 อินเทอร์เน็ตเกิดในปี ค.ศ.1969(พ.ศ.2512) จากการเกิดเครือข่าย
  ARPANET (Advanced Research Projects
  Agency Network ) ซึงเป็ นเครือข่ายสานักงานโครงการวิจย
                               ่                              ั
  ขันสูงของกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวตถุประสงค์
      ้                                                  ั
  หลักของการสร้างเครือข่าย เพือให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อและมี
                                 ่
  ปฏิสมพันธ์กนได้ เครือข่าย ARPANETถือเป็ นเครือข่ายเริมแรก
        ั     ั                                            ่
                                                     ั ั
  ซึงต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็ นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปจจุบน
    ่
 1. สมาคมอินเทอร์เน็ตหรือไอซ็อก (ISOC : Internet Society) เป็ นองค์กร
  ระหว่างประเทศไม่มงเน้นผลกาไรและมีนโยบายสนับสนุ นการใช้อนเทอร์เน็ต
                      ุ่                                 ิ
 2. ไอเอบี (IAB : Internet Architecture Board) มีหน้าทีผลักดันและ
                                                                 ่
  ดูแลพัฒนาการด้านเทคนิคของอินเทอร์เน็ตให้กบไอซ็อก
                                           ั
 3. ICANN (Internet Cooperation for Assigned Names
  and Number) อ่านว่า ไอแคน เป็ นองค์กรทีมหน้าทีบริหารทรัพยากรโดเมนและ
                                             ่ ี       ่
  จัดสรรค่าไอพี หน้าทีสวนหนึ่งของ ICANN ยังมอบอานาจให้ศนย์สารสนเทศ
                         ่่                                ู
  เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทีแบ่งออกไปตามภูมภาพทาหน้าทีดแลการจัดสรรแอดเดรสและ
                            ่           ิ          ่ ู
  บริหารโดเมน ได้แก่
- ARIN (American Registry for Internet Numbers) ทา
หน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาและแคนาดา
      ่
     - RIPE (Reseaux IP Europeens Network Coordination
Center) ทาหน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป
                     ่
     - APNIC (Asia Pacific Network Information Center)
ทาหน้าทีดแลแถบเอเชีย-แปซิฟิก ซึงผูให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยหรือ ISP
          ่ ู                   ่ ้
(Internet Service Provider) นันไม่วาจะเป็ น CATTelecom, TOT,
                                           ้  ่
True หรือ 3BB ก็ตองถูกจัดสรรค่า IP Address และ Domain จาก
                       ้
APNIC เป็ นอันดับแรกก่อน
    - AfriNIC (African Network Information Center) ทา
หน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มประเทศทวีปแอฟริกา
        ่
    - LACNIC (Latin America and Caribbean Network
Information Center) จะทาหน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มลาตินเมริกาและแถบ
                                         ่
ทะเลแคริบเบียน
 เลขทีอยูไอพี (IP Address) คือหมายเลขทีใช้ในระบบเครือข่ายที่
       ่ ่                              ่
  ใช้โพรโทคอลอินเทอร์เน็ต (IP) คล้ายกับหมายเลขโทรศัพท์ แต่มเี ลข
  จานวน 32 บิต โดยการเขียนจะแบ่งเป็ น 4 ชุด แต่ละชุดจะใช้
  เลขฐานสองจานวน 8 บิต ซึงโดยทัวไปแล้ว ผูคนส่วนใหญ่จะคุนเคย
                           ่      ่           ้              ้
  กับระบบเลขฐานสิบ จึงมักแสดงผลโดยการใช้เลขฐานสิบจานวน 4 ชุด
  ซึงแสดงถึงหมายเลขเฉพาะของเครืองนันสาหรับการส่งข้อมูลภายใน
    ่                               ่ ้
  เครือข่าย โดยหมายเลยไอพีน้ีมไว้เพือให้ผสงรูวาเครืองของผูรบคือใคร
                              ี ่        ู้ ่ ้ ่ ่       ้ั
       ้ั         ้ ่ ้่                          ่ี   ั ั
  และผูรบสามารถรูได้วาผูสงคือใคร หมายเลขไอพีทใช้ในปจจุบนมี 2
  ประเภท ได้แก่
 1. IP Version 4 (IPv4) เป็ นเลข 32 บิต ระบุเลขไอพีได้ตงแต่ 0.0.0.0
                                                        ั้
   ถึง 255.255.255.255 (บางตัวเป็ นไอพีสงวนไว้สาหรับหน้าทีเฉพาะ เช่น
                                                             ่
   127.0.0.0 IPv4 นี้สามารถจาแนกได้เป็ น 2 แบบ ได้แก่
       - ไอพีสวนตัว (Private IP) มีไว้สาหรับใช้งานภายในองค์กรเท่านัน ไม่
              ่                                                         ้
ว่าองค์กรนันจะมีขนาดใหญ๋หรือเล็กเพียงใดก็ตาม
           ้
       - ไอพีสาธารณะ (Public IP) มีไว้สาหรับให้แต่ละองค์กรแต่ละบุคคล
ต่างก็สามารถเชื่อมต่อเข้าหากัน รับส่งข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายสาธารณะได้
 2. IP Version 6 (IPv6) ถูกสร้างขึนมาด้วยจุดประสงค์หลักในการ
                                             ้
        ั
   แก้ปญหาการขาดแคลนจานวนหมายเลขไอพีใน IPv4 ซึงในมาตรฐานของ่
