1
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ ดี พ.ศ. 2546 ได้ตราขึ้นตาม กฎหมาย ข้อใด
ก. กฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539
ข. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ. 2539
ค. กฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ง. ถูกทุกข้อ
2. ในทางปฏิบัติราชการส่วนใดจะปฏิบัติเมื่อใดต้องมีเงื่อนไขอย่างไร ใครเป็นผู้กาหนดให้ปฏิบัติตามพระราช กฤษฎีกานี้
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ค. นายกรัฐมนตรี ง. คณะรัฐมนตรี
3. ใครมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ (แก่คณะรัฐมนตรี) ก่อนจะปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ในการที่จะให้ส่วน ราชการปฏิบัติ
เมื่อใดและจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใดบ้าง
ก. คณะรัฐมนตรี ข. ก.พ.
ค. ก.พ.ร. ง. ก.พ.อ.
4. คาว่า "ส่วนราชการ" ตามความหมายพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ ดี พ.ศ.
2546 นั้นให้ความหมายถึงส่วนราชการตามกฎหมายข้อใด
ก. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ข. ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ค. ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม
ง. ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
5. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนั้นจะต้องบริหารราชการให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดกี่ประการ
ก. 7 ประการ ข. 6 ประการ
ค. 5 ประการ ง. 4 ประการ
6. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนั้นเป้าหมายสูงสุดคือข้อใด
ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ข. เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ค. ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
ง. เกิดผลคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
7. ความบริหารของการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลตามข้อใด
ก. ความผาสุขของประชาชน ข. ความอยู่ดีของประชาชน
ค. ความสงบสุขเรียบร้อยของประชาชน ง. ถูกต้องทั้งหมด
8. ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนราชการจะต้องดาเนินการโดยเอาอะไรเป็น ศูนย์กลางในการ
บริหารกิจการ
ก. หน่วยราชการ ข. ประเทศ
ค. สังคมและชุมชน ง. ประชาชน
9. ในการกาหนดภารกิจของรัฐและส่วนราชการจะต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ความสุขของประชาชนและจะ สอดคล้อง
ตามข้อใด
ก. สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญและ ก.พ.ร.กาหนด
ข. สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐและนโยบายของคณะรัฐมนตรี
ค. สอดคล้องกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีและแนสนโยบายกระทรวง
ง. สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ
10. ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนนั้นส่วนราชการจะต้องต้องมีแนวทางในการบริหาร ราชการกี่
ประการ
ก. 5 ประการ ข. 6 ประการ
ค. 7 ประการ ง. 8 ประการ
2
11. ส่วนราชการใดที่จะต้องดาเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนนั้นจะต้องมีการกาหนดแนวทางการ บริหาร
ราชการตามข้อใดเป็นอันดับแรก
ก. กาหนดภารกิจการบริหารกิจการราชการให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐ
ข. จะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียให้ครบทุกด้านที่กระทบต่อประชาชน
ค. ศึกษาปัญหาและอุปสรรคก่อนการดาเนินการแล้วปรับปรุงโดยเร็ว
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
12. ในทางปฏิบัติหากมีกรณีที่เกิดปัญหาและอุปสรรคจากการดาเนินการให้ส่วนราชการปฏิบัติตามข้อใด
ก. แก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นโดยเร็ว
ข. แจ้งเรียนส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องได้ทราบปัญหา
ค. แจ้ง ก.พ.ร. ให้รับทราบ
ง. แจ้งผู้บังคับบัญชาให้แก้ไขระเบียบข้อบังคับมันโดยเร็ว
13. ในการบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐส่วนราชการจะต้องปฏิบัติภารกิจนั้นจะต้อง ดาเนินการตาม
ข้อใดเป็นอันดับแรก
ก. จัดทาแบบปฏิบัติราชการโดยมีรายละเอียดของขั้นตอนระยะเวลาและงบประมาณตลอดจนเป้าหมายของ ภารกิจนั้น
ข. รับความฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการมาศึกษาวิเคราะห์แล้วกาหนดภารกิจ
ค. จัดให้มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามภารกิจหลักเกณฑ์และวิธีที่ส่วนราชการกาหนดขึ้น
ง. กาหนดภารกิจการบริหารราชการให้สอดคล้องกับ แนวนโยบายของรัฐ
14. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดทาแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติราชการแผ่นดิน โดยจัดทา
เป็นแผนตามข้อใด
ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี
15. หน่วยงานใดขาดให้มีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดาเนินการอยู่
ก. สานักงบประมาณ
ข. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ค. ก และ ข ถูก
ง. ถูกเฉพาะข้อ ข เท่านั้น
16. ในการลดขั้นตอยการปฏิบัติงานนั้นส่วนราชการจะทาตามข้อใด
ก. กระจายอานาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการสั่งการอนุญาติการอนุมัติให้แก่ผู้ดาเนินการเรื่องนั้นได้โดดยตรง
ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่จาเป็นและเพิ่มภารกิจที่บริการให้มากที่สุด
ค. ให้ประชาชนผู้ร่วมบริการรวมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วมและศูนย์บริการเพียงแห่งเดียว
ง. ถูกทุกข้อ
17. ในการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ส่วนราชการ
จะจัดให้มีตามข้อใด
ก. กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน
ข. ให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการหรือข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ราชการของ
ส่วนราชการนั้น
ค. ให้มีอานาจออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศเพื่อบังคับใช้
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
18. ผู้ที่ทาหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการคือข้อใด
ก. คณะ ก.ร.ม. ข. ก.พ.ร.
ค. ก.พ. ง. คณะผู้ประเมินอิสระ
19. ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการอาจจัดให้มีการประเมินข้อใดบ้าง
ก. ผู้บังคับบัญชา ข. หน่วยงานในส่วนราชการ
ค. ข้าราชการ ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
20. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามแนวทางของภารกิจนี้ อย่าง
น้อยจะต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวข้องกับข้อใดบ้าง
ก. การลดขั้นตอน การปฏิบัติงานและการอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
3
ค. เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนและไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติเกินความจาเป็น
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
21. ผู้ที่ทาหน้าที่ดูแลและให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการ
บ้านเมืองที่ดีตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้ คือ
ก. สานักปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
ข. สานักนายกรัฐมนตรี
ค. กระทรวงมหาดไทย
ง. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
1. ค 2. ง 3. ค 4. ค 5. ก 6. ข 7. ง 8. ง 9. ข 10. ก 11. ก 12. ก 13. ก 14. ค 15. ค 16. ก 17. ง 18. ง 19. ง
20. ก 21. ค
116. ในกรปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประชาชนหรือติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน อะไรเป็นสิ่ง
สาคัญที่ส่วนราชการควรกาหนดและประกาศให้ประชาชนทราบ
ก. ระยะเวลาแล้วเสร็จของแต่ละงาน ข. จานวนเงินงบประมาณของแต่ละงาน
ค. จานวนบุคลากรของแต่ละงาน ง. วัตถุประสงค์ของแต่ละงาน
ตอบ ก. (หมวดที่ 7 มาตรา 37)
117. ผู้ใดมีหน้าที่ตรวจสอบ ว่างานเสร็จตามเวลาที่กาหนดหรือไม่
ก. ผู้บังคับบัญชา ข. ปลัดกระทรวง
ค. นายกรัฐมนตรี ง. อธิบดี
ตอบ ก. ผู้บังคับบัญชา (หมวดที่ 7 มาตรา 37 วรรคสอง)
118. เมื่อส่วนราชการใด ได้ติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นต้องตอบ คาถามหรือ
แจ้งให้ทราบภายในกี่วัน
ก. 15 วัน ข. ภายในกาหนดเวลาที่กาหนด
ค. ทั้งข้อ ก และ ข ง. 30 วัน
119. การจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการเพื่ออานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ต้องจัดตามระบบ
เดียวกับหน่วยงานใด
ก. ระบบเดียวกับที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและกานสื่อสาร
ข. ระบบเดียวกับที่สานักนายกรัฐมนตรีประกาศใช้
ค. ระบบเดียวกับคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการ
ง. ระบบเดียวกับที่กระทรวงคมนาคมรับรอง
ตอบ ก. (หมวดที่ 7 มาตรา 39)
120. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ได้จัดการอย่างไร เพื่ออานวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่ประชาชน ในการ
ติดต่อกับส่วนราชการทุกแห่ง
ก. จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศกลางขึ้น
ข. จัดให้มีระบบสารบัญอิเล็กทรอนิกส์กลางขึ้น
ค. จัดให้มีระบบศูนย์เครือข่ายบริการประชาชนกลางขึ้น
ง. จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชนขึ้น
ตอบ ก. จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศกลางขึ้น (หมวดที่ 7 มาตรา 40)
121. ในกรณีที่ส่วนราชการใดไม่อาจจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการได้ให้ทาอย่างไร
ก. ให้กระทรวงต้นสังกัดของหน่วยงานจัดทาระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ข. ให้สานักงานพัฒนาระบบราชการไทยดาเนินการจัดทาระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ค. ร้องขอให้กระทรวงเทคโนโลยีฯ ดาเนินการจัดระเบียบเครือข่ายสารสนเทศ
ง. ร้องขอให้สานักงบประมาณจัดงบประมาณให้จัดระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ตอบ ค. (หมวดที่ 7 มาตรา 40)
122. กรณีที่ส่วนราชการ ได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะ เป็นหน้าที่ของใคร ที่จะต้องพิจารณาดาเนินการ
ก. ผู้บังคับบัญชา ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ส่วนราชการนั้น ง. ปลัดกระทรวง
ตอบ ค. ส่วนราชการนั้น (หมวดที่ 7 มาตรา 41)
4
123. กรณีได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะ จากข้าราชการ หรือส่วนราชการอื่น ให้ผู้ออกกฎระเบียบ พิจารณาชี้แจงให้ทราบ
ภายในกี่วัน
ก. 5 วัน ข. 10 วัน
ค. 15 วัน ง. 20 วัน
ตอบ ค. 15 วัน (หมวดที่ 7 มาตรา 42(2) )
124. ตามข้อ 123 การร้องเรียน หรือเสนอแนะ ส่วนราชการ จะแจ้งผ่านหน่วยงานใดได้อีก
ก. แจ้งผ่าน ก.พ.ร. ได้
ข. แจ้ง ผ่านสานักนายกฯ ได้
ค. แจ้งผ่าน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนได้
ง. แจ้งผ่าน คมช. ได้
ตอบ ก. แจ้งผ่าน ก.พ.ร. ได้ (หมวดที่ 7 มาตรา 42 วรรคสาม)
125. การปฏิบัติราชการในเรื่องใด ๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่องเปิดเผย เว้นแต่ข้อใด
ก. เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ
ข. เพื่อความจาเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ค. การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล จึงกาหนดให้เป็นความลับได้เท่าที่จาเป็น
ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 43)
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 43)
126. เรื่องใด ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผย
ก. ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจาปี
ข. รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อ หรือจัดจ้างที่จะดาเนินการในปีงบประมาณนั้น
ค. สัญญาใด ๆ ที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 44)
127. ในการจัดทาสัญญาจัดซื้อหรือจัดจ้าง ห้ามมีข้อความใดบ้าง
ก. ห้ามมิให้เปิดเผยข้อความหรือข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว
ข. ควรเปิดเผยสัญญา
ค. ควรเปิดเผยข้อตกลงในสัญญา
ง. ไม่มีข้อห้ามทุกข้อ
ตอบ ก. (หมวดที่ 7 มาตรา 44)
128. ส่วนราชการต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาใด เว้นแต่
ก. เป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย
ข. เป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้ กฎ ระเบียบ
ค. เป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองความลับทางราชการ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 44)
129. การกาหนดระยะเวลาปฏิบัติงาน การจัดระบบสารสนเทศ เป็นการบริหารราชการแบบใด
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
ค. การอานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน
ง. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ตอบ ค. (หมวดที่ 7 มาตรา 37 - 40)
130. การรับฟังข้อร้องเรียน การเปิดเผยข้อมูล เป็นการบริหารราชการแบบใด
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
ค. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ง. การอานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน
ตอบ ง. (หมวดที่ 7 มาตรา 41 - 44)
5
131. การประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ
ข. คุณภาพการให้บริการ
ค. ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 8 มาตรา 45)
132. ตามข้อ 131 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ผู้ใดกาหนด
ก. ก.พ.ร. ข. ครม.
ค. คมช. ง. รมว
ตอบ ก.พ.ร. (หมวดที่ 8 มาตรา 45)
133. การประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาและละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการจะต้องกระทาในลักษณะ ใด
ก. ต้องกระทาเป็นความลับ
ข. ต้องกระทาเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ
ค. ต้องเปิดเผย
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ตอบ ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก (หมวดที่ 8 มาตรา 46)
134. การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่ออะไร
ก. เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล
ข. เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาระบบราชการ
ค. เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ก. เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล (หมวดที่ 8 มาตรา 47)
135. ในกรณีที่ส่วนราชการ ดาเนินการเป็นไปตามเป้าหมายกาหนด ให้ผู้ใด เสนอ ครม. จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษให้ ส่วน
ราชการ
ก. ก.พ.ร. ข. ครม.
ค. คมช. ง. รมว.
ตอบ ก. ก.พ.ร. (หมวดที่ 8 มาตรา 48)
136. การจัดสรรเงินรางวัล ให้ข้าราชการในสังกัด เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ผู้ใดกาหนด
ก. ก.พ.ร. ข. ครม.
ค. คมช. ง. รมว.
ตอบ ก. ก.พ.ร. (หมวดที่ 8 มาตรา 48)
137. ตามข้อ 136 โดยความเห็นชอบของผู้ใด
ก. ก.พ.ร. ข. ครม.
ค. คมช. ง. รมว.
ตอบ ข. ครม. (หมวดที่ 8 มาตรา 49)
138. เมื่อส่วนราชการใดได้ดาเนินการไปตามเป้าหมายโดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ ก.พ.ร. กาหนด แล้ว
ก.พ.ร. สามารถเสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรสิ่งใดให้หน่วยราชการนั้น
ก. เพื่อจัดสรรรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น
ข. เพื่อจัดสรรให้ส่วนราชการนั้นใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการนั้น
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ง. ข้อ ก. และ ข. ผิด
ตอบ ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก (หมวดที่ 8 มาตรา 49)
หลักเกณฑ์การบริหารบ้านเมืองที่ดี
1. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ มีชื่อย่อ
ก. ก.พ. ข. ก.พ.ร.
ค. กพ. รร. ง. ก.ร.ร.
6
จ. ไม่มีข้อใดถูก
2. ก.พ.ร. ประกอบด้วยกรรมการจานวนไม่เกิน
ก. 11 คน ข. 12 คน
ค. 13 คน ง . 14 คน
จ. 15 คน
3. สานักงาน ก.พ.ร. ในปัจจุบันมีฐานะอย่างไร
ก. ไม่เป็นส่วนราชการ ไม่มีฐานะเป็นกรม
ข. ไม่เป็นส่วนราชการ แต่มีฐานะเทียบเท่ากรม
ค. เป็นส่วนราชการอิสระ ซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม
ง. เป็นส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีฐานะเป็นกรม
จ. เป็นส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม
4. ข้อใดไม่ใช่อานาจหน้าที่ของ ก.พ.ร.
ก. เสนอแนะ และให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ การพัฒนาระบบราชการ
ข. ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม
ค. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกาหนดอานาจหน้าที่ และการแบ่งส่วนราชการภายในของส่วนราชการ
ที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการอื่น
ง. ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
จ. เรียกให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใดมาชี้แจงหรือแสดงความเห็นประกอบ การพิจารณา
5. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ
ก. 2 ปี ข. 3 ปี
ค. 4 ปี ง. 5 ปี
จ. 6 ปี
6 .เลขาธิการ ก.พ.ร. เป็น
ก. ข้าราชการการเมือง
ข. ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ค. ข้าราชการวิสามัญ
ง. พนักงานราชการ
จ. พนักงานของรัฐ
7. ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 3/1 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ. 2545 ได้กาหนดว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการต้องใช้วิธีการ
บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยต้องคานึงถึง
ก. ความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน
ข. การมีส่วนร่วมของประชาชน
ค. การเปิดเผยข้อมูล
ง. การติตามตรวจสอบและประเมินผลการ ปฏิบัติงาน
จ. ถูกทุกข้อ
8. ข้อใดถูกต้อง
ก. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2545
ข. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
ค. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2545
ง. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
จ. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสร้างหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
9. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามพระราชกฤษฎีกา
ก. ประชาชนได้รับความอานวยสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น
ค. การบริการประชาชนด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์
ง. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
จ. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
10. การดาเนินการโดยถือว่า “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ที่จะได้รับการบริการจากรัฐ” อยู่ในหลักการบริหาร
กิจการบ้านเมืองที่ดี ข้อใด
ก. ประชาชนได้รับความอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
7
ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น
ค. การบริการประชาชนด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์
ง. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
จ. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
11. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสานักงบประมาณจะต้องร่วมกันจัดทาแผน
การบริหารราชการแผ่นดิน เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายใน
ก. 30 วัน ข. 45 วัน
ค. 60 วัน ง. 90 วัน
จ. 120 วัน
12. หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ทาแผนนิติบัญญัติ
ก. สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ข. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ค. สานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
จ. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
13. แผนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้จัดทาเป็นแผน
ก. 1 ปี ข. 2 ปี
ค. 3 ปี ง. 4 ปี
จ. 5 ปี
14. ให้ส่วนราชการจัดทา...................... ให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
ก. แผนการบริหารราชการแผ่นดินของส่วนราชการ
ข. แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการ
ค.แผนปฏิบัติราชการเพื่อของบประมาณ
ง .แผนพัฒนาการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ
จ. ไม่มีข้อใดถูก
15. สาระสาคัญในแผนปฏิบัติราชการประจาปี คือ
ก. นโยบายการปฏิบัติราชการ ของส่วนราชการ
ข. เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน
ค. ประมาณการรายได้และรายจ่าย
ง. ทรัพยากรอื่นที่ต้องใช้
จ. ถูกทุกข้อ
16. หน่วยงานใดเป็นผู้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทา “บัญชีต้นทุน” ในงานบริการสาธารณะ
ก. กรมบัญชีกลาง
ข. สานักงบประมาณ
ค. กระทรวงการคลัง
ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย
จ. สานักงาน ก.พ.ร.
17. ใครบ้างที่ต้องดาเนินการเรื่อง ศูนย์บริการร่วม
ก. ปลัดกระทวง
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. นายอาเภอ
ง. ปลัดอาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจากิ่งอาเภอ
จ. ถูกทุกข้อ
18. สิ่งใดบ้างที่ส่วนราชการต้องทาและเปิดเผยให้ประชาชนทราบ
ก. แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดาเนินการ
ข. กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน
ค. ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ รายจ่ายแต่ละปี
ง. เป้าหมาย แผนการทางาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ และงบประมาณที่จะต้องใช้ในแต่ละงาน หรือ
โครงการ
จ. ถูกทุกข้อ
19.ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของส่วนราชการจะประเมินเกี่ยวกับ
ก. ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ
ข. คุณภาพการให้บริการ
ค. ความพึงพอใจของประชาชนผุ้รับบริการ
ง.ความคุ้มค่าในภารกิจ
จ. ถูกทุกข้อ
20. ข้อใดถูกต้องในการสั่งราชการ
8
ก. โดยปกติให้กระทาเป็นลายลักษณ์อักษร
ข. กรณีมีความจาเป็นผู้บังคับบัญชาอาจสั่งราชการด้วยวาจาก็ได้
ค. ถ้ามีการสั่งการด้วยวาจา ผู้รับคาสั่งต้องบันทึกคาสั่งนั้นเป็นลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.
จ. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
1.ข 2.ค 3.ง 4.ง 5.ค 6.ข 7.จ 8.ง 9.ค 10.จ
11.ง 12.ง 13.ง 14.ข 15.จ 16.ก 17.จ 18.จ 19.จ 20.จ
9
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ฉบับแก้ไข (ฉบับ 2 ) พศ. 2548
ชุด 1 ข้อ 1 – 35
ข้อ 1 น้อง nest เขียนจดหมายมา 3 คันรถ ในจดหมายเขียนมาถามว่า ระเบียบนี้เรียกว่า อะไร ?
ก.เรียกว่า "ระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณสานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526
ข.เรียกว่า "ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ค.เรียกว่า "ระเบียบงานสารบรรณของสานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526
ง.เรียกว่า "ระเบียบของสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ตอบ ข.เรียกว่า "ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
(ข้อ 1) ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ข้อ 2 ข้อ 2 ระเบียบดังกล่าวใช้บังคับเมื่อไร?
ก. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป
ข. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป
ค. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป
ง. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ตอบ ตอบ ค. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ข้อ 3 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ฉบับใดบ้างที่ถูกยกเลิก ข้อใดผิด ?
ก. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2506
ข.ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ พ.ศ. 2517
ค.ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516
ง.ระเบียบสานักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูปงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ตอบ ง.ระเบียบสานักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูปงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
3.1 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2506
3.2 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ พ.ศ. 2517
3.3 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติ
ของคณะรัฐมนตรี และคาสั่งอื่นใด ในส่วนที่กาหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้
แทน เว้นแต่กรณีที่กล่าวในข้อ 5
ข้อ 4 หากหน่วยราชการใดมีความจาเป็นจะต้องปฏิบัตนอกเหนือไปจากที่ระเบียบนี้กาหนดควรทาอย่างไร?
ก.ขอทาความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ข.ขออนุมัติคณะรัฐมนตรี
ค.ขอทาความตกลงกับหน่วยงานนั้น
ง.ขอทาความตกลงกันระหว่างหน่วยงานที่ใช้ถึงกัน
ตอบ ก.ขอทาความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ข้อ 4 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ
ส่วนราชการใดมีความจาเป็น ที่จะต้องปฏิบัติงานสารบรรณนอกเหนือไปจากที่ได้กาหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ขอทาความตก
ลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ข้อ 5 ในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กาหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานสารบรรณไว้เป็น
อย่างอื่นหากต้องการปฏิบัติให้ทาอย่างไร?
ก.ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ข.ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบงานสารบัญกลาง
คให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
ง.ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยงานสารบัญ
ตอบ ค ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
ข้อ 5* ในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กาหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานสารบรรณไว้
เป็นอย่างอื่น ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32
ลงวันที่ 23 กันยายน 3548
10
ข้อ 6 ว่าที่ ร.ต.ต. decvaet อยากถามว่าข้อใดไม่ใช่ความหมาย คาว่างานสารบรรณ ?
ก. งานที่เกี่ยวกับการบริการงานเอกสาร
ข. งานที่เกี่ยวกับการ การจัดทา การรับ การส่ง
ค. งานที่เกี่ยวกับ การเก็บรักษา
ง. งานที่เกี่ยวกับ การยืม จนถึงการทาลาย
ตอบ ก. งานที่เกี่ยวกับการบริการงานเอกสาร (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6)
ข้อ 6* ในระเบียบนี้
"งานสารบรรณ" หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่ การจัดทา การรับ การส่ง การเก็บรักษา การ
ยืม จนถึงการทาลาย
"หนังสือ" หมายความว่า หนังสือราชการ
“อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทาง
แม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น
(ข้อ*6แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32
ลงวันที่ 23 กันยายน 3548)
ข้อ 7 ข้อ 7 ว่าที่ ร.ต.ต.หญิง ขนมน้า อยากถามว่า คาว่างานสารบรรณ หมายความว่าอะไร?
ก. งานที่เกี่ยวกับการการจัดทาเอกสาร
ข. งานที่เกี่ยวกับการ การรับ การส่ง
ค. งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทาลาย
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7
ข้อ 8 จงให้ความหมายของคาว่า “อิเล็กทรอนิกส์ ” ในขอบเขตเนื้อหาวิชานี้นะ น้อง von คุณแม่ขอร้อง ?
ก.หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางเทคโนโลยี่ และ วัตถุทางวิทยาศาสตร์
ข.หมายความว่าการประยุกต์ใช้ด้วยวิธีลาแสง และเสียงตามสาย ด้วยเทคโนโลยี่ สมัยใหม่
ค. หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธี
ต่าง ๆ เช่นว่านั้น
ง.ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ค. หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการ
ประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น(อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7
ข้อ 9 ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ อีเล็กทรอนิกส์ ?
ก..หมายความว่าการประยุกต์ใช้ด้วยวิธีลาแสง และเสียงตามสาย ด้วยเทคโนโลยี่ อิเล็กทรอนิกส์
ข.หมายความว่า หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ค. หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน
ง.หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ
เช่นว่านั้น
ตอบ ก..หมายความว่าการประยุกต์ใช้ด้วยวิธีลาแสง และเสียงตามสาย ด้วยเทคโนโลยี่ อิเล็กทรอนิกส์
(ข้อนี้ขออนุญาตครับ แม้ว่า คาตอบจะตอบให้ความหมายที่ถูกหรือใกล้เคียงกันก็จริง แต่ คาตอบที่ถูกที่สุดก็คือทุกคาพูดที่
อ้างตรงกับตัวบท จึงจะถูกต้อง)(อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7
ข้อ 6* ในระเบียบนี้
"งานสารบรรณ" หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่ การจัดทา การรับ การส่ง การเก็บรักษา การ
ยืม จนถึงการทาลาย
"หนังสือ" หมายความว่า หนังสือราชการ
“อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทาง
แม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น
ข้อ 10 ถามแบบตรงไปตรงมา หนังสือหมายความว่าอะไร?
ก.หมายความว่าเอกสารทุกชนิด
ข.หมายความว่าหนังสือราชการ
ค.หมายความว่าเอกสารราชการ
ง.หมายความตามทุกข้อที่กล่าวมา
ตอบ ข.หมายความว่าหนังสือราชการ( อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7
ข้อ 11 ข้อใดเป็นความหมายของ”ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์”
ก.การรับส่งข้อมูลข่าวสาร
ข.หนังสือผ่านระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
11
ค..กระบวนการรับส่งข้อมูลโดยสารสนเทศ
ง.ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ ง.ถูกทั้ง ก และ ข (อ้างอิงจาก ระเบียบ ฯ ข้อ 6)
ข้อ 12 ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ "ส่วนราชการ" ?
ก. กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน
ข. หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนิ ท้องถิ่น
ค. หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ในต่างประเทศ
ง. ให้หมายความรวมถึงประธานคณะกรรมการด้วย
ตอบ ง. ให้หมายความรวมถึงประธานคณะกรรมการด้วย (อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6)
ข้อ 13 “ส่วนราชการ”ความหมายว่าอย่างไร ?
ก.กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน
ข.หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
ค.หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการด้วย
ง.ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6)
ข้อ 14 ข้อใดไม่ใชความหมายของคาว่า "คณะกรรมการ"?
ก. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ
ข. หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทางาน
ค. หมายความรวมถึงคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
ง. หมายความรวมถึงคณะประธานกรรมการ อื่นในลักษณะเดียวกัน
ตอบ ง. หมายความรวมถึงคณะประธานกรรมการ อื่นในลักษณะเดียวกัน(อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6)
ข้อ 15 “คณะกรรมการ” หมายความว่าอย่างไร?
ก. บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงอนุกรรมการ คณะทางาน
หรือ บุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
ข. บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ บุคคล
ทางาน หรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
ค. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ
คณะทางาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
ง. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ
บุคคลทางาน หรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
ตอบ ค. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึง
คณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน(อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6)
ข้อ 6* ในระเบียบนี้
"งานสารบรรณ" หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่ การจัดทา การรับ การส่ง การเก็บรักษา การ
ยืม จนถึงการทาลาย
"หนังสือ" หมายความว่า หนังสือราชการ
“อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทาง
แม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น
“ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การรับส่งข้อมูลข่าวสาร หรือ
หนังสือผ่านระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
"ส่วนราชการ" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการด้วย
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความ
รวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
(ข้อ 6 ได้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32
ลงวันที่ 23 กันยายน 3548)
ข้อ 16 ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้?
ก. นายกรัฐมนตรี
ข.รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี
ค.ปลัดสานักงานสารบัญนายกรัฐมนตรี
ง.ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
ตอบ ง.ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี (อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญข้อ 8)
12
ข้อ 17 ข้อใดไม่ใช่อานาจขอผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ?
ก.อานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข.การแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก
ค. จัดทาคาอธิบายกับให้มีหน้าที่ดาเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานบริหารเอกสาร
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ค. จัดทาคาอธิบายกับให้มีหน้าที่ดาเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานบริหารเอกสาร(อ้างอิงจากระเบียบงาน
สารบัญข้อ 8)
ข้อ 18 ผู้ใดเป็นผู้ให้ความเห็นในการตีความ การวินิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก และคาอธิบายแก่ปลัด
สานักนายกรัฐมนตรี ?
ก.คณะกรรมการพิจารณาพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ข.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ค.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ง.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ตอบ ง.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี(อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญ
ข้อ 8)
ข้อ 19 หนังสือราชการ คืออะไร?
ก. เอกสารที่เป็นข้ออ้างอิงในราชการ
ข. เอกสารที่เป็นหลักฐานข้อเท็จจริงในราชการ
ค. เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
ง. เอกสารที่เป็นข้อเท็จจริงในราชการ
ตอบ ค. เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ(อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญหมวดที่ 1 ข้อ 9)
ข้อ 20 ข้อใดไม่ใช่หนังสือราชการ?
ก. หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ
ข. หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใด ซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก
ค. ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
ง. หนังสือภายนอกที่จัดทาตามคาสั่ง หรือ ระเบียบงานสารบัญ
ตอบ ง. หนังสือภายนอกที่จัดทาตามคาสั่ง หรือ ระเบียบงานสารบัญ (อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญหมวดที่ 1
ข้อ 9)
ข้อ 21 ข้อใดเป็นหนังสือราชการ?
ก. หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
ข. เอกสารที่ทางราชการมิได้จัดทาขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ
ค. เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นตามคาสั่ง และคาแถลงการณ์
ง. ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณเทคโนโลยี่
ตอบ ก. หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการสารบัญ (อ้างอิง
จากระเบียบงานสารบัญหมวดที่ 1 ข้อ 9)
ข้อ 7 คาอธิบายซึ่งกาหนดไว้ท้ายระเบียบ ให้ถือว่าเป็นส่วนประกอบที่ใช้ในงานสารบรรณและให้ใช้เป็นแนวทางในการ
ปฏิบัติ
ข้อ 8 ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอานาจดีความ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม
ระเบียบนี้ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกและจัดทาคาอธิบายกับให้มีหน้าที่ดาเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานสารบรรณ
การตีความ การวินิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก และคาอธิบายตามวรรคหนึ่งปลัดสานักนายกรัฐมนตรีจะขอ
ความเห็นจาก คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้
(ข้อ 6 ได้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32
ลงวันที่ 23 กันยายน 3548)
หมวด 1
ชนิดของหนังสือ
ข้อ 9* หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่
9.1 หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ
9.2 หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใด ซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก
9.3 หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
9.4 เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ
9.5 เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ
9.6 ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
13
ข้อ 22 หนังสือมีกี่ ชนิด มีอะไรบ้าง ?
ก. มี 5 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือประชาสัมพันธ์
ข. มี 5 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับ
ไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ค. มี 6 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือประชาสัมพันธ์ / หนังสือที่
เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์ขึ้น หรือบันทึกไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ง. มี 6 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือประชาสัมพันธ์ / หนังสือที่
เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ตอบ ง. มี 6 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือ
ประชาสัมพันธ์ / หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ (อ้างอิงจากระเบียบ มว.1 ข้อที่ 10
)
ข้อ 10 หนังสือมี 6 ชนิด คือ
10.1 หนังสือภายนอก
10.2 หนังสือภายใน
10.3 หนังสือประทับตรา
10.4 หนังสือสั่งการ
10.5 หนังสือประชาสัมพันธ์
10.2 หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ข้อ 23 ข้อใดไม่ใช้ลักษณะหนังสือภายนอก ?
ก.หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี
ข.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
ค.เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ
ง. เป็นหนังสือติดต่อที่ส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก
ตอบ ข.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ (อ้างอิง ส่วนที่ 1 ข้อ 11)
ข้อ 24 กรณีของ สิ่งที่ส่งมาด้วย ของหนังสือภายนอกถ้ามี แต่ไม่สามารถส่งไปในซองเดียวกันได้ให้ทาอย่างไร?
ก. ให้ส่งมาภายหลัง
ข. ให้ส่งทางแอร์เมล์
ค. ให้แจ้งด้วยและให้ พลนาสารส่ง
ง. ให้แจ้งด้วยว่าส่งไปโดยทางใด
ตอบ ง. ให้แจ้งด้วยว่าส่งไปโดยทางใด( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11)
ข้อ 25 หนังสือภายนอกถ้ามี การอ้างถึง จะต้องอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือฉบับใด?
ก.ต้องอ้างถึงหนังสือที่เคยติดต่อส่วนราชการฉบับอื่น ๆ ด้วย
ข.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาแล้วแต่รอติดต่อกลับ
ค.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จากส่วนราชการเดียวกันกับผู้รับ
ง.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจากส่วนราชการใดก็ตาม
ตอบ ง.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจากส่วนราชการใดก็ตาม
( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11)
ข้อ 26 การอ้างถึง กรณีที่มีหนังสือ 5 ฉบับ จะต้องอ้างฉบับใด?
ก.ให้อ้างหนังสือฉบับแรกเพียงฉบับเดียว
ข.ให้อ้างหนังสือทุกฉบับที่เคยติดต่อ
ค.ให้อ้างหนังสือฉบับสุดท้ายเพียงฉบับเดียว
ง.ให้อ้างหนังสือฉบับแรกเรียงกันมาตามลาดับความสาคัญ
ตอบ ค.ให้อ้างหนังสือฉบับสุดท้ายเพียงฉบับเดียว( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11)
ข้อ 27 การอ้างถึงกรณีใดมีความจาเป็นต้องอ้างฉบับอื่น ๆ ด้วย
ก.มีเรื่องสาคัญมาที่ต้องทาเร่งด่วนที่สุด
ข.มีเรื่องที่เกี่ยวข้องที่จาเป็นต้องอ้างอิงโดยเฉพาะ
ค.มีเรื่องอื่นที่เป็นความลับมากจาเป็นต้องปิดเป็นความลับ
ง.มีเรื่องอื่นที่เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณา ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะ
ตอบ ง.มีเรื่องอื่นที่เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณา ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะ(( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11)
14
ส่วนที่ 1
หนังสือภายนอก
ข้อ 11 หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี โดยใช้กระดาษตราครุฑ เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วน
ราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ให้จัดทาตามแบบที่ 1 ท้าย
ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
11.1 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเรื่อง ตามที่กาหนด ไว้ในภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง
สาหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจาเป็น
11.2 ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ ให้ลงชื่อส่วนราชการ สถานที่ราชการหรือคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือนั้น และ
โดยปกติให้ลงที่ตั้งไว้ด้วย
11.3 วัน เดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ
11.4 เรื่อง ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่องโดยปกติให้ลงเรื่องของ
หนังสือฉบับเดิม
11.5 คาขึ้นต้น ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้
ในภาคผนวก 2 แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตาแหน่งหน้าที่
11.6 อ้างถึง (ถ้ามี) ให้อ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจาก
ส่วนราชการใดก็ตาม โดยให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของหนังสือและเลขที่หนังสือ วันที่ เดือน ปีพุทธศักราชของหนังสือนั้น
การอ้างถึง ให้อ้างถึงหนังสือฉบับสุดท้ายที่ติดต่อกันเพียงฉบับเดียว เว้นแต่มีเรื่องอื่น ที่เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณา
จึงอ้างถึงหนังสือฉบับอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะให้ทราบด้วย
11.7 สิ่งที่ส่งมาด้วย (ถ้ามี) ให้ลงชื่อสิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสารที่ส่งไปพร้อมกับหนังสือนั้นในกรณีที่ไม่สามารถส่งไป
ในซองเดียวกันได้ให้แจ้งด้วยว่าส่งไปโดยทางใด
11.8 ข้อความ ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อ ๆ
11.9 คาลงท้าย ให้ใช้คาลงท้ายตามฐานะของผู้รับหนังสือ ตามตารางการใช้คาขึ้นต้น สรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนด
ไว้ในภาคผนวก 3
11.10 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อเจ้าของหนังสือ และให้พิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อ ตามรายละเอียดที่
กาหนดไว้ในภาคผนวก 3
11.11 ตาแหน่ง ให้ลงตาแหน่งของเจ้าของหนังสือ
11.12 ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ ถ้าส่วนราชการที่ออก
หนังสืออยู่ในระดับกระทรวงหรือทบวง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่ออก
หนังสืออยู่ในระดับกรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกองหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ
11.13 โทร. ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ และหมายเลขภายใน
ตู้สาขา (ถ้ามี) ไว้ด้วย
11.14 สาเนาส่ง (ถ้ามี) ในกรณีที่ผู้ส่งจัดทาสาเนาส่งไปให้ส่วนราชการ หรือบุคคลอื่นทราบ และประสงค์จะให้ผู้รับทราบว่า
ได้มีสาเนาส่งไปให้ผู้ใดแล้ว ให้พิมพ์ชื่อเต็มหรือชื่อย่อของส่วนราชการหรือชื่อบุคคลที่ส่งสาเนาไปให้ เพื่อให้เป็นที่เข้าใจ
ระหว่างผู้ส่งและผู้รับ ถ้าหากมีรายชื่อที่ส่งมากให้พิมพ์ว่าส่งไปตามรายชื่อที่แนบและแนบรายชื่อไปด้วย
ข้อ 28 ข้อใดไม่ใช่ หนังสือภายใน ?
ก.หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีเหมือนกับหนังสือภายนอก
ข. เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวงทบวงกรม
ค.เป็นหนังสือติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน
ง. ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
ตอบ ก.หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีเหมือนกับหนังสือภายนอก (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12 )
ข้อ 29 หนังสือภายใน ส่วนราชการ ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือโดยมีรายละเอียด
พอสมควร โดยปกติถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป จะต้องลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องอย่างไร?
ก.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับกรม พร้อมโทรศัพท์
ข.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับกองเพียงอย่างเดียว
ค.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับกรมหรือกองอย่างใดอย่างหนึ่ง
ง.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง
ตอบ ง.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.1 )
ข้อ 30 ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับต่ากว่ากรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องอย่างไร?
ก.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรืองเพียงระดับกอง
ข.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรืองพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ (ถ้ามี )
ค.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรืองทั้งกรมและกอง พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ (ถ้ามี)
ง.ข้อ ก.และ ข ถุก
ตอบ ง. ข้อ ก และ ข.ถุก(อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.1 )
15
ข้อ 31 การลง “ ที่ ” ของหนังสือภายในให้ลงอย่างไร?
ก.ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเรื่องทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง
ข. สาหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจาเป็น
ค.ทั้ง ก และ ข ถูก
ง. ให้หน่วยงานกาหนดได้เองตามความเหมาะสม
ตอบ ค.ทั้ง ก และ ข ถูก (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12 .2)
ข้อ 32 .ข้อใดไม่ใช่การเขียนชื่อ “เรื่อง”ของหนังสือภายใน ?
ก.ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น
ข. ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือฉบับเดิม
ค. ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือทุกฉบับ
ง.ไม่มีข้อผิด
ตอบ ค. ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือทุกฉบับ(อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.4 )
ข้อ 33 ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการของ คาขึ้นต้น ในหนังสือภายใน?
ก. ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ในภาคผนวก
แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง
ข.ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้ส่งหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ในภาคผนวก
แล้วลงตาแหน่งของผู้ส่งหนังสือนั้น
ค. ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตาแหน่งหน้าที่ตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพ
นาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ในภาคผนวก
ง.ไม่มีข้อผิดทุกข้อ
ตอบ ข.ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้ส่งหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ใน
ภาคผนวก แล้วลงตาแหน่งของผู้ส่งหนังสือนั้น(อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.5 )
ข้อ 34 กรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีการติดต่อกันหรือส่งที่ส่งมาด้วยให้ระบุไว้ในข้อใด?
ก. เรื่อง ข. ข้อความ ค.สิ่งที่ส่งมาด้วย ง.อ้างถึง
ตอบ ข. ข้อความ (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.6 )
ข้อ 35 ข้อใดเป็นอยู่ในส่วนของ ข้อความในหนังสือภายใน ?
ก. ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย
ข. หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อ ๆ
ค. ในกรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกัน หรือมีสิ่งที่ส่งมาด้วยให้ระบุไว้ในข้อนี้
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.6)
ส่วนที่ 2
หนังสือภายใน
ข้อ 12 หนังสือภายใน คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวง
ทบวงกรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึกข้อความ และให้จัดทาตามแบบที่ 2 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียด
ดังนี้
12.1 ส่วนราชการ ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือโดยมีรายละเอียดพอสมควร โดยปกติถ้า
ส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่
ออกหนังสืออยู่ในระดับต่ากว่ากรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกอง หรือส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ (ถ้ามี)
12.2 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเรื่อง ตามที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 2 ทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง
สาหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจาเป็น
12.3 วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ ออกหนังสือ
12.4 เรื่อง ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของ
หนังสือฉบับเดิม
12.5 คาขึ้นต้น ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้
ในภาคผนวก 2 แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตาแหน่งหน้าที่
12.6 ข้อความ ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อ ๆ ใน
กรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกัน หรือมีสิ่งที่ส่งมาด้วยให้ระบุไว้ในข้อนี้
16
12.7 ลงชื่อและตาแหนงใหปฏิบัติตามขอ 11.10 และขอ 11.11 โดยอนุโลม
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. 2526
ฉบับแก้ไข (ฉบับ 2 ) พศ.2548โดย von (vorapon_k@hotmail.com)
ชุด 2 ข้อ 35 – 52
ข้อ 36. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ หนังสือประทับตรา ?
ก.ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนาสวนราชการระดับกองขึ้นไป
ข.ใชติดต่อกับระหวางสวนราชการกับสวนราชการ
ค. ใช้ติดต่อกับระหวางสวนราชการกับบุคคลภายนอก
ง. เฉพาะกรณีที่ไมใชเรื่องสาคัญ
ตอบ ก.ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนาสวนราชการระดับกองขึ้นไป(อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13)
ข้อ 37 หนังสือประทับตรา ให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกากับตรา?
ก.หัวหนาสวนราชการระดับกอง
ข.ผูที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป
ค.ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเป็นผูรับผิดชอบลงชื่อยอกากับตราเพียงผุ้เดียว
ง.ข้อ ค.ผิดข้อเดียว
ตอบ ง.ข้อ ค.ผิดข้อเดียว(อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13)
ข้อ 38 กรณีใดที่ไม่ใช่เรื่องสาคัญในความหมายของหนังสือประทับตรา ?
ก.การขอทราบเกี่ยวกับเรื่องสาคัญการเงิน
ข.เรื่องที่ไม่ค้าง
ค. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
ง.เรื่องที่ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปกาหนด
(ข้อนี้ดูให้ดี ๆ ให้เข้าใจนะครับ อาจจะไขว้เขวได้)
ตอบ ค. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13.2 – 13.6)
ข้อ 39 กรณีต่อไปนี้ ไม่ใช้กับหนังสือประทับตรา?
ก. การสงสาเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร
ข. การตอบรับทราบที่ไมเกี่ยวกับราชการสาคัญหรือการเงิน
ค. การแจงผลงานที่ไดดาเนินการไปแลวใหสวนราชการที่เกี่ยวของทราบ
ง. เรื่องใด ๆซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับแผนกขึ้นไปกาหนด
(ดูให้ดี ๆ ให้เข้าใจนะครับ อย่าไขว้เขว)
ตอบ ง. เรื่องใด ๆซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับแผนกขึ้นไปกาหนด (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13.2 – 13.6)
ข้อ 40 หนังสือประทับตราใช้กระดาษอะไร ?
ก.ใชกระดาษบันทึกข้อความ
ข.ใชกระดาษตราครุฑ
ค.ใชกระดาษตราครุฑดุน
ง.ใชกระดาษอะไรก็ได้
ตอบ ข.ใชกระดาษตราครุฑกาหนด (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 14)
ข้อ 41 หนังสือประทับตรา ชื่อสวนราชการใหประทับตราอย่างไร?
ก. ดวยหมึกแดงและให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา
ข. ดวยหมึกน้าเงินและให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา
ค. ดวยหมึกแดงและใหหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา
ง. ดวยหมึกน้าเงินและใหหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา
ตอบ ก. ดวยหมึกแดงและให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา
(อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 14.5)
ข้อ 42 ตาบล ดอนหอยเหลือบ ไม่มีโทรศัพท์ ใช้ จะลงรายละเอียดอย่างไรในหนังสือประทับตรา แทนโทรศัพท ?
ก. ลงชื่อและเลขที่ของหัวหน้าสวนราชการเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย
ข. ลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการใกล้เคียงเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี)
ค. ลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี)
ง. ลงชื่อที่ตั้งและรายละเอียดที่สามารถติดต่อได้ของสวนราชการเจาของเรื่องให้มากและละเอียดที่สุด
ตอบ ค. ลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี)(อ้างอิง
จาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 14.8)
17
สวนที่ 3
หนังสือประทับตรา
ขอ 13 หนังสือประทับตรา คือ หนังสือที่ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนา
สวนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยใหหัวหนาสวนราชการระดับกอง หรือผูที่ไดรับมอบหมายจาก
หัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป เปนผูรับผิดชอบลงชื่อยอกากับตรา
หนังสือประทับตราใหใชไดทั้งระหวางสวนราชการกับสวนราชการและ ระหวางสวน
ราชการกับบุคคลภายนอก เฉพาะกรณีที่ไมใชเรื่องสาคัญ ไดแก
13.1 การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
13.2 การสงสาเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร
13.3 การตอบรับทราบที่ไมเกี่ยวกับราชการสาคัญหรือการเงิน
13.4 การแจงผลงานที่ไดดาเนินการไปแลวใหสวนราชการที่เกี่ยวของทราบ
13.5 การเตือนเรื่องที่คาง
13.6 เรื่องซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไปกาหนด โดยทาเปนคาสั่ง
ใหใชหนังสือประทับตรา
ขอ 14 หนังสือประทับตรา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทาตามแบบที่ 3
ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
14.1 ที่ ใหลงรหัสตัวพยัญชนะ และเลขประจาของเจาของเรื่อง ตามที่กาหนดไวใน
ภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียนหนังสือสง
14.2 ถึง ใหลงชื่อสวนราชการ หนวยงาน หรือบุคคลที่หนังสือนั้นมีถึง
14.3 ขอความ ใหลงสาระสาคัญของเรื่องใหชัดเจนและเขาใจงาย
14.4 ชื่อสวนราชการที่สงหนังสือออก ใหลงชื่อสวนราชการที่สงหนังสือออก
14.5 ตราชื่อสวนราชการใหประทับตราชื่อสวนราชการตามขอ 72 ดวยหมึกแดง
และใหผูรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา
14.6 วัน เดือน ป ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลขของป
พุทธศักราชที่ออกหนังสือ
14.7 สวนราชการเจาของเรื่อง ใหลงชื่อสวนราชการเจาของเรื่อง หรือหนวยงานที่
ออกหนังสือ
14.8 โทร. หรือที่ตั้ง ใหลงหมายเลขโทรศัพทของสวนราชการเจาของเรื่อง
และหมายเลขภายในตูสาขา (ถามี) ด้วย ในกรณีที่ไมมีโทรศัพทใหลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการเจาของ
เรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี)
*และให้ลงหมายเลขโทรสารของส่วนราชการเจ้าของเรื่องต่อจากหมายเลขโทรศัพท์ทานองเดียวกับหนังสือภายนอก
ข้อ 43 กรณีใดจะใช้หนังสือสั่งการ ได้นอกเหนือจากแบบที่กาหนดไว้?
ก . มีกฏหมายกาหนดแบบไว โดยเฉพาะ
ข . มีคาสั่งจากหน่วยที่ติดต่อมาให้ใช้
ค . เมื่อเห็นว่าเหมาะสมกับงานที่ใช้
ง . เมื่อเห็นว่าเพื่อความสวยงามของงานสารบัญ
ตอบ ก . มีกฏหมายกาหนดแบบไว โดยเฉพาะ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15)
ข้อ 44 หนังสือสั่งการมีกี่ชนิด ?
ก. 3 ชนิด ข. 4 ชนิด ค.5 ชนิด ง. 6 ชนิด
ตอบ ก. 3 ชนิด (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15)
ข้อ 45 ข้อใดไม่ใช่หนังสือสั่งการ?
