หลักการดาเนินคดีสิ่งแวดล้อม
โดย
รศ. ณรงค์ ใจหาญ
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
1
1
การดาเนินคดีสิ่งแวดล้อมอาจเป็นการดาเนินคดีอาญา
คดีแพ่ง และคดีปกครอง
 คดีสิ่งแวดล้อม มีลักษณะในทางมหาชน ?
 ไม่จากัดเฉพาะการกระทบสิทธิของคน แต่ก่อให้เกิดกระทบต่อ
ระบบนิเวศน์ ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของ
สภาพแวดล้อม หรือความเสียหายหรือสูญเสียต่อคน สัตว์ พืช
 การคุ้มครองสิทธิจึงไม่ใช่การคุ้มครองต่อปัจเจกชนแต่เป็นการ
คุ้มครองสิ่งแวดล้อมในองค์รวม
 การดาเนินคดีสิ่งแวดล้อม จึงมีเป้ าหมายทั้งในการเยียวยาความ
เสียหายทั้งแก่บุคคลและสิ่งแวดล้อม การระงับมิให้มีการกระทา
ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้น การป้ องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต
2
2
ลาดับของใช้มาตรการต่างๆ ในการดาเนินคดี
สิ่งแวดล้อม
ใช้มาตรการทางปกครองเป็นหลักและเป็นลาดับ
แรก เช่น การสั่งให้แก้ไข การออกคาสั่งห้าม หรือ
บังคับให้ทาการหรือออกไปจากพื้นที่ ปรับเป็นเงิน
รื้อถอน เป็นต้น
หากใช้ไม่ได้ผล ใช้มาตรการทางแพ่งโดยการ
การไกล่เกลี่ยเยียวยา และการฟ้ องคดีทางแพ่ง
หากไม่ได้ผล จึงใช้มาตรการทางอาญา เป็นวิธีทาง
สุดท้าย
3
3
หลักความรับผิดทางแพ่งที่ถือหลักความรับผิดโดย
เคร่งครัด
ความรับผิดทางแพ่ง หากต้องพิสูจน์องค์ประกอบ
ภายใน เป็นการยาก กฎหมายสิ่งแวดล้อมม. 96
จึงมีหลักความรับผิดที่ไม่ต้องพิจารณา
องค์ประกอบภายใน คือไม่จงใจ หรือไม่ประมาท
เลินเล่อก็ต้องรับผิดทางแพ่ง
4
4
การฟ้ องคดีแพ่ง
 โดยปกติ หากเป็นคดีแพ่งโดยทั่วไป ต้องมีความเสียหายและ
ถูกโต้แย้งสิทธิ
 แต่ในปัจจุบัน การฟ้ องคดีแพ่ง อาจฟ้ องโดยองค์กรเอกชน
ทางด้านสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดาเนินการ
คุ้มครองสิ่งแวดล้อม (การฟ้ องโดยชุมชน ?)
 หรือเป็นการฟ้ องคดีในนามกลุ่ม Class action หรือการ
ฟ้ องคดีโดยประชาชน Citizen suit
5
5
การระงับข้อพิพาทในคดีสิ่งแวดล้อม
 เพื่อให้การดาเนินการเยียวยาแก้ไข ดาเนินการไปได้
อย่างรวดเร็วและเป็นที่พอใจกับทุกฝ่าย
 หลีกเลี่ยงการดาเนินคดีที่ยุ่งยากซับซ้อนและต้องใช้
เวลาและค่าใช้จ่ายในการดาเนินคดีสูง
 การดาเนินการไกล่เกลี่ยใช้หลักเดียวกับการไกล่เกลี่ยข้อ
พิพาททางแพ่ง
6
6
 รูปแบบ
 คนเดียวไกล่เกลี่ย
 คณะบุคคล
 หรือหากเป็นศาล ไกล่เกลี่ยนอกศาล
 ในการดาเนินคดีในศาล ควรมีผู้เชียวชาญหรือองค์คณะที่มี
ความรู้ในด้านสิ่งแวดล้อม เพราะต้องอาศัยความรู้ดังกล่าวใน
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงและเหตุปัจจัยในการก่อให้เกิดความ
เสียหาย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทางสิ่งแวดล้อม
7
7
ปัญหาการดาเนินคดี
 การพิสูจน์ยาก
 ผลที่เกิดจากมลพิษมีระยะในการแสดงผลยาว
 ความเสียหายอันเกิดจากการไม่ได้รับสภาพแวดล้อมที่ดี
 หลักการคานวณค่าเสียหายจากการสูญเสียทรัพยากร
 หลักการให้ชดใช้ค่าเสียหายในเชิงลงโทษ punitive
damages
8
8
หลักการดาเนินคดีอาญา
 การกาหนดความรับผิดทางอาญา เป็นหลักเดียวกับการ
ดาเนินคดีอาญาโดยทั่วไป
 มีการกาหนดความรับผิดของผู้บริหารนิติบุคคล วิศวกร
สถาปนิก และเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมเครื่องจักรที่จะรับผิดกรณีนิติ
บุคคลกระทาผิด
 มีการริบทรัพย์ ปรับ สูง