   IPv6 นี้จะใช้ระบบเลข 128 บิต ในการระบุหมายเลขไอพี
 หมายถึงชือทีใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์เพือไปค้นหาในระบบ
          ่ ่                         ่
 Domain Name System เพือระบุถงไอพีแอดเดรส
                                    ่      ึ
 ของชือนันๆ โดเมนเนมเป็ นชือทีตงขึนเพือให้งายต่อการจดจา
        ่ ่                 ่ ่ ั้ ้ ่ ่
 เนื่องจากไอพีแอดเดรสนันจดจาได้ยากกว่าและเมือการ
                       ้                         ่
 เปลียนแปลงไอพีแอดเดรส ผูใช้ไม่จาเป็ นต้องรับรูหรือจดจาไอ
      ่                   ้                    ้
 พีแอดเดสรใหม่ สาหรับการจดทะเบียนชือโดเมน ในทีน้ีขอ
                                      ่            ่
 จาแนกเป็ น 2 ประเภท คือ
 1. การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ
     - .com ใช้ทาเว็บไซต์ของบริษท ห้างร้าน รวมทังเว็บไซต์สวนตัว
                                   ั              ้       ่
     - .net ใช้ทาเว็บไซต์เกียวกับระบบเน็ตเวิรคของคอมพิวเตอร์ หรือเว็บไซต์บริการ
                            ่                ์
อินเทอร์เน็ต
     - .org ใช้ทาเว็บไซต์ของส่วนราชการ
 2. การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ
     - .co.th ใช้ทาเว็บไซต์ของบริษท ห้างร้านโดยทัวไป
                                     ั              ่
     - .or.th ใช้ทาเว็บไซต์สวนราชการ องค์กร
                              ่
     - .ac.th ใช้ทาเว็บไซต์ของสถานศึกษาต่างๆ
     - .go.th ใช้ทาเว็บไซต์ของส่วนราชการของประเทศไทย โดยปกติจะเป็ นองค์กร
ขนาดใหญ่
     - .in.th ใช้ทาเว็บไซต์ของบุคคลธรรมดาทัวไป ่
1. ความยาวไม่เกิน 63 ตัวอักษร
2. สามารถใช้ตวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข หรือเครืองหมายขีด
               ั                              ่
(-) ได้
3. ตัวอักษรภาษาอังกฤษใช้ตวเล็กหรือตัวใหญ่กได้
                            ั             ็
4. ห้ามใช้เครืองหมายขีด (-) นาหน้าชือ domain
             ่                     ่
5. ห้ามเว้นวรรคในชือโดเมน
                   ่
 คือโปรแกรมทีชวยในการสืบค้นข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอินเทอร์เน็ตโดย
              ่ ่
  ครอบคลุมทังข้อความ รูปภาพ ภาคเคลื่อนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูล
              ้
  บุคคล กลุ่มข่าว และอื่นๆ ซึงแตกต่างกันไป แล้วแต่โปรแกรมหรือผูให้บริหารแต่
                            ่                                      ้
  ละราย ระบบค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคาสาคัญทีผใช้ป้อนเข้าไป
                                                              ่ ู้
                                  ่ี ิ   ้             ้       ั ั
  จากนันก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ทคดว่าผูใช้น่าจะต้องขึนมาในปจจุบน ระบบ
       ้
  ค้นหาข้อมูลบางชนิด เช่น กูเกิล (Google) จะบันทึกประวัตการค้นหาและ
                                                            ิ
  การเลือกผลลัพธ์ของผูใช้ไว้ดวย และจะนาประวัตทบนทึกไว้นนมาช่วยกรอง
                        ้     ้                 ิ ่ี ั   ั้
  ผลลัพธ์ในการค้นหาครังต่อไป
                          ้
 1. Keyword Index การค้นหาข้อมูลโดยการค้นจากข้อความในเว็บเพจทีได้ผานการสารวจ
                                                               ่ ่
  มาแล้ว จะอ่านข้อความ ข้อมูลอย่างน้อยๆ ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจนัน วิธคนหา
                                                                                     ้ ี ้
  ของ Search Engine ประเภทนี้จะให้ความสาคัญกับการเรียงลาดับข้อมูลก่อน-หลัง และความถี่
  ในการนาเสนอข้อมูลนัน การค้นหาข้อมูลโดยวิธการนี้จะมีความรวดเร็วมาก แต่มความละเอียดในการ
                        ้                     ี                              ี
  จัดแยกหมวดหมูของข้อมูลค่อนข้างน้อย เนื่องจากไม่ได้คานึงถึงรายละเอียดของเนื้อหาเท่าทีควร
                  ่                                                                    ่
 2. Subject Directories การจาแนกหมวดหมูขอมูล Search Engine ประเภทนี้ จะ
                                                      ่ ้
  จัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื้อหา รายละเอียดของแต่ละเว็บเพจว่ามีเนื้อหาเกียวกับอะไร โดยการจัดแบ่ง
                                                                          ่
  นี้จะให้แรงงานคนในการพิจารณาเว็บเพจ ซึงทาให้การจัดหมวดหมูขนอยูกบวิจารญาณของคนจัด
                                          ่                      ่ ้ึ ่ ั
  หมวดหมูแต่ละคนว่าจะจัดเก็บข้อมูลนันๆ อยูในเครือข่ายข้อมูลอะไร
            ่                         ้     ่
 3. Metasearch Engines จุดเด่นของการค้นหาด้วยวิธการนี้ คือ สามารถเชือมโยงไปยัง
