• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ประวัติลูกเสือ
 

ประวัติลูกเสือ

on

  • 37,846 views

 

Statistics

Views

Total Views
37,846
Views on SlideShare
37,690
Embed Views
156

Actions

Likes
2
Downloads
109
Comments
3

4 Embeds 156

http://www.slideshare.net 87
http://scoutthai.wordpress.com 66
http://webcache.googleusercontent.com 2
https://twitter.com 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

13 of 3 previous next Post a comment

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
  • kruput
    thanks so much .it is a good lesson.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
  • Thanks a lot ka.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
  • good
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ประวัติลูกเสือ ประวัติลูกเสือ Presentation Transcript

    • ประวัติลูกเสือ โดย นาย บริรักษ์ เป็ดทอง
    • ประวัติลูกเสือ การลูกเสือ ได้อุบัติขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ ( Lord Baden Powell) ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ . ศ . 2450 ( ค . ศ . 1907) สืบเนื่องจากการรบกับพวกบัวร์ (Boar) ในการรักษาเมืองมาฟิคิง ( Mafeking) ที่อาฟริกาใต้ในปี พ . ศ . 2442 ซึ่งบี พี ได้ตั้งกองทหารเด็กให้ช่วยสอดแนมการรบ จนรบชนะข้าศึกเมื่อกลับไปประเทศอังกฤษ ในปี พ . ศ . 2450 จึงได้ทดลองนำเด็กชาย 20 คน ไปอยู่ค่ายพักแรมที่เกาะบราวน์ซี Browmsea Islands) ซึ่งได้ผลดีตามที่คาดหมายไว้ ปี พ . ศ . 2451 บี พี จึงได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ
    • ประวัติลูกเสือไทย
      • พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้ทรงทราบเรื่องการสู้รบเพื่อรักษาเมืองมาฟิคิง ( Mafeking ) ของ ลอร์ดเบเดน โพเอลล์ ( Lord Baden Powell ) ซึ่งได้ตั้งกองทหารเด็กเป็นหน่วยสอดแนมช่วยรบในการรบกับพวกบัวร์ ( Boar ) จนประสบผลสำเร็จ และได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ . ศ . 2450 เมื่อพระองค์เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย ก็ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า ( Wild Tiger Corps ) ขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกหัดให้ข้าราชการและพลเรือนได้เรียนรู้วิชาทหาร เพื่อเป็นคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง รู้จักระเบียบวินัย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต่อจากนั้นอีก 2 เดือน ก็ได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 ด้วยทรงมีพระราชปรารภว่า เมื่อฝึกผู้ใหญ่เป็นเสือป่า เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือชาติบ้านเมืองแล้ว เห็นควรที่จะมีการฝึกเด็กชายปฐมวัยให้มีความรู้ทางเสือป่าด้วย เมื่อเติบโตขึ้นจะได้รู้จักหน้าที่และประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง
    • ประวัติลูกเสือไทย
      • จากนั้น ทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ( โรงเรียนวชิราวุธ ในปัจจุบัน ) และจัดตั้งกองลูกเสือตามโรงเรียน ต่าง ๆ ให้กำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือขึ้น รวมทั้งพระราชทาน คำขวัญให้ลูกเสือว่า “ เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ ” ผู้ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นลูกเสือไทยคนแรก คือ นายชัพท์ บุนนาค ซึ่งต่อมา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ นายลิขิตสารสนอง ”