ก.คาสั่ง
ข. ระเบียบ
ค.ประกาศ
ง.ขอบังคับ
ตอบ ค. ประกาศ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15)
ข้อ 46 ข้อใด คือหนังสือสั่งการ
ก. ระเบียบ / ประกาศ / ข้อบังคับ
ข. ประกาศ / ข้อบังคับ /ประชาสัมพันธ์
ค. คาสั่ง / ระเบียบ / ข้อบังคับ
ง. คาสั่ง / ประกาศ / ข้อบังคับ
ตอบ ค. คาสั่ง / ระเบียบ / ข้อบังคับ(อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15)
18
ข้อ 47 คาสั่ง คือ อะไร?
ก. บรรดาคาสั่งที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย
ข. บรรดาสั่งการที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติดวย กฏหมาย
ค. บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชามีคาสั่งใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย
ง. บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย
ตอบ ง. บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16)
ข้อ 48 ต่อไปนี้คือลักษณะของคาสั่ง?
ก. ใชกระดาษตราครุฑ
ข. ให้ลงชื่อส่วนราชการผู้มีอานาจออกคาสั่ง รูปแบบคาสั่ง
ค ให้ลงตาแหน่งของผู้มีอานาจออกคาสั่ง รูปแบบคาสั่ง
ง. ทุกข้อคือลักษณะของคาสั่ง
ตอบ ง. ทุกข้อคือลักษณะของคาสั่ง (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16 และ16.1 )
ข้อ 49 ข้อใดเป็นการเขียน ขอความ ในคาสั่ง?
ก. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่งด้วยเสมอด้วย
แลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ
ข. อ้างผลการที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง ดวย
แลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ
ค. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว
ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ
ง. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว
ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันเวลาใชบังคับ
ตอบ ค. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว
ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.4 )
ข้อ50 ที่ ใหลงเลขที่ที่ออกคาสั่ง โดยเริ่มอย่างไร?
ก. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปงบประมาณทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ข. ฉบับที่2 จากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ค. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินห้ามทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ง. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ตอบ ง. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
(อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.2 )
ข้อ 51 สั่ง ณ วันที่ ให้เขียนอย่างไร?
ก. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ข. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อย่อของเดือน และตัวหนังสือของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ค. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวหนังสือของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ง. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อย่อของเดือน และตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
ตอบ ก. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
(อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.5 )
ข้อ 52 การ ลงชื่อ ใหลงอย่างไร?
ก.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไว
ใตลายมือชื่อ
ข.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อย่อของเจาของลายมือชื่อไว
ใตลายมือชื่อ
ค.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไว
บนลายมือชื่อ
ง.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อย่อของเจาของลายมือชื่อไว
บนลายมือชื่อ
ตอบ ก.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไวใตลายมือชื่อ
(อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.6 )
19
สวนที่ 4
หนังสือสั่งการ
ขอ 15 หนังสือสั่งการ ใหใชตามแบบที่กาหนดไวในระเบียบนี้ เวนแตจะมีกฏหมาย
กาหนดแบบไว โดยเฉพาะ
หนังสือสั่งการมี 3 ชนิด ไดแก คาสั่ง ระเบียบ และขอบังคับ
ขอ 16 คาสั่ง คือ บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย
กฏหมาย ใชกระดาษตราครุฑและใหจัดตามแบบที่ 4 รูปแบบคาสั่งทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
16.1 คาสั่ง ใหลงชื่อสวนราชการหรือตาแหนงของผูมีอานาจที่ออกคาสั่ง รูปแบบ
คาสั่ง
16.2 ที่ ใหลงเลขที่ที่ออกคาสั่ง โดยเริ่มฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจน
สิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง
16.3 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ออกคาสั่ง
16.4 ขอความ ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว
ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ
16.5 สั่ง ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ขื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปพุทธ
ศักราชที่ออกคาสั่ง
16.6 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไว
ใตลายมือชื่อ
16.7 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกคาสั่ง
ข้อ 53. ระเบียบ คืออะไร ?
ก.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเป
นการประจา
ข.บรรดาระเบียบที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเป
นการประจา
ค.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมาย เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา
ง.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนระเบียบงานประจา
ตอบ ก.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลัก
ปฏิบัติงานเปนการประจา (อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 17 )
ขอ 17 ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจ
ของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทา
ตามแบบที่ 5 ทายระเบียบ
ข้อ 54 ข้อใดไม่ใช่เป็นลักษณะของระเบียบ?
ก.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
ข.ใช้กระดาษตราครุฑ
ค.ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกระเบียบ
ง.ว่าด้วยให้ลงชื่อของระเบียบ
ตอบ ก.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ(อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 17 ,17.1 ,17.2)
ขอ 17 ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจ
ของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทา
ตามแบบที่ 5 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
17.1 ระเบียบ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกระเบียบ
17.2 วาดวย ใหลงชื่อของระเบียบ
17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ
ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป
ตามลาดับ
ข้อ 55 ถาเปนระเบียบฉบับที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ให้ลงอย่างไร?
ก.ไมตองลงวาเปนฉบับที่เทาใด
ข.ลงว่าระเบียบฉบับที่ 1
ค.เขียนว่าระเบียบฉบับแรก
ง. ให้พิจารณาวามสาคัญก่อนว่าสมควรลงหรือไม่
ตอบ ก.ไมตองลงวาเปนฉบับที่เทาใด(อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 17.3)
17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ
ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป
ตามลาดับ
20
ข้อ 56 จากข้อ 55 ถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมเป็นจานวน4 ฉบับให้ลงอย่างไร?
ก.ใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ จนถึงฉบับที่ 4
ข.ใหลงเปน ฉบับที่ 1 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ จนถึงฉบับที่ 4
ค.ใหลงเปน ฉบับที่ 4 ฉบับเดียว
ง.ใหลงเปน ฉบับที่ แรกฉบับเดียว
ตอบ ก.ใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ จนถึงฉบับที่ 4(อ้างอิงจากระเบียบฯข้อที่ 17.3)
17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ
ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป
ตามลาดับ
ข้อ 57 . เรืองระเบียบ การเขียน ขอความ ให้เขียนอย่างไร?
ก. ใหอางเหตุผลโดยสรุป เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงอานาจออกระเบียบ
ข. ใหอางเหตุผลโดยสรุป เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงกฎหมายที่ออกระเบียบ
ค. ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงกฏหมายที่ให้อานาจออกระเบียบ (ถามี)
ง. ใหอางเหตุผลโดยห้ามยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงกฏหมายที่ให้อานาจออกระเบียบอย่างชัดเจน
ตอบ ค. ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงกฏหมายที่ให้อานาจออกระเบียบ (ถามี) 4(อ้างอิงจากระเบียบฯข้อที่ 17.5)
17.5 ขอความ ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงกฏหมายที่ใหอานาจออกระเบียบ (ถามี)
ข้อ 58 เรื่องระเบียบ ให้เขียนอะไรเป็นข้อสุดท้าย ?
ก. วันใช้บังคับ
ข.ชื่อระเบียบ
ค.ผู้รักษาการระเบียบ
ง. ข้อสรุป
ตอบ ค.ผู้รักษาการระเบียบ( อ้างอิง จาก ข้อ 17.6 ขอ ใหเรียงขอความที่จะใชเปนระเบียบเปนขอ ๆ โดยใหขอ 1 เปนชื่อ
ระเบียบขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบใดถามีมากข
อหรือหลายเรื่องจะแบงเปนหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอสุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1 )
ข้อ 59 ในเรืองระเบียบข้อใด เรียงข้อความที่จะใช้เป็นระเบียบถูกต้อง?
ก. ขอ 1 เปนเรือง ขอ 2 ชื่อระเบียบและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการ
ข. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนเรือง ขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบ
ค. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบ
ง. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอสรุป
ตอบ ค. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบ
(อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ17.6 ขอใหเรียงขอความที่จะใชเปนระเบียบเปนขอ ๆโดยใหขอ 1 เปนชื่อระเบียบขอ 2 เปนวันใช
บังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบใดถามีมากขอหรือหลายเรื่องจะแบงเป
นหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอสุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1 )
ขอ 17 ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจ
ของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทา
ตามแบบที่ 5 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
17.1 ระเบียบ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกระเบียบ
17.2 วาดวย ใหลงชื่อของระเบียบ
17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ
ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป
ตามลาดับ
17.4 พ.ศ. ใหลงตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกระเบียบ
17.5 ขอความ ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ
และอางถึงกฏหมายที่ใหอานาจออกระเบียบ (ถามี)
17.6 ขอ ใหเรียงขอความที่จะใชเปนระเบียบเปนขอ ๆ โดยใหขอ 1 เปนชื่อ
ระเบียบขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบใดถามีมากข
อหรือหลายเรื่องจะแบงเปนหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอ
สุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1
17.7 ประกาศ ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของป
พุทธศักราชที่ออกระเบียบ
21
17.8 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อผูออกระเบียบ และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อ
ไวใตลายมือชื่อ
17.9 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกระเบียบ
ข้อ 60 นาย von ขอถามตรง ๆว่า ขอบังคับ คือ อะไร?
ก.บรรดาข้อบังคับที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจที่บัญญัติให้กระทาได้
ข.บรรดาข้อบังคับที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทาได้
ค.บรรดาข้อความที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทาได้
ง.บรรดาข้อความที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยข้อบังคับที่บัญญัติให้กระทาได้
ตอบ ค.บรรดาข้อความที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทาได้
(อ้างอิงจากระเบียบฯข้อ 18 )
ขอ 18 ขอบังคับ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่กาหนดใหใชโดยอาศัย
อานาจของกฏหมายที่บัญญัติใหกระทาได ใชกระดาษตราครุฑและใหจัดทาตามแบบที่ 6 ทาย
ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
18.1 ขอบังคับ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกขอบังคับ
18.2 วาดวย ใหลงชื่อของขอบังคับ
18.3 ฉบับที่ ถาเปนขอบังคับที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวา
เปนฉบับที่เทาใด แตถาเปนขอบังคับเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปนฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ
ไปตามลาดับ
18.4 พ.ศ. ใหลงตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกขอบังคับ
18.5 ขอความ ใหอางเหตุผลโดยยอเพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกขอบังคับ
และอางถึงกฎหมาย ที่ใหอานาจออกขอบังคับ
18.6 ขอ ใหเรียงขอความที่จะใชบังคับเปนขอ ๆ โดยให ขอ 1 เปนชื่อขอบังคับ ขอ
2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทายเปนขอผูรักษาการขอบังคับใด
ถามีมากขอหรือหลายเรื่องจะแบงเปนหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอสุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1
18.7 ประกาศ ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของป
พุทธศักราชที่ออกขอบังคับ
18.8 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อผูออกขอบังคับ และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อ
ไวใต
18.9 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกขอบังคับ
ข้อ 61 หนังสือประชาสัมพันธ์มีกี่ชนิดอะไรบ้าง?
ก.มี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ ประชาสัมพันธ์ และ ข่าว
ข.มี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ คาแถลง และ ข่าว
ค.มี 3 ชนิด ไดแก คาสั่ง แถลงการณ์ และ ข่าว
ง. มี 3 ชนิด ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และ ข่าว
ตอบ ง.มี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ แถลงการณ์ และ ข่าว (อ้างอิง จากระเบียบส่วนที่ 5 ข้อ 19 )
ข้อ 62 ประกาศคืออะไร?
ก. บรรดาหนังสือที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ
ข. บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ
ค. บรรดาข่าวที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ
ง. บรรดาประกาศที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ
ตอบ ข. บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 20 )
ข้อ 63 วอนซะอีกแล้ว ไม่ทราบว่า แถลงการณ์ คืออะไร?
ก. บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในกิจการของทางราชการ
ข.บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในเหตุการณ์ หรือกรณีใด ๆ ให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน
ค.บรรดาคาแถลงใด ๆ ที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในกิจกรรมของทางราชการ
ง. ถูกหมดทุกข้อยกเว้นข้อ ค.ผิด
ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อยกเว้นข้อ ค.ผิด (ก และข ถูก )(อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 21 )
ข้อ 64 ข่าว คืออะไร?
ก. คือ บรรดาข่าวที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ
ข. คือ บรรดาสิ่งมวลชนที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ
ค. คือ บรรดาภาพและสื่อมวลชนที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ
ง. คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ
ตอบ ง. คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 22 )
22
ข้อ 65 หนังสือประเภทใดไม่ต้องใช้กระดาษ ตราครุฑ?
ก.ประกาศ
ข.แถลงการณ์
ค.ข่าว
ง.ทุกข้อใช้กระดาษตราครุฑ
ตอบ ค.ข่าว (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 20,21,22 )
ส่วนที่ 5
หนังสือประชาสัมพันธ์
ขอ 19 หนังสือประชาสัมพันธ ใหใชตามแบบที่กาหนดไวในระเบียบนี้ เวนแตจะมี
กฏหมายกาหนดแบบไวโดยเฉพาะ
หนังสือประชาสัมพันธมี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ แถลงการณ และขาว
ขอ 20 ประกาศ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือ
แนะแนวทางปฏิบัติ ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทาตามแบบที่ 7 ทายระเบียบ โดยกรอกราย
ละเอียด ดังนี้
20.1 ประกาศ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกประกาศ
20.2 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ประกาศ
20.3 ขอความ ใหอางเหตุผลที่ตองออกประกาศและขอความที่ประกาศ
20.4 ประกาศ ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลข
ของปพุทธศักราชที่ออกประกาศ
20.5 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อออกประกาศ และพิมพชื่อเต็มของเจาของลาย
มือชื่อไวใตลายมือชื่อ
20.6 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกประกาศ
ในกรณีที่กฏหมายกาหนดใหทาเปนแจงความใหเปลี่ยนคาวาประกาศ เปน แจงความ
ขอ 21 แถลงการณ์ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจใน
กิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ หรือกรณใด ๆ ใหทราบชัดเจนโดยทั่วกัน ใชกระดาษตราครุฑ
และใหจัดทาตามแบบที่ 8 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
21.1 แถลงการณ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกแถลงการณ
21.2 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ออกแถลงการณ
21.3 ฉบับที่ ใชในกรณีที่จะตองออกแถลงการณหลายฉบับในเรื่องเดียว
ที่ตอเนื่องกันใหลงฉบับที่เรียงตามลาดับไวดวย
21.4 ขอความ ใหอางเหตุผลที่ตองออกแถลงการณและขอความที่
แถลงการณ
21.5 สวนราชการที่ออกแถลงการณ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออก
แถลงการณ
21.6 วัน เดือน ป ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของ
ปพุทธศักราชที่ออกแถลงการณ
ขอ 22 ขาว คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ใหจัดทา
ตามแบบที่ 9 ทายระเบียบโดยกรอกรายละเอียดดังนี้
22.1 ขาว ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกขาว
22.2 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ออกขาว
22.3 ฉบับที่ ใชในกรณีที่จะตองออกขาวหลายฉบับในเรื่องเดียวที่ตอเนื่อง
กัน ใหลงฉบับที่เรียงตามลาดับไวดวย
22.4 ขอความ ใหลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของขาว
22.5 สวนราชการที่ออกขาว ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกขาว
22.6 วัน เดือน ป ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของป
พุทธศักราชที่ออกขาว
ข้อ 66 หนังสือต่อไปนี้จัดว่าเป็นหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ ?
ก. หนังสือรับรอง
ข. รายงานการประชุม
ค. บันทึกและหนังสืออื่น
ง. ถูกหมด
ตอบ ง. ถูกหมด (อ้างอิงจาก ระเบียบ ฯข้อ 67)
23
ข้อ 67 หนังสือต่อไปนี้ไม่จัดว่าเป็นหนังสืออื่น ?
ก. แผ่นบันทึกข้อมูล
ข. แผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์
ค. เทปแม่เหล็ก
ง. บันทึกผู้เข้าร่วมประชุม
ตอบ ง. บันทึกผู้เข้าร่วมประชุม (ข้อนี้ ไม่จัดว่าเป็นหนังสืออื่นแต่จัดเป็น รายงานการประชุม ตามอ้างอิงระเบียบฯ ข้อ 25)
ข้อ68 ข้อใด ไม่ใช่ หนังสือรับรอง ?
ก. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง
หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ
ข. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ นิติบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง
หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ
ค. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ หน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง
หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ
ง. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง
หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปโดยต้องจาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ
ตอบ ง. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง
หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปโดยต้องจาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ
(อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 24)
ข้อ 69 ข้อใดต่อไปนี้จัดว่าเป็นหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ?
ก. ร.ต.อ.วอน ซะแล้ว มีหนังสือเชิญ นางสาวเหมียว เขี้ยวเพชร มาเพื่อให้การในชั้นสอบสวน
ข. ร.ต.อ. วอน ซะแล้ว มีหนังสือ เชิญ คุณสุวนันท์ คงยิ่ง เพื่อเป็นเกียรติในงานทาบุญเลี้ยงอาหารลูกน้องในสถานีตารวจ
นครบาล
ค.คุณอภิเสก เวชชาปฏิชีวนะ มีหนังสือเชิญ ร.ต.อ. วอน ซะแล้ว ไปเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาลูกปัด
ง. พรรคประชาราคาญ มีหนังสือเชิญตัว ร.ต.อ.วอน ซะแล้ว ไปเลี้ยงอาหารที่ทาการพรรค
ตอบ . ก. ร.ต.อ.วอน ซะแล้ว มีหนังสือเชิญ นางสาวเหมียว เขี้ยวเพชร มาเพื่อให้การในชั้นสอบสวน
(ข้อนี้ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ หากมีหนังสือเกี่ยวข้องกับงานที่เกี่ยวข้องกับงานในอานาจหน้าที่ราชการจริง ๆ ก็ ใช่ อ้างอิง
จาก ระเบียบฯ ข้อ 23)
ข้อ 70 หนังสือรับรองปกติจะลงข้อความขึ้นต้นว่าอย่างไรและต่อด้วยอะไร?
ก. หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง
ข. ตามที่.... แล้วต่อด้วยชื่อ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง
ค. (ชื่อหน่วยงานที่ออกหนัสือ)รับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง
ง. (เรื่องที่รับรอง) แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง
ตอบ ก. หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง
(อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 24)
ข้อ 71 หนังสือรับรองกรณีใดต้องใช้รูปถ่ายด้วย?
ก.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องด่วนที่ออกให้แก่บุคคล
ข.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องลับที่ออกให้แก่บุคคล
ค.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ออกให้แก่หน่วยงาน
ง.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ออกให้แก่บุคคล
ตอบ ง.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ออกให้แก่บุคคล
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 24.7)
ข้อ 72 ข้อใดไม่ใช่กรณีที่รับรองเรื่องสาคัญ?
ก.ให้ติดรูปถ่ายของผู้ที่ได้รับการรับรอง ขนาด 4x6 เซนติเมตร หน้าตรง ไม่สวมหมวก
ข. ประทับตราชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือบนขอบล่างด้านซ้ายของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ
ค. ให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้ใต้รูปถ่าย
ง. พิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อด้วย
ตอบ ข. ประทับตราชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือบนขอบล่างด้านซ้ายของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ ( อ้างอิงจาก
ระเบียบฯ ข้อที่ 24.7)
ข้อที่ 25 รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็น
หลักฐานให้จัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
25.1 รายงานการประชุม ให้ลงชื่อคณะที่ประชุมหรือชื่อการประชุมนั้น
25.2 ครั้งที่ ให้ลงครั้งที่ประชุม
25.3 เมื่อ ให้ลงวันเดือนปีที่ประชุม
25.4 ณ ให้ลงสถานที่ที่ประชุม
25.5 ผู้มาประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่
ประชุมซึ่งมาประชุมในกรณีที่มีผู้มาประชุมแทนให้ลงชื่อผู้มาประชุมแทน และลงว่ามาประชุมแทนผู้ใดหรือตาแหน่งใด
24
25.6 ผู้ไม่มาประขุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุมซึ่งมิได้มาประชุมพร้อมทั้งเหตุผล
(ถ้ามี)
25.7 ผู้เข้าร่วมประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่มิได้รับการแต่งตั้งเป็น
คณะที่ประชุมซึ่งได้เข้าร่วมประชุม (ถ้ามี)
25.8 เริ่มประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เริ่มประชุม
25.8 ข้อความ ให้บันทึกข้อความที่ประชุม โดยปกติเริ่มต้นด้วยประธานกล่าว
เปิดประชุมและเรื่องที่ประชุม กับมติหรือข้อสรุปของที่ประชุมในแต่ละเรื่องตามลาดับ
25.10 เลิกประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เลิกประชุม
25.11 ผู้จดรายงานการประชุม ให้ลงชื่อผู้จดรายงานการประชุมครั้งนั้น
ข้อที่ 26 บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือ
ข้อความที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานระดับต่ากว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษ
บันทึกข้อความและให้มีหัวข้อดังต่อไปนี้
26.1 ชื่อตาแหน่งที่บันทึกถึง โดยใช้คาขึ้นต้นตามที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 2
26.2 สาระสาคัญของเรื่อง ให้ลงใจความของเรื่องที่บันทึก ถ้ามีเอกสารประกอบก็ให้ระบุไว้ด้วย
26.3 ชื่อและตาแหน่ง ให้ลงลายมือชื่อและตาแหน่งของผู้บันทึก และในกรณีที่ไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความให้ลงวันเดือน
ปีที่บันทึกไว้ด้วย
การบันทึกต่อเนื่อง โดยปกติให้ผู้บันทึกระบุคาขึ้นต้นใจความบันทึก และลงชื่อเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และให้ลง
วัน เดือน ปี กากับใต้ลายมือชื่อผู้บันทึก หากไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติมให้ลงชื่อและวัน เดือน ปี กากับเท่านั้น
ข้อที่ 27* หนังสืออื่น คือ หนังสือ หรือ เอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐาน
ในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ และสื่อกลางบันทึกข้อมูลด้วย หรือหนังสือของ
บุคคลภายนอก ที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง
ทบวง กรมจะกาหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่
แบบ แผนผัง สัญญา หลักฐานการสืบสวนและสอบสวน และคาร้อง เป็นต้น
สื่อกลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง สื่อใด ๆ ที่อาจใช้บันทึกข้อมูลได้ด้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น
แผ่นบันทึกข้อมูล เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก แผ่นซีดี-อ่านอย่างเดียว หรือแผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์ เป็นต้น
*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน
2548
ส่วนที่ 6
หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
ข้อ 23 หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ คือ หนังสือที่ทางราชการทาขึ้นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว
ข้างต้น หรือหนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ และส่วนราชการรับไว้เป็น
หลักฐานของทางราชการ มี
4 ชนิด คือ
หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึกและหนังสืออื่น
ข้อ 24 หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์
อย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทาตามแบบที่ 10 ท้าย
ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
24.1 เลขที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือรับรองโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข ที่ 1 เรียงเป็น
ลาดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน ทับเลขปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือรับรอง หรือลงเลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือ
ภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใด
24.2 ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ ให้ลงชื่อส่วนราชการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือ
นั้นและจะลงสถานที่ตั้งของส่วนราชการเจ้าของหนังสือด้วยก็ได้
24.3 ข้อความ ให้ลงข้อความขึ้นต้นว่า หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่
ทางราชการรับรองในกรณีเป็นบุคคลให้พิมพ์ชื่อเต็มโดยมีคานาหน้านาม ชื่อ นามสกุล ตาแหน่งหน้าที่ และสังกัดหน่วยงาน
ที่ผู้นั้นทางานอยู่อย่างชัดแจ้ง แล้วจึงลงข้อความที่รับรอง
24.3 ให้ไว้ ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปี
พุทธศักราชที่ออกหนังสือรับรอง
24.5 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อหัวหน้าส่วนราชการผู้ออกหนังสือหรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายและพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือ
ชื่อไว้ใตลายมือชื่อ
24.6 ตาแหน่ง ให้ลงตาแหน่งของผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือ
24.7 รูปถ่ายแบะลายมือชื่อผู้ได้รับการรับรอง ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่อง
สาคัญที่ออกให้แก่บุคคลให้ติดรูปถ่ายของผู้ที่ได้รับการรับรอง ขนาด 4x6 เซนติเมตร หน้าตรง ไม่สวมหมวก ประทับตรา
ชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือบนขอบล่างด้านขวาของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ และให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้ใต้รูป
ถ่าย พร้อมทั้งพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อด้วย
25
ข้อที่ 25 รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็น
หลักฐานให้จัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
25.1 รายงานการประชุม ให้ลงชื่อคณะที่ประชุมหรือชื่อการประชุมนั้น
25.2 ครั้งที่ ให้ลงครั้งที่ประชุม
25.3 เมื่อ ให้ลงวันเดือนปีที่ประชุม
25.4 ณ ให้ลงสถานที่ที่ประชุม
25.5 ผู้มาประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่
ประชุมซึ่งมาประชุมในกรณีที่มีผู้มาประชุมแทนให้ลงชื่อผู้มาประชุมแทน และลงว่ามาประชุมแทนผู้ใดหรือตาแหน่งใด
25.6 ผู้ไม่มาประขุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุมซึ่งมิได้มาประชุมพร้อมทั้งเหตุผล
(ถ้ามี)
25.9 ผู้เข้าร่วมประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่มิได้รับการแต่งตั้งเป็น
คณะที่ประชุมซึ่งได้เข้าร่วมประชุม (ถ้ามี)
25.8 เริ่มประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เริ่มประชุม
25.10 ข้อความ ให้บันทึกข้อความที่ประชุม โดยปกติเริ่มต้นด้วยประธานกล่าว
เปิดประชุมและเรื่องที่ประชุม กับมติหรือข้อสรุปของที่ประชุมในแต่ละเรื่องตามลาดับ
25.10 เลิกประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เลิกประชุม
25.11 ผู้จดรายงานการประชุม ให้ลงชื่อผู้จดรายงานการประชุมครั้งนั้น
ข้อที่ 26 บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือ
ข้อความที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานระดับต่ากว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษ
บันทึกข้อความและให้มีหัวข้อดังต่อไปนี้
26.1 ชื่อตาแหน่งที่บันทึกถึง โดยใช้คาขึ้นต้นตามที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 2
26.2 สาระสาคัญของเรื่อง ให้ลงใจความของเรื่องที่บันทึก ถ้ามีเอกสารประกอบก็ให้ระบุไว้ด้วย
26.3 ชื่อและตาแหน่ง ให้ลงลายมือชื่อและตาแหน่งของผู้บันทึก และในกรณีที่ไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความให้ลงวันเดือน
ปีที่บันทึกไว้ด้วย
การบันทึกต่อเนื่อง โดยปกติให้ผู้บันทึกระบุคาขึ้นต้นใจความบันทึก และลงชื่อเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และให้ลง
วัน เดือน ปี กากับใต้ลายมือชื่อผู้บันทึก หากไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติมให้ลงชื่อและวัน เดือน ปี กากับเท่านั้น
ข้อที่ 27* หนังสืออื่น คือ หนังสือ หรือ เอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐาน
ในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ และสื่อกลางบันทึกข้อมูลด้วย หรือหนังสือของ
บุคคลภายนอก ที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง
ทบวง กรมจะกาหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่
แบบ แผนผัง สัญญา หลักฐานการสืบสวนและสอบสวน และคาร้อง เป็นต้น
สื่อกลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง สื่อใด ๆ ที่อาจใช้บันทึกข้อมูลได้ด้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น
แผ่นบันทึกข้อมูล เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก แผ่นซีดี-อ่านอย่างเดียว หรือแผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์ เป็นต้น
*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน
2548
ข้อ 73 หนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนังสือที่ต้องจัดส่ง และดาเนินการทางสารบรรณด้วยความรวดเร็วเป็น
พิเศษ แบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง?
ก. มี 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมากที่สุด ด่วนมาก
ข. มี 4 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมากที่สุด ด่วนมาก ด่วน
ค. มี 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมาก ด่วน
ง. มี 2 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมาก
ตอบ ค. มี 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมาก ด่วน
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28)
ข้อ 74 หนังสือด่วนที่สุด หมายความว่าอะไร?
ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
ข. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
ค. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วที่สุด
ง. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ
ตอบ ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28.1)
ข้อ 75 หนังสือด่วนมาก หมายความว่าอะไร?
ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
ข. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
ค. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วที่สุด
ง. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ
ตอบ ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28.2)
26
ข้อ 76 หนังสือด่วน หมายความว่าอะไร?
ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
ข. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
ค. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วที่สุด
ง. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้
ตอบ ง.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28.3)
ข้อ 77 การระบุชั้นความเร็วควรระบุอย่างไรจึงจะถูกต้อง?
ก.ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่ใหญ่กว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์
ข.ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 33 พอยท์
ค. ด้วยตัวอักษรสีน้าเงินขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์
ง. ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์
ตอบ ง. ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28)
ข้อ 78 ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กาหนด ให้ระบุอย่างไร?
ก.ให้ระบุคาว่า ด่วน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ
ข.ให้ระบุคาว่า ด่วนมาก แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ
ค. ให้ระบุคาว่า ด่วนที่สุด แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ
ง. ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ
ตอบ ง. ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28 วรรคสุดท้าย)
ข้อ 79 ปกติการติดต่อราชการนั้นจะมีวิธีการดาเนินการตามระเบียบงานสารบัญด้วยวิธีการใดบ้าง?
ก. อาจติดต่อทางโทรศัพท์ หรือ ด้วยวาจาก็ได้
ข. ติดต่อราชการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารหรือด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ค. ใช้วิธีสั่งการตามวิธีใดก็ได้
ง. อาจใช้วิธีใดก็ได้และแต่ความเหมาะสมของหน่วยงานพื้นที่และสถานะการณ์
ตอบ ข. ติดต่อราชการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารหรือด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 )
ข้อ 80 ข้อใดผิดหลักการในกรณีติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ?
ก. ให้ผู้ส่งตรวจสอบผลการส่งทุกครั้ง และให้ผู้รับแจ้งตอบรับ
ข. กรณีเป็นเรื่องสาคัญจาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสาร ให้ทาเอกสารยืนยันตามไปทันที
ค. ส่วนราชการผู้ส่งไม่ต้องจัดส่งหนังสือเป็นเอกสาร
ง. ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้งทันที
ตอบ ง. ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้งทันที
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 )
ข้อ 81 การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง
หรือวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้รับปฏิบัติเช่นไร?
ก.ปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือให้ทาหนังสือยืนยันตามไปทันที
ข.ปฏิบัติเช่นเดียวกับเอกสารที่ได้รับทางงานสารบรรณตารวจว่าด้วยความลับแห่งชาติ
ค.ปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้ง
ง. ถูกหมดทุกข้อที่กล่าวมา
ตอบ ก.ปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือให้ทาหนังสือยืนยันตามไปทันที ( อ้างอิง
จากระเบียบฯ ข้อที่ 29 )
ข้อ 82 ข้อใดถือว่าเป็น การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง ?
ก. ทางโทรทัศน์ หรือวิทยุโทรทัศน์
ข วิทยุสื่อสาร
ค. วิทยุกระจายเสียง
ง.ถูกหมด
ตอบ ง.ถูกหมด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 )
ข้อ 83 การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง ควรดาเนินการอย่างไร ให้ถูกต้องตามระเบียบ
งานสารบัญ ?
ก. ให้ผู้ส่งบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน
ข . ผู้รับบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน
ค. ให้ผู้ส่งและผู้รับบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน
ง.ถูกหมด
ตอบ ง.ถูกหมด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 )
27
ข้อ 84 หนังสือที่จัดทาขึ้นโดยปกติ จะมีวิธีการเก็บสาเนาอย่างไร?
ก.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ
ข.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่หน่วยงาน 1 ฉบับ และ สาเนาเก็บไว้ที่กองกลาง 1 ฉบับ
ค.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่องเพียง 1 ฉบับ
ง.มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลางเพียง 1 ฉบับ
ตอบ ก.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ ( อ้างอิงจาก
ระเบียบฯ ข้อที่ 30 )
ข้อ 85 หนังสือที่เจ้าของหนังสือเห็นว่า มีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยว ข้องควรได้รับทราบด้วย ควรปฏิบัติอย่างไร?
ก.โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา
ข.โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์
ค.โดยปกติให้ส่งต้นฉบับไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา
ง.โดยปกติให้ส่งต้นฉบับไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์
ตอบ ก.โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 31 )
ข้อ 86 ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติของการรับรองสาเนาถูกต้อง?
ก. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่
ขอบล่างของหนังสือ
ข. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่
ขอบล่างของหนังสือ
ค. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของหนังสือลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและ
ตาแหน่งที่ขอบบนของหนังสือ
ง. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของหนังสือลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและ
ตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ
ตอบ ก. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและ
ตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 31 )
ส่วนที่ ๗
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ 28 หนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนังสือที่ต้องจัดส่ง และดาเนินการทางสารบรรณด้วยความรวดเร็วเป็น
พิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
28.1 ด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
28.2 ด่วนมาก ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว
28.3 ด่วน ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้
ให้ระบุชั้นความเร็วด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์
ให้เห็นได้ชัดบนหนังสือและบนซองตามที่กาหนดไว้ในแบบที่ 1 แบบที่ 2 แบบที่ 3 และแบบที่ 15
ท้ายระเบียบ โดยให้ระบุคาว่า ด่วนที่สุด ด่วนมากหรือ ด่วน สาหรับหนังสือตามข้อ 28.1 ช้อ 28.2
และข้อ 28.3 แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กาหนด ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่
ต้องการให้หนังสือนั้น ไปถึงผู้รับกับให้เจ้าหน้าที่ส่งถึงผู้รับซึ่งระบุบนหน้าซองภายในเวลาที่ กาหนด
ข้อที่ 29* การติดต่อราชการนอกจากการจะดาเนินการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารสามารถดาเนินการด้วยระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์ได้
ในกรณีที่ติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ส่งตรวจสอบผลการส่งทุกครั้ง และให้ผู้รับแจ้งตอบรับ เพื่อ
ยืนยันว่าหนังสือได้จัดส่งไปยังผู้รับเรียบร้อยแล้ว และส่วนราชการผู้ส่งไม่ต้องจัดส่งหนังสือเป็นเอกสาร เว้นแต่กรณีเป็น
เรื่องสาคัญจาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสาร ให้ทาเอกสารยืนยันตามไปทันที
การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง หรือ
วิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้รับปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือให้ทาหนังสือยืนยัน
ตามไปทันที
28
*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน
2548
การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง เช่น ทางโทรทัศน์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง หรือ
วิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้ส่งและผู้รับบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน
ข้อที่ 30 หนังสือที่จัดทาขึ้นโดยปกติ ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่อง 1 ฉบับ
และให้มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ
สาเนาคู่ฉบับ ให้ผู้ลงชื่อลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อ และให้ผู้ ร่าง ผู้พิมพ์ และผู้ตรวจลงลายมือชื่อ หรือลายมือชื่อย่อไว้
ที่ข้างท้ายขอบล่างด้านขวาของหนังสือ
ข้อที่ 31 หนังสือที่เจ้าของหนังสือเห็นว่า มีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยว ข้องควรได้รับทราบด้วย โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้
ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา
สาเนาหนังสือนี้ให้มีคารับรองว่า สาเนาถูกต้อง โดยให้ เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลง
ลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณพ.ศ. 2526
ฉบับแก้ไข (ฉบับ 2 ) พศ.2548โดย von (vorapon_k@hotmail.com)
ชุด 4 ข้อ 87 – 167
ข้อ 87 ข้อใดไม่ใช่เป็นลักษณะของหนังสือเวียน?
ก. หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจานวนมาก
ข. หนังสือที่มีใจความอย่างเดียวกัน
ค.เพิ่มรหัสตัวพยัญชนะ ว หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง
ง.ใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบ หนังสือภายในอย่างหนึ่งอย่างใด
ตอบ ง.ใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบ หนังสือภายในอย่างหนึ่งอย่างใด
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 )
ข้อ 88 เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่าเรื่องนั้นจะต้องให้หน่วย งานหรือบุคคลในบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ ได้รับ
ทราบด้วย ควรให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเช่นใด?
ก. ให้มีเจ้าหน้าที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว
ข. ทาหนังสือแจ้งหน่วยงานทีเกี่ยวข้องมารับโดยด่วน
ค. แจ้งตอบรับหน่วยงานทีส่งหนังสือมาว่าได้รับหนังสือ เวียนแล้ว
ง.ควรตรวจสอบเลขที่และลงทะเบียนจัดความสาคัญหนังสือ
ตอบ ก. ให้มีเจ้าหน้าที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 )
ข้อ 89 ข้อใดเป็นหนังสือภาษาต่างประเทศ ?
ก.ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
ข.ใช้ตามระเบียบงานสารบัญของต่างประเทศ
ค.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
ง.ถูกหมด
ตอบ ก. ให้มีเจ้าหน้าที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 )
ข้อ 90 หนังสือภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษให้ปฏิบัติเช่นใด ?
ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม
ข.ให้เป็นไปตามระเบียบงานสารบัญของต่างประเทศ
ค.ให้เป็นไปตามคาสั่งของสานักนายกฯลฯ
ง.ถูกหมด
ตอบ ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 )
ข้อที่ 32 หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจานวนมาก มีใจความอย่างเดียวกัน ให้เพิ่มรหัสตัวพยัญชนะ ว หน้าเลข
ทะเบียน หนังสือส่ง ซึ่งกาหนดเป็นเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงเป็นลาดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน หรือ
ใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบ หนังสือภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใด
เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่าเรื่องนั้นจะต้องให้หน่วย งานหรือบุคคลในบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ ได้รับทราบด้วย
ก็ให้มีเจ้าหน้า ที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว
ข้อที่ 33 สรรพนามที่ใช้ในหนังสือ ให้ใช้ตามฐานะแห่งความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าของหนังสือและผู้รับหนังสือตามภาคผนวก
2
ข้อที่ 34 หนังสือภาษาต่างประเทศ ให้ใช้กระดาษตราครุฑ
หนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษ ให้ทาตามแบบที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 4
สาหรับหนังสือที่เป็นภาษาอื่น ๆ ซึ่งมิใช่ภาษาอังกฤษ ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม
29
ข้อ 91 ข้อใดเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการรับหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์ ?
ก.ให้ผู้ใช้งานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้รับผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย
ข. การเข้าถึงเอกสารลับ โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
ค. การเข้าถึงเอกสารลับ ต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยตารวจแห่งชาติ
ง. ให้ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้รับผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย
ตอบ ค. การเข้าถึงเอกสารลับ ต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยตารวจแห่งชาติ ( อ้างอิงจาก
ระเบียบฯ ข้อที่ 32 )
ข้อ 92 หนังสือภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษให้ปฏิบัติเช่นใด ?
ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม
ข.ให้เป็นไปตามระเบียบงานสารบัญของต่างประเทศ
ค.ให้เป็นไปตามคาสั่งของสานักนายกฯลฯ
ง.ถูกหมด
ตอบ ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 34 )
ข้อ 93 จัดลาดับความสาคัญและความเร่งด่วนของหนังสือเพื่ออะไร?
ก.เพื่อดาเนินการก่อนหลังและให้ผู้เปิดซองตรวจเอกสาร
ข.เพื่อดาเนินการตามระเบียบของหน่วยงาน
ค. เพื่อดาเนินเรื่องความลับ และการรักษาความลับ
ง. เพื่อดาเนินและตรวจสอบความรีบเร่งในการดาเนินการ
ตอบ ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 36 )
ข้อ 94 การจัดลาดับความสาคัญและความเร่งด่วนของหนังสือหากไม่ถูกต้องต้องทาเช่นใด ?
ก.ให้ติดต่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่ออกหนังสือเพื่อดาเนินการให้ถูกต้อง
ข.บันทึกข้อบกพร่องไว้เป็นหลักฐานแล้วจึงดาเนินการเรื่องนั้นต่อไป
ค.ให้ทาบันทึกถึงผู้บังคับบัญชาในหน่วยงาน
ง. ก และ ข ถูก
ตอบ ง. ก และ ข ถูก ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 36 )
30
หมวด ๒
การรับและส่งหนังสือ
ส่วนที่ ๑ การรับหนังสือ
ข้อ 35* หนังสือรับ คือ หนังสือที่ได้รับเข้ามาจากภายนอก ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางปฏิบัติตามที่กาหนด
ไว้ในส่วนนี้
การรับหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ
การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้รับผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ
รักษาความลับของทางราชการ
ข้อ 36 จัดลาดับความสาคัญและความเร่งด่วนของหนังสือ เพื่อดาเนินการก่อนหลังและให้ผู้เปิดซองตรวจเอกสาร หากไม่
ถูกต้องให้ติดต่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่ออกหนังสือเพื่อดาเนินการให้ถูกต้อง หรือบันทึกข้อบกพร่องไว้
เป็นหลักฐานแล้วจึงดาเนินการเรื่องนั้นต่อไป
ข้อ 35 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23
กันยายน 2548
ข้อ 95 นาย วอน เป็นเจ้าหน้ารับหนังสือ จะประทับตรารับหนังสือไว้บริเวณใด?
ก. มุมบนด้านขวา ของหนังสือ
ข. มุมล่างด้านขวาของหนังสือ
ค.มุมล่างด้านขวาของหนังสือ
ง.มุมบนด้านซ้ายของหนังสื
ตอบ ก. มุมบนด้านขวา ของหนังสือ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 37 )
ข้อ 96 ช่วย นาย วอน หน่อยครับ ในตรารับหนังสือ มีอะไรบ้าง ?
ก. เลขรับ / วันที่ / ผู้รับ
ข. ผู้รับ / ผู้ส่ง / เวลา
ค. เลขรับ / ผู้รับ / เวลา
ง. เลขรับ / วันที่ / เวลา
ตอบ ง. เลขรับ / วันที่ / เวลา ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 37.1 , 37.2 , 37.3 )
ข้อ 37 ประทับตรารับหนังสือ ตามแบบที่ 12 ท้ายระเบียบ ที่มุมบนด้านขวา ของหนังสือ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
37.1 เลขรับ ให้ลงเลขที่รับตามเลขที่รับในทะเบียน
37.2 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่รับหนังสือ
37.3 เวลา ให้ลงเวลาที่รับหนังสือ
ข้อ 97 ทะเบียนรับหนังสือต้องกรอกรายละเอียดอะไรลงไป?
ก.ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน
ข.ลงเลขที่หนังสือที่มีเข้ามาเรียงลาดับตลอดปีปฏิทิน
ค. เลขรับ / ผู้รับ / เวลา
ง. ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือที่รับเข้ามา
ตอบ ก.ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 38 )
ข้อ 98 ข้อใดคือการกรอกรายละเอียดเลขทะเบียนรับ ?
ก.ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน
ข.ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือรับจะต้องตรงกับ
เลขที่ในตรา รับหนังสือ
ค. เลขรับ / ผู้รับ / เวลา
ง. ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือที่รับเข้ามา
ตอบ ข.ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือรับจะต้องตรง
กับเลขที่ในตรา รับหนังสือ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 38.2 )
ข้อ 99 ช่อง “ จาก ” ในแบบทะเบียนหนังสือรับกรอกรายละเอียดอะไร ?
ก.ให้ลงชื่อผู้ส่งหนังสือ
ข.ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือรับจะต้องตรงกับ
เลขที่ในตรา รับหนังสือ
ค. ให้ลงหน่วยงานเจ้าของเรื่องหนังสือ
ง. ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
ตอบ ง. ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 38.5 )
31
ข้อ 38 ลงทะเบียนหนังสือรับ ในทะเบียนหนังสือรับตามแบบที่ 13 ท้ายระเบียบโดยกรอกรายละเอียดดังนี้
38.1 ทะเบียนหนังสือรับ ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน
38.2 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือ
รับจะต้องตรงกับเลขที่ในตรา รับหนังสือ
38.3 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือที่รับเข้ามา
38.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือที่รับเข้ามา
38.5 จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
38.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วน ราชกาหรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
38.7 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้นในกรณีที่ไม่มีชื่อ เรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
38.8 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น
38.9 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
ข้อ 100 จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนรับ แล้วส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการโดยให้ลงชื่อหน่วยงานที่รับหนังสือ
นั้น ส่วนในช่อง การปฏิบัติ ให้ลงรายละเอียดอะไรไว้
ก. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งหนังสือ ให้ลงชื่อไว้ด้วย
ข. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งหนังสือ ให้ตาแหน่งไว้ด้วย
ค. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับ-ส่งหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย
ง. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย
ตอบ ง. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย
( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 39 )
ข้อ 101 ข้อใดผิดเกี่ยวกับการส่งหนังสือที่ลงทะเบียนรับแล้วไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ?
ก. ส่งโดยใช้สมุดส่งหนังสือ
ข.ให้ผู้รับหนังสือลงชื่อ และวันเดือนปีที่รับหนังสือไว้เป็นหลักฐานในทะเบียนรับหนังสือ
ค. ให้ผู้ส่งหนังสือบันทึกในทะเบียนรับหนังสือและลงวันเดือนปีเป็นหลักฐาน
ง. ไม่มีข้อผิด
ตอบ ค.ให้ผู้ส่งหนังสือบันทึกในทะเบียนรับหนังสือและลงวันเดือนปีเป็นหลักฐาน( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 39 )
ข้อ 102 ถ้าหนังสือรับนั้นจะต้องดาเนินเรื่องในหน่วยงานนั้นเองจนถึงขั้นได้ตอบหนังสือไปแล้ว ควรทาอย่างไร?
ก. ให้ลงบันทึกว่าได้ส่งออกไปโดยวิธีใด วันเดือนปีใด
ข. ให้ลงทะเบียนว่าได้รับเข้ามาโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ค. ให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ง. ให้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ตอบ ค. ให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 39 )
ข้อ 39 จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนรับ แล้วส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการโดยให้ลงชื่อหน่วยงานที่รับหนังสือนั้น
ในช่อง การปฏิบัติ ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย
การส่งหนังสือที่ลงทะเบียนรับแล้วไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดาเนินการตามวรรคหนึ่ง จะส่งโดยใช้สมุดส่งหนังสือตาม
ข้อ 48 หรือให้ผู้รับหนังสือลงชื่อ และวันเดือนปีที่รับหนังสือไว้เป็นหลักฐานในทะเบียนรับหนังสือก็ได้
การดาเนินการตามขั้นตอนนี้จะเสนอผ่านผู้บังคับบัญชาผู้ใดหรือไม่ ให้เป็นไปตามที่หัวหน้าส่วนราชการกาหนด
ถ้าหนังสือรับนั้นจะต้องดาเนินเรื่องในหน่วยงานนั้นเองจนถึงขั้นได้ตอบหนังสือไปแล้ว
ให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ข้อ 40 การรับหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน เมื่อผู้รับได้รับหนังสือ จากหน่วยงานสารบรรณกลางแล้วให้ปฏิบัติตาม
วิธีการที่กล่าวข้างต้นโดยอนุโลม
*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน
2548
ข้อ 103 ข้อใดถูกต้องเรื่องการส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ?
ก. ให้ผู้ใช้งานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย
ข. ให้ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย
ค. ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความ
ปลอดภัย
ง. ถูกหมดทุกข้อที่กล่าวมา
ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อที่กล่าวมา (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 41 )
32
ส่วนที่ ๒
การส่งหนังสือ
ข้อ 41* หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตาม ที่กาหนดไว้ในส่วนนี้
การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ
การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ
รักษาความปลอดภัยของทางราชการ
ข้อ 104 จากข้อ 103 การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ นั้น ผู้ที่ทา
หน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับจะต้องเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัยโดยต้องเป็นไป
ตามระเบียบหรือข้อกาหนดใด?
ก. ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของทางราชการ
ข. เป็นไปตามข้อกาหนดของหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ
ค. เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณสานักนายกรัฐมนตรี 2526
ง. ให้เป็นไปตามข้อกาหนดของสานักงานสารบรรณกลางของหน่วยงาน
ตอบ ก. ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของทางราชการ
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 41 )
ส่วนที่ ๒
การส่งหนังสือ
ข้อ 41* หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตาม ที่กาหนดไว้ในส่วนนี้
การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ
การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ
รักษาความปลอดภัยของทางราชการ
ข้อ 105 การส่งออกหนังสือเพื่อส่งออกเป็นหน้าที่ของใคร?
ก.หน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ข.หน่วยงานเจ้าของหนังสือ
ค.หน่วยงานผู้จัดทาหนังสือ
ง. หน่วยงานสารบรรณกลาง
ตอบ ง.หน่ว่ยงานสารบรรณกลาง
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 42 )
ข้อ 42 ให้เจ้าของเรื่องตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน แล้วส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ของ
หน่วยงานสารบรรณ กลางเพื่อส่งออก
ข้อ 106 เจ้าของเรื่องต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อต้องการส่งหนังสือ?
ก.ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน
ข.ให้เจ้าของหนังสือมารับทราบ
ค.ตรวจสอบความเรียบร้อยและพลนาสาร
ง. แจ้งเจ้าหน้าที่จัดทา พิมพ์ตรวจทานหนังสือ
ตอบ ก.ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 42 )
ข้อ 107 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้วให้ปฏิบัติดังนี้?
