เทคโนโลยีสารสนเทศ
บทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกัน ทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา เมื่อรวมคำว่าเทคโนโลยีกับสารสนเทศเข้าด้วยกัน จึงหมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมการจัดเก็บข้อมูล การระมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน เป็นต้น เทคโนโลยีจึงมีความหมายที่กว้างขวางมาก นักเรียนจะได้พบกับสิ่งรอบๆๆตัวที่เกี่ยวกับการใช้สารสนเทศอยู่มาก ดังนี้ *  การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบ
นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ คำว่า  เทคโนโลยี  หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประเทศใดมีเทคโนโลยีมากมักจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เทคโนโลยีจึงเป็นทางที่จะช่วยในการพัฒนาให้สินค้าและบริการมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานด้านต่างๆ คำว่า  สารสนเทศ  หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์  *  การประมวลผล  ข้อมูลที่เก็บมาได้มักจะเก็บในสื่อต่างๆ เช่น แผ่นบันทึก แผ่นซีดีหรือ เทป เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนะมาประมวลผลตามต้องการ เช่น แยกแยะข้อมูลเป็นลุ่ม เรียงลำดับข้อมูล คำนวณ หรือ จัดการคัดแยกข้อมูลที่จัดเก็บนั้น
*  การแสดงผลลัพธ์  อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการแสดงผลลัพธ์มีมาก สามารถแสดงเป็นตัวหนังสือ เป็นรูปภาพ ตลอดจนพิมพ์ออกมาที่กระดาษ  *  การทำสำเนา  เมื่อมีข้อมูลที่จัดเก็บในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การทำสำเนาจะทำได้ง่ายและทำได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นอุปกรณ์ช่วยในการทำสำเนา จัดได้ว่าเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง  *  การสื่อสารโทรคมนาคม  เป็นวิธีการที่จะส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หรือกระจายออกไปยังปลายทางครั้งละมากๆ ปัจจุบันมีอุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมหลายประเภท ตั้งแต่โทรเลข โทรศัพท์ เส้นใยนำแสง เคเบิลใต้น้ำ ดาวเทียม เป็นต้น
ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีความเป็นอยู่ของสังคมสมัยใหม่อยู่มาก ลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้ *  เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการประกอบการทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรม *  เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย เมื่อมีการพัฒนาระบบข้อมูล และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่างๆ เน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย *  เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับหารดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ  *  เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมกล่าวได้ดังนี้ *  การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาระบบโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน *  เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ *  สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน มีการนำคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น วิดีทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
*  เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม การจัดทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่าง จำเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วยที่เรียกว่า โทรมาตร เป็นต้น *  เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางทหารมีการใช้เทคโนโลยี มีระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน *  การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้า อุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาวิธีการในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลง เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์จึงเข้ามามีบทบาทมาก   เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น
