Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
Timmy Printhong
446 views
บทที่ 2-ระบบคอมพิวเตอร์
Technology
◦
Business
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 20
2
/ 20
3
/ 20
4
/ 20
5
/ 20
6
/ 20
7
/ 20
8
/ 20
9
/ 20
10
/ 20
11
/ 20
12
/ 20
13
/ 20
14
/ 20
15
/ 20
16
/ 20
17
/ 20
18
/ 20
19
/ 20
20
/ 20
More Related Content
DOC
บทที่ 2. ระบบคอมพิวเตอร์
by
Pokypoky Leonardo
PDF
Computer system
by
Phuwit Innma
PPT
Ch1 com tech
by
สุณรงค์ มรมิ่ง
DOC
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
Da Arsisa
PPT
สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการ
by
dollar onohano
PDF
รายงาน
by
phataimas boonkong
PDF
โครงงาน ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม
by
MooAuan_Mini
PPT
Chapter1
by
MaxJa UnLimit
บทที่ 2. ระบบคอมพิวเตอร์
by
Pokypoky Leonardo
Computer system
by
Phuwit Innma
Ch1 com tech
by
สุณรงค์ มรมิ่ง
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
Da Arsisa
สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการ
by
dollar onohano
รายงาน
by
phataimas boonkong
โครงงาน ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม
by
MooAuan_Mini
Chapter1
by
MaxJa UnLimit
What's hot
PPTX
ความเป็นมาของ Computer ภาษาไทย :)
by
Phongsakorn Wisetthon
PDF
Ppp.
by
สอางศรี มณียะ
PPT
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Radompon.com
PDF
Learnning01
by
Jirawat Chanphupha
PDF
ใบความรู้ที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
devilp Nnop
PDF
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
ยุทธกิจ สัตยาวุธ
PDF
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PPT
3.ระบบคอมพิวเตอร์
by
PongPang
PDF
Computer
by
Maliwan Boonyen
DOCX
Pang 3
by
taewwsak
PPT
Cpu
by
tananchanook
DOC
คูมื่อ E book
by
มะเพาซี ดาหายี
PPTX
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
by
Jakarin Damrak
PDF
บทที่ 1
by
ninjung
ความเป็นมาของ Computer ภาษาไทย :)
by
Phongsakorn Wisetthon
Ppp.
by
สอางศรี มณียะ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Radompon.com
Learnning01
by
Jirawat Chanphupha
ใบความรู้ที่ 3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
devilp Nnop
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
ยุทธกิจ สัตยาวุธ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
3.ระบบคอมพิวเตอร์
by
PongPang
Computer
by
Maliwan Boonyen
Pang 3
by
taewwsak
Cpu
by
tananchanook
คูมื่อ E book
by
มะเพาซี ดาหายี
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
by
Jakarin Damrak
บทที่ 1
by
ninjung
Viewers also liked
PPT
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
PDF
Unit1
by
Timmy Printhong
PPT
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
PDF
บทที่ 1
by
Timmy Printhong
PDF
บทที่ 1
by
Timmy Printhong
PDF
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
PPT
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
PDF
Unit1
by
Timmy Printhong
PDF
Unit1
by
Timmy Printhong
DOCX
Crear un programa ejecutable en java
by
alaey84
PPT
Taiwan famous scenery
by
Anny Pan
PDF
Oresund Facts&Figures Jun 11
by
Adriana Gurgel
PDF
Sharings CPTCSA Newsletter December 2011
by
Center for the Prevention and Treatment of Child Sexual Abuse
PDF
Kid safety artfest_2012_cptcsa
by
Center for the Prevention and Treatment of Child Sexual Abuse
PDF
Ur2016
by
Massimiliano Cannata
PDF