ก. เก็บหนังสือไว้รอตรวจสอบ
ข. ส่งหนังสือไปหน่วยที่มีไปถึง
ค. ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่ง
ง. ลงทะเบียนรับและเตรียมหนังสือส่ง
ตอบ ก.ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 43.1 )
ข้อ 43 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้วให้ปฏิบัติดังนี้
43.1 ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่งตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
43.1.1 ทะเบียนหนังสือส่ง วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือนปีที่ลงทะเบียน
43.1.2 เลขทะเบียนส่ง ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือส่งเรียงลาดับ ติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทิน
43.1.3 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของส่วนราชการเจ้าของ เรื่องในหนังสือที่จะส่งออกถ้าไม่มีที่ดังกล่าวช่องนี้
จะว่าง
43.1.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จะส่งหนังสือนั้นออก
43.1.5 จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
33
43.1.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
43.1.7 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่ไม่ มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
43.1.8 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น
43.1.9 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
43.2 ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งออกทั้งในต้นฉบับ และสาเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปี
ในทะเบียนหนังสือส่งตามข้อ 43.1.2 และข้อ 43.1.4
(ข้อ 41 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23
กันยายน 2548)
ส่วนที่ ๒
การส่งหนังสือ
ข้อ 41* หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตาม ที่กาหนดไว้ในส่วนนี้
การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ
การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ
รักษาความปลอดภัยของทางราชการ
ข้อ 42 ให้เจ้าของเรื่องตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน แล้วส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ของ
หน่วยงานสารบรรณ กลางเพื่อส่งออก
ข้อ 43 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้วให้ปฏิบัติดังนี้
43.1 ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่งตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
43.1.1 ทะเบียนหนังสือส่ง วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือนปีที่ลงทะเบียน
43.1.2 เลขทะเบียนส่ง ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือส่งเรียงลาดับ ติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทิน
43.1.3 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของส่วนราชการเจ้าของ เรื่องในหนังสือที่จะส่งออกถ้าไม่มีที่ดังกล่าวช่องนี้
จะว่าง
43.1.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จะส่งหนังสือนั้นออก
43.1.5 จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
43.1.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
43.1.7 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่ไม่ มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
43.1.8 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น
43.1.9 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
43.2 ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งออกทั้งในต้นฉบับ และสาเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปี
ในทะเบียนหนังสือส่งตามข้อ 43.1.2 และข้อ 43.1.4
ข้อ 41 * แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23
กันยายน 2548
ข้อ 108 เป็นหน้าที่ของผู้ใด ก่อนบรรจุซอง ต้องตรวจความเรียบร้อย ของหนังสือตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วยอีกครั้งหนึ่ง ก่อน
ปิดผนึกซอง
ก.เจ้าของเรื่อง
ข.เจ้าของหนังสือ
ค.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลาง
ง.ผู้นาสาร
ตอบ ค.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลาง
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 44 )
ข้อ 44 ก่อนบรรจุซอง ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางตรวจความเรียบร้อย ของหนังสือตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วย
อีกครั้งหนึ่ง แล้วปิดผนึก
หนังสือที่ไม่มีความสาคัญมากนัก อาจส่งไปโดยวิธีพับยึดติดด้วยแถบกาว กาว เย็บด้วยลวด หรือวิธีอื่นแทนการบรรจุซอง
ข้อ 109 หากหนังสื อไม่มีความสาคัญมากและไม่ต้องการบรรจุซอง ควรใช้วิธีใด?
ก.ใช้วิธีพับยึดติดด้วยแถบกาว
ข.เย็บด้วยลวด
ค.วิธีอื่นแทนการบรรจุซอง
ง.ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 44 )
34
ข้อ 44 ก่อนบรรจุซอง ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางตรวจความเรียบร้อย ของหนังสือตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วย
อีกครั้งหนึ่ง แล้วปิดผนึก
หนังสือที่ไม่มีความสาคัญมากนัก อาจส่งไปโดยวิธีพับยึดติดด้วยแถบกาว กาว เย็บด้วยลวด หรือวิธีอื่นแทนการบรรจุซอง
ข้อ 110 ในกรณีที่ไม่ใช้สมุดส่งหนังสือควรทาอย่างไรในการปฏิบัติตามระเบียบงานสารบรรณฯ ?
ก.ให้มีใบรับหนังสือแนบติดซองไปด้วย
ข.ให้มีใบส่งหนังสือแนบติดไปด้วย
ค.ให้พลนาสารบอกวิธีการแก่ผุ้รับ
ง.ถูกหมด
ตอบ ก.ให้มีใบรับหนังสือแนบติดซองไปด้วย (ตอบตามตัวบท ชัวส์ที่สุด )
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 45 )
ข้อ 45 การจ่าหน้าซอง ให้ปฏิบัติตามแบบที่ 15 ท้ายระเบียบ สาหรับหนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ ให้ปฏิบัติตามข้อ
28
ในกรณีที่ไม่ใช้สมุดส่งหนังสือ ให้มีใบรับหนังสือตามข้อ 49 แนบติดซองไปด้วย
ข้อ 111 การส่งหนังสือซึ่งมิใช่เป็นการส่งโดยทางไปรษณีย์ เมื่อส่งหนังสือให้ผู้รับแล้วผู้ส่งต้องให้ผู้รับลงชื่อรับในสมุดส่ง
หนังสือหรือใบรับ แต่กรณี ถ้าเป็น ใบรับให้นาใบรับนั้นมาผนึกไว้ที่ใด?
ก.ติดไว้ที่สาเนาคู่ฉบับ
ข.ติดไว้ที่ซอง
ค.ติดไว้ที่สมุดส่ง
ง.ติดไว้ที่สมุดรับ
ตอบ ก.ติดไว้ที่สาเนาคู่ฉบับ
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 46 )
ข้อ 46 การส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบหรือวิธีการที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยกาหนด
การส่งหนังสือซึ่งมิใช่เป็นการส่งโดยทางไปรษณีย์ เมื่อส่งหนังสือให้ผู้รับแล้วผู้ส่งต้องให้ผู้รับลงชื่อรับในสมุดส่งหนังสือ
หรือใบรับ แล้วแต่กรณี ถ้าเป็น ใบรับให้นาใบรับนั้นมาผนึกติดไว้ที่สาเนาคู่ฉบับ
ข้อ 112 หนังสือที่ได้ลงทะเบียนส่ง การตอบหนังสือซึ่งรับเข้ามาให้ลงทะเบียนว่าอย่างไร?
ก.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ข.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือส่งที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ค.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับและส่ง ที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ง.ถูกหมด
ตอบ ก.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 47 )
ข้อ 47 หนังสือที่ได้ลงทะเบียนส่ง ในกรณีที่เป็นการตอบหนังสือซึ่งรับเข้ามาให้ลงทะเบียนว่าหนังสือนั้นได้ตอบตาม
หนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด
ข้อ 113 รายละเอียดของ สมุดส่งหนังสือ มีอะไรบ้างนาย von ให้ท่านพิจารณา ?
ก.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยส่ง / ผู้ส่ง / วันและเวลา/ หมายเหตุ
ข.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยรับ / ผู้รับ / วันและเวลา/ หมายเหตุ
ค.ทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยส่ง / ผู้ส่ง/ ข้อพิจารณา/ข้อปฏิบัติ
ง.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยรับ / ผู้รับ / ข้อปฏิบัติ/ หมายเหตุ
ตอบ ข.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยรับ / ผู้รับ / วันและเวลา/ หมายเหตุ
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 48 )
ข้อ 114 สมุดส่งหนังสือช่อง หมายเหตุ มีไว้เขียนอะไร?
ก.ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
ข.ให้เขียนชื่อผู้รับ
ค.ให้เขียนชื่อผู้ส่ง
ง. ให้ผู้รับลงวันและเวลา
ตอบ ก.ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 48.7 )
ข้อ 48 สมุดส่งหนังสือ ให้จัดทาตามแบบที่ 16 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
48.1 เลขทะเบียน ให้ลงเลขทะเบียนหนังสือส่ง
48.2 จาก ให้ลงตาแหน่งหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อบุคคล
35
48.3 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
48.4 หน่วยรับ ให้ลงชื่อส่วนราชการที่รับหนังสือ
48.5 ผู้รับ ให้ผู้รับหนังสือลงชื่อที่สามารถอ่านออกได้
48.6 วันและเวลา ให้ผู้รับหนังสือลงวัน เดือน ปี และเวลาที่รับหนังสือ
48.7 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
ข้อ 115 ใบรับหนังสือ มีรายละเอียดอะไรบ้าง?
ก. ที่ / จาก / ถึง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ
ข. ที่ / จาก / เรื่อง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ
ค. ที่ / ถึง / เรื่อง / วันเวลา/ / ผู้รับ
ง. ที่ / ถึง / เรื่อง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ
ตอบ ง. ที่ / ถึง / เรื่อง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 49 )
ข้อ 116 ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคล ในรายละเอียดข้อใดขอ ใบรับหนังสือ ?
ก. ถึง
ข. ผู้รับ
ค. ที่
ง. เรื่อง
ตอบ ก. ถึง
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 49.2 )
ข้อ 49 ใบรับหนังสือ ให้จัดทาตามแบบที่ 17 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
49.1 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือฉบับนั้น
49.2 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
49.3 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้นในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
49.4 รับวันที่ ให้ผู้รับหนังสือลงวัน เดือน ปีที่รับหนังสือ
49.5 เวลา ให้ผู้รับหนังสือลงเวลาที่รับหนังสือ
49.6 ผู้รับ ให้ผู้รับหนังสือลงชื่อที่สามารถอ่านออกได้
ข้อ 117 เพื่อให้การรับและส่งหนังสือดาเนินไปโดยสะดวกเรียบร้อย และรวดเร็วตามระเบียบปฏิบัติอย่างไร?
ก.ส่วนราชการจะกาหนดหน้าที่ของผู้ปฏิบัติตลอดจนแนวทางปฏิบัตินั้นไว้ด้วยก็ได้
ข. ส่วนราชการควรให้มีการสารวจทะเบียนหนังสือรับเป็นประจาว่าหนังสือตามทะเบียนรับนั้น ได้มีการปฏิบัติไปแล้วเพียงใด
ค. ให้ส่วนราชการมีการติดตามเรื่องด้วย
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 3 ข้อที่ 50 )
ข้อ 118 ถามแบบ วอน ๆ ว่า ทาไมต้องมีบัตรตรวจค้นหนังสือ ?
ก.ส่วนราชการจะกาหนดหน้าที่ของผู้ปฏิบัติตลอดจนแนวทางปฏิบัตินั้นไว้ด้วยก็ได้
ข. ส่วนราชการควรให้มีการสารวจทะเบียนหนังสือรับเป็นประจาว่าหนังสือตามทะเบียนรับนั้น ได้มีการปฏิบัติไปแล้วเพียงใด
ค. เพื่อความสะดวกในการค้นหา
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (เหมือนเดิมทุกอย่างครับ )
(อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 3 ข้อที่ 50 )
36
ส่วนที่ ๓
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ 50 เพื่อให้การรับและส่งหนังสือดาเนินไปโดยสะดวกเรียบร้อย และรวดเร็วส่วนราชการจะกาหนดหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ
ตลอดจนแนวทางปฏิบัตินั้นไว้ด้วยก็ได้ทั้งนี้ ให้มีการสารวจทะเบียนหนังสือรับเป็นประจาว่าหนังสือตามทะเบียนรับนั้น ได้มี
การปฏิบัติไปแล้วเพียงใด และให้มีการติดตามเรื่องด้วย ในการนี้ ส่วนราชการใดเห็นสมควรจะจัดให้มีบัตรตรวจค้นสาหรับ
หนังสือรับและหนังสือส่ง เพื่อความสะดวกในการค้นหาก็ได้ตาม ความเหมาะสม
ข้อ 119 บัตรตรวจค้นควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง?
ก. เรื่อง รหัส
ข. เลขทะเบียบรับ / ที่
ค. ลงวันที่ รายการ การปฏิบัติ
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 3 ข้อที่ 51 )
ภาษาไทยวันละนิดจา วันละหน่อย ***** ภาษาไทย วันละนิด จา วันละหน่อย
ขว้างงูไม่พ้นคอ /// เป็นกริยา หมายถึง ทาอะไรแล้วผลร้ายกลับมาสู่ตัวเอง
ขายผ้าเอาหน้ารอด /// เป็นกริยา หมายถึงยอมเสียสละแม้แต่ของจาเป็นที่ตนมีอยู่ เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้ , ทา ให้
สาเร็จลุล่วงไปเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้
ข้าวใหม่ปลามัน/// เป็นนาม หมายถึง อะไรที่เป็นของใหม่ก็ถือว่าดี , นิยมเรียกช่วงเวลาที่สามีภรรยาเพิ่งแต่งงานใหม่ ๆ ว่า
ระยะข้าใหม่ปลามัน
ขิงก็ราข่าก็แรง/// หมายถึงต่างก็จัดจ้านพอ ๆกัน , ต่างก็มีอารมณ์ร้อนพอ ๆ กัน , ต่างไม่ยอมลดละกัน
ขี่ช้างจับตั๊กแตน/// เป็นกริยา หมายถึงลงทุนมากแต่ได้ผลนิดหน่อย
**** คาว่า กาม *****
กามกรีฑา / กามคุณ / กามตัณหา / กามราคะ/ กามโรค
ต้องอ่านมีคาว่า มะ ทุกคา เช่น
กามโรค อ่านว่า กาม- มะ-โรก
แต่ กามวิตถาร คาเดียวที่อ่านว่า กาม-วิด-ถาน เท่านั้น
*****************************
ข้อ 51 บัตรตรวจค้น ให้จัดทาตามแบบที่ 18 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
51.1 เรื่อง รหัส ให้ลงเรื่องและรหัสตามหมวดหมู่ของหนังสือ
51.2 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนตามที่ปรากฏในทะเบียนหนังสือรับ
51.3 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือ
51.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือ
51.5 รายการ ให้ลงเรื่องย่อของหนังสือเพื่อให้ทราบว่า หนังสือนั้น มาจากที่ใด เรื่องอะไร
51.6 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือนั้นเพื่อให้ ทราบว่าส่งไปที่ใดเมื่อใด
ข้อ 120 ข้อใดเป็นไม่ใช่ การเก็บหนังสือ?
ก.การเก็บระหว่างปฏิบัติ
ข.การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว
ค.การเก็บเพื่อรวบรวมข้อมูล
ง. และการเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
ตอบ ค.การเก็บเพื่อรวบรวมข้อมูล (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 52 )
37
หมวด ๓
การเก็บรักษา ยืม และทาลายหนังสือ
ส่วนที่ ๑
การเก็บรักษา
ข้อ 52 การเก็บหนังสือ แบ่งออกเป็น การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว และการเก็บไว้เพื่อใช้ในการ
ตรวจสอบ
ข้อ 121 ข้อใดคือ การเก็บระหว่างปฏิบัติ?
ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่แล้วเสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของหน่วยงาน โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสม
ตามขั้นตอนของระเบียบงานสารบรรณ
ข. การเก็บหนังสือที่กาลังปฏิบัติให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของหนังสือ โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสมตาม
ขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
ค. การเก็บหนังสือขณะปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้กาหนดวิธีการเก็บตามระเบียบ
งานสารบรรณ
ง. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสม
ตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
ตอบ ง. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้
เหมาะสมตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 53 )
ข้อ 53 การเก็บระหว่างปฏิบัติ คือการเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้
กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสมตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
ข้อ 122 ข้อใดคือ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว ?
ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก
ข. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และรอตรวจสอบความเรียบร้อย
ค. การเก็บหนังสือที่กาลังจะปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ง. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกาลังจะต้องปฏิบัติต่อไปอีก
ตอบ ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 54 )
ข้อ 54 การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อย
แล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก ให้เจ้าหน้าที่ของเจ้าของเรื่องปฏิบัติดังนี้
54.1 จัดทาบัญชีหนังสือส่งเก็บตามแบบที่ ๑๙ท้ายระเบียบอย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับสาหรับเจ้าของเรื่อง
และหน่วยเก็บเก็บไว้อย่างละฉบับโดยกรอกรายละเอียดดังนี้
54.1.1 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่เก็บ
54.1.2 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ
54.1.3 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ
54.1.4 เรื่องให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
54.1.5 อายุการเก็บหนังสือให้ลงวันเดือนปีที่จะเก็บถึงในกรณี ให้เก็บไว้ตลอดไป ให้ลงคาว่า ห้ามทาลาย
54.1.6 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด(ถ้ามี)
54.2 ส่งหนังสือและเรื่องปฏิบัติทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับหนังสือนั้น พร้อมทั้งบัญชีหนังสือส่งเก็บไปให้หน่วยเก็บที่ส่วนราชการ
นั้น ๆ กาหนด
ข้อ 123 หนังสือที่จะส่งเก็บ ให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือประทับตรากาหนดเก็บหนังสือไว้ที่ไหน?
ก.มุมบนด้านซ้ายของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น
ข. มุมบนด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น
ค.มุมล่างด้านซ้ายของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น
ง.มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น
38
ตอบ ง.มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 55 )
ข้อ 55 เมื่อได้รับเรื่องจากเจ้าของเรื่อง ตามข้อ ๕๔ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือปฏิบัติดังนี้
55.1 ประทับตรากาหนดเก็บหนังสือตามข้อ ๗๓ ไว้ที่มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น และลง
ลายมือชื่อย่อกากับตรา
55.1.1 หนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป ให้ประทับตราคาว่า ห้ามทาลาย ด้วยหมึกสีแดง
55.1.2 หนังสือที่เก็บโดยมีกาหนดเวลา ให้ประทับตราคาว่า เก็บถึง พ.ศ. ... ด้วยหมึกสีน้าเงิน และลงเลขของปี
พุทธศักราชที่ให้เก็บถึง
55.2 ลงทะเบียนหนังสือเก็บไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่ 20 ท้ายระเบียบโดยกรอกรายละเอียดดังนี้
55.2.1 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่เก็บ
55.2.2 วันเก็บ ให้ลงวันเดือนปีที่นาหนังสือนั้นเข้าทะเบียนเก็บ
55.2.3 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ
55.2.4 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ
55.2.5 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปย่อ
55.2.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ
55.2.7 กาหนดเวลาเก็บ ให้ลงระยะเวลาการเก็บตามที่กาหนดในตรากาหนดเก็บหนังสือตามข้อ 55.1
55.2.8 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
ข้อ 124 ข้อใดคือการเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ?
ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จาเป็นจะต้องใช้ในการตรวจสอบเป็นประจาไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยัง
หน่วยเก็บของส่วนราชการ
ข. การเก็บหนังสือที่ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ
ค. การเก็บหนังสือโดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นรับผิดชอบก็ได้เมื่อหมดความจาเป็นที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบแล้ว ให้จัดส่ง
หนังสือนั้นไปยังหน่วยเก็บของส่วนราชการ
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 56 )
ข้อ 56 การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จาเป็นจะต้องใช้ในการ
ตรวจสอบเป็นประจาไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยังหน่วยเก็บของส่วนราชการตามข้อ 54 ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ
โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นรับผิดชอบก็ได้เมื่อหมดความจาเป็นที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบแล้ว ให้จัดส่งหนังสือนั้นไปยัง
หน่วยเก็บของส่วนราชการโดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ 54 และข้อ 55 โดยอนุโลม
ข้อ 125 อายุการเก็บหนังสือต้องเก็บไว้กี่ปี?
ก. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี
ข. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี
ค. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ง. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี
ตอบ ง. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 57 )
ข้อ 126 หนังสือใดที่ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี คือข้อใด ?
ก. หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ
ข. หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี
ค. หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
ง. หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว
ตอบ ค. หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 57 )
ข้อ 57* อายุการเก็บหนังสือ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้
57.1 หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ ให้ปฏิบัติตามกฏหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ
ระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น
57.2 หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี สานวนของศาลหรือของพนักงานสอบสวนหรือ หนังสืออื่นใดที่ได้มีกฏหมาย
หรือระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฏหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น
57.3 หนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทุกสาขาวิชา และมีคุณค่าต่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานสาคัญ
ทางประวัติศาสตร์ของชาติตลอดไป หรือตามที่สานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กาหนด
57.4 หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สาเนาที่มีต้นเรื่องจะค้นได้จากที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
57.5 หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ซึ่งไม่มีความสาคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจา เมื่อดาเนินการแล้วเสร็จให้เก็บ
ไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี
39
57.6 หนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือการก่อหนี้ผูกพันทางการเงินที่ไม่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ
เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิในทางการเงิน รวมถึงหนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือ
การก่อหนี้ผูกพันทางการเงินที่หมดความจาเป็นในการใช้เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่ง
สิทธิในทางการเงิน เพราะได้มีหนังสือหรือเอกสารอื่นที่สามารถนามาใช้อ้างอิงหรือทดแทนหนังสือ หรือเอกสารดังกล่าว
แล้ว เมื่อสานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา และไม่มีความจาเป็นต้องใช้ประกอบการตรวจสอบหรือเพื่อ
การใด ๆ อีก ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
หนังสือเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเห็นว่าไม่มีความจาเป็นต้องเก็บไว้ถึง 10 ปี หรือ 5 ปี แล้วแต่กรณี ให้ทาความตกลงกับ
กระทรวงการคลัง
ข้อ 57 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23
กันยายน 2548
ข้อ 127 ส่วนราชการจะส่งมอบหนังสือให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ ทุกปีปฏิทินโดยหนังสือนั้นจะต้องมีอายุครบ กี่ปี
ก.อายุครบ 20 ปี
ข.อายุครบ 10 ปี
ค.อายุครบ 25 ปี
ง. อายุครบ 5 ปี
ตอบ ก.อายุครบ 20 ปี
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 )
ข้อ 128 ส่วนราชการจะส่งมอบหนังสือให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ ตามข้อ 126 นั้นทุกวันที่เท่าไรของปี ?
ก. วันที 1 มกราคม ของปีถัดไป
ข. ภายในวันที่ 16 มกราคม ขอปีถ้ดไป
ค.ภายในวันที่ 31 มกราคม ของ ปีถัดไป
ง. ภายในวันที่ 31 ตุลาคมของปีถัดไป
ตอบ ค.ภายในวันที่ 31 มกราคม ของ ปีถัดไป
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 )
ข้อ 129 หนังสือใดไม่ต้องส่งมอบให้กองจดหมายเหตุ ตามข้อ 126 ?
ก.หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ
ข. หนังสือที่มีกฎหมาย ข้อ บังคับ
ค. หนังสือที่ส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บ
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 )
ข้อ 130 หนังสือที่ส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการนั้น ให้
ทาอย่างไร?
ก.จัดทาบัญชีรายชื่อหนังสือหนังสือทั้งหมดที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ
ข.จัดทาบัญชีหนังสือครบ 25 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้ กรมศิลปกร
ค.จัดทาบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร
ง. ทารายชื่อหนังสื่อเสนอ กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร เพื่อเก็บเอง
ตอบ ค.จัดทาบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 )
ข้อ 58* ทุกปีปฏิทินให้ส่วนราขการจัดส่งหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี
นับจากวันที่ได้จัดทาขึ้น ที่เก็บไว้ ณ ส่วนราชการใด พร้อมทั้งบัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี
ให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้
58.1 หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับให้ปฏิบัติตามกฏหมายหรือ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
58.2 หนังสือที่มีกฏหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบที่ออกใช้เป็นการทั่วไป กาหนดไว้เป็นอย่างอื่น
58.3 หนังสือที่ส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการนั้น ให้
จัดทาบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร
*ข้อ 58 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23
กันยายน 2548
ข้อ 131 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี และบัญชีหนังสือครบ 20 ปี
ที่ขอเก็บเองอย่างน้อย ควรมีอะไร เพื่อให้ส่วนราชการ ผู้มอบและกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ผู้รับมอบยึดถือ
ไว้เป็นหลักฐาน ?
40
ก.ให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ
ข.คู่มือบัตรค้นหนังสือ
ค. ดัชนีหนังสือ
ง. บรรณานุกรมหนังสื่อ
ตอบ ก.ให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 59 )
ข้อ 59* บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี และบัญชีหนังสือครบ 20 ปี
ที่ขอเก็บเองอย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ เพื่อให้ส่วนราชการ ผู้มอบและกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
ผู้รับมอบยึดถือไว้เป็นหลักฐานฝ่ายละฉบับ
59.1 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ให้จัดทาตามแบบที่ 21 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
59.1.1 ชื่อบัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่จัดทาบัญชี
59.1.2 กระทรวง ทบวง กรมกอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี
59.1.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี
59.1.4 แผนที่ ให้ลงเลขลาดับขอบแผ่นบัญชี
59.1.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่ส่งมอบ
59.1.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บ
59.1.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ
59.1.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ
59.1.9 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ
59.1.10 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
59.1.11 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
59.1.12 ลงชื่อผู้มอบ ให้ผู้มอบลงลายมือชื่อแบะวงเล็บชื่อ และนามสกุลด้วยตัวบรรจง พร้อมลงตาแหน่งของผู้มอบ
59.1.13 ลงชื่อผู้รับมอบ ให้ผู้รับมอบลงลายมือชื่อและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมทั้งลงตาแหน่งของผู้รับ
มอบ
59.2 บัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเอง ให้จัดตามแบบที่ 22 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
59.2.1 ชื่อบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่จัดทาบัญชี
59.2.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี
59.2.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี
59.2.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี
59.2.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่ขอเก็บเอง
59.2.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ
59.2.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ
59.2.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ
59.2.9 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
59.2.10 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
ข้อ 59*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23
กันยายน 2548
ข้อ 132 หนังสือที่ยังไม่ถึงกาหนดทาลาย ควรทาอย่างไร?
ก. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ให้แจ้งความประสงค์ฝากได้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรม
ศิลปากร
ข. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ควรเก็บไว้เป็นเอกเทศ
ค. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ให้แจ้งเก็บที่สารบรรณกลาง ง. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่
มีความสาคัญ ให้เก็บตามระเบียบว่าด้วยความลับ
ตอบ ก. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ให้แจ้งความประสงค์ฝากได้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรม
ศิลปากร
(อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 60 )
ข้อ 60 หนังสือที่ยังไม่ถึงกาหนดทาลาย ซึ่งส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ และประสงค์จะฝากให้กอง
จดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร เก็บไว้ ให้ปฏิบัติดังนี้
60.1 จัดทาบัญชีฝากหนังสือตามแบบที่ 23 ท้ายระเบียบอย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ โดยกรอกรายละเอียด
ดังนี้
60.1.1 ชื่อบัญชีฝากหนังสือ ประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราช ที่จัดทาบัญชี
60.1.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี
60.1.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี
60.1.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี
60.1.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือ
60.1.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ
60.1.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ
60.1.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ
60.1.9 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ
41
60.1.10 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
60.1.11 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
60.1.12 ลงชื่อผู้ฝาก ให้ผู้ฝากลงลายมือและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมทั้งลงตาแหน่งของผู้ฝาก
60.1.13 ลงชื่อผู้รับฝาก ให้ผู้รับฝากลงลายมือชื่อและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมทั้งลงตาแหน่งของผู้รับ
ฝาก
60.2 ส่งต้นฉบับ และสาเนาคู่ฉบับบัญชีฝากหนังสือพร้อมกับหนังสือที่จะฝากให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
60.3 เมื่อกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรตรวจหนังสือและรับฝากหนังสือแล้วให้ลงนามในบัญชีฝากหนังสือ แล้ว
คืนต้นฉบับให้ส่วนราชการผู้ฝากเก็บไว้เป็นหลักฐาน
หนังสือที่ฝากเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรให้ถือว่าเป็นหนังสือ
ของส่วนราชการผู้ฝากหากส่วนราชการ ผู้ฝากต้องการใช้หนังสือหรือขอคืนให้ทาได้โดยจัดทาหลักฐานต่อกันไว้ให้ชัดแจ้ง
เมื่อถึงกาหนดการทาลายแล้ว ให้ส่วนราชการผู้ฝากดาเนินการตามข้อ 66
***** ภาษาไทย วันละนิด ***
จับงูข้างหาง **** เป็นกริยา หมายถึง ทาสิ่งที่เสี่ยงต่ออันตราย
จับเสือมือเปล่า**** เป็นกริยา หมายถึง แสวงหาประโยชน์โดยตัวเองไม่ต้องลงทุน
จุดไต้ตาตอ ******** เป็นกริยา หมายถึง พูดหรือทาสิ่งใดสิ่งหนึ่งบังเอิญไปโดนเอาเจ้าตัวหรือผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้น
เข้าโดยผู้พูดหรือผู้ทาไม่รู้ตัว
ชักซุงตามขวาง**** เป็นกริยา หมายถึงทาอะไรที่ไม่ถูกวิธีย่อมได้รับความลาบาก,ขัดขวางผู้มีอานาจย่อมได้รับความเดือน
ร้อน
ลักษณะนาม
กฎหมาย เรียกเป็น ฉบับ
กติกา “ ข้อ
กรงขัง “ กรง
กรรไกร,กรรไตร , ตะไกร “ เล่ม
กระจก “ แผ่น
( อ้างอิงจาก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน )
ข้อ 133 ให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพใช้ราชการได้ทุกโอกาส หากชารุดเสียหายต้องทาอย่างไร?
ก.รีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิม
ข.รีบแจ้งความกับพนักงานสอบสอบ
ค รายงานผู้บังคับบัญชา
ง.หาสาเนามาทดแทน
ตอบ ก.รีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิม (อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 61 )
ข้อ 134 จากข้อ 133 หากชารุดเสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมให้อยุ่สภาพเดิมได้ต้องทาอย่างไร?
ก.รีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิมให้ได้
ข.รีบแจ้งความกับพนักงานสอบสอบ
ค ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย
ง.หาสาเนามาทดแทน
ตอบ ค ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย
(อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 61 )
ข้อ 61 การรักษาหนังสือ ให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพใช้ราชการได้ทุกโอกาส หากชารุดเสียหาย
ต้องรีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิมหากสูญหายต้องหาสาเนามาแทนถ้าชารุดเสียหาย จนไม่สามารถซ่อมแซมให้คง
สภาพเดิมได้ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย
ถ้าหนังสือที่สูญหายเป็นเอกสารสิทธิตามกฏหมายหรือหนังสือสาคัญที่เป็นการแสดงเอกสารสิทธิก็ให้ดาเนินการแจ้งความ
ต่อพนักงานสอบสวน )
ข้อ 135 ผู้ยืมหนังสือจะต้องปฏิบัติอย่างไรในการยืม?
ก.ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่าเรื่องที่ยืมนั้นจะนาไปใช้ในราชการใด
ข. ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ
ค. ผู้ยืมจะต้องลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานการยืม
ง. ถุกหมดทุกข้อ
ตอบ ง. ถุกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 62 )
ข้อ 136 การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตต้องเป็นบุคคลระดับใด?
ก.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข.ผู้ยืมต้องเป็นหน้าหน้าระดับกองและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป
ค.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ง.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ตอบ ก.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 62)
42
ส่วนที่ ๒
การยืม
ข้อ 62 การยืมหนังสือที่ส่งเก็บแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้
62.1 ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่าเรื่องที่ยืมนั้นจะนาไปใช้ในราชการใด
62.2 ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ แล้วลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและให้เจ้าหน้าที่เก็บ
รวบรวมหลักฐานการยืม เรียงลาดับวันเดือนปีไว้เพื่อติดตามทวงถามส่วนบัตรยืมหนังสือนั้นให้เก็บไว้แทนที่หนังสือที่ถูกยืม
ไป
62.3 การยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่
ได้รับมอบหมาย
62.4 การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 137 รายละเอียดในบัตรยืมหนังสือ มีอะไรบ้าง
ก.รายการ / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน / วันส่งคืน
ข.บัญชี / ผู้ยืม / ผู้ให้ยืม / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน
ค. เรือง / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / ผู้ส่งคืน / วันส่งคืน
ง. ทะเบียนยืม / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน
ตอบ ก.รายการ / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน / วัน
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 63)
ข้อ 63 บัตรยืมหนังสือ ให้จัดทาตามแบบที่ 24 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้
63.1 รายการ ให้ลงชื่อเรื่องหนังสือที่ขอยืมไปพร้อมด้วยรหัสของหนังสือนั้น
63.2 ผู้ยืม ให้ลงชื่อบุคคล ตาแหน่ง หรือส่วนราชการที่ยืมหนังสือนั้น
63.3 ผู้รับ ให้ผู้รับหนังสือนั้นลงลายมือชื่อ และวงเล็บชื่อกากับพร้อมด้วยตาแหน่งในบรรทัดถัดไป
63.4 วันยืม ให้ลงวันเดือนปีที่ยืมหนังสือนั้น
63.5 กาหนดส่งคืน ให้ลงวันเดือนปีที่จะส่งหนังสือนั้นคืน
63.6 ผู้ส่งคืน ให้ผู้ส่งคืนลงลายมือชื่อ
63.7 วันส่งคืน ให้ลงวันเดือนปีที่ส่งหนังสือคืน มอบหมาย
ข้อ 138 การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ ต้องทาอย่างไร?
ก.ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ห้องสมุด
ข.ขออนุญาตหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป
ค. ขออนุญาตหัวหน้าแผนกขึ้นไป
ง.จะกระทามิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ
ตอบ ง.จะกระทามิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 65)
ข้อ 64 การยืมหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จ หรือหนังสือที่เก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 62 โดยอนุโลม
ข้อ 65 การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ จะกระทามิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจาก
หัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายก่อน มอบหมาย
ข้อ 139 การจัดทาบัญชีหนังสือขอทาลาย เสนอหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทาลาย
หนังสือต้องทาภายในกี่วันและนับจากอะไร?
ก. ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีงบประมาณ
ข. ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
ค. ภายใน 90 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
ง. ภายใน 30 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
ตอบ ข. ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 66)
ข้อ 140 การจัดทาบัญชีหนังสือขอทาลายตามข้อ 138 ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ์
ก.หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
ข.หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง
ค.หัวหน้าส่วนราชการระดับแผนก
43
ง.ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ก.หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67)
ส่วนที่ ๓
การทาลาย
ข้อ 66 ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ให้เจ้าหน้าที่ผู้ รับผิดชอบในการเก็บหนังสือสารวจหนังสือที่ที่ครบกาหนดอายุ
การเก็บในปีนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เก็บไว้เองหรือที่ฝากเก็บไว้ที่กอง จดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร แล้วจัดทาบัญชี
หนังสือขอทาลาย
เสนอหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ
บัญชีหนังสือขอทาลายให้จัดทาตามแบบที่ 25 ท้ายระเบียบ อย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับโดยกรอกรายละเอียด
ดังนี้
66.1 ชื่อบัญชีหนังสือขอทาลาย ประจาปี ให้ลงตัวเลขของ ปีพุทธศักราชที่จัดทาบัญชีที่จัดทาบัญชี
66.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี
66.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี
66.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี
66.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือ
66.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ
66.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ
66.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ
66.9 เลขทะเบียนรับ ให้ลงทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ
66.10 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ
66.11 การพิจารณา ให้คณะกรรมการทาลายหนังสือเป็นผู้กรอก
66.12 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี)
ข้อ 141 คณะกรรมการทาลายหนังสือประกอบด้วยใครบ้าง?
ก. ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน
ข. ประธานกรรมการ และกรรมการอีก 1 คน
ค. ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อยสามคน
ง. ประธานกรรมการ และกรรมการตามที่ประธานเสนอมา
ตอบ ก. ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67)
ข้อ142 คณะกรรมการทาลายหนังสือแต่งตั้งจากบุคคลใด?
ก.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ข.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ค.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3
ง.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่า
ตอบ ก.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้น
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67)
ข้อ143 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการทาลายหนังสือ ?
ก.ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน
ข.ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองกรรมการที่มาประชุมคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน
ค มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก
ง. ถ้ากรรมการผู้ใดไม่เห็น ด้วยให้ทาบันทึกความเห็นแย้งไว้
ตอบ ข.ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองกรรมการที่มาประชุมคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน (อ้างอิงจาก
ระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67)
ข้อ 67 ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม แต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการ
อีกอย่าง น้อยสองคน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน
มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ากรรมการผู้ใดไม่เห็น ด้วยให้ทาบันทึก
ความเห็นแย้งไว้
ข้อ144 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวหน้าที่คณะกรรมการทาลายหนังสือ ?
ก. พิจารณาหนังสือที่จะขอทาลายตามบัญชีหนังสือขอทาลาย
ข. ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรให้ทาลาย ให้กรอก เครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่อง การ
พิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย
ค.เสนอรายงานผลการพิจารณาพร้อมทั้งบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ(ถ้ามี) ต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อ
พิจารณาสั่งการ
44
ง. ควบคุมการทาลายหนังสือซึ่งไม่จาเป็นผู้มีอานาจอนุมัติให้ทาลายได้ แล้วโดยการเผาที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่านเป็นเรื่อง
ได้และเมื่อทาลายเรียบร้อยแล้วให้ทาบันทึกลงนามเมื่อการทาลายสิ้นสุด
ตอบ ง. ควบคุมการทาลายหนังสือซึ่งไม่จาเป็นผู้มีอานาจอนุมัติให้ทาลายได้ แล้วโดยการเผาที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่านเป็น
เรื่องได้และเมื่อทาลายเรียบร้อยแล้วให้ทาบันทึกลงนามเมื่อการทาลายสิ้นสุด (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 68 )
ข้อ145 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือฉบับใดไม่ควร ทาลาย และควรจะขยายเวลาการเก็บไว้ให้ทาอย่างไร?
ก.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง การพิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุ
การเก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข
ข.ให้ลงความเห็นว่าไม่ควรทาลายในช่อง การพิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้เก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บ
หนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข
ค.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง หมายเหตุ ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุการ
เก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข
ง.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง หมายเหตุ ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วเก็บหนังสือในตรา
กาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข
ตอบ ก.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง การพิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไข
อายุการเก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 68 )
ข้อ 68 คณะกรรมการทาลายหนังสือ มีหน้าที่ดังนี้
68.1 พิจารณาหนังสือที่จะขอทาลายตามบัญชีหนังสือขอทาลาย
68.2 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือฉบับใดไม่ควร ทาลาย และควรจะขยายเวลาการเก็บไว้ให้ลงความเห็น
ว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง การพิจารณา ตามข้อ 66.11 ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุการ
เก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข
68.3 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรให้ทาลาย ให้กรอก เครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่อง การ
พิจารณา ตามข้อ 66.11ของบัญชีหนังสือขอทาลาย
68.4 เสนอรายงานผลการพิจารณาพร้อมทั้งบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ(ถ้ามี) ต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
เพื่อพิจารณาสั่งการ ตามข้อ 69
68.5 ควบคุมการทาลายหนังสือซึ่งผู้มีอานาจอนุมัติให้ทาลายได้ แล้วโดยการเผาหรือวิธีอื่นใดที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่าน
เป็นเรื่องได้และเมื่อทาลายเรียบร้อยแล้วให้ทาบันทึกลงนามร่วมกันเสนอผู้มีอานาจอนุมัติทราบ
ข้อ146 เมื่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมได้รับรายงาน ว่า ไม่ควรทาลาย ให้พิจารณาสั่งการอย่างไร?
ก. ให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาการทาลายงวดต่อไป
ข. ให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้ห้ามทาลายอีกต่อไป
ค.ให้สั่งการ ถามเหตุผลว่าเพราะเหตุใด
ง. สั่งการแล้วแต่จะเห็นความเหมาะสม
ตอบ ก. ให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาการทาลายงวดต่อไป (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 69.1 )
ข้อ147 ถ้าได้รับรายงาน ว่า ควรทาลาย ให้พิจารณาดาเนินอย่างไร?
ก. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน
ข.ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน
ค. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้เจ้าของเรื่อง พิจารณาก่อน
ง. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้เจ้าของส่วนราชการต้นสังกัด พิจารณาก่อน
ตอบ ก. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 69.2 )
ข้อ 69 เมื่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมได้รับรายงานตามข้อ68.4 แล้ว ให้พิจารณาสั่งการดังนี้
69.1 ถ้าเห็นว่าหนังสือเรื่องใดยังไม่ควรทาลายให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาการทาลายงวดต่อไป
69.2 ถ้าเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรทาลาย ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
พิจารณาก่อน เว้นแต่ หนังสือประเภทที่ส่วนราชการนั้นได้ขอทาความตกลงกับกรมศิลปากรแล้วไม่ต้องส่งไปให้พิจารณา
ข้อ148 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทาลายแล้วแจ้งให้ให้ส่วนราชการ
ทราบภายในกี่วัน ?
ก .ภายในกาหนดเวลา 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง
ข .ภายในกาหนดเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง
ค .ภายในกาหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง
ง .ภายในกาหนดเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง
ตอบ ค .ภายในกาหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 70.1 )
ข้อ149 จากข้อ 148 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทาลายแล้วไม่แจ้ง
กาหนดระยะเวลาให้ทราบตามข้อ 147 แล้วให้ถือว่าอย่างไร ?
ก .ให้ถือว่าไม่ให้ความ เห็นชอบห้ามทาลายหนังสือ
ข .ให้ถือว่าได้ให้ความ เห็นชอบแล้ว และให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้
45
ค .ให้ถือว่าได้ให้ความ เห็นชอบแล้วแต่ยังต้องให้กรรมการพิจารณาใหม่
ง.ให้ถือว่าไม่ให้ความ เห็นชอบ แต่ให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้
ตอบ ข .ให้ถือว่าได้ให้ความ เห็นชอบแล้ว และให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 70.1 )
ข้อ 70 ให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทาลายแล้วแจ้งให้ให้ส่วนราชการที่
ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายทราบดังนี้
70.1 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร เห็นชอบด้วย ให้แจ้งให้ส่วนราชการนั้นดาเนินการทาลายหนังสือต่อไปได้
หากกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ไม่แจ้งให้ทราบอย่างใดภายในกาหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการ
นั้นได้ส่งเรื่องให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากรให้ถือว่ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ให้ความ
เห็นชอบแล้ว และให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้
70.2 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร เห็นว่าหนังสือฉบับใด ควรจะขยายเวลาการเก็บไว้อย่างใดหรือให้เก็บไว้
ตลอดไป ให้แจ้งส่วน ราชการนั้นทราบ และให้ส่วนราชการนั้น ทาการแก้ไขตามที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร
แจ้งมาหากหนังสือใดกองจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร เห็นควรให้ส่งไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม
ศิลปากร ก็ให้ส่วนราชการนั้น ๆ ปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ในการนี้ กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร จะส่งเจ้าหน้าที่
มาร่วมตรวจสอบหนังสือของส่วนราชการนั้นก็ได้
150 ตราครุฑมี กี่ขนาด?
ก . 1 ขนาด
ข. 2 ขนาด
ค. 3 ขนาด
ง. 4 ขนาด
ตอบ ข. 2 ขนาด (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 71 )
หมวด ๔
มาตรฐานตรา แบบพิมพ์ และซอง
ข้อ 71 ตราครุฑสาหรับแบบพิมพ์ ให้ใช้ตามแบบที่ 26 ท้ายระเบียบ มี 2 ขนาด คือ
71.1 ขนาดตัวครุฑสูง 3 เซนติเมตร >
71.2 ขนาดตัวครุฑสูง 1.5 เซนติเมตร
ข้อ 151 ตราชื่อส่วนราชการ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมสอง วงซ้อนกัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าไร?
ก. วงนอก 3.5 เซนติเมตร วงใน 4.5 เซนติเมตร
ข. วงนอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร
ค. วงนอก 3.5 เซนติเมตร วงใน 2.5 เซนติเมตร
ง. วงนอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 2.5 เซนติเมตร
ตอบ ข. วงนอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 72 )
ข้อ 152 ส่วนราชการใดที่มีการติดต่อกับต่างประเทศ จะใช้ตราชื่อส่วนราชการอย่างไร?
ก. ให้อักษรภาษาอักกฤษทั้งหมดของตรา
ข. ให้อักษรไทยอยู่ขอบล่างและอักษรโรมันอยู่ขอบบนของตรา
ค. ให้อักษรไทยอยู่ขอบบนและอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตรา
ง. ให้อักษรมีอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตราเท่านั้น
ตอบ ค. ให้อักษรไทยอยู่ขอบบนและอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตรา
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 72 วรรค 2)
ข้อ 72 ตราชื่อส่วนราชการ ให้ใช้ตามแบบที่ 27 ท้ายระเบียบ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมสอง วงซ้อนกัน เส้นผ่าศูนย์กลางวง
นอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร ล้อมครุฑตามข้อ 71.1 ระหว่างวงนอกและวงในมีอักษรไทยชื่อกระทรวง ทบวง
กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเป็นกรมหรือ จังหวัดอยู่ขอบล่างของตรา
ส่วนราชการใดที่มีการติดต่อกับต่างประเทศ จะให้มีชื่อภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ด้วยก็ได้โดยให้อักษรไทยอยู่ขอบบนและอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตรา
ข้อ 153 ตรากาหนดเก็บหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือเก็บ เพื่อให้ทราบ
กาหนดระยะเวลาการเก็บหนังสือนั้นมีคาว่าอะไร?
46
ก. เก็บถึง วันที่.........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์
ข. เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า อย่าทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์
ค. เก็บถึง วันที่ .......หรือคาว่า อย่าทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์
ง. เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์
ตอบ ง. เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 73)
ข้อ 73 ตรากาหนดเก็บหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือเก็บ เพื่อให้ทราบ
กาหนดระยะเวลาการเก็บหนังสือนั้นมีคาว่า เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์
ข้อ 154 มาตรฐานกระดาษ โดยปกติให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว ขนาด เอ 5 หมายความว่า อย่างไร?
ก. ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มิลลิเมตร
ข. ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร
ค. ขนาด ขนาด 210 มิลลิเมตร x 297 มิลลิเมตร
ง.ขนาด 110 มิลลิเมตร x 197 มิลลิเมตร
ตอบ ก. ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มิลลิเมตร
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 74.1.2)
ข้อ 155 มาตรฐานซอง ขนาดซี 4 หมายความว่า อย่างไร?
ก. ขนาด 229 มิลลิเมตร x 324 มิลลิเมตร
ข. ขนาด 162 มิลลิเมตร x 229 มิลลิเมตร
ค. ขนาด 114 มิลลิเมตร x 162 มิลลิเมตร
ง. ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร
ตอบ ก. ขนาด 229 มิลลิเมตร x 324 มิลลิเมตร
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 74.2.1)
ข้อ 156 มาตรฐานซอง ขนาดดีแอล หมายความว่าอย่างไร?
ก. ขนาด 110 มิลลิเมตร x 220 มิลลิเมตร
ข. ขนาด 162 มิลลิเมตร x 229 มิลลิเมตร
ค. ขนาด 114 มิลลิเมตร x 162 มิลลิเมตร
ง. ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร
ตอบ ก. ขนาด 110 มิลลิเมตร x 220 มิลลิเมตร (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 74.2.4.)
ข้อ 74 มาตรฐานกระดาษและซอง
74.1 มาตรฐานกระดาษ โดยปกติให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว น้าหนัก 60 กรัมต่อตารางเมตร มี 3 ขนาด คือ
74.1.1 ขนาดเอ 4 หมายความว่า ขนาด 210 มิลลิเมตร x 297 มิลลิเมตร
74.1.2 ขนาดเอ 5 หมายความว่า ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มิลลิเมตร
74.1.3 ขนาดเอ 8 หมายความว่า ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร
74.2 มาตรฐานซอง โดยปกติให้ใช้กระดาษสีขาวหรือสีน้าตาล น้าหนัก80 กรัมต่อตารางเมตร เว้นแต่ซองขนาดซี 4 ให้ใช้
กระดาษน้าหนัก 120 กรัมต่อตารางเมตร มี 4 ขนาด คือ
74.2.1 ขนาดซี 4 หมายความว่า ขนาด 229 มิลลิเมตร x 324 มิลลิเมตร
74.2.2 ขนาดซี 5 หมายความว่า ขนาด 162 มิลลิเมตร x 229 มิลลิเมตร
74.2.3 ขนาดซี 6 หมายความว่า ขนาด 114 มิลลิเมตร x 162 มิลลิเมตร
74.2.4 ขนาดดีแอล หมายความว่า ขนาด 110 มิลลิเมตร x 220 มิลลิเมตร
ข้อ 157 การดาษตราครุฑ มีกี่แบบอย่างไรบ้าง?