 องค์กรที่ทาหน้าที่ดาเนินคดีเป็นองค์กรตารวจ อัยการ และศาล
แต่บางกรณีมีการเปรียบเทียบปรับโดยเจ้าพนักงานได้
9
การดาเนินคดีอาญา
 โดยหลักอัยการเป็นองค์กรที่ฟ้ องคดี
 แต่มีบางกฎหมายให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องฟ้ องได้ เช่น
 กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายโรงงาน กฎหมาย
รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ
บ้านเมือง ให้ประชาชนฟ้ องได้
 การฟ้ องคดีสิ่งแวดล้อมเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้
10
องค์กรที่สาคัญ
 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
 คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
 คณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม
 พนักงานเจ้าหน้าที่
 พนักงานควบคุมมลพิษ
 องค์กรเอกชนทางด้านสิ่งแวดล้อม
 ประชาชน
11
11
เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ
 เป็นเจ้าพนักงานที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดูแลในเรื่องการ
ควบคุมมลพิษ มีอานาจเข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติตาม
กฎหมายสิ่งแวดล้อมและการดาเนินการของระบบ
บาบัดตาม ม. 82 และมีอานาจประสานงานตาม ม.
83
 แต่ไม่มีอานาจในการดาเนินการกรณีเป็นโรงงาน เว้นแต่
จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่โรงงานแล้ว และไม่ได้
ดาเนินการ
12
12
องค์กรเอกชนทางด้านสิ่งแวดล้อม ม. 7,8
 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ที่มี
กิจกรรมทางด้านการคุ้มครองและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
และมิได้มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง หรือมุ่งหาค้ากาไร
จากการประกอบกิจการดังกล่าว
 ขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนทางด้านสิ่งแวดล้อมต่อ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
13
13
บทบาทหน้าที่ขององค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมตาม
ม.8
 อาจได้รับการสนับสนุนจากกองทุนในการดาเนินกิจกรรม
ทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นเงินอุดหนุนหรือเงินกู้ได้ หรือ
ได้รับการช่วยเหลือจากทางภาครัฐกรณีมีปัญหาอุปสรรค
 อาจเสนอชื่อผู้แทนภาคเอกชนเพื่อให้ครม.แต่งตั้งเป็นกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
 จัดให้มีอาสาสมัครช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้ ประชาสัมพันธ์ การ
สร้างจิตสานึก การช่วยเหลือประชาชนเพื่อริเริ่มโครงการ
ศึกษาวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือทางกฎหมาย
14
14
ประชาชน ม. 6
 (1) รับทราบข้อมูลข่าวสารจากทางราชการที่เกี่ยวกับการ
ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เว้นแต่เป็นข้อมูลที่
เกี่ยวกับความลับที่เกี่ยวกับความมั่นคง และส่วนบุคคล สิทธิใน
ทรัพย์สิน สิทธิในทางการค้า หรือกิจการของบุคคลใดที่ได้รับการ
คุ้มครองตามกฎหมาย (ดูพรบ.ข้อมูลข่าวสารด้วย)
 ปัจจุบันมี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 67 วรรค
สอง
15
15
การฟ้ องเพื่อให้มีการจัดทารายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมใน
โครงการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง และการรับฟังความเห็น
 การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
ชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทามิได้ เว้นแต่จะได้
ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและ
สุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟัง
ความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้
ให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้าน
สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันการศึกษาที่จัดการ
การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้าน
สุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดาเนินการดังกล่าว
16
16
 สิทธิชุมชนในการฟ้ องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นของรัฐที่
เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรานี้ย่อมได้รับ
ความคุ้มครอง (ม. 67 วรรคสาม)
 ยื่นฟ้ องที่ศาลปกครอง เช่น คดีมาบตาพุด เป็นต้น
17
สิทธิประชาชนตาม ม. 6 ในการได้รับค่าเสียหายจากรัฐและการร้อง
ทุกกล่าวโทษ
 การได้รับชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าทดแทนจากรัฐ ในกรณีที่
ได้รับความเสียหายจากภยันตรายที่เกิดจากการแพร่กระจาย
ของมลพิษหรือภาวะมลพิษ อันมีสาเหตุมาจากกิจการหรือ
โครงการใดที่ริเริ่มสนับสนุนหรือดาเนินการโดยส่วนราชการ
หรือรัฐวิสาหกิจ
 การร้องเรียนกล่าวโทษผู้กระทาความผิดต่อเจ้าพนักงานใน
กรณีที่ได้พบเห็นการกระทาใด ๆ อันเป็นการละเมิดหรือฝ่าฝืน
กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษหรือการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ
18
18
สิทธิประชาชนตาม ม. 6
 การให้ความร่วมมือและช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติ
หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
 การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับ
การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยเคร่งครัด
 ทั้งนี้ตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายว่าด้วยการนั้น
บัญญัติไว้
19
19
มาตรการเยียวยาทางแพ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติ
 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมแก่รัฐ ในมาตรา 97
 “ผู้ใดกระทาหรือละเว้นการกระทาด้วยประการใด
โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทาลายหรือทา
ให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่ง
เป็นของรัฐหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มี
หน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตาม
มูลค่า ทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูก
ทาลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น”
20
20
ปัญหาการดาเนินคดีสิ่งแวดล้อม
 ดาเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทาความผิดทั้งบุคคลธรรมดา
และนิติบุคคล ซึ่งได้กระทาความผิดต่อกฎหมายอาญา
ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม
 ดาเนินคดีแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายแก่ผู้ก่อมลพิษ
หรือเจ้าของแหล่งกาเนิดมลพิษทั้งที่เป็นบุคคล นิติ
บุคคล (เอกชน) ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย
21
21
 ฟ้ องเป็นคดีแพ่งต่อศาลปกครอง โดยผู้ได้รับผลกระทบต่อ
การกระทาโดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า
