ครู สิรัชชา วงค์ คม
ครู ทวีป แซ่ ฉิน
ผลงานที่ได้ จากการศึกษาค้ นคว้ าตามความสนใจ ความถนัดและ
ความสามารถของนักเรี ยน
 โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
 เป็ นกิจกรรมการเรี ยนรู้ ที่มีการเน้ นผู้เรี ยนเป็ นสาคัญ
 โดยผู้เรี ยนจะหาหัวข้ อโครงงานที่ตนเองสนใจ รวมทังเชื่อมโยงความรู้
้
ต่างๆ และความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพือสร้ าง
่
ผลงานตามความต้ องการได้ อย่างเหมาะสม
 มีครู เป็ นที่ปรึ กษาและให้ คาแนะนา



ความสามารถในการสื่อสาร เป็ นความสามารถที่เกิดจากการที่
นักเรี ยนผู้ทาโครงงานต้ องนาเสนอผลงานให้ ครูและเพื่อนนักเรี ยนให้
เข้ าใจโครงงานคอมพิวเตอร์ ได้ อย่างชัดเจน ดังนัน ผู้ทาโครงงานต้ อง
้
สื่อสารความคิดในการสร้ างสรรค์โครงงานด้ วนการเขียน หรื อด้ วยปาก
เปล่า รวมทังเลือกใช้ รูปแบบของสื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพือนาเสนอ
้
่
แนวคิดในการจัดทาโครงงานให้ ผ้ อื่นได้ เข้ าใจ
ู
◦ การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนต้ องการวิเคราะห์ปัญหา
และแยกแยะสาเหตุวาเกิดเนื่องจากอะไร
่
◦ การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนต้ องนาความรู้ ตางๆ ที่
่
เรี ยนมา รวมทังความรู้จากการค้ นหาข้ อมูล เพื่อใช้ ในการแก้ ปัญหา
้
หรื อการสร้ างสรรค์โครงงาน
◦ การคิดอย่ างสร้ างสรรค์ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนนาความรู้ มา
สร้ างสรรค์ผลงานใหม่ๆ




การคิดอย่ างมีวจารณญาณ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนได้ มีการคิดไตร่ ตรองว่าควรทา
ิ
โครงงานใด และไม่ควรทาโครงงานใด เนื่องจากโครงงานที่สร้ างขึ ้นอาจส่งผล
กระทบต่อสังคมโดยรวม เช่น โครงงานระบบคานวณเลขหวย สาหรับหาเลขที่คาด
ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกในแต่ละงวด อาจส่งผลกระทบต่อสังคม ทาให้ คน
ในสังคมเกิดความหมกมุน
่
การคิดอย่ างเป็ นระบบ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนคิดแก้ ปัญหาอย่างเป็ นขันตอน โดย
้
ใช้ ขนตอนในการพัฒนาโครงงาน คือ ผู้เรี ยนเป็ นผู้วางแผนในการศึกษา ค้ นคว้ า
ั้
เก็บรวบรวมข้ อมูล พัฒนา หรื อประดิษฐ์ คิดค้ นผลงาน รวมทังการสรุปผลและการ
้
เสนอผลการศึกษาค้ นคว้ าด้ วยตนเอง โดยมีผ้ สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็ นผู้ให้
ู
คาปรึกษา


เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนวิเคราะห์ปัญหา เข้ าใจ และอธิบายปั ญหา
ทางด้ านคอมพิวเตอร์ รวมทังประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใช้
้
เครื่ องมือที่เหมาะสมกับการแก้ ไขปั ญหา


เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนได้ นาความรู้และกระบวนการต่างๆ ไปใช้
ในการพัฒนาโครงงาน และนาไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวันได้
อย่างเหมาะสม รวมถึงการพัฒนาโครงงาน ก่อให้ เกิดการเรี ยนรู้
ด้ วยตนเอง อันนาไปสูการเรี ยนรู้ตลอดชีวิต
่


เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนสามารถเลือกใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศใน
การแก้ ปัญหาได้ อย่างถูกต้ องเหมาะสม และมีคณธรรม
ุ

