จะตองแลกมาดวยการซื้อหาติดสินบนสักเทาไร
    3. ไมมีใครสนใจการจัดการศึกษาของทองถิ่น เพราะระบบไมเปดโอกาส ไมสงเสริม ซึ่งก็เปนจุดเริ่มตนของการ
       ไมสนใจสวนรวม
    4. ผูคนที่ถูกหลอหลอมขึ้นมาในลักษณะนี้จะมีลักษณะวูบวาบฉาบฉวยทางการเมือง ไมเขาไปมีสวนรวมในทุก
       ระดับดวยถือวาธุระไมใช




QUOTA CMU’ 51.                                        (12)                                        01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

64. ขอใดเปนการพูดเพื่อชี้แจงขอเท็จจริง
    1. นักโบราณคดีคอย ๆ บรรจงเคลื่อนยายพระศพมัมมีฟาโรห ออกจากหีบศพหินแบบโบราณ ที่ประดับตกแตง
       ไวอยางงดงาม มาไวในตูกระจกที่มีการควบคุมอุณหภูมิภายในเปนอยางดี
    2. นักโบราณคดีเปดเผยวา มัมมีตองเผชิญกับความรอน ความชื้น และแบคทีเรียตาง ๆ ที่นักทองเที่ยวจํานวน
       มากนําเขามา ขณะเยี่ยมชมหลุมฝงศพกษัตริยในแตละป
                                                    
    3. หลุมศพของฟาโรหประดับประดาไปดวยทอง ตรงกลางของหลุมศพปกคลุมไปดวยเครื่องราง เพชรนิลจินดา
       และใบหนาของพระองคสวมหนากากทองคํา
    4. รางกายของฟาโรหไดรับการประกอบขึ้นใหมและสงกลับไปยังโลงศพหินเดิมในอีก 1 ป ถัดมา และเพิ่งจะ
       ไดรับการเคลื่อนยายอีก 3 ครั้ง ในชวงไมกี่ปมานี้เอง เพื่อเอกซเรยตรวจสอบเพิ่มเติม

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 65 - 66
           (1) พลังงานนิวเคลียรเปนพลังงานชนิดหนึ่งที่ตนทุนต่ํา และมีอานุภาพมากมายมหาศาล (2) สามารถนําไป
ใชไดท้ังสองทางคือทั้งในทางสันติและในทางการทหาร (3) ในทางสันตินั้น มีการนําพลังงานนิวเคลียรไปใชใน
กิจการมากหลายซึ่งไมใชเปนกิจการทําลายลางมวลมนุษย (4) แตเปนกิจการที่สรางสรรคและอํานวยประโยชนสุข
แกมวลมนุษย          (5) สวนในทางการทหารนั้น ก็มีการใชพลังงานนิวเคลียรไปประกอบขึ้นเปนอาวุธเรียกวาอาวุธ
นิวเคลียร (6) ไมวาเปนไปในรูปจรวดหรือขีปนาวุธ หรือระเบิดที่ใชพลังงานนิวเคลียรประกอบเขาเปนอาวุธก็ตาม

65. ขอใดเปนความคิดหลักของขอความขางตน
    1. (1)               2. (2)                             3. (3)                        4. (5)

66. ขอใดเปนสวนขยายความคิดหลักของขอความขางตน
    1. (1) – (2) – (3) – (4)                      2. (2) – (3) – (4) – (5)
    3. (3) – (4) – (5) – (6)                      4. (5) – (6) – (1) – (2)

67. ขอใดเปนการวางเคาโครงการพูดขางตน
    1. อธิบายประเด็นใหเขาใจงาย                           2. ใหความหมายประเด็นหลัก
    3. ยกสวนขยายและสรุปดวยประเด็นหลัก                     4. ยกประเด็นหลักและใหเหตุผลประกอบ

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 68 - 69
         “ในภาวะหนึ่งที่ชุมชนของเราไดผานเรื่องดี ๆ มาดวยกัน มันก็จะสงผลใหคนในชุมชนของเรารูจักกันมากขึ้น
จากแตกอนที่ไมคอยรูจักกันเลย ก็เริ่มมารูจักมักคุนกัน คนที่ยายมาอยูใหมก็เริ่มรูสึกวาตัวเองเปนสวนหนึ่งของชุมชน
ระยะหลังยังมีการจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพใหคนในชุมชนฟรี โดยคุณหมอที่เพิ่งเขามาเปนสมาชิกชุมชนเดียวกันกับ
เรา มีการพาเด็ก ๆ ไปดูนก ซึ่งนํามาสูจตสํานึกรักสิ่งแวดลอมในที่สุด”
                                         ิ




QUOTA CMU’ 51.                                            (13)                                            01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

68. ขอใดคือเจตนาของผูพูด
    1. เลาใหเห็นสภาพของชุมชนที่ดี                    2. บอกประวัติพัฒนาการของชุมชน
    3. แสดงใหเห็นความสามัคคีของชุมชน                  4. เนนเรื่องจิตสํานึกรักสิ่งแวดลอมของชุมชน

69. ขอความขางตนเปนโวหารแบบใด
    1. พรรณนา             2. อธิบาย                    3. สาธก                     4. บรรยาย

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 70 - 71
         “เมื่อหนาที่การงานในความรับผิดชอบสงผลทั้งตอตนเอง หนวยงานที่สังกัด รวมไปถึงชีวิตของผูโดยสาร
การพัฒนาตัวเองของวิศวกรอากาศยานจึงเปนเรื่องสําคัญ          วิศวกรอากาศยานที่ดีตองคิดเสมอวาเราทํางานบนความ
ปลอดภัยของชีวิตคน ตองตัดสินใจทุกอยางบนพื้นฐานความปลอดภัยและคุมคา เพราะฉะนั้นเราตองมีความใฝรู
แสวงหาความรูเพิ่มเติมตลอดเวลา อยางทุกวันนี้ผมจะเปดเว็บไซตของผูผลิตเครื่องยนตเพื่อหาขอมูลและศึกษากรณี
การเสียแบบตาง ๆ ของเครื่องยนตที่เคยเกิดขึ้นกับสายการบินอื่น ๆ เพื่อวางแผนปองกันเรื่องแบบนี้ถงจะไมมีใคร
                                                                                                    ึ
บังคับใหทํา แตผมมองวามันเปนเรื่องที่เราควรตองใสใจ ที่สําคัญ มันไมใชแคดีกับอาชีพการงาน แตยังดีตอชีวิต
ผูโดยสารในความรับผิดชอบของเราดวย”

70. ขอใดไมสามารถอนุมานไดจากขอความขางตน
    1. ผูพูดเปนคนอุทิศตนเพื่อสังคม                   2. ผูพูดเปนคนมีมนุษยธรรมและจิตใจดี
    3. ผูพูดมีความรับผิดชอบตอหนาที่สูง              4. ผูพูดสนใจพัฒนางานและตนเองอยูเสมอ

71. ขอใดเปนสาระสําคัญของขอความขางตน
    1. ความรับผิดชอบตองานเปนเรื่องสําคัญ             2. การพัฒนาตนเองเปนเรื่องสําคัญ
    3. ความปลอดภัยของชีวิตและความคุมคา               4. ความปลอดภัยของผูโดยสารตองมากอน

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 72 - 76
         “การทํางานเปนเหมือนการลงเรือขับเคลื่อนไปยังเปาหมาย เปนภารกิจที่ไมมีเสนทางชัดเจน ธรรมะจัดสรร
ใหตองไปสูเปาหมาย คือการผลักดันพัฒนาระบบงาน ซึ่งไมใชเรื่องงาย ลําพังแคสภาพของคลื่นลมปกติก็มีอุปสรรค
อยูพอสมควร กวาจะขับเคลื่อนใหไดระยะจึงตองใชความอดทนอยางยิ่ง”

72. สาระสําคัญคือขอใด
    1. อุปสรรคของการทํางานใหกาวหนาทั้งระบบ
    2. การทํางานใหกาวหนาทั้งระบบไมใชเรื่องงาย
                     
    3. การทํางานใหกาวหนาทั้งระบบตองอาศัยความทรหด
    4. ครรลองของความอดทนในการทํางานใหกาวหนาทั้งระบบ




QUOTA CMU’ 51.                                       (14)                                        01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

73. ขอความนี้จัดเปนงานเขียนประเภทใด
    1. บทความวิจารณ                                   2. บทความแนะแนวทาง
    3. บทความวิชาการ                                   4. บทความแสดงความคิดเห็น

74. ขอใดไมใชเจตนาของผูเขียน
    1. การซอนนัย                                      2. การใชภาษาธรรม
    3. การใชสัญลักษณ                                 4. การใชความเปรียบ

75. “ธรรมะ” หมายถึงขอใด
    1. ความจริง          2. คุณความดี                  3. บุญกรรม                  4. ผลสรุป

76. “สภาพของคลื่นลม” ไมนาจะอนุมานถึงขอใด
    1. ผูรวมงาน                                      2. ประชาชนทั่วไป
    3. คณะรัฐมนตรี                                     4. นโยบายการเมือง

อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 77 – 78
(1) การใชศัพทที่ดูเหมือนจะขลังหรือโกหรู ไมไดแสดงภูมิรูของผูพูดผูเขียน หากใชคําหรือศัพทนั้นผิดความหมาย
    แตกลับเปนการแสดงความไมรู (เขลา) เปนผูตามการพูดผิดเขียนผิดตางหาก
(2) เวลาผานมากวา 5 ปแลว รัฐบาล หนวยงานราชการตาง ๆ เชน สํานักนายกรัฐมนตรี สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แหงประเทศไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ขาราชการระดับสูงทั้งในปจจุบันและอดีต ก็ยังใชคํา “วาระ
    แหงชาติ” ในภาษาเขียนทางราชการและภาษาพูดตลอดมา ซึ่งเปนการใชคําสื่อความหมายผิด
(3) หากผูพูดผูเขียนไมชอบคํา “ระเบียบวาระแหงชาติ” ไมวาจะดวยเหตุใด ก็อาจใชคําธรรมดาที่เขาใจงาย เชน
    “ภารกิจแหงชาติ” “งานสําคัญแหงชาติ” “งานลําดับแรกแหงชาติ” ซึ่งสื่อความหมายไดตรง ถูกตอง (ชาวบานใน
    ชนบทเขาใจหรือไมวา “วาระแหงชาติ” “วาระประชาชน” หมายความวาอะไร) จะใชคําผิดสื่อความหมายผิดอยู
    ทําไม
(4) ทุกวันนี้ไมวาเรื่องอะไร สําคัญมากนอยเพียงไร รัฐบาลและหนวยราชการก็นิยมจะตั้งหรือผลักดันใหเปน “วาระ
    แหงชาติ” กันจนเฝอ แตทั้งรัฐบาลและหนวยราชการเหลานั้นรูหรือไมวา กําลังพูดหรือเขียนอะไรอยู ทานตอง
    การสื่อความหมายวาอยางไร ทานรูหรือไมวา “วาระแหงชาติ” หมายความวา หรือแปลเปนไทยวาอยางไร