พนักงานที่สั่งการหรือละเลยไม่ตรวจสอบตามอานาจหน้าที่
 ฟ้ องเพิกถอนกฎ หรือคาสั่งอนุมัติหรือคาสั่งให้ระงับ เป็นคดี
ปกครองต่อศาลปกครอง
 กฎกระทรวง หรือระเบียบ หรือคาสั่งของเจ้าพนักงานอาจถูก
ฟ้ องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนได้
22
22
 แนวทางการเบี่ยงเบนไม่นาคดีมาสู่ศาลแพ่ง ศาลอาญาหรือ
ศาลปกครอง
 หากเป็นการกระทาที่เป็นความผิดอาญา – เปรียบเทียบ
ปรับ ตามหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งอาจเป็น
การปรับโดยเจ้าพนักงานหรือคณะกรรมการเฉพาะที่
กฎหมายให้อานาจ
 - คดีสิ่งแวดล้อม ไม่อาจยอมความได้ เพราะเป็นความผิด
อาญาแผ่นดิน
23
23
คดีแพ่งที่ผู้เสียหาย ตกลงหรือมีการประนีประนอม เพื่อ
ชดใช้ค่าเสียหายนอกศาล หรือเมื่อยื่นฟ้ องแล้ว มีการ
ประนีประนอมยอมความก่อนการพิจารณา
การออกคาสั่งทางปกครอง เพื่อให้เจ้าของแหล่งกาเนิด
มลพิษ หรือผู้ประกอบการโรงงาน หรือผู้ก่อให้เกิดความ
เดือดร้อนราคาญ แก้ไข หรือปรับปรุง โดยไม่ดาเนิน
คดีอาญา หากปฏิบัติตาม
24
24
 ความคาบเกี่ยวในการดาเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายซึ่งเกิด
จากการที่เจ้าของแหล่งกาเนิดมลพิษ ก่อให้เกิดมลพิษ และ
ผลของการเกิดมลพิษนั้น เป็นเพราะเจ้าพนักงานมีส่วนไม่
ควบคุมดูแลหรือตรวจสอบ ความเสียหายดังกล่าว
ผู้เสียหายต้องฟ้ องคดีแพ่งในศาลยุติธรรมส่วนแพ่ง ส่วนการ
ฟ้ องหน่วยงานให้รับผิดต้องฟ้ องในศาลปกครอง ซึ่งอาจเกิด
ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันและปัญหาการแบ่งความรับผิด
ตัวอย่างคดีอยู่ในภาคบ่าย
25
25
สภาพปัญหาที่พบ
ขั้นตอนของพนักงานเจ้าหน้าที่
ไม่ได้รับความร่วมมือในการตรวจตรา จากเจ้าของ
โรงงานหรือเจ้าของสถานที่ที่เป็นแหล่งกาเนิด
มลพิษ
มีการขัดขวางการเก็บข้อมูล
หลักฐานที่เก็บได้ มีการตรวจพิสูจน์ล่าช้า เพราะมี
เครื่องมือน้อย
26
26
3. การดาเนินคดีกับนิติบุคคล
3.1 นิติบุคคลกระทาความผิด กฎหมายให้
กรรมการผู้จัดการ กรรมการ สถาปนิก ผู้ควบคุม
คนงานร่วมรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มี
ส่วนเกี่ยวข้อง
ทาให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องมีความระมัดระวัง
ไม่กระทาการอันมีผลต่อการละเมิดกฎหมาย
มิฉะนั้นจะต้องรับผิดร่วมกับนิติบุคคล
27
27
การลงโทษนิติบุคคล มีข้อจากัด คือ ลงได้เฉพาะ
โทษปรับ โทษจาคุกลงไม่ได้
กฎหมายไทย หากจะปิดกิจการ หรือหยุดกิจการ
ต้องใช้มาตรการทางปกครอง ซึ่งให้รัฐมนตรีหรือ
ปลัดกระทรวงสั่ง
28
28
 ในต่างประเทศ ศาลอานาจสั่งปิดกิจการ โดยถือเป็นโทษ
สาหรับนิติบุคคลได้ และให้ผู้จัดการ ไม่อาจบริหารจัดการได้
ภายในเวลากาหนด
 ปัญหา กรณีกระทรวงหรือกรม กระทาการละเมิดต่อ
กฎหมายสิ่งแวดล้อม จะมีการบังคับอย่างไร
 เช่น โรงพยาบาลปล่อยน้าเสียหรือของเสียโดยไม่ผ่านระบบ
บาบัด วัดไม่ควบคุมเตาเผาศพให้อยู่ในค่ามาตรฐาน
29
29
คนงานถูกสารพิษในโรงงานซึ่งไม่มีระบบการควบคุมที่ดี
ทาให้ได้รับอันตรายถึงขั้นเจ็บป่วยแต่ไม่ถึงล้มหมอน
นอนเสื่อ ต้องหยุดงานบ่อยจนนายจ้างไล่ออกโดยไม่
จ่ายค่าชดเชย ดังนี้หากลูกจ้างมาฟ้ องขอค่าทดแทน
จากการเจ็บป่วย ฟ้ องขอค่าชดเชย และฟ้ องให้ดาเนิน
คดีอาญาต่อโรงงาน ตามกฎหมายโรงงาน หรือ
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
30
30
คดีสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ
คดีบุกรุกที่ดินของรัฐโดยเอกชน และประชาชนที่
อยู่ติดกับเขตอนุรักษ์
คดีโคบอล 60
คดีน้าพอง ขอนแก่น
31
คดีสารตะกั่วรั่วไหลที่ห้วยคลิตี้
คดีมาบตาพุด
คดีสารพิษที่ท่าเรือคลองเตย
คดีโรงไฟฟ้ าแม่เมาะ
คดีท่อก๊าซไทย มาเลย์
คดีฝุ่นฝ้ ายโรงงานทอผ้า
32
33
ความผิดอาญาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นความผิด
ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ก่อให้เกิดมลพิษในด้านต่างๆ
ผู้กระทาความผิดมีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติ
บุคคล และอาจเป็นทั้งคนยากไร้หรือคนทั่วไป
และผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดี
33
34
การดาเนินคดีอาญามีแนวทางการเบี่ยงเบนไม่นาคดี
มาสู่ศาลอาญาได้
หากเป็นการกระทาที่เป็นความผิดอาญา –
เปรียบเทียบปรับ ตามหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา ซึ่งอาจเป็นการปรับโดยเจ้าพนักงานหรือ
คณะกรรมการเฉพาะที่กฎหมายให้อานาจ
- คดีสิ่งแวดล้อม ไม่อาจยอมความได้ เพราะเป็น
ความผิดอาญาแผ่นดิน
34
35
2.1 เป็นการกระทาซึ่งกาหนดข้อห้ามหรือ
ข้อที่ให้ต้องปฏิบัติ ที่มีผลกระทบต่อการ
ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ และการ
ก่อให้เกิดมลพิษ (สาหรับการก่อให้เกิด
มลพิษนั้น อาจเป็นการกระทาที่น่าจะเกิด
อันตราย จากมลพิษนั้นก็เป็นความผิดได้)
35
36
2.2 มีการกาหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติ
ไว้ในกฎหมายลาดับรอง เช่นกฎกระทรวง ประกาศ ข้อ
บังคับฯ
2.3 เป็นความผิด ในลักษณะที่กระทาโดยเจตนาหรือ
ประมาท
2.4 ผู้กระทาความผิดที่เป็นนิติบุคคลกระทาผิด
ผู้จัดการหรือกรรมการ สถาปนิก วิศวกร ผู้ปฏิบัติงาน
ร่วมรับผิดด้วย
36
37
2.5 โทษ เน้นการจาคุก ปรับ และริบทรัพย์สิน
โทษจาคุก รุนแรง ในความผิดที่เป็นการทาลาย
ทรัพยากรธรรมชาติที่หายากหรือก่อให้เกิดมลพิษที่
เป็นอันตราย
โทษปรับสูง เพราะต้องการยับยั้ง
ริบทรัพย์สินที่ ใช้หรือยานพาหนะ เครื่องมือที่ใช้ใน
การกระทาความผิด
37
38
โดยหลักการทั่วๆ ไปของการบังคับใช้กฎหมายในเรื่อง
สิ่งแวดล้อมหรือมลพิษ พบว่า การนามาตรการทาง
อาญามาใช้เป็นการนามาใช้ในลาดับสุดท้าย และใช้กับ
ผู้กระทาความผิดที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคาสั่งของเจ้า
พนักงานที่สั่งให้แก้ไขแล้ว
เท่าที่พบของไทยมีการดาเนินคดีที่เป็นความผิดต่อ
สิ่งแวดล้อมโดยตรงโดยยื่นฟ้ องต่อศาล มีจานวนน้อย
38
39
ส่วนใหญ่เป็นการเปรียบเทียบปรับใน
ความผิดที่ให้เปรียบเทียบได้
คดีที่เกิดขึ้นในศาล เป็นคดีป่าไม้ บุกรุกป่า
ลักลอบตัดไม้ทาลายป่า เป็นต้น
แนวโน้มของศาลในปัจจุบันจะ ลงโทษรุนแรง
และไม่รอการลงโทษ ในคดีสิ่งแวดล้อม หาก
เป็นผู้กระทาผิดรายใหญ่
39
40
ดุลพินิจของศาลในการกาหนดโทษ ของผู้กระทา
ความผิดต่อทรัพยากรธรรมชาติ เช่น บุกรุกป่า
ลักลอบตัดไม้ จะกาหนดโทษจาคุก
ผู้กระทาความผิดต่อผู้ก่อมลพิษ เช่น ลักลอบปล่อย
น้าเสีย
การปล่อยอากาศเสียหรือก่อให้เกิดมลพิษทาง
อากาศ สารเคมี มีปัญหาการตรวจจับ
40
41
ผู้ที่ถูกฟ้ อง ส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดี เช่น
เจ้าของโรงไม้ เจ้าของเรือ เจ้าของโรงงาน หรือในบาง
กรณีเป็นผู้ยากไร้ เช่นชาวบ้าน
การริบทรัพย์ ริบได้แต่ต้องไม่ใช่ของผู้อื่นที่ไม่รู้เห็น
เป็นใจ
ศาลมีอานาจใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.
