หน่วยที่ 2
ระบบคอมพิวเตอร์
แนวคิด
ปัจจุบันจะพบว่าคอมพิวเตอร์มีหลากหลายลักษณะ หลากหลายรูปแบบ ทั้ง
คอมพิวเตอร์แบบพกพาคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว
คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น คอมพิวเตอร์เมนเฟรม หรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ แต่
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม คอมพิวเตอร์ก็มีความหมายที่ชัดเจนในตัวของมันเอง
คือ เครื่องคานวณในรูปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับข้อมูลและคาสั่ง ผ่าน
อุปกรณ์รับข้อมูล แล้วนาข้อมูลและคาสั่งนั้น ไปหระมวลผลด้วยหน่วยหระมวลผล
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และแสดงผลผ่านอุปกรณ์แสดงผล ตลอดจนสามารถ
บันทึกรายการต่างๆ ไว้เพื่อใช้งานได้ด้วยอุปกรณ์แสดงผลตลอดจนสามารถบันทึก
รายการต่างๆ ไว้เพื่อใช้งานได้ด้วยอุปกรณ์บันทึกข้อมูลสารอง
สาระการเรียนรู้
ความหมายของคอมพิวเตอร์
ประเภทของคอมพิวเตอร์
วงจรการทางานของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
รูปแบบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
เหตุผลที่นาคอมพิวเตอร์มาใช้
ตัวอย่างการนาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้งาน
กาลเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สาหรับนักซื้อพีซีมือใหม่
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
อธิบายความหมายของคอมพิวเตอร์ได้
เข้าใจประเภทของคอมพิวเตอร์
เข้าใจวงจรการทางานของคอมพิวเตอร์
อธิบายองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้
บอกวิธีการประมวลผลได้
อธิบายเหตุผลที่นาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้งานได้
ยกตัวอย่างการนาคอมพิวเตอร์แบบประยุกต์ใช้งานได้
สามารถเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สาหรับนักซื้อพีซีมือใหม่ได้
ความหมายของคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีความเชื่อกันว่า การมีความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน
คอมพิวเตอร์โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เรียกกันโดยทั่วไป Personal
Computer นั้นเป็นความสามารถหรือความชานาญขั้นพื้นฐานที่จาเป็นในการ
ดาเนินชีวิตประจาวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกอบธุรกิจ ให้ประสบความสาเร็จ
เนื่องจากปริมาณการใช้คอมพิวเตอร์ และคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ที่มี
ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คนจานวนมากเชื่อว่าแต่ละคนจาเป็นต้องมีความรู้
พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์กล่าวคือ รู้วิธีการใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม อย่างไร
ก็ตามโลกปัจจุบันซึ่งเป็นโลกของเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่มักเรียกกันว่าเป็นยุค
ของข้อมูลข่าวสาร การมีความรู้ในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างเดียวนั้นถือว่าไม่เพียงพอ
ต่อไปแล้ว บุคคลจาเป็นต้องเรียนรู้การบริโภคข้อมูลข่าวสาร และสามารถวิเคราะห์
ข่าวสารที่มีอยู่เป็นจานวนมากให้เกิดประโยชน์ได้
ประเภทของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์สามารถจาแนกได้หลายประเภท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของ
ขนาดเครื่องความเร็วในการประมวลผล และราคาเป็นข้อพิจารณาหลัก ซึ่งโดยทั่งไป
นิยมจาแนกประเภทคอมพิวเตอร์เป็น 7 ประเภทดังนี้ คือ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์
(Supercomputer) คอมพิวเตอร์เมนเฟรม (Mainframe
Computer) มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
(Desktop Computer) โน๊ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (Notebook
Computer) คอมพิวเตอร์พกพาขนาดฝ่ามือ (Hand-Personal
Computer) และคอมพิวเตอร์แบบฝัง (Embedded Computer)
วงจรการทางานของคอมพิวเตอร์
ในการทางานของคอมพิวเตอร์ จะมีขั้นตอนการทางานพื้นฐาน 4 ขั้นตอน ซึ่ง
