ครั้งที่ ๔ ผู้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ผู้ทรงสิทธิ อำนาจและหน้าที่ในกฎหมายสิ่งแวดล้อม รัฐ  ( ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ) องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชน บุคคล กลุ่ม สมาคม องค์กรพัฒนาเอกชน / เอ็นจีโอ ชุมชน ผู้ประกอบการ นักลงทุน / นักธุรกิจ นักวิชาการ มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญรายบุคคล ( ข้อสังเกต :  แต่ละฝ่ายนอกจากอาจทะเลาะกันได้แล้ว ยังอาจทะเลาะกันเองอีก )
รัฐ ( แบ่งตามโครงสร้างทั่วไป ) -  ราชการส่วนกลาง เช่น กรม กอง จากภายในฯลฯ -  ราชการส่วนภูมิภาค เช่น จังหวัด / อำเภอ ป่าไม้จังหวัด ทสจ .  เจ้าท่าภูมิภาคฯ  ( บางทีไม่ได้มีอยู่ในทุกจังหวัด ) -  ราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เรื่องขยะ / การรักษาความสะอาดโดยทั่วไป -  รัฐวิสาหกิจ เช่น องค์การน้ำเสีย / ขยะ / ขยะพิษ -  ผู้ทำงานแทนรัฐ  ( อาจจะเป็นเอกชน - บุคคล / บริษัท )  เช่นตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข   มาตรา  18  การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยในเขตราชการส่วนท้องถิ่นใดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น   ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ราชการส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทนภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่นหรืออาจอนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามมาตรา  19  ก็ได้
องค์กรส่วนกลาง องค์กรทั่วไป กรมควบคุมมลพิษ สผ . ( เป็นฝ่ายเลขาฯให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ -  ทำนโยบายทั่วไป / ทำกฎหมายลำดับรอง / ทำการประเมิน  EIA) องค์กรเฉพาะ กรมโรงงาน กรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี กรมชลประทาน กรมประมง กรมศิลปากร
กฎหมายที่ให้อำนาจ พรบ สวล พรบ เดินเรือ พรบ .  สาธารณสุข กฎหมายการแบ่งส่วนราชการและกฎหมายที่ให้อำนาจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ของพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม ๒๕๓๕ ฯลฯ
องค์กรปกครองส่วนภูมิภาคทางสิ่งแวดล้อม หน่วยงานของกรมอุทยานฯ หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำจังหวัด  ( ทสจ .) ฯลฯ
รัฐ ( แบ่งตามอำนาจหน้าที่ ) หน่วยที่ทำนโยบาย / แผน   ( รัฐมนตรี /  คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ /  คณะกรรมการมลพิษแห่งชาติ /  คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งชาติ ฯลฯ ) ( อำนาจคณะกรรมการฯ พรบ .  สวล ...) ๒ .  หน่วยที่ทำกฎ  เช่น กฎกระทรวง / ประกาศกระทรวง / กฎ / ระเบียบ / กำหนดแนวทาง เช่น ค่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อม / มลพิษ / ข้อบังคับของท้องถิ่น เทศบัญญัติ ฯลฯ ( ตัวอย่างกฎท้องถิ่น หนังสือประกาศของกท .  สวล ...) ๓ .  หน่วยที่ออกใบอนุญาต  เช่น รัฐมนตรี หรืออธิบดีกรมต่างๆ ( พรบ .  ต่างๆ เช่น อธ .  โรงงาน / เจ้าท่า ) ๔ .  หน่วยที่ทำงานวิชาการ / ให้ความเห็น ประกอบการอนุญาต เช่น คณะกรรมการผู้ชำนาญการที่ให้ความเห็นประกอบ  EIA ( มาตรา ๔๖ ....  พรบ .  สวล .  ๓๕ ) ๕ .  หน่วยที่บังคับใช้กฎหมาย  เช่น เจ้าหน้าที่ในกรมกองต่างๆที่ดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ / เจ้าหน้าที่ตำรวจ ( กรมตำรวจ - ตำรวจจราจร )
รัฐ ( แบ่งตามเนื้อหาหน้าที่ ) หน่วยที่สนับสนุนรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ การรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กรมควบคุมมลพิษ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฯลฯ หน่วยที่สนับสนุนกิจกรรมสังคม/ชุมชน เช่น การออกโฉนดให้ประชาชน/แปลงทรัพย์สินเป็นทุน หน่วยที่สนับสนุนอุตสาหกรรม เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการพลังงาน ฯลฯ