ก. มี 2 แบบ คือ เอ 4 พิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน
ข. มี 2 แบบ คือ เอ 5 บันทึกข้อความพิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน
ค. มี 2 แบบ คือ เอ 4 กระดาษบันทึกข้อความพิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน
ง. มี 2 แบบ คือ เอ 5 พิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน
ตอบ ก. มี 2 แบบ คือ เอ 4 พิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 75 )
ข้อ 75 กระดาษตราครุฑ ให้ใช้กระดาษขนาดเอ 4 พิมพ์ครุฑตามข้อ 71.1 ด้วยหมึกสีดา หรือทาเป็นครุฑดุน ที่กึ่งกลาง
ส่วนบนของกระดาษ
ข้อ 76 กระดาษบันทึกข้อความ ให้ใช้กระดาษขนาดเอ 4 หรือขนาดเอ 5 พิมพ์ครุฑ ตามข้อ 71.2 ด้วยหมึกสีดาที่มุมบน
ด้านซ้าย ตามแบบที่ 29 ท้ายระเบียบ
47
ข้อ 158 ซองหนังสือขนาดดีแอลให้พิมพ์ตราครุฑ อย่างไร ?
ก. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 2
ข. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 4
ค. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑไม่พับ
ง. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 3
ตอบ ง. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 3
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 77.4 )
ข้อ 159 ส่วนราชการใดมีความจาเป็นต้องใช้ซองสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศโดยเฉพาะให้ทาอย่างไร?
ก.ใช้ซองที่กาหนดสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามระเบียบงานสารบัญ
ข.ใช้ซองของไปรษณีย์แห่งประเทศไทยและไม่ต้องพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้น
ค.ใช้ซองพิเศษสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม
ง.ใช้ซองพิเศษที่ทางหน่วยงานกาหนดและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม
ตอบ ค.ใช้ซองพิเศษสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 77 วรรคสุดท้าย )
ข้อ 77 ซองหนังสือ ให้พิมพ์ครุฑตามข้อ 71.2 ด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง
77.1 ขนาดซี 4 ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑ โดยไม่ต้องพับ มีชนิดธรรมดาและขยายข้าง
77.2 ขนาดซี 5 ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 2
77.3 ขนาดซี 6 ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 4
77.4 ขนาดดีแอล ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 3
ส่วนราชการใดมีความจาเป็นต้องใช้ซองสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศโดยเฉพาะ
อาจใช้ซองพิเศษสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม
ข้อ 160 ข้อใดเป็นลักษณะของตรารับหนังสือ?
ก.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน
ข.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน
ค. ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนล่าง
ง.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนล่าง
ตอบ ก.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 78 )
ข้อ 78 ตรารับหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือ เพื่อลงเลขทะเบียนรับหนังสือ ตามแบบที่ 12 ท้ายระเบียบ มีลักษณะ
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน
ข้อ 161 ทะเบียนหนังสือรับ มีกี่ชนิด ?
ก.มีชนิดเดียวคือ ชนิดเป็นเล่ม
ข.มีชนิดเดียว คือ ชนิดเป็นแผ่น
ค.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น
ง.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นใบและชนิดเป็นบัตรรับ
ตอบ ค.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 79 )
ข้อ 162 ทะเบียนหนังสือรับ ใช้อย่างไร?
ก. ลงรายการหนังสือที่ได้รับเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับหนังสือ
ข. ลงรายการหนังสือรับ - ส่งเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับ-ส่งหนังสือ
ค. บันทึกหนังสือที่ได้รับแต่ละครั้ง และรายงานผู้บังคับบัญชาทุกเดือน
ง. ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ก. ลงรายการหนังสือที่ได้รับเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับหนังสือ
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 79 )
ข้อ 79 ทะเบียนหนังสือรับ ใช้สาหรับลงรายการหนังสือที่ได้รับเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับ
หนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่นตามแบบที่ 13 ท้ายระเบียบ
ข้อ 163 ข้อใดเป็นลักษณะของทะเบียนหนังสือส่ง ?
ก.มีชนิดเดียวคือ ชนิดเป็นเล่ม
ข.มีขนาดเอ 5 พิมพ์หน้าเดียว
ค.มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น
ง.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นใบและชนิดเป็นบัตรรับ
ตอบ ค.มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 80 )
ข้อ 80 ทะเบียนหนังสือส่ง ใช้สาหรับลงรายการหนังสือที่ได้ส่งออกเป็นประจาวันโดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้ส่ง
หนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่นตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ
48
ข้อ 164 สมุดส่งหนังสือและใบรับหนังสือ ใช้สาหรับลงรายการละเอียดเกี่ยวกับการส่งหนังสือ โดยผู้รับและผู้ส่งจะมีวิธี
ปฏิบัติอย่างไร?
ก.ให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับหนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา
ข.แจ้งหน่วยราชการมารับและให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา
ค.ให้ผู้นาส่งถือหนังสือพร้อมสาเนาเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วเก็บไว้คนละฉบับ
ง.ให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับหนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วมอบให้หน่วยรับเก็บหลักฐาน
ตอบ ก.ให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับหนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 81 )
ข้อ 81 สมุดส่งหนังสือและใบรับหนังสือ ใช้สาหรับลงรายการละเอียดเกี่ยวกับการส่งหนังสือ โดยให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับ
หนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา
81.1 สมุดส่งหนังสือ เป็นสมุดสาหรับใช้ลงรายการส่งหนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 16 ท้ายระเบียบ
81.2 ใบรับหนังสือ ใช้สาหรับกากับไปกับหนังสือที่นาส่งโดยให้ผู้รับเซ็นชื่อ รับแล้วรับคืนมา มีขนาดเอ 8 พิมพ์หน้าเดียว
ตามแบบที่ 17 ท้ายระเบียบ
ข้อ 165 ข้อใดเป็นลักษณะของบัตรตรวจค้น ?
ก.เป็นบัตรกากับหนังสือแต่ละรายการ มีขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้า
ข.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้น ๆ ได้มีการดาเนินการตามลาดับขั้นตอนอย่างใด จนกระทั่งเสร็จสิ้น
ค.บัตรนี้เก็บเรียงลาดับกันเป็นชุดในที่เก็บโดยมีกระดาษติดเป็นบัตรดรรชนี ซึ่งแบ่งออกเป็นตอน ๆ เพื่อสะดวกแก่การตรวจ
ค้น
ง.ถูกหมดทุกข้อ
ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ
(อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 82 )
ข้อ 82 บัตรตรวจค้น เป็นบัตรกากับหนังสือแต่ละรายการเพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้น ๆ ได้มีการดาเนินการตามลาดับขั้นตอน
อย่างใด จนกระทั่งเสร็จสิ้น บัตรนี้เก็บเรียงลาดับกันเป็นชุดในที่เก็บโดยมีกระดาษติดเป็นบัตรดรรชนี ซึ่งแบ่งออกเป็นตอน
ๆ เพื่อสะดวกแก่การตรวจค้น มีขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้าตามแบบที่ 18 ท้ายระเบียบ
ข้อ 166 ข้อ 85 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี ส่งมอบเก็บไว้ที่กอง
จดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร มีลักษณะอย่างไร?
ก.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว
ข.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้า
ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า
ง.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์หนึ่งหน้า
ตอบ ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า
(อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 85 )
ข้อ 83 บัญชีหนังสือส่งเก็บ ใช้สาหรับลงรายการหนังสือที่จะส่งเก็บ มีขนาดเอ 4
พิมพ์หน้าเดียว ตามแบบที่ 19 ท้ายระเบียบ
ข้อ 167 บัญชีฝากหนังสือ เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่ส่วนราชการนาฝากไว้กับกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม
ศิลปากร มีลักษณะอย่างไร?
ก.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว
ข.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้า
ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า
ง.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์หนึ่งหน้า
ตอบ ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า
(อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 87 )
ข้อ 84 ทะเบียนหนังสือเก็บ เป็นทะเบียนที่ใช้ลงรายการหนังสือเก็บ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็น
เล่ม และชนิดเป็นแผ่น ตามแบบที่ 20 ท้ายระเบียบ
ข้อ 85 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี ส่งมอบเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุ
แห่งชาติ กรมศิลปากร มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 21 ท้ายระเบียบ
ข้อ 86 บัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเอง เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี ซึ่งส่วนราชการนั้นมีความ
ประสงค์จะเก็บไว้เอง มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 22 ท้ายระเบียบ
ข้อ 87 บัญชีฝากหนังสือ เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่ส่วนราชการนาฝากไว้กับกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม
ศิลปากร มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 23 ท้ายระเบียบ
ข้อ 88 บัตรยืมหนังสือ ใช้สาหรับเป็นหลักฐานแทนหนังสือที่ให้ยืมไป มีขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว ตามแบบที่ 24 ท้าย
ระเบียบ
ข้อ 89 บัญชีหนังสือขอทาลาย เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่ครบกาหนดเวลาการเก็บมีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4
พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 25 ท้ายระเบียบ
บทเฉพาะกาล
ข้อ 90 แบบพิมพ์ และซอง ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่า จะหมด
49
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑
23.พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ก. ๔ มีนาคม ๒๕๕๑
ข. ๕ มีนาคม ๒๕๕๑
ค. ๖ มีนาคม ๒๕๕๑
ง. ๗ มีนาคม ๒๕๕๑
24.ลูกเสือ หมายถึง ใคร
ก. เด็กและเยาวชนที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษา
ข. เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษา
ค. เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษา ส่วนลูกเสือที่เป็นหญิงให้
เรียกว่าเนตรนารี
ง. เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา
ส่วนลูกเสือที่เป็นหญิงให้เรียกว่าเนตรนารี
25.ข้อใดไม่ใช่ บุคลากรทางการลูกเสือ
ก. กรรมการลูกเสือ
ข. อาสาสมัครลูกเสือ
ค. เจ้าหน้าที่ลูกเสือ
ง. ผู้ทรงคุณวุฒิลูกเสือ
26.วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ ตรงกับวันใด
ก. 1 มิถุนายน
ข. 1 กรกฎาคม
ค. 1 สิงหาคม
ง. 1 กันยายน
27.ลูกเสือมีกี่ประเภท
ก. 3 ประเภท
ข. 4 ประเภท
50
ค. 5 ประเภท
ง. 6 ประเภท
28.ข้อใดไม่ใช่ประเภทของลูกเสือ
ก. ลูกเสือสามัญ
ข. ลูกเสือสามัญรุ่นเล็ก
ค. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
ง. ลูกเสือวิสามัญ
29.ข้อใดคือ คติพจน์ของลูกเสือสารอง
ก. Do Our Best
ข. Be prepared
ค. Look wide
ง. Service
30.ข้อใดคือ วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ของ คณะลูกเสือแห่งชาติ ในการพัฒนาลูกเสือ
ก. ให้รู้จักบาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์
ข. ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ค. ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง
ง. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศชาติ
31. การจัดแบ่งส่วนงานภายในของสานักงานลูกเสือแห่งชาติ ให้ตราเป็นกฎหมายใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบกระทรวง
ง. ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
32. สานักงานลูกเสือแห่งชาติมีฐานะเป็น
ก. ส่วนราชการ
ข. รัฐวิสาหกิจ
ค. องค์การมหาชน
51
ง. นิติบุคคลในกากับของกระทรวงศึกษาธิการ
33.ใครมีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสานักงานลูกเสือแห่งชาติ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. ใครก็ได้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง
34. ใครเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด
ก. ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1
ข. รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
ค. ผู้อานวยการโรงเรียนที่ได้รับมอบหมาย
ง. ผู้อานวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด
35. ข้อใดไม่ใช่กรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด
ก. ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด
ข. ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ
ค. ผู้แทนจากลูกเสือชาวบ้าน
ง. ผู้แทนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
36.อัตราเงินค่าบารุงลูกเสือเก็บคนหนึ่งไม่เกินปีละกี่บาท
ก. 5 บาท
ข. 10 บาท
ค. 15 บาท
ง. 20 บาท
37. เงินค่าบารุงประจาปีของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่
ลูกเสือเก็บคนหนึ่งไม่เกินปีละกี่บาท
ก. 5 บาท
ข. 10 บาท
ค. 15 บาท
52
ง. 20 บาท
38.จากข้อ 37 การเก็บเงินบารุงประจาปีจานวนกี่เดือน ถือว่าเป็นสมาชิกตลอดชีพ
ก. 6 เดือน
ข. 8 เดือน
ค. 10 เดือน
ง. 12 เดือน
39.การชาระเงินค่าบารุงประจาปีให้ดาเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนใดของทุกปี
ก. มิถุนายน
ข. กรกฎาคม
ค. สิงหาคม
ง. กันยายน
40.ตามข้อบังคับของสมาคมลูกเสือโลก คณะลูกเสือแห่งชาติจะต้องเสียเงินค่าบารุงให้แก่สานักงาน
ลูกเสือโลก ตามจานวนลูกเสือ ในอัตราคนหนึ่งปีละประมาณเท่าไหร่
ก. 50 สตางค์
ข. 100 สตางค์
ค. 150 สตางค์
ง. 200 สตางค์
41.เงินค่าบารุงลูกเสือต้องส่งเป็นค่าใช้จ่ายในสานักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ร้อย
ละเท่าไหร่
ก. 20
ข. 30
ค. 40
ง. 50
42.สานักงานลูกเสือจังหวัดให้จัดตั้ง ณ ที่ใด
ก. ศาลากลางจังหวัด
ข. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1
53
ค. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตใดเขตหนึ่ง
ง. ตามความเหมาะสม
43. ข้อใดไม่ใช่ กรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ก. ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน
ค. ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา
ง. ผู้แทนสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
44. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษามีไม่เกินกี่คน
ก. 3 คน
ข. 5 คน
ค. 7 คน
ง. 9 คน
45. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ก. รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
ข. หัวหน้ากลุ่มงานในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
ค. ศึกษานิเทศก์ในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
ง. ผู้อานวยการสถานศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
46. ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดารงตาแหน่งใดในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่
การศึกษา
ก. ผู้อานวยการสานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ข. ประธานคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ค. หัวหน้าสานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
47.ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือลาดับที่เท่าไหร่
ก. ลาดับที่ 7
ข. ลาดับที่ 8
54
ค. ลาดับที่ 9
ง. ลาดับที่ 10
48.ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ตรวจการลูกเสือลาดับที่เท่าไหร่
ก. ลาดับที่ 7
ข. ลาดับที่ 8
ค. ลาดับที่ 9
ง. ลาดับที่ 10
49.ใครเป็นผู้ตรวจการใหญ่พิเศษ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. นายกรัฐมนตรี
50.ผู้ขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดี ชั้นพิเศษ คือ
ก. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 5ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน
เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง
ข. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 4ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน
เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง
ค. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 3ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน
เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง
ง. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 2ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญ
ลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง
55
กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ชุดที่ 1)
1. ตามรัฐธรรมนูญ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงราบการทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลใดบ้าง
ก. ตนเอง ภริยา บุตร และบุตรบุญธรรม ข. ตนเอง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ค. ตนเอง ภริยา แลกะบุตรทุกคน ง. ตนเอง คู่สมรส และบุตรบุญธรรม
2. การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะต้องยื่นต่อ
ก. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ข. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
ค. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ง. สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
3. ผู้ดารงตาแหน่งใดที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
ก. นายกรัฐมนตรี ข. ผู้บริหารท้องถิ่นตามที่กฎหมายกาหนด
ค. สมาชิกวุฒิสภา ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับระยะเวลาการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
ก. ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันเข้ารับและพ้นจากตาแหน่ง
ข. ยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันเข้ารับและพ้นจากตาแหน่ง
ค. ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันเข้ารับตาแหน่ง
ง. ยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันเข้ารับ / วันพ้นจากตาแหน่งและภายใน 30 วันนับแต่วันพ้นจากตาแหน่งมาแล้ว 1 ปี
5. บัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองใดที่จะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรี
ค. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ง. ถูกทุกข้อ
6. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ก. ประกอบด้วยประธานคนหนึ่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่น อีก 10 คน
ข. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคาแนะนาของสภาผู้แทนราษฎร
ค. มีวาระการดารงตาแหน่ง 9 ปี และดารงตาแหน่งได้เพียงวาระเดียว
ง. คณะรัฐมนตรีเป็นผู้สรรหาและคัดเลือก
7. ตาแหน่งใดบ้างที่วุฒิสภามีอานาจถอดถอนจากตาแหน่ง
ก. นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข. ประธานศาลฏีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ค. ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ ง. ถูกทุกข้อ
8. มติของวุฒิสภาในการถอดถอนผู้ใดออกจากตาแหน่งจะต้องได้คะแนนเสียงเท่าใดจึงจะมีผลตามรัฐธรรมนูญ
ก.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ข.ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5
ค. เกินกว่า 1 ใน 2 ง. เกินกว่า 1 ใน 4
9. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วย ประธานคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีก 9 คน
ข. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานธุรการคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ค. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตามคาแนะนาของรัฐสภา
ง. ถูกทุกข้อ
56
10. กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระการดารงตาแหน่งเท่าใด
ก. 6 ปี วาระเดียว ข. 7 ปี วาระเดียว ค. 9 ปี วาระ
เดียว ง. 10 ปี ไม่จากัดวาระ
11. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ตั้งแต่
ก. 1 สิงหาคม 2550 ข. 17 สิงหาคม 2550 ค. 24 สิงหาคม 2550 ง. 25 สิงหาคม 2500
12. ในการเสนอขอแก้ไขในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใครเป็นผู้มีสิทธิขอเสนอ
ก. พรรคการเมือง ข.นายกรัฐมนตรี
ค. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30,000 คน
ง. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่
13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้รับความเห็นชอบจาก
ก. คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ( คมช. ) ข. สภาร่างรัฐธรรมนูญ
ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ง. การลงประชามติของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
14. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อใด
ก. 1 สิงหาคม 2550 ข. 17 สิงหาคม 2550 ค. 24 สิงหาคม 2550 ง. 25 สิงหาคม 2550
15. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เท่าใด
ก. ฉบับที่ 16 ข.ฉบับที่ 17 ค. ฉบับที่ 17 ง. ฉบับที่ 19
16. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกี่หมวด กี่มาตรา
ก. 14 หมวด 303 มาตรา ข. 14 หมวด 309 มาตรา
ค. 15 หมวด 303 มาตรา ง. 15 หมวด 309 มาตรา
17. มาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เกี่ยวกับเรื่องใด
ก. ประมุขของรัฐ ข. ความเป็นรัฐเดี่ยวของราชอาณาจักรไทย
ค. ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความคุ้มครอง ง. สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
18. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน มาตรา 1 ระบุว่า “ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร ..... ”
ก. .... ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ”
ข. .... ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ”
ค. .... อันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ”
ง. .... อันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ อานาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย ”
19. รัฐธรรมนูญกาหนดให้มีคณะองคมนตรีได้ไม่เกินกี่คน
ก. 17 คน ข. 18 คน ค. 19 คน ง. 20 คน
20. ใครมีอานาจลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์
ก. ประธานองคมนตรี ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานวุฒิสมาชิก ง. นายกรัฐมนตรี
21. ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือถูกยุบ ใครจะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์
ก. สภาองคมนตรี ข. รัฐสภา ค. วุฒิสภา ง. พระมหากษัตริย์
22. ข้อใดกล่าวถึงสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ไม่ถูกต้อง
ก. การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทามิได้
ข. บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทาง
ศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ คดีในศาลได้
57
ค. บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของ
รัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
ง. การใช้อานาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตมบทบัญญัติแห่ง
รัฐธรรมนูญนี้
23. บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่แสดงเจตนารมณ์ให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการนั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน
ยกเว้นข้อใด
ก. ผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข. บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่
เก็บ ค่าใช้จ่าย
ค. บุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ย่อมมีสิทธิได้รับการจัดสรรที่อยู่อาศัยจากรัฐ
ง. บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการสิงอานวยความสะดวก
อัน เป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
24. การกาจัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทามิได้ ยกเว้น ข้อใด
ก. รัฐธรรมนูญกาหนดกฎหมายไว้ ข. เป็นการจากัดของคณะรัฐมนตรี
ค. เป็นการจากัดโดยรัฐสภา ง. เป็นการจากัดโดยศาลหรือตุลาการ
25. การกระทาข้อใด ไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ว่า “ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ”
ก. พนักงานสอบสวนใช้ไฟส่องหน้าและใช้เวลาสอบสวนผู้ต้องหาติเดต่อกันถึง 8 ชั่วโมง
ข. ประหารชีวิตนักโทษตามกฎหมาย
ค. ตารวจซ้อมผู้ร้ายปากแข็งเพื่อให้รับสารภาพ ง. ผิดทุกข้อ
26. สิทธิเสรีภาพของบุคคลในทางอาญาข้อใด ไม่ถูกต้อง
ก. ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาไม่มีความผิด ข. ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจาเลยมีความผิด
ค. จะลงโทษผู้กระทาผิดหนักกว่าโทษที่กฎหมายกาหนดไว้ไม่ได้
ง. ก่อนมีคาพิพากษาว่าบุคคลใดได้กระทาความผิดปฏิบัติ ต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทาความผิดมิได้
27. เราสามารถปฏิเสธการตรวจค้นบ้านจากตารวจได้ หากเขาไม่มีหมายค้นแสดงต่อเราก่อน ถือว่าเรามีเสรีภาพในข้อใด
ก. เสรีภาพในชีวิตร่างกาย ข. เสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่
ค. เสรีภาพในเคหสถาน ง. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
28. การกระทาข้อใด ไม่ขัด ต่อสิทธิเสรีภาพแห่งรัฐธรรมนูญ
ก. การเนรเทศผู้มีเชื่อชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร ข. การห้ามผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร
ค. การเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน ง. การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง
29. บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่ากี่ปี
ก. 6 ปี ข. 10 ปี ค. 12 ปี ง. 16 ปี
30. การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทาได้เฉพาะเพื่อการใดเท่านั้น
ก. การอันเป็นสาธารณูปโภคและการผังเมือง ข. การอันจาเป็นในการป้องกันประเทศ และการปฏิรูปที่ดิน
ค. การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาการเกษตร หรืออุตสาหกรรม ง. ถูกทุกข้อ
31. การจากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพกระทาได้เฉพาะเพื่อการใด
ก. การรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเศรษฐกิจของประเทศ
ข. การคุ้มครองประชาชนด้านสาธารณูปโภคการคุ้มครองผู้บริโภค
58
ค. การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ง. ถูกทุกข้อ
32. ผู้ใดไม่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
ก. เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแล ข. ผู้มีอายุเกิน 60 ปี บริบูรณ์ และมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ
ค.ผู้พิการทุพพลภาพ ง. ถูกทุกข้อ
33. สิทธิของบุคคลในชุมชนเกี่ยวกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ข้อใดที่รัฐธรรมนูญ มิได้บัญญัติไว้
ก. การมีส่วนร่วมในการบารุงรักษา
ข. การฟ้องหน่วยราชการที่ดาเนินโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ค. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างอิสระ
ง. สิทธิฟ้องร้ององค์กรของรัฐที่ทาให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
34. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ
ก. รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ เว้นแต่ประเทศที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน
ข. รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย
ค. รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด
ง. รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองระบบสหกรณ์
35. ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นองค์กรประเภทใด
ก. หน่วยงานของรัฐ ข. องค์กรอิสระตามกฎหมาย
ค. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ง. องค์กรในทางรัฐสภา
36. ข้อใดไม่ใช่แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ
ก. แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ ข. แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
ค. แนวนโยบายด้านพลังงาน ง. แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
37. ประธานรัฐสภามาจากข้อใด
ก. ประธานองคมนตรี ข. ประธานวุฒิสภา
ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ง. ถูกทุกข้อ
38. รัฐธรรมนูญปัจจุบันกาหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนกี่คน
ก. 40 คน ข. 80 คน ค. 100 คน ง. 120 คน
39. การเลือกตั้งแบบสัดส่วนกาหนดเขตเลือกตั้งไว้กี่กลุ่ม
ก. 4 กลุ่ม ข. 8 กลุ่ม ค. 10 กลุ่ม ง. 12 กลุ่ม
40. รัฐธรรมนูญปัจจุบันกาหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนกี่คน
ก. 200 คน ข. 400 คน ค. 480 คน ง. 630 คน
41. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัด
ก. ใช้จานวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง
ข. ใช้จานวน 400 เป็นตัวหาร
ค. จังหวัดที่ไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อ สส. หนึ่งคน มี สส. ได้หนึ่งคน
ง. จังหวัดที่มี สส. 2 คนขึ้นไปจะต้องแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดอย่างน้อยเป็น 2 เขต
จง ถูกทุกข้อ
42. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ใน ....
ก. วันประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ข.วันเลือกตั้ง
59
ค. วันเกิด ง. วันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
จ. วันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง
43. เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง จะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในกาหนดเท่าใด
ก. 45 วัน ข. 60 วัน ค. 90 วัน ง. 120 วัน จ. 150 วัน
44. หลังยุบสภาต้องเลือกตั้งใหม่ภายในกี่วันนับแต่วันยุบสภานั้น
ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน ง. 60 วัน จ. 90 วัน
45. วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปต้องตราเป็น ……
ก. พระราชกาหนด ข.พระราชบัญญัติ ค. พระราชกฤษฎีกา
ง. ประกาศพระบรมราชโองการ จ. กฎกระทรวง
46. ใครเป็นผู้จัดทาบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ก. กรรมการการเลือกตั้ง ข. กรมการปกครอง ค. กระทรวงมหาดไทย
ง. พรรคการเมือง จ. กลุ่มสมาชิกพรรคการเมือง
47. เขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ให้ถือเขตเลือกตั้งอย่างไร
ก. ให้ถือเขตภูมิภาคเป็นเขตเลือกตั้ง ข. ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
ค. ให้ถือเขตอาเภอเป็นเขตเลือกตั้ง ง. ให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง
จ. ให้ถือตามการจัดกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
48. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับเลือกตั้งแบบสัดส่วน
ก. พรรคการเมืองต้องส่งครบทุกเขตเลือกตั้ง ข. พรรคการเมืองจะส่งเพียงบางเขตเลือกตั้งก็ได้
ค. ในแต่ละเขตเลือกตั้งจะมีจานวน สส. เท่าใดขึ้นอยู่กับจานวนประชากรในเขตเลือกตั้งนั้น
ง. พรรคการเมืองที่จะได้คะแนนน้อยกว่าร้อย 10 จะไม่นามารวมคานวณจานวน สส. จ .ถูกทุกข้อ
49. การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละกี่คน
ก. 1 คน ข. 2 คน ค. 3 คน
ง. เท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น
จ. ไม่เกินจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น
50. ข้อใดกล่าว ผิด เกี่ยวกับจานวนสมาชิกภาผู้แทนราษฎร
ก. จังหวัดใดราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 1 คน
ข. จังหวัดใดราษฎรเกินเกณฑ์ 1 คน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1 คน
ค. ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1 คน ทุกจานวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิก 1 คน
ง. ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบ 400 คน จังหวัดใดเหลือเศษมากที่สุดให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อีก
1 คน และใช้วิธีนี้เพิ่มกับจังหวัดลาดับถัดไปจนครบ 400 คน
51. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ก. จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 1 คน ให้ ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
ข. จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 2 คน ให้ ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
ค. จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งมีจานวนเท่ากับจานวน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี
ง. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่า 1 เขต ต้องแบ่งพื้นที่แต่ละเขตให้ติดต่อกันและให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ใกล้เคียงกัน
60
52. ใคร ไม่มี สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
ก. กานดาแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทยมาแล้ว 4 ปี ข. สากลมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วรวม 60 วัน
ค. มนต์ชัยมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีเลือกตั้ง ง. ไม่มีสิทธิเลือกทุกคน
53. ผู้ใดจะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ยกเว้น
ก. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ข. มีอายุไม่ต่ากว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
ค. มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ง. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วัน
54. ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรมีกาหนดคราวละกี่ปี
ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี
55. สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริมตั้งแต่เมื่อใด
ก.วันเลือกตั้ง ข. วันประกาศผลการเลือกตั้ง
ค. วันรายงานตัวต่อตัวสภาผู้แทนราษฎร ง. วันแรกที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
56. ข้อใดถือว่าสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง
ก. ขาดประชุมเกิน 1 ใน 4 ของจานวนวันประชุมในสมัยที่ประชุมที่กาหนดเวลา ไม่น้อยกว่า 120 วัน
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภา
ข. ถูกจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก ยกเว้นได้รับการรอการลงโทษ
ค. พรรคเดิมที่ตนสังกัดอยู่ถูกยุบและไม่อาจเป็นสมาชิกพรรคอื่นได้ภายใน 120 วัน
ง. ถูกทุกข้อ
57. พรรคการเมืองที่จะได้เสียงข้างมากในสภา ผู้แทนราษฎร ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดจานวนอย่างน้อยที่สุด
ก. 201 เสียง ข. 241 เสียง ค. 2581 เสียง ง. 316 เสียง
58. หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะเป็นผู้นาฝ่ายค้านในสภาต้องมี สมาชิกไม่น้อยกว่าเท่าใดของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าทีมีอยู่
ของสภาผู้แทนราษฎร
ก. 1 ใน 3 ข. 1 ใน 4 ค. 1 ใน 5 ง. 2 ใน 5
59. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากี่คนของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะถือ
ว่าครบ องค์ประชุม
ก. 1 ใน 3 ข. กึ่งหนึ่ง ค. 2 ใน 3 ง. 3 ใน 4
60. การประชุมครั้งแรกนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องจัดให้มีการประชุมภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค. 30 วัน ง. 45 วัน
61. สมาชิกวุฒิสภามีจานวนทั้งสิ้นเท่าใด
ก. 150 คน ข. 200 คน ค. 250 คน ง. 300 คน
62. สมาชิกวุฒิสภามีที่มาจาก
ก. การแต่งตั้ง ข. การเลือกตั้ง ค. การเลือกตั้งและสรรหา ง. ถูกทุกข้อ
63. วุฒิสมาชิกต้องมีอายุไม่ต่ากว่ากี่ปี
ก. 25 ปี ข. 30 ปี ค. 35 ปี ง. 40 ปี
64. อายุของวุฒิสมาชิกมีกาหนดคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี ข. 4 ปี ค. 6 ปี ง. 8 ปี
65. เมื่อวาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงต้องกาหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในกี่วัน
ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน
61
66. สมัยประชุมสามัญ ของรัฐสภาสมัยหนึ่งๆมีกาหนดกี่วัน
ก. 60 วัน ข. 90 วัน ค. 120 วัน ง. 150 วัน
67. ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิงสภารวมกัน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจานวนไม่น้อย
กว่า หนึ่งในสามของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เข้าชื่อร้องขอให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการ
ประชุม สมัยวิสามัญ ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในการเรียกประชุมรัฐสภา คือ
ก.ประธานรัฐสภา ข. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ค. นายกรัฐมนตรี ง. ประธานองคมนตรี
68. การเลือกตั้ง การเปิดสมัยประชุมสภา และการยุบสภา ต้องตราเป็น
ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกาหนด ค. พระราชกฤษฎีกา ง. พระบรมราชโองการ
69. คณะกรรมการเลือกตั้งมีกี่คน
ก. 4 คน ข. 5 คน ค. 7 คน ง. 10 คน
70.กรรมการการเลือกตั้ง มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 4 ปี ข. 5 ปี ค. 6 ปี ง. 7 ปี
71. ข้อใด มิใช่ อานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ก. สั่งให้พนักงานของรัฐวิสาหกิจปฏิบัติการทั้งหลายอัน ตาเป็นตามกฎหมาย
ข. ประกาศผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ค. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
ง. สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทาความผิดทางอาญาบริเวณเขตเลือกตั้ง
72. องค์การตามรัฐธรรมนูญ ในข้อใดทีมีสถานะต่างไปจากข้ออื่น
ก. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข.ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ง. คณะกรรมาการตรวจเงินแผ่นดิน
73. ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้น กาหนดให้องค์การอัยการมีฐานะเป็นอย่างไร
ก. ส่วนราชการไม่สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี ข. ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา
ค. หน่วยงานภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการตุลาการ ง. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
74. ร่างพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้
ก. โดยคาแนะนาและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ข. โดยการลงพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์
ค. โดยคาแนะนาและยินยอมของรัฐสภา ง. โดยคาแนะนาและยินยอมของวุฒิสภา
75. ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้โดย
ก. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข. สมาชิกวุฒิสภา
ค. คณะรัฐมนตรี ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ค.
76. พระราชบัญญัติจะมีผลบังคับเป็นกฎหมายได้เมื่อ
ก. พระมากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ข. ได้ประกาศโดยเปิดเผยทางสื่อมวลชนแล้ว
ค. รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
77. เมื่อร่างพระราชบัญญัติได้รับความเห็นชอบจากสภาแล้วนายกรัฐมนตรีต้องนาขึ้นทูลเกล้าฯภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค. 20 วัน ง. 30 วัน
78. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินได้ต่อเมื่อ
62
ก. หัวหน้าพรรคการเมืองของตนมีคารับรอง ข. มีคารับรองของประธานสภาผู้แทนราษฎร
ค. มีคารับรองของประธานวุฒิสภา ง. มีคารับรองของนายกรัฐมนตรี
79. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ต่อเมื่อ
ก. พรรคการเมืองที่ตนสังกัดมีมติให้เสนอได้ ข. ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 20 คนรับรอง
ค. วุฒิสภาให้การรับรองแล้ว ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
80. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธ ศักราช 2550 กาหนดให้ประชาชนเสนอให้มีการถอดถอนผู้ดารง
ตาแหน่งระดับสูง โดยต้องมีประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจานวนไม่น้อยกว่าเท่าใดเข้าชื่อร่วมกัน
ก. หนึ่งหมื่นคน ข. สองหมื่นคน ค. ห้าหมื่นคน ง. หกหมื่นคน
81. วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนเสนอมาให้แล้วเสร็จภายในกาหนดกี่วัน
ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน
82. วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยเงิน ภายในกี่วัน
ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน
83. การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อเสนอญัตติ
ไม่น้อยกว่า เท่าใดของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
ก. 1 ใน 3 ข. 2 ใน 3 ค. 1 ใน 5 ง. 2 ใน 5
84. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กาหนดให้วุฒิสภาใช้วิธีการใดควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
ก. การตั้งกระทู้ถาม ข. การเปิดอภิปรายทั่วไป ค. การควบคุมโดยคณะกรรมาธิการ ง. ถูกทุกข้อ
85. การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต้องมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าเท่าใด
ของ สมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อกัน
ก. 1 ใน 3 ข. 1 ใน 4 ค. 1 ใน 5 ง. 1 ใน 6
86. สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเข้าชื่ออภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน
แต่ต้องมีจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าใด
ก. 1 ใน 3 ข. 1 ใน 4 ค. 1 ใน 5 ง. 1 ใน 6
87. กรณีใดที่รัฐสภา ต้องประชุมร่วมกัน
ก. การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ข. การเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐบาล
ค. การให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ ง. ถูกทุกข้อ
88. ผู้ตรวจการแผ่นดินมีได้ไม่เกินกี่คน และ อยู่ในวาระคราวละกี่ปี
ก. ไม่เกิน 2 คน – วาระละ 2 ปี ข. ไม่เกิน 3 คน – วาระละ 6 ปี
ค. ไม่เกิน 4 คน – วาระละ 4 ปี ง. ไม่เกิน 5 คน – วาระละ 5 ปี
89. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีกี่คน และอยู่ในตาแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 6 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 3 ปี ข. 7 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 6 ปี
ค. 8 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 3 ปี ง. 9 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 6 ปี
90. รัฐธรรมนูญปัจจุบันกาหนดให้มีคณะรัฐมนตรีไม่เกินกี่คน
ก. 35 คน ข. 36 คน ค. 38 คน ง. 48 คน
91. เมื่อเรียกประชุมสภาเป็นครั้งแรกแล้วต้องตั้งนายกรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ข. 30 วัน ค. 30 วัน ง. 60 วัน
63
92. การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต้องมีผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่ากี่คนของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
ก. 1 ใน 5 ข. 2 ใน 3 ค. 2 ใน 5 ง. 3 ใน 4
93. รัฐมนตรีจะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครบกาหนดกี่วันนับถัดจากวันที่มีบรมราชโองการ
ก. 15 วัน ข. 20 วัน ค. 30 วัน ง. ไม่มีข้อใดถูก
94. รัฐมนตรีต้องมีอายุไม่ต่ากว่ากี่ปี
ก. 25 ปี ข. 35 ปี ค. 40 ปี ง. 45 ปี
95. นับแต่วันเข้ารับหน้าที่คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค. 18 วัน ง. 21 วัน
96. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ
ก. ต้องเป็นเรื่องกระทบต่อผลประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน
ข. ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติ
ค. หากเกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะกระทามิได้ ยกเว้นคณะบุคคล
ง. นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจปรึกษาสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา
เพื่อให้มีการลง ประชามติ
97. ประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ต้องมีคุณสมบัติแอย่างไร
ก. เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข. ต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
ค. ต้องไม่เคยต้องโทษในคดีอาญา ง. ถูกทุกข้อ
98. โดยทั่วไป กรณีใดถือว่าประชาชนเห็นชอบด้วยกับเรื่องที่ออกเสียงประชามตินั้น
ก. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่า 1 ใน 3 ของจานวนผู้มีสิทธิ
ข. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนผู้มีสิทธิ
ค. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่า 1 ใน 3 ของจานวนผู้มาใช้สิทธิ
ง. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนผู้มาใช้สิทธิ
99. องค์กรใดที่มีอานาจหน้าที่สืบสวนสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับ
การออกเสียงประชามติ
ก. ศาลรัฐธรรมนูญ ข. ศาลปกครอง ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ง. คณะรัฐมนตรี
100. ผู้มีอานาจในการประกาศใช้และยกเลิกกฎอัยการศึกตามกฎหมายคือใคร
ก. พระมหากษัตริย์ ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานวุฒิสภา ง. นายกรัฐมนตรี
101. ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตั้งรัฐมนตรี คือ
ก. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ข. ประธานรัฐสภา
ค. ประธานองคมนตรี ง. นายกรัฐมนตรี
102. ตามรัฐธรรมนูญไทยปัจจุบัน กฎหมายใดคือกฎหมายที่รัฐบาลสามารถประกาศใชบังคับได้เองในทันที
แต่ต้องมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในภายหลัง
ก. พระราชกฤษฎีกา ข. พระบรมราชโองการ ค. พระราชกาหนด ง. พระราชบัญญัติในภาวะ
ฉุกเฉิน
103. การออกกฎหมายโดยฝ่ายบริหารกรณีที่มีความจาเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ คือข้อใด
ก. พระบรมราชโองการ ข. พระราชกาหนด ค. พระราชบัญญัติ ง. พระราชกฤษฎีกา
104. การเสนอกฎมายโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีจานวนไม่น้อยกว่า
64
ก. 10,000 คน ข. 20,000 คน ค. 40,000 คน ง. 50,000 คน
105. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้อดงกระทู้ถามด้วยวาจาในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินได้เรื่องละไม่เกิน
ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง ค. 3 ครั้ง ง. ไม่จากัดจานวนครั้ง
106. ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยปรานและตุลาการอื่นรวมกี่คน
ก. 7 คน ข. 9 คน ค. 11 คน ง. 13 คน
107. ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลรัฐธรรมนูญต้องมีกายุไม่ต่ากว่ากี่ปี
ก. 35 ปี ข. 40 ปี ค. 45 ปี ง. 50 ปี
108. องค์คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง มีจานวนกี่คน
ก. 5 คน ข. 7 คน ค. 9 คน ง. 11 คน
109. อานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง ร.ท. น้อย กับ ป้าส้มลิ้ม แม่ค้าขายปลาสดเรือ่งหมิ่นประมาท
เป็นอานาจ
ก. ศาลยุติธรรม ข. ศาลปกครอง ค.ศาลรัฐธรรมนูญ ง. ศาลทหาร
110. พนักงานไฟฟ้าปักเสาไฟฟ้าทาให้บ้านยายสาย ได้รับความเสียหาย ยายสายควรไปขอความเป็นธรรมจากศาลใด
ก. ศาลยุติธรรม ข. ศาลปกครอง ค.ศาลรัฐธรรมนูญ ง. ศาลทหาร
111. คาสั่งยุบพรรคการเมืองกระทาโดย
ก. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ข. ศาลยุติธรรม
ค. ศาลปกครอง ง. ศาลรัฐธรรมนูญ
112.ในกรณีที่ไม่มีบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ได้กาหนดให้ใช้วิธีการใด
ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ก. ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ข. เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือรัฐสภาที่จะดาเนินการพิจารณาสร้างบรรทัดฐานขึ้นใหม่
ค. ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ง. ให้กรณีดังกล่าวเป็นโมฆะ ไม่สามารถดาเนินการใดๆ ต่อไปได้
113.ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติการใดๆ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบหรือความเหมาะสมในการใช้อานาจรัฐ
องค์กรใดมีอานาจเสนอเรื่องพร้อมกับความเห็นต่อศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
ก. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ค. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
114. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550
ก. สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ 2 ปี
ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
ค.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ
ประชาชนเท่านั้น
ง.คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จะเป็นข้าราชการซึ่งมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา พนักงานหรือลูกจ้าง
ของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมิได้
115. ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการกากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
65
ก. ต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม
ข. ต้องทาเท่าที่จาเป็นตามที่กฎหมายบัญญัติ
ค. ต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น
ง. นโยบายของรัฐไม่จาเป็นต้องคานึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นโดยเฉพาะในการจัดตั้งองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่
116. หลักสาคัญของการจัดการปกครองท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ก. จะต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารมาจากการเลือกตั้งตามกาหนดเวลา
ข. สมาชิกสภาและคณะผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งเป็นหลัก ถ้าจาเป็นต้องมีสมาชิกประเภทแต่งตั้ง จะต้อง
มีจานวนน้อยกว่าที่มาจารกการเลือกตั้ง
ค.ให้มีสมาชิกสภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ผสมกับสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อประสานประโยชน์ระหว่าง
ราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น
ง. ให้จัดการกระจายอานาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองมากที่สุดทั้งระดับ จังหวัด อาเภอ และตาบล
117. สมาชิกสภาท้องถิ่น มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี
118. ในรัฐธรรมนูญกาหนดให้มีองค์กรใดในการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบ
คุ้มครองคุณธรรม
ก. คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่น ข. คระกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น
ค. องค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรม ง. องค์กรคุ้มครองข้าราชการส่วนท้องถิ่น
119. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กาหนดให้องค์กรใดมีอานาจถอดถอนผู้ดารงตาแหน่ง
ระดับสูง กรณีมีพฤติการณ์ร่ารวยผิดปกติ หรือส่อไปในทางทุจริต
ก. รัฐสภา ข. สภาผู้แทนราษฎร ค. วุฒิสภา ง. ศาลรัฐธรรมนูญ
120. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีจานวนกี่คน
ก. 6 คน ข. 7 คน ค. 8 คน ง. 9 คน
121. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 4 ปี ข. 6 ปี ค. 9 ปี ง. 11 ปี
122. อานาจพิจารณาพิพากษาข้าราชการการเมือง ผู้ถูกกล่าวหาว่า ร่ารวยผิดปกติอยู่ในอานาจของศาลใด
ก.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
ข. ศาลรัฐธรรมนูญ ค. ศาลปกครองสูงสุด ง. ประธานศาลฎีกา
123. การถอดถอนข้าราชการการเมืองชั้นผู้ใหญ่ออกจากตาแหน่งได้นั้นประชานก็มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาได้
แต้ต้องรวมกันไม่น้อยกว่ากี่คน
ก. 20,000 คน ข. 30,000 คน ค. 40,000 คน ง. 50,000 คน
124. การออกเสียงลงคะแนนในการพิจารณาแก้ไข ในรัฐธรรมนูญ จะต้องได้คะแนนเสียง
ก. มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนสมาชิกรัฐสภา ข. มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่
ค. สองในสามของจานวนสมาชิกรัฐสภา ง. สองในสามของจานวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่
66
เฉลยชุดที่ 1
1. ข 2. ค 3. ง 4. ก 5. ง 6. ค 7. ง 8. ข 9. ข 10. ก
11. ค 12. ง 13. ง 14. ค 15. ค 16. ง 17. ข 18. ค 19. ค 20. ข
21. ค 22. ก 23. ค 24. ก 25. ข 26. ข 27. ค 28. ง 29. ค 30. ง
31. ง 32. ข 33. ค 34. ก 35. ค 36. ค 37. ค 38. ข 39.ข 40. ค
41. ง 42. ง 43. ก 44. ค 45. ค 46. ง 47. จ 48. ข 49. ง 50. ข
51. ค 52. ง 53. ค 54.ข 55. ก 56. ก 57. ข 58. ค 59. ข 60. ค
61. ก 62. ค 63. ค 64. ค 65. ก 66. ค 67. ก 68. ค 69. ข 70. ง
71. ง 72.ก 73. ง 74. ค 75. ง 76. ง 77. ค 78. ง 79. ข 80. ข
81. ค 82. ก 83. ค 84. ง 85. ง 86. ก 87. ง 88. ข 89. ข 90. ข
91. ข 92. ก 93. ง 94. ข 95. ข 96. ค 97. ก 98. ข 99. ค 100. ก
101. ง 102. ค 103. ข 104. ก 105. ค 106. ข 107. ค 108. ค 109. ก 110. ข
111. ง 112. ค 113. ง 114. ง 115. ง 116. ก 117.ค 118. ค 119. ค 120. ง
121. ค 122. ก 123. ก 124. ข 125. ง 126. ง 127. ข 128. ง 129. ง 130. ง
131. ง 132. ก 133. ค 134. ง 135. ง 136. ค 137. ข 138. ง

จักราวุธ แนวข้อสอบ ระเบียบ กฎหมายการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ความรู้ทั่วไป วิชาเฉพาะฯ (มีบางส่ว

  • 1.
    1 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 1.พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ ดี พ.ศ. 2546 ได้ตราขึ้นตาม กฎหมาย ข้อใด ก. กฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 ข. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ. 2539 ค. กฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ง. ถูกทุกข้อ 2. ในทางปฏิบัติราชการส่วนใดจะปฏิบัติเมื่อใดต้องมีเงื่อนไขอย่างไร ใครเป็นผู้กาหนดให้ปฏิบัติตามพระราช กฤษฎีกานี้ ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ค. นายกรัฐมนตรี ง. คณะรัฐมนตรี 3. ใครมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ (แก่คณะรัฐมนตรี) ก่อนจะปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ในการที่จะให้ส่วน ราชการปฏิบัติ เมื่อใดและจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใดบ้าง ก. คณะรัฐมนตรี ข. ก.พ. ค. ก.พ.ร. ง. ก.พ.อ. 4. คาว่า "ส่วนราชการ" ตามความหมายพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ ดี พ.ศ. 2546 นั้นให้ความหมายถึงส่วนราชการตามกฎหมายข้อใด ก. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ข. ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ค. ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม ง. ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 5. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนั้นจะต้องบริหารราชการให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดกี่ประการ ก. 7 ประการ ข. 6 ประการ ค. 5 ประการ ง. 4 ประการ 6. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนั้นเป้าหมายสูงสุดคือข้อใด ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ข. เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน ค. ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ ง. เกิดผลคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ 7. ความบริหารของการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลตามข้อใด ก. ความผาสุขของประชาชน ข. ความอยู่ดีของประชาชน ค. ความสงบสุขเรียบร้อยของประชาชน ง. ถูกต้องทั้งหมด 8. ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนราชการจะต้องดาเนินการโดยเอาอะไรเป็น ศูนย์กลางในการ บริหารกิจการ ก. หน่วยราชการ ข. ประเทศ ค. สังคมและชุมชน ง. ประชาชน 9. ในการกาหนดภารกิจของรัฐและส่วนราชการจะต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ความสุขของประชาชนและจะ สอดคล้อง ตามข้อใด ก. สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญและ ก.พ.ร.กาหนด ข. สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐและนโยบายของคณะรัฐมนตรี ค. สอดคล้องกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีและแนสนโยบายกระทรวง ง. สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ 10. ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนนั้นส่วนราชการจะต้องต้องมีแนวทางในการบริหาร ราชการกี่ ประการ ก. 5 ประการ ข. 6 ประการ ค. 7 ประการ ง. 8 ประการ
  • 2.