    • ประวัติลูกเสือไทย
      • พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
      • ผู้ให้ก่อตั้งกองลูกเสือไทย
    • ประวัติลูกเสือไทย
      • นายลิขิตสารสนอง ลูกเสือคนแรก
    • พระราชโองการต่อลูกเสือคนแรก
      • ลูกเสือคนแรกคือ " นายชัพพ์ บุนนาค " เพราะเป็นผู้ที่กล่าวคำปฏิญาณของลูกเสือได้เป็นคนแรก จึงมีพระราชโองการว่า " อ้ายชัพพ์เองเป็นลูกเสือแล้ว "
    • ประวัติลูกเสือไทย
      •   ปี พ . ศ . 2463 ได้จัดส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทย จำนวน 4 คน ไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 1 (1st World Scout Jamboree) ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกของโลก ณ อาคารโอลิมเปีย กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
      • ปี พ . ศ . 2465 คณะลูกเสือไทย ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมัชชาลูกเสือโลก ซึ่งขณะนั้นมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 31 ประเทศ ประเทศทั้ง 31 ประเทศนี้ นับเป็นสมาชิกรุ่นแรก หรือสมาชิกผู้ก่อการจัดตั้ง (Foundation Members) สมัชชาลูกเสือโลกขึ้นมา
    • ประวัติลูกเสือไทย
      • ปี พ . ศ . 2467 ได้จัดส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทย 10 คน ไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 2 ณ ประเทศเดนมาร์ก
      • ปี พ . ศ . 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2468
    • ประวัติศาสตร์ลูกเสือไทย
    • การดำเนินการกิจกรรมลูกเสือไทย
      • พ . ศ . 2454 ( ค . ศ . 1911) - พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงก่อตั้ง กิจการลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ . ศ . 2454
      • พ . ศ . 2463 ( ค . ศ . 1920) - ส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทยไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 1 ณ ประเทศอังกฤษ
      • พ . ศ . 2465 ( ค . ศ . 1922) - คณะลูกเสือแห่งชาติ เข้าเป็นสมาชิกสมัชชาลูกเสือโลก
    • การดำเนินการกิจกรรมลูกเสือไทย
      • พ . ศ . 2467 ( ค . ศ . 1924) - ส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทยไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 2 ณ ประเทศเดนมาร์ก
      • พ . ศ . 2470 ( ค . ศ . 1927) - จัดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 1 (1st National Jamboree)
      • พ . ศ . 2499 ( ค . ศ . 1956) - เป็นสมาชิกของสำนักงานลูกเสือภาคตะวันออกไกล ซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้น ขณะนั้นมีประเทศสมาชิกอยู่ 10 ประเทศ
      • พ . ศ . 2504 ( ค . ศ . 1961) - เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการลูกเสือไทย
      • พ . ศ . 2505 ( ค . ศ . 1962) - เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือภาคตะวันออกไกล ครั้งที่ 3 (3rd Far East Scout Conference) ณ ศาลาสันติธรรม
    • ประเภทของลูกเสือ