ปัญหาของรัฐ Conflict of Power/ ทับซ้อน / สับสน / เกี่ยงงาน - แย่งอำนาจ / ขาดความร่วมมือ  ( องค์กรทั่วไป / องค์กรเฉพาะ / องค์กรเฉพาะที่มีอำนาจทับซ้อนกัน ) Conflict of Interest  Conflict of Theories ( เช่น ปัญหาค่ามาตรฐานหลายแบบ - ขาด  Unification )
ปัญหาของหน่วยงานรัฐ (ขยายความเพิ่มเติม) ปัญหาความไม่ชัดเจนเรื่องอำนาจหน้าที่ -  หน่วยงานส่วนกลาง - ส่วนภูมิภาค - ส่วนท้องถิ่น  ( การมอบอำนาจให้ดูแลรักษา / ไม่มอบอำนาจหน้าที่ในการจัดการให้เลย เหมาะสมหรือไม่ -  มีประเด็นเรื่องความเชี่ยวชาญของหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านของหน่วยงานอื่น ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นอาจไม่มี ) ปัญหาไม่มี   Unification  เรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ปัญหาอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายไม่เหมาะสม -  มีไม่พอ  –  ปฏิบัติการได้ยาก -  ไม่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ ในกรณีเร่งด่วน -  ไม่มีอำนาจค้น เก็บพยานตัวอย่าง -  ไม่มีอำนาจเพิกถอน แขวนใบอนุญาตโดยตรง เช่น กรมควบคุมมลพิษมีเพียงอำนาจแนะนำตามมาตรา ๘๓  ( ๑ )  เพราะอำนาจจริงๆ อยู่ที่หน่วยเฉพาะเช่นกรมโรงงาน สาธารณสุข ฯลฯ ตามมาตรา ๘๒  ( ๒ )
ความเห็นสคก .  ตุลาคม ๒๕๓๙  ( ศ . ดร . อักขราทร ) เจตนารมณ์ของมาตรา ๘๓ แห่งพรบ .  ๓๕ ที่ให้เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษเสนอแนะหรือให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่นในลักษณะการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการห้ามเจ้าของอาคารปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องการตรวจสอบและประสานกันในกรณีปกติทั่วไป การสั่งปิด พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ควบคุมกิจการนั้น ถ้ากฎหมายเปิดช่องให้กระทำได้ ย่อมเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานที่รับผิดชอบกฎหมายเฉพาะนั้นที่จะตัดสินใจตามควรแก่กรณี  ( เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจโดยตรง )
องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ -  มาตรา ๕๖   สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าวทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ย่อมได้รับความคุ้มครอง
รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ -  มาตรา ๖๗  ( หมวดย่อยสิทธิชุมชน )  กำหนดให้ -  ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม – และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ก่อน -  กำหนดให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อน -  -  กำหนดให้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อ -  ตัดคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ออก -  เพิ่มสิทธิชุมชนในการฟ้องหน่วยราชการให้ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้
มาตรา ๖๗ วรรคสอง การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว
อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำนาจตนเอง -  รัฐธรรมนูญให้อำนาจชัดเจนเรื่องสิ่งแวดล้อม  ( รัฐธรรมนูญ ๔๐ /  ๕๐ ) -  อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พรบ .  เทศบาล / พรบ .  สาธารณสุข ฯลฯ -  อำนาจตามกฎหมายกระจายอำนาจ เช่น พรบ .  กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ . ศ .  ๒๕๔๒ -  แผนแม่บทการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  อำนาจที่ได้รับมอบหมาย -  จากหน่วยงานส่วนกลาง / ส่วนภูมิภาค ฯลฯ ( ตัวอย่าง หนังสือมอบอำนาจเจ้าท่า ) สิทธิพิเศษของท้องถิ่น เช่น เรื่องกองทุนสิ่งแวดล้อม / ภาษีสิ่งแวดล้อม
ประชาชน บุคคล  ชุมชน ผู้ประกอบการ / นักลงทุน / นักธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน / องค์กรประชาชนทางสิ่งแวดล้อม / เอ็นจีโอ นักวิชาการ  ( มหาวิทยาลัย /  จากสถาบันของรัฐ / สถาบันการศึกษาอื่นๆ )