ประกอบด้วยการรับข้อมูล การประมวลผล การแสดงผล และการจัดเก็บข้อมูล หรือ
ที่เรียกย่อๆ ว่า IPOS cycle (Input Process Output
Storage cycle)
รูปแบบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
พิจารณาตามลักษณะการประมวลผลข้อมูล แบ่งได้3 ประเภท คือ
1. การประมวลผลส่วนบุคคล (Personal Computing)
ไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer : PC) จะมี
การประมวลผลโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่เป็นอิสระจากกัน เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละ
เครื่องจะไม่สามารถติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันได้
2. การประมวลผลแบบรวมศูนย์ (Centralized Computing) เป็นระบบที่
นาอุปกรณ์ประมวลผล ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มารวมไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ใช้กับ
องค์กรขนาดใหญ่ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์ชนิดเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe
Computer) โดยมีผู้ทาหน้าที่ควบคุมการประมวลผลเพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นที่ยุ่งยากมาก
3. การประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Computing) เมื่อมีการใช้
งานคอมพิวเตอร์ในองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อาจมีการขยายสาขาออกไปทาให้มีระบบการทางานที
มีขนาดใหญ่ จึงมีการนาการประมวลผลแบบกระจายจากศูนย์กลางมาใช้เพื่อชดเชยข้อจากัดของ
การประมวลแบบรวมศูนย์ที่ค่อนข้างล่าช้า ส่งผลให้สามารถจัดสรรทรัพยากรเพื่อกระจายและ
แจกจ่ายการใช้งานข้อมูลต่างๆ ร่วมกันได้ทั่งทั้งองค์และรวดเร็วมากขึ้น
ตัวอย่างการนาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้งาน
ปัจจุบันได้มีการนาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับงานในองค์การเกือบทุกประเภท
ทั้งนี้เนื่องมาจากคุณสมบัติที่ดีในการทางานของคอมพิวเตอร์ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น การ
นาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการดาเนินงานมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต
อันใกล้นี้ ทั้งเนื่องมาจากความเจริญทางเทคโนโลยีและการสื่อสารที่มีการพัฒนาอุปกรณ์ให้
มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Phone) เป็นต้น
1. การนาเสนอข้อมูลขององค์การ (Organization Profile)
2. การนาเสนอและขายสินค้าและบริการ (Sales and Services)
3. ตรวจสอบการส่งสินค้า (Delivery)
4.การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design)
5. งานบัญชี (Accounting)
6. งานบุคลากร (Human Resources)
7. งานฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Database)
8. การเรียนการสอน (Teaching and Learning)
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สาหรับนักซื้อพีซีมือใหม่
การซื้อพีซีมักเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสมอเนื่องจากมันเป็นเครื่องจักรเอนกประสงค์ที่
สามารถทางานต่างๆ ให้ได้มากมาย นอกจากนั้นการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สักเครื่อง
ยังเป็นการลงทุนเพื่อการใช้งานราวสามหรือสี่ปีเป็นอย่างน้อย
ถ้าหากคอยติดตามความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมพีซีอยู่ตลอดเวลา จะ
พบว่านวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทาให้พีซีชั้นยอดกลายเป็นของเก่า
ภายในเวลาเพียงไม่ถึงปี ดังนั้นไม่ควรประหยัดเกินไปกับการซื้อพีซีเครื่องใหม่
รวมทั้งไม่ควรตั้งความหวังเอาไว้ว่า ฉันจะอัพเกรดในภายหลัง เว้นเสียแต่ว่ามีความ
มั่นใจอย่างเปี่ยมล้นว่าจะอัพเกรดจริงๆ ดังนี้
 การเตรียมที่จะใช้แอพพลิเคชั่นชนิดใด
 จาเป็นต้องเชื่อมต่อพีซีเป็นระบบเครือข่ายหรือไม่
 ข้อมูลมีความสาคัญขนาดไหน
 สถานที่ตั้งพีซีมีความปลอดภัยแค่ไหน
 ระบบอินเทอร์เน็ต
 คุณจาเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ หรือไม่
 มีปัญหาเรื่องเนื้อที่ในการติดตั้งพีซีหรือไม่
 มีแผนงานระยะยาวเป็นแบบใด
 คิดจะเช่าพีซีหรือไม่

หน่วยที่ 2