Philippine Journal of Child Sexual Abuse
by
Center for the Prevention and Treatment of Child Sexual Abuse
PPT
Presentazione artour guide
by
mauropreda
PDF
Picasa1
by
Timmy Printhong
DOC
76997975 rancangan-pengajaran-tahunan-kssr-pendidikan-jasmani-tahun-2-2012
by
zuhiba
PDF
Press book C. Desloire
by
ConstanceDesloire
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
Unit1
by
Timmy Printhong
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
บทที่ 1
by
Timmy Printhong
บทที่ 1
by
Timmy Printhong
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
บทที่ 1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Timmy Printhong
Unit1
by
Timmy Printhong
Unit1
by
Timmy Printhong
Crear un programa ejecutable en java
by
alaey84
Taiwan famous scenery
by
Anny Pan
Oresund Facts&Figures Jun 11
by
Adriana Gurgel
Sharings CPTCSA Newsletter December 2011
by
Center for the Prevention and Treatment of Child Sexual Abuse
Kid safety artfest_2012_cptcsa
by
Center for the Prevention and Treatment of Child Sexual Abuse
Ur2016
by
Massimiliano Cannata
Philippine Journal of Child Sexual Abuse
by
Center for the Prevention and Treatment of Child Sexual Abuse
Presentazione artour guide
by
mauropreda
Picasa1
by
Timmy Printhong
76997975 rancangan-pengajaran-tahunan-kssr-pendidikan-jasmani-tahun-2-2012
by
zuhiba
Press book C. Desloire
by
ConstanceDesloire
Similar to บทที่ 2-ระบบคอมพิวเตอร์
PPT
ประวัติยุคของคอมพิวเตอร์
by
sak1459
PDF
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
by
Ploy Wantakan
PDF
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์1
by
Sindy Lsk
PDF
Developcom 3
by
paween
PDF
คอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PPTX
คอมพิวเตอร์ ม.4 ฮิอ่า
by
Sruangkamon Sumpradit
PDF
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
by
Kanyawee Sriphongpraphai
DOC
การแต่งรูปโดยใช้โปรแกรมAdobe Photoshop CS5บทที่2
by
alker Mutt
PPT
1094876837 unit2
by
Banbatu Mittraphap
PPT
1094876837 unit2
by
Banbatu Mittraphap
PPTX
Computer system
by
Phuwit Innma
PDF
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
konkamon
PPT
ประวัติคอมพิวเตอร์
by
Wangwiset School
PDF
บทที่1
by
galswen
PDF
บทที่1
by
Jaohjaaee
PDF
บทที่1
by
katuckkt
PDF
บทที่1
by
Tata Sisira
PDF
บทที่1
by
Min Jidapa
PDF
ฮาร์ดแวด์
by
sommat
PDF
ฮาร์ดแวด์
by
Nantawoot Imjit
ประวัติยุคของคอมพิวเตอร์
by
sak1459
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
by
Ploy Wantakan
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์1
by
Sindy Lsk
Developcom 3
by
paween
คอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
คอมพิวเตอร์ ม.4 ฮิอ่า
by
Sruangkamon Sumpradit
วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
by
Kanyawee Sriphongpraphai
การแต่งรูปโดยใช้โปรแกรมAdobe Photoshop CS5บทที่2
by
alker Mutt
1094876837 unit2
by
Banbatu Mittraphap
1094876837 unit2
by
Banbatu Mittraphap
Computer system
by
Phuwit Innma
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
konkamon
ประวัติคอมพิวเตอร์
by
Wangwiset School
บทที่1
by
galswen
บทที่1
by
Jaohjaaee
บทที่1
by
katuckkt
บทที่1
by
Tata Sisira
บทที่1
by
Min Jidapa
ฮาร์ดแวด์
by
sommat
ฮาร์ดแวด์
by
Nantawoot Imjit
บทที่ 2-ระบบคอมพิวเตอร์
1.
ระบบคอมพิวเตอร์
ครูพสมัย ปรินทอง ิ หมวดการงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนพานทองสภาชนูปถัมภ์
2.
ยุคของคอมพิวเตอร์ 1. ยุคที่หนึ่ง (First
Generation) ยุคนี้เริ่ มตั้งแต่ ค.ศ. 1944 เป็ นต้นมา หรื อประมาณปี พ.ศ. 2494 – 2502 เทคโนโลยีที่ใช้สร้างคอมพิวเตอร์ในยุคนี้จะใช้หลอดสูญญากาศ และ วงจรไฟฟ้ า ซึ่งต้องใช้พลังความร้อนในขณะทางานสูง ดังนั้นเครื่ อง คอมพิวเตอร์ในยุคนี้จึงมีขนาดใหญ่และต้องใช้เครื่ องปรับอากาศมาช่วยใน การระบายความร้อน นอกจากนั้นยังมีการใช้เทปกระดาษหรื อบัตรเจาะรู ใน การรับส่งข้อมูล สาหรับปั ญหาที่เกิดในยุคนี้จะเป็ นปั ญหาในด้านการ บารุ งรักษา และการซ่อมแซมเครื่ องเพื่อให้เครื่ องสามารถทางานได้ ่ นอกจากนั้นการใช้คาสังในการสั่งงานก็คอนข้างยาก เพราะสวนมากแล้วใน ่ การทางานต้องสังงานโดยใช้ภาษาเครื่ อง (Machine Language) ซึ่งจะถือเป็ น ่ ภาษาระดับต่า รหัสคาสังต่าง ๆ จะจดจาค่อนข้างยาก การใช้งานคอมพิวเตอร์ ่ ในยุคนี้ส่วนใหญ่จะเป็ นงานทางด้านวิทยาศาสตร์ และคณิ ตศาสตร์ ส่วนงาน ทางด้านธุรกิจมีการเริ่ มใช้ในยุคนี้เช่นกัน แต่มีการใช้ที่ค่อนข้างน้อย
3.
ยุคของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 2.
ยุคที่สอง (Second Generation) ยุคนี้เริ่ มในปี ค.ศ. 1957 หรื อประมาณปี พ.ศ. 2502-2507 ในยุคนี้ได้มีการ ริ เริ่ มนาเอาทรานซิสเตอร์ (Transistor) และไดโอด (Diodes) มาใช้แทนหลอด สูญญากาศ ซึ่งมีขนาดเล็ก มีราคาถูกลงและทางานได้เร็ วขึ้น ขนาดของเครื่ อง คอมพิวเตอร์จึงเล็กลงตามไปด้วย ในการทางานจะใช้วงแหวนแม่เหล็ก สาหรับเก็บ ข้อมูลและใช้เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กเป็ นสื่ อในการรับส่งข้อมูล นอกจากนั้นยังมี การเพิ่มอุปกรณ์ ในการรับข้อมูล และอุปกรณ์ในการแสดงผลลัพธ์อีกมากมาย มี การใช้เครื่ องพิมพ์ จานแม่เหล็ก บัตรเจาะรู จอภาพ และแป้ นพิมพ์เป็ นเครื่ อง ปลายทาง ในยุคนี้ได้เปลี่ยนจากการสังงานด้วยภาษาเครื่ องเป็ นการใช้สญลักษณ์ ่ ั แทนจึงทาให้การสังงานง่ายขึ้นและมีภาษาระดับสูงบางภาษาเกิดขึ้นในยุคนี้เช่นกัน ่
4.
ยุคของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 3.
ยุคที่สาม (Third Generation) เริ่ มในปี ค.ศ. 1965 ในยุคนี้มีการนาเอาวงจรผนึกมาใช้แทน ทรานซิสเตอร์ ทาให้คอมพิวเตอร์ ในยุคนี้มีขนาดเล็กลงไปอีก ความเร็ วก็ สู งขึ้นและราคาก็ลดลงไปอีก มีการพัฒนาโปรแกรมกว้างขวางขึ้น และมี การเริ่ มใช้ภาษาระดับสู งมาช่วยในการเขียนโปรแกรม จึงมีหลายบริ ษท ั เริ่ มผลิตโปรแกรมสาเร็ จรู ปมาใช้ในการทางาน
5.
ยุคของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 4.
ยุคที่สี่ (Fourth Generation) เริ่ มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 มีการนาเอาแผงวงจรรวมมาใช้แทนวงจรผนึก และมีการปรับปรุ งอุปกรณ์อื่น ๆ ให้มีความสามารถสูงขึ้น จึงทาให้ คอมพิวเตอร์สามารถทางานได้เร็ วขึ้น นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยน หน่วยความจาจากวงแหวนแม่เหล็กมาเป็ นหน่วยความจาสารกึ่งตัวนา มีการ ผลิตไมโครโพรเซสเซอร์ข้ ึนทาให้มีการสร้างคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง (Minicomputer) และขนาดเล็ก (Microcomputer) ขึ้นมาเพื่อขาย ความ เหมาะสมในการใช้งานในแต่ละประเภท ในยุคนี้มีประชาชนสนใจ คอมพิวเตอร์มากขึ้น ทาให้มีการใช้อย่างแพร่ หลายในหมู่ประชาชนทัวไป ไม่ ่ ว่าจะเป็ นนักเรี ยน นักศึกษา ครู อาจารย์ นายแพทย์ นักธุรกิจ เป็ นต้น
6.
วิวฒนาการของคอมพิวเตอร์
ั นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปั จจุบนจะพบว่าคอมพิวเตอร์มีววฒนาการ ั ิั เปลี่ยนแปลงไปมากทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และทางด้านซอฟต์แวร์ เพื่อให้ ทันสมัยและรวดเร็ ว ทันต่อเหตุการณ์ สาหรับการเปลี่ยนแปลงทางด้าน ฮาร์ดแวร์น้ นได้มีววฒนาการหรื อการเปลี่ยนแปลงดังนี้ ั ิั ปี ค.ศ. 1981 ได้ผลิตเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นไอบีเอ็มพีซีข้ ึน โดย บริ ษทอินเทล ในรุ่ นนี้ใช้ CPU เบอร์ 8088 ซึ่งถือว่าเป็ นต้นกาเนิดของ ั เครื่ องพีซีนปั จจุบนั ปี ค.ศ. 1982 ได้พฒนาเป็ นรุ่ นไอบีเอ็มพีซีเอ็กซ์ที (IBM PC/XT) มีการ ั ออกแบบวงจรภายในใหม่ ให้มีขนาดเล็กลงและทางานรวดเร็ วขึ้น แต่ยงคงใช้ ั CPU เบอร์ 8088 ของอินเทล เครื่ องรุ่ นนี้สามารถติดตั้งฮาร์ดดิสก์ได้มีการ เปลี่ยนไปจากเดิม คือ 8 เซกเตอร์ต่อแทรก เป็ น 9 เซกเตอร์ต่อแทรก ทาให้ สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นเป็ น 360 กิโลไบต์
7.
วิวฒนาการของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ)
ั ปี ค.ศ. 1985 ได้พฒนาเป็ นรุ่ นไอบีเอ็มพีซีเอที (IBM PC/AT) ในรุ่ นนี้ได้ ั เปลี่ยนไปใช้ CPU เบอร์ 80286 ซึ่งเป็ นตัวใหม่ของบริ ษทอินเทลในการเก็บข้อมูลก็ ั มีการเพิ่มฮาร์ดดิสก์ ให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็ น 20 เมกะไบต์ ฟลอปปี้ ดิสก์ก็สามารถ เก็บข้อมูลได้ถึง 1.2 เมกะไบต์ ทาให้มีประสิ ทธิภาพสูงและทางานเร็ วกว่ารุ่ น ไอบีเอ็มเอ็กซ์ที ปี ค.ศ. 1987 บริ ษทไอบีเอ็มได้สร้างคอมพิวเตอร์รุ่น PS/2 ขึ้นมา ในรุ่ นนี้ ั ฮาร์ดดิสก์จะมีความจุมากขึ้น ฟลอปปี้ ดิสก์ก็เพิ่มความจุจากเดิม 720 กิโลไบต์ เป็ น 1.44 เมกะไบต์ และเปลี่ยนเป็ นแผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว
8.
วิวฒนาการของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ)
ั ปี ต่อมา ได้พฒนาเป็ นเครื่ องมือที่ใช้ไมโครโพรเซสเซอร์เบอร์ 80386 ั ของอินเทล ซึ่งมีขนาด 32 บิต และมีประสิ ทธิภาพสูงกว่าเครื่ องเอทีมาก แต่ก็มี ่ ่ ปั ญหาหนึ่งของเครื่ อง 386 คือระบบปฏิบติการและแอพพลิเคชันที่ผานมาถูก ั พัฒนาขึ้นมาบนเครื่ องพีซีธรรมดาเท่านั้น โปรแกรมเหล่านั้นจึงไม่สามารถใช้ ความสามารถของ ซีพียู 80386 ได้เต็มที่นกจะมีก็แต่ความเร็ วที่สูงขึ้นเท่านั้น ั ปั จจุบน ั บริ ษท อินเทล ได้พฒนาเครื่ องพีซี 586 (Pentium) ขึ้นมา เพื่อ ั ั การใช้งานกับแอพพลิเคชันบนวินโดวส์โดยเฉพาะและรองรับความเร็ วของ ่ ซีพียได้ สาหรับในปั จจุบนรุ่ นนี้เป็ นรุ่ นที่กาลังได้รับความนิยมในการทางาน ู ั ค่อนข้างสูง
9.
ประเภทของคอมพิวเตอร์
ั ่ ั่ คอมพิวเตอร์ที่ใช้กนอยูทวไปในปั จจุบนนี้ จะพบว่ามีหลายประเภทหลายแบบ ั ซึ่งผูใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ แต่ถาต้องการแบ่งประเภทของ ้ ้ คอมพิวเตอร์ตามการสร้างแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็ น 3 ประเภท คือ 1. ดิจิตอล (Digital Computer) 2. อนาลอก (Analog Computer) 3. ผสม (Hybrid Computer)
10.
ประเภทของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ)
สาหรับการแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์น้ น มักจะดูจากลักษณะการทางาน ั มาเป็ นเกณฑ์ในการแบ่ง ซึ่งอาจจะดูจากประเภทของข้อมูลที่รับเข้ามาประมวลผล ว่าเป็ นข้อมูลชนิดใด นอกจากนั้นยังดูถึงการเก็บข้อมูล การแสดงข้อมูล และการ นาไปประยุกต์ใช้งานอีกด้วย สาหรับการทางานและข้อแตกต่างของคอมพิวเตอร์ ทั้ง 3 ประเภท มีดงนี้ ั 1.คอมพิวเตอร์ชนิดดิจิตอล (Digital computer) คอมพิวเตอร์ชนิดดิจิตอลเป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่มีการคานวณโดยการนับ จานวนโดยตรง ข้อมูลที่นบได้จะเก็บเป็ นรหัสตัวเลขฐาน 2 คือ มีเลข 0 กับเลข 1 ั การประมวลผลจะทางานต่อเนื่องกันไป และมีการเก็บข้อมูลไว้ให้อย่างถูกต้อง ่ ั แม่นยา ซึ่งจะขึ้นอยูกบงานที่นาไปใช้ดวย เช่น ใช้ในการจองสายการบิน การ ้ ควบคุมการยิงขีปนาวุธ การพยากรณ์สภาพภูมิอากาศ เป็ นต้น
11.
ประเภทของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 2.
คอมพิวเตอร์ชนิดอนาลอก (Analog Computer) คอมพิวเตอร์ชนิดอนาลอกเป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่ทางานโดยการรับข้อมูล แบบวัดจานวนที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งจะนาข้อมูลที่วดได้มาแปลงเป็ นค่าตัวเลข เช่น การ ั วัดอุณหภูมิของอากาศ การวัดแรงดันไฟฟ้ า การวัดความดังของเสี ยงเครื่ องยนต์ การวัดปริ มาณอากาศที่เป็ นพิษ เป็ นต้น ซึ่งผลจากการวัดที่ได้จะมีความละเอียด ค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับงานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และทางด้าน คณิ ตศาสตร์ เนื่องจากงานเหล่านี้จะต้องใช้ค่าตัวเลขที่ละเอียด มีจุดทศนิยมหลาย ตาแหน่ง
12.
ประเภทของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 3.
คอมพิวเตอร์แบบผสม (Hybrid Computer) คอมพิวเตอร์แบบผสม เป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่นาลักษณะการทางานแบบ ดิจิตอลและแบบอนาลอกมาผสมกัน ลักษณะการทางานของคอมพิวเตอร์แบบนี้จะ มีการรับข้อมูลเข้าเครื่ องหรื อมีการแสดงผลข้อมูลออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น คอมพิวเตอร์แบบนี้ยงมีความสามารถในด้านการคานวณที่ถูกต้องแม่นยา ั และ สามารถทางานตามโปรแกรมที่ซบซ้อนได้ ั สาหรับงานที่จะใช้คอมพิวเตอร์แบบผสม หรื อไฮบริ ดนั้น มักจะเป็ นงานเฉพาะ ด้าน เช่น งานทางด้านวิทยาศาสตร์ การฝึ กนักบิน ใช้ในการควบคุมการทางานด้าน อุตสาหกรรม หรื ออาจจะใช้ในวงการแพทย์ เป็ นต้น
13.
ขนาดของคอมพิวเตอร์
การแบ่งคอมพิวเตอร์ ออกตามขนาดนั้น ไม่ได้แบ่งว่ามีขนาดใหญ่ หรื อเล็ก แต่จะแบ่งจากขนาดของหน่วยความจาและอุปกรณ์ที่ใช้ในการ รับและแสดงข้อมูล ดังนั้นการที่จะเลือกคอมพิวเตอร์ ขนาดใดมาใช้งาน ่ นั้น จะต้องคานึ่งถึงงานด้วยว่า มีความซับซ้อน ยุงยาก ต้องใช้ หน่วยความจาในการเก็บข้อมูลมากหรื อไม่ ถ้าเรามีการเลือกขนาด คอมพิวเตอร์ ที่เหมาะสมกับงานแล้ว งานที่ได้ก็จะมีประสิ ทธิ ภาพสู งและ ได้ผลรวดเร็ ว ถูกต้อง ขนาดของคอมพิวเตอร์ น้ นสามารถแบ่งออกได้ ั เป็ น 4 ขนาดดังนี้
14.
ขนาดของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 1.
ซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ (Super Computer) เป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ ท่ีมีขนาดใหญ่ที่สุดและสามารถประมวลผล ั ได้เร็ วที่สุด ซึ่ งส่ วนมากแล้วจะผลิตมาใช้กบงานเฉพาะด้านเท่านั้น เช่น ุ่ งานทางวิทยาศาสตร์ ที่ยงยากซับซ้อน และต้องมีการคานวณมาก งาน ออกแบบเครื่ องบิน งานวิจยทางด้านนิวเคลียร์ ซึ่งเครื่ องคอมพิวเตอร์ ั ชนิดนี้ จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงมาก ดังนั้นจึงมีใช้ไม่แพร่ หลายมากนัก
15.
ขนาดของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 2.
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Miainframe Computer) เป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ที่มีประสิ ทธิ ภาพสู ง มีความเร็ ว ในการทางานและมีหน่วยความจาสู งมาก เหมาะกับหน่วยงานขนาด ใหญ่ เช่น ธนาคาร
16.
ขนาดของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 3.
มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) เป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ขนาดรองลงมา มีขนาดหน่วยความจาน้อย กว่า 2 แบบแรก แต่ก็มีความรวดเร็ วในการประมวลผลสู ง มักจะใช้กบ ั งานที่มีขอมูลไม่มาก เช่น การควบคุมอุปกรณ์ในการทดลอง การควบคุม ้ เครื่ องจักรในโรงงาน เป็ นต้น
17.
ขนาดของคอมพิวเตอร์ (ต่ อ) 4.
ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) เป็ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็มีประสิ ทธิภาพสูง ปั จจุบน ั ั เป็ นเครื่ องที่นิยมใช้กนมาก เนื่องจากมีขนาดเล็ก มีน้ าหนักเบา ราคาไม่แพง สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและสะดวก บางรุ่ นมีลกษณะเป็ นกระเป๋ าหิ้วหรอืที่ ั เรี ยกว่า Note Book สามารถพกพาได้ สาหรับงานที่จะใช้กบเครื่ อง ั ไมโครคอมพิวเตอร์น้ น ส่วนมากแล้วจะเป็ นงานไม่ใหญ่มาก เช่น งานในสานักงาน ั ทัวไป งานเก็บข้อมูลต่าง ๆ ปั จจุบนนี้เครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์มีการพัฒนา ่ ั ออกแบบหลายแบบหลายรุ่ น เพื่อให้ผใช้เลือกซื้อได้และมีการพัฒนารุ่ นต่าง ๆ ู้ ่ ออกมาอยูตลอดเวลา
18.
ส่ วนประกอบของ Computer
เครื่ องคอมพิวเตอร์ถาจะทางานได้น้ นจะต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบ ้ ั 3 ส่วน ใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ ส่วนแรกนั้นจะเป็ นตัวเครื่ องหรื อที่เรี ยกกันว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซึ่งประกอบไปด้วย จอภาพ ชุดซีพียู คียบอร์ด เครื่ องพิมพ์ และ ์ แผ่นดิสก์ ส่วนที่ 2 เรี ยกว่า ซอฟต์แวร์ (Software) ซึ่งหมายถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่ ไว้ใช้สงให้คอมพิวเตอร์ทางานตามที่เราต้องการ ส่วนสุดท้าย เรี ยกว่า พีเพิลแวร์ ั่ (Peopleware) ซึ่งส่วนนี้จะหมายถึง บุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ไม่วา ่ จะเป็ นพนักงานป้ อนข้อมูล นักเขียนโปรแกรม หรื อนักวิเคราะห์ออกแบบ ระบบงานต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็ นส่วนประกอบที่สาคัญของ Computer ถ้าขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้ว Computer ก็ไม่สามารถใช้งานได้เลย สาหรับในบทนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดของฮาร์ดแวร์ ซึ่งมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้
19.
ส่ วนประกอบของ Computer
(ต่ อ) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง ส่วนที่เป็ นตัวเครื่ องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ - หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ทาหน้าที่ในการรับข้อมูลที่บนทึกไว้ในสื่อ ั ต่าง ๆ เข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจา สาหรับอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่เป็ นหน่วยรับ ข้อมูล ได้แก่ Keyboard, Disk Drive, Magnetic Tape, Card Reader, Mouse, Touch Screen และ Scanner เป็ นต้น - หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) ทาหน้าที่ในการ คานวณและประมวลผล ซึ่งถือว่าเป็ นส่วนที่สาคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ สาหรับ ในหน่วยนี้มีหน้าที่ 2 อย่างคือ ควบคุมการทางาน คานวณและตรรก อุปกรณ์ที่ทา หน้าที่น้ ีได้แก่ CPU
20.
ส่ วนประกอบของ Computer(ต่
อ) - หน่วยความจา (Memory Unit) ทาหน้าที่เก็บข้อมูล และคาสังต่ าง ๆ ที่ ่ ส่งมาจากหน่วยรับข้อมูลหรื อส่งมาจากหน่วยประมวลผลกลางมาเก็บไว้ เพื่อรอ การเรี ยกใช้หรื อรอการประมวลผลภายหลัง สาหรับหน่วยความจาแบ่งเป็ น หน่วยความจาหลัก ซึ่งในที่น้ ีคือ ROM กับ RAM และหน่วยความจาสารอง ซึ่ง ได้แก่ เทปแม่เหล็ก, Disk, Tape เป็ นต้น - หน่วยแสดงผลลัพธ์ (Output Unit) ทาหน้าที่ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้มา จากกรประมวลผล อุปกรณ์ที่ทาหน้าที่เป็ นหน่วยแสดงผลลัพธ์ ได้แก่ Monitor, Printer, Diskette, CD-ROM, Plotter, Disk Drive และ Magnetic Tape เป็ นต้น
Download