ปัญหาสิทธิของบุคคล สิทธิยังไม่ได้รับความคุ้มครอง กฎหมายระดับพระราชบัญญัติไม่มีการบัญญัติไว้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย ขาดการมีส่วนร่วม Access to Justice  ยังไม่ มี / ยังไม่มีประสิทธิภาพ
ชุมชน ชุมชน  ( ความต่างระหว่างชุมชน  ( Community)  กับสังคม  ( Society) ) ชุมชนท้องถิ่น  ( Local Community) ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม  ( Traditional Local Community) ชุมชนคนพื้นเมือง  ( Indigenous People)
รฐน รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ -  มาตรา ๔๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ -  มาตรา ๖๖  ( หมวดย่อยสิทธิชุมชน )  ขยายสิทธิไปยังชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม - ชุมชน - และชุมชนท้องถิ่น ด้วย -  ตัดคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ออก
มาตรา ๖๖  บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติและมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน
ความพิเศษของชุมชน เน้น  Collective  พลังของส่วนรวม Collective Right/Community Right  ไม่ใช่เรื่องของปัจเจก เป็นกลุ่มที่มีความหมายในความเป็นจริง มีลักษณะเฉพาะบางอย่างร่วมกัน สามารถรักษาคุณค่าความเป็นส่วนรวมไว้ และเกิดเป็นประโยชน์แก่สังคมในวงกว้าง มีกฎเกณฑ์ท้องที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว มีภูมิปัญญาท้องถิ่น  ( Local Wisdom)
ปัญหาของชุมชน มีความเป็นชุมชนจริงหรือไม่  Rebirth of Community Romanticize the Community ผลประโยชน์ของชาวบ้าน / ความขัดแย้ง อาสาสมัคร  ( Volunteerism)   vs.  ความเป็นมืออาชีพ  ( professionalism) กฎหมายยังไม่คุ้มครองสิทธิ / กฎเกณฑ์ชุมชนไม่เป็นที่ยอมรับ  ( ปัญหาเรื่อง  Legal Pluralism)
ผู้ประกอบการ/นักลงทุน/นักธุรกิจ Polluter นักธุรกิจที่เคารพกฎหมาย CRS – Corporate Social Responsibility  เช่น ธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล  ( Good Governance)  มีการตรวจสอบตนเอง  ( Self-Auditing) ฯลฯ
องค์กรพัฒนาเอกชน / องค์กรประชาชนทางสิ่งแวดล้อม / เอ็นจีโอ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านมลพิษ ด้านชุมชน หลายด้านผสมผสาน
เอ็นจีโอในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทน องค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ  และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว
บทบาทเอ็นจีโอในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ . ศ . 2535 มาตรา  7  เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้องค์กรเอกชนซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย หรือกฎหมายต่างประเทศที่มีกิจกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมิได้มีวัตถุประสงค์ในทางการเมือง หรือมุ่งค้าหากำไรจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าว มีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ - ทรัพยากรธรรมชาติต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา  8  องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา   7  แล้วอาจได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับการสนับสนุนจากทางราชการในเรื่องดังต่อไปนี้ (1)  การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2)  การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ข้อมูลหรือข่าวสาร เพื่อสร้างจิตสำนึกของสาธารณชนที่ถูกต้องเกี่ยวกับการ คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (3)  การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ริเริ่มโครงการหรือกิจกรรม เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่นั้น