77. ขอใดควรเปนสวนเปดเรื่อง
    1. (1)                  2. (2)                     3. (3)                      4.(4)

78. น้ําเสียงของผูเขียนเปนเชนใด
    1. เสียดสี                 2. ประชดประชัน          3. แดกดัน                   4. กระทบกระเทียบ




QUOTA CMU’ 51.                                       (15)                                        01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

79. ขอใดมีคําเลียนเสียงธรรมชาติมากกวาขออื่น
    1. เงียบสงัดวัดวาในราตรี                   เสียงเปดผีหวี่หวีดจังหรีดเรียง
    2. หริ่งหริ่งเรื่อยเฉื่อยชื่นสะอื้นอก      สําเนียงนกแสกแถกแสกแสกเสียง
    3. เสียงแมงมุมอุมไขมาใตเตียง            ตีอกเพียงผึงผึงตะลึงฟง
    4. ฝายเสียงหนูมูสิกกิกกิกรอง             เสียวสยองยามยินถวิลหวัง

80. ขอใดกลาวถึงเวลาตางจากขออื่น
    1. อางวางกับน้ําคางที่กลางไพร                   2. เพลายอแสงมาสูสมัย
    3. เมื่อพระลบวาเหวหิมวา                          4. แสงสายัณหยอยระยับกับวนา

81. ขอใดกลาวถึงศิลปะตางจากขออื่น
    1. พระธาตุทองสูงสลางหวางวิหาร           แลโอฬารเยี่ยมยิ่งบนสิงขร
    2. กุฏิหอชอฟาสงางอน                    งามบัญชรลงรักประจักษตา
    3. ที่ผนังมีพุทธประวัติ                   ใหสีชัดโดดเดนทั้งเสนสาย
    4. ศาลารายแลไปใหเปลาดาย                 ดูเรียบงายสงบงามตามเวลา

82. ขอใดใชวิธีประเมินคาตางจากขออื่น
    1. ชมโฉมระเดนกับโฉมตรู                   งามดูดั่งแกวกับสุวรรณ
    2. บางวาเหมือนอสัญแดหวา                 กับนางเทพธิดากระยาหงัน
    3. บางวาเหมือนสุริยากับพระจันทร        ถาไดครองกันจะสมควร
    4. สมทั้งรูปทรงแลยศศักดิ์                 เสียดายนักพระมาคิดหักหวน

83. ขอใดแสดงถึงการประเมินคา
    1. ที่หนาโบสถมียักษยืนรักษา            ดูหนาตากราดเกรี้ยวเขี้ยวขาวออน
    2. มีสองตนตนละขางริมทางจร                คลายยักษตอนเตี้ยต่ํากรําแดดลม
    3. ไมใหญโตเหมือนวัดโพธิ์และวัดแจง      แตถาแขงศิลปะจะเหมาะสม
    4. ทั้งสวนสัดตัดตอก็กลึงกลม             เรื่องจะขมกันไดนั้นไมมี

84. ขอใดแสดงถึงการปลงใจ
    1. สิ้นแผนดินสิ้นนามตามเสด็จ             ตองเที่ยวเตร็ดเตรหาที่อาศัย
    2. สิ้นแผนดินขอใหสิ้นชีวิตบาง          อยารูรางบงกชบทศรี
    3. สิ้นแผนดินสิ้นรสสุคนธา                วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ
    4. สิ้นแผนดินสิ้นยศถดถอยศักดิ์           ที่เคยรักก็กลับรางเหลือหมางหมอง




QUOTA CMU’ 51.                                       (16)                             01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

85. ความเปรียบในขอใดแสดงใหเห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทย
    1. มาเที่ยวเลนเห็นหินบนดินโขด           เดี่ยวสันโดษดังสําลีไมมีหมอง
    2. แมมีคูชูชิดสนิทนุม                 เหมือนหอหุมผาทิพยสักสิบผืน
    3. โอชาตินี้มีกรรมแสนลําบาก             เหมือนนกพรากพลัดรังไรฝงฝา
    4. ถึงโพเตี้ยโพต่ําเหมือนคํากลาว        แตโตราวสามออมเทาพอมสาน

86. ขอใดแสดงถึงการสืบทอดขนบวรรณคดี
    1. ครั้นเวลารุงแจงแสงอุไร              อรไทพลิกฟนตื่นนิทรา
    2. แสงทองผองทั่วสากล                    สุริยนเยี่ยมยอดยุคันธร
    3. เสียงดุเหวาเวาแววแจวพนา           สาลิกาพลอดเพรียกเรียกรอง
    4. นกหลากพรรณหลายกายกอง                 แซซองบินเหียนเวียนวน

87. ขอใดแสดงถึงคานิยม
    1. เวลายิ้มหวานหยดฉันจดจํา               กายเธอต่ําแตก็พอเหมาะดี
    2. อยากใหสาวนอยจองมองตัวบาง          จึงแกลงขวางเศษไมใสมวยผม
    3. เธอสวมเสื้อเชียงใหมวิไลลักษณ        มีลายปกดอกแดงสุกแสงสี
    4. เหมือนวาเธอมีที่มุงหมาย             จึงแตงกายนุงหมใหคมสัน

88. ขอใดแสงถึงการจัดระเบียบทางสังคม
    1. ถึงตลาดปากน้ําโพดูโกหลาย             ตึกคาขายแนนขนัดเขาจัดสรร
    2. ถึงที่ตีตั๋วมีร้วกั้น
                       ั                     เขาคิวกันโคงคดเกือบหมดหวัง
    3. ถึงฝายหลวงหวงน้ําอันฉ่ําใส           หลังเขื่อนใหญเอียงเอนซีเมนตถม
    4. ถึงลับแลแลลิ่ววิวสะอาด                ทั้งอากาศก็ดีเปนที่หนึ่ง

89. ขอใดมีวิธีเลาเรื่องตางจากขออื่น
    1. ลูบไลสุคนธปนปรุง                    ดมดูกลิ่นฟุงหอมฉ่ํา
       หยิบภูษามาทรงแลวลูบคลํา              ยกทองทองช้ําชอบพระทัย
    2. แลวชวนองคพงศกษัตริยขัติยา         เสด็จมาพระโรงรัตนชัชวาล
       จึงบอกใหนองเจาเขาสรงชล            ในมณฑลมุรธากระยาสนาน
    3. ลูกก็แลดูแมแมดูลูก                  ตางพันผูกเพียงวาเลือดตาไหล
       สะอื้นร่ําอําลาดวยอาลัย              แลวแข็งใจจากนางตามทางมา
    4. เห็นสายหยุดหยุดยืนคอยชื่นจิต         พี่ยิ่งคิดถึงนุชที่สุดหมาย
       ไดหยุดชมหยุดเชยเคยสบาย               ทั้งหยุดกายหยุดกอดแมยอดรัก




QUOTA CMU’ 51.                                       (17)                      01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

90. ขอใดไมใชขนบของนิราศ
    1. ปางอโศกใครไมโศกพี่โศกจัด             โทมนัสกลัดใจในไพรเขียว
       เดิมปางโศกโศกยิ่งโศกจริงเจียว         ตั้งตาเหลียวหานางมากลางไพร
    2. ดุกชะโดเทโพทั้งตะเพียน                สวายเวียนวายหาปลากระหมัน
       อีกปลาหมอรอรักษาปลาไสตัน             ปลานวลจันทรคิดนวลเจายิ่งเศราใจ
    3. นาเอ็นดูรูดีอารีอารอบ               ทําความชอบชวยพยุงใหสูงศักดิ์
       มาบรรลัยไปยังกําลังรัก                สงสารนักนางพร่ําร่ําโศกี
    4. อันวิสัยในโลกโชคมนุษย                ไมสิ้นสุดเรื่องรักสมัครสมาน
       ขอฝากจิตพิสมัยอาลัยลาน                ไววิมานในกระดาษที่วาดเอย

91. คําที่ขีดเสนใตในขอใดไมใชการสรางสํานวนโวหารของกวี
    1. น้ําตกพรายสุหรายแกว          ปฐมกัลป        2. พลันอุษาโยคเริ่มแยม      วิสูตรสรวง
    3. พฤกษาสงาเสกสรร                สวยทิพย       4. สวยปวยปากเปนใบ         นิ่งไขสุนทรีย

92. ขอใดแสดงถึงแรงบันดาลใจตางจากขออื่น
    1. เวลาค่ําน้ําเค็มก็พรางพราง          แวมสวางวาววับระยับฉาย
    2. ครั้นยามยลตนลําพูดูหิ่งหอย          เหมือนเพชรพลอยพรายพรางสวางไสว
    3. เสลารายพรายพริบระยิบระยับ             ดูแวววับดังจะพรากจากไพหาร
    4. ดูแดนดาวเปลาเปลี่ยวเสียวสะดุง       จนจวนรุงรางรางสวางไสว

93. ขอใดไมมีสัมผัสเลือน
    1. จันทรแรมแจมเวิ้งหาว                 ลมโลมเราแมกมิ่งไม
    2. งามเลิศแลวโลกมนุษย                  วิสุทธิ์ดุจฟากฟาฝากฝน
    3. อัญเชิญชวนมวลแมน                      จบแวนแควนแมนสรวงสวรรค
    4. ศิขรชะงอนเงื้อมฟา                   เดือนดาริกามาชะออน

94. โคลงบาทใดเลนสัมผัสไดซับซอนที่สุด
    1. ออมพรายฝนคลื่นเพอ ภาษา                      2. แลดาวเดือนดาษหอง เวหา
    3. พฤกษาสูงเสียดไม เสยเมฆ                        4. นางแยมดุจแมแยม ไรทนต

95. ขอใดมีสัมผัสแบบ “ลมหวนปวนกระซิบ เมฆสั่ง”
    1. ตะวันฉายรายมนตรใน เพลงหนึ่ง                  2. วูบไวใฝกระสัน โศกเปลา
    3. เจียระไนไรทรายอนันต นวลนิ่ม                   4. นาทีนี่ชีวัน เกิดวาง




QUOTA CMU’ 51.                                      (18)                                             01 ภาษาไทย.
01 ภาษาไทย.