    2 11. ส่วนราชการใดที่จะต้องดาเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนนั้นจะต้องมีการกาหนดแนวทางการ บริหาร ราชการตามข้อใดเป็นอันดับแรก ก.กาหนดภารกิจการบริหารกิจการราชการให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐ ข. จะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียให้ครบทุกด้านที่กระทบต่อประชาชน ค. ศึกษาปัญหาและอุปสรรคก่อนการดาเนินการแล้วปรับปรุงโดยเร็ว ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา 12. ในทางปฏิบัติหากมีกรณีที่เกิดปัญหาและอุปสรรคจากการดาเนินการให้ส่วนราชการปฏิบัติตามข้อใด ก. แก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นโดยเร็ว ข. แจ้งเรียนส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องได้ทราบปัญหา ค. แจ้ง ก.พ.ร. ให้รับทราบ ง. แจ้งผู้บังคับบัญชาให้แก้ไขระเบียบข้อบังคับมันโดยเร็ว 13. ในการบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐส่วนราชการจะต้องปฏิบัติภารกิจนั้นจะต้อง ดาเนินการตาม ข้อใดเป็นอันดับแรก ก. จัดทาแบบปฏิบัติราชการโดยมีรายละเอียดของขั้นตอนระยะเวลาและงบประมาณตลอดจนเป้าหมายของ ภารกิจนั้น ข. รับความฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการมาศึกษาวิเคราะห์แล้วกาหนดภารกิจ ค. จัดให้มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามภารกิจหลักเกณฑ์และวิธีที่ส่วนราชการกาหนดขึ้น ง. กาหนดภารกิจการบริหารราชการให้สอดคล้องกับ แนวนโยบายของรัฐ 14. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดทาแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติราชการแผ่นดิน โดยจัดทา เป็นแผนตามข้อใด ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี 15. หน่วยงานใดขาดให้มีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดาเนินการอยู่ ก. สานักงบประมาณ ข. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ค. ก และ ข ถูก ง. ถูกเฉพาะข้อ ข เท่านั้น 16. ในการลดขั้นตอยการปฏิบัติงานนั้นส่วนราชการจะทาตามข้อใด ก. กระจายอานาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการสั่งการอนุญาติการอนุมัติให้แก่ผู้ดาเนินการเรื่องนั้นได้โดดยตรง ข. ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่จาเป็นและเพิ่มภารกิจที่บริการให้มากที่สุด ค. ให้ประชาชนผู้ร่วมบริการรวมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วมและศูนย์บริการเพียงแห่งเดียว ง. ถูกทุกข้อ 17. ในการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ส่วนราชการ จะจัดให้มีตามข้อใด ก. กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน ข. ให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการหรือข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ราชการของ ส่วนราชการนั้น ค. ให้มีอานาจออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศเพื่อบังคับใช้ ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา 18. ผู้ที่ทาหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการคือข้อใด ก. คณะ ก.ร.ม. ข. ก.พ.ร. ค. ก.พ. ง. คณะผู้ประเมินอิสระ 19. ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการอาจจัดให้มีการประเมินข้อใดบ้าง ก. ผู้บังคับบัญชา ข. หน่วยงานในส่วนราชการ ค. ข้าราชการ ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา 20. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามแนวทางของภารกิจนี้ อย่าง น้อยจะต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวข้องกับข้อใดบ้าง ก. การลดขั้นตอน การปฏิบัติงานและการอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
  • 3.
    3 ค. เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนและไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติเกินความจาเป็น ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา 21.ผู้ที่ทาหน้าที่ดูแลและให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้ คือ ก. สานักปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ข. สานักนายกรัฐมนตรี ค. กระทรวงมหาดไทย ง. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1. ค 2. ง 3. ค 4. ค 5. ก 6. ข 7. ง 8. ง 9. ข 10. ก 11. ก 12. ก 13. ก 14. ค 15. ค 16. ก 17. ง 18. ง 19. ง 20. ก 21. ค 116. ในกรปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประชาชนหรือติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน อะไรเป็นสิ่ง สาคัญที่ส่วนราชการควรกาหนดและประกาศให้ประชาชนทราบ ก. ระยะเวลาแล้วเสร็จของแต่ละงาน ข. จานวนเงินงบประมาณของแต่ละงาน ค. จานวนบุคลากรของแต่ละงาน ง. วัตถุประสงค์ของแต่ละงาน ตอบ ก. (หมวดที่ 7 มาตรา 37) 117. ผู้ใดมีหน้าที่ตรวจสอบ ว่างานเสร็จตามเวลาที่กาหนดหรือไม่ ก. ผู้บังคับบัญชา ข. ปลัดกระทรวง ค. นายกรัฐมนตรี ง. อธิบดี ตอบ ก. ผู้บังคับบัญชา (หมวดที่ 7 มาตรา 37 วรรคสอง) 118. เมื่อส่วนราชการใด ได้ติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นต้องตอบ คาถามหรือ แจ้งให้ทราบภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. ภายในกาหนดเวลาที่กาหนด ค. ทั้งข้อ ก และ ข ง. 30 วัน 119. การจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการเพื่ออานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ต้องจัดตามระบบ เดียวกับหน่วยงานใด ก. ระบบเดียวกับที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและกานสื่อสาร ข. ระบบเดียวกับที่สานักนายกรัฐมนตรีประกาศใช้ ค. ระบบเดียวกับคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการ ง. ระบบเดียวกับที่กระทรวงคมนาคมรับรอง ตอบ ก. (หมวดที่ 7 มาตรา 39) 120. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ได้จัดการอย่างไร เพื่ออานวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่ประชาชน ในการ ติดต่อกับส่วนราชการทุกแห่ง ก. จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศกลางขึ้น ข. จัดให้มีระบบสารบัญอิเล็กทรอนิกส์กลางขึ้น ค. จัดให้มีระบบศูนย์เครือข่ายบริการประชาชนกลางขึ้น ง. จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศภาคประชาชนขึ้น ตอบ ก. จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศกลางขึ้น (หมวดที่ 7 มาตรา 40) 121. ในกรณีที่ส่วนราชการใดไม่อาจจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการได้ให้ทาอย่างไร ก. ให้กระทรวงต้นสังกัดของหน่วยงานจัดทาระบบเครือข่ายสารสนเทศ ข. ให้สานักงานพัฒนาระบบราชการไทยดาเนินการจัดทาระบบเครือข่ายสารสนเทศ ค. ร้องขอให้กระทรวงเทคโนโลยีฯ ดาเนินการจัดระเบียบเครือข่ายสารสนเทศ ง. ร้องขอให้สานักงบประมาณจัดงบประมาณให้จัดระบบเครือข่ายสารสนเทศ ตอบ ค. (หมวดที่ 7 มาตรา 40) 122. กรณีที่ส่วนราชการ ได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะ เป็นหน้าที่ของใคร ที่จะต้องพิจารณาดาเนินการ ก. ผู้บังคับบัญชา ข. นายกรัฐมนตรี ค. ส่วนราชการนั้น ง. ปลัดกระทรวง ตอบ ค. ส่วนราชการนั้น (หมวดที่ 7 มาตรา 41)
  • 4.
    4 123. กรณีได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะจากข้าราชการ หรือส่วนราชการอื่น ให้ผู้ออกกฎระเบียบ พิจารณาชี้แจงให้ทราบ ภายในกี่วัน ก. 5 วัน ข. 10 วัน ค. 15 วัน ง. 20 วัน ตอบ ค. 15 วัน (หมวดที่ 7 มาตรา 42(2) ) 124. ตามข้อ 123 การร้องเรียน หรือเสนอแนะ ส่วนราชการ จะแจ้งผ่านหน่วยงานใดได้อีก ก. แจ้งผ่าน ก.พ.ร. ได้ ข. แจ้ง ผ่านสานักนายกฯ ได้ ค. แจ้งผ่าน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนได้ ง. แจ้งผ่าน คมช. ได้ ตอบ ก. แจ้งผ่าน ก.พ.ร. ได้ (หมวดที่ 7 มาตรา 42 วรรคสาม) 125. การปฏิบัติราชการในเรื่องใด ๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่องเปิดเผย เว้นแต่ข้อใด ก. เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ข. เพื่อความจาเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ค. การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล จึงกาหนดให้เป็นความลับได้เท่าที่จาเป็น ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 43) ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 43) 126. เรื่องใด ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผย ก. ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจาปี ข. รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อ หรือจัดจ้างที่จะดาเนินการในปีงบประมาณนั้น ค. สัญญาใด ๆ ที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างแล้ว ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 44) 127. ในการจัดทาสัญญาจัดซื้อหรือจัดจ้าง ห้ามมีข้อความใดบ้าง ก. ห้ามมิให้เปิดเผยข้อความหรือข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว ข. ควรเปิดเผยสัญญา ค. ควรเปิดเผยข้อตกลงในสัญญา ง. ไม่มีข้อห้ามทุกข้อ ตอบ ก. (หมวดที่ 7 มาตรา 44) 128. ส่วนราชการต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาใด เว้นแต่ ก. เป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย ข. เป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้ กฎ ระเบียบ ค. เป็นข้อมูลที่อยู่ภายใต้ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองความลับทางราชการ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 7 มาตรา 44) 129. การกาหนดระยะเวลาปฏิบัติงาน การจัดระบบสารสนเทศ เป็นการบริหารราชการแบบใด ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ข. การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ค. การอานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ง. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ตอบ ค. (หมวดที่ 7 มาตรา 37 - 40) 130. การรับฟังข้อร้องเรียน การเปิดเผยข้อมูล เป็นการบริหารราชการแบบใด ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ข. การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ค. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ง. การอานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ตอบ ง. (หมวดที่ 7 มาตรา 41 - 44)
  • 5.
    5 131. การประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวข้องกับข้อใด ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ ข.คุณภาพการให้บริการ ค. ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (หมวดที่ 8 มาตรา 45) 132. ตามข้อ 131 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ผู้ใดกาหนด ก. ก.พ.ร. ข. ครม. ค. คมช. ง. รมว ตอบ ก.พ.ร. (หมวดที่ 8 มาตรา 45) 133. การประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาและละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการจะต้องกระทาในลักษณะ ใด ก. ต้องกระทาเป็นความลับ ข. ต้องกระทาเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ ค. ต้องเปิดเผย ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก ตอบ ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก (หมวดที่ 8 มาตรา 46) 134. การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่ออะไร ก. เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ข. เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาระบบราชการ ค. เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ก. เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล (หมวดที่ 8 มาตรา 47) 135. ในกรณีที่ส่วนราชการ ดาเนินการเป็นไปตามเป้าหมายกาหนด ให้ผู้ใด เสนอ ครม. จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษให้ ส่วน ราชการ ก. ก.พ.ร. ข. ครม. ค. คมช. ง. รมว. ตอบ ก. ก.พ.ร. (หมวดที่ 8 มาตรา 48) 136. การจัดสรรเงินรางวัล ให้ข้าราชการในสังกัด เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ผู้ใดกาหนด ก. ก.พ.ร. ข. ครม. ค. คมช. ง. รมว. ตอบ ก. ก.พ.ร. (หมวดที่ 8 มาตรา 48) 137. ตามข้อ 136 โดยความเห็นชอบของผู้ใด ก. ก.พ.ร. ข. ครม. ค. คมช. ง. รมว. ตอบ ข. ครม. (หมวดที่ 8 มาตรา 49) 138. เมื่อส่วนราชการใดได้ดาเนินการไปตามเป้าหมายโดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ ก.พ.ร. กาหนด แล้ว ก.พ.ร. สามารถเสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรสิ่งใดให้หน่วยราชการนั้น ก. เพื่อจัดสรรรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น ข. เพื่อจัดสรรให้ส่วนราชการนั้นใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการนั้น ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก ง. ข้อ ก. และ ข. ผิด ตอบ ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก (หมวดที่ 8 มาตรา 49) หลักเกณฑ์การบริหารบ้านเมืองที่ดี 1. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ มีชื่อย่อ ก. ก.พ. ข. ก.พ.ร. ค. กพ. รร. ง. ก.ร.ร.
  • 6.
    6 จ. ไม่มีข้อใดถูก 2. ก.พ.ร.ประกอบด้วยกรรมการจานวนไม่เกิน ก. 11 คน ข. 12 คน ค. 13 คน ง . 14 คน จ. 15 คน 3. สานักงาน ก.พ.ร. ในปัจจุบันมีฐานะอย่างไร ก. ไม่เป็นส่วนราชการ ไม่มีฐานะเป็นกรม ข. ไม่เป็นส่วนราชการ แต่มีฐานะเทียบเท่ากรม ค. เป็นส่วนราชการอิสระ ซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม ง. เป็นส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีฐานะเป็นกรม จ. เป็นส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม 4. ข้อใดไม่ใช่อานาจหน้าที่ของ ก.พ.ร. ก. เสนอแนะ และให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ การพัฒนาระบบราชการ ข. ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม ค. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกาหนดอานาจหน้าที่ และการแบ่งส่วนราชการภายในของส่วนราชการ ที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการอื่น ง. ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน จ. เรียกให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใดมาชี้แจงหรือแสดงความเห็นประกอบ การพิจารณา 5. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี จ. 6 ปี 6 .เลขาธิการ ก.พ.ร. เป็น ก. ข้าราชการการเมือง ข. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ค. ข้าราชการวิสามัญ ง. พนักงานราชการ จ. พนักงานของรัฐ 7. ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 3/1 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ. 2545 ได้กาหนดว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการต้องใช้วิธีการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยต้องคานึงถึง ก. ความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน ข. การมีส่วนร่วมของประชาชน ค. การเปิดเผยข้อมูล ง. การติตามตรวจสอบและประเมินผลการ ปฏิบัติงาน จ. ถูกทุกข้อ 8. ข้อใดถูกต้อง ก. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2545 ข. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ค. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2545 ง. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 จ. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสร้างหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 9. ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามพระราชกฤษฎีกา ก. ประชาชนได้รับความอานวยสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น ค. การบริการประชาชนด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ ง. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ จ. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน 10. การดาเนินการโดยถือว่า “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ที่จะได้รับการบริการจากรัฐ” อยู่ในหลักการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี ข้อใด ก. ประชาชนได้รับความอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
  • 7.
    7 ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น ค. การบริการประชาชนด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ ง.มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ จ. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน 11. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสานักงบประมาณจะต้องร่วมกันจัดทาแผน การบริหารราชการแผ่นดิน เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายใน ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน จ. 120 วัน 12. หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ทาแผนนิติบัญญัติ ก. สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ค. สานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. จ. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค. 13. แผนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้จัดทาเป็นแผน ก. 1 ปี ข. 2 ปี ค. 3 ปี ง. 4 ปี จ. 5 ปี 14. ให้ส่วนราชการจัดทา...................... ให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ก. แผนการบริหารราชการแผ่นดินของส่วนราชการ ข. แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ค.แผนปฏิบัติราชการเพื่อของบประมาณ ง .แผนพัฒนาการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ จ. ไม่มีข้อใดถูก 15. สาระสาคัญในแผนปฏิบัติราชการประจาปี คือ ก. นโยบายการปฏิบัติราชการ ของส่วนราชการ ข. เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน ค. ประมาณการรายได้และรายจ่าย ง. ทรัพยากรอื่นที่ต้องใช้ จ. ถูกทุกข้อ 16. หน่วยงานใดเป็นผู้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทา “บัญชีต้นทุน” ในงานบริการสาธารณะ ก. กรมบัญชีกลาง ข. สานักงบประมาณ ค. กระทรวงการคลัง ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย จ. สานักงาน ก.พ.ร. 17. ใครบ้างที่ต้องดาเนินการเรื่อง ศูนย์บริการร่วม ก. ปลัดกระทวง ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด ค. นายอาเภอ ง. ปลัดอาเภอผู้เป็นหัวหน้าประจากิ่งอาเภอ จ. ถูกทุกข้อ 18. สิ่งใดบ้างที่ส่วนราชการต้องทาและเปิดเผยให้ประชาชนทราบ ก. แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดาเนินการ ข. กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน ค. ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ รายจ่ายแต่ละปี ง. เป้าหมาย แผนการทางาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ และงบประมาณที่จะต้องใช้ในแต่ละงาน หรือ โครงการ จ. ถูกทุกข้อ 19.ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของส่วนราชการจะประเมินเกี่ยวกับ ก. ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ ข. คุณภาพการให้บริการ ค. ความพึงพอใจของประชาชนผุ้รับบริการ ง.ความคุ้มค่าในภารกิจ จ. ถูกทุกข้อ 20. ข้อใดถูกต้องในการสั่งราชการ
  • 8.
    8 ก. โดยปกติให้กระทาเป็นลายลักษณ์อักษร ข. กรณีมีความจาเป็นผู้บังคับบัญชาอาจสั่งราชการด้วยวาจาก็ได้ ค.ถ้ามีการสั่งการด้วยวาจา ผู้รับคาสั่งต้องบันทึกคาสั่งนั้นเป็นลายลักษณ์อักษร ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข. จ. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค. 1.ข 2.ค 3.ง 4.ง 5.ค 6.ข 7.จ 8.ง 9.ค 10.จ 11.ง 12.ง 13.ง 14.ข 15.จ 16.ก 17.จ 18.จ 19.จ 20.จ
  • 9.
    9 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ฉบับแก้ไข (ฉบับ 2 ) พศ. 2548 ชุด 1 ข้อ 1 – 35 ข้อ 1 น้อง nest เขียนจดหมายมา 3 คันรถ ในจดหมายเขียนมาถามว่า ระเบียบนี้เรียกว่า อะไร ? ก.เรียกว่า "ระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณสานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526 ข.เรียกว่า "ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ค.เรียกว่า "ระเบียบงานสารบรรณของสานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526 ง.เรียกว่า "ระเบียบของสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ตอบ ข.เรียกว่า "ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 (ข้อ 1) ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 2 ข้อ 2 ระเบียบดังกล่าวใช้บังคับเมื่อไร? ก. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป ข. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป ค. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป ง. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ตอบ ตอบ ค. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไป ข้อ 3 ข้อ 3 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ฉบับใดบ้างที่ถูกยกเลิก ข้อใดผิด ? ก. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2506 ข.ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ พ.ศ. 2517 ค.ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 ง.ระเบียบสานักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูปงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ตอบ ง.ระเบียบสานักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูปงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 3 ให้ยกเลิก 3.1 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2506 3.2 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ พ.ศ. 2517 3.3 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงชื่อในหนังสือราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติ ของคณะรัฐมนตรี และคาสั่งอื่นใด ในส่วนที่กาหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้ แทน เว้นแต่กรณีที่กล่าวในข้อ 5 ข้อ 4 หากหน่วยราชการใดมีความจาเป็นจะต้องปฏิบัตนอกเหนือไปจากที่ระเบียบนี้กาหนดควรทาอย่างไร? ก.ขอทาความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ข.ขออนุมัติคณะรัฐมนตรี ค.ขอทาความตกลงกับหน่วยงานนั้น ง.ขอทาความตกลงกันระหว่างหน่วยงานที่ใช้ถึงกัน ตอบ ก.ขอทาความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ข้อ 4 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ ส่วนราชการใดมีความจาเป็น ที่จะต้องปฏิบัติงานสารบรรณนอกเหนือไปจากที่ได้กาหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ขอทาความตก ลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ข้อ 5 ในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กาหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานสารบรรณไว้เป็น อย่างอื่นหากต้องการปฏิบัติให้ทาอย่างไร? ก.ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ข.ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบงานสารบัญกลาง คให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น ง.ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยงานสารบัญ ตอบ ค ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น ข้อ 5* ในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กาหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานสารบรรณไว้ เป็นอย่างอื่น ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 3548
  • 10.
    10 ข้อ 6 ว่าที่ร.ต.ต. decvaet อยากถามว่าข้อใดไม่ใช่ความหมาย คาว่างานสารบรรณ ? ก. งานที่เกี่ยวกับการบริการงานเอกสาร ข. งานที่เกี่ยวกับการ การจัดทา การรับ การส่ง ค. งานที่เกี่ยวกับ การเก็บรักษา ง. งานที่เกี่ยวกับ การยืม จนถึงการทาลาย ตอบ ก. งานที่เกี่ยวกับการบริการงานเอกสาร (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ข้อ 6* ในระเบียบนี้ "งานสารบรรณ" หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่ การจัดทา การรับ การส่ง การเก็บรักษา การ ยืม จนถึงการทาลาย "หนังสือ" หมายความว่า หนังสือราชการ “อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทาง แม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น (ข้อ*6แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 3548) ข้อ 7 ข้อ 7 ว่าที่ ร.ต.ต.หญิง ขนมน้า อยากถามว่า คาว่างานสารบรรณ หมายความว่าอะไร? ก. งานที่เกี่ยวกับการการจัดทาเอกสาร ข. งานที่เกี่ยวกับการ การรับ การส่ง ค. งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทาลาย ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7 ข้อ 8 จงให้ความหมายของคาว่า “อิเล็กทรอนิกส์ ” ในขอบเขตเนื้อหาวิชานี้นะ น้อง von คุณแม่ขอร้อง ? ก.หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางเทคโนโลยี่ และ วัตถุทางวิทยาศาสตร์ ข.หมายความว่าการประยุกต์ใช้ด้วยวิธีลาแสง และเสียงตามสาย ด้วยเทคโนโลยี่ สมัยใหม่ ค. หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธี ต่าง ๆ เช่นว่านั้น ง.ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ค. หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการ ประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น(อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7 ข้อ 9 ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ อีเล็กทรอนิกส์ ? ก..หมายความว่าการประยุกต์ใช้ด้วยวิธีลาแสง และเสียงตามสาย ด้วยเทคโนโลยี่ อิเล็กทรอนิกส์ ข.หมายความว่า หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ค. หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน ง.หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น ตอบ ก..หมายความว่าการประยุกต์ใช้ด้วยวิธีลาแสง และเสียงตามสาย ด้วยเทคโนโลยี่ อิเล็กทรอนิกส์ (ข้อนี้ขออนุญาตครับ แม้ว่า คาตอบจะตอบให้ความหมายที่ถูกหรือใกล้เคียงกันก็จริง แต่ คาตอบที่ถูกที่สุดก็คือทุกคาพูดที่ อ้างตรงกับตัวบท จึงจะถูกต้อง)(อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7 ข้อ 6* ในระเบียบนี้ "งานสารบรรณ" หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่ การจัดทา การรับ การส่ง การเก็บรักษา การ ยืม จนถึงการทาลาย "หนังสือ" หมายความว่า หนังสือราชการ “อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทาง แม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น ข้อ 10 ถามแบบตรงไปตรงมา หนังสือหมายความว่าอะไร? ก.หมายความว่าเอกสารทุกชนิด ข.หมายความว่าหนังสือราชการ ค.หมายความว่าเอกสารราชการ ง.หมายความตามทุกข้อที่กล่าวมา ตอบ ข.หมายความว่าหนังสือราชการ( อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 6) ดูคาเฉลยข้อที่ 7 ข้อ 11 ข้อใดเป็นความหมายของ”ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” ก.การรับส่งข้อมูลข่าวสาร ข.หนังสือผ่านระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
  • 11.
    11 ค..กระบวนการรับส่งข้อมูลโดยสารสนเทศ ง.ถูกทั้ง ก และข ตอบ ง.ถูกทั้ง ก และ ข (อ้างอิงจาก ระเบียบ ฯ ข้อ 6) ข้อ 12 ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ "ส่วนราชการ" ? ก. กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน ข. หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนิ ท้องถิ่น ค. หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ในต่างประเทศ ง. ให้หมายความรวมถึงประธานคณะกรรมการด้วย ตอบ ง. ให้หมายความรวมถึงประธานคณะกรรมการด้วย (อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6) ข้อ 13 “ส่วนราชการ”ความหมายว่าอย่างไร ? ก.กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน ข.หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ค.หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการด้วย ง.ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6) ข้อ 14 ข้อใดไม่ใชความหมายของคาว่า "คณะกรรมการ"? ก. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ ข. หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทางาน ค. หมายความรวมถึงคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน ง. หมายความรวมถึงคณะประธานกรรมการ อื่นในลักษณะเดียวกัน ตอบ ง. หมายความรวมถึงคณะประธานกรรมการ อื่นในลักษณะเดียวกัน(อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6) ข้อ 15 “คณะกรรมการ” หมายความว่าอย่างไร? ก. บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงอนุกรรมการ คณะทางาน หรือ บุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน ข. บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ บุคคล ทางาน หรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน ค. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน ง. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ บุคคลทางาน หรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน ตอบ ค. คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความรวมถึง คณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน(อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อ 6) ข้อ 6* ในระเบียบนี้ "งานสารบรรณ" หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่ การจัดทา การรับ การส่ง การเก็บรักษา การ ยืม จนถึงการทาลาย "หนังสือ" หมายความว่า หนังสือราชการ “อิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทาง แม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น “ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การรับส่งข้อมูลข่าวสาร หรือ หนังสือผ่านระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ "ส่วนราชการ" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการด้วย "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และให้หมายความ รวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน (ข้อ 6 ได้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 3548) ข้อ 16 ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้? ก. นายกรัฐมนตรี ข.รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี ค.ปลัดสานักงานสารบัญนายกรัฐมนตรี ง.ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ตอบ ง.ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี (อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญข้อ 8)
  • 12.
    12 ข้อ 17 ข้อใดไม่ใช่อานาจขอผู้รักษาการตามระเบียบนี้? ก.อานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ข.การแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก ค. จัดทาคาอธิบายกับให้มีหน้าที่ดาเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานบริหารเอกสาร ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ค. จัดทาคาอธิบายกับให้มีหน้าที่ดาเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานบริหารเอกสาร(อ้างอิงจากระเบียบงาน สารบัญข้อ 8) ข้อ 18 ผู้ใดเป็นผู้ให้ความเห็นในการตีความ การวินิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก และคาอธิบายแก่ปลัด สานักนายกรัฐมนตรี ? ก.คณะกรรมการพิจารณาพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ข.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ค.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ง.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ตอบ ง.คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี(อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญ ข้อ 8) ข้อ 19 หนังสือราชการ คืออะไร? ก. เอกสารที่เป็นข้ออ้างอิงในราชการ ข. เอกสารที่เป็นหลักฐานข้อเท็จจริงในราชการ ค. เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ง. เอกสารที่เป็นข้อเท็จจริงในราชการ ตอบ ค. เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ(อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญหมวดที่ 1 ข้อ 9) ข้อ 20 ข้อใดไม่ใช่หนังสือราชการ? ก. หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ ข. หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใด ซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก ค. ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ง. หนังสือภายนอกที่จัดทาตามคาสั่ง หรือ ระเบียบงานสารบัญ ตอบ ง. หนังสือภายนอกที่จัดทาตามคาสั่ง หรือ ระเบียบงานสารบัญ (อ้างอิงจากระเบียบงานสารบัญหมวดที่ 1 ข้อ 9) ข้อ 21 ข้อใดเป็นหนังสือราชการ? ก. หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ ข. เอกสารที่ทางราชการมิได้จัดทาขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ ค. เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นตามคาสั่ง และคาแถลงการณ์ ง. ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณเทคโนโลยี่ ตอบ ก. หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการสารบัญ (อ้างอิง จากระเบียบงานสารบัญหมวดที่ 1 ข้อ 9) ข้อ 7 คาอธิบายซึ่งกาหนดไว้ท้ายระเบียบ ให้ถือว่าเป็นส่วนประกอบที่ใช้ในงานสารบรรณและให้ใช้เป็นแนวทางในการ ปฏิบัติ ข้อ 8 ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอานาจดีความ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ระเบียบนี้ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกและจัดทาคาอธิบายกับให้มีหน้าที่ดาเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานสารบรรณ การตีความ การวินิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก และคาอธิบายตามวรรคหนึ่งปลัดสานักนายกรัฐมนตรีจะขอ ความเห็นจาก คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้ (ข้อ 6 ได้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 3548) หมวด 1 ชนิดของหนังสือ ข้อ 9* หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่ 9.1 หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ 9.2 หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใด ซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก 9.3 หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ 9.4 เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ 9.5 เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ 9.6 ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
  • 13.
    13 ข้อ 22 หนังสือมีกี่ชนิด มีอะไรบ้าง ? ก. มี 5 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือประชาสัมพันธ์ ข. มี 5 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับ ไว้เป็นหลักฐานในราชการ ค. มี 6 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือประชาสัมพันธ์ / หนังสือที่ เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์ขึ้น หรือบันทึกไว้เป็นหลักฐานในราชการ ง. มี 6 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือประชาสัมพันธ์ / หนังสือที่ เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ ตอบ ง. มี 6 ชนิด หนังสือภายนอก / หนังสือภายใน / หนังสือประทับตรา / หนังสือสั่งการ / หนังสือ ประชาสัมพันธ์ / หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ (อ้างอิงจากระเบียบ มว.1 ข้อที่ 10 ) ข้อ 10 หนังสือมี 6 ชนิด คือ 10.1 หนังสือภายนอก 10.2 หนังสือภายใน 10.3 หนังสือประทับตรา 10.4 หนังสือสั่งการ 10.5 หนังสือประชาสัมพันธ์ 10.2 หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ ข้อ 23 ข้อใดไม่ใช้ลักษณะหนังสือภายนอก ? ก.หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี ข.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ค.เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ ง. เป็นหนังสือติดต่อที่ส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ตอบ ข.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ (อ้างอิง ส่วนที่ 1 ข้อ 11) ข้อ 24 กรณีของ สิ่งที่ส่งมาด้วย ของหนังสือภายนอกถ้ามี แต่ไม่สามารถส่งไปในซองเดียวกันได้ให้ทาอย่างไร? ก. ให้ส่งมาภายหลัง ข. ให้ส่งทางแอร์เมล์ ค. ให้แจ้งด้วยและให้ พลนาสารส่ง ง. ให้แจ้งด้วยว่าส่งไปโดยทางใด ตอบ ง. ให้แจ้งด้วยว่าส่งไปโดยทางใด( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11) ข้อ 25 หนังสือภายนอกถ้ามี การอ้างถึง จะต้องอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือฉบับใด? ก.ต้องอ้างถึงหนังสือที่เคยติดต่อส่วนราชการฉบับอื่น ๆ ด้วย ข.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาแล้วแต่รอติดต่อกลับ ค.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จากส่วนราชการเดียวกันกับผู้รับ ง.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจากส่วนราชการใดก็ตาม ตอบ ง.ต้องอ้างถึงหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจากส่วนราชการใดก็ตาม ( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11) ข้อ 26 การอ้างถึง กรณีที่มีหนังสือ 5 ฉบับ จะต้องอ้างฉบับใด? ก.ให้อ้างหนังสือฉบับแรกเพียงฉบับเดียว ข.ให้อ้างหนังสือทุกฉบับที่เคยติดต่อ ค.ให้อ้างหนังสือฉบับสุดท้ายเพียงฉบับเดียว ง.ให้อ้างหนังสือฉบับแรกเรียงกันมาตามลาดับความสาคัญ ตอบ ค.ให้อ้างหนังสือฉบับสุดท้ายเพียงฉบับเดียว( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11) ข้อ 27 การอ้างถึงกรณีใดมีความจาเป็นต้องอ้างฉบับอื่น ๆ ด้วย ก.มีเรื่องสาคัญมาที่ต้องทาเร่งด่วนที่สุด ข.มีเรื่องที่เกี่ยวข้องที่จาเป็นต้องอ้างอิงโดยเฉพาะ ค.มีเรื่องอื่นที่เป็นความลับมากจาเป็นต้องปิดเป็นความลับ ง.มีเรื่องอื่นที่เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณา ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะ ตอบ ง.มีเรื่องอื่นที่เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณา ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะ(( อ้างอิงส่วนที่ 1 ข้อ 11)
  • 14.
    14 ส่วนที่ 1 หนังสือภายนอก ข้อ 11หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี โดยใช้กระดาษตราครุฑ เป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วน ราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ให้จัดทาตามแบบที่ 1 ท้าย ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 11.1 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเรื่อง ตามที่กาหนด ไว้ในภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง สาหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจาเป็น 11.2 ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ ให้ลงชื่อส่วนราชการ สถานที่ราชการหรือคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือนั้น และ โดยปกติให้ลงที่ตั้งไว้ด้วย 11.3 วัน เดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ 11.4 เรื่อง ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่องโดยปกติให้ลงเรื่องของ หนังสือฉบับเดิม 11.5 คาขึ้นต้น ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ ในภาคผนวก 2 แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตาแหน่งหน้าที่ 11.6 อ้างถึง (ถ้ามี) ให้อ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจาก ส่วนราชการใดก็ตาม โดยให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของหนังสือและเลขที่หนังสือ วันที่ เดือน ปีพุทธศักราชของหนังสือนั้น การอ้างถึง ให้อ้างถึงหนังสือฉบับสุดท้ายที่ติดต่อกันเพียงฉบับเดียว เว้นแต่มีเรื่องอื่น ที่เป็นสาระสาคัญต้องนามาพิจารณา จึงอ้างถึงหนังสือฉบับอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะให้ทราบด้วย 11.7 สิ่งที่ส่งมาด้วย (ถ้ามี) ให้ลงชื่อสิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสารที่ส่งไปพร้อมกับหนังสือนั้นในกรณีที่ไม่สามารถส่งไป ในซองเดียวกันได้ให้แจ้งด้วยว่าส่งไปโดยทางใด 11.8 ข้อความ ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อ ๆ 11.9 คาลงท้าย ให้ใช้คาลงท้ายตามฐานะของผู้รับหนังสือ ตามตารางการใช้คาขึ้นต้น สรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนด ไว้ในภาคผนวก 3 11.10 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อเจ้าของหนังสือ และให้พิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อ ตามรายละเอียดที่ กาหนดไว้ในภาคผนวก 3 11.11 ตาแหน่ง ให้ลงตาแหน่งของเจ้าของหนังสือ 11.12 ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ ถ้าส่วนราชการที่ออก หนังสืออยู่ในระดับกระทรวงหรือทบวง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่ออก หนังสืออยู่ในระดับกรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกองหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ 11.13 โทร. ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ และหมายเลขภายใน ตู้สาขา (ถ้ามี) ไว้ด้วย 11.14 สาเนาส่ง (ถ้ามี) ในกรณีที่ผู้ส่งจัดทาสาเนาส่งไปให้ส่วนราชการ หรือบุคคลอื่นทราบ และประสงค์จะให้ผู้รับทราบว่า ได้มีสาเนาส่งไปให้ผู้ใดแล้ว ให้พิมพ์ชื่อเต็มหรือชื่อย่อของส่วนราชการหรือชื่อบุคคลที่ส่งสาเนาไปให้ เพื่อให้เป็นที่เข้าใจ ระหว่างผู้ส่งและผู้รับ ถ้าหากมีรายชื่อที่ส่งมากให้พิมพ์ว่าส่งไปตามรายชื่อที่แนบและแนบรายชื่อไปด้วย ข้อ 28 ข้อใดไม่ใช่ หนังสือภายใน ? ก.หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีเหมือนกับหนังสือภายนอก ข. เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวงทบวงกรม ค.เป็นหนังสือติดต่อภายในจังหวัดเดียวกัน ง. ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ตอบ ก.หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีเหมือนกับหนังสือภายนอก (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12 ) ข้อ 29 หนังสือภายใน ส่วนราชการ ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือโดยมีรายละเอียด พอสมควร โดยปกติถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป จะต้องลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องอย่างไร? ก.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับกรม พร้อมโทรศัพท์ ข.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับกองเพียงอย่างเดียว ค.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับกรมหรือกองอย่างใดอย่างหนึ่ง ง.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ตอบ ง.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.1 ) ข้อ 30 ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับต่ากว่ากรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องอย่างไร? ก.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรืองเพียงระดับกอง ข.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรืองพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ (ถ้ามี ) ค.ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรืองทั้งกรมและกอง พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ (ถ้ามี) ง.ข้อ ก.และ ข ถุก ตอบ ง. ข้อ ก และ ข.ถุก(อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.1 )
  • 15.
    15 ข้อ 31 การลง“ ที่ ” ของหนังสือภายในให้ลงอย่างไร? ก.ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเรื่องทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง ข. สาหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจาเป็น ค.ทั้ง ก และ ข ถูก ง. ให้หน่วยงานกาหนดได้เองตามความเหมาะสม ตอบ ค.ทั้ง ก และ ข ถูก (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12 .2) ข้อ 32 .ข้อใดไม่ใช่การเขียนชื่อ “เรื่อง”ของหนังสือภายใน ? ก.ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ข. ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือฉบับเดิม ค. ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือทุกฉบับ ง.ไม่มีข้อผิด ตอบ ค. ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือทุกฉบับ(อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.4 ) ข้อ 33 ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการของ คาขึ้นต้น ในหนังสือภายใน? ก. ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ในภาคผนวก แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง ข.ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้ส่งหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ในภาคผนวก แล้วลงตาแหน่งของผู้ส่งหนังสือนั้น ค. ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตาแหน่งหน้าที่ตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพ นาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ในภาคผนวก ง.ไม่มีข้อผิดทุกข้อ ตอบ ข.ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้ส่งหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ใน ภาคผนวก แล้วลงตาแหน่งของผู้ส่งหนังสือนั้น(อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.5 ) ข้อ 34 กรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีการติดต่อกันหรือส่งที่ส่งมาด้วยให้ระบุไว้ในข้อใด? ก. เรื่อง ข. ข้อความ ค.สิ่งที่ส่งมาด้วย ง.อ้างถึง ตอบ ข. ข้อความ (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.6 ) ข้อ 35 ข้อใดเป็นอยู่ในส่วนของ ข้อความในหนังสือภายใน ? ก. ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ข. หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อ ๆ ค. ในกรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกัน หรือมีสิ่งที่ส่งมาด้วยให้ระบุไว้ในข้อนี้ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ถูกทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบฯส่วนที่ 2 ข้อ 12.6) ส่วนที่ 2 หนังสือภายใน ข้อ 12 หนังสือภายใน คือ หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวง ทบวงกรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึกข้อความ และให้จัดทาตามแบบที่ 2 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียด ดังนี้ 12.1 ส่วนราชการ ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือโดยมีรายละเอียดพอสมควร โดยปกติถ้า ส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่ ออกหนังสืออยู่ในระดับต่ากว่ากรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกอง หรือส่วนราชการเจ้าของเรื่อง พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ (ถ้ามี) 12.2 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเรื่อง ตามที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 2 ทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง สาหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กาหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจาเป็น 12.3 วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ ออกหนังสือ 12.4 เรื่อง ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของ หนังสือฉบับเดิม 12.5 คาขึ้นต้น ให้ใช้คาขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คาขึ้นต้นสรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้ ในภาคผนวก 2 แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตาแหน่งหน้าที่ 12.6 ข้อความ ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อ ๆ ใน กรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกัน หรือมีสิ่งที่ส่งมาด้วยให้ระบุไว้ในข้อนี้
  • 16.
    16 12.7 ลงชื่อและตาแหนงใหปฏิบัติตามขอ 11.10และขอ 11.11 โดยอนุโลม ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ฉบับแก้ไข (ฉบับ 2 ) พศ.2548โดย von (vorapon_k@hotmail.com) ชุด 2 ข้อ 35 – 52 ข้อ 36. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ หนังสือประทับตรา ? ก.ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนาสวนราชการระดับกองขึ้นไป ข.ใชติดต่อกับระหวางสวนราชการกับสวนราชการ ค. ใช้ติดต่อกับระหวางสวนราชการกับบุคคลภายนอก ง. เฉพาะกรณีที่ไมใชเรื่องสาคัญ ตอบ ก.ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนาสวนราชการระดับกองขึ้นไป(อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13) ข้อ 37 หนังสือประทับตรา ให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกากับตรา? ก.หัวหนาสวนราชการระดับกอง ข.ผูที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป ค.ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเป็นผูรับผิดชอบลงชื่อยอกากับตราเพียงผุ้เดียว ง.ข้อ ค.ผิดข้อเดียว ตอบ ง.ข้อ ค.ผิดข้อเดียว(อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13) ข้อ 38 กรณีใดที่ไม่ใช่เรื่องสาคัญในความหมายของหนังสือประทับตรา ? ก.การขอทราบเกี่ยวกับเรื่องสาคัญการเงิน ข.เรื่องที่ไม่ค้าง ค. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม ง.เรื่องที่ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปกาหนด (ข้อนี้ดูให้ดี ๆ ให้เข้าใจนะครับ อาจจะไขว้เขวได้) ตอบ ค. การขอรายละเอียดเพิ่มเติม (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13.2 – 13.6) ข้อ 39 กรณีต่อไปนี้ ไม่ใช้กับหนังสือประทับตรา? ก. การสงสาเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร ข. การตอบรับทราบที่ไมเกี่ยวกับราชการสาคัญหรือการเงิน ค. การแจงผลงานที่ไดดาเนินการไปแลวใหสวนราชการที่เกี่ยวของทราบ ง. เรื่องใด ๆซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับแผนกขึ้นไปกาหนด (ดูให้ดี ๆ ให้เข้าใจนะครับ อย่าไขว้เขว) ตอบ ง. เรื่องใด ๆซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับแผนกขึ้นไปกาหนด (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 13.2 – 13.6) ข้อ 40 หนังสือประทับตราใช้กระดาษอะไร ? ก.ใชกระดาษบันทึกข้อความ ข.ใชกระดาษตราครุฑ ค.ใชกระดาษตราครุฑดุน ง.ใชกระดาษอะไรก็ได้ ตอบ ข.ใชกระดาษตราครุฑกาหนด (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 14) ข้อ 41 หนังสือประทับตรา ชื่อสวนราชการใหประทับตราอย่างไร? ก. ดวยหมึกแดงและให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา ข. ดวยหมึกน้าเงินและให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา ค. ดวยหมึกแดงและใหหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา ง. ดวยหมึกน้าเงินและใหหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา ตอบ ก. ดวยหมึกแดงและให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกองรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา (อ้างอิงจาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 14.5) ข้อ 42 ตาบล ดอนหอยเหลือบ ไม่มีโทรศัพท์ ใช้ จะลงรายละเอียดอย่างไรในหนังสือประทับตรา แทนโทรศัพท ? ก. ลงชื่อและเลขที่ของหัวหน้าสวนราชการเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย ข. ลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการใกล้เคียงเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี) ค. ลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี) ง. ลงชื่อที่ตั้งและรายละเอียดที่สามารถติดต่อได้ของสวนราชการเจาของเรื่องให้มากและละเอียดที่สุด ตอบ ค. ลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการเจาของเรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี)(อ้างอิง จาก ระเบียบส่วนที่ 3 ข้อ 14.8)
  • 17.
    17 สวนที่ 3 หนังสือประทับตรา ขอ 13หนังสือประทับตรา คือ หนังสือที่ใชประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหนา สวนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยใหหัวหนาสวนราชการระดับกอง หรือผูที่ไดรับมอบหมายจาก หัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป เปนผูรับผิดชอบลงชื่อยอกากับตรา หนังสือประทับตราใหใชไดทั้งระหวางสวนราชการกับสวนราชการและ ระหวางสวน ราชการกับบุคคลภายนอก เฉพาะกรณีที่ไมใชเรื่องสาคัญ ไดแก 13.1 การขอรายละเอียดเพิ่มเติม 13.2 การสงสาเนาหนังสือ สิ่งของ เอกสาร หรือบรรณสาร 13.3 การตอบรับทราบที่ไมเกี่ยวกับราชการสาคัญหรือการเงิน 13.4 การแจงผลงานที่ไดดาเนินการไปแลวใหสวนราชการที่เกี่ยวของทราบ 13.5 การเตือนเรื่องที่คาง 13.6 เรื่องซึ่งหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไปกาหนด โดยทาเปนคาสั่ง ใหใชหนังสือประทับตรา ขอ 14 หนังสือประทับตรา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทาตามแบบที่ 3 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 14.1 ที่ ใหลงรหัสตัวพยัญชนะ และเลขประจาของเจาของเรื่อง ตามที่กาหนดไวใน ภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียนหนังสือสง 14.2 ถึง ใหลงชื่อสวนราชการ หนวยงาน หรือบุคคลที่หนังสือนั้นมีถึง 14.3 ขอความ ใหลงสาระสาคัญของเรื่องใหชัดเจนและเขาใจงาย 14.4 ชื่อสวนราชการที่สงหนังสือออก ใหลงชื่อสวนราชการที่สงหนังสือออก 14.5 ตราชื่อสวนราชการใหประทับตราชื่อสวนราชการตามขอ 72 ดวยหมึกแดง และใหผูรับผิดชอบลงลายมือชื่อยอกากับตรา 14.6 วัน เดือน ป ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลขของป พุทธศักราชที่ออกหนังสือ 14.7 สวนราชการเจาของเรื่อง ใหลงชื่อสวนราชการเจาของเรื่อง หรือหนวยงานที่ ออกหนังสือ 14.8 โทร. หรือที่ตั้ง ใหลงหมายเลขโทรศัพทของสวนราชการเจาของเรื่อง และหมายเลขภายในตูสาขา (ถามี) ด้วย ในกรณีที่ไมมีโทรศัพทใหลงชื่อที่ตั้งของสวนราชการเจาของ เรื่องโดยใหลงตาบลที่อยูตามความจาเปนและแขวงไปรษณีย (ถามี) *และให้ลงหมายเลขโทรสารของส่วนราชการเจ้าของเรื่องต่อจากหมายเลขโทรศัพท์ทานองเดียวกับหนังสือภายนอก ข้อ 43 กรณีใดจะใช้หนังสือสั่งการ ได้นอกเหนือจากแบบที่กาหนดไว้? ก . มีกฏหมายกาหนดแบบไว โดยเฉพาะ ข . มีคาสั่งจากหน่วยที่ติดต่อมาให้ใช้ ค . เมื่อเห็นว่าเหมาะสมกับงานที่ใช้ ง . เมื่อเห็นว่าเพื่อความสวยงามของงานสารบัญ ตอบ ก . มีกฏหมายกาหนดแบบไว โดยเฉพาะ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15) ข้อ 44 หนังสือสั่งการมีกี่ชนิด ? ก. 3 ชนิด ข. 4 ชนิด ค.5 ชนิด ง. 6 ชนิด ตอบ ก. 3 ชนิด (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15) ข้อ 45 ข้อใดไม่ใช่หนังสือสั่งการ? ก.คาสั่ง ข. ระเบียบ ค.ประกาศ ง.ขอบังคับ ตอบ ค. ประกาศ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15) ข้อ 46 ข้อใด คือหนังสือสั่งการ ก. ระเบียบ / ประกาศ / ข้อบังคับ ข. ประกาศ / ข้อบังคับ /ประชาสัมพันธ์ ค. คาสั่ง / ระเบียบ / ข้อบังคับ ง. คาสั่ง / ประกาศ / ข้อบังคับ ตอบ ค. คาสั่ง / ระเบียบ / ข้อบังคับ(อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 15)
  • 18.
    18 ข้อ 47 คาสั่งคือ อะไร? ก. บรรดาคาสั่งที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย ข. บรรดาสั่งการที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติดวย กฏหมาย ค. บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชามีคาสั่งใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย ง. บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย ตอบ ง. บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16) ข้อ 48 ต่อไปนี้คือลักษณะของคาสั่ง? ก. ใชกระดาษตราครุฑ ข. ให้ลงชื่อส่วนราชการผู้มีอานาจออกคาสั่ง รูปแบบคาสั่ง ค ให้ลงตาแหน่งของผู้มีอานาจออกคาสั่ง รูปแบบคาสั่ง ง. ทุกข้อคือลักษณะของคาสั่ง ตอบ ง. ทุกข้อคือลักษณะของคาสั่ง (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16 และ16.1 ) ข้อ 49 ข้อใดเป็นการเขียน ขอความ ในคาสั่ง? ก. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่งด้วยเสมอด้วย แลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ ข. อ้างผลการที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง ดวย แลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ ค. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ ง. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันเวลาใชบังคับ ตอบ ค. ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.4 ) ข้อ50 ที่ ใหลงเลขที่ที่ออกคาสั่ง โดยเริ่มอย่างไร? ก. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปงบประมาณทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ข. ฉบับที่2 จากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ค. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินห้ามทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ง. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ตอบ ง. ฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจนสิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.2 ) ข้อ 51 สั่ง ณ วันที่ ให้เขียนอย่างไร? ก. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ข. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อย่อของเดือน และตัวหนังสือของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ค. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวหนังสือของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ง. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อย่อของเดือน และตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง ตอบ ก. ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.5 ) ข้อ 52 การ ลงชื่อ ใหลงอย่างไร? ก.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไว ใตลายมือชื่อ ข.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อย่อของเจาของลายมือชื่อไว ใตลายมือชื่อ ค.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไว บนลายมือชื่อ ง.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อย่อของเจาของลายมือชื่อไว บนลายมือชื่อ ตอบ ก.ให้ลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไวใตลายมือชื่อ (อ้างอิงจากส่วนที่ 4 ข้อที่ 16.6 )
  • 19.