      • ลูกเสือ คือใคร ลูกเสือ คือ เยาวชนชายและหญิงอายุระหว่าง 8 – 25 ปี       ที่รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรวิชาลูกเสือ   โดยยึดมั่นในหลักการ ( Principle )      วิธีการ ( Method )      และวัตถุประสงค์ ( Purpose )    ของการลูกเสือ   ( Scouting )    อย่างเคร่งครัดตามพระราชบัญญัติลูกเสือ ( ฉบับที่ 3 )   พ . ศ . 2528    และข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ      ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ . ศ . 2509 ได้กำหนดประเภทและเหล่าลูกเสือว่า   ลูกเสือมี    4 ประเภท    คือ    สำรอง   สามัญ   สามัญรุ่นใหญ่   วิสามัญ     และอาจจัดให้มีลูกเสือเหล่าสมุทร   และลูกเสือเหล่าอากาศได้ สำหรับลูกเสือที่เป็นหญิง    อาจใช้ชื่อเรียกว่า เนตรนารี     หรือชื่ออื่นซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติให้หมายถึง ลูกเสือที่เป็นหญิงด้วย ประเภทของลูกเสือ      1 . ลูกเสือสำรอง ( Cub Scout )     อายุ 8 – 11 ปี    2 . ลูกเสือสามัญ ( Scout )     อายุ 11 – 16 ปี    3 . ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ( Senior Scout )   อายุ 14 – 18 ปี    4 . ลูกเสือวิสามัญ ( Rover )    อายุ 16 - 25 ปี   
    • 1 . ลูกเสือสำรอง ( Cub Scout )  
      • ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 กองลูกเสือสำรอง ประกอบด้วยหมู่ลูกเสืออย่างน้อย 2 หมู่ และไม่เกิน 6 หมู่ หมู่หนึ่งมีลูกเสือ 4 – 6 คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย คติพจน์                                               “ ทำดีที่สุด ”    ( Do Your Best ) คำปฏิญาณ ข้าสัญญาว่า ข้อ 1  ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ 2  ข้าจะยึดมั่นในกฎของลูกเสือสำรองและบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นทุกวัน กฎของลูกเสือสำรอง ข้อ 1  ลูกเสือสำรองทำตามลูกเสือรุ่นพี่ ข้อ 2  ลูกเสือสำรองไม่ทำตามใจตนเอง การเคารพ วิธีแสดงความเคารพมี   2  วิธี   คือ 1 . แสดงความเคารพเป็นบุคคล ลูกเสือจะสวมหมวกหรือมิได้สวมหมวกทำวันทยาหัตถ์ 2 นิ้ว   คือยกมือขวาขึ้น แยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางออกเหยียดตรงรูปตัว V แล้วแตะนิ้วที่กระบังหมวกต่อขอบหมวก 2 . แสดงความเคารพเป็นหมู่ คือ การทำแกรนด์ฮาวล์
    • ภาพ ลูกเสือสํารองเดินแถวสวนสนาม
    • ลูกเสือสามัญ ( Scout )
      • ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 กองลูกเสือสามัญ ประกอบด้วยหมู่ลูกเสืออย่างน้อย 2 - 6 หมู่ หมู่หนึ่งมีลูกเสือ 6 – 8 คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ด้วย คติพจน์ “ จงเตรียมพร้อม ”    ( Be prepared ) การเคารพ   วิธีแสดงความเคารพมี 2 วิธี คือ 1 . วันทยาหัตถ์ เป็นท่าแสดงความเคารพส่วนบุคคลขณะอยู่ตามลำพัง การทำวันทยาหัตถ์ ให้ยกมือขวาขึ้น นิ้วหัวแม่มือกดนิ้วก้อยไว้ เหยียดนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางชิดกัน   ให้ข้อสุดท้ายของปลายนิ้วชี้แตะที่ขอบหมวกปีก ประมาณตรงหางคิ้วขวา ถ้าสมหมวกทรงอ่อน ( แบร์เร่ต์ )   ถ้ามิได้สวมหมวก ใช้ปลายนิ้วชี้แตะที่หางคิ้วขวา   ถ้าอยู่ในแถว ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ จะเป็นผู้หรือผู้สั่ง เช่น      “ แถวตรง ” 2 . วันทยาวุธ หรือเคารพท่าพลอง     เป็นการแสดงความเคารพเมื่อลูกเสือถือไม้พลอง    2.1 เมื่อยู่กับที่ ลูกเสือต้องอยู่ในท่าเลียบอาวุธ   คือ อยู่ในท่ายืนตรง ถือไม้พลองด้วยมือขวา โคนไม้พลองอยู่ชิดกับเท้าขวาที่โคนนิ้วก้อย จับไม้พลองให้อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้    อีก 4 นิ้ว จับไม่พลองเฉียงลงไปข้างล่าง    นิ้วเรียงชิดติดกัน ปลายไม้พลองอยู่ในร่องไหล่ขวา    ตั้งตรงแนบลำตัว เมื่อผู้บังคับบัญชาบอก “ วันทยาวุธ ” ให้ยกมือซ้าย ( เช่นเดียวกับการแสดงรหัส ) ขึ้นแตะที่ไม้พลอง   ให้แขนซ้ายอยู่เสมอแนวระดับไหล่ทั้งสองข้าง   เมื่อเลิกทำความเคารพ ผู้บังคับบัญชาจะบอก “ เรียบ อาวุธ ” ให้ลูกเสือลดแขนซ้ายลงมาอยู่ที่เดิมโดยเร็ว 2.2 เมื่อเดินในท่าแบกพลอง ให้ลดมือซ้ายจับที่พลองเหยียดลงมาชิดกับตัว แล้วยกมือขวาท่าแสดงรหัสลูกเสือไปแตะพลอง   ให้คว่ำฝ่ามือลงข้างล่างและให้แขนขวาอยู่เสมอแนวระดับใหล่ทั้งสองข้าง   ในขณะทำความเคารพ   ให้มองดูผู้รับการเคารพ