(4)  การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเสนอแนะความคิดเห็นต่อรัฐบาลหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (5)  การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ได้รับอันตรายหรือความเสียหายจากภาวะมลพิษอันเกิดจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษ รวมทั้งเป็นผู้แทนในคดีที่มีการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าสินไหม ทดแทน หรือค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับอันตรายหรือความเสียหายนั้นด้วย แล้วดำเนินกิจการโดยก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่เหมาะสม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขององค์กรเอกชนนั้นได้
ในกรณีที่องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนประสบปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่ง และร้องขอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติช่วยเหลือ ให้นายกรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอำนาจสั่งให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม หรือสั่งให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกต่อไป คณะกรรมการกองทุนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอาจพิจารณาจัดสรรเงินทุนอุดหนุน หรือเงินกู้ให้แก่องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนแล้ว เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจเสนอชื่อผู้แทนภาคเอกชนเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ ในกรณีที่องค์กรเอกชนใดที่ได้จดทะเบียนแล้วดำเนินกิจการโดยก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่เหมาะสม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขององค์กรเอกชนนั้นได้
ปัญหาของเอ็นจีโอ Romanticize the NGOs ผลประโยชน์ของเอ็นจีโอ / ความขัดแย้ง  ( หลักการ / ประโยชน์ส่วนตัว ) อาสาสมัคร  ( Volunteerism)   vs.  ความเป็นมืออาชีพ  ( professionalism) สมอง  vs.  หัวใจ ?  ความรุนแรง  vs.  สันติ ? กฎหมายยังไม่รับรองสิทธิอย่างเพียงพอ เช่น พรบ .  สิ่งแวดล้อม ๓๕ ยังให้สิทธิแค่เป็นตัวแทนในการฟ้องร้องคดีแพ่งเท่านั้น – ยังไม่สามารถใช้สิทธิของตนได้โดยตรง )
นักวิชาการ  ( มหาวิทยาลัย /  จากสถาบันของรัฐ / สถาบันการศึกษาอื่นๆ ) รัฐธรรมนูญให้ความสนใจ บทบาทที่สำคัญทางความเป็นจริง
ปัญหาเรื่องนักวิชาการ ไม่มีกฎหมายขยายความรับรองอำนาจหน้าที่จากที่รัฐธรรมนูญกำหนด นักวิชาการที่มีความเป็นกลาง  ( Neutrality)  มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือ  ( Reliability)  ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง  ( Relevance)  หายาก ระบบการเลือกผู้เชี่ยวชาญยังไม่เป็นที่เข้าใจ เช่น ระบบการรับฟังหลายๆ ความเห็น เช่น  First Opinion/Second Opinion  จากหลายๆ  Lab  หรือ สถาบัน องค์กรอิสระ -  ปัญหาจะตั้งอย่างไร ??  รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ .....
การมีส่วนร่วมขององค์การอิสระ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ -  มาตรา ๕๖   สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ให้ องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าวทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ย่อมได้รับความคุ้มครอง
รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ -  มาตรา ๖๗  ( หมวดย่อยสิทธิชุมชน )  กำหนดให้ -  ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม – และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ก่อน -  กำหนดให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อน -  -  กำหนดให้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อ -  ตัดคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ออก -  เพิ่มสิทธิชุมชนในการฟ้องหน่วยราชการให้ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้
บทบาทนักวิชาการสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทน สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ  ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว

106 ผู้มีสิทธิและหน้าที่

  • 1.
  • 2.
