การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองาน
จัดทำโดย
ด.ช.ณัฐวัฒน์ ชูจินดำ ม.3/5 เลขที่ 16
ด.ช.บรรณ ชลชำติภิญโญ ม.3/5 เลขที่ 25
นำเสนอ
มิสชุติกำญจน์ หว้ำปรำง
หัวข้อ
• การนาเสนอ
• วัตถุประสงค์ในการนาเสนอ
• ผู้ฟัง
• ผู้นาเสนองาน
• ข้อมูลที่ใช้ในการนาเสนองาน
• กระบวนการในการนาเสนอ
• หลักการนาเสนองานที่ดี
• อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอ
• ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการนาเสนองาน
การนาเสนองาน
• หลักการนาเสนอข้อมูลและสร้างสื่อนาเสนอ การนาเสนองานหรือ
ผลงานนั้นสื่อนาเสนอเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมเนื้อหา ของผู้บรรยายไป
ยังผู้ฟังและผู้ชม ดังนั้นสื่อจึงมีบทบาทสาคัญอย่างมาก สื่อที่ดี จะช่วยให้
การถ่ายทอดเนื้อหาสาระทาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ฟังและผู้ชมจะสามารถ
จดจาเนื้อหาสาระได้นานและเข้าใจในเนื้อหาได้ดีมากขึ้น ความหมายการ
นาเสนอ การนาเสนอข้อมูล หมายถึง การสื่อสารเพื่อเสนอข้อมูล ความรู้
ความคิดเห็น หรือความต้องการไปสู่ผู้ชม ผู้ฟังโดยใช้เทคนิคหรือวิธีการต่าง
ๆ อันจะทาให้บรรลุ ผลสาเร็จตามจุดมุ่งหมายของการนาเสนอ
วัตถุประสงค์ในการนาเสนอ
• 1. การต้อนรับ
• 2. การบรรยายสรุป
• 3. การประชาสัมพันธ์
• 4. การขาย การแนะนาสินค้าหรือบริการ
• 5. การเจรจาทาความตกลง
• 6. การเจรจาต่อรอง
• 7. การส่งมอบงาน
• 8. การฝึกอบรม
• 9. การสอนงาน
• 10. การรายงาน โดยทั่วไป การนาเสนอควรจะมุ่งเน้นในวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง
ไม่ควรจะนาเสนอด้วยวัตถุประสงค์ที่มากมายหลายด้าน จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถจะ
บรรลุผลได้อย่างแท้จริง
ลักษณะของผู้ฟังที่ดี 5 ประเภท
ผู้ฟังต้องมีจุดมุ่งหมำย
ในการฟังเรื่องใด ๆ ก็ตาม ผู้ฟังควรตั้งจุดมุ่งหมาย ในการฟัง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลัก 3
ประการ คือ
1) ฟังเพื่อความรู้
2) ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน
3) ฟังเพื่อให้ได้รับคติหรือความจรรโลงใจ
การฟังทั้ง 3 ประการ อาจรับฟังได้จากสื่อต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ การ
ประชุม ปาฐกถา ฯลฯ นอกจากนี้การฟังในแต่ละครั้ง ผู้ฟังอาจได้รับประโยชน์ทั้ง 3
ด้าน หรือด้านใด ด้านหนึ่ง เฉพาะด้านซึ่งเป็นการฟังเพื่อประโยชน์ของตนเอง
ผู้ฟังต้องมีควำมพร้อม
ซึ่งหมายถึงความพร้อมทางกาย คือมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่
เจ็บป่วย ความพร้อมทางใจ คือมีจิตใจพร้อมที่จะรับฟัง ไม่วิตกกังวลใน