    19 สวนที่ 4 หนังสือสั่งการ ขอ 15หนังสือสั่งการ ใหใชตามแบบที่กาหนดไวในระเบียบนี้ เวนแตจะมีกฏหมาย กาหนดแบบไว โดยเฉพาะ หนังสือสั่งการมี 3 ชนิด ไดแก คาสั่ง ระเบียบ และขอบังคับ ขอ 16 คาสั่ง คือ บรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวย กฏหมาย ใชกระดาษตราครุฑและใหจัดตามแบบที่ 4 รูปแบบคาสั่งทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 16.1 คาสั่ง ใหลงชื่อสวนราชการหรือตาแหนงของผูมีอานาจที่ออกคาสั่ง รูปแบบ คาสั่ง 16.2 ที่ ใหลงเลขที่ที่ออกคาสั่ง โดยเริ่มฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปนลาดับไปจน สิ้นปปฏิทินทับเลขปพุทธศักราชที่ออกคาสั่ง 16.3 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ออกคาสั่ง 16.4 ขอความ ใหอางเหตุที่ออกคาสั่ง และอางถึงอานาจที่ใหออกคาสั่ง (ถามี) ไว ดวยแลวจึงลงขอความที่สั่งและวันใชบังคับ 16.5 สั่ง ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ขื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปพุทธ ศักราชที่ออกคาสั่ง 16.6 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อผูออกคาสั่ง และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อไว ใตลายมือชื่อ 16.7 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกคาสั่ง ข้อ 53. ระเบียบ คืออะไร ? ก.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเป นการประจา ข.บรรดาระเบียบที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเป นการประจา ค.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมาย เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ง.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนระเบียบงานประจา ตอบ ก.บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลัก ปฏิบัติงานเปนการประจา (อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 17 ) ขอ 17 ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจ ของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทา ตามแบบที่ 5 ทายระเบียบ ข้อ 54 ข้อใดไม่ใช่เป็นลักษณะของระเบียบ? ก.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ข.ใช้กระดาษตราครุฑ ค.ให้ลงชื่อส่วนราชการที่ออกระเบียบ ง.ว่าด้วยให้ลงชื่อของระเบียบ ตอบ ก.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ(อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 17 ,17.1 ,17.2) ขอ 17 ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจ ของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทา ตามแบบที่ 5 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 17.1 ระเบียบ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกระเบียบ 17.2 วาดวย ใหลงชื่อของระเบียบ 17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ ข้อ 55 ถาเปนระเบียบฉบับที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ให้ลงอย่างไร? ก.ไมตองลงวาเปนฉบับที่เทาใด ข.ลงว่าระเบียบฉบับที่ 1 ค.เขียนว่าระเบียบฉบับแรก ง. ให้พิจารณาวามสาคัญก่อนว่าสมควรลงหรือไม่ ตอบ ก.ไมตองลงวาเปนฉบับที่เทาใด(อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 17.3) 17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ
  • 20.
    20 ข้อ 56 จากข้อ55 ถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมเป็นจานวน4 ฉบับให้ลงอย่างไร? ก.ใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ จนถึงฉบับที่ 4 ข.ใหลงเปน ฉบับที่ 1 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ จนถึงฉบับที่ 4 ค.ใหลงเปน ฉบับที่ 4 ฉบับเดียว ง.ใหลงเปน ฉบับที่ แรกฉบับเดียว ตอบ ก.ใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ จนถึงฉบับที่ 4(อ้างอิงจากระเบียบฯข้อที่ 17.3) 17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ ข้อ 57 . เรืองระเบียบ การเขียน ขอความ ให้เขียนอย่างไร? ก. ใหอางเหตุผลโดยสรุป เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงอานาจออกระเบียบ ข. ใหอางเหตุผลโดยสรุป เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงกฎหมายที่ออกระเบียบ ค. ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงกฏหมายที่ให้อานาจออกระเบียบ (ถามี) ง. ใหอางเหตุผลโดยห้ามยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงกฏหมายที่ให้อานาจออกระเบียบอย่างชัดเจน ตอบ ค. ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงกฏหมายที่ให้อานาจออกระเบียบ (ถามี) 4(อ้างอิงจากระเบียบฯข้อที่ 17.5) 17.5 ขอความ ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงกฏหมายที่ใหอานาจออกระเบียบ (ถามี) ข้อ 58 เรื่องระเบียบ ให้เขียนอะไรเป็นข้อสุดท้าย ? ก. วันใช้บังคับ ข.ชื่อระเบียบ ค.ผู้รักษาการระเบียบ ง. ข้อสรุป ตอบ ค.ผู้รักษาการระเบียบ( อ้างอิง จาก ข้อ 17.6 ขอ ใหเรียงขอความที่จะใชเปนระเบียบเปนขอ ๆ โดยใหขอ 1 เปนชื่อ ระเบียบขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบใดถามีมากข อหรือหลายเรื่องจะแบงเปนหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอสุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1 ) ข้อ 59 ในเรืองระเบียบข้อใด เรียงข้อความที่จะใช้เป็นระเบียบถูกต้อง? ก. ขอ 1 เปนเรือง ขอ 2 ชื่อระเบียบและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการ ข. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนเรือง ขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบ ค. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบ ง. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอสรุป ตอบ ค. ขอ 1 เปนชื่อ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบ (อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ17.6 ขอใหเรียงขอความที่จะใชเปนระเบียบเปนขอ ๆโดยใหขอ 1 เปนชื่อระเบียบขอ 2 เปนวันใช บังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบใดถามีมากขอหรือหลายเรื่องจะแบงเป นหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอสุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1 ) ขอ 17 ระเบียบ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่ไดวางไว โดยจะอาศัยอานาจ ของกฏหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจา ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทา ตามแบบที่ 5 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 17.1 ระเบียบ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกระเบียบ 17.2 วาดวย ใหลงชื่อของระเบียบ 17.3 ฉบับที่ ถาเปนระเบียบที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวาเปนฉบับ ที่เทาใดแตถาเปนระเบียบเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปน ฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไป ตามลาดับ 17.4 พ.ศ. ใหลงตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกระเบียบ 17.5 ขอความ ใหอางเหตุผลโดยยอ เพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกระเบียบ และอางถึงกฏหมายที่ใหอานาจออกระเบียบ (ถามี) 17.6 ขอ ใหเรียงขอความที่จะใชเปนระเบียบเปนขอ ๆ โดยใหขอ 1 เปนชื่อ ระเบียบขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทาย เปนขอผูรักษาการระเบียบใดถามีมากข อหรือหลายเรื่องจะแบงเปนหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอ สุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1 17.7 ประกาศ ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของป พุทธศักราชที่ออกระเบียบ
  • 21.
    21 17.8 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อผูออกระเบียบและพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อ ไวใตลายมือชื่อ 17.9 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกระเบียบ ข้อ 60 นาย von ขอถามตรง ๆว่า ขอบังคับ คือ อะไร? ก.บรรดาข้อบังคับที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจที่บัญญัติให้กระทาได้ ข.บรรดาข้อบังคับที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทาได้ ค.บรรดาข้อความที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทาได้ ง.บรรดาข้อความที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยข้อบังคับที่บัญญัติให้กระทาได้ ตอบ ค.บรรดาข้อความที่ผู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทาได้ (อ้างอิงจากระเบียบฯข้อ 18 ) ขอ 18 ขอบังคับ คือ บรรดาขอความที่ผูมีอานาจหนาที่กาหนดใหใชโดยอาศัย อานาจของกฏหมายที่บัญญัติใหกระทาได ใชกระดาษตราครุฑและใหจัดทาตามแบบที่ 6 ทาย ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 18.1 ขอบังคับ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกขอบังคับ 18.2 วาดวย ใหลงชื่อของขอบังคับ 18.3 ฉบับที่ ถาเปนขอบังคับที่กลาวถึงเปนครั้งแรกในเรื่องนั้น ไมตองลงวา เปนฉบับที่เทาใด แตถาเปนขอบังคับเรื่องเดียวกันที่มีการแกไขเพิ่มเติมใหลงเปนฉบับที่ 2 และที่ถัด ๆ ไปตามลาดับ 18.4 พ.ศ. ใหลงตัวเลขของปพุทธศักราชที่ออกขอบังคับ 18.5 ขอความ ใหอางเหตุผลโดยยอเพื่อแสดงถึงความมุงหมายที่ตองออกขอบังคับ และอางถึงกฎหมาย ที่ใหอานาจออกขอบังคับ 18.6 ขอ ใหเรียงขอความที่จะใชบังคับเปนขอ ๆ โดยให ขอ 1 เปนชื่อขอบังคับ ขอ 2 เปนวันใชบังคับกาหนดวา ใหใชบังคับตั้งแตเมื่อใดและขอสุดทายเปนขอผูรักษาการขอบังคับใด ถามีมากขอหรือหลายเรื่องจะแบงเปนหมวดก็ได โดยใหยายขอผูรักษาการไปเปนขอสุดทายกอนที่จะขึ้นหมวด 1 18.7 ประกาศ ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของป พุทธศักราชที่ออกขอบังคับ 18.8 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อผูออกขอบังคับ และพิมพชื่อเต็มของเจาของลายมือชื่อ ไวใต 18.9 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกขอบังคับ ข้อ 61 หนังสือประชาสัมพันธ์มีกี่ชนิดอะไรบ้าง? ก.มี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ ประชาสัมพันธ์ และ ข่าว ข.มี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ คาแถลง และ ข่าว ค.มี 3 ชนิด ไดแก คาสั่ง แถลงการณ์ และ ข่าว ง. มี 3 ชนิด ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และ ข่าว ตอบ ง.มี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ แถลงการณ์ และ ข่าว (อ้างอิง จากระเบียบส่วนที่ 5 ข้อ 19 ) ข้อ 62 ประกาศคืออะไร? ก. บรรดาหนังสือที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ ข. บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ ค. บรรดาข่าวที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ ง. บรรดาประกาศที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ ตอบ ข. บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติ (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 20 ) ข้อ 63 วอนซะอีกแล้ว ไม่ทราบว่า แถลงการณ์ คืออะไร? ก. บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในกิจการของทางราชการ ข.บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในเหตุการณ์ หรือกรณีใด ๆ ให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน ค.บรรดาคาแถลงใด ๆ ที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในกิจกรรมของทางราชการ ง. ถูกหมดทุกข้อยกเว้นข้อ ค.ผิด ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อยกเว้นข้อ ค.ผิด (ก และข ถูก )(อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 21 ) ข้อ 64 ข่าว คืออะไร? ก. คือ บรรดาข่าวที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ข. คือ บรรดาสิ่งมวลชนที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ค. คือ บรรดาภาพและสื่อมวลชนที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ง. คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ตอบ ง. คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 22 )
  • 22.
    22 ข้อ 65 หนังสือประเภทใดไม่ต้องใช้กระดาษตราครุฑ? ก.ประกาศ ข.แถลงการณ์ ค.ข่าว ง.ทุกข้อใช้กระดาษตราครุฑ ตอบ ค.ข่าว (อ้างอิงจากระเบียบข้อที่ 20,21,22 ) ส่วนที่ 5 หนังสือประชาสัมพันธ์ ขอ 19 หนังสือประชาสัมพันธ ใหใชตามแบบที่กาหนดไวในระเบียบนี้ เวนแตจะมี กฏหมายกาหนดแบบไวโดยเฉพาะ หนังสือประชาสัมพันธมี 3 ชนิด ไดแก ประกาศ แถลงการณ และขาว ขอ 20 ประกาศ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบ หรือ แนะแนวทางปฏิบัติ ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทาตามแบบที่ 7 ทายระเบียบ โดยกรอกราย ละเอียด ดังนี้ 20.1 ประกาศ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกประกาศ 20.2 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ประกาศ 20.3 ขอความ ใหอางเหตุผลที่ตองออกประกาศและขอความที่ประกาศ 20.4 ประกาศ ณ วันที่ ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลข ของปพุทธศักราชที่ออกประกาศ 20.5 ลงชื่อ ใหลงลายมือชื่อออกประกาศ และพิมพชื่อเต็มของเจาของลาย มือชื่อไวใตลายมือชื่อ 20.6 ตาแหนง ใหลงตาแหนงของผูออกประกาศ ในกรณีที่กฏหมายกาหนดใหทาเปนแจงความใหเปลี่ยนคาวาประกาศ เปน แจงความ ขอ 21 แถลงการณ์ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจใน กิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ หรือกรณใด ๆ ใหทราบชัดเจนโดยทั่วกัน ใชกระดาษตราครุฑ และใหจัดทาตามแบบที่ 8 ทายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 21.1 แถลงการณ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกแถลงการณ 21.2 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ออกแถลงการณ 21.3 ฉบับที่ ใชในกรณีที่จะตองออกแถลงการณหลายฉบับในเรื่องเดียว ที่ตอเนื่องกันใหลงฉบับที่เรียงตามลาดับไวดวย 21.4 ขอความ ใหอางเหตุผลที่ตองออกแถลงการณและขอความที่ แถลงการณ 21.5 สวนราชการที่ออกแถลงการณ ใหลงชื่อสวนราชการที่ออก แถลงการณ 21.6 วัน เดือน ป ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของ ปพุทธศักราชที่ออกแถลงการณ ขอ 22 ขาว คือ บรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ใหจัดทา ตามแบบที่ 9 ทายระเบียบโดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 22.1 ขาว ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกขาว 22.2 เรื่อง ใหลงชื่อเรื่องที่ออกขาว 22.3 ฉบับที่ ใชในกรณีที่จะตองออกขาวหลายฉบับในเรื่องเดียวที่ตอเนื่อง กัน ใหลงฉบับที่เรียงตามลาดับไวดวย 22.4 ขอความ ใหลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของขาว 22.5 สวนราชการที่ออกขาว ใหลงชื่อสวนราชการที่ออกขาว 22.6 วัน เดือน ป ใหลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของป พุทธศักราชที่ออกขาว ข้อ 66 หนังสือต่อไปนี้จัดว่าเป็นหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ ? ก. หนังสือรับรอง ข. รายงานการประชุม ค. บันทึกและหนังสืออื่น ง. ถูกหมด ตอบ ง. ถูกหมด (อ้างอิงจาก ระเบียบ ฯข้อ 67)
  • 23.
    23 ข้อ 67 หนังสือต่อไปนี้ไม่จัดว่าเป็นหนังสืออื่น? ก. แผ่นบันทึกข้อมูล ข. แผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์ ค. เทปแม่เหล็ก ง. บันทึกผู้เข้าร่วมประชุม ตอบ ง. บันทึกผู้เข้าร่วมประชุม (ข้อนี้ ไม่จัดว่าเป็นหนังสืออื่นแต่จัดเป็น รายงานการประชุม ตามอ้างอิงระเบียบฯ ข้อ 25) ข้อ68 ข้อใด ไม่ใช่ หนังสือรับรอง ? ก. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ ข. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ นิติบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ ค. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ หน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ ง. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปโดยต้องจาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ ตอบ ง. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่าง หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปโดยต้องจาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ (อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 24) ข้อ 69 ข้อใดต่อไปนี้จัดว่าเป็นหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ? ก. ร.ต.อ.วอน ซะแล้ว มีหนังสือเชิญ นางสาวเหมียว เขี้ยวเพชร มาเพื่อให้การในชั้นสอบสวน ข. ร.ต.อ. วอน ซะแล้ว มีหนังสือ เชิญ คุณสุวนันท์ คงยิ่ง เพื่อเป็นเกียรติในงานทาบุญเลี้ยงอาหารลูกน้องในสถานีตารวจ นครบาล ค.คุณอภิเสก เวชชาปฏิชีวนะ มีหนังสือเชิญ ร.ต.อ. วอน ซะแล้ว ไปเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาลูกปัด ง. พรรคประชาราคาญ มีหนังสือเชิญตัว ร.ต.อ.วอน ซะแล้ว ไปเลี้ยงอาหารที่ทาการพรรค ตอบ . ก. ร.ต.อ.วอน ซะแล้ว มีหนังสือเชิญ นางสาวเหมียว เขี้ยวเพชร มาเพื่อให้การในชั้นสอบสวน (ข้อนี้ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ หากมีหนังสือเกี่ยวข้องกับงานที่เกี่ยวข้องกับงานในอานาจหน้าที่ราชการจริง ๆ ก็ ใช่ อ้างอิง จาก ระเบียบฯ ข้อ 23) ข้อ 70 หนังสือรับรองปกติจะลงข้อความขึ้นต้นว่าอย่างไรและต่อด้วยอะไร? ก. หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง ข. ตามที่.... แล้วต่อด้วยชื่อ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง ค. (ชื่อหน่วยงานที่ออกหนัสือ)รับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง ง. (เรื่องที่รับรอง) แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง ตอบ ก. หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรอง (อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 24) ข้อ 71 หนังสือรับรองกรณีใดต้องใช้รูปถ่ายด้วย? ก.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องด่วนที่ออกให้แก่บุคคล ข.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องลับที่ออกให้แก่บุคคล ค.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ออกให้แก่หน่วยงาน ง.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ออกให้แก่บุคคล ตอบ ง.ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ออกให้แก่บุคคล ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 24.7) ข้อ 72 ข้อใดไม่ใช่กรณีที่รับรองเรื่องสาคัญ? ก.ให้ติดรูปถ่ายของผู้ที่ได้รับการรับรอง ขนาด 4x6 เซนติเมตร หน้าตรง ไม่สวมหมวก ข. ประทับตราชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือบนขอบล่างด้านซ้ายของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ ค. ให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้ใต้รูปถ่าย ง. พิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อด้วย ตอบ ข. ประทับตราชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือบนขอบล่างด้านซ้ายของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ ( อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อที่ 24.7) ข้อที่ 25 รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็น หลักฐานให้จัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 25.1 รายงานการประชุม ให้ลงชื่อคณะที่ประชุมหรือชื่อการประชุมนั้น 25.2 ครั้งที่ ให้ลงครั้งที่ประชุม 25.3 เมื่อ ให้ลงวันเดือนปีที่ประชุม 25.4 ณ ให้ลงสถานที่ที่ประชุม 25.5 ผู้มาประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ ประชุมซึ่งมาประชุมในกรณีที่มีผู้มาประชุมแทนให้ลงชื่อผู้มาประชุมแทน และลงว่ามาประชุมแทนผู้ใดหรือตาแหน่งใด
  • 24.
    24 25.6 ผู้ไม่มาประขุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุมซึ่งมิได้มาประชุมพร้อมทั้งเหตุผล (ถ้ามี) 25.7ผู้เข้าร่วมประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่มิได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะที่ประชุมซึ่งได้เข้าร่วมประชุม (ถ้ามี) 25.8 เริ่มประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เริ่มประชุม 25.8 ข้อความ ให้บันทึกข้อความที่ประชุม โดยปกติเริ่มต้นด้วยประธานกล่าว เปิดประชุมและเรื่องที่ประชุม กับมติหรือข้อสรุปของที่ประชุมในแต่ละเรื่องตามลาดับ 25.10 เลิกประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เลิกประชุม 25.11 ผู้จดรายงานการประชุม ให้ลงชื่อผู้จดรายงานการประชุมครั้งนั้น ข้อที่ 26 บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือ ข้อความที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานระดับต่ากว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษ บันทึกข้อความและให้มีหัวข้อดังต่อไปนี้ 26.1 ชื่อตาแหน่งที่บันทึกถึง โดยใช้คาขึ้นต้นตามที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 2 26.2 สาระสาคัญของเรื่อง ให้ลงใจความของเรื่องที่บันทึก ถ้ามีเอกสารประกอบก็ให้ระบุไว้ด้วย 26.3 ชื่อและตาแหน่ง ให้ลงลายมือชื่อและตาแหน่งของผู้บันทึก และในกรณีที่ไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความให้ลงวันเดือน ปีที่บันทึกไว้ด้วย การบันทึกต่อเนื่อง โดยปกติให้ผู้บันทึกระบุคาขึ้นต้นใจความบันทึก และลงชื่อเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และให้ลง วัน เดือน ปี กากับใต้ลายมือชื่อผู้บันทึก หากไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติมให้ลงชื่อและวัน เดือน ปี กากับเท่านั้น ข้อที่ 27* หนังสืออื่น คือ หนังสือ หรือ เอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐาน ในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ และสื่อกลางบันทึกข้อมูลด้วย หรือหนังสือของ บุคคลภายนอก ที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรมจะกาหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่ แบบ แผนผัง สัญญา หลักฐานการสืบสวนและสอบสวน และคาร้อง เป็นต้น สื่อกลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง สื่อใด ๆ ที่อาจใช้บันทึกข้อมูลได้ด้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก แผ่นซีดี-อ่านอย่างเดียว หรือแผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์ เป็นต้น *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ส่วนที่ 6 หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ ข้อ 23 หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทาขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ คือ หนังสือที่ทางราชการทาขึ้นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ข้างต้น หรือหนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ และส่วนราชการรับไว้เป็น หลักฐานของทางราชการ มี 4 ชนิด คือ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึกและหนังสืออื่น ข้อ 24 หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์ อย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทาตามแบบที่ 10 ท้าย ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 24.1 เลขที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือรับรองโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข ที่ 1 เรียงเป็น ลาดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน ทับเลขปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือรับรอง หรือลงเลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือ ภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใด 24.2 ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ ให้ลงชื่อส่วนราชการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือ นั้นและจะลงสถานที่ตั้งของส่วนราชการเจ้าของหนังสือด้วยก็ได้ 24.3 ข้อความ ให้ลงข้อความขึ้นต้นว่า หนังสือฉบับนี้ให้ไว้เพื่อรับรองว่า แล้วต่อด้วยชื่อบุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานที่ ทางราชการรับรองในกรณีเป็นบุคคลให้พิมพ์ชื่อเต็มโดยมีคานาหน้านาม ชื่อ นามสกุล ตาแหน่งหน้าที่ และสังกัดหน่วยงาน ที่ผู้นั้นทางานอยู่อย่างชัดแจ้ง แล้วจึงลงข้อความที่รับรอง 24.3 ให้ไว้ ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปี พุทธศักราชที่ออกหนังสือรับรอง 24.5 ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อหัวหน้าส่วนราชการผู้ออกหนังสือหรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายและพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือ ชื่อไว้ใตลายมือชื่อ 24.6 ตาแหน่ง ให้ลงตาแหน่งของผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือ 24.7 รูปถ่ายแบะลายมือชื่อผู้ได้รับการรับรอง ในกรณีที่การรับรองเป็นเรื่อง สาคัญที่ออกให้แก่บุคคลให้ติดรูปถ่ายของผู้ที่ได้รับการรับรอง ขนาด 4x6 เซนติเมตร หน้าตรง ไม่สวมหมวก ประทับตรา ชื่อส่วนราชการที่ออกหนังสือบนขอบล่างด้านขวาของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ และให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อไว้ใต้รูป ถ่าย พร้อมทั้งพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อด้วย
  • 25.
    25 ข้อที่ 25 รายงานการประชุมคือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้มาประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม และมติของที่ประชุมไว้เป็น หลักฐานให้จัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 25.1 รายงานการประชุม ให้ลงชื่อคณะที่ประชุมหรือชื่อการประชุมนั้น 25.2 ครั้งที่ ให้ลงครั้งที่ประชุม 25.3 เมื่อ ให้ลงวันเดือนปีที่ประชุม 25.4 ณ ให้ลงสถานที่ที่ประชุม 25.5 ผู้มาประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ ประชุมซึ่งมาประชุมในกรณีที่มีผู้มาประชุมแทนให้ลงชื่อผู้มาประชุมแทน และลงว่ามาประชุมแทนผู้ใดหรือตาแหน่งใด 25.6 ผู้ไม่มาประขุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุมซึ่งมิได้มาประชุมพร้อมทั้งเหตุผล (ถ้ามี) 25.9 ผู้เข้าร่วมประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ที่มิได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะที่ประชุมซึ่งได้เข้าร่วมประชุม (ถ้ามี) 25.8 เริ่มประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เริ่มประชุม 25.10 ข้อความ ให้บันทึกข้อความที่ประชุม โดยปกติเริ่มต้นด้วยประธานกล่าว เปิดประชุมและเรื่องที่ประชุม กับมติหรือข้อสรุปของที่ประชุมในแต่ละเรื่องตามลาดับ 25.10 เลิกประชุมเวลา ให้ลงเวลาที่เลิกประชุม 25.11 ผู้จดรายงานการประชุม ให้ลงชื่อผู้จดรายงานการประชุมครั้งนั้น ข้อที่ 26 บันทึก คือ ข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือ ข้อความที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานระดับต่ากว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษ บันทึกข้อความและให้มีหัวข้อดังต่อไปนี้ 26.1 ชื่อตาแหน่งที่บันทึกถึง โดยใช้คาขึ้นต้นตามที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 2 26.2 สาระสาคัญของเรื่อง ให้ลงใจความของเรื่องที่บันทึก ถ้ามีเอกสารประกอบก็ให้ระบุไว้ด้วย 26.3 ชื่อและตาแหน่ง ให้ลงลายมือชื่อและตาแหน่งของผู้บันทึก และในกรณีที่ไม่ใช้กระดาษบันทึกข้อความให้ลงวันเดือน ปีที่บันทึกไว้ด้วย การบันทึกต่อเนื่อง โดยปกติให้ผู้บันทึกระบุคาขึ้นต้นใจความบันทึก และลงชื่อเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น และให้ลง วัน เดือน ปี กากับใต้ลายมือชื่อผู้บันทึก หากไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติมให้ลงชื่อและวัน เดือน ปี กากับเท่านั้น ข้อที่ 27* หนังสืออื่น คือ หนังสือ หรือ เอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐาน ในทางราชการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ และสื่อกลางบันทึกข้อมูลด้วย หรือหนังสือของ บุคคลภายนอก ที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรมจะกาหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่ แบบ แผนผัง สัญญา หลักฐานการสืบสวนและสอบสวน และคาร้อง เป็นต้น สื่อกลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหนึ่ง หมายความถึง สื่อใด ๆ ที่อาจใช้บันทึกข้อมูลได้ด้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก แผ่นซีดี-อ่านอย่างเดียว หรือแผ่นดิจิทัลอเนกประสงค์ เป็นต้น *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 73 หนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนังสือที่ต้องจัดส่ง และดาเนินการทางสารบรรณด้วยความรวดเร็วเป็น พิเศษ แบ่งเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง? ก. มี 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมากที่สุด ด่วนมาก ข. มี 4 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมากที่สุด ด่วนมาก ด่วน ค. มี 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมาก ด่วน ง. มี 2 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมาก ตอบ ค. มี 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ด่วนมาก ด่วน ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28) ข้อ 74 หนังสือด่วนที่สุด หมายความว่าอะไร? ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น ข. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว ค. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วที่สุด ง. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ ตอบ ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28.1) ข้อ 75 หนังสือด่วนมาก หมายความว่าอะไร? ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น ข. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว ค. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วที่สุด ง. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ ตอบ ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28.2)
  • 26.
    26 ข้อ 76 หนังสือด่วนหมายความว่าอะไร? ก.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น ข. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว ค. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วที่สุด ง. หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้ ตอบ ง.หมายความว่าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28.3) ข้อ 77 การระบุชั้นความเร็วควรระบุอย่างไรจึงจะถูกต้อง? ก.ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่ใหญ่กว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์ ข.ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 33 พอยท์ ค. ด้วยตัวอักษรสีน้าเงินขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์ ง. ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์ ตอบ ง. ด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28) ข้อ 78 ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กาหนด ให้ระบุอย่างไร? ก.ให้ระบุคาว่า ด่วน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ ข.ให้ระบุคาว่า ด่วนมาก แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ ค. ให้ระบุคาว่า ด่วนที่สุด แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ ง. ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ ตอบ ง. ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ต้องการ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 28 วรรคสุดท้าย) ข้อ 79 ปกติการติดต่อราชการนั้นจะมีวิธีการดาเนินการตามระเบียบงานสารบัญด้วยวิธีการใดบ้าง? ก. อาจติดต่อทางโทรศัพท์ หรือ ด้วยวาจาก็ได้ ข. ติดต่อราชการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารหรือด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ค. ใช้วิธีสั่งการตามวิธีใดก็ได้ ง. อาจใช้วิธีใดก็ได้และแต่ความเหมาะสมของหน่วยงานพื้นที่และสถานะการณ์ ตอบ ข. ติดต่อราชการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารหรือด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 ) ข้อ 80 ข้อใดผิดหลักการในกรณีติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ? ก. ให้ผู้ส่งตรวจสอบผลการส่งทุกครั้ง และให้ผู้รับแจ้งตอบรับ ข. กรณีเป็นเรื่องสาคัญจาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสาร ให้ทาเอกสารยืนยันตามไปทันที ค. ส่วนราชการผู้ส่งไม่ต้องจัดส่งหนังสือเป็นเอกสาร ง. ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้งทันที ตอบ ง. ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้งทันที ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 ) ข้อ 81 การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้รับปฏิบัติเช่นไร? ก.ปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือให้ทาหนังสือยืนยันตามไปทันที ข.ปฏิบัติเช่นเดียวกับเอกสารที่ได้รับทางงานสารบรรณตารวจว่าด้วยความลับแห่งชาติ ค.ปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้ง ง. ถูกหมดทุกข้อที่กล่าวมา ตอบ ก.ปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือให้ทาหนังสือยืนยันตามไปทันที ( อ้างอิง จากระเบียบฯ ข้อที่ 29 ) ข้อ 82 ข้อใดถือว่าเป็น การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง ? ก. ทางโทรทัศน์ หรือวิทยุโทรทัศน์ ข วิทยุสื่อสาร ค. วิทยุกระจายเสียง ง.ถูกหมด ตอบ ง.ถูกหมด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 ) ข้อ 83 การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง ควรดาเนินการอย่างไร ให้ถูกต้องตามระเบียบ งานสารบัญ ? ก. ให้ผู้ส่งบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน ข . ผู้รับบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน ค. ให้ผู้ส่งและผู้รับบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน ง.ถูกหมด ตอบ ง.ถูกหมด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 29 )
  • 27.
    27 ข้อ 84 หนังสือที่จัดทาขึ้นโดยปกติจะมีวิธีการเก็บสาเนาอย่างไร? ก.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ ข.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่หน่วยงาน 1 ฉบับ และ สาเนาเก็บไว้ที่กองกลาง 1 ฉบับ ค.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่องเพียง 1 ฉบับ ง.มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลางเพียง 1 ฉบับ ตอบ ก.ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ ( อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อที่ 30 ) ข้อ 85 หนังสือที่เจ้าของหนังสือเห็นว่า มีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยว ข้องควรได้รับทราบด้วย ควรปฏิบัติอย่างไร? ก.โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา ข.โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์ ค.โดยปกติให้ส่งต้นฉบับไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา ง.โดยปกติให้ส่งต้นฉบับไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประชาสัมพันธ์ ตอบ ก.โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 31 ) ข้อ 86 ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติของการรับรองสาเนาถูกต้อง? ก. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่ ขอบล่างของหนังสือ ข. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่ ขอบล่างของหนังสือ ค. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของหนังสือลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและ ตาแหน่งที่ขอบบนของหนังสือ ง. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของหนังสือลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและ ตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ ตอบ ก. เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและ ตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 31 ) ส่วนที่ ๗ บทเบ็ดเตล็ด ข้อ 28 หนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนังสือที่ต้องจัดส่ง และดาเนินการทางสารบรรณด้วยความรวดเร็วเป็น พิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ 28.1 ด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น 28.2 ด่วนมาก ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว 28.3 ด่วน ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้ ให้ระบุชั้นความเร็วด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์ ให้เห็นได้ชัดบนหนังสือและบนซองตามที่กาหนดไว้ในแบบที่ 1 แบบที่ 2 แบบที่ 3 และแบบที่ 15 ท้ายระเบียบ โดยให้ระบุคาว่า ด่วนที่สุด ด่วนมากหรือ ด่วน สาหรับหนังสือตามข้อ 28.1 ช้อ 28.2 และข้อ 28.3 แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กาหนด ให้ระบุคาว่า ด่วนภายใน แล้วลงวัน เดือน และกาหนดเวลาที่ ต้องการให้หนังสือนั้น ไปถึงผู้รับกับให้เจ้าหน้าที่ส่งถึงผู้รับซึ่งระบุบนหน้าซองภายในเวลาที่ กาหนด ข้อที่ 29* การติดต่อราชการนอกจากการจะดาเนินการโดยหนังสือที่เป็นเอกสารสามารถดาเนินการด้วยระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ได้ ในกรณีที่ติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ส่งตรวจสอบผลการส่งทุกครั้ง และให้ผู้รับแจ้งตอบรับ เพื่อ ยืนยันว่าหนังสือได้จัดส่งไปยังผู้รับเรียบร้อยแล้ว และส่วนราชการผู้ส่งไม่ต้องจัดส่งหนังสือเป็นเอกสาร เว้นแต่กรณีเป็น เรื่องสาคัญจาเป็นต้องยืนยันเป็นเอกสาร ให้ทาเอกสารยืนยันตามไปทันที การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง หรือ วิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้รับปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้องยืนยันเป็นหนังสือให้ทาหนังสือยืนยัน ตามไปทันที
  • 28.
    28 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 การส่งข้อความทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง เช่น ทางโทรทัศน์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง หรือ วิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้ส่งและผู้รับบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน ข้อที่ 30 หนังสือที่จัดทาขึ้นโดยปกติ ให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้น เรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสาเนาเก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ สาเนาคู่ฉบับ ให้ผู้ลงชื่อลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อ และให้ผู้ ร่าง ผู้พิมพ์ และผู้ตรวจลงลายมือชื่อ หรือลายมือชื่อย่อไว้ ที่ข้างท้ายขอบล่างด้านขวาของหนังสือ ข้อที่ 31 หนังสือที่เจ้าของหนังสือเห็นว่า มีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยว ข้องควรได้รับทราบด้วย โดยปกติให้ส่งสาเนาไปให้ ทราบ โดยทาเป็นหนังสือประทับตรา สาเนาหนังสือนี้ให้มีคารับรองว่า สาเนาถูกต้อง โดยให้ เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเจ้าของเรื่องลง ลายมือชื่อรับรองพร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณพ.ศ. 2526 ฉบับแก้ไข (ฉบับ 2 ) พศ.2548โดย von (vorapon_k@hotmail.com) ชุด 4 ข้อ 87 – 167 ข้อ 87 ข้อใดไม่ใช่เป็นลักษณะของหนังสือเวียน? ก. หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจานวนมาก ข. หนังสือที่มีใจความอย่างเดียวกัน ค.เพิ่มรหัสตัวพยัญชนะ ว หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง ง.ใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบ หนังสือภายในอย่างหนึ่งอย่างใด ตอบ ง.ใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบ หนังสือภายในอย่างหนึ่งอย่างใด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 ) ข้อ 88 เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่าเรื่องนั้นจะต้องให้หน่วย งานหรือบุคคลในบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ ได้รับ ทราบด้วย ควรให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเช่นใด? ก. ให้มีเจ้าหน้าที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว ข. ทาหนังสือแจ้งหน่วยงานทีเกี่ยวข้องมารับโดยด่วน ค. แจ้งตอบรับหน่วยงานทีส่งหนังสือมาว่าได้รับหนังสือ เวียนแล้ว ง.ควรตรวจสอบเลขที่และลงทะเบียนจัดความสาคัญหนังสือ ตอบ ก. ให้มีเจ้าหน้าที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 ) ข้อ 89 ข้อใดเป็นหนังสือภาษาต่างประเทศ ? ก.ให้ใช้กระดาษตราครุฑ ข.ใช้ตามระเบียบงานสารบัญของต่างประเทศ ค.ใช้กระดาษบันทึกข้อความ ง.ถูกหมด ตอบ ก. ให้มีเจ้าหน้าที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 ) ข้อ 90 หนังสือภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษให้ปฏิบัติเช่นใด ? ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ข.ให้เป็นไปตามระเบียบงานสารบัญของต่างประเทศ ค.ให้เป็นไปตามคาสั่งของสานักนายกฯลฯ ง.ถูกหมด ตอบ ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อที่ 32 ) ข้อที่ 32 หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจานวนมาก มีใจความอย่างเดียวกัน ให้เพิ่มรหัสตัวพยัญชนะ ว หน้าเลข ทะเบียน หนังสือส่ง ซึ่งกาหนดเป็นเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงเป็นลาดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน หรือ ใช้เลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบ หนังสือภายนอกอย่างหนึ่งอย่างใด เมื่อผู้รับได้รับหนังสือเวียนแล้วเห็นว่าเรื่องนั้นจะต้องให้หน่วย งานหรือบุคคลในบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ ได้รับทราบด้วย ก็ให้มีเจ้าหน้า ที่จัดทาสาเนาหรือจัดส่งให้หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว ข้อที่ 33 สรรพนามที่ใช้ในหนังสือ ให้ใช้ตามฐานะแห่งความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าของหนังสือและผู้รับหนังสือตามภาคผนวก 2 ข้อที่ 34 หนังสือภาษาต่างประเทศ ให้ใช้กระดาษตราครุฑ หนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษ ให้ทาตามแบบที่กาหนดไว้ในภาคผนวก 4 สาหรับหนังสือที่เป็นภาษาอื่น ๆ ซึ่งมิใช่ภาษาอังกฤษ ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม
  • 29.
    29 ข้อ 91 ข้อใดเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการรับหนังสือที่มีชั้นความลับในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ ? ก.ให้ผู้ใช้งานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้รับผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย ข. การเข้าถึงเอกสารลับ โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ค. การเข้าถึงเอกสารลับ ต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยตารวจแห่งชาติ ง. ให้ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้รับผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย ตอบ ค. การเข้าถึงเอกสารลับ ต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยตารวจแห่งชาติ ( อ้างอิงจาก ระเบียบฯ ข้อที่ 32 ) ข้อ 92 หนังสือภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษให้ปฏิบัติเช่นใด ? ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ข.ให้เป็นไปตามระเบียบงานสารบัญของต่างประเทศ ค.ให้เป็นไปตามคาสั่งของสานักนายกฯลฯ ง.ถูกหมด ตอบ ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 34 ) ข้อ 93 จัดลาดับความสาคัญและความเร่งด่วนของหนังสือเพื่ออะไร? ก.เพื่อดาเนินการก่อนหลังและให้ผู้เปิดซองตรวจเอกสาร ข.เพื่อดาเนินการตามระเบียบของหน่วยงาน ค. เพื่อดาเนินเรื่องความลับ และการรักษาความลับ ง. เพื่อดาเนินและตรวจสอบความรีบเร่งในการดาเนินการ ตอบ ก.ให้เป็นไปตาม ประเพณีนิยม ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 36 ) ข้อ 94 การจัดลาดับความสาคัญและความเร่งด่วนของหนังสือหากไม่ถูกต้องต้องทาเช่นใด ? ก.ให้ติดต่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่ออกหนังสือเพื่อดาเนินการให้ถูกต้อง ข.บันทึกข้อบกพร่องไว้เป็นหลักฐานแล้วจึงดาเนินการเรื่องนั้นต่อไป ค.ให้ทาบันทึกถึงผู้บังคับบัญชาในหน่วยงาน ง. ก และ ข ถูก ตอบ ง. ก และ ข ถูก ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 36 )
  • 30.
    30 หมวด ๒ การรับและส่งหนังสือ ส่วนที่ ๑การรับหนังสือ ข้อ 35* หนังสือรับ คือ หนังสือที่ได้รับเข้ามาจากภายนอก ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางปฏิบัติตามที่กาหนด ไว้ในส่วนนี้ การรับหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้รับผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ รักษาความลับของทางราชการ ข้อ 36 จัดลาดับความสาคัญและความเร่งด่วนของหนังสือ เพื่อดาเนินการก่อนหลังและให้ผู้เปิดซองตรวจเอกสาร หากไม่ ถูกต้องให้ติดต่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่ออกหนังสือเพื่อดาเนินการให้ถูกต้อง หรือบันทึกข้อบกพร่องไว้ เป็นหลักฐานแล้วจึงดาเนินการเรื่องนั้นต่อไป ข้อ 35 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 95 นาย วอน เป็นเจ้าหน้ารับหนังสือ จะประทับตรารับหนังสือไว้บริเวณใด? ก. มุมบนด้านขวา ของหนังสือ ข. มุมล่างด้านขวาของหนังสือ ค.มุมล่างด้านขวาของหนังสือ ง.มุมบนด้านซ้ายของหนังสื ตอบ ก. มุมบนด้านขวา ของหนังสือ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 37 ) ข้อ 96 ช่วย นาย วอน หน่อยครับ ในตรารับหนังสือ มีอะไรบ้าง ? ก. เลขรับ / วันที่ / ผู้รับ ข. ผู้รับ / ผู้ส่ง / เวลา ค. เลขรับ / ผู้รับ / เวลา ง. เลขรับ / วันที่ / เวลา ตอบ ง. เลขรับ / วันที่ / เวลา ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 37.1 , 37.2 , 37.3 ) ข้อ 37 ประทับตรารับหนังสือ ตามแบบที่ 12 ท้ายระเบียบ ที่มุมบนด้านขวา ของหนังสือ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 37.1 เลขรับ ให้ลงเลขที่รับตามเลขที่รับในทะเบียน 37.2 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่รับหนังสือ 37.3 เวลา ให้ลงเวลาที่รับหนังสือ ข้อ 97 ทะเบียนรับหนังสือต้องกรอกรายละเอียดอะไรลงไป? ก.ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน ข.ลงเลขที่หนังสือที่มีเข้ามาเรียงลาดับตลอดปีปฏิทิน ค. เลขรับ / ผู้รับ / เวลา ง. ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือที่รับเข้ามา ตอบ ก.ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 38 ) ข้อ 98 ข้อใดคือการกรอกรายละเอียดเลขทะเบียนรับ ? ก.ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน ข.ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือรับจะต้องตรงกับ เลขที่ในตรา รับหนังสือ ค. เลขรับ / ผู้รับ / เวลา ง. ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือที่รับเข้ามา ตอบ ข.ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือรับจะต้องตรง กับเลขที่ในตรา รับหนังสือ ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 38.2 ) ข้อ 99 ช่อง “ จาก ” ในแบบทะเบียนหนังสือรับกรอกรายละเอียดอะไร ? ก.ให้ลงชื่อผู้ส่งหนังสือ ข.ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือรับจะต้องตรงกับ เลขที่ในตรา รับหนังสือ ค. ให้ลงหน่วยงานเจ้าของเรื่องหนังสือ ง. ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง ตอบ ง. ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 38.5 )
  • 31.
    31 ข้อ 38 ลงทะเบียนหนังสือรับในทะเบียนหนังสือรับตามแบบที่ 13 ท้ายระเบียบโดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 38.1 ทะเบียนหนังสือรับ ปีที่ลงทะเบียน วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือน 38.2 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทินเลขทะเบียนของหนังสือ รับจะต้องตรงกับเลขที่ในตรา รับหนังสือ 38.3 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือที่รับเข้ามา 38.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือที่รับเข้ามา 38.5 จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 38.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วน ราชกาหรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 38.7 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้นในกรณีที่ไม่มีชื่อ เรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 38.8 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น 38.9 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) ข้อ 100 จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนรับ แล้วส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการโดยให้ลงชื่อหน่วยงานที่รับหนังสือ นั้น ส่วนในช่อง การปฏิบัติ ให้ลงรายละเอียดอะไรไว้ ก. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งหนังสือ ให้ลงชื่อไว้ด้วย ข. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งหนังสือ ให้ตาแหน่งไว้ด้วย ค. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับ-ส่งหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย ง. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย ตอบ ง. ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 39 ) ข้อ 101 ข้อใดผิดเกี่ยวกับการส่งหนังสือที่ลงทะเบียนรับแล้วไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ? ก. ส่งโดยใช้สมุดส่งหนังสือ ข.ให้ผู้รับหนังสือลงชื่อ และวันเดือนปีที่รับหนังสือไว้เป็นหลักฐานในทะเบียนรับหนังสือ ค. ให้ผู้ส่งหนังสือบันทึกในทะเบียนรับหนังสือและลงวันเดือนปีเป็นหลักฐาน ง. ไม่มีข้อผิด ตอบ ค.ให้ผู้ส่งหนังสือบันทึกในทะเบียนรับหนังสือและลงวันเดือนปีเป็นหลักฐาน( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 39 ) ข้อ 102 ถ้าหนังสือรับนั้นจะต้องดาเนินเรื่องในหน่วยงานนั้นเองจนถึงขั้นได้ตอบหนังสือไปแล้ว ควรทาอย่างไร? ก. ให้ลงบันทึกว่าได้ส่งออกไปโดยวิธีใด วันเดือนปีใด ข. ให้ลงทะเบียนว่าได้รับเข้ามาโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด ค. ให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด ง. ให้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด ตอบ ค. ให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด ( อ้างอิงจากระเบียบฯ ข้อ 39 ) ข้อ 39 จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนรับ แล้วส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการโดยให้ลงชื่อหน่วยงานที่รับหนังสือนั้น ในช่อง การปฏิบัติ ถ้ามีชื่อบุคคลหรือตาแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือ ให้ลงชื่อหรือตาแหน่งไว้ด้วย การส่งหนังสือที่ลงทะเบียนรับแล้วไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดาเนินการตามวรรคหนึ่ง จะส่งโดยใช้สมุดส่งหนังสือตาม ข้อ 48 หรือให้ผู้รับหนังสือลงชื่อ และวันเดือนปีที่รับหนังสือไว้เป็นหลักฐานในทะเบียนรับหนังสือก็ได้ การดาเนินการตามขั้นตอนนี้จะเสนอผ่านผู้บังคับบัญชาผู้ใดหรือไม่ ให้เป็นไปตามที่หัวหน้าส่วนราชการกาหนด ถ้าหนังสือรับนั้นจะต้องดาเนินเรื่องในหน่วยงานนั้นเองจนถึงขั้นได้ตอบหนังสือไปแล้ว ให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด ข้อ 40 การรับหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน เมื่อผู้รับได้รับหนังสือ จากหน่วยงานสารบรรณกลางแล้วให้ปฏิบัติตาม วิธีการที่กล่าวข้างต้นโดยอนุโลม *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 103 ข้อใดถูกต้องเรื่องการส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ? ก. ให้ผู้ใช้งานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย ข. ให้ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย ค. ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความ ปลอดภัย ง. ถูกหมดทุกข้อที่กล่าวมา ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อที่กล่าวมา (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 41 )
  • 32.
    32 ส่วนที่ ๒ การส่งหนังสือ ข้อ 41*หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตาม ที่กาหนดไว้ในส่วนนี้ การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ รักษาความปลอดภัยของทางราชการ ข้อ 104 จากข้อ 103 การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ นั้น ผู้ที่ทา หน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับจะต้องเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัยโดยต้องเป็นไป ตามระเบียบหรือข้อกาหนดใด? ก. ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของทางราชการ ข. เป็นไปตามข้อกาหนดของหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ค. เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณสานักนายกรัฐมนตรี 2526 ง. ให้เป็นไปตามข้อกาหนดของสานักงานสารบรรณกลางของหน่วยงาน ตอบ ก. ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของทางราชการ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 41 ) ส่วนที่ ๒ การส่งหนังสือ ข้อ 41* หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตาม ที่กาหนดไว้ในส่วนนี้ การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ รักษาความปลอดภัยของทางราชการ ข้อ 105 การส่งออกหนังสือเพื่อส่งออกเป็นหน้าที่ของใคร? ก.หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ข.หน่วยงานเจ้าของหนังสือ ค.หน่วยงานผู้จัดทาหนังสือ ง. หน่วยงานสารบรรณกลาง ตอบ ง.หน่ว่ยงานสารบรรณกลาง (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 42 ) ข้อ 42 ให้เจ้าของเรื่องตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน แล้วส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ของ หน่วยงานสารบรรณ กลางเพื่อส่งออก ข้อ 106 เจ้าของเรื่องต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อต้องการส่งหนังสือ? ก.ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน ข.ให้เจ้าของหนังสือมารับทราบ ค.ตรวจสอบความเรียบร้อยและพลนาสาร ง. แจ้งเจ้าหน้าที่จัดทา พิมพ์ตรวจทานหนังสือ ตอบ ก.ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 42 ) ข้อ 107 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้วให้ปฏิบัติดังนี้? ก. เก็บหนังสือไว้รอตรวจสอบ ข. ส่งหนังสือไปหน่วยที่มีไปถึง ค. ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่ง ง. ลงทะเบียนรับและเตรียมหนังสือส่ง ตอบ ก.ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 43.1 ) ข้อ 43 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้วให้ปฏิบัติดังนี้ 43.1 ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่งตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 43.1.1 ทะเบียนหนังสือส่ง วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือนปีที่ลงทะเบียน 43.1.2 เลขทะเบียนส่ง ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือส่งเรียงลาดับ ติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทิน 43.1.3 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของส่วนราชการเจ้าของ เรื่องในหนังสือที่จะส่งออกถ้าไม่มีที่ดังกล่าวช่องนี้ จะว่าง 43.1.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จะส่งหนังสือนั้นออก 43.1.5 จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง
  • 33.