96. โคลงบาทใดกินนัยความหมายไดกวางที่สุด
    1. หวานวิหคเหินเกริ่นรอง ระงมดง                 2. นกหกจับแมกไม เรียงรัน
    3. ระวังไพรเพรียกพร่ําพรอง ระวังพฤกษ           4. กาจับกาฝากตน ตุมกา

อานคําประพันธตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 97 - 98
         เสื้อแสงแตงประกวดกันหนักหนา                สรอยตาบเต็มประดานาฉิบหาย
         เพราะมั่งมีศรีศุขสนุกสบาย                   ไมรอนรนขวนขวายเหมือนกอนกาล

97. ขอใดเปนน้ําเสียงของกวี
    1. ชื่นชม                2. ลําพอง               3. ประชด                    4. เสียดสี

98. ขอใดเปนจุดเดนของคําประพันธ
    1. การสรรคํา                                     2. จังหวะกลอนสม่ําเสมอ
    3. พลังอารมณ                                    4. การเลนสัมผัสในแพรวพราว

99. ขอใดแสดงถึงปณิธานของกวี
    1. ใดผิดเชอญชวยรื้อ             รอนเสีย         2. สารสยามภาคพรอง          กลกานท นี้ฤา
       ใดชอบกาลเชอญเกลา              กลาวเขา          คือคูมาลาสวรรค          ชอชอย
    3. เปนสรอยโสภิศพน              อุปรมา          4. จงคงคูกัลปา             ยืนโยค
       โสรมสรวงศิรธิรางค             เวี่ยไว           หายแผนดินฟาไหม        อยาหาย

100. ขอความตอนี้เปนคําประพันธชนิดใด
         “เดินทางไปตอสูใตแผนฟาบนภูเขาอันตรายรอบตัว เรานักรบแกกรําสงคราม ปง...เสียงปนกองนาเกรงขาม
     นากลัวทุกทุกยามทุกทุกยาน...อันตราย”
     1. กาพยฉบัง                                   2. กาพยขับไม
     3. กาพยยานี                                   4. กาพยสุรางคนางค




QUOTA CMU’ 51.                                     (19)                                         01 ภาษาไทย.