เรื่องอื่น และมีความพร้อม ทางสติปัญญา หมายถึง มีการเตรียมตัวที่จะ
ใฝ่หาความรู้เป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะรับฟังเพราะเรื่องบางเรื่องอาจต้องอาศัย
ความรู้และประสบการณ์เดิม หรือคาศัพท์ ทางวิชาการ เป็นต้น ถ้าผู้ฟัง ไม่
มีความรู้มาก่อน อาจฟังไม่รู้เรื่องหรือจับใจความไม่ได้ ซึ่งทาให้เกิดความ
เบื่อหน่ายไม่ได้ประโยชน์จากการรับฟังเท่าที่ควร
ผู้ฟังต้องมีสมำธิ
ในการฟังหรือการกระทาสิ่งใดก็ตาม จาเป็นต้องมีสมาธิ คือมีจิตใจ
จดจ่อในเรื่องนั้น ๆ ในการฟัง หากผู้ฟัง ฟังอย่างใจลอย หรือไม่ตั้งใจฟัง
เท่าที่ควร ก็ไม่สามารถจับใจความที่ฟังได้หมดครบถ้วน อาจทาให้เข้าใจ
ไขว้เขว หรือไม่ได้เนื้อหาสมบูรณ์ การมีสมาธิในการฟังผู้ฟังต้องฝึกฝน
ตนเองให้รู้จักควบคุมจิตใจ โดยเอาใจจดจ่อในเรื่องที่ฟังเป็นพิเศษ
ฟังต้องมีควำมกระตือรือร้น
คือสนใจและเล็งเห็นประโยชน์จากการฟังอย่างแท้จริง
ไม่ใช่ฟังด้วยจาใจหรือถูกบังคับ
ฟังต้องไม่มีอคติ
การมีอคติ ได้แก่ การลาเอียง อาจจะเป็นลาเอียงเพราะรัก ลาเอียง
เพราะโกรธ ลาเอียงเพราะหลง การลาเอียงทาให้แปลเจตนาในการฟัง
ผิดความหมาย หรือคลาดเคลื่อนจากที่เป็นจริงได้ ถ้าผู้เรียนยึดถือ
หลักการฟังทั้ง 5 ข้อนี้ก็จะเป็นผู้รับสารด้วยการฟัง ได้ครบถ้วนตาม
ความมุ่งหมาย
ผู้นาเสนองาน
การนาเสนอเป็นหนึ่งในทักษะที่ทุกคนจะต้องฝึกฝนให้เกิดขึ้นแก่
ตน เพราะเป็นทางนามาซึ่งความสาเร็จในการนาผลงาน แผนงาน
โครงการและความคิดต่างๆ เสนอเพื่อให้มีการรับรอง หรือ อนุมัติ นับว่า
เป็นสิงสาคัญอย่างยิ่งในการทางานและการดาเนินชีวิต
ข้อมูลที่ใช้ในการนาเสนองาน
ในการนาเสนอแต่ละครั้งนั้น สามารถนาข้อมูลที่มีลักษณะแตกต่างกัน
มาร่วม นาเสนอด้วยกันได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้นาเสนอ ข้อมูลที่จะ
นาเสนอแบ่งออกตามลักษณะของข้อมูล ได้แก่
2.ข้อคิดเห็น เป็นความเห็นอันเกิดจากประเด็นหรือเรื่องราวที่ชวนให้คิด
1.ข้อเท็จจริง หมายถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เรื่องราวที่
เป็นมาหรือเป็นอยู่ตามความจริง
กระบวนการในการนาเสนอ
• การกาหนดเรื่องและขอบเขตของเนื้อหา
• การวางโครงเรื่อง
• การสารวจแหล่งข้อมูล
• การรวบรวมข้อมูล
• การวิเคราะห์ข้อมูล
• การเรียบเรียงเนื้อหาของรายงาน
หลักการนาเสนองานที่ดี
• มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
• มีรูปแบบการนาเนื้อหาสาระดี
• เสนอเหมาะสม
• ข้อเสนอที่ดี
การนาเสนอข้อมูลด้วยการใช้เทคโนโลยี
• การนาเสนอข้อมูลด้วยการใช้เทคโนโลยี ต้องมีประเด็นความคิดที่
ชัดเจน การออกแบบสื่อที่ถูกต้อง มีเค้าโครง มีความเรียบง่ายและ
ชัดเจน ดังนี้