    ผู้ทรงสิทธิ อำนาจและหน้าที่ในกฎหมายสิ่งแวดล้อม รัฐ ( ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ) องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชน บุคคล กลุ่ม สมาคม องค์กรพัฒนาเอกชน / เอ็นจีโอ ชุมชน ผู้ประกอบการ นักลงทุน / นักธุรกิจ นักวิชาการ มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญรายบุคคล ( ข้อสังเกต : แต่ละฝ่ายนอกจากอาจทะเลาะกันได้แล้ว ยังอาจทะเลาะกันเองอีก )
  • 3.
    รัฐ ( แบ่งตามโครงสร้างทั่วไป) - ราชการส่วนกลาง เช่น กรม กอง จากภายในฯลฯ - ราชการส่วนภูมิภาค เช่น จังหวัด / อำเภอ ป่าไม้จังหวัด ทสจ . เจ้าท่าภูมิภาคฯ ( บางทีไม่ได้มีอยู่ในทุกจังหวัด ) - ราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เรื่องขยะ / การรักษาความสะอาดโดยทั่วไป - รัฐวิสาหกิจ เช่น องค์การน้ำเสีย / ขยะ / ขยะพิษ - ผู้ทำงานแทนรัฐ ( อาจจะเป็นเอกชน - บุคคล / บริษัท ) เช่นตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข มาตรา 18 การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยในเขตราชการส่วนท้องถิ่นใดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ราชการส่วนท้องถิ่นอาจมอบให้บุคคลใดดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทนภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่นหรืออาจอนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามมาตรา 19 ก็ได้
  • 4.
    องค์กรส่วนกลาง องค์กรทั่วไป กรมควบคุมมลพิษสผ . ( เป็นฝ่ายเลขาฯให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ - ทำนโยบายทั่วไป / ทำกฎหมายลำดับรอง / ทำการประเมิน EIA) องค์กรเฉพาะ กรมโรงงาน กรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี กรมชลประทาน กรมประมง กรมศิลปากร
  • 5.
    กฎหมายที่ให้อำนาจ พรบ สวลพรบ เดินเรือ พรบ . สาธารณสุข กฎหมายการแบ่งส่วนราชการและกฎหมายที่ให้อำนาจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ของพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม ๒๕๓๕ ฯลฯ
  • 6.
  • 7.
    รัฐ ( แบ่งตามอำนาจหน้าที่) หน่วยที่ทำนโยบาย / แผน ( รัฐมนตรี / คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ / คณะกรรมการมลพิษแห่งชาติ / คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งชาติ ฯลฯ ) ( อำนาจคณะกรรมการฯ พรบ . สวล ...) ๒ . หน่วยที่ทำกฎ เช่น กฎกระทรวง / ประกาศกระทรวง / กฎ / ระเบียบ / กำหนดแนวทาง เช่น ค่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อม / มลพิษ / ข้อบังคับของท้องถิ่น เทศบัญญัติ ฯลฯ ( ตัวอย่างกฎท้องถิ่น หนังสือประกาศของกท . สวล ...) ๓ . หน่วยที่ออกใบอนุญาต เช่น รัฐมนตรี หรืออธิบดีกรมต่างๆ ( พรบ . ต่างๆ เช่น อธ . โรงงาน / เจ้าท่า ) ๔ . หน่วยที่ทำงานวิชาการ / ให้ความเห็น ประกอบการอนุญาต เช่น คณะกรรมการผู้ชำนาญการที่ให้ความเห็นประกอบ EIA ( มาตรา ๔๖ .... พรบ . สวล . ๓๕ ) ๕ . หน่วยที่บังคับใช้กฎหมาย เช่น เจ้าหน้าที่ในกรมกองต่างๆที่ดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ / เจ้าหน้าที่ตำรวจ ( กรมตำรวจ - ตำรวจจราจร )
  • 8.