1.1 โครงงานคอมพิวเตอร์

  • 1.
    ครู สิรัชชา วงค์คม ครู ทวีป แซ่ ฉิน
  • 2.
    ผลงานที่ได้ จากการศึกษาค้ นคว้าตามความสนใจ ความถนัดและ ความสามารถของนักเรี ยน  โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์  เป็ นกิจกรรมการเรี ยนรู้ ที่มีการเน้ นผู้เรี ยนเป็ นสาคัญ  โดยผู้เรี ยนจะหาหัวข้ อโครงงานที่ตนเองสนใจ รวมทังเชื่อมโยงความรู้ ้ ต่างๆ และความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพือสร้ าง ่ ผลงานตามความต้ องการได้ อย่างเหมาะสม  มีครู เป็ นที่ปรึ กษาและให้ คาแนะนา 
  • 3.
     ความสามารถในการสื่อสาร เป็ นความสามารถที่เกิดจากการที่ นักเรียนผู้ทาโครงงานต้ องนาเสนอผลงานให้ ครูและเพื่อนนักเรี ยนให้ เข้ าใจโครงงานคอมพิวเตอร์ ได้ อย่างชัดเจน ดังนัน ผู้ทาโครงงานต้ อง ้ สื่อสารความคิดในการสร้ างสรรค์โครงงานด้ วนการเขียน หรื อด้ วยปาก เปล่า รวมทังเลือกใช้ รูปแบบของสื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพือนาเสนอ ้ ่ แนวคิดในการจัดทาโครงงานให้ ผ้ อื่นได้ เข้ าใจ ู
  • 4.
    ◦ การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผ้เู รี ยนต้ องการวิเคราะห์ปัญหา และแยกแยะสาเหตุวาเกิดเนื่องจากอะไร ่ ◦ การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนต้ องนาความรู้ ตางๆ ที่ ่ เรี ยนมา รวมทังความรู้จากการค้ นหาข้ อมูล เพื่อใช้ ในการแก้ ปัญหา ้ หรื อการสร้ างสรรค์โครงงาน ◦ การคิดอย่ างสร้ างสรรค์ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนนาความรู้ มา สร้ างสรรค์ผลงานใหม่ๆ
  • 5.
      การคิดอย่ างมีวจารณญาณ เกิดจากการที่ผ้เู รี ยนได้ มีการคิดไตร่ ตรองว่าควรทา ิ โครงงานใด และไม่ควรทาโครงงานใด เนื่องจากโครงงานที่สร้ างขึ ้นอาจส่งผล กระทบต่อสังคมโดยรวม เช่น โครงงานระบบคานวณเลขหวย สาหรับหาเลขที่คาด ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกในแต่ละงวด อาจส่งผลกระทบต่อสังคม ทาให้ คน ในสังคมเกิดความหมกมุน ่ การคิดอย่ างเป็ นระบบ เกิดจากการที่ผ้ เู รี ยนคิดแก้ ปัญหาอย่างเป็ นขันตอน โดย ้ ใช้ ขนตอนในการพัฒนาโครงงาน คือ ผู้เรี ยนเป็ นผู้วางแผนในการศึกษา ค้ นคว้ า ั้ เก็บรวบรวมข้ อมูล พัฒนา หรื อประดิษฐ์ คิดค้ นผลงาน รวมทังการสรุปผลและการ ้ เสนอผลการศึกษาค้ นคว้ าด้ วยตนเอง โดยมีผ้ สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็ นผู้ให้ ู คาปรึกษา
  • 6.
     เกิดจากการที่ผ้ เู รียนวิเคราะห์ปัญหา เข้ าใจ และอธิบายปั ญหา ทางด้ านคอมพิวเตอร์ รวมทังประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใช้ ้ เครื่ องมือที่เหมาะสมกับการแก้ ไขปั ญหา
  • 7.
     เกิดจากการที่ผ้ เู รียนได้ นาความรู้และกระบวนการต่างๆ ไปใช้ ในการพัฒนาโครงงาน และนาไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจาวันได้ อย่างเหมาะสม รวมถึงการพัฒนาโครงงาน ก่อให้ เกิดการเรี ยนรู้ ด้ วยตนเอง อันนาไปสูการเรี ยนรู้ตลอดชีวิต ่
  • 8.
     เกิดจากการที่ผ้ เู รียนสามารถเลือกใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศใน การแก้ ปัญหาได้ อย่างถูกต้ องเหมาะสม และมีคณธรรม ุ