• การออกแบบสื่อต้องมีการจัดวางรูปแบบของสื่อ
• Power Point แผนภาพ นั้น ๆ ต้องจัดวางทิศทางของเนื้อหาให้อยู่
ในแนวนอน เรียงจากซ้ายไปขวา จะทาให้ดูง่ายขึ้น
• ไม่ใส่เนื้อหาบนสื่อมาก
• ใช้สี เส้น และตัวอักษร เป็นสิ่งดึงดูดให้เห็นความแตกต่างในเรื่องที่
นาเสนอ
hardware and software
สนับสนุน การนาเสนองาน
• ฮำร์ดแวร์ (Hardware) คือ เครื่องมือ อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณืคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่สามารถจับ ต้อง
ได้ ฮาร์แวร์แต่ละประเภทจะมีลักษณะและเหมาะสาหรับงานนาเสนอ
งานต่างกัน ตัวอย่างฮาร์ดแวร์ที่สนับสนุนการนาเสนองาน
1. เครื่องฉำยภำพข้ำมศรีษะหรือเครื่องฉำยภำพโปร่งใส
(Overhead Projector)
2. เครื่องฉำยภำพ 3 มิติ
(Digital Visualizer)
3. จอภำพ (Monitor)
4. โพรเจกเตอร์ (Projector)
4.1 แอลซีดีโพรเจกเตอร์ (LCD :
Liquid Crystal Display Projector)
4.2 ดีแอลพีโพรเจกเตอร์ (DLP :
Digital Light Processing Projector)
5. ลำโพง (Speaker)
ซอฟต์แวร์สาหรับใช้นาเสนอข้อมูลหรืองานในรูปกราฟิกมี
4 ประเภท
• 1.ซอฟต์แวร์การนาเสนอข้อมูลซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถนาเสนอ
ข้อมูลภาพ รูปกราฟิกต่าง ๆ ได้ โดยไม่สามารถแก้ไขข้อมูลต้นฉบับได้
เช่น ซอฟต์แวร์บราวเซอร์
2.ซอฟต์แวร์การสร้างและการนาเสนอข้อมูล สามารถสร้างและแก้ไข
ข้อมูลซึ่งเป็นตัวอักษร ภาพ รูป กราฟต่าง ๆ เพื่อนามาแสดงหรือนาเสนอได้
ง่าย ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ฮาร์เวิร์ดกราฟิก (Harvard Graphic)
ซอฟต์แวร์โลตัสฟรีแลนซ์ (Lotus Freelance) และซอฟต์แวร์
ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ (Microsoft Power Point) และ
ซอฟต์แวร์นาเสนอของชุดออฟฟิซปลาดาว
3.ซอฟต์แวร์นาเสนอข้อมูลกราฟิก ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ใช้ข้อมูลจากการ
เก็บรวบรวม คานวณ หรือทดลองมาแสดงผลเป็นรูปกราฟ 2 มิติ หรือ
กราฟ 3 มิติ ทาให้เข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างของ
ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เอ็กเซล
(Microsoft Excel)
4.ซอฟต์แวร์การนาเสนอกราฟิกเฉพาะทาง เช่น การสร้างแผนที่อากาศ
การทดสอบเครื่องบินในอุโมงค์ลม การสร้างภาพนามธรรม
1.ซอฟต์แวร์อิมเพรส(Impress)
2.ซอต์ฟแวร์มุฟวีเมกเกอร์(movie maker)
3.ซอฟต์แวร์กอมเพลเยอร์หรือวีแอลซีมีเดียเพลเยอร์
4.ซอต์ฟแวร์แฟลชเพลเยอร์ (flash player)
5.ซอต์ฟแวร์อะโครแบต (acorbat)
6.ซอต์ฟแวร์บีบอัดข้อมูล
จบการนาเสนอเพียงเท่านี้ครับขอบคุณครับ

กาารใช้เทคโนโลยีในการนำเสนองาน