    รัฐ ( แบ่งตามเนื้อหาหน้าที่) หน่วยที่สนับสนุนรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ การรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กรมควบคุมมลพิษ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฯลฯ หน่วยที่สนับสนุนกิจกรรมสังคม/ชุมชน เช่น การออกโฉนดให้ประชาชน/แปลงทรัพย์สินเป็นทุน หน่วยที่สนับสนุนอุตสาหกรรม เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการพลังงาน ฯลฯ
  • 9.
    ปัญหาของรัฐ Conflict ofPower/ ทับซ้อน / สับสน / เกี่ยงงาน - แย่งอำนาจ / ขาดความร่วมมือ ( องค์กรทั่วไป / องค์กรเฉพาะ / องค์กรเฉพาะที่มีอำนาจทับซ้อนกัน ) Conflict of Interest Conflict of Theories ( เช่น ปัญหาค่ามาตรฐานหลายแบบ - ขาด Unification )
  • 10.
    ปัญหาของหน่วยงานรัฐ (ขยายความเพิ่มเติม) ปัญหาความไม่ชัดเจนเรื่องอำนาจหน้าที่- หน่วยงานส่วนกลาง - ส่วนภูมิภาค - ส่วนท้องถิ่น ( การมอบอำนาจให้ดูแลรักษา / ไม่มอบอำนาจหน้าที่ในการจัดการให้เลย เหมาะสมหรือไม่ - มีประเด็นเรื่องความเชี่ยวชาญของหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านของหน่วยงานอื่น ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นอาจไม่มี ) ปัญหาไม่มี Unification เรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ปัญหาอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายไม่เหมาะสม - มีไม่พอ – ปฏิบัติการได้ยาก - ไม่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ ในกรณีเร่งด่วน - ไม่มีอำนาจค้น เก็บพยานตัวอย่าง - ไม่มีอำนาจเพิกถอน แขวนใบอนุญาตโดยตรง เช่น กรมควบคุมมลพิษมีเพียงอำนาจแนะนำตามมาตรา ๘๓ ( ๑ ) เพราะอำนาจจริงๆ อยู่ที่หน่วยเฉพาะเช่นกรมโรงงาน สาธารณสุข ฯลฯ ตามมาตรา ๘๒ ( ๒ )
  • 11.
    ความเห็นสคก . ตุลาคม ๒๕๓๙ ( ศ . ดร . อักขราทร ) เจตนารมณ์ของมาตรา ๘๓ แห่งพรบ . ๓๕ ที่ให้เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษเสนอแนะหรือให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่นในลักษณะการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการห้ามเจ้าของอาคารปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องการตรวจสอบและประสานกันในกรณีปกติทั่วไป การสั่งปิด พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ควบคุมกิจการนั้น ถ้ากฎหมายเปิดช่องให้กระทำได้ ย่อมเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานที่รับผิดชอบกฎหมายเฉพาะนั้นที่จะตัดสินใจตามควรแก่กรณี ( เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจโดยตรง )
  • 12.
    องค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐- มาตรา ๕๖ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าวทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ย่อมได้รับความคุ้มครอง
  • 13.
    รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ - มาตรา ๖๗ ( หมวดย่อยสิทธิชุมชน ) กำหนดให้ - ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม – และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ก่อน - กำหนดให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อน - - กำหนดให้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อ - ตัดคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ออก - เพิ่มสิทธิชุมชนในการฟ้องหน่วยราชการให้ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้
  • 14.
    มาตรา ๖๗ วรรคสองการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว
  • 15.
    อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำนาจตนเอง - รัฐธรรมนูญให้อำนาจชัดเจนเรื่องสิ่งแวดล้อม ( รัฐธรรมนูญ ๔๐ / ๕๐ ) - อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พรบ . เทศบาล / พรบ . สาธารณสุข ฯลฯ - อำนาจตามกฎหมายกระจายอำนาจ เช่น พรบ . กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ . ศ . ๒๕๔๒ - แผนแม่บทการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำนาจที่ได้รับมอบหมาย - จากหน่วยงานส่วนกลาง / ส่วนภูมิภาค ฯลฯ ( ตัวอย่าง หนังสือมอบอำนาจเจ้าท่า ) สิทธิพิเศษของท้องถิ่น เช่น เรื่องกองทุนสิ่งแวดล้อม / ภาษีสิ่งแวดล้อม
  • 16.