    • คำปฏิญาณของลูกเสือสามัญ สามัญรุ่นใหญ่และวิสามัญ
      •       ด้วยเกียรติของข้า ข้าสัญญาว่า       ข้อ ๑ ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์       ข้อ ๒ ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ       ข้อ ๓ ข้าจะปฎิบัติตามกฎของลูกเสือ
    • กฎของลูกเสือสามัญ สามัญรุ่นใหญ่ และวิสามัญ
      •       ข้อ ๑ ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้         ข้อ ๒ ลูกเสือมีความจงรักภัคดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ       ข้อ ๓ ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์ และช่วยเหลือผู้อื่น       ข้อ ๔ ลูกเสือเป็นมิตรของคนทุกคน และเป็นพี่น้องกับ ลูกเสืออื่นทั่วโลก       ข้อ ๕ ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย       ข้อ ๖ ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์       ข้อ ๗ ลูกเสือเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดา และผู้บังคับบัญชาด้วยความเคารพ       ข้อ ๘ ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก       ข้อ ๙ ลูกเสือเป็นผู้มัธยัสถ์       ข้อ ๑๐ ลูกเสือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ
    • ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ( Senior Scout )
      • ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ประกอบด้วยหมู่ลูกเสืออย่างน้อย 2 หมู่ ไม่เกิน 6 หมู่ หมู่หนึ่งมีลูกเสือ 4 – 8 คน   รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ คติพจน์ “ มองไกล ”  ( Look wide )    คำปฏิญาณ กฎ และการเคารพของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ คำปฏิญาณ กฎ และการเคารพของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่   เป็นเช่นเดียวกับลูกเสือสามัญ
    • ภาพ ลูกเสือสามัญเดินแถวสวนสนาม
    • ลูกเสือวิสามัญ
      • ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6   ( หรือระดับชั้นอาชีวศึกษา   อุดมศึกษา )   กองลูกเสือวิสามัญ ประกอบด้วยลูกเสือวิสามัญอย่างน้อย 10 คน   และไม่เกิน 40 คน   โดยจะแบ่งออก   เป็นชุดหรือหมู่ ตามความต้องการก็ได้ และควรมีลูกเสือวิสามัญชุดหรือหมู่ละ 4 - 6 คน รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ คติพจน์ “ บริการ ”  ( Service ) คำปฏิญาณ กฎ และการเคารพของลูกเสือวิสามัญ คำปฏิญาณ กฎ และการเคารพของลูกเสือวิสามัญ   เป็นเช่นเดียวกับลูกเสือสามัญ
    • ภาพ ลูกเสือวิสามัญ ไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือญี่ปุ่น
    • คำนิยามของคำว่า Scout
      • คำนิยามของคำว่า Scout " เด็กที่อยู่ในคณะที่ตั้งขึ้นสำหรับให้เป็นพลเมืองดี "
      • ลูกเสือมาจากคำว่า SCOUT ซึ่งมีความหมายดังนี้ - S : Sincerity     หมายถึง ความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงต่อกัน - C : Courtesy     หมายถึง ความสุภาพอ่อนโยน เป็นผู้มีมารยาทดี - O : Obedience  หมายถึง การเชื่อฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ในโอวาท - U : Unity          หมายถึง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รู้รักสามัคคี - T : Thrifty        หมายถึง ความมัธยัสถ์ ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
    • คติพจน์คณะลูกเสือ
      • พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีความ เห็นพ้องกันกับ บี . พี . จึงได้ทรงเริ่มตั้งกองลูกเสือขึ้น หลังจากตั้งกองเสือเสือป่าได้เพียงสองเดือน คือ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ . ศ . ๒๔๕๔ ณ โรงเรียนมหาดเล็กหลวง บัดนี้เป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย พระราชทานคติพจน์ให้แก่คณะลูกเสือแห่ชาติว่า " เสียชีพอย่าเสียสัตย์ "
    • สัญลักษณ์คณะลูกเสือแห่งชาติ  
      • สัญลักษณ์คณะลูกเสือแห่งชาติ ตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษ พ . ศ . 2509  ข้อที่ 36 ระบุว่า               ให้มีตราคณะลูกเสือแห่งชาติ เป็นรูป เฟลอเดรีส์   ประกอบกับหน้าเสืออยู่กลาง ที่ปลายแฉกซ้ายและขวามีดาวประดับข้างละ หนึ่งดวง   ตอนล่างมีแถบคำขวัญ “ เสียชีพอย่าเสียสัตย์ ”  จากแถบคำขวัญลงไปยังส่วนล่างมีรูปเชือกร้อยเป็นปม
    • กำเนิดตราประจำคณะลูกเสือแห่งชาติ
      • นับตั้งแต่ได้มีการสถาปนาการลูกเสือขึ้นมาในปี พ . ศ . 2454  จนถึง รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล   คณะลูกเสือแห่งสยาม ยังไม่มีดวงตราเป็นสัญลักษณ์ของตน ดังเช่นคณะลูกเสือต่าง ๆ ทั่วโลก ใน พ . ศ . 2478 จึงได้มีการจัดทำตราคณะลูกเสือขึ้น และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ตราประจำคณะลูกเสือสยาม สำหรับใช้ในราชการที่เกี่ยวกับการลูกเสือทั่วไป   ตรา มีรูป “ Fleur - de - lis ”  ( ตามคตินิยม ของสมาคมลูกเสือนานาชาติ ) กับรูปหน้าเสือ   ( ตามพระราชนิยมแห่งองค์พระผู้พระราชทานกำเนิดคณะลูกเสือแห่งสยาม ) ประกอบกัน   และมีตัวอักษรจารึกภายใต้ชื่อว่า “ เสียชีพอย่าเสียสัตย์ ”
    • สัญลักษณ์คณะลูกเสือแห่งชาติ
      • สัญลักษณ์คณะลูกเสือแห่งชาติ   
      • ลักษณะที่เป็นสากลคือ รูปเฟลอเดรีส์ หรือ   “ Fleur - de - lis ” เรียกตามศัพท์ฝรั่งเศส เป็นชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้บูชาพระ ( มีรูปลักษณะคล้ายดอกซ่อนกลิ่น )   การที่สมาคมลูกเสือนานาชาติ นำเอา   “ Fleur - de - lis ” มาใช้เป็นตราประจำคณะลูกเสือ ก็เพื่อเตือนใจให้ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา - Duty to God รูปดาว 5 แฉก 2 ดวง รวมทั้งหมด 10 แฉก อยู่ที่กลีบซ้ายขวาของ “ Fleur - de - lis ”  นั้นหมายถึงคุณธรรม 10 ประการของลูกเสือ   ดวงดาวทางซ้าย คือ คุณธรรมข้อที่ 1 – 5  ซึ่งลูกเสือพึงปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยดี คือ 1 .   ลูกเสือต้องมีเกียรติเชื่อถือได้   ( Honorable ) 2 .   ลูกเสือต้องมีใจจงรักภักดี   ( Loyal ) 3 .   ลูกเสือต้องเป็นมิตรกับบุคคลทั่วไป   ( Friendly ) 4 .   ลูกเสือต้องมีสัมมาคารวะ   ( Courteous ) 5 .   ลูกเสือต้องบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น   ( Helpful )
    • สัญลักษณ์คณะลูกเสือแห่งชาติ
      • ดวงดาวทางขวา หมายถึงคุณธรรมข้อที่ 6 – 10  ซึ่งว่าด้วยกฎข้อบังคับโดยตรง คือ 6 .   ลูกเสือต้องมีใจเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   ( Kind ) 7 .   ลูกเสือต้องเชื่อฟังคำสั่งสอน   ( Obedient ) 8 .   ลูกเสือต้องมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบาน
      • แม้ในยามลำบาก หรือเผชิญอันตราย    ( Cheerful ) 9 .   ลูกเสือต้องมัธยัสถ์   ( Thrifty )