ส่วนประกอบต่างๆ ภายในคอมพิวเตอร์
Central processing unit (CPU)  เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นศูนย์กลางการทำงานของ  PC  ตัว  CPU  นั้นถือว่าเป็น  Microprocessor   ประเภทหนึ่ง ที่มีความสามารถ ในการจัดการคำสั่ง และการประมวลผลที่มีความซับซ้อน เป็นอย่างมาก  Power supply  ถือเป็น หม้อแปลงไฟฟ้าของระบบ เนื่องจาก อุปกรณ์ทุกชิ้น ที่ติดตั้งอยู่ภายใน  PC  นั้นจะต้องได้รับ ไฟฟ้าหล่อเลี้ยง มาจาก  power supply  ด้วยกันทั้งสิ้น ข้อควรระวัง ก็คือ  power supply  ราคาถูก มักมีตัวเลขบอกกำกับไฟสูงกว่าความจริง Fan  พัดลมระบายความร้อนที่ติดมากับเคสจะไม่ค่อยมีมาให้ทุกเครื่อง แต่ถ้าต้องการจะให้มีการระบายความร้อนได้ดีขึ้น อาจซื้อพัดลมนี้มาติดเพิ่มขึ้นได้ Graphic Card  ถือเป็นส่วนของการแสดงผล ซึ่งจะช่วยให้จอภาพแสดงภาพต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และเช่นเดียวกับ  Sound Card  ถือเป็น อุปกรณ์พื้นฐาน เพื่อรองรับระบบมัลติมีเดียต่างๆ
Sound Card   ตัวกลางในการควบคุม การทำงานที่เกี่ยวข้องกับเสียง ตั้งแต่ การบันทึกเสียง ไปจนถึงการเล่นไฟล์เสียงต่างๆ ซึ่งถือได้ว่า เป็นอุปกรณ์พื้นฐาน เพื่อรองรับระบบมัลติมีเดียนั่นเอง ในปัจจุบัน ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้มีการพัฒนา  Chipset  ที่รวมเอาความสามารถของ  sound card  มาด้วย  Fax-Modem  เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ที่สนใจเล่นอินเทอร์เนต  ในเมมบอร์ด โมเด็มที่ดีเมื่อใช้รับส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต สัญญาณไม่หลุดง่าย Expansion Slot  สล็อตเพิ่มขยาย ภายในเมมบอร์ดนั้น จะทำหน้าที่สำหรับต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะประกอบด้วย ระบบบัส และ  Port   ต่อเชื่อมที่หลากหลายซึ่งถูกติดตั้งขึ้นมา เพื่อรองรับ อุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป
Ram (Memory)  หรือหน่วยความจำ ซึ่งถือว่า เป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูล ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุด การทำงานของมันจะควบคู่ไปกับ  CPU  จึงจำเป็นต้องมีความเร็วในการทำงาน และอัตราการส่งผ่านข้อมูลที่สูง  ประเภทของหน่วยความจำ ที่ไม่ใช่แค่เพียง  RAM  เท่านั้น คือ *  Random-access memory (Ram)  หน่วยความจำที่เสมือนตัวแทนของหน่วยความจำ การทำงานนั้น จะเสมือนมือขวาของ CPU  โดยข้อมูลที่แทบทั้งหมด จะต้องถูกส่งผ่านมายัง  Ram  เสียก่อน แล้วค่อยไปยัง  CPU * Read-only memory (ROM)  หน่วยความจำถาวร สามารถเก็บข้อมูลเอาไว้ได้ ภายในแม้ว่าจะจะไม่มีประจุไฟฟ้า  ( ต่างจาก  RAM  ที่เก็บข้อมูลได้ชั่วคราว )  จุดประสงค์ของ  ROM  คือ เก็บข้อมูล ที่สำคัญเอาไว้ ป้องกันไวรัส
*  Basic   input/output system (BIOS)  ส่วนสำคัญที่อยู่บนเมมบอร์ด เพื่อทำการควบคุมการทำงานต่างๆของระบบ และคำสั่งการสื่อสารต่างๆ *  Caching   หน่วยความจำที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งโดยตัวมันเองยังมีความสามารถ เหนือกว่า  RAM  ซึงจะคอยประสานการทำงานระหว่าง  RAM  กับ  CPU CD-ROM Drive  เป็นอุปกรณ์ประเภทมัลติมีเดีย ทำหน้าที่อ่านข้อมูลต่างๆแผ่นซีดี  Floppy Drive  อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูล เราจะใช้ในกรณีที่ต้องการ   Boot  เครื่องยามฉุกเฉิน หรือบันทึกงานไปยังเครื่องอื่น Hard Disk  คลังเก็บข้อมูลของระบบ เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบถาวร ที่มีลักษณะเป็นจานแม่เหล็ก  Chipset  เป็นส่วนเชื่อมโยงและควบคุมการทำงาน การส่งข้อมูล และยังมีส่วนช่วยในการประมวลผลของระบบ Main Board  เป็นอุปกรณ์ชิ้นที่ใหญ่ที่สุด อยู่ภายในเครื่อง  PC  ซึ่งเต็มไปด้วยแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน
จบการนำเสนอ

เทคโนโลยีสารสนเทศ และ....