ข้อสอบภาษาไทย โควต้า51

  • 1.
    01 ภาษาไทย. การสอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือเพื่อเขาศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเอกชน ปการศึกษา 2551 ขอสอบวิชา 01 ภาษาไทย สอบวันเสารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เวลา 12.30 – 14.30 น. ชื่อ – นามสกุล...................................................................................เลขที่นั่งสอบ.................................................. คําอธิบาย 1. ขอสอบฉบับนี้มีทั้งหมด 100 ขอ รวม 21 หนา 2. ขอสอบฉบับนี้มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน 3. การตอบขอสอบ ใหตอบลงในกระดาษคําตอบเทานั้น 4. ขอสอบทุกขอเปนขอสอบแบบเลือกตอบ แตละขอจะมีคําตอบใหเลือก 4 คําตอบ คือ 1, 2, 3, 4, ใหพิจารณา เลือกคําตอบที่เห็นวา ถูกตองที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดเพียงคําตอบเดียวแลวใชดินสอดํา 2B หรือดํากวาระบายใน วงกลมที่ตองการในกระดาษคําตอบ ดังตัวอยาง ตัวอยาง การตอบ (0) ขอใดคือพยัญชนะไทยลําดับสุดทาย ขอนี้ คําตอบที่ถูกคือ ตัวเลือก 2 1. อ จึงไปตอบตัวเลือกที่ 2 ในกระดาษคําตอบ ดังนี้ 2. ฮ 3. ห 4. ฬ 5. ถาตองการเปลี่ยนคําตอบใหใชยางลบ ลบใหสะอาด แลวจึงระบายวงกลมใหมที่ตองการ 6. หามนําขอสอบและกระดาษคําตอบออกจากหองสอบโดยเด็ดขาด 7. กอนตอบขอสอบใหผูเขาสอบเขียน ชื่อและเลขที่น่งสอบใหสมบูรณลงในกระดาษคําตอบ ั เมื่ออานเขาใจดีแลว ใหลงมือทําขอสอบได ขอสอบฉบับนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย QUOTA CMU’ 51. (1) 01 ภาษาไทย.
  • 2.
    01 ภาษาไทย. ขอสอบคัดเลือกนักเรียนเขาศึกษาตอในมหาวิทยาลัยเชียงใหม วิชา 01 ภาษาไทย ปการศึกษา 2551 1. ขอใดมีเสียงพยัญชนะควบกล้ํามากที่สุด 1. ครอบจักรวาล วิกฤตการณ 2. ปริศนาอักษรไขว คฤหบดี 3. พระราชกฤษฎีกา พลานามัย 4. มาตรฐานเครื่องยนต ปริยัติธรรม 2. ขอใดมีเสียงวรรณยุกตครบ 5 เสียง 1. อุตสาหกรรมเกษตรภายในประเทศ 2. ผลสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ 3. สาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 4. มูลนิธิวิทยาศาสตรภาคกลาง 3. ในขอความตอไปนี้ คําที่มีความสั้น – ยาวของเสียงสระไมตรงกับรูปสระมีกี่คํา “วันเสารตอนเชา แดงจะนําผลไมไปเยี่ยมนาย บานทานอยูริมน้ํา ทางทิศใตของวัดโบราณ” 1. 3 2. 4 3. 5 4. 6 อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 4 – 5 “ที่พักที่มีพื้นที่จํากัดเชนหองเชา อาจมีปญหาการจัดเก็บหนังสือและนิตยสารตาง ๆ ผูที่อยูอาศัย จึงตองมี กลวิธีในการจัดมุมอานหนังสือใหเหมาะสม อาจพยายามหามุมที่ถูกใจสําหรับนอนหรือนั่งอาน หนังสือ....” 4. พยางคสุดทายของคําหรือกลุมคําที่ขีดเสนใตมีพยางคตายกี่พยางค 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 5. คําที่ขีดเสนใตเปนคําประสมกี่คํา 1. 3 2. 4 3. 5 4. 6 อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 6 - 7 “พืชตระกูลปอปปซึ่งเกี่ยวของกับฝน ซึ่งเปนสารเสพติดนั้นมีมากมายหลายพันธุ ดอกปอปปท่ประชาชน ี ทั่วไปรูจักเปนดอกปอปปสีแดงเปนสัญลักษณของทหารผานศึกเปนการระลึกถึงทหารฝายสัมพันธมิตรในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ที่ตองสูญเสียชีวิตไปในการรบที่ทองทุงทางตอนใตของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งกําลังมีดอกปอปปสีแดงบาน สะพรั่งเต็มทองทุง ที่ประเทศญี่ปุนปอปปกําลังเปนวัชพืชที่ทําใหเจาหนาที่สาธารณสุขที่ดูแลเรื่องยาเสพติดตองปวด เศียรเวียนเกลา” 6. คําที่ขีดเสนใตเปนคําซอนเพื่อความหมายกี่คํา 1. 3 2. 4 3. 5 4. 6 QUOTA CMU’ 51. (2) 01 ภาษาไทย.
  • 3.
    01 ภาษาไทย. 7. คําที่ขีดเสนใตเปนคําสมาสกี่คํา 1. 3 2. 4 3. 5 4. 6 8. ขอความตอไปนี้มีคํากริยากี่คํา “หมีขาวมีถิ่นกําเนิดบริเวณคาบสมุทรอารกติกรอบ ๆ ขั้วโลกเหนือ ทั้งฝงประเทศรัสเซีย สแกนดิเนเวีย และทวีปอเมริกาเหนือ” 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 9 - 11 “ปอปปเปนไมเมืองหนาวที่สามารถขึ้นและขยายพันธุไดงายตามธรรมชาติ ในชวงฤดูใบไมผลิเมื่อเริ่มไดรับ น้ําฝน เมล็ดของมันที่กระจัดกระจายอยูในดิน ก็จะงอกงามและใหดอกบานเต็มทองทุงในเวลาไมกี่เดือนจึงนิยมปลูก เปนไมประดับ...” 9. คําที่ขีดเสนใตเปนคําวิเศษณกี่คํา 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 10. คําที่ขีดเสนใตเปนคําบุพบทกี่คํา 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 11. คําที่ขีดเสนใตเปนคําสันธานกี่คํา 1. 1 2. 2 3. 3 4. 4 12. ขอใดเปนประโยค 1. บริษัทผูผลิตยาแกหวัดลดไขสําหรับเด็กเล็ก 2. โรงงานน้ําตาลเขตอําเภอเมืองขยายกิจการ 3. สํานักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติ 4. โครงการเพื่อสํารวจแหลงทรัพยากรธรรมชาติใตทะเล 13. ขอใดเปนประโยคความเดียว 1. สมุนไพรหมากจองชวยเสริมภูมิคุมกันของรางกาย 2. รัฐบาลพยายามเพิ่มศักยภาพในการแขงขันทางธุรกิจกับตางประเทศ 3. บริษัทรถยนตทุกบริษัทเรงผลิตรถประหยัดน้ํามัน 4. คณะอุตสาหกรรมเกษตรไดจัดงานมหกรรมบรรจุภัณฑ QUOTA CMU’ 51. (3) 01 ภาษาไทย.
  • 4.
    01 ภาษาไทย. 14. ประโยคใดมีโครงสราง“ประธาน + กริยา + กริยา” อยางชัดเจนที่สุด 1. ปลาราดิบอันตราย 2. รถยนตใหมแพง 3. ขนมสาลี่นุมหอม 4. กลวยไมจิ๋วสวย 15. ประโยคใดมีโครงสรางตางจากขออื่น 1. ธนาคารพัฒนาบริการประชาชน 2. เลขานุการจดรายงานการปฏิบัติงาน 3. สมาคมเลื่อนประชุมสมาชิก 4. เยาวชนรวมสรุปปญหาสังคม 16. ประโยคใดมีโครงสรางตางจากขออื่น 1. น้ําเซาะดินถลม 2. สุนัขไลแมวหนี 3. ฝนตกถนนลื่น 4. พี่ชนนองหกลม 17. ประธานของคํากริยาที่ขีดเสนใตในขอใดไมใช “ที่นี่” 1. ที่นี่รับสมัครพนักงาน 2. ที่นี่รับตกแตงสวน 3. ที่น่รบขนยายของ ีั 4. ที่นี่รับซื้อของเกา 18. ขอใดไมมีสวนขยายกริยา 1. รถประจําทางขึ้นราคาคาโดยสารตามมติคณะกรรมการ 2. กัปตันของเครื่องบินผานการเปนนักบินที่สองนานแปดป 3. มหาวิทยาลัยในอิสราเอลซื้อหุนยนตพนักงานตอนรับมาจากญี่ปุน 4. ผูบริโภคเปรียบเทียบราคาสินคาทางการเกษตรของชุมชน 19. ขอความที่ขีดเสนใตในขอใดเปนกรรมของคํากริยา 2 คํา อยางชัดเจนที่สุด 1. กลุมพิทักษสิทธิผูบริโภคตรวจพบสารตะกั่วปริมาณสูงในลิปสติก 2. นักวิจัยของโรงพยาบาลอังกฤษคนพบสารตานมะเร็งลําไสในขมิ้น 3. สมาชิกชมรมพืชสมุนไพรนัดพบกลุมเกษตรกรที่ศูนยสุขภาพ 4. นักโบราณคดีขุดพบภาพวาดโบราณบริเวณตอนเหนือของซีเรีย 20. คําคูใดอาจมีความหมายตางกัน 1. จุนเจือ เจือจุน 2. พัวพัน พันพัว 3. กลิ้งกลอก กลอกกลิ้ง 4. เชยชม ชมเชย 21. คําที่ขีดเสนใตในขอใดมีความหมายตางจากความหมายในพจนานุกรมมากที่สุด 1. เขาเปนคนมีสี 2. เขาเปนคนมีเงิน 3. เขาเปนคนมีฝมือ 4. เขาเปนคนมีมารยาท QUOTA CMU’ 51. (4) 01 ภาษาไทย.
  • 5.