อาญา มาตรา 46 โดยให้ทาประกันทัณฑ์บน หากฝ่า
ฝืนถูกปรับ 50,000 บาท
41
42
การพิสูจน์ความผิด มีปัญหาการหาหลักฐาน
เช่น กระบวนการตรวจพิสูจน์เรื่องน้าเสีย
อากาศเสีย กลิ่น หรือเหตุเดือดร้อนราคาญ
กระบวนการตรวจว่ามีการปล่อยอากาศเสีย
น้าเสียเกินค่ามาตรฐาน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
และเก็บตัวอย่าง
42
43
3.1 นิติบุคคลกระทาความผิด กฎหมายให้
กรรมการผู้จัดการ กรรมการ สถาปนิก ผู้ควบคุม
คนงานร่วมรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มี
ส่วนเกี่ยวข้อง
ทาให้กรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องมีความระมัดระวัง
ไม่กระทาการอันมีผลต่อการละเมิดกฎหมาย
มิฉะนั้นจะต้องรับผิดร่วมกับนิติบุคคล
43
44
แม้ว่าจะมีระเบียบการประสานงานด้านสิ่งแวดล้อม
แล้วก็ตาม แต่ยังไม่ดาเนินการเพราะยังไม่ได้ตั้ง
ผู้เชี่ยวชาญ การประสานงานยังไม่มี
การลงโทษนิติบุคคล มีข้อจากัด คือ ลงได้เฉพาะ
โทษปรับ โทษจาคุกลงไม่ได้
กฎหมายไทย หากจะปิดกิจการ หรือหยุดกิจการ
ต้องใช้มาตรการทางปกครอง ซึ่งให้รัฐมนตรีหรือ
ปลัดกระทรวงสั่ง
44
45
ในต่างประเทศ ศาลมีอานาจสั่งปิดกิจการ โดยถือ
เป็นโทษสาหรับนิติบุคคลได้ และให้ผู้จัดการ ไม่อาจ
บริหารจัดการได้ภายในเวลากาหนด
ปัญหา กรณีกระทรวงหรือกรม กระทาการละเมิดต่อ
กฎหมายสิ่งแวดล้อม ศาลจะสั่งบังคับทางอาญา
อย่างไร
45
46
เช่น คนงานถูกสารพิษในโรงงานซึ่งไม่มีระบบการ
ควบคุมที่ดี ทาให้ได้รับอันตรายถึงขั้นเจ็บป่วยแต่ไม่
ถึงล้มหมอนนอนเสื่อ ต้องหยุดงานบ่อยจนนายจ้าง
ไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ดังนี้หากลูกจ้างมา
ฟ้ องขอค่าทดแทนจากการเจ็บป่วย ฟ้ องขอ
ค่าชดเชย และฟ้ องให้ดาเนินคดีอาญาต่อโรงงาน
ตามกฎหมายโรงงาน จะถือเป็นคดีสิ่งแวดล้อม
หรือไม่
46
47
 ใช้โทษเพื่อยับยั้งการกระทาความผิด
 ใช้โทษจาคุกในกรณีที่เป็นการกระทาที่ร้ายแรงเช่น
ตัดไม้ทาลายป่า การทิ้งของเสียอันตรายในแหล่งน้า
การตัดไม้หวงห้าม การค้าสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์
เป็นต้น
 ใช้โทษริบทรัพย์ในการป้ องกันการได้ประโยชน์หรือได้
ทรัพย์มาจากการกระทาความผิด
 ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย
 ใช้มาตรการคุมประพฤติกับนิติบุคคล ????
47
48
 ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการฟ้ อง
คดีอาญา (ปัจจุบันมีกฎหมายให้อานาจประชาชนที่
เสียหายฟ้ องคดี ในกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมาย
โรงงาน กฎหมายรักษาความสะอาดและความเป็น
ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง)
 พัฒนาความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ของกฎหมายแต่ละ
เรื่องกับพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการใน
การให้ข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงทาง
เทคนิกด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ
(น่าจะเป็นสอบสวนร่วมหรือร่วมในการนาสืบพยาน)
48
49
 ในชั้นพิจารณา ควรมีระบบผู้เชี่ยวชาญที่ศาลสามารถเรียก
มาให้ข้อมูลได้ โดยอาจไม่ต้องขึ้นทะเบียนผู้เชี่ยวชาญของ
ศาล แต่มีข้อมูล data base โดยประสานกับ
มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เพื่อให้ข้อมูลด้านเทคนิกที่ชัดเจน
 การนาสืบพยานหลักฐานในคดีอาญาด้านสิ่งแวดล้อม ควร
มีการเน้นเรื่องพยานนิติวิทยาศาสตร์ มาใช้ในการพิสูจน์
 การลงโทษควรใช้โทษจาคุกสาหรับผู้กระทาความผิดที่เป็น
ตัวการใหญ่
 การลงโทษนิติบุคคล ควรใช้มาตรการที่มีผลทาให้ยับยั้ง
หรือการเยียวยาให้กับสังคม เช่นการให้ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
หรือห้ามการดาเนินธุรกิจในบางเรื่องเพื่อให้มีผลต่อการ
ประกอบธุรกิจของนิติบุคคล
49

หลักการดำเนินคดีส่งแวดล้อมและการดำเนินคดีอาญา 2556