  • 1.
  • 2.
    บทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตเป็นอันมากเทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกัน ทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา เมื่อรวมคำว่าเทคโนโลยีกับสารสนเทศเข้าด้วยกัน จึงหมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมการจัดเก็บข้อมูล การระมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน เป็นต้น เทคโนโลยีจึงมีความหมายที่กว้างขวางมาก นักเรียนจะได้พบกับสิ่งรอบๆๆตัวที่เกี่ยวกับการใช้สารสนเทศอยู่มาก ดังนี้ * การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • 3.
    นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ คำว่า เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประเทศใดมีเทคโนโลยีมากมักจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เทคโนโลยีจึงเป็นทางที่จะช่วยในการพัฒนาให้สินค้าและบริการมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานด้านต่างๆ คำว่า สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ * การประมวลผล ข้อมูลที่เก็บมาได้มักจะเก็บในสื่อต่างๆ เช่น แผ่นบันทึก แผ่นซีดีหรือ เทป เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนะมาประมวลผลตามต้องการ เช่น แยกแยะข้อมูลเป็นลุ่ม เรียงลำดับข้อมูล คำนวณ หรือ จัดการคัดแยกข้อมูลที่จัดเก็บนั้น
  • 4.
    * การแสดงผลลัพธ์ อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการแสดงผลลัพธ์มีมาก สามารถแสดงเป็นตัวหนังสือ เป็นรูปภาพ ตลอดจนพิมพ์ออกมาที่กระดาษ * การทำสำเนา เมื่อมีข้อมูลที่จัดเก็บในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การทำสำเนาจะทำได้ง่ายและทำได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นอุปกรณ์ช่วยในการทำสำเนา จัดได้ว่าเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง * การสื่อสารโทรคมนาคม เป็นวิธีการที่จะส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หรือกระจายออกไปยังปลายทางครั้งละมากๆ ปัจจุบันมีอุปกรณ์ระบบสื่อสารโทรคมนาคมหลายประเภท ตั้งแต่โทรเลข โทรศัพท์ เส้นใยนำแสง เคเบิลใต้น้ำ ดาวเทียม เป็นต้น
  • 5.
    ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีความเป็นอยู่ของสังคมสมัยใหม่อยู่มากลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้ * เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการประกอบการทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรม * เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย เมื่อมีการพัฒนาระบบข้อมูล และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่างๆ เน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย * เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับหารดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ * เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
  • 6.
    ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวางผลของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมกล่าวได้ดังนี้ * การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาระบบโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน * เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ * สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน มีการนำคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น วิดีทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • 7.
    * เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อมการจัดทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่าง จำเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วยที่เรียกว่า โทรมาตร เป็นต้น * เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางทหารมีการใช้เทคโนโลยี มีระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน * การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้า อุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาวิธีการในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลง เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์จึงเข้ามามีบทบาทมาก เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น
  • 8.
  • 9.
    Central processing unit(CPU) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นศูนย์กลางการทำงานของ PC ตัว CPU นั้นถือว่าเป็น Microprocessor ประเภทหนึ่ง ที่มีความสามารถ ในการจัดการคำสั่ง และการประมวลผลที่มีความซับซ้อน เป็นอย่างมาก Power supply ถือเป็น หม้อแปลงไฟฟ้าของระบบ เนื่องจาก อุปกรณ์ทุกชิ้น ที่ติดตั้งอยู่ภายใน PC นั้นจะต้องได้รับ ไฟฟ้าหล่อเลี้ยง มาจาก power supply ด้วยกันทั้งสิ้น ข้อควรระวัง ก็คือ power supply ราคาถูก มักมีตัวเลขบอกกำกับไฟสูงกว่าความจริง Fan พัดลมระบายความร้อนที่ติดมากับเคสจะไม่ค่อยมีมาให้ทุกเครื่อง แต่ถ้าต้องการจะให้มีการระบายความร้อนได้ดีขึ้น อาจซื้อพัดลมนี้มาติดเพิ่มขึ้นได้ Graphic Card ถือเป็นส่วนของการแสดงผล ซึ่งจะช่วยให้จอภาพแสดงภาพต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และเช่นเดียวกับ Sound Card ถือเป็น อุปกรณ์พื้นฐาน เพื่อรองรับระบบมัลติมีเดียต่างๆ
  • 10.