    01 ภาษาไทย. 22. คําที่ขีดเสนใตคูใดมีความหมายเกี่ยวของกันตางจากคูอื่น 1. อาหารนี้ รสชาติอรอยนะ 2. ฤดูหนาวนี้ ดอกไมสวยนะ 3. แมวตัวนี้ สมองไวนะ 4. เด็กคนนี้ ความสามารถสูงนะ 23. ราชาศัพทขอใดผิด 1. คณะบุคคลทูลเกลาทูลกระหมอมถวายรถเข็นไฟฟาอัตโนมัติแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว 2. คณะแพทยผูถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดถวายการทดสอบพระกลามเนื้อพระวรกาย 3. วันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ จะมีการจัดพื้นที่ใหประชาชนเขาเฝาทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัว 4. พระอาการโดยทั่วไปของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวดีขึ้น เปนที่พอใจของคณะแพทยฯ เสวยพระกระยาหารไดมากขึ้น 24. ขอใดใชคํากริยาไมเหมาะสม 1. เขาพูดหวานลอมใหเพื่อนตกลงซื้อที่ดินของเขา 2. เขาพูดเปรยขึ้นมาทามกลางผองเพื่อนวาเขาจะไปทํามาหากินตางแดน 3. เขาพูดโผงผางไมเกรงใจใครทําใหคนหลายคนไมชอบเขา 4. เขาพูดออนวอนใหคนในสังคมหันมาสามัคคีกันเพื่อสันติสุขของชาติ 25. ขอใดใชสํานวนผิด 1. วัยรุนเกเร 2 กลุมกําลังยกพวกตีกันอยูหนาหมูบาน เหตุการณหนาสิ่วหนาขวานเชนนี้อยาปลอยใหเด็ก ๆ ไป หนาหมูบานตอนนี้นะ 2. พระเอกกําลังตอสูกับโจร ยังไมแพชนะกัน เหตุการณกําลังเขาไตเขาไฟ ภาพยนตรโทรทัศนเรื่องนี้ก็จบตอน ไปเสียกอน ตองคอยดูตอวันศุกรหนา 3. แดงประกาศในที่ประชุมชาวบานวาตนเองเกงกลา สามารถปราบโจรที่กําลังกอความเดือดรอนแกชาวบานใน หมูบานขณะนี้ได แตที่จริงแดงไมสามารถทําได กลาวไดวาการพูดของแดงเปนเพียงหมาเหา ใบตองแหงเทานั้น 4. เขาเปนสมาชิกพรรคการเมือง 2 พรรคซึ่งมีนโยบายตางกัน เพื่อวาในอนาคตถาพรรคใดมีความรุงเรืองทาง การเมืองนอยกวาก็จะผละจากพรรคนั้นไปสังกัดอีกพรรคหนึ่ง การกระทําเชนนี้เรียกวาเหยียบเรือสองแคม อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 26 - 29 “ในชวงปลายคริสตศตวรรษที่ 15 ไดเริ่มมีการปฏิรูประบบกฎหมายจารีตประเพณี เนื่องจากกฎหมายที่เกิด จากคําพิพากษาของศาลนั้นเปนสิ่งที่คอนขางจะตายตัว เมื่อเวลาลวงเลยไปสังคมก็ยอมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในระยะ นั้นสังคมอังกฤษไดเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เริ่มมีการพัฒนาการคาการพาณิชย จึงทําใหเกิดปญหาที่วาศาลไมอาจจะหา กฎหมายมาใชในการตัดสินคดีใหเกิดความยุติธรรมได ความยุติธรรมในสมัยหนึ่งนั้นอาจจะไมยุติธรรมในอีกสมัยหนึ่ง ก็ได” QUOTA CMU’ 51. (5) 01 ภาษาไทย.
  • 6.
    01 ภาษาไทย. 26. ขอใดเปนประโยคใจความสําคัญ 1. กฎหมายที่เกิดจากคําพิพากษาของศาลนั้นเปนสิ่งที่คอนขางจะตายตัว 2. ความยุติธรรมในสมัยหนึ่งนั้นอาจจะไมยุติธรรมในอีกสมัยหนึ่งก็ได 3. ชวงปลายคริสตศตวรรษที่ 15 ไดเริ่มมีการปฏิรูประบบกฎหมายจารีตประเพณี 4. เมื่อเวลาลวงเลยไปสังคมก็ยอมเปลี่ยนไปโดยเฉพาะในสังคมอังกฤษ 27. ขอใดเปนวิธีการเสนอขอมูลของผูเขียน 1. กลาวถึงผลกอนสาเหตุ 2. ใหรายละเอียดกอนสรุปทาย 3. อธิบายความแลวตามดวยวินิจ 4. ชี้ถึงปญหาพรอมแจกแจงที่มา 28. ขอใดไมใชวิธีการขยายความของผูเขียน 1. ยกตัวอยาง 2. แสดงเหตุและผล 3. แสดงรายละเอียด 4. จํากัดความคิด 29. ขอใดกลาวไมถูกตอง 1. เวลาสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง 2. ปญหาอยูที่คําพิพากษาลาสมัย 3. ประเทศอังกฤษจําเปนตองปฏิรูปกฎหมาย 4. เมื่อสังคมเปลี่ยนกฎหมายก็ตองเปลี่ยน อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 30 - 34 เกลากระผมคือศิษยชื่อทิดราย เออเอ็งหายหนาไปอยูไหนหวา รับประทานเคราะหกรรมตองจําลา ไปอยูปาสวนเรือกกินเผือกมัน เออเอ็งคอยวัฒนาฤาหาหือ หายหนาชื่อกูคิดวาเอ็งอาสัญ ที่จนมีรับประทานก็ปานกัน ดวยผมนั้นเลขชาตาเปนกาลี ไดแตสมหมากหยาบหยาบมากราบเทา เปนของชาวคนขัดนาบัดสี ถาแมนคลองตองตําราชาตาดี คงจะมีของถวายหลายชนิด 30. บุรษที่สองในคําประพันธน้ีตรงกับขอใด ุ 1. ครูผูทรงคุณอันประเสริฐ 2. กษัตริยผูเปนเลิศทุกสถาน 3. พระสงฆผูทรงศีลสมาทาน 4. ขุนนางวาราชการของแผนดิน 31. คําที่ขีดเสนใตหมายถึงขอใด 1. อาชีพ 2. ชุมชน 3. วิถีชวิต ี 4. ฐานะ 32. ขอใดเปนวิธีการนําเสนอของกวี 1. ใหตัวละครพูดโตตอบกัน 2. ใชภาษาสนทนาระดับชาวบาน 3. เลือกคําศัพทสามัญที่ใชกันทั่วไป 4. สรางฉากประกอบเหมาะกับเนื้อเรื่อง QUOTA CMU’ 51. (6) 01 ภาษาไทย.
  • 7.
    01 ภาษาไทย. 33. ขอใดเปนทัศนะของตัวละคร 1. ชื่อไมเปนมงคลยอมนําพาชีวิตใหตกต่ํา 2. ใชภาษาสนทนาระดับชาวบาน 3. เลือกคําศัพทสามัญที่ใชกันทั่วไป 4. สรางฉากประกอบเหมาะกับเนื้อเรื่อง 34. คําประพันธนี้มีคุณคานอยที่สุดในดานใด 1. การสรางจินตนาการ 2. ความไพเราะของคําและเสียง 3. ภาพสะทอนทางสังคม 4. การเรียบเรียงตามฉันทลักษณ อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 35 – 37 “ความหิวกําเนิดขึ้นกอนความอิ่ม ในเวลาซึ่งพอเหมาะมันทําใหอาหารทุกชนิดเลิศรสกวาปกติ สําหรับเวลา ซึ่งยาวนานกวานั้น คนหิวอาจกลายเปนขโมย เปนฆาตกรหรืออาจกอวินาศกรรมใหญหลวง เพื่อนองไกสักชิ้น คนจร รูจกความหิวดี เริ่มแรกคือทุกขอันไมจบสิ้น ตอมากลายเปนเพื่อนซึ่งสนิทสนมคุนเคยและแยกจากกันประเดี๋ยว ั ประดาวเทานั้น” 35. ขอใดเปนความคิดของผูเขียน 1. ความหิวเปนสิ่งที่นากลัว 2. ความหิวทําใหอาหารอรอยขึ้น 3. ความหิวไมเขาใครออกใคร 4. ความหิวเปนเพื่อนของคนยาก 36. ขอใดไมใชวิธีการสงสารของผูเขียน 1. ยกตัวอยาง 2. ลําดับความ 3. เปรียบเทียบ 4. ผูกเงื่อนไข 37. คําคูใดไมมีความสัมพันธโดยตรงกับความหิว 1. เวลา พฤติกรรม 2. โอกาส ความทุกข 3. ความอรอย อาหาร 4. ความรูสึก คนโซ 38. คําประพันธตอไปนี้มโวหารภาพพจนกี่แหง ี คราวนั้นเมื่อตามไปกลางปา หนาดําเหมือนหนึ่งทามินหมอไหม ชนะความงามหนาดังเทียนชัย เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก 1. 2 2. 3 4. 4 4. 5 QUOTA CMU’ 51. (7) 01 ภาษาไทย.
  • 8.
    01 ภาษาไทย. อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ39 - 42 ดื่มด่ําน้ําหินซับ ตามไดจบกบกุงหอย ั ผักกูดกํานอยนอย กับดอกเห็ดเลือกเด็ดมา เรียงหินสามเสาไว กมเปาไฟเตรียมหุงหา ตั้งหมอรอเวลา รวมอิ่มหนําในค่ําคืน 39. ขอใดไมปรากฏในบทกวี 1. วิธีชีวิต 2. ธรรมชาติ 3. ความรื่นรมย 4. ความสิ้นหวัง 40. กวีใชโวหารชนิดใด 1. บรรยาย 2. พรรณนา 3. อุปมา 4. สาธก 41. ขอใดเปนการวิจารณ 1. กลาวถึงอาหารที่หาไดตามชนบท 2. ใหภาพการใชชีวิตที่เรียบงายของคนพื้นถิ่น 3. สรางจินตนาการจากการใชคําสามัญแตสื่ออารมณ 4. แสดงความสัมพันธระหวางมนุษยกับธรรมชาติ 42. จากคําประพันธขางตน ขอใดอนุมานความไดบริบูรณ 1. ผูหญิงกับภาระหนาที่ 2. ชีวิตประจําวันของชาวบานปา 3. ความสุขอยูที่ความพอใจ 4. ความงาม ความสุนทรียและชีวิต อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 43 - 44 “ผูมีปญญามักไมประมาท เมื่อคนสวนมากพากันประมาท และตื่นเมื่อคนสวนมากพากันหลับอยู เขาจึงทิ้ง ชวงคนเหลานั้นไปไกล เหมือนมาฝเทาเร็ววิ่งเลยมาแกลบฉะนั้น” 43. คําที่ขีดเสนใตหมายถึงขอใด 1. มากินแกลบ 2. มาพันธุเล็ก 3. มาแขง 4. มาพันธุเทศ 44. ขอใดกลาวถูกตอง 1. ผูมีปญญามักตื่นตัวตลอดเวลา 2. ผูมีปญญามีความสามารถในการแขงขัน 3. ผูมีปญญาพลิกวิกฤตเปนโอกาส 4. ผูมีปญญาไตรตรองอยางรอบคอบเสมอ QUOTA CMU’ 51. (8) 01 ภาษาไทย.
  • 9.