    33 43.1.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 43.1.7 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่ไม่ มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 43.1.8 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น 43.1.9 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) 43.2 ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งออกทั้งในต้นฉบับ และสาเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปี ในทะเบียนหนังสือส่งตามข้อ 43.1.2 และข้อ 43.1.4 (ข้อ 41 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548) ส่วนที่ ๒ การส่งหนังสือ ข้อ 41* หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัติตาม ที่กาหนดไว้ในส่วนนี้ การส่งหนังสือที่มีชั้นความลับ ในชั้นลับหรือลับมาก ด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้งานหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับ การแต่งตั้งให้เข้าถึงเอกสารลับแต่ละระดับเป็นผู้ส่งผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการ รักษาความปลอดภัยของทางราชการ ข้อ 42 ให้เจ้าของเรื่องตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่ง ที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน แล้วส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ของ หน่วยงานสารบรรณ กลางเพื่อส่งออก ข้อ 43 เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้วให้ปฏิบัติดังนี้ 43.1 ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนหนังสือส่งตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 43.1.1 ทะเบียนหนังสือส่ง วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดือนปีที่ลงทะเบียน 43.1.2 เลขทะเบียนส่ง ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือส่งเรียงลาดับ ติดต่อกันไปตลอดปีปฏิทิน 43.1.3 ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจาของส่วนราชการเจ้าของ เรื่องในหนังสือที่จะส่งออกถ้าไม่มีที่ดังกล่าวช่องนี้ จะว่าง 43.1.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จะส่งหนังสือนั้นออก 43.1.5 จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อ บุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 43.1.6 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 43.1.7 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่ไม่ มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 43.1.8 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือฉบับนั้น 43.1.9 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) 43.2 ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งออกทั้งในต้นฉบับ และสาเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปี ในทะเบียนหนังสือส่งตามข้อ 43.1.2 และข้อ 43.1.4 ข้อ 41 * แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 108 เป็นหน้าที่ของผู้ใด ก่อนบรรจุซอง ต้องตรวจความเรียบร้อย ของหนังสือตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วยอีกครั้งหนึ่ง ก่อน ปิดผนึกซอง ก.เจ้าของเรื่อง ข.เจ้าของหนังสือ ค.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลาง ง.ผู้นาสาร ตอบ ค.เจ้าหน้าที่สารบรรณกลาง (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 44 ) ข้อ 44 ก่อนบรรจุซอง ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางตรวจความเรียบร้อย ของหนังสือตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วย อีกครั้งหนึ่ง แล้วปิดผนึก หนังสือที่ไม่มีความสาคัญมากนัก อาจส่งไปโดยวิธีพับยึดติดด้วยแถบกาว กาว เย็บด้วยลวด หรือวิธีอื่นแทนการบรรจุซอง ข้อ 109 หากหนังสื อไม่มีความสาคัญมากและไม่ต้องการบรรจุซอง ควรใช้วิธีใด? ก.ใช้วิธีพับยึดติดด้วยแถบกาว ข.เย็บด้วยลวด ค.วิธีอื่นแทนการบรรจุซอง ง.ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 44 )
  • 34.
    34 ข้อ 44 ก่อนบรรจุซองให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางตรวจความเรียบร้อย ของหนังสือตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วย อีกครั้งหนึ่ง แล้วปิดผนึก หนังสือที่ไม่มีความสาคัญมากนัก อาจส่งไปโดยวิธีพับยึดติดด้วยแถบกาว กาว เย็บด้วยลวด หรือวิธีอื่นแทนการบรรจุซอง ข้อ 110 ในกรณีที่ไม่ใช้สมุดส่งหนังสือควรทาอย่างไรในการปฏิบัติตามระเบียบงานสารบรรณฯ ? ก.ให้มีใบรับหนังสือแนบติดซองไปด้วย ข.ให้มีใบส่งหนังสือแนบติดไปด้วย ค.ให้พลนาสารบอกวิธีการแก่ผุ้รับ ง.ถูกหมด ตอบ ก.ให้มีใบรับหนังสือแนบติดซองไปด้วย (ตอบตามตัวบท ชัวส์ที่สุด ) (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 45 ) ข้อ 45 การจ่าหน้าซอง ให้ปฏิบัติตามแบบที่ 15 ท้ายระเบียบ สาหรับหนังสือที่ต้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ ให้ปฏิบัติตามข้อ 28 ในกรณีที่ไม่ใช้สมุดส่งหนังสือ ให้มีใบรับหนังสือตามข้อ 49 แนบติดซองไปด้วย ข้อ 111 การส่งหนังสือซึ่งมิใช่เป็นการส่งโดยทางไปรษณีย์ เมื่อส่งหนังสือให้ผู้รับแล้วผู้ส่งต้องให้ผู้รับลงชื่อรับในสมุดส่ง หนังสือหรือใบรับ แต่กรณี ถ้าเป็น ใบรับให้นาใบรับนั้นมาผนึกไว้ที่ใด? ก.ติดไว้ที่สาเนาคู่ฉบับ ข.ติดไว้ที่ซอง ค.ติดไว้ที่สมุดส่ง ง.ติดไว้ที่สมุดรับ ตอบ ก.ติดไว้ที่สาเนาคู่ฉบับ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 46 ) ข้อ 46 การส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบหรือวิธีการที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยกาหนด การส่งหนังสือซึ่งมิใช่เป็นการส่งโดยทางไปรษณีย์ เมื่อส่งหนังสือให้ผู้รับแล้วผู้ส่งต้องให้ผู้รับลงชื่อรับในสมุดส่งหนังสือ หรือใบรับ แล้วแต่กรณี ถ้าเป็น ใบรับให้นาใบรับนั้นมาผนึกติดไว้ที่สาเนาคู่ฉบับ ข้อ 112 หนังสือที่ได้ลงทะเบียนส่ง การตอบหนังสือซึ่งรับเข้ามาให้ลงทะเบียนว่าอย่างไร? ก.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด ข.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือส่งที่เท่าใด วันเดือนปีใด ค.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับและส่ง ที่เท่าใด วันเดือนปีใด ง.ถูกหมด ตอบ ก.หนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 47 ) ข้อ 47 หนังสือที่ได้ลงทะเบียนส่ง ในกรณีที่เป็นการตอบหนังสือซึ่งรับเข้ามาให้ลงทะเบียนว่าหนังสือนั้นได้ตอบตาม หนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด ข้อ 113 รายละเอียดของ สมุดส่งหนังสือ มีอะไรบ้างนาย von ให้ท่านพิจารณา ? ก.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยส่ง / ผู้ส่ง / วันและเวลา/ หมายเหตุ ข.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยรับ / ผู้รับ / วันและเวลา/ หมายเหตุ ค.ทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยส่ง / ผู้ส่ง/ ข้อพิจารณา/ข้อปฏิบัติ ง.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยรับ / ผู้รับ / ข้อปฏิบัติ/ หมายเหตุ ตอบ ข.เลขทะเบียน/ จาก / ถึง/ หน่วยรับ / ผู้รับ / วันและเวลา/ หมายเหตุ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 48 ) ข้อ 114 สมุดส่งหนังสือช่อง หมายเหตุ มีไว้เขียนอะไร? ก.ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) ข.ให้เขียนชื่อผู้รับ ค.ให้เขียนชื่อผู้ส่ง ง. ให้ผู้รับลงวันและเวลา ตอบ ก.ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 48.7 ) ข้อ 48 สมุดส่งหนังสือ ให้จัดทาตามแบบที่ 16 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 48.1 เลขทะเบียน ให้ลงเลขทะเบียนหนังสือส่ง 48.2 จาก ให้ลงตาแหน่งหรือชื่อส่วนราชการหรือชื่อบุคคล
  • 35.
    35 48.3 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึงหรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 48.4 หน่วยรับ ให้ลงชื่อส่วนราชการที่รับหนังสือ 48.5 ผู้รับ ให้ผู้รับหนังสือลงชื่อที่สามารถอ่านออกได้ 48.6 วันและเวลา ให้ผู้รับหนังสือลงวัน เดือน ปี และเวลาที่รับหนังสือ 48.7 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) ข้อ 115 ใบรับหนังสือ มีรายละเอียดอะไรบ้าง? ก. ที่ / จาก / ถึง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ ข. ที่ / จาก / เรื่อง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ ค. ที่ / ถึง / เรื่อง / วันเวลา/ / ผู้รับ ง. ที่ / ถึง / เรื่อง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ ตอบ ง. ที่ / ถึง / เรื่อง / รับวันที่ / เวลา / ผู้รับ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 49 ) ข้อ 116 ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคล ในรายละเอียดข้อใดขอ ใบรับหนังสือ ? ก. ถึง ข. ผู้รับ ค. ที่ ง. เรื่อง ตอบ ก. ถึง (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 2 ข้อที่ 49.2 ) ข้อ 49 ใบรับหนังสือ ให้จัดทาตามแบบที่ 17 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 49.1 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือฉบับนั้น 49.2 ถึง ให้ลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อส่วนราชการ หรือชื่อบุคคลในกรณีที่ไม่มีตาแหน่ง 49.3 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับนั้นในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 49.4 รับวันที่ ให้ผู้รับหนังสือลงวัน เดือน ปีที่รับหนังสือ 49.5 เวลา ให้ผู้รับหนังสือลงเวลาที่รับหนังสือ 49.6 ผู้รับ ให้ผู้รับหนังสือลงชื่อที่สามารถอ่านออกได้ ข้อ 117 เพื่อให้การรับและส่งหนังสือดาเนินไปโดยสะดวกเรียบร้อย และรวดเร็วตามระเบียบปฏิบัติอย่างไร? ก.ส่วนราชการจะกาหนดหน้าที่ของผู้ปฏิบัติตลอดจนแนวทางปฏิบัตินั้นไว้ด้วยก็ได้ ข. ส่วนราชการควรให้มีการสารวจทะเบียนหนังสือรับเป็นประจาว่าหนังสือตามทะเบียนรับนั้น ได้มีการปฏิบัติไปแล้วเพียงใด ค. ให้ส่วนราชการมีการติดตามเรื่องด้วย ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 3 ข้อที่ 50 ) ข้อ 118 ถามแบบ วอน ๆ ว่า ทาไมต้องมีบัตรตรวจค้นหนังสือ ? ก.ส่วนราชการจะกาหนดหน้าที่ของผู้ปฏิบัติตลอดจนแนวทางปฏิบัตินั้นไว้ด้วยก็ได้ ข. ส่วนราชการควรให้มีการสารวจทะเบียนหนังสือรับเป็นประจาว่าหนังสือตามทะเบียนรับนั้น ได้มีการปฏิบัติไปแล้วเพียงใด ค. เพื่อความสะดวกในการค้นหา ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (เหมือนเดิมทุกอย่างครับ ) (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 3 ข้อที่ 50 )
  • 36.
    36 ส่วนที่ ๓ บทเบ็ดเตล็ด ข้อ 50เพื่อให้การรับและส่งหนังสือดาเนินไปโดยสะดวกเรียบร้อย และรวดเร็วส่วนราชการจะกาหนดหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ตลอดจนแนวทางปฏิบัตินั้นไว้ด้วยก็ได้ทั้งนี้ ให้มีการสารวจทะเบียนหนังสือรับเป็นประจาว่าหนังสือตามทะเบียนรับนั้น ได้มี การปฏิบัติไปแล้วเพียงใด และให้มีการติดตามเรื่องด้วย ในการนี้ ส่วนราชการใดเห็นสมควรจะจัดให้มีบัตรตรวจค้นสาหรับ หนังสือรับและหนังสือส่ง เพื่อความสะดวกในการค้นหาก็ได้ตาม ความเหมาะสม ข้อ 119 บัตรตรวจค้นควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง? ก. เรื่อง รหัส ข. เลขทะเบียบรับ / ที่ ค. ลงวันที่ รายการ การปฏิบัติ ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงระเบียบงานสารบัญ หมวดที่ 3 ข้อที่ 51 ) ภาษาไทยวันละนิดจา วันละหน่อย ***** ภาษาไทย วันละนิด จา วันละหน่อย ขว้างงูไม่พ้นคอ /// เป็นกริยา หมายถึง ทาอะไรแล้วผลร้ายกลับมาสู่ตัวเอง ขายผ้าเอาหน้ารอด /// เป็นกริยา หมายถึงยอมเสียสละแม้แต่ของจาเป็นที่ตนมีอยู่ เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้ , ทา ให้ สาเร็จลุล่วงไปเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้ ข้าวใหม่ปลามัน/// เป็นนาม หมายถึง อะไรที่เป็นของใหม่ก็ถือว่าดี , นิยมเรียกช่วงเวลาที่สามีภรรยาเพิ่งแต่งงานใหม่ ๆ ว่า ระยะข้าใหม่ปลามัน ขิงก็ราข่าก็แรง/// หมายถึงต่างก็จัดจ้านพอ ๆกัน , ต่างก็มีอารมณ์ร้อนพอ ๆ กัน , ต่างไม่ยอมลดละกัน ขี่ช้างจับตั๊กแตน/// เป็นกริยา หมายถึงลงทุนมากแต่ได้ผลนิดหน่อย **** คาว่า กาม ***** กามกรีฑา / กามคุณ / กามตัณหา / กามราคะ/ กามโรค ต้องอ่านมีคาว่า มะ ทุกคา เช่น กามโรค อ่านว่า กาม- มะ-โรก แต่ กามวิตถาร คาเดียวที่อ่านว่า กาม-วิด-ถาน เท่านั้น ***************************** ข้อ 51 บัตรตรวจค้น ให้จัดทาตามแบบที่ 18 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 51.1 เรื่อง รหัส ให้ลงเรื่องและรหัสตามหมวดหมู่ของหนังสือ 51.2 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนตามที่ปรากฏในทะเบียนหนังสือรับ 51.3 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือ 51.4 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือ 51.5 รายการ ให้ลงเรื่องย่อของหนังสือเพื่อให้ทราบว่า หนังสือนั้น มาจากที่ใด เรื่องอะไร 51.6 การปฏิบัติ ให้บันทึกการปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือนั้นเพื่อให้ ทราบว่าส่งไปที่ใดเมื่อใด ข้อ 120 ข้อใดเป็นไม่ใช่ การเก็บหนังสือ? ก.การเก็บระหว่างปฏิบัติ ข.การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว ค.การเก็บเพื่อรวบรวมข้อมูล ง. และการเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ตอบ ค.การเก็บเพื่อรวบรวมข้อมูล (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 52 )
  • 37.
    37 หมวด ๓ การเก็บรักษา ยืมและทาลายหนังสือ ส่วนที่ ๑ การเก็บรักษา ข้อ 52 การเก็บหนังสือ แบ่งออกเป็น การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว และการเก็บไว้เพื่อใช้ในการ ตรวจสอบ ข้อ 121 ข้อใดคือ การเก็บระหว่างปฏิบัติ? ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่แล้วเสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของหน่วยงาน โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสม ตามขั้นตอนของระเบียบงานสารบรรณ ข. การเก็บหนังสือที่กาลังปฏิบัติให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของหนังสือ โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสมตาม ขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ค. การเก็บหนังสือขณะปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้กาหนดวิธีการเก็บตามระเบียบ งานสารบรรณ ง. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสม ตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ตอบ ง. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้กาหนดวิธีการเก็บให้ เหมาะสมตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 53 ) ข้อ 53 การเก็บระหว่างปฏิบัติ คือการเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง โดยให้ กาหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสมตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ข้อ 122 ข้อใดคือ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว ? ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก ข. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และรอตรวจสอบความเรียบร้อย ค. การเก็บหนังสือที่กาลังจะปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว ง. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกาลังจะต้องปฏิบัติต่อไปอีก ตอบ ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 54 ) ข้อ 54 การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อย แล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก ให้เจ้าหน้าที่ของเจ้าของเรื่องปฏิบัติดังนี้ 54.1 จัดทาบัญชีหนังสือส่งเก็บตามแบบที่ ๑๙ท้ายระเบียบอย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับสาหรับเจ้าของเรื่อง และหน่วยเก็บเก็บไว้อย่างละฉบับโดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 54.1.1 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่เก็บ 54.1.2 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ 54.1.3 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ 54.1.4 เรื่องให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 54.1.5 อายุการเก็บหนังสือให้ลงวันเดือนปีที่จะเก็บถึงในกรณี ให้เก็บไว้ตลอดไป ให้ลงคาว่า ห้ามทาลาย 54.1.6 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด(ถ้ามี) 54.2 ส่งหนังสือและเรื่องปฏิบัติทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับหนังสือนั้น พร้อมทั้งบัญชีหนังสือส่งเก็บไปให้หน่วยเก็บที่ส่วนราชการ นั้น ๆ กาหนด ข้อ 123 หนังสือที่จะส่งเก็บ ให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือประทับตรากาหนดเก็บหนังสือไว้ที่ไหน? ก.มุมบนด้านซ้ายของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น ข. มุมบนด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น ค.มุมล่างด้านซ้ายของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น ง.มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น
  • 38.
    38 ตอบ ง.มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น (อ้างอิง หมวดที่3 ส่วนที่ 1 ข้อ 55 ) ข้อ 55 เมื่อได้รับเรื่องจากเจ้าของเรื่อง ตามข้อ ๕๔ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือปฏิบัติดังนี้ 55.1 ประทับตรากาหนดเก็บหนังสือตามข้อ ๗๓ ไว้ที่มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น และลง ลายมือชื่อย่อกากับตรา 55.1.1 หนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป ให้ประทับตราคาว่า ห้ามทาลาย ด้วยหมึกสีแดง 55.1.2 หนังสือที่เก็บโดยมีกาหนดเวลา ให้ประทับตราคาว่า เก็บถึง พ.ศ. ... ด้วยหมึกสีน้าเงิน และลงเลขของปี พุทธศักราชที่ให้เก็บถึง 55.2 ลงทะเบียนหนังสือเก็บไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่ 20 ท้ายระเบียบโดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 55.2.1 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่เก็บ 55.2.2 วันเก็บ ให้ลงวันเดือนปีที่นาหนังสือนั้นเข้าทะเบียนเก็บ 55.2.3 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ 55.2.4 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ 55.2.5 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปย่อ 55.2.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ 55.2.7 กาหนดเวลาเก็บ ให้ลงระยะเวลาการเก็บตามที่กาหนดในตรากาหนดเก็บหนังสือตามข้อ 55.1 55.2.8 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) ข้อ 124 ข้อใดคือการเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ? ก. การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จาเป็นจะต้องใช้ในการตรวจสอบเป็นประจาไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยัง หน่วยเก็บของส่วนราชการ ข. การเก็บหนังสือที่ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ ค. การเก็บหนังสือโดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นรับผิดชอบก็ได้เมื่อหมดความจาเป็นที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบแล้ว ให้จัดส่ง หนังสือนั้นไปยังหน่วยเก็บของส่วนราชการ ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 56 ) ข้อ 56 การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จาเป็นจะต้องใช้ในการ ตรวจสอบเป็นประจาไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยังหน่วยเก็บของส่วนราชการตามข้อ 54 ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นรับผิดชอบก็ได้เมื่อหมดความจาเป็นที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบแล้ว ให้จัดส่งหนังสือนั้นไปยัง หน่วยเก็บของส่วนราชการโดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ 54 และข้อ 55 โดยอนุโลม ข้อ 125 อายุการเก็บหนังสือต้องเก็บไว้กี่ปี? ก. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี ข. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี ค. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ง. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ตอบ ง. โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 57 ) ข้อ 126 หนังสือใดที่ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี คือข้อใด ? ก. หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ ข. หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี ค. หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ง. หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว ตอบ ค. หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 57 ) ข้อ 57* อายุการเก็บหนังสือ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้ 57.1 หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ ให้ปฏิบัติตามกฏหมายหรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ ระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น 57.2 หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี สานวนของศาลหรือของพนักงานสอบสวนหรือ หนังสืออื่นใดที่ได้มีกฏหมาย หรือระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บให้เป็นไปตามกฏหมายและระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น 57.3 หนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทุกสาขาวิชา และมีคุณค่าต่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานสาคัญ ทางประวัติศาสตร์ของชาติตลอดไป หรือตามที่สานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กาหนด 57.4 หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สาเนาที่มีต้นเรื่องจะค้นได้จากที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี 57.5 หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ซึ่งไม่มีความสาคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจา เมื่อดาเนินการแล้วเสร็จให้เก็บ ไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • 39.
    39 57.6 หนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงินหรือการก่อหนี้ผูกพันทางการเงินที่ไม่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิในทางการเงิน รวมถึงหนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือ การก่อหนี้ผูกพันทางการเงินที่หมดความจาเป็นในการใช้เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่ง สิทธิในทางการเงิน เพราะได้มีหนังสือหรือเอกสารอื่นที่สามารถนามาใช้อ้างอิงหรือทดแทนหนังสือ หรือเอกสารดังกล่าว แล้ว เมื่อสานักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา และไม่มีความจาเป็นต้องใช้ประกอบการตรวจสอบหรือเพื่อ การใด ๆ อีก ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี หนังสือเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเห็นว่าไม่มีความจาเป็นต้องเก็บไว้ถึง 10 ปี หรือ 5 ปี แล้วแต่กรณี ให้ทาความตกลงกับ กระทรวงการคลัง ข้อ 57 *แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 127 ส่วนราชการจะส่งมอบหนังสือให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ ทุกปีปฏิทินโดยหนังสือนั้นจะต้องมีอายุครบ กี่ปี ก.อายุครบ 20 ปี ข.อายุครบ 10 ปี ค.อายุครบ 25 ปี ง. อายุครบ 5 ปี ตอบ ก.อายุครบ 20 ปี (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 ) ข้อ 128 ส่วนราชการจะส่งมอบหนังสือให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ ตามข้อ 126 นั้นทุกวันที่เท่าไรของปี ? ก. วันที 1 มกราคม ของปีถัดไป ข. ภายในวันที่ 16 มกราคม ขอปีถ้ดไป ค.ภายในวันที่ 31 มกราคม ของ ปีถัดไป ง. ภายในวันที่ 31 ตุลาคมของปีถัดไป ตอบ ค.ภายในวันที่ 31 มกราคม ของ ปีถัดไป (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 ) ข้อ 129 หนังสือใดไม่ต้องส่งมอบให้กองจดหมายเหตุ ตามข้อ 126 ? ก.หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ ข. หนังสือที่มีกฎหมาย ข้อ บังคับ ค. หนังสือที่ส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บ ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง. ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 ) ข้อ 130 หนังสือที่ส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการนั้น ให้ ทาอย่างไร? ก.จัดทาบัญชีรายชื่อหนังสือหนังสือทั้งหมดที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ ข.จัดทาบัญชีหนังสือครบ 25 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้ กรมศิลปกร ค.จัดทาบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร ง. ทารายชื่อหนังสื่อเสนอ กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร เพื่อเก็บเอง ตอบ ค.จัดทาบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 58 ) ข้อ 58* ทุกปีปฏิทินให้ส่วนราขการจัดส่งหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี นับจากวันที่ได้จัดทาขึ้น ที่เก็บไว้ ณ ส่วนราชการใด พร้อมทั้งบัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้ 58.1 หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับให้ปฏิบัติตามกฏหมายหรือ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ 58.2 หนังสือที่มีกฏหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบที่ออกใช้เป็นการทั่วไป กาหนดไว้เป็นอย่างอื่น 58.3 หนังสือที่ส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการนั้น ให้ จัดทาบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองส่งมอบให้กองจดหมายแห่งชาติ กรมศิลปกร *ข้อ 58 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 131 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี และบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองอย่างน้อย ควรมีอะไร เพื่อให้ส่วนราชการ ผู้มอบและกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ผู้รับมอบยึดถือ ไว้เป็นหลักฐาน ?
  • 40.
    40 ก.ให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ ข.คู่มือบัตรค้นหนังสือ ค. ดัชนีหนังสือ ง. บรรณานุกรมหนังสื่อ ตอบก.ให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 59 ) ข้อ 59* บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี และบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองอย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ เพื่อให้ส่วนราชการ ผู้มอบและกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ผู้รับมอบยึดถือไว้เป็นหลักฐานฝ่ายละฉบับ 59.1 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ให้จัดทาตามแบบที่ 21 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 59.1.1 ชื่อบัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่จัดทาบัญชี 59.1.2 กระทรวง ทบวง กรมกอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี 59.1.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี 59.1.4 แผนที่ ให้ลงเลขลาดับขอบแผ่นบัญชี 59.1.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่ส่งมอบ 59.1.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บ 59.1.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ 59.1.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ 59.1.9 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ 59.1.10 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 59.1.11 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) 59.1.12 ลงชื่อผู้มอบ ให้ผู้มอบลงลายมือชื่อแบะวงเล็บชื่อ และนามสกุลด้วยตัวบรรจง พร้อมลงตาแหน่งของผู้มอบ 59.1.13 ลงชื่อผู้รับมอบ ให้ผู้รับมอบลงลายมือชื่อและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมทั้งลงตาแหน่งของผู้รับ มอบ 59.2 บัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเอง ให้จัดตามแบบที่ 22 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 59.2.1 ชื่อบัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเองประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่จัดทาบัญชี 59.2.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี 59.2.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี 59.2.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี 59.2.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือที่ขอเก็บเอง 59.2.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ 59.2.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ 59.2.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ 59.2.9 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 59.2.10 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) ข้อ 59*แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 99 ง หน้า 32 ลงวันที่ 23 กันยายน 2548 ข้อ 132 หนังสือที่ยังไม่ถึงกาหนดทาลาย ควรทาอย่างไร? ก. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ให้แจ้งความประสงค์ฝากได้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรม ศิลปากร ข. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ควรเก็บไว้เป็นเอกเทศ ค. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ให้แจ้งเก็บที่สารบรรณกลาง ง. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่ มีความสาคัญ ให้เก็บตามระเบียบว่าด้วยความลับ ตอบ ก. หากส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ ให้แจ้งความประสงค์ฝากได้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรม ศิลปากร (อ้างอิง หมวดที่ 3 ส่วนที่ 1 ข้อ 60 ) ข้อ 60 หนังสือที่ยังไม่ถึงกาหนดทาลาย ซึ่งส่วนราชการเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีความสาคัญ และประสงค์จะฝากให้กอง จดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร เก็บไว้ ให้ปฏิบัติดังนี้ 60.1 จัดทาบัญชีฝากหนังสือตามแบบที่ 23 ท้ายระเบียบอย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับ โดยกรอกรายละเอียด ดังนี้ 60.1.1 ชื่อบัญชีฝากหนังสือ ประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราช ที่จัดทาบัญชี 60.1.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี 60.1.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี 60.1.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี 60.1.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือ 60.1.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ 60.1.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ 60.1.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ 60.1.9 เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ
  • 41.
    41 60.1.10 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 60.1.11 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) 60.1.12 ลงชื่อผู้ฝาก ให้ผู้ฝากลงลายมือและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมทั้งลงตาแหน่งของผู้ฝาก 60.1.13 ลงชื่อผู้รับฝาก ให้ผู้รับฝากลงลายมือชื่อและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมทั้งลงตาแหน่งของผู้รับ ฝาก 60.2 ส่งต้นฉบับ และสาเนาคู่ฉบับบัญชีฝากหนังสือพร้อมกับหนังสือที่จะฝากให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร 60.3 เมื่อกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรตรวจหนังสือและรับฝากหนังสือแล้วให้ลงนามในบัญชีฝากหนังสือ แล้ว คืนต้นฉบับให้ส่วนราชการผู้ฝากเก็บไว้เป็นหลักฐาน หนังสือที่ฝากเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรให้ถือว่าเป็นหนังสือ ของส่วนราชการผู้ฝากหากส่วนราชการ ผู้ฝากต้องการใช้หนังสือหรือขอคืนให้ทาได้โดยจัดทาหลักฐานต่อกันไว้ให้ชัดแจ้ง เมื่อถึงกาหนดการทาลายแล้ว ให้ส่วนราชการผู้ฝากดาเนินการตามข้อ 66 ***** ภาษาไทย วันละนิด *** จับงูข้างหาง **** เป็นกริยา หมายถึง ทาสิ่งที่เสี่ยงต่ออันตราย จับเสือมือเปล่า**** เป็นกริยา หมายถึง แสวงหาประโยชน์โดยตัวเองไม่ต้องลงทุน จุดไต้ตาตอ ******** เป็นกริยา หมายถึง พูดหรือทาสิ่งใดสิ่งหนึ่งบังเอิญไปโดนเอาเจ้าตัวหรือผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้น เข้าโดยผู้พูดหรือผู้ทาไม่รู้ตัว ชักซุงตามขวาง**** เป็นกริยา หมายถึงทาอะไรที่ไม่ถูกวิธีย่อมได้รับความลาบาก,ขัดขวางผู้มีอานาจย่อมได้รับความเดือน ร้อน ลักษณะนาม กฎหมาย เรียกเป็น ฉบับ กติกา “ ข้อ กรงขัง “ กรง กรรไกร,กรรไตร , ตะไกร “ เล่ม กระจก “ แผ่น ( อ้างอิงจาก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ) ข้อ 133 ให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพใช้ราชการได้ทุกโอกาส หากชารุดเสียหายต้องทาอย่างไร? ก.รีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิม ข.รีบแจ้งความกับพนักงานสอบสอบ ค รายงานผู้บังคับบัญชา ง.หาสาเนามาทดแทน ตอบ ก.รีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิม (อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 61 ) ข้อ 134 จากข้อ 133 หากชารุดเสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมให้อยุ่สภาพเดิมได้ต้องทาอย่างไร? ก.รีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิมให้ได้ ข.รีบแจ้งความกับพนักงานสอบสอบ ค ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย ง.หาสาเนามาทดแทน ตอบ ค ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย (อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 61 ) ข้อ 61 การรักษาหนังสือ ให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพใช้ราชการได้ทุกโอกาส หากชารุดเสียหาย ต้องรีบซ่อมให้ใช้ราชการได้เหมือนเดิมหากสูญหายต้องหาสาเนามาแทนถ้าชารุดเสียหาย จนไม่สามารถซ่อมแซมให้คง สภาพเดิมได้ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย ถ้าหนังสือที่สูญหายเป็นเอกสารสิทธิตามกฏหมายหรือหนังสือสาคัญที่เป็นการแสดงเอกสารสิทธิก็ให้ดาเนินการแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน ) ข้อ 135 ผู้ยืมหนังสือจะต้องปฏิบัติอย่างไรในการยืม? ก.ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่าเรื่องที่ยืมนั้นจะนาไปใช้ในราชการใด ข. ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ ค. ผู้ยืมจะต้องลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานการยืม ง. ถุกหมดทุกข้อ ตอบ ง. ถุกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 62 ) ข้อ 136 การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตต้องเป็นบุคคลระดับใด? ก.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข.ผู้ยืมต้องเป็นหน้าหน้าระดับกองและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป ค.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ง.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตอบ ก.ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 62)
  • 42.
    42 ส่วนที่ ๒ การยืม ข้อ 62การยืมหนังสือที่ส่งเก็บแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ 62.1 ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่าเรื่องที่ยืมนั้นจะนาไปใช้ในราชการใด 62.2 ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ แล้วลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและให้เจ้าหน้าที่เก็บ รวบรวมหลักฐานการยืม เรียงลาดับวันเดือนปีไว้เพื่อติดตามทวงถามส่วนบัตรยืมหนังสือนั้นให้เก็บไว้แทนที่หนังสือที่ถูกยืม ไป 62.3 การยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่ ได้รับมอบหมาย 62.4 การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อ 137 รายละเอียดในบัตรยืมหนังสือ มีอะไรบ้าง ก.รายการ / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน / วันส่งคืน ข.บัญชี / ผู้ยืม / ผู้ให้ยืม / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน ค. เรือง / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / ผู้ส่งคืน / วันส่งคืน ง. ทะเบียนยืม / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน ตอบ ก.รายการ / ผู้ยืม / ผู้รับ / วันยืม / กาหนดส่งคืน / ผู้ส่งคืน / วัน (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 63) ข้อ 63 บัตรยืมหนังสือ ให้จัดทาตามแบบที่ 24 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้ 63.1 รายการ ให้ลงชื่อเรื่องหนังสือที่ขอยืมไปพร้อมด้วยรหัสของหนังสือนั้น 63.2 ผู้ยืม ให้ลงชื่อบุคคล ตาแหน่ง หรือส่วนราชการที่ยืมหนังสือนั้น 63.3 ผู้รับ ให้ผู้รับหนังสือนั้นลงลายมือชื่อ และวงเล็บชื่อกากับพร้อมด้วยตาแหน่งในบรรทัดถัดไป 63.4 วันยืม ให้ลงวันเดือนปีที่ยืมหนังสือนั้น 63.5 กาหนดส่งคืน ให้ลงวันเดือนปีที่จะส่งหนังสือนั้นคืน 63.6 ผู้ส่งคืน ให้ผู้ส่งคืนลงลายมือชื่อ 63.7 วันส่งคืน ให้ลงวันเดือนปีที่ส่งหนังสือคืน มอบหมาย ข้อ 138 การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ ต้องทาอย่างไร? ก.ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ห้องสมุด ข.ขออนุญาตหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป ค. ขออนุญาตหัวหน้าแผนกขึ้นไป ง.จะกระทามิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ ตอบ ง.จะกระทามิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 2 ข้อ 65) ข้อ 64 การยืมหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จ หรือหนังสือที่เก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 62 โดยอนุโลม ข้อ 65 การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ จะกระทามิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจาก หัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายก่อน มอบหมาย ข้อ 139 การจัดทาบัญชีหนังสือขอทาลาย เสนอหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทาลาย หนังสือต้องทาภายในกี่วันและนับจากอะไร? ก. ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีงบประมาณ ข. ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ค. ภายใน 90 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ง. ภายใน 30 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ตอบ ข. ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 66) ข้อ 140 การจัดทาบัญชีหนังสือขอทาลายตามข้อ 138 ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ์ ก.หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม ข.หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง ค.หัวหน้าส่วนราชการระดับแผนก
  • 43.
    43 ง.ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ก.หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่3 ข้อ 67) ส่วนที่ ๓ การทาลาย ข้อ 66 ภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทิน ให้เจ้าหน้าที่ผู้ รับผิดชอบในการเก็บหนังสือสารวจหนังสือที่ที่ครบกาหนดอายุ การเก็บในปีนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เก็บไว้เองหรือที่ฝากเก็บไว้ที่กอง จดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร แล้วจัดทาบัญชี หนังสือขอทาลาย เสนอหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ บัญชีหนังสือขอทาลายให้จัดทาตามแบบที่ 25 ท้ายระเบียบ อย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสาเนาคู่ฉบับโดยกรอกรายละเอียด ดังนี้ 66.1 ชื่อบัญชีหนังสือขอทาลาย ประจาปี ให้ลงตัวเลขของ ปีพุทธศักราชที่จัดทาบัญชีที่จัดทาบัญชี 66.2 กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชื่อส่วนราชการที่จัดทาบัญชี 66.3 วันที่ ให้ลงวันเดือนปีที่จัดทาบัญชี 66.4 แผ่นที่ ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบัญชี 66.5 ลาดับที่ ให้ลงเลขลาดับเรื่องของหนังสือ 66.6 รหัสแฟ้ม ให้ลงหมายเลขลาดับหมู่ของการจัดแฟ้มเก็บหนังสือ 66.7 ที่ ให้ลงเลขที่ของหนังสือแต่ละฉบับ 66.8 ลงวันที่ ให้ลงวันเดือนปีของหนังสือแต่ละฉบับ 66.9 เลขทะเบียนรับ ให้ลงทะเบียนรับของหนังสือแต่ละฉบับ 66.10 เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละฉบับ ในกรณีที่ไม่มีชื่อเรื่องให้ลงสรุปเรื่องย่อ 66.11 การพิจารณา ให้คณะกรรมการทาลายหนังสือเป็นผู้กรอก 66.12 หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอื่นใด (ถ้ามี) ข้อ 141 คณะกรรมการทาลายหนังสือประกอบด้วยใครบ้าง? ก. ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน ข. ประธานกรรมการ และกรรมการอีก 1 คน ค. ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อยสามคน ง. ประธานกรรมการ และกรรมการตามที่ประธานเสนอมา ตอบ ก. ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อยสองคน (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67) ข้อ142 คณะกรรมการทาลายหนังสือแต่งตั้งจากบุคคลใด? ก.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ข.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ค.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 ง.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่า ตอบ ก.โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้น (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67) ข้อ143 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการทาลายหนังสือ ? ก.ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน ข.ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองกรรมการที่มาประชุมคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน ค มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ง. ถ้ากรรมการผู้ใดไม่เห็น ด้วยให้ทาบันทึกความเห็นแย้งไว้ ตอบ ข.ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองกรรมการที่มาประชุมคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน (อ้างอิงจาก ระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 67) ข้อ 67 ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม แต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการ อีกอย่าง น้อยสองคน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทาหน้าที่ประธาน มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ากรรมการผู้ใดไม่เห็น ด้วยให้ทาบันทึก ความเห็นแย้งไว้ ข้อ144 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวหน้าที่คณะกรรมการทาลายหนังสือ ? ก. พิจารณาหนังสือที่จะขอทาลายตามบัญชีหนังสือขอทาลาย ข. ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรให้ทาลาย ให้กรอก เครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่อง การ พิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย ค.เสนอรายงานผลการพิจารณาพร้อมทั้งบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ(ถ้ามี) ต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อ พิจารณาสั่งการ
  • 44.
    44 ง. ควบคุมการทาลายหนังสือซึ่งไม่จาเป็นผู้มีอานาจอนุมัติให้ทาลายได้ แล้วโดยการเผาที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่านเป็นเรื่อง ได้และเมื่อทาลายเรียบร้อยแล้วให้ทาบันทึกลงนามเมื่อการทาลายสิ้นสุด ตอบง. ควบคุมการทาลายหนังสือซึ่งไม่จาเป็นผู้มีอานาจอนุมัติให้ทาลายได้ แล้วโดยการเผาที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่านเป็น เรื่องได้และเมื่อทาลายเรียบร้อยแล้วให้ทาบันทึกลงนามเมื่อการทาลายสิ้นสุด (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 68 ) ข้อ145 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือฉบับใดไม่ควร ทาลาย และควรจะขยายเวลาการเก็บไว้ให้ทาอย่างไร? ก.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง การพิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุ การเก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข ข.ให้ลงความเห็นว่าไม่ควรทาลายในช่อง การพิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้เก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บ หนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข ค.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง หมายเหตุ ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุการ เก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข ง.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง หมายเหตุ ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วเก็บหนังสือในตรา กาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข ตอบ ก.ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง การพิจารณา ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไข อายุการเก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 68 ) ข้อ 68 คณะกรรมการทาลายหนังสือ มีหน้าที่ดังนี้ 68.1 พิจารณาหนังสือที่จะขอทาลายตามบัญชีหนังสือขอทาลาย 68.2 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือฉบับใดไม่ควร ทาลาย และควรจะขยายเวลาการเก็บไว้ให้ลงความเห็น ว่าจะขยายเวลาการเก็บไว้ถึงเมื่อใดในช่อง การพิจารณา ตามข้อ 66.11 ของบัญชีหนังสือขอทาลาย แล้วให้แก้ไขอายุการ เก็บหนังสือในตรากาหนดเก็บหนังสือ โดยให้ประธานกรรมการทาลายหนังสือลงลายมือชื่อกากับการ แก้ไข 68.3 ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรให้ทาลาย ให้กรอก เครื่องหมายกากบาท (x) ลงในช่อง การ พิจารณา ตามข้อ 66.11ของบัญชีหนังสือขอทาลาย 68.4 เสนอรายงานผลการพิจารณาพร้อมทั้งบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ(ถ้ามี) ต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม เพื่อพิจารณาสั่งการ ตามข้อ 69 68.5 ควบคุมการทาลายหนังสือซึ่งผู้มีอานาจอนุมัติให้ทาลายได้ แล้วโดยการเผาหรือวิธีอื่นใดที่จะไม่ให้หนังสือนั้นอ่าน เป็นเรื่องได้และเมื่อทาลายเรียบร้อยแล้วให้ทาบันทึกลงนามร่วมกันเสนอผู้มีอานาจอนุมัติทราบ ข้อ146 เมื่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมได้รับรายงาน ว่า ไม่ควรทาลาย ให้พิจารณาสั่งการอย่างไร? ก. ให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาการทาลายงวดต่อไป ข. ให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้ห้ามทาลายอีกต่อไป ค.ให้สั่งการ ถามเหตุผลว่าเพราะเหตุใด ง. สั่งการแล้วแต่จะเห็นความเหมาะสม ตอบ ก. ให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาการทาลายงวดต่อไป (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 69.1 ) ข้อ147 ถ้าได้รับรายงาน ว่า ควรทาลาย ให้พิจารณาดาเนินอย่างไร? ก. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน ข.ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน ค. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้เจ้าของเรื่อง พิจารณาก่อน ง. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้เจ้าของส่วนราชการต้นสังกัด พิจารณาก่อน ตอบ ก. ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 69.2 ) ข้อ 69 เมื่อหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมได้รับรายงานตามข้อ68.4 แล้ว ให้พิจารณาสั่งการดังนี้ 69.1 ถ้าเห็นว่าหนังสือเรื่องใดยังไม่ควรทาลายให้สั่งการให้ เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาการทาลายงวดต่อไป 69.2 ถ้าเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรทาลาย ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณาก่อน เว้นแต่ หนังสือประเภทที่ส่วนราชการนั้นได้ขอทาความตกลงกับกรมศิลปากรแล้วไม่ต้องส่งไปให้พิจารณา ข้อ148 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทาลายแล้วแจ้งให้ให้ส่วนราชการ ทราบภายในกี่วัน ? ก .ภายในกาหนดเวลา 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง ข .ภายในกาหนดเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง ค .ภายในกาหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง ง .ภายในกาหนดเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง ตอบ ค .ภายในกาหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่อง (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 70.1 ) ข้อ149 จากข้อ 148 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทาลายแล้วไม่แจ้ง กาหนดระยะเวลาให้ทราบตามข้อ 147 แล้วให้ถือว่าอย่างไร ? ก .ให้ถือว่าไม่ให้ความ เห็นชอบห้ามทาลายหนังสือ ข .ให้ถือว่าได้ให้ความ เห็นชอบแล้ว และให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้
  • 45.
    45 ค .ให้ถือว่าได้ให้ความ เห็นชอบแล้วแต่ยังต้องให้กรรมการพิจารณาใหม่ ง.ให้ถือว่าไม่ให้ความเห็นชอบ แต่ให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้ ตอบ ข .ให้ถือว่าได้ให้ความ เห็นชอบแล้ว และให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 3 ข้อ 70.1 ) ข้อ 70 ให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทาลายแล้วแจ้งให้ให้ส่วนราชการที่ ส่งบัญชีหนังสือขอทาลายทราบดังนี้ 70.1 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร เห็นชอบด้วย ให้แจ้งให้ส่วนราชการนั้นดาเนินการทาลายหนังสือต่อไปได้ หากกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ไม่แจ้งให้ทราบอย่างใดภายในกาหนดเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่วนราชการ นั้นได้ส่งเรื่องให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากรให้ถือว่ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ให้ความ เห็นชอบแล้ว และให้ส่วนราชการทาลายหนังสือได้ 70.2 ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร เห็นว่าหนังสือฉบับใด ควรจะขยายเวลาการเก็บไว้อย่างใดหรือให้เก็บไว้ ตลอดไป ให้แจ้งส่วน ราชการนั้นทราบ และให้ส่วนราชการนั้น ทาการแก้ไขตามที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร แจ้งมาหากหนังสือใดกองจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร เห็นควรให้ส่งไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม ศิลปากร ก็ให้ส่วนราชการนั้น ๆ ปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ในการนี้ กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร จะส่งเจ้าหน้าที่ มาร่วมตรวจสอบหนังสือของส่วนราชการนั้นก็ได้ 150 ตราครุฑมี กี่ขนาด? ก . 1 ขนาด ข. 2 ขนาด ค. 3 ขนาด ง. 4 ขนาด ตอบ ข. 2 ขนาด (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 71 ) หมวด ๔ มาตรฐานตรา แบบพิมพ์ และซอง ข้อ 71 ตราครุฑสาหรับแบบพิมพ์ ให้ใช้ตามแบบที่ 26 ท้ายระเบียบ มี 2 ขนาด คือ 71.1 ขนาดตัวครุฑสูง 3 เซนติเมตร > 71.2 ขนาดตัวครุฑสูง 1.5 เซนติเมตร ข้อ 151 ตราชื่อส่วนราชการ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมสอง วงซ้อนกัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าไร? ก. วงนอก 3.5 เซนติเมตร วงใน 4.5 เซนติเมตร ข. วงนอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร ค. วงนอก 3.5 เซนติเมตร วงใน 2.5 เซนติเมตร ง. วงนอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 2.5 เซนติเมตร ตอบ ข. วงนอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 72 ) ข้อ 152 ส่วนราชการใดที่มีการติดต่อกับต่างประเทศ จะใช้ตราชื่อส่วนราชการอย่างไร? ก. ให้อักษรภาษาอักกฤษทั้งหมดของตรา ข. ให้อักษรไทยอยู่ขอบล่างและอักษรโรมันอยู่ขอบบนของตรา ค. ให้อักษรไทยอยู่ขอบบนและอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตรา ง. ให้อักษรมีอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตราเท่านั้น ตอบ ค. ให้อักษรไทยอยู่ขอบบนและอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตรา (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 72 วรรค 2) ข้อ 72 ตราชื่อส่วนราชการ ให้ใช้ตามแบบที่ 27 ท้ายระเบียบ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมสอง วงซ้อนกัน เส้นผ่าศูนย์กลางวง นอก 4.5 เซนติเมตร วงใน 3.5 เซนติเมตร ล้อมครุฑตามข้อ 71.1 ระหว่างวงนอกและวงในมีอักษรไทยชื่อกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเป็นกรมหรือ จังหวัดอยู่ขอบล่างของตรา ส่วนราชการใดที่มีการติดต่อกับต่างประเทศ จะให้มีชื่อภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้น ด้วยก็ได้โดยให้อักษรไทยอยู่ขอบบนและอักษรโรมันอยู่ขอบล่างของตรา ข้อ 153 ตรากาหนดเก็บหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือเก็บ เพื่อให้ทราบ กาหนดระยะเวลาการเก็บหนังสือนั้นมีคาว่าอะไร?
  • 46.