    Sound Card ตัวกลางในการควบคุม การทำงานที่เกี่ยวข้องกับเสียง ตั้งแต่ การบันทึกเสียง ไปจนถึงการเล่นไฟล์เสียงต่างๆ ซึ่งถือได้ว่า เป็นอุปกรณ์พื้นฐาน เพื่อรองรับระบบมัลติมีเดียนั่นเอง ในปัจจุบัน ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้มีการพัฒนา Chipset ที่รวมเอาความสามารถของ sound card มาด้วย Fax-Modem เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ที่สนใจเล่นอินเทอร์เนต ในเมมบอร์ด โมเด็มที่ดีเมื่อใช้รับส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต สัญญาณไม่หลุดง่าย Expansion Slot สล็อตเพิ่มขยาย ภายในเมมบอร์ดนั้น จะทำหน้าที่สำหรับต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะประกอบด้วย ระบบบัส และ Port ต่อเชื่อมที่หลากหลายซึ่งถูกติดตั้งขึ้นมา เพื่อรองรับ อุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป
  • 11.
    Ram (Memory) หรือหน่วยความจำ ซึ่งถือว่า เป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูล ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุด การทำงานของมันจะควบคู่ไปกับ CPU จึงจำเป็นต้องมีความเร็วในการทำงาน และอัตราการส่งผ่านข้อมูลที่สูง ประเภทของหน่วยความจำ ที่ไม่ใช่แค่เพียง RAM เท่านั้น คือ * Random-access memory (Ram) หน่วยความจำที่เสมือนตัวแทนของหน่วยความจำ การทำงานนั้น จะเสมือนมือขวาของ CPU โดยข้อมูลที่แทบทั้งหมด จะต้องถูกส่งผ่านมายัง Ram เสียก่อน แล้วค่อยไปยัง CPU * Read-only memory (ROM) หน่วยความจำถาวร สามารถเก็บข้อมูลเอาไว้ได้ ภายในแม้ว่าจะจะไม่มีประจุไฟฟ้า ( ต่างจาก RAM ที่เก็บข้อมูลได้ชั่วคราว ) จุดประสงค์ของ ROM คือ เก็บข้อมูล ที่สำคัญเอาไว้ ป้องกันไวรัส
  • 12.
    * Basic input/output system (BIOS) ส่วนสำคัญที่อยู่บนเมมบอร์ด เพื่อทำการควบคุมการทำงานต่างๆของระบบ และคำสั่งการสื่อสารต่างๆ * Caching หน่วยความจำที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งโดยตัวมันเองยังมีความสามารถ เหนือกว่า RAM ซึงจะคอยประสานการทำงานระหว่าง RAM กับ CPU CD-ROM Drive เป็นอุปกรณ์ประเภทมัลติมีเดีย ทำหน้าที่อ่านข้อมูลต่างๆแผ่นซีดี Floppy Drive อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูล เราจะใช้ในกรณีที่ต้องการ Boot เครื่องยามฉุกเฉิน หรือบันทึกงานไปยังเครื่องอื่น Hard Disk คลังเก็บข้อมูลของระบบ เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบถาวร ที่มีลักษณะเป็นจานแม่เหล็ก Chipset เป็นส่วนเชื่อมโยงและควบคุมการทำงาน การส่งข้อมูล และยังมีส่วนช่วยในการประมวลผลของระบบ Main Board เป็นอุปกรณ์ชิ้นที่ใหญ่ที่สุด อยู่ภายในเครื่อง PC ซึ่งเต็มไปด้วยแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน
  • 13.