    01 ภาษาไทย. อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ45 - 46 อันชางหมอตีหมอไมหวังฉาน ตีเอางานงามใชมิใหหนา ดั่งอาจารยตีศิษยใหวิทยา มิใชวาจะประหารใหไปอบาย 45. ขอใดเปนเจตนาของผูแตง 1. เปรียบใหเขาใจ 2. ใหขอคิด 3. แสดงทัศนะ 4. โนมนาวใจ 46. คําที่ขีดเสนใตมีความหมายตรงกับขอใด 1. แตก 2. บุบ 3. ราว 4. บิ่น 47. บทกวีตอไปนี้มีขอบกพรองดานใด อยาใหเหมือนใบศรีที่เบิกขวัญ พอเสร็จพลันเปนใบตองนะนองเอย ถนอมหนอยอยาลอยรางไปอยางเคย เก็บไวเชยเมื่อช้ําเช็ดน้ําตา 1. จังหวะ 2. สัมผัส 3. คํา 4. วรรณยุกต 48. ขอใดเปนสวนสรุปของเรียงความ 1. ความงาม ความปติเรงเราพลังแหงการสรางสรรค คุณคาทางจิตใจเปนรากฐานแหงชีวิตที่แท 2. ความรักทําใหมนุษยมความสัมพันธกับสรรพสิ่งรอบตัว ไมคับแคบ ไมหมกมุนอยูกับตนเอง ี 3. การเขียนแบบสรางสรรคจึงมีความหมายตรงกันขามกับการเขียนที่มุงประโยชนทางวิชาการดังกลาวขางตน 4. ความริเริ่มใหมจึงขึ้นอยูกับเจตนาของเจาของผลงาน เจตนาจริงเชนนี้นําไปสูงานเขียนสรางสรรคที่ผูเขียน ภาคภูมิใจได 49. การอานในขอใดชวยใหเขาใจบทประพันธน้ี โอตอเอยตอแหลตอแตหลัง คิดจะตั้งตอแนตองแตตน ไมมีตอตอมีไตตอไลชน อยาทําตนเปนตอลอไตเลย 1. อานตีความ 2. อานแปลความ 3. อานถอดความ 4. อานเก็บความ 50. คําวา “ไลเขามา” ในขอความตอไปนี้ หมายถึงขอใด “วันนี้คงจะพูดอะไรไมไดมาก เพราะเวลาไลเขามาทุกทีแลว จึงขอพูดประเด็นสําคัญ ๆ สักสองประเด็นเทานั้น” 1. เหลือนอย 2. ตามมาติดๆ 3. รุกอยางรวดเร็ว 4. ไมทิ้งหาง QUOTA CMU’ 51. (9) 01 ภาษาไทย.
  • 10.
    01 ภาษาไทย. อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 51– 52 “ความยากจนเปนปญหาเรื้อรังที่ไมเคยแกไดจริง ชองวางระหวางคนจนกับคนรวยยิ่งหางมากขึ้นนําไปสู ปญหาทางจิตใจ สังคม และการเมือง ทําใหบานเมืองวิกฤตมากขึ้น รัฐบาลหนาตองแกปญหาใหไดอยางจริงจังและ ถาวร อันที่จริงผูนําชาวบานจํานวนหนึ่งรวมกับองคกรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และขาราชการบางสวนรูแลวจาก การปฏิบัติวา การแกความยากจนที่แทจริงและถาวรทําอยางไร รัฐบาลควรเรียนจากบุคคลเหลานี้อยางจริงจัง แลว นํามาทํานโยบายและยุทธศาสตรขับเคลื่อนใหเกิดขึ้นทั้งประเทศ วิธีการคือสงเสริมใหชุมชนทําวิจัยเรื่องของชุมชนเอง อันนําไปสูการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตและการบริโภคที่เรียกวาเกิดวิสาหกิจชุมชน ชุมชนที่สามารถวิจัยเรื่องของตัวเอง ไดและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนจะเกิดการพัฒนาอยางบูรณาการทั้งทางเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดลอม การศึกษาและสุขภาพ พรอมกันไปเปนชุมชนที่มีเศรษฐกิจพอเพียงและยั่งยืน” 51. รัฐบาลหนาตองแกไขปญหาใหไดอยางจริงจัง “ปญหา” ในที่นี้หมายถึงขอใด 1. ปญหาความยากจน 2. ปญหาบานเมืองเกิดวิกฤต 3. ปญหาการพัฒนาสังคมใหยั่งยืน 4. ปญหาทางจิตใจ สังคมและการเมือง 52. ขอใดคือจุดมุงหมายของขอความขางตน 1. แสดงความคิดเห็นวิพากษวิจารณรัฐบาล 2. ใหขอเสนอแนะวิธีการแกไขปญหาความยากจน 3. เสนอแนวพัฒนาชุมชนแบบเศรษฐกิจพอเพียงและยั่งยืน 4. เสนอแนะใหมีการสงเสริมใหชุมชนทําวิจัยเรื่องของชุมชนเอง อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 53 -54 (1) ปจจุบันรัฐบาลพมาไดควบคุมไมใหเกษตรกรเพิ่มจํานวนแพปลูกพืชในน้ํา (2) เปนเพราะวาน้ํา ในทะเลสาบเริ่มมีคุณภาพไมดี (3) สิ่งแวดลอมเริ่มจะเสียหายเนื่องจากเกษตรกรมีการใชสารเคมีมากขึ้น (4) นอกจากนั้น เกษตรกรยังทิ้งผลผลิตที่เสียหรือไมไดขนาดตามที่ตลาดตองการลงในทะเลสาปลอยเปนแพ (5) ประกอบกับทะเลสาบอินเลเปนแหลงน้ําจืดที่จําเปนสําหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนในรัฐฉานตอนลางเกือบ ครึ่งหนึ่ง (6) หากปลอยใหเกษตรกรเพิ่มจํานวนแพปลูกมากขึ้นก็จะเกิดผลเสียหายอยางรุนแรงในอนาคต 53. ขอใดเปนประโยคใจความสําคัญของขอความขางตน 1. (1) 2. (2) 3.(3) 4. (6) 54. ขอความขางตนมีวิธีการเขียนแบบใด 1. สาธก 2. บรรยาย 3. พรรณนา 4. อธิบาย QUOTA CMU’ 51. (10) 01 ภาษาไทย.
  • 11.
    01 ภาษาไทย. อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 55– 56 “กอนลงทุน ดูใหดีวา สินคาที่เราจะทํานั้น เราถนัดมากนอยแคไหน ถาไมถนัด แมจะมีคําแนะนําดี ก็ไป ไมรอด ทุกกิจการตองเริ่มจากสิ่งที่เราถนัด ขอเพียงอดทน และใชหลักการตลาด พยายามศึกษาตลาดที่เราเล็งไวตั้งแต มีคนมากไหม มีคนในชวงอายุตาง ๆ เทาไหร เขาเดินทางอยางไร กลับบานกี่โมง เหลานี้เปนขอมูลที่เราจะนํามาใช พัฒนาสินคา กําหนดราคาขาย กําหนดจุดที่วางขายไดอยางตรงกลุมเปาหมาย” 55. ขอความขางตนนี้ตรงกับหลักการพูดขอใด 1. การเตรียมพรอม 2. การวิเคราะหผูฟง 3. การรูจักกาลเทศะ 4. การจัดกําหนดเปาหมาย 56. ขอความขางตนมีลักษณะการพูดแบบใด 1. เปนทางการ 2. กึ่งทางการ 3. เปนกันเอง 4. เปนการสนทนา อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 57 - 59 “วันแรกที่ผมไปออกงาน ผมขายไมไดเลย ทางทีมงานผูจัดงาน ก็สงสัยวา อรอยอยางนี้ ทําไมขายไมได ผมตอบไมได เพราะไมรูเหมือนกัน รูแตวา ความสําเร็จไมไดมาในวันเดียว หากแตตองใชเวลา ผมไมทอยังพยายาม ขายตอไป และเชื่อวานาจะตองมีจดเปลี่ยน ซึ่งจุดเปลี่ยนของผมก็คือ ไดขึ้นเวที และพูดถึงลูกชิ้นตัวนี้พรอมกับมีใหชิม ุ เทานั้นแหละ พอลงจากเวที ผมแทบจะเดินเขารานตัวเองไมได เพราะลูกคาเยอะมาก” 57. ขอใดคือจุดมุงหมายของผูพูด 1. ใหคติวากวาธุรกิจจะสําเร็จไดตองใหเวลา 2. บอกวิธีการทําธุรกิจใหประสบความสําเร็จไมยาก 3. ใหแงคิดวาความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น 4. บอกวาธุรกิจไปไมไดถาไมมีการโฆษณาประชาสัมพันธ 58. ผูพูดขายสินคาอะไร 1. อาหาร 2. ผลไม 3. ลูกชิ้น 4. ของอรอย 59. น้ําเสียงของผูพูดเปนอยางไร 1. โออวด 2. ภูมิใจ 3. ถอมตัว 4. เรียบเฉย 60. ขอใดเปนอุปสรรคของการสื่อสารมากที่สุด 1. ผูฟงไมเห็นตัวผูพด ู 2. ผูพูดพูดเสียงดังเกินไป 3. อากาศในหองประชุมรอนมาก 4. มีเสียงดังจากขางนอกมารบกวนขณะฟง QUOTA CMU’ 51. (11) 01 ภาษาไทย.
  • 12.
    01 ภาษาไทย. 61. ขอใดเปนการพูดแบบเปนทางการ 1. ราคาน้ํามันยังคงพุงสูงขึ้นตอไป และถึงระดับ 96 เหรียญดอลลารสหรัฐตอบารเรลแลว ในไมชาคงจะถึงและ ผานระดับ 100 เหรียญดอลลารสหรัฐตอบารเรล เกินความคาดหมายของคนทั้งหลายทั้งปวงไปอยางแทบไม นาเชื่อ 2. ถึงวันนี้ก็ยังไมเห็นมีหนาไหนที่ออกมาแนะนําคนไทย หรือบอกลาวใหคนไทยไดรับรูกันวา หากราคาน้ํามัน เปนเชนนี้แลวจะทํากันอยางไรตอไป หรือใหกมหนากมตายอมรับความฉิบหายวายวอดกันตาปริบ ๆ 3. วันนี้มีขาววา พรรคการเมืองใหญสามพรรคปฏิเสธแผนการที่จะใหมีการสรางโรงงานไฟฟานิวเคลียรขึ้นใน ประเทศไทย ซึ่งไมอยากจะบอกวาเปนพรรคการเมืองไหนกันบาง จะทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบใน การเลือกตั้งอันไมบังควร 4. นักคาน้ํามันและนักคากาซก็จะกอบโกยแสวงหาประโยชนกันอยางสนุกสนานตอไป ดังที่เห็นๆ กันอยูใน ขณะนี้แลววา บรรดานักคาน้ํามันและนักคากาซตางร่ํารวยลนดินลนฟามหาศาลไปถึงไหนตอไหนกันแลว 62. ขอใดเปนการพูดเพื่อโนมนาวใจ 1. เราก็เห็นอยูแลววาเกือบทุกพรรคสับสนอลหมาน ผูสมัครอาจจะเปลี่ยนพรรคจนกระทั่งวินาทีสุดทายของวัน สมัคร 2. ผมเองไมเห็นดวยกับการบังคับใหสังกัดพรรค แตเมื่อมีกฎหมาย มีการกําหนดขั้นตอนและเงื่อนไขของความ เปนประชาธิปไตยภายในพรรค ก็ควรจะปฏิบัติโดยเครงครัด 3. นี่มิใชระบบพรรคการเมืองที่ถูกตอง แตเปนแกงเลือกตั้งที่มีสิทธิประมูลซื้ออํานาจรัฐ อันเปนการขัดกับความ สงบเรียบรอยและเจตนารมณของกฎหมายและประชาธิปไตย 4. เพื่อมิใหการตัดสินใจภายในพรรคตกอยูใตอํานาจเงินและอําเภอใจของผูนําแบบเผด็จการ จะตองมีการประชุม ใหญที่แทจริง สิทธิของสาขาพรรคและผูสมัครตองไดรับความนับถืออยางถูกตอง 63. ขอใดเปนการพูดที่ใชภาษาผิดระดับ 1. ระบบการศึกษาแบบรวมศูนยอํานาจที่สงเสริมการแขงขันทางการศึกษาในทุกระดับอยางที่ประเทศไทยมีอยู เปนอยูนี้ มีแตสงเสริมใหคนเห็นแกตัวมากยิ่งขึ้น 2. พอแมจะสนใจการศึกษาของบุตรธิดาตนเอง พยายามเลือกสรรสิ่งที่คิดที่เชื่อวาดีที่สุดใหแกลูก ไมวาสิ่งนั้น จะตองแลกมาดวยการซื้อหาติดสินบนสักเทาไร 3. ไมมีใครสนใจการจัดการศึกษาของทองถิ่น เพราะระบบไมเปดโอกาส ไมสงเสริม ซึ่งก็เปนจุดเริ่มตนของการ ไมสนใจสวนรวม 4. ผูคนที่ถูกหลอหลอมขึ้นมาในลักษณะนี้จะมีลักษณะวูบวาบฉาบฉวยทางการเมือง ไมเขาไปมีสวนรวมในทุก ระดับดวยถือวาธุระไมใช QUOTA CMU’ 51. (12) 01 ภาษาไทย.
  • 13.
    01 ภาษาไทย. 64. ขอใดเปนการพูดเพื่อชี้แจงขอเท็จจริง 1. นักโบราณคดีคอย ๆ บรรจงเคลื่อนยายพระศพมัมมีฟาโรห ออกจากหีบศพหินแบบโบราณ ที่ประดับตกแตง ไวอยางงดงาม มาไวในตูกระจกที่มีการควบคุมอุณหภูมิภายในเปนอยางดี 2. นักโบราณคดีเปดเผยวา มัมมีตองเผชิญกับความรอน ความชื้น และแบคทีเรียตาง ๆ ที่นักทองเที่ยวจํานวน มากนําเขามา ขณะเยี่ยมชมหลุมฝงศพกษัตริยในแตละป  3. หลุมศพของฟาโรหประดับประดาไปดวยทอง ตรงกลางของหลุมศพปกคลุมไปดวยเครื่องราง เพชรนิลจินดา และใบหนาของพระองคสวมหนากากทองคํา 4. รางกายของฟาโรหไดรับการประกอบขึ้นใหมและสงกลับไปยังโลงศพหินเดิมในอีก 1 ป ถัดมา และเพิ่งจะ ไดรับการเคลื่อนยายอีก 3 ครั้ง ในชวงไมกี่ปมานี้เอง เพื่อเอกซเรยตรวจสอบเพิ่มเติม อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 65 - 66 (1) พลังงานนิวเคลียรเปนพลังงานชนิดหนึ่งที่ตนทุนต่ํา และมีอานุภาพมากมายมหาศาล (2) สามารถนําไป ใชไดท้ังสองทางคือทั้งในทางสันติและในทางการทหาร (3) ในทางสันตินั้น มีการนําพลังงานนิวเคลียรไปใชใน กิจการมากหลายซึ่งไมใชเปนกิจการทําลายลางมวลมนุษย (4) แตเปนกิจการที่สรางสรรคและอํานวยประโยชนสุข แกมวลมนุษย (5) สวนในทางการทหารนั้น ก็มีการใชพลังงานนิวเคลียรไปประกอบขึ้นเปนอาวุธเรียกวาอาวุธ นิวเคลียร (6) ไมวาเปนไปในรูปจรวดหรือขีปนาวุธ หรือระเบิดที่ใชพลังงานนิวเคลียรประกอบเขาเปนอาวุธก็ตาม 65. ขอใดเปนความคิดหลักของขอความขางตน 1. (1) 2. (2) 3. (3) 4. (5) 66. ขอใดเปนสวนขยายความคิดหลักของขอความขางตน 1. (1) – (2) – (3) – (4) 2. (2) – (3) – (4) – (5) 3. (3) – (4) – (5) – (6) 4. (5) – (6) – (1) – (2) 67. ขอใดเปนการวางเคาโครงการพูดขางตน 1. อธิบายประเด็นใหเขาใจงาย 2. ใหความหมายประเด็นหลัก 3. ยกสวนขยายและสรุปดวยประเด็นหลัก 4. ยกประเด็นหลักและใหเหตุผลประกอบ อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 68 - 69 “ในภาวะหนึ่งที่ชุมชนของเราไดผานเรื่องดี ๆ มาดวยกัน มันก็จะสงผลใหคนในชุมชนของเรารูจักกันมากขึ้น จากแตกอนที่ไมคอยรูจักกันเลย ก็เริ่มมารูจักมักคุนกัน คนที่ยายมาอยูใหมก็เริ่มรูสึกวาตัวเองเปนสวนหนึ่งของชุมชน ระยะหลังยังมีการจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพใหคนในชุมชนฟรี โดยคุณหมอที่เพิ่งเขามาเปนสมาชิกชุมชนเดียวกันกับ เรา มีการพาเด็ก ๆ ไปดูนก ซึ่งนํามาสูจตสํานึกรักสิ่งแวดลอมในที่สุด” ิ QUOTA CMU’ 51. (13) 01 ภาษาไทย.
  • 14.
    01 ภาษาไทย. 68. ขอใดคือเจตนาของผูพูด 1. เลาใหเห็นสภาพของชุมชนที่ดี 2. บอกประวัติพัฒนาการของชุมชน 3. แสดงใหเห็นความสามัคคีของชุมชน 4. เนนเรื่องจิตสํานึกรักสิ่งแวดลอมของชุมชน 69. ขอความขางตนเปนโวหารแบบใด 1. พรรณนา 2. อธิบาย 3. สาธก 4. บรรยาย อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 70 - 71 “เมื่อหนาที่การงานในความรับผิดชอบสงผลทั้งตอตนเอง หนวยงานที่สังกัด รวมไปถึงชีวิตของผูโดยสาร การพัฒนาตัวเองของวิศวกรอากาศยานจึงเปนเรื่องสําคัญ วิศวกรอากาศยานที่ดีตองคิดเสมอวาเราทํางานบนความ ปลอดภัยของชีวิตคน ตองตัดสินใจทุกอยางบนพื้นฐานความปลอดภัยและคุมคา เพราะฉะนั้นเราตองมีความใฝรู แสวงหาความรูเพิ่มเติมตลอดเวลา อยางทุกวันนี้ผมจะเปดเว็บไซตของผูผลิตเครื่องยนตเพื่อหาขอมูลและศึกษากรณี การเสียแบบตาง ๆ ของเครื่องยนตที่เคยเกิดขึ้นกับสายการบินอื่น ๆ เพื่อวางแผนปองกันเรื่องแบบนี้ถงจะไมมีใคร ึ บังคับใหทํา แตผมมองวามันเปนเรื่องที่เราควรตองใสใจ ที่สําคัญ มันไมใชแคดีกับอาชีพการงาน แตยังดีตอชีวิต ผูโดยสารในความรับผิดชอบของเราดวย” 70. ขอใดไมสามารถอนุมานไดจากขอความขางตน 1. ผูพูดเปนคนอุทิศตนเพื่อสังคม 2. ผูพูดเปนคนมีมนุษยธรรมและจิตใจดี 3. ผูพูดมีความรับผิดชอบตอหนาที่สูง 4. ผูพูดสนใจพัฒนางานและตนเองอยูเสมอ 71. ขอใดเปนสาระสําคัญของขอความขางตน 1. ความรับผิดชอบตองานเปนเรื่องสําคัญ 2. การพัฒนาตนเองเปนเรื่องสําคัญ 3. ความปลอดภัยของชีวิตและความคุมคา 4. ความปลอดภัยของผูโดยสารตองมากอน อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 72 - 76 “การทํางานเปนเหมือนการลงเรือขับเคลื่อนไปยังเปาหมาย เปนภารกิจที่ไมมีเสนทางชัดเจน ธรรมะจัดสรร ใหตองไปสูเปาหมาย คือการผลักดันพัฒนาระบบงาน ซึ่งไมใชเรื่องงาย ลําพังแคสภาพของคลื่นลมปกติก็มีอุปสรรค อยูพอสมควร กวาจะขับเคลื่อนใหไดระยะจึงตองใชความอดทนอยางยิ่ง” 72. สาระสําคัญคือขอใด 1. อุปสรรคของการทํางานใหกาวหนาทั้งระบบ 2. การทํางานใหกาวหนาทั้งระบบไมใชเรื่องงาย  3. การทํางานใหกาวหนาทั้งระบบตองอาศัยความทรหด 4. ครรลองของความอดทนในการทํางานใหกาวหนาทั้งระบบ QUOTA CMU’ 51. (14) 01 ภาษาไทย.
  • 15.
    01 ภาษาไทย. 73. ขอความนี้จัดเปนงานเขียนประเภทใด 1. บทความวิจารณ 2. บทความแนะแนวทาง 3. บทความวิชาการ 4. บทความแสดงความคิดเห็น 74. ขอใดไมใชเจตนาของผูเขียน 1. การซอนนัย 2. การใชภาษาธรรม 3. การใชสัญลักษณ 4. การใชความเปรียบ 75. “ธรรมะ” หมายถึงขอใด 1. ความจริง 2. คุณความดี 3. บุญกรรม 4. ผลสรุป 76. “สภาพของคลื่นลม” ไมนาจะอนุมานถึงขอใด 1. ผูรวมงาน 2. ประชาชนทั่วไป 3. คณะรัฐมนตรี 4. นโยบายการเมือง อานขอความตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 77 – 78 (1) การใชศัพทที่ดูเหมือนจะขลังหรือโกหรู ไมไดแสดงภูมิรูของผูพูดผูเขียน หากใชคําหรือศัพทนั้นผิดความหมาย แตกลับเปนการแสดงความไมรู (เขลา) เปนผูตามการพูดผิดเขียนผิดตางหาก (2) เวลาผานมากวา 5 ปแลว รัฐบาล หนวยงานราชการตาง ๆ เชน สํานักนายกรัฐมนตรี สถานีวิทยุกระจายเสียง แหงประเทศไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ขาราชการระดับสูงทั้งในปจจุบันและอดีต ก็ยังใชคํา “วาระ แหงชาติ” ในภาษาเขียนทางราชการและภาษาพูดตลอดมา ซึ่งเปนการใชคําสื่อความหมายผิด (3) หากผูพูดผูเขียนไมชอบคํา “ระเบียบวาระแหงชาติ” ไมวาจะดวยเหตุใด ก็อาจใชคําธรรมดาที่เขาใจงาย เชน “ภารกิจแหงชาติ” “งานสําคัญแหงชาติ” “งานลําดับแรกแหงชาติ” ซึ่งสื่อความหมายไดตรง ถูกตอง (ชาวบานใน ชนบทเขาใจหรือไมวา “วาระแหงชาติ” “วาระประชาชน” หมายความวาอะไร) จะใชคําผิดสื่อความหมายผิดอยู ทําไม (4) ทุกวันนี้ไมวาเรื่องอะไร สําคัญมากนอยเพียงไร รัฐบาลและหนวยราชการก็นิยมจะตั้งหรือผลักดันใหเปน “วาระ แหงชาติ” กันจนเฝอ แตทั้งรัฐบาลและหนวยราชการเหลานั้นรูหรือไมวา กําลังพูดหรือเขียนอะไรอยู ทานตอง การสื่อความหมายวาอยางไร ทานรูหรือไมวา “วาระแหงชาติ” หมายความวา หรือแปลเปนไทยวาอยางไร 77. ขอใดควรเปนสวนเปดเรื่อง 1. (1) 2. (2) 3. (3) 4.(4) 78. น้ําเสียงของผูเขียนเปนเชนใด 1. เสียดสี 2. ประชดประชัน 3. แดกดัน 4. กระทบกระเทียบ QUOTA CMU’ 51. (15) 01 ภาษาไทย.