    ประชาชน บุคคล ชุมชน ผู้ประกอบการ / นักลงทุน / นักธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน / องค์กรประชาชนทางสิ่งแวดล้อม / เอ็นจีโอ นักวิชาการ ( มหาวิทยาลัย / จากสถาบันของรัฐ / สถาบันการศึกษาอื่นๆ )
  • 17.
    ปัญหาสิทธิของบุคคล สิทธิยังไม่ได้รับความคุ้มครอง กฎหมายระดับพระราชบัญญัติไม่มีการบัญญัติไว้ชัดเจนเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย ขาดการมีส่วนร่วม Access to Justice ยังไม่ มี / ยังไม่มีประสิทธิภาพ
  • 18.
    ชุมชน ชุมชน ( ความต่างระหว่างชุมชน ( Community) กับสังคม ( Society) ) ชุมชนท้องถิ่น ( Local Community) ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ( Traditional Local Community) ชุมชนคนพื้นเมือง ( Indigenous People)
  • 19.
    รฐน รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐- มาตรา ๔๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ - มาตรา ๖๖ ( หมวดย่อยสิทธิชุมชน ) ขยายสิทธิไปยังชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม - ชุมชน - และชุมชนท้องถิ่น ด้วย - ตัดคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ออก
  • 20.
    มาตรา ๖๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติและมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน
  • 21.
    ความพิเศษของชุมชน เน้น Collective พลังของส่วนรวม Collective Right/Community Right ไม่ใช่เรื่องของปัจเจก เป็นกลุ่มที่มีความหมายในความเป็นจริง มีลักษณะเฉพาะบางอย่างร่วมกัน สามารถรักษาคุณค่าความเป็นส่วนรวมไว้ และเกิดเป็นประโยชน์แก่สังคมในวงกว้าง มีกฎเกณฑ์ท้องที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ( Local Wisdom)
  • 22.
    ปัญหาของชุมชน มีความเป็นชุมชนจริงหรือไม่ Rebirth of Community Romanticize the Community ผลประโยชน์ของชาวบ้าน / ความขัดแย้ง อาสาสมัคร ( Volunteerism) vs. ความเป็นมืออาชีพ ( professionalism) กฎหมายยังไม่คุ้มครองสิทธิ / กฎเกณฑ์ชุมชนไม่เป็นที่ยอมรับ ( ปัญหาเรื่อง Legal Pluralism)
  • 23.
    ผู้ประกอบการ/นักลงทุน/นักธุรกิจ Polluter นักธุรกิจที่เคารพกฎหมายCRS – Corporate Social Responsibility เช่น ธุรกิจที่มีธรรมาภิบาล ( Good Governance) มีการตรวจสอบตนเอง ( Self-Auditing) ฯลฯ
  • 24.
    องค์กรพัฒนาเอกชน / องค์กรประชาชนทางสิ่งแวดล้อม/ เอ็นจีโอ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านมลพิษ ด้านชุมชน หลายด้านผสมผสาน
  • 25.
    เอ็นจีโอในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗วรรคสอง การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทน องค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว
  • 26.
    บทบาทเอ็นจีโอในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ. ศ . 2535 มาตรา 7 เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้องค์กรเอกชนซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย หรือกฎหมายต่างประเทศที่มีกิจกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมิได้มีวัตถุประสงค์ในทางการเมือง หรือมุ่งค้าหากำไรจากการประกอบกิจกรรมดังกล่าว มีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ - ทรัพยากรธรรมชาติต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
  • 27.