    46 ก. เก็บถึง วันที่.........หรือคาว่าห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ ข. เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า อย่าทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ ค. เก็บถึง วันที่ .......หรือคาว่า อย่าทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ ง. เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ ตอบ ง. เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 73) ข้อ 73 ตรากาหนดเก็บหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือเก็บ เพื่อให้ทราบ กาหนดระยะเวลาการเก็บหนังสือนั้นมีคาว่า เก็บถึง พ.ศ..........หรือคาว่า ห้ามทาลาย ขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์ 24 พอยท์ ข้อ 154 มาตรฐานกระดาษ โดยปกติให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว ขนาด เอ 5 หมายความว่า อย่างไร? ก. ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มิลลิเมตร ข. ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร ค. ขนาด ขนาด 210 มิลลิเมตร x 297 มิลลิเมตร ง.ขนาด 110 มิลลิเมตร x 197 มิลลิเมตร ตอบ ก. ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มิลลิเมตร (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 74.1.2) ข้อ 155 มาตรฐานซอง ขนาดซี 4 หมายความว่า อย่างไร? ก. ขนาด 229 มิลลิเมตร x 324 มิลลิเมตร ข. ขนาด 162 มิลลิเมตร x 229 มิลลิเมตร ค. ขนาด 114 มิลลิเมตร x 162 มิลลิเมตร ง. ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร ตอบ ก. ขนาด 229 มิลลิเมตร x 324 มิลลิเมตร (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 74.2.1) ข้อ 156 มาตรฐานซอง ขนาดดีแอล หมายความว่าอย่างไร? ก. ขนาด 110 มิลลิเมตร x 220 มิลลิเมตร ข. ขนาด 162 มิลลิเมตร x 229 มิลลิเมตร ค. ขนาด 114 มิลลิเมตร x 162 มิลลิเมตร ง. ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร ตอบ ก. ขนาด 110 มิลลิเมตร x 220 มิลลิเมตร (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 74.2.4.) ข้อ 74 มาตรฐานกระดาษและซอง 74.1 มาตรฐานกระดาษ โดยปกติให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว น้าหนัก 60 กรัมต่อตารางเมตร มี 3 ขนาด คือ 74.1.1 ขนาดเอ 4 หมายความว่า ขนาด 210 มิลลิเมตร x 297 มิลลิเมตร 74.1.2 ขนาดเอ 5 หมายความว่า ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มิลลิเมตร 74.1.3 ขนาดเอ 8 หมายความว่า ขนาด 52 มิลลิเมตร x 74 มิลลิเมตร 74.2 มาตรฐานซอง โดยปกติให้ใช้กระดาษสีขาวหรือสีน้าตาล น้าหนัก80 กรัมต่อตารางเมตร เว้นแต่ซองขนาดซี 4 ให้ใช้ กระดาษน้าหนัก 120 กรัมต่อตารางเมตร มี 4 ขนาด คือ 74.2.1 ขนาดซี 4 หมายความว่า ขนาด 229 มิลลิเมตร x 324 มิลลิเมตร 74.2.2 ขนาดซี 5 หมายความว่า ขนาด 162 มิลลิเมตร x 229 มิลลิเมตร 74.2.3 ขนาดซี 6 หมายความว่า ขนาด 114 มิลลิเมตร x 162 มิลลิเมตร 74.2.4 ขนาดดีแอล หมายความว่า ขนาด 110 มิลลิเมตร x 220 มิลลิเมตร ข้อ 157 การดาษตราครุฑ มีกี่แบบอย่างไรบ้าง? ก. มี 2 แบบ คือ เอ 4 พิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน ข. มี 2 แบบ คือ เอ 5 บันทึกข้อความพิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน ค. มี 2 แบบ คือ เอ 4 กระดาษบันทึกข้อความพิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน ง. มี 2 แบบ คือ เอ 5 พิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน ตอบ ก. มี 2 แบบ คือ เอ 4 พิมพ์ครุฑด้วยหมึกดา หรือ เป็นครุฑดุน (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 75 ) ข้อ 75 กระดาษตราครุฑ ให้ใช้กระดาษขนาดเอ 4 พิมพ์ครุฑตามข้อ 71.1 ด้วยหมึกสีดา หรือทาเป็นครุฑดุน ที่กึ่งกลาง ส่วนบนของกระดาษ ข้อ 76 กระดาษบันทึกข้อความ ให้ใช้กระดาษขนาดเอ 4 หรือขนาดเอ 5 พิมพ์ครุฑ ตามข้อ 71.2 ด้วยหมึกสีดาที่มุมบน ด้านซ้าย ตามแบบที่ 29 ท้ายระเบียบ
  • 47.
    47 ข้อ 158 ซองหนังสือขนาดดีแอลให้พิมพ์ตราครุฑอย่างไร ? ก. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 2 ข. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 4 ค. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑไม่พับ ง. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 3 ตอบ ง. ให้พิมพ์ครุฑด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษครุฑพับ 3 (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 77.4 ) ข้อ 159 ส่วนราชการใดมีความจาเป็นต้องใช้ซองสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศโดยเฉพาะให้ทาอย่างไร? ก.ใช้ซองที่กาหนดสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามระเบียบงานสารบัญ ข.ใช้ซองของไปรษณีย์แห่งประเทศไทยและไม่ต้องพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้น ค.ใช้ซองพิเศษสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม ง.ใช้ซองพิเศษที่ทางหน่วยงานกาหนดและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม ตอบ ค.ใช้ซองพิเศษสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 77 วรรคสุดท้าย ) ข้อ 77 ซองหนังสือ ให้พิมพ์ครุฑตามข้อ 71.2 ด้วยหมึกสีดาที่มุมบนด้านซ้ายของซอง 77.1 ขนาดซี 4 ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑ โดยไม่ต้องพับ มีชนิดธรรมดาและขยายข้าง 77.2 ขนาดซี 5 ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 2 77.3 ขนาดซี 6 ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 4 77.4 ขนาดดีแอล ใช้สาหรับบรรจุหนังสือกระดาษตราครุฑพับ 3 ส่วนราชการใดมีความจาเป็นต้องใช้ซองสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศโดยเฉพาะ อาจใช้ซองพิเศษสาหรับส่งทางไปรษณีย์อากาศและพิมพ์ตราครุฑตามที่กล่าวข้างต้นได้โดยอนุโลม ข้อ 160 ข้อใดเป็นลักษณะของตรารับหนังสือ? ก.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน ข.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน ค. ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนล่าง ง.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนล่าง ตอบ ก.ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 78 ) ข้อ 78 ตรารับหนังสือ คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือ เพื่อลงเลขทะเบียนรับหนังสือ ตามแบบที่ 12 ท้ายระเบียบ มีลักษณะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนติเมตร มีชื่อส่วนราชการอยู่ตอนบน ข้อ 161 ทะเบียนหนังสือรับ มีกี่ชนิด ? ก.มีชนิดเดียวคือ ชนิดเป็นเล่ม ข.มีชนิดเดียว คือ ชนิดเป็นแผ่น ค.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น ง.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นใบและชนิดเป็นบัตรรับ ตอบ ค.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 79 ) ข้อ 162 ทะเบียนหนังสือรับ ใช้อย่างไร? ก. ลงรายการหนังสือที่ได้รับเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับหนังสือ ข. ลงรายการหนังสือรับ - ส่งเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับ-ส่งหนังสือ ค. บันทึกหนังสือที่ได้รับแต่ละครั้ง และรายงานผู้บังคับบัญชาทุกเดือน ง. ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ก. ลงรายการหนังสือที่ได้รับเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับหนังสือ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 79 ) ข้อ 79 ทะเบียนหนังสือรับ ใช้สาหรับลงรายการหนังสือที่ได้รับเข้าเป็นประจาวัน โดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้รับ หนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่นตามแบบที่ 13 ท้ายระเบียบ ข้อ 163 ข้อใดเป็นลักษณะของทะเบียนหนังสือส่ง ? ก.มีชนิดเดียวคือ ชนิดเป็นเล่ม ข.มีขนาดเอ 5 พิมพ์หน้าเดียว ค.มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น ง.มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นใบและชนิดเป็นบัตรรับ ตอบ ค.มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่น (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 80 ) ข้อ 80 ทะเบียนหนังสือส่ง ใช้สาหรับลงรายการหนังสือที่ได้ส่งออกเป็นประจาวันโดยเรียงลาดับลงมาตามเวลาที่ได้ส่ง หนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็นเล่มและชนิดเป็นแผ่นตามแบบที่ 14 ท้ายระเบียบ
  • 48.
    48 ข้อ 164 สมุดส่งหนังสือและใบรับหนังสือใช้สาหรับลงรายการละเอียดเกี่ยวกับการส่งหนังสือ โดยผู้รับและผู้ส่งจะมีวิธี ปฏิบัติอย่างไร? ก.ให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับหนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา ข.แจ้งหน่วยราชการมารับและให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา ค.ให้ผู้นาส่งถือหนังสือพร้อมสาเนาเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วเก็บไว้คนละฉบับ ง.ให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับหนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วมอบให้หน่วยรับเก็บหลักฐาน ตอบ ก.ให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับหนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 81 ) ข้อ 81 สมุดส่งหนังสือและใบรับหนังสือ ใช้สาหรับลงรายการละเอียดเกี่ยวกับการส่งหนังสือ โดยให้ผู้นาส่งถือกากับไปกับ หนังสือเพื่อให้ผู้รับเซ็นรับแล้วรับคืนมา 81.1 สมุดส่งหนังสือ เป็นสมุดสาหรับใช้ลงรายการส่งหนังสือ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 16 ท้ายระเบียบ 81.2 ใบรับหนังสือ ใช้สาหรับกากับไปกับหนังสือที่นาส่งโดยให้ผู้รับเซ็นชื่อ รับแล้วรับคืนมา มีขนาดเอ 8 พิมพ์หน้าเดียว ตามแบบที่ 17 ท้ายระเบียบ ข้อ 165 ข้อใดเป็นลักษณะของบัตรตรวจค้น ? ก.เป็นบัตรกากับหนังสือแต่ละรายการ มีขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้า ข.เพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้น ๆ ได้มีการดาเนินการตามลาดับขั้นตอนอย่างใด จนกระทั่งเสร็จสิ้น ค.บัตรนี้เก็บเรียงลาดับกันเป็นชุดในที่เก็บโดยมีกระดาษติดเป็นบัตรดรรชนี ซึ่งแบ่งออกเป็นตอน ๆ เพื่อสะดวกแก่การตรวจ ค้น ง.ถูกหมดทุกข้อ ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (อ้างอิงจากระเบียบ ส่วนที่ 4 ข้อ 82 ) ข้อ 82 บัตรตรวจค้น เป็นบัตรกากับหนังสือแต่ละรายการเพื่อให้ทราบว่าหนังสือนั้น ๆ ได้มีการดาเนินการตามลาดับขั้นตอน อย่างใด จนกระทั่งเสร็จสิ้น บัตรนี้เก็บเรียงลาดับกันเป็นชุดในที่เก็บโดยมีกระดาษติดเป็นบัตรดรรชนี ซึ่งแบ่งออกเป็นตอน ๆ เพื่อสะดวกแก่การตรวจค้น มีขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้าตามแบบที่ 18 ท้ายระเบียบ ข้อ 166 ข้อ 85 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี ส่งมอบเก็บไว้ที่กอง จดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร มีลักษณะอย่างไร? ก.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว ข.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้า ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ง.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์หนึ่งหน้า ตอบ ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า (อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 85 ) ข้อ 83 บัญชีหนังสือส่งเก็บ ใช้สาหรับลงรายการหนังสือที่จะส่งเก็บ มีขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว ตามแบบที่ 19 ท้ายระเบียบ ข้อ 167 บัญชีฝากหนังสือ เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่ส่วนราชการนาฝากไว้กับกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม ศิลปากร มีลักษณะอย่างไร? ก.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว ข.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์สองหน้า ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ง.เป็นแผ่นขนาดเอ 5 พิมพ์หนึ่งหน้า ตอบ ค.เป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า (อ้างอิงจากระเบียบ ข้อ 87 ) ข้อ 84 ทะเบียนหนังสือเก็บ เป็นทะเบียนที่ใช้ลงรายการหนังสือเก็บ มีขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า มีสองชนิด คือ ชนิดเป็น เล่ม และชนิดเป็นแผ่น ตามแบบที่ 20 ท้ายระเบียบ ข้อ 85 บัญชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี ส่งมอบเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุ แห่งชาติ กรมศิลปากร มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 21 ท้ายระเบียบ ข้อ 86 บัญชีหนังสือครบ 20 ปี ที่ขอเก็บเอง เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่มีอายุครบ 20 ปี ซึ่งส่วนราชการนั้นมีความ ประสงค์จะเก็บไว้เอง มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 22 ท้ายระเบียบ ข้อ 87 บัญชีฝากหนังสือ เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่ส่วนราชการนาฝากไว้กับกองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม ศิลปากร มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 23 ท้ายระเบียบ ข้อ 88 บัตรยืมหนังสือ ใช้สาหรับเป็นหลักฐานแทนหนังสือที่ให้ยืมไป มีขนาดเอ 4 พิมพ์หน้าเดียว ตามแบบที่ 24 ท้าย ระเบียบ ข้อ 89 บัญชีหนังสือขอทาลาย เป็นบัญชีที่ใช้ลงรายการหนังสือที่ครบกาหนดเวลาการเก็บมีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า ตามแบบที่ 25 ท้ายระเบียบ บทเฉพาะกาล ข้อ 90 แบบพิมพ์ และซอง ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่า จะหมด
  • 49.
    49 พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ 23.พระราชบัญญัติลูกเสือพ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับเมื่อใด ก. ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ข. ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ค. ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ ง. ๗ มีนาคม ๒๕๕๑ 24.ลูกเสือ หมายถึง ใคร ก. เด็กและเยาวชนที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษา ข. เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษา ค. เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษา ส่วนลูกเสือที่เป็นหญิงให้ เรียกว่าเนตรนารี ง. เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ส่วนลูกเสือที่เป็นหญิงให้เรียกว่าเนตรนารี 25.ข้อใดไม่ใช่ บุคลากรทางการลูกเสือ ก. กรรมการลูกเสือ ข. อาสาสมัครลูกเสือ ค. เจ้าหน้าที่ลูกเสือ ง. ผู้ทรงคุณวุฒิลูกเสือ 26.วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ ตรงกับวันใด ก. 1 มิถุนายน ข. 1 กรกฎาคม ค. 1 สิงหาคม ง. 1 กันยายน 27.ลูกเสือมีกี่ประเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท
  • 50.
    50 ค. 5 ประเภท ง.6 ประเภท 28.ข้อใดไม่ใช่ประเภทของลูกเสือ ก. ลูกเสือสามัญ ข. ลูกเสือสามัญรุ่นเล็ก ค. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ง. ลูกเสือวิสามัญ 29.ข้อใดคือ คติพจน์ของลูกเสือสารอง ก. Do Our Best ข. Be prepared ค. Look wide ง. Service 30.ข้อใดคือ วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ของ คณะลูกเสือแห่งชาติ ในการพัฒนาลูกเสือ ก. ให้รู้จักบาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ ข. ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ค. ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ง. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศชาติ 31. การจัดแบ่งส่วนงานภายในของสานักงานลูกเสือแห่งชาติ ให้ตราเป็นกฎหมายใด ก. กฎกระทรวง ข. ประกาศกระทรวง ค. ระเบียบกระทรวง ง. ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ 32. สานักงานลูกเสือแห่งชาติมีฐานะเป็น ก. ส่วนราชการ ข. รัฐวิสาหกิจ ค. องค์การมหาชน
  • 51.
    51 ง. นิติบุคคลในกากับของกระทรวงศึกษาธิการ 33.ใครมีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสานักงานลูกเสือแห่งชาติ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข.รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ใครก็ได้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง 34. ใครเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด ก. ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 ข. รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย ค. ผู้อานวยการโรงเรียนที่ได้รับมอบหมาย ง. ผู้อานวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด 35. ข้อใดไม่ใช่กรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด ก. ผู้แทนค่ายลูกเสือจังหวัด ข. ผู้แทนสมาคมหรือสโมสรลูกเสือ ค. ผู้แทนจากลูกเสือชาวบ้าน ง. ผู้แทนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 36.อัตราเงินค่าบารุงลูกเสือเก็บคนหนึ่งไม่เกินปีละกี่บาท ก. 5 บาท ข. 10 บาท ค. 15 บาท ง. 20 บาท 37. เงินค่าบารุงประจาปีของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ ลูกเสือเก็บคนหนึ่งไม่เกินปีละกี่บาท ก. 5 บาท ข. 10 บาท ค. 15 บาท
  • 52.
    52 ง. 20 บาท 38.จากข้อ37 การเก็บเงินบารุงประจาปีจานวนกี่เดือน ถือว่าเป็นสมาชิกตลอดชีพ ก. 6 เดือน ข. 8 เดือน ค. 10 เดือน ง. 12 เดือน 39.การชาระเงินค่าบารุงประจาปีให้ดาเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนใดของทุกปี ก. มิถุนายน ข. กรกฎาคม ค. สิงหาคม ง. กันยายน 40.ตามข้อบังคับของสมาคมลูกเสือโลก คณะลูกเสือแห่งชาติจะต้องเสียเงินค่าบารุงให้แก่สานักงาน ลูกเสือโลก ตามจานวนลูกเสือ ในอัตราคนหนึ่งปีละประมาณเท่าไหร่ ก. 50 สตางค์ ข. 100 สตางค์ ค. 150 สตางค์ ง. 200 สตางค์ 41.เงินค่าบารุงลูกเสือต้องส่งเป็นค่าใช้จ่ายในสานักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ร้อย ละเท่าไหร่ ก. 20 ข. 30 ค. 40 ง. 50 42.สานักงานลูกเสือจังหวัดให้จัดตั้ง ณ ที่ใด ก. ศาลากลางจังหวัด ข. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1
  • 53.
    53 ค. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตใดเขตหนึ่ง ง.ตามความเหมาะสม 43. ข้อใดไม่ใช่ กรรมการประเภทผู้แทนในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ก. ผู้แทนสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา ข. ผู้แทนสถานศึกษาเอกชน ค. ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ง. ผู้แทนสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 44. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษามีไม่เกินกี่คน ก. 3 คน ข. 5 คน ค. 7 คน ง. 9 คน 45. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ก. รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย ข. หัวหน้ากลุ่มงานในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย ค. ศึกษานิเทศก์ในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับมอบหมาย ง. ผู้อานวยการสถานศึกษาที่ได้รับมอบหมาย 46. ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาดารงตาแหน่งใดในคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่ การศึกษา ก. ผู้อานวยการสานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ข. ประธานคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ค. หัวหน้าสานักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา ง. ถูกทุกข้อ 47.ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือลาดับที่เท่าไหร่ ก. ลาดับที่ 7 ข. ลาดับที่ 8
  • 54.
    54 ค. ลาดับที่ 9 ง.ลาดับที่ 10 48.ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ตรวจการลูกเสือลาดับที่เท่าไหร่ ก. ลาดับที่ 7 ข. ลาดับที่ 8 ค. ลาดับที่ 9 ง. ลาดับที่ 10 49.ใครเป็นผู้ตรวจการใหญ่พิเศษ ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. นายกรัฐมนตรี 50.ผู้ขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดี ชั้นพิเศษ คือ ก. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 5ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง ข. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 4ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง ค. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 3ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทาน เหรียญลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง ง. ผู้ช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 2ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญ ลูกเสือสดุดีชั้นที่หนึ่ง
  • 55.
    55 กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ชุดที่ 1) 1.ตามรัฐธรรมนูญ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงราบการทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลใดบ้าง ก. ตนเอง ภริยา บุตร และบุตรบุญธรรม ข. ตนเอง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ค. ตนเอง ภริยา แลกะบุตรทุกคน ง. ตนเอง คู่สมรส และบุตรบุญธรรม 2. การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะต้องยื่นต่อ ก. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ค. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ง. สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3. ผู้ดารงตาแหน่งใดที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ก. นายกรัฐมนตรี ข. ผู้บริหารท้องถิ่นตามที่กฎหมายกาหนด ค. สมาชิกวุฒิสภา ง. ถูกทุกข้อ 4. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับระยะเวลาการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ก. ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันเข้ารับและพ้นจากตาแหน่ง ข. ยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันเข้ารับและพ้นจากตาแหน่ง ค. ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันเข้ารับตาแหน่ง ง. ยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันเข้ารับ / วันพ้นจากตาแหน่งและภายใน 30 วันนับแต่วันพ้นจากตาแหน่งมาแล้ว 1 ปี 5. บัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองใดที่จะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรี ค. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก. ประกอบด้วยประธานคนหนึ่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่น อีก 10 คน ข. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคาแนะนาของสภาผู้แทนราษฎร ค. มีวาระการดารงตาแหน่ง 9 ปี และดารงตาแหน่งได้เพียงวาระเดียว ง. คณะรัฐมนตรีเป็นผู้สรรหาและคัดเลือก 7. ตาแหน่งใดบ้างที่วุฒิสภามีอานาจถอดถอนจากตาแหน่ง ก. นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข. ประธานศาลฏีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ค. ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ ง. ถูกทุกข้อ 8. มติของวุฒิสภาในการถอดถอนผู้ใดออกจากตาแหน่งจะต้องได้คะแนนเสียงเท่าใดจึงจะมีผลตามรัฐธรรมนูญ ก.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ข.ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ค. เกินกว่า 1 ใน 2 ง. เกินกว่า 1 ใน 4 9. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประกอบด้วย ประธานคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีก 9 คน ข. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานธุรการคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ค. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตามคาแนะนาของรัฐสภา ง. ถูกทุกข้อ
  • 56.
    56 10. กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระการดารงตาแหน่งเท่าใด ก. 6ปี วาระเดียว ข. 7 ปี วาระเดียว ค. 9 ปี วาระ เดียว ง. 10 ปี ไม่จากัดวาระ 11. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ก. 1 สิงหาคม 2550 ข. 17 สิงหาคม 2550 ค. 24 สิงหาคม 2550 ง. 25 สิงหาคม 2500 12. ในการเสนอขอแก้ไขในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใครเป็นผู้มีสิทธิขอเสนอ ก. พรรคการเมือง ข.นายกรัฐมนตรี ค. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30,000 คน ง. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ 13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้รับความเห็นชอบจาก ก. คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ( คมช. ) ข. สภาร่างรัฐธรรมนูญ ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ง. การลงประชามติของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 14. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อใด ก. 1 สิงหาคม 2550 ข. 17 สิงหาคม 2550 ค. 24 สิงหาคม 2550 ง. 25 สิงหาคม 2550 15. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เท่าใด ก. ฉบับที่ 16 ข.ฉบับที่ 17 ค. ฉบับที่ 17 ง. ฉบับที่ 19 16. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกี่หมวด กี่มาตรา ก. 14 หมวด 303 มาตรา ข. 14 หมวด 309 มาตรา ค. 15 หมวด 303 มาตรา ง. 15 หมวด 309 มาตรา 17. มาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เกี่ยวกับเรื่องใด ก. ประมุขของรัฐ ข. ความเป็นรัฐเดี่ยวของราชอาณาจักรไทย ค. ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความคุ้มครอง ง. สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย 18. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน มาตรา 1 ระบุว่า “ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร ..... ” ก. .... ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ” ข. .... ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ” ค. .... อันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ” ง. .... อันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ อานาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย ” 19. รัฐธรรมนูญกาหนดให้มีคณะองคมนตรีได้ไม่เกินกี่คน ก. 17 คน ข. 18 คน ค. 19 คน ง. 20 คน 20. ใครมีอานาจลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ ก. ประธานองคมนตรี ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานวุฒิสมาชิก ง. นายกรัฐมนตรี 21. ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือถูกยุบ ใครจะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ ก. สภาองคมนตรี ข. รัฐสภา ค. วุฒิสภา ง. พระมหากษัตริย์ 22. ข้อใดกล่าวถึงสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ไม่ถูกต้อง ก. การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทามิได้ ข. บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทาง ศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ คดีในศาลได้
  • 57.
    57 ค. บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของ รัฐรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ง. การใช้อานาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคานึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตมบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้ 23. บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่แสดงเจตนารมณ์ให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการนั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน ยกเว้นข้อใด ก. ผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ข. บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่ เก็บ ค่าใช้จ่าย ค. บุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ย่อมมีสิทธิได้รับการจัดสรรที่อยู่อาศัยจากรัฐ ง. บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการสิงอานวยความสะดวก อัน เป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ 24. การกาจัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทามิได้ ยกเว้น ข้อใด ก. รัฐธรรมนูญกาหนดกฎหมายไว้ ข. เป็นการจากัดของคณะรัฐมนตรี ค. เป็นการจากัดโดยรัฐสภา ง. เป็นการจากัดโดยศาลหรือตุลาการ 25. การกระทาข้อใด ไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ว่า “ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ” ก. พนักงานสอบสวนใช้ไฟส่องหน้าและใช้เวลาสอบสวนผู้ต้องหาติเดต่อกันถึง 8 ชั่วโมง ข. ประหารชีวิตนักโทษตามกฎหมาย ค. ตารวจซ้อมผู้ร้ายปากแข็งเพื่อให้รับสารภาพ ง. ผิดทุกข้อ 26. สิทธิเสรีภาพของบุคคลในทางอาญาข้อใด ไม่ถูกต้อง ก. ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาไม่มีความผิด ข. ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจาเลยมีความผิด ค. จะลงโทษผู้กระทาผิดหนักกว่าโทษที่กฎหมายกาหนดไว้ไม่ได้ ง. ก่อนมีคาพิพากษาว่าบุคคลใดได้กระทาความผิดปฏิบัติ ต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทาความผิดมิได้ 27. เราสามารถปฏิเสธการตรวจค้นบ้านจากตารวจได้ หากเขาไม่มีหมายค้นแสดงต่อเราก่อน ถือว่าเรามีเสรีภาพในข้อใด ก. เสรีภาพในชีวิตร่างกาย ข. เสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ ค. เสรีภาพในเคหสถาน ง. เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น 28. การกระทาข้อใด ไม่ขัด ต่อสิทธิเสรีภาพแห่งรัฐธรรมนูญ ก. การเนรเทศผู้มีเชื่อชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร ข. การห้ามผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร ค. การเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน ง. การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง 29. บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่ากี่ปี ก. 6 ปี ข. 10 ปี ค. 12 ปี ง. 16 ปี 30. การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทาได้เฉพาะเพื่อการใดเท่านั้น ก. การอันเป็นสาธารณูปโภคและการผังเมือง ข. การอันจาเป็นในการป้องกันประเทศ และการปฏิรูปที่ดิน ค. การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาการเกษตร หรืออุตสาหกรรม ง. ถูกทุกข้อ 31. การจากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพกระทาได้เฉพาะเพื่อการใด ก. การรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเศรษฐกิจของประเทศ ข. การคุ้มครองประชาชนด้านสาธารณูปโภคการคุ้มครองผู้บริโภค
  • 58.
    58 ค. การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ง.ถูกทุกข้อ 32. ผู้ใดไม่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ก. เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแล ข. ผู้มีอายุเกิน 60 ปี บริบูรณ์ และมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ ค.ผู้พิการทุพพลภาพ ง. ถูกทุกข้อ 33. สิทธิของบุคคลในชุมชนเกี่ยวกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ข้อใดที่รัฐธรรมนูญ มิได้บัญญัติไว้ ก. การมีส่วนร่วมในการบารุงรักษา ข. การฟ้องหน่วยราชการที่ดาเนินโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ค. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างอิสระ ง. สิทธิฟ้องร้ององค์กรของรัฐที่ทาให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม 34. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ ก. รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ เว้นแต่ประเทศที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน ข. รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ค. รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด ง. รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองระบบสหกรณ์ 35. ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นองค์กรประเภทใด ก. หน่วยงานของรัฐ ข. องค์กรอิสระตามกฎหมาย ค. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ง. องค์กรในทางรัฐสภา 36. ข้อใดไม่ใช่แนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ ก. แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ ข. แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ค. แนวนโยบายด้านพลังงาน ง. แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน 37. ประธานรัฐสภามาจากข้อใด ก. ประธานองคมนตรี ข. ประธานวุฒิสภา ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ง. ถูกทุกข้อ 38. รัฐธรรมนูญปัจจุบันกาหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนกี่คน ก. 40 คน ข. 80 คน ค. 100 คน ง. 120 คน 39. การเลือกตั้งแบบสัดส่วนกาหนดเขตเลือกตั้งไว้กี่กลุ่ม ก. 4 กลุ่ม ข. 8 กลุ่ม ค. 10 กลุ่ม ง. 12 กลุ่ม 40. รัฐธรรมนูญปัจจุบันกาหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจานวนกี่คน ก. 200 คน ข. 400 คน ค. 480 คน ง. 630 คน 41. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัด ก. ใช้จานวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง ข. ใช้จานวน 400 เป็นตัวหาร ค. จังหวัดที่ไม่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อ สส. หนึ่งคน มี สส. ได้หนึ่งคน ง. จังหวัดที่มี สส. 2 คนขึ้นไปจะต้องแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดอย่างน้อยเป็น 2 เขต จง ถูกทุกข้อ 42. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ใน .... ก. วันประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ข.วันเลือกตั้ง
  • 59.
    59 ค. วันเกิด ง.วันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง จ. วันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง 43. เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง จะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในกาหนดเท่าใด ก. 45 วัน ข. 60 วัน ค. 90 วัน ง. 120 วัน จ. 150 วัน 44. หลังยุบสภาต้องเลือกตั้งใหม่ภายในกี่วันนับแต่วันยุบสภานั้น ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน ง. 60 วัน จ. 90 วัน 45. วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปต้องตราเป็น …… ก. พระราชกาหนด ข.พระราชบัญญัติ ค. พระราชกฤษฎีกา ง. ประกาศพระบรมราชโองการ จ. กฎกระทรวง 46. ใครเป็นผู้จัดทาบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก. กรรมการการเลือกตั้ง ข. กรมการปกครอง ค. กระทรวงมหาดไทย ง. พรรคการเมือง จ. กลุ่มสมาชิกพรรคการเมือง 47. เขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ให้ถือเขตเลือกตั้งอย่างไร ก. ให้ถือเขตภูมิภาคเป็นเขตเลือกตั้ง ข. ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ค. ให้ถือเขตอาเภอเป็นเขตเลือกตั้ง ง. ให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จ. ให้ถือตามการจัดกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง 48. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับเลือกตั้งแบบสัดส่วน ก. พรรคการเมืองต้องส่งครบทุกเขตเลือกตั้ง ข. พรรคการเมืองจะส่งเพียงบางเขตเลือกตั้งก็ได้ ค. ในแต่ละเขตเลือกตั้งจะมีจานวน สส. เท่าใดขึ้นอยู่กับจานวนประชากรในเขตเลือกตั้งนั้น ง. พรรคการเมืองที่จะได้คะแนนน้อยกว่าร้อย 10 จะไม่นามารวมคานวณจานวน สส. จ .ถูกทุกข้อ 49. การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละกี่คน ก. 1 คน ข. 2 คน ค. 3 คน ง. เท่าจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น จ. ไม่เกินจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น 50. ข้อใดกล่าว ผิด เกี่ยวกับจานวนสมาชิกภาผู้แทนราษฎร ก. จังหวัดใดราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 1 คน ข. จังหวัดใดราษฎรเกินเกณฑ์ 1 คน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1 คน ค. ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1 คน ทุกจานวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จานวนราษฎรต่อสมาชิก 1 คน ง. ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบ 400 คน จังหวัดใดเหลือเศษมากที่สุดให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อีก 1 คน และใช้วิธีนี้เพิ่มกับจังหวัดลาดับถัดไปจนครบ 400 คน 51. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ก. จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 1 คน ให้ ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ข. จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 2 คน ให้ ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ค. จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งมีจานวนเท่ากับจานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี ง. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่า 1 เขต ต้องแบ่งพื้นที่แต่ละเขตให้ติดต่อกันและให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใกล้เคียงกัน
  • 60.
    60 52. ใคร ไม่มีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ก. กานดาแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทยมาแล้ว 4 ปี ข. สากลมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วรวม 60 วัน ค. มนต์ชัยมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ ในวันที่ 1 มกราคม ของปีเลือกตั้ง ง. ไม่มีสิทธิเลือกทุกคน 53. ผู้ใดจะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ยกเว้น ก. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ข. มีอายุไม่ต่ากว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง ค. มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ง. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วัน 54. ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรมีกาหนดคราวละกี่ปี ก. 3 ปี ข. 4 ปี ค. 5 ปี ง. 6 ปี 55. สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริมตั้งแต่เมื่อใด ก.วันเลือกตั้ง ข. วันประกาศผลการเลือกตั้ง ค. วันรายงานตัวต่อตัวสภาผู้แทนราษฎร ง. วันแรกที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 56. ข้อใดถือว่าสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ก. ขาดประชุมเกิน 1 ใน 4 ของจานวนวันประชุมในสมัยที่ประชุมที่กาหนดเวลา ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภา ข. ถูกจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก ยกเว้นได้รับการรอการลงโทษ ค. พรรคเดิมที่ตนสังกัดอยู่ถูกยุบและไม่อาจเป็นสมาชิกพรรคอื่นได้ภายใน 120 วัน ง. ถูกทุกข้อ 57. พรรคการเมืองที่จะได้เสียงข้างมากในสภา ผู้แทนราษฎร ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดจานวนอย่างน้อยที่สุด ก. 201 เสียง ข. 241 เสียง ค. 2581 เสียง ง. 316 เสียง 58. หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะเป็นผู้นาฝ่ายค้านในสภาต้องมี สมาชิกไม่น้อยกว่าเท่าใดของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าทีมีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎร ก. 1 ใน 3 ข. 1 ใน 4 ค. 1 ใน 5 ง. 2 ใน 5 59. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากี่คนของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะถือ ว่าครบ องค์ประชุม ก. 1 ใน 3 ข. กึ่งหนึ่ง ค. 2 ใน 3 ง. 3 ใน 4 60. การประชุมครั้งแรกนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องจัดให้มีการประชุมภายในกี่วัน ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค. 30 วัน ง. 45 วัน 61. สมาชิกวุฒิสภามีจานวนทั้งสิ้นเท่าใด ก. 150 คน ข. 200 คน ค. 250 คน ง. 300 คน 62. สมาชิกวุฒิสภามีที่มาจาก ก. การแต่งตั้ง ข. การเลือกตั้ง ค. การเลือกตั้งและสรรหา ง. ถูกทุกข้อ 63. วุฒิสมาชิกต้องมีอายุไม่ต่ากว่ากี่ปี ก. 25 ปี ข. 30 ปี ค. 35 ปี ง. 40 ปี 64. อายุของวุฒิสมาชิกมีกาหนดคราวละกี่ปี ก. 2 ปี ข. 4 ปี ค. 6 ปี ง. 8 ปี 65. เมื่อวาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลงต้องกาหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในกี่วัน ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน
  • 61.
    61 66. สมัยประชุมสามัญ ของรัฐสภาสมัยหนึ่งๆมีกาหนดกี่วัน ก.60 วัน ข. 90 วัน ค. 120 วัน ง. 150 วัน 67. ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิงสภารวมกัน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจานวนไม่น้อย กว่า หนึ่งในสามของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เข้าชื่อร้องขอให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการ ประชุม สมัยวิสามัญ ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในการเรียกประชุมรัฐสภา คือ ก.ประธานรัฐสภา ข. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ค. นายกรัฐมนตรี ง. ประธานองคมนตรี 68. การเลือกตั้ง การเปิดสมัยประชุมสภา และการยุบสภา ต้องตราเป็น ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกาหนด ค. พระราชกฤษฎีกา ง. พระบรมราชโองการ 69. คณะกรรมการเลือกตั้งมีกี่คน ก. 4 คน ข. 5 คน ค. 7 คน ง. 10 คน 70.กรรมการการเลือกตั้ง มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี ก. 4 ปี ข. 5 ปี ค. 6 ปี ง. 7 ปี 71. ข้อใด มิใช่ อานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก. สั่งให้พนักงานของรัฐวิสาหกิจปฏิบัติการทั้งหลายอัน ตาเป็นตามกฎหมาย ข. ประกาศผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ค. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ง. สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทาความผิดทางอาญาบริเวณเขตเลือกตั้ง 72. องค์การตามรัฐธรรมนูญ ในข้อใดทีมีสถานะต่างไปจากข้ออื่น ก. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ง. คณะกรรมาการตรวจเงินแผ่นดิน 73. ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้น กาหนดให้องค์การอัยการมีฐานะเป็นอย่างไร ก. ส่วนราชการไม่สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี ข. ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ค. หน่วยงานภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการตุลาการ ง. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ 74. ร่างพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ ก. โดยคาแนะนาและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ข. โดยการลงพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ค. โดยคาแนะนาและยินยอมของรัฐสภา ง. โดยคาแนะนาและยินยอมของวุฒิสภา 75. ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้โดย ก. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข. สมาชิกวุฒิสภา ค. คณะรัฐมนตรี ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ค. 76. พระราชบัญญัติจะมีผลบังคับเป็นกฎหมายได้เมื่อ ก. พระมากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ข. ได้ประกาศโดยเปิดเผยทางสื่อมวลชนแล้ว ค. รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 77. เมื่อร่างพระราชบัญญัติได้รับความเห็นชอบจากสภาแล้วนายกรัฐมนตรีต้องนาขึ้นทูลเกล้าฯภายในกี่วัน ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค. 20 วัน ง. 30 วัน 78. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินได้ต่อเมื่อ
  • 62.
    62 ก. หัวหน้าพรรคการเมืองของตนมีคารับรอง ข.มีคารับรองของประธานสภาผู้แทนราษฎร ค. มีคารับรองของประธานวุฒิสภา ง. มีคารับรองของนายกรัฐมนตรี 79. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ต่อเมื่อ ก. พรรคการเมืองที่ตนสังกัดมีมติให้เสนอได้ ข. ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 20 คนรับรอง ค. วุฒิสภาให้การรับรองแล้ว ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข. 80. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธ ศักราช 2550 กาหนดให้ประชาชนเสนอให้มีการถอดถอนผู้ดารง ตาแหน่งระดับสูง โดยต้องมีประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจานวนไม่น้อยกว่าเท่าใดเข้าชื่อร่วมกัน ก. หนึ่งหมื่นคน ข. สองหมื่นคน ค. ห้าหมื่นคน ง. หกหมื่นคน 81. วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนเสนอมาให้แล้วเสร็จภายในกาหนดกี่วัน ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน 82. วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยเงิน ภายในกี่วัน ก. 30 วัน ข. 45 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน 83. การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อเสนอญัตติ ไม่น้อยกว่า เท่าใดของจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ก. 1 ใน 3 ข. 2 ใน 3 ค. 1 ใน 5 ง. 2 ใน 5 84. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กาหนดให้วุฒิสภาใช้วิธีการใดควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก. การตั้งกระทู้ถาม ข. การเปิดอภิปรายทั่วไป ค. การควบคุมโดยคณะกรรมาธิการ ง. ถูกทุกข้อ 85. การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต้องมีจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าเท่าใด ของ สมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อกัน ก. 1 ใน 3 ข. 1 ใน 4 ค. 1 ใน 5 ง. 1 ใน 6 86. สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเข้าชื่ออภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ต้องมีจานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าใด ก. 1 ใน 3 ข. 1 ใน 4 ค. 1 ใน 5 ง. 1 ใน 6 87. กรณีใดที่รัฐสภา ต้องประชุมร่วมกัน ก. การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ข. การเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐบาล ค. การให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ ง. ถูกทุกข้อ 88. ผู้ตรวจการแผ่นดินมีได้ไม่เกินกี่คน และ อยู่ในวาระคราวละกี่ปี ก. ไม่เกิน 2 คน – วาระละ 2 ปี ข. ไม่เกิน 3 คน – วาระละ 6 ปี ค. ไม่เกิน 4 คน – วาระละ 4 ปี ง. ไม่เกิน 5 คน – วาระละ 5 ปี 89. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีกี่คน และอยู่ในตาแหน่งคราวละกี่ปี ก. 6 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 3 ปี ข. 7 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 6 ปี ค. 8 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 3 ปี ง. 9 คนอยู่ในตาแหน่งคราวละ 6 ปี 90. รัฐธรรมนูญปัจจุบันกาหนดให้มีคณะรัฐมนตรีไม่เกินกี่คน ก. 35 คน ข. 36 คน ค. 38 คน ง. 48 คน 91. เมื่อเรียกประชุมสภาเป็นครั้งแรกแล้วต้องตั้งนายกรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน ก. 7 วัน ข. 30 วัน ค. 30 วัน ง. 60 วัน
  • 63.
    63 92. การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต้องมีผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่ากี่คนของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ก. 1ใน 5 ข. 2 ใน 3 ค. 2 ใน 5 ง. 3 ใน 4 93. รัฐมนตรีจะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครบกาหนดกี่วันนับถัดจากวันที่มีบรมราชโองการ ก. 15 วัน ข. 20 วัน ค. 30 วัน ง. ไม่มีข้อใดถูก 94. รัฐมนตรีต้องมีอายุไม่ต่ากว่ากี่ปี ก. 25 ปี ข. 35 ปี ค. 40 ปี ง. 45 ปี 95. นับแต่วันเข้ารับหน้าที่คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายในกี่วัน ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค. 18 วัน ง. 21 วัน 96. ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ก. ต้องเป็นเรื่องกระทบต่อผลประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน ข. ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติ ค. หากเกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะกระทามิได้ ยกเว้นคณะบุคคล ง. นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจปรึกษาสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา เพื่อให้มีการลง ประชามติ 97. ประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ต้องมีคุณสมบัติแอย่างไร ก. เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข. ต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ค. ต้องไม่เคยต้องโทษในคดีอาญา ง. ถูกทุกข้อ 98. โดยทั่วไป กรณีใดถือว่าประชาชนเห็นชอบด้วยกับเรื่องที่ออกเสียงประชามตินั้น ก. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่า 1 ใน 3 ของจานวนผู้มีสิทธิ ข. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนผู้มีสิทธิ ค. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่า 1 ใน 3 ของจานวนผู้มาใช้สิทธิ ง. มีผู้ออกเสียงเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนผู้มาใช้สิทธิ 99. องค์กรใดที่มีอานาจหน้าที่สืบสวนสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับ การออกเสียงประชามติ ก. ศาลรัฐธรรมนูญ ข. ศาลปกครอง ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ง. คณะรัฐมนตรี 100. ผู้มีอานาจในการประกาศใช้และยกเลิกกฎอัยการศึกตามกฎหมายคือใคร ก. พระมหากษัตริย์ ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานวุฒิสภา ง. นายกรัฐมนตรี 101. ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตั้งรัฐมนตรี คือ ก. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ข. ประธานรัฐสภา ค. ประธานองคมนตรี ง. นายกรัฐมนตรี 102. ตามรัฐธรรมนูญไทยปัจจุบัน กฎหมายใดคือกฎหมายที่รัฐบาลสามารถประกาศใชบังคับได้เองในทันที แต่ต้องมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในภายหลัง ก. พระราชกฤษฎีกา ข. พระบรมราชโองการ ค. พระราชกาหนด ง. พระราชบัญญัติในภาวะ ฉุกเฉิน 103. การออกกฎหมายโดยฝ่ายบริหารกรณีที่มีความจาเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ คือข้อใด ก. พระบรมราชโองการ ข. พระราชกาหนด ค. พระราชบัญญัติ ง. พระราชกฤษฎีกา 104. การเสนอกฎมายโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีจานวนไม่น้อยกว่า
  • 64.
    64 ก. 10,000 คนข. 20,000 คน ค. 40,000 คน ง. 50,000 คน 105. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้อดงกระทู้ถามด้วยวาจาในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินได้เรื่องละไม่เกิน ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง ค. 3 ครั้ง ง. ไม่จากัดจานวนครั้ง 106. ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยปรานและตุลาการอื่นรวมกี่คน ก. 7 คน ข. 9 คน ค. 11 คน ง. 13 คน 107. ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลรัฐธรรมนูญต้องมีกายุไม่ต่ากว่ากี่ปี ก. 35 ปี ข. 40 ปี ค. 45 ปี ง. 50 ปี 108. องค์คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง มีจานวนกี่คน ก. 5 คน ข. 7 คน ค. 9 คน ง. 11 คน 109. อานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง ร.ท. น้อย กับ ป้าส้มลิ้ม แม่ค้าขายปลาสดเรือ่งหมิ่นประมาท เป็นอานาจ ก. ศาลยุติธรรม ข. ศาลปกครอง ค.ศาลรัฐธรรมนูญ ง. ศาลทหาร 110. พนักงานไฟฟ้าปักเสาไฟฟ้าทาให้บ้านยายสาย ได้รับความเสียหาย ยายสายควรไปขอความเป็นธรรมจากศาลใด ก. ศาลยุติธรรม ข. ศาลปกครอง ค.ศาลรัฐธรรมนูญ ง. ศาลทหาร 111. คาสั่งยุบพรรคการเมืองกระทาโดย ก. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ข. ศาลยุติธรรม ค. ศาลปกครอง ง. ศาลรัฐธรรมนูญ 112.ในกรณีที่ไม่มีบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ได้กาหนดให้ใช้วิธีการใด ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก. ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข. เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือรัฐสภาที่จะดาเนินการพิจารณาสร้างบรรทัดฐานขึ้นใหม่ ค. ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ง. ให้กรณีดังกล่าวเป็นโมฆะ ไม่สามารถดาเนินการใดๆ ต่อไปได้ 113.ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติการใดๆ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบหรือความเหมาะสมในการใช้อานาจรัฐ องค์กรใดมีอานาจเสนอเรื่องพร้อมกับความเห็นต่อศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ก. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ข. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ค. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน 114. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ก. สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ 2 ปี ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ค.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนเท่านั้น ง.คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จะเป็นข้าราชการซึ่งมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา พนักงานหรือลูกจ้าง ของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมิได้ 115. ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการกากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • 65.
    65 ก. ต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม ข. ต้องทาเท่าที่จาเป็นตามที่กฎหมายบัญญัติ ค.ต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ง. นโยบายของรัฐไม่จาเป็นต้องคานึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นโดยเฉพาะในการจัดตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ 116. หลักสาคัญของการจัดการปกครองท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก. จะต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารมาจากการเลือกตั้งตามกาหนดเวลา ข. สมาชิกสภาและคณะผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งเป็นหลัก ถ้าจาเป็นต้องมีสมาชิกประเภทแต่งตั้ง จะต้อง มีจานวนน้อยกว่าที่มาจารกการเลือกตั้ง ค.ให้มีสมาชิกสภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง ผสมกับสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อประสานประโยชน์ระหว่าง ราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ง. ให้จัดการกระจายอานาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองมากที่สุดทั้งระดับ จังหวัด อาเภอ และตาบล 117. สมาชิกสภาท้องถิ่น มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี 118. ในรัฐธรรมนูญกาหนดให้มีองค์กรใดในการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบ คุ้มครองคุณธรรม ก. คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่น ข. คระกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น ค. องค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรม ง. องค์กรคุ้มครองข้าราชการส่วนท้องถิ่น 119. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กาหนดให้องค์กรใดมีอานาจถอดถอนผู้ดารงตาแหน่ง ระดับสูง กรณีมีพฤติการณ์ร่ารวยผิดปกติ หรือส่อไปในทางทุจริต ก. รัฐสภา ข. สภาผู้แทนราษฎร ค. วุฒิสภา ง. ศาลรัฐธรรมนูญ 120. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีจานวนกี่คน ก. 6 คน ข. 7 คน ค. 8 คน ง. 9 คน 121. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี ก. 4 ปี ข. 6 ปี ค. 9 ปี ง. 11 ปี 122. อานาจพิจารณาพิพากษาข้าราชการการเมือง ผู้ถูกกล่าวหาว่า ร่ารวยผิดปกติอยู่ในอานาจของศาลใด ก.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ข. ศาลรัฐธรรมนูญ ค. ศาลปกครองสูงสุด ง. ประธานศาลฎีกา 123. การถอดถอนข้าราชการการเมืองชั้นผู้ใหญ่ออกจากตาแหน่งได้นั้นประชานก็มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาได้ แต้ต้องรวมกันไม่น้อยกว่ากี่คน ก. 20,000 คน ข. 30,000 คน ค. 40,000 คน ง. 50,000 คน 124. การออกเสียงลงคะแนนในการพิจารณาแก้ไข ในรัฐธรรมนูญ จะต้องได้คะแนนเสียง ก. มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนสมาชิกรัฐสภา ข. มากกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ ค. สองในสามของจานวนสมาชิกรัฐสภา ง. สองในสามของจานวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่
  • 66.
    66 เฉลยชุดที่ 1 1. ข2. ค 3. ง 4. ก 5. ง 6. ค 7. ง 8. ข 9. ข 10. ก 11. ค 12. ง 13. ง 14. ค 15. ค 16. ง 17. ข 18. ค 19. ค 20. ข 21. ค 22. ก 23. ค 24. ก 25. ข 26. ข 27. ค 28. ง 29. ค 30. ง 31. ง 32. ข 33. ค 34. ก 35. ค 36. ค 37. ค 38. ข 39.ข 40. ค 41. ง 42. ง 43. ก 44. ค 45. ค 46. ง 47. จ 48. ข 49. ง 50. ข 51. ค 52. ง 53. ค 54.ข 55. ก 56. ก 57. ข 58. ค 59. ข 60. ค 61. ก 62. ค 63. ค 64. ค 65. ก 66. ค 67. ก 68. ค 69. ข 70. ง 71. ง 72.ก 73. ง 74. ค 75. ง 76. ง 77. ค 78. ง 79. ข 80. ข 81. ค 82. ก 83. ค 84. ง 85. ง 86. ก 87. ง 88. ข 89. ข 90. ข 91. ข 92. ก 93. ง 94. ข 95. ข 96. ค 97. ก 98. ข 99. ค 100. ก 101. ง 102. ค 103. ข 104. ก 105. ค 106. ข 107. ค 108. ค 109. ก 110. ข 111. ง 112. ค 113. ง 114. ง 115. ง 116. ก 117.ค 118. ค 119. ค 120. ง 121. ค 122. ก 123. ก 124. ข 125. ง 126. ง 127. ข 128. ง 129. ง 130. ง 131. ง 132. ก 133. ค 134. ง 135. ง 136. ค 137. ข 138. ง