  • 16.
    01 ภาษาไทย. 79. ขอใดมีคําเลียนเสียงธรรมชาติมากกวาขออื่น 1. เงียบสงัดวัดวาในราตรี เสียงเปดผีหวี่หวีดจังหรีดเรียง 2. หริ่งหริ่งเรื่อยเฉื่อยชื่นสะอื้นอก สําเนียงนกแสกแถกแสกแสกเสียง 3. เสียงแมงมุมอุมไขมาใตเตียง ตีอกเพียงผึงผึงตะลึงฟง 4. ฝายเสียงหนูมูสิกกิกกิกรอง เสียวสยองยามยินถวิลหวัง 80. ขอใดกลาวถึงเวลาตางจากขออื่น 1. อางวางกับน้ําคางที่กลางไพร 2. เพลายอแสงมาสูสมัย 3. เมื่อพระลบวาเหวหิมวา 4. แสงสายัณหยอยระยับกับวนา 81. ขอใดกลาวถึงศิลปะตางจากขออื่น 1. พระธาตุทองสูงสลางหวางวิหาร แลโอฬารเยี่ยมยิ่งบนสิงขร 2. กุฏิหอชอฟาสงางอน งามบัญชรลงรักประจักษตา 3. ที่ผนังมีพุทธประวัติ ใหสีชัดโดดเดนทั้งเสนสาย 4. ศาลารายแลไปใหเปลาดาย ดูเรียบงายสงบงามตามเวลา 82. ขอใดใชวิธีประเมินคาตางจากขออื่น 1. ชมโฉมระเดนกับโฉมตรู งามดูดั่งแกวกับสุวรรณ 2. บางวาเหมือนอสัญแดหวา กับนางเทพธิดากระยาหงัน 3. บางวาเหมือนสุริยากับพระจันทร ถาไดครองกันจะสมควร 4. สมทั้งรูปทรงแลยศศักดิ์ เสียดายนักพระมาคิดหักหวน 83. ขอใดแสดงถึงการประเมินคา 1. ที่หนาโบสถมียักษยืนรักษา ดูหนาตากราดเกรี้ยวเขี้ยวขาวออน 2. มีสองตนตนละขางริมทางจร คลายยักษตอนเตี้ยต่ํากรําแดดลม 3. ไมใหญโตเหมือนวัดโพธิ์และวัดแจง แตถาแขงศิลปะจะเหมาะสม 4. ทั้งสวนสัดตัดตอก็กลึงกลม เรื่องจะขมกันไดนั้นไมมี 84. ขอใดแสดงถึงการปลงใจ 1. สิ้นแผนดินสิ้นนามตามเสด็จ ตองเที่ยวเตร็ดเตรหาที่อาศัย 2. สิ้นแผนดินขอใหสิ้นชีวิตบาง อยารูรางบงกชบทศรี 3. สิ้นแผนดินสิ้นรสสุคนธา วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ 4. สิ้นแผนดินสิ้นยศถดถอยศักดิ์ ที่เคยรักก็กลับรางเหลือหมางหมอง QUOTA CMU’ 51. (16) 01 ภาษาไทย.
  • 17.
    01 ภาษาไทย. 85. ความเปรียบในขอใดแสดงใหเห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทย 1. มาเที่ยวเลนเห็นหินบนดินโขด เดี่ยวสันโดษดังสําลีไมมีหมอง 2. แมมีคูชูชิดสนิทนุม เหมือนหอหุมผาทิพยสักสิบผืน 3. โอชาตินี้มีกรรมแสนลําบาก เหมือนนกพรากพลัดรังไรฝงฝา 4. ถึงโพเตี้ยโพต่ําเหมือนคํากลาว แตโตราวสามออมเทาพอมสาน 86. ขอใดแสดงถึงการสืบทอดขนบวรรณคดี 1. ครั้นเวลารุงแจงแสงอุไร อรไทพลิกฟนตื่นนิทรา 2. แสงทองผองทั่วสากล สุริยนเยี่ยมยอดยุคันธร 3. เสียงดุเหวาเวาแววแจวพนา สาลิกาพลอดเพรียกเรียกรอง 4. นกหลากพรรณหลายกายกอง แซซองบินเหียนเวียนวน 87. ขอใดแสดงถึงคานิยม 1. เวลายิ้มหวานหยดฉันจดจํา กายเธอต่ําแตก็พอเหมาะดี 2. อยากใหสาวนอยจองมองตัวบาง จึงแกลงขวางเศษไมใสมวยผม 3. เธอสวมเสื้อเชียงใหมวิไลลักษณ มีลายปกดอกแดงสุกแสงสี 4. เหมือนวาเธอมีที่มุงหมาย จึงแตงกายนุงหมใหคมสัน 88. ขอใดแสงถึงการจัดระเบียบทางสังคม 1. ถึงตลาดปากน้ําโพดูโกหลาย ตึกคาขายแนนขนัดเขาจัดสรร 2. ถึงที่ตีตั๋วมีร้วกั้น ั เขาคิวกันโคงคดเกือบหมดหวัง 3. ถึงฝายหลวงหวงน้ําอันฉ่ําใส หลังเขื่อนใหญเอียงเอนซีเมนตถม 4. ถึงลับแลแลลิ่ววิวสะอาด ทั้งอากาศก็ดีเปนที่หนึ่ง 89. ขอใดมีวิธีเลาเรื่องตางจากขออื่น 1. ลูบไลสุคนธปนปรุง ดมดูกลิ่นฟุงหอมฉ่ํา หยิบภูษามาทรงแลวลูบคลํา ยกทองทองช้ําชอบพระทัย 2. แลวชวนองคพงศกษัตริยขัติยา เสด็จมาพระโรงรัตนชัชวาล จึงบอกใหนองเจาเขาสรงชล ในมณฑลมุรธากระยาสนาน 3. ลูกก็แลดูแมแมดูลูก ตางพันผูกเพียงวาเลือดตาไหล สะอื้นร่ําอําลาดวยอาลัย แลวแข็งใจจากนางตามทางมา 4. เห็นสายหยุดหยุดยืนคอยชื่นจิต พี่ยิ่งคิดถึงนุชที่สุดหมาย ไดหยุดชมหยุดเชยเคยสบาย ทั้งหยุดกายหยุดกอดแมยอดรัก QUOTA CMU’ 51. (17) 01 ภาษาไทย.
  • 18.
    01 ภาษาไทย. 90. ขอใดไมใชขนบของนิราศ 1. ปางอโศกใครไมโศกพี่โศกจัด โทมนัสกลัดใจในไพรเขียว เดิมปางโศกโศกยิ่งโศกจริงเจียว ตั้งตาเหลียวหานางมากลางไพร 2. ดุกชะโดเทโพทั้งตะเพียน สวายเวียนวายหาปลากระหมัน อีกปลาหมอรอรักษาปลาไสตัน ปลานวลจันทรคิดนวลเจายิ่งเศราใจ 3. นาเอ็นดูรูดีอารีอารอบ ทําความชอบชวยพยุงใหสูงศักดิ์ มาบรรลัยไปยังกําลังรัก สงสารนักนางพร่ําร่ําโศกี 4. อันวิสัยในโลกโชคมนุษย ไมสิ้นสุดเรื่องรักสมัครสมาน ขอฝากจิตพิสมัยอาลัยลาน ไววิมานในกระดาษที่วาดเอย 91. คําที่ขีดเสนใตในขอใดไมใชการสรางสํานวนโวหารของกวี 1. น้ําตกพรายสุหรายแกว ปฐมกัลป 2. พลันอุษาโยคเริ่มแยม วิสูตรสรวง 3. พฤกษาสงาเสกสรร สวยทิพย 4. สวยปวยปากเปนใบ นิ่งไขสุนทรีย 92. ขอใดแสดงถึงแรงบันดาลใจตางจากขออื่น 1. เวลาค่ําน้ําเค็มก็พรางพราง แวมสวางวาววับระยับฉาย 2. ครั้นยามยลตนลําพูดูหิ่งหอย เหมือนเพชรพลอยพรายพรางสวางไสว 3. เสลารายพรายพริบระยิบระยับ ดูแวววับดังจะพรากจากไพหาร 4. ดูแดนดาวเปลาเปลี่ยวเสียวสะดุง จนจวนรุงรางรางสวางไสว 93. ขอใดไมมีสัมผัสเลือน 1. จันทรแรมแจมเวิ้งหาว ลมโลมเราแมกมิ่งไม 2. งามเลิศแลวโลกมนุษย วิสุทธิ์ดุจฟากฟาฝากฝน 3. อัญเชิญชวนมวลแมน จบแวนแควนแมนสรวงสวรรค 4. ศิขรชะงอนเงื้อมฟา เดือนดาริกามาชะออน 94. โคลงบาทใดเลนสัมผัสไดซับซอนที่สุด 1. ออมพรายฝนคลื่นเพอ ภาษา 2. แลดาวเดือนดาษหอง เวหา 3. พฤกษาสูงเสียดไม เสยเมฆ 4. นางแยมดุจแมแยม ไรทนต 95. ขอใดมีสัมผัสแบบ “ลมหวนปวนกระซิบ เมฆสั่ง” 1. ตะวันฉายรายมนตรใน เพลงหนึ่ง 2. วูบไวใฝกระสัน โศกเปลา 3. เจียระไนไรทรายอนันต นวลนิ่ม 4. นาทีนี่ชีวัน เกิดวาง QUOTA CMU’ 51. (18) 01 ภาษาไทย.
  • 19.
    01 ภาษาไทย. 96. โคลงบาทใดกินนัยความหมายไดกวางที่สุด 1. หวานวิหคเหินเกริ่นรอง ระงมดง 2. นกหกจับแมกไม เรียงรัน 3. ระวังไพรเพรียกพร่ําพรอง ระวังพฤกษ 4. กาจับกาฝากตน ตุมกา อานคําประพันธตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 97 - 98 เสื้อแสงแตงประกวดกันหนักหนา สรอยตาบเต็มประดานาฉิบหาย เพราะมั่งมีศรีศุขสนุกสบาย ไมรอนรนขวนขวายเหมือนกอนกาล 97. ขอใดเปนน้ําเสียงของกวี 1. ชื่นชม 2. ลําพอง 3. ประชด 4. เสียดสี 98. ขอใดเปนจุดเดนของคําประพันธ 1. การสรรคํา 2. จังหวะกลอนสม่ําเสมอ 3. พลังอารมณ 4. การเลนสัมผัสในแพรวพราว 99. ขอใดแสดงถึงปณิธานของกวี 1. ใดผิดเชอญชวยรื้อ รอนเสีย 2. สารสยามภาคพรอง กลกานท นี้ฤา ใดชอบกาลเชอญเกลา กลาวเขา คือคูมาลาสวรรค ชอชอย 3. เปนสรอยโสภิศพน อุปรมา 4. จงคงคูกัลปา ยืนโยค โสรมสรวงศิรธิรางค เวี่ยไว หายแผนดินฟาไหม อยาหาย 100. ขอความตอนี้เปนคําประพันธชนิดใด “เดินทางไปตอสูใตแผนฟาบนภูเขาอันตรายรอบตัว เรานักรบแกกรําสงคราม ปง...เสียงปนกองนาเกรงขาม นากลัวทุกทุกยามทุกทุกยาน...อันตราย” 1. กาพยฉบัง 2. กาพยขับไม 3. กาพยยานี 4. กาพยสุรางคนางค QUOTA CMU’ 51. (19) 01 ภาษาไทย.