    มาตรา 8 องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา 7 แล้วอาจได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับการสนับสนุนจากทางราชการในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) การจัดให้มีอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2) การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ข้อมูลหรือข่าวสาร เพื่อสร้างจิตสำนึกของสาธารณชนที่ถูกต้องเกี่ยวกับการ คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (3) การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ริเริ่มโครงการหรือกิจกรรม เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่นั้น
  • 28.
    (4) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเสนอแนะความคิดเห็นต่อรัฐบาลหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (5) การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ได้รับอันตรายหรือความเสียหายจากภาวะมลพิษอันเกิดจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษ รวมทั้งเป็นผู้แทนในคดีที่มีการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าสินไหม ทดแทน หรือค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับอันตรายหรือความเสียหายนั้นด้วย แล้วดำเนินกิจการโดยก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่เหมาะสม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขององค์กรเอกชนนั้นได้
  • 29.
    ในกรณีที่องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนประสบปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่ง และร้องขอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติช่วยเหลือ ให้นายกรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอำนาจสั่งให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมหรือสั่งให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกต่อไป คณะกรรมการกองทุนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอาจพิจารณาจัดสรรเงินทุนอุดหนุน หรือเงินกู้ให้แก่องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนแล้ว เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร องค์กรเอกชนที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจเสนอชื่อผู้แทนภาคเอกชนเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ ในกรณีที่องค์กรเอกชนใดที่ได้จดทะเบียนแล้วดำเนินกิจการโดยก่อความวุ่นวายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่เหมาะสม ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขององค์กรเอกชนนั้นได้
  • 30.
    ปัญหาของเอ็นจีโอ Romanticize theNGOs ผลประโยชน์ของเอ็นจีโอ / ความขัดแย้ง ( หลักการ / ประโยชน์ส่วนตัว ) อาสาสมัคร ( Volunteerism) vs. ความเป็นมืออาชีพ ( professionalism) สมอง vs. หัวใจ ? ความรุนแรง vs. สันติ ? กฎหมายยังไม่รับรองสิทธิอย่างเพียงพอ เช่น พรบ . สิ่งแวดล้อม ๓๕ ยังให้สิทธิแค่เป็นตัวแทนในการฟ้องร้องคดีแพ่งเท่านั้น – ยังไม่สามารถใช้สิทธิของตนได้โดยตรง )
  • 31.
    นักวิชาการ (มหาวิทยาลัย / จากสถาบันของรัฐ / สถาบันการศึกษาอื่นๆ ) รัฐธรรมนูญให้ความสนใจ บทบาทที่สำคัญทางความเป็นจริง
  • 32.
    ปัญหาเรื่องนักวิชาการ ไม่มีกฎหมายขยายความรับรองอำนาจหน้าที่จากที่รัฐธรรมนูญกำหนด นักวิชาการที่มีความเป็นกลาง ( Neutrality) มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือ ( Reliability) ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ( Relevance) หายาก ระบบการเลือกผู้เชี่ยวชาญยังไม่เป็นที่เข้าใจ เช่น ระบบการรับฟังหลายๆ ความเห็น เช่น First Opinion/Second Opinion จากหลายๆ Lab หรือ สถาบัน องค์กรอิสระ - ปัญหาจะตั้งอย่างไร ?? รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ .....
  • 33.
    การมีส่วนร่วมขององค์การอิสระ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐- มาตรา ๕๖ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ให้ องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าวทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ย่อมได้รับความคุ้มครอง
  • 34.
    รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ - มาตรา ๖๗ ( หมวดย่อยสิทธิชุมชน ) กำหนดให้ - ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม – และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ก่อน - กำหนดให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อน - - กำหนดให้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อ - ตัดคำว่า “ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ออก - เพิ่มสิทธิชุมชนในการฟ้องหน่วยราชการให้ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้
  • 35.
    บทบาทนักวิชาการสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗วรรคสอง การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทน สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว