ใบงานที่ 3 เรื่อง ขอบข่ายและประเภทของโครงงาน
ขอบข่ายของโครงงาน
ขอบข่ายของโครงงาน การดาเนินงานโดยมีนักเรียนเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ และครูอาจารย์เป็น
ผู้ให้คาแนะนาปรึกษา สรุปได้ดังนี้คือ
1. เป็นกิจกรรมการศึกษาที่ให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศัยหลักวิชาการ
ทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์ และกิจกรรมต่างๆ ที่ได้พบเห็นมาแล้ว
2. นักเรียนทุกคนเป็นผู้พิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือกลุ่ม จานวน 2-8 คน ต่อกลุ่ม
โดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นภาคเรียน หรือมากกว่าก็ได้
3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติด้วย
ตนเองตามความถนัด สนใจและความพร้อม
4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงานแผนปฏิบัติงาน และแปรผลรายงาน
ต่อครูอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตาจุดหมายที่กาหนด
5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา รวมทั้ง
การใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย
โครงงานประเภทต่างๆ
การแบ่งประเภทของโครงงานมีหลายวิธี เช่น แบ่งตามหมวดวิชาการงานและอาชีพในโรงเรียน
เช่น โครงงานเกษตรกรรม โครงงานคหกรรม โครงงานอุตสาหกรรม โครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
และจากขอบข่ายโครงงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่านักเรียนเป็นผู้ดาเนินงาน โดยได้รับคาแนะนาจาก
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน และนักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งด้านการเสนอโครงงาน ขั้นตอนการ
ปฏิบัติงาน ตลอดจนทาแผนปฏิบัติการ และรายงานผลตามจุดมุ่งหมายที่กาหนดไว้ ทาให้สามารถแยก
ประเภทของโครงงานได้ 4 ประเภท ดังนี้คือ
1. ประเภทพัฒนาผลงาน
2. ประเภทศึกษา ค้นคว้า ทดลอง
3. ประเภทสิ่งประดิษฐ์
4. ประเภทสารวจข้อมูล
1. ประเภทพัฒนาผลงาน
โครงงานนี้เป็นโครงงานที่เกิดจากการได้ศึกษาเนื้อหาทางวิชาการและอาชีพ หรือวิชาสามัญ
ต่างๆ แล้วนามาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางทฤษฎีหรือหลักวิชาดังกล่าว เช่น เมื่อได้
ศึกษาเรื่องสมุนไพร ก็อาจทาโครงงานการใช้ยาปราบศัตรูพืชด้วยพืชสมุนไพร กาจัดเพลี้ย หนอน ฯลฯ
เมื่อได้ศึกษาเรื่องถนอมอาหาร ก็อาจทาโครงงานแปรรูปผลผลิต เช่น การทาผักดอง ทาไส้กรอก ฯลฯ
เมื่อได้ศึกษาเรื่องการเลี้ยงปลา ก็อาจทาโครงงานการเลี้ยงปลาสวยงาม การทาตู้ปลาจาหน่าย ฯลฯ
เมื่อได้ศึกษาเรื่องการปลูกผักกางมุ้งก็อาจทาโครงงานปลูกผักกาดหัว ผักคะน้า ผักกาดขาว และ
ผักบุ้งจีนเป็นต้น
2. โครงงานประเภทศึกษาค้นคว้า ทดลอง
โครงงานนี้เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นจากการศึกษาค้นคว้า ทดลอง เพื่อยืนยันทฤษฎีหรือหลักการ
ที่ได้ศึกษามาแล้ว หรือต้องการทราบแนวทาง เพิ่มคุณค่าและการใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เช่น
- การศึกษาสูตรอาหารไก่ตอน
- การทดลองปลูกพืชในน้ายา หรือโดยไม่ใช้ดิน
- การศึกษาสีย้อมผ้าจากพืชสมุนไพร
- การใช้ฮอร์โมนกับกิ่งกุหลาบ
- การใช้ฮอร์โมนในการผสมเทียมปลาดุก
3. โครงงานประเภทสร้างสิ่งประดิษฐ์
โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นหลังจากได้ศึกษาทฤษฎี หรือพบเห็นผลงานของผู้อื่น
มาแล้ว เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาต่อไป จึงประดิษฐ์คิดค้นให้สามารถใช้ประโยชน์ ได้ดียิ่งขึ้น
หรือเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น
- การประดิษฐ์หัวฉีดพ่นน้าในแปลงปลูกผัก
- การประดิษฐ์ของชาร่วย
- การประดิษฐ์เครื่องบาบัดน้าเสีย
- การประดิษฐ์เครื่องเพิ่มออกซิเจนให้กับน้า
- การประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ
4. โครงงานประเภทสารวจข้อมูล
โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่ได้ศึกษาและสารวจข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา
ปรับปรุงหรือส่งเสริมให้ผลผลิตหรือผลงานมีคุณภาพ หรือคุณค่ามากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์
มากยิ่งขึ้น เช่น
- การสารวจราคาพืชผักในตลาดท้องถิ่น
- การสารวจราคาปลาสวยงามในตลาดท้องถิ่น
- การสารวจความต้องการปลาสวยงามในตลาดท้องถิ่น
- การสารวจความต้องการพืชผักต่างๆ ในตลาดท้องถิ่น
- การสารวจแหล่งวิชาการและสถานประกอบการในท้องถิ่น
- การสารวจแหล่งความรู้ของเกษตรกรในท้องถิ่น
ที่มา : http://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=1&sqi=2&ved=0CFEQ
FjAA&url=http%3A%2F%2Fwww.sahavicha.com%2FUserFiles%2FFile%2Fknowledge_11.doc&ei=T
JUDUIT0A8vyrQfnn9mXBg&usg=AFQjCNECsSRmS_vreU5fYGfHqdPeh__1A&sig2=MMRUo94YHRDEb
xYCHxNzUA

2

  • 1.
    ใบงานที่ 3 เรื่องขอบข่ายและประเภทของโครงงาน ขอบข่ายของโครงงาน ขอบข่ายของโครงงาน การดาเนินงานโดยมีนักเรียนเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ และครูอาจารย์เป็น ผู้ให้คาแนะนาปรึกษา สรุปได้ดังนี้คือ 1. เป็นกิจกรรมการศึกษาที่ให้นักเรียนศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศัยหลักวิชาการ ทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงงานนั้นๆ หรือจากประสบการณ์ และกิจกรรมต่างๆ ที่ได้พบเห็นมาแล้ว 2. นักเรียนทุกคนเป็นผู้พิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเอง หรือกลุ่ม จานวน 2-8 คน ต่อกลุ่ม โดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นภาคเรียน หรือมากกว่าก็ได้ 3. นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์ คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติด้วย ตนเองตามความถนัด สนใจและความพร้อม 4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงานแผนปฏิบัติงาน และแปรผลรายงาน ต่อครูอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตาจุดหมายที่กาหนด 5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา รวมทั้ง การใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วย โครงงานประเภทต่างๆ การแบ่งประเภทของโครงงานมีหลายวิธี เช่น แบ่งตามหมวดวิชาการงานและอาชีพในโรงเรียน เช่น โครงงานเกษตรกรรม โครงงานคหกรรม โครงงานอุตสาหกรรม โครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นต้น และจากขอบข่ายโครงงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่านักเรียนเป็นผู้ดาเนินงาน โดยได้รับคาแนะนาจาก อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน และนักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งด้านการเสนอโครงงาน ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน ตลอดจนทาแผนปฏิบัติการ และรายงานผลตามจุดมุ่งหมายที่กาหนดไว้ ทาให้สามารถแยก ประเภทของโครงงานได้ 4 ประเภท ดังนี้คือ 1. ประเภทพัฒนาผลงาน 2. ประเภทศึกษา ค้นคว้า ทดลอง 3. ประเภทสิ่งประดิษฐ์ 4. ประเภทสารวจข้อมูล
  • 2.
    1. ประเภทพัฒนาผลงาน โครงงานนี้เป็นโครงงานที่เกิดจากการได้ศึกษาเนื้อหาทางวิชาการและอาชีพ หรือวิชาสามัญ ต่างๆแล้วนามาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางทฤษฎีหรือหลักวิชาดังกล่าว เช่น เมื่อได้ ศึกษาเรื่องสมุนไพร ก็อาจทาโครงงานการใช้ยาปราบศัตรูพืชด้วยพืชสมุนไพร กาจัดเพลี้ย หนอน ฯลฯ เมื่อได้ศึกษาเรื่องถนอมอาหาร ก็อาจทาโครงงานแปรรูปผลผลิต เช่น การทาผักดอง ทาไส้กรอก ฯลฯ เมื่อได้ศึกษาเรื่องการเลี้ยงปลา ก็อาจทาโครงงานการเลี้ยงปลาสวยงาม การทาตู้ปลาจาหน่าย ฯลฯ เมื่อได้ศึกษาเรื่องการปลูกผักกางมุ้งก็อาจทาโครงงานปลูกผักกาดหัว ผักคะน้า ผักกาดขาว และ ผักบุ้งจีนเป็นต้น 2. โครงงานประเภทศึกษาค้นคว้า ทดลอง โครงงานนี้เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นจากการศึกษาค้นคว้า ทดลอง เพื่อยืนยันทฤษฎีหรือหลักการ ที่ได้ศึกษามาแล้ว หรือต้องการทราบแนวทาง เพิ่มคุณค่าและการใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เช่น - การศึกษาสูตรอาหารไก่ตอน - การทดลองปลูกพืชในน้ายา หรือโดยไม่ใช้ดิน - การศึกษาสีย้อมผ้าจากพืชสมุนไพร - การใช้ฮอร์โมนกับกิ่งกุหลาบ - การใช้ฮอร์โมนในการผสมเทียมปลาดุก
  • 3.
    3. โครงงานประเภทสร้างสิ่งประดิษฐ์ โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นหลังจากได้ศึกษาทฤษฎีหรือพบเห็นผลงานของผู้อื่น มาแล้ว เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาต่อไป จึงประดิษฐ์คิดค้นให้สามารถใช้ประโยชน์ ได้ดียิ่งขึ้น หรือเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น - การประดิษฐ์หัวฉีดพ่นน้าในแปลงปลูกผัก - การประดิษฐ์ของชาร่วย - การประดิษฐ์เครื่องบาบัดน้าเสีย - การประดิษฐ์เครื่องเพิ่มออกซิเจนให้กับน้า - การประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ
  • 4.
    4. โครงงานประเภทสารวจข้อมูล โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่ได้ศึกษาและสารวจข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา ปรับปรุงหรือส่งเสริมให้ผลผลิตหรือผลงานมีคุณภาพ หรือคุณค่ามากยิ่งขึ้นเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ มากยิ่งขึ้น เช่น - การสารวจราคาพืชผักในตลาดท้องถิ่น - การสารวจราคาปลาสวยงามในตลาดท้องถิ่น - การสารวจความต้องการปลาสวยงามในตลาดท้องถิ่น - การสารวจความต้องการพืชผักต่างๆ ในตลาดท้องถิ่น - การสารวจแหล่งวิชาการและสถานประกอบการในท้องถิ่น - การสารวจแหล่งความรู้ของเกษตรกรในท้องถิ่น ที่มา : http://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=1&sqi=2&ved=0CFEQ FjAA&url=http%3A%2F%2Fwww.sahavicha.com%2FUserFiles%2FFile%2Fknowledge_11.doc&ei=T JUDUIT0A8vyrQfnn9mXBg&usg=AFQjCNECsSRmS_vreU5fYGfHqdPeh__1A&sig2=MMRUo94YHRDEb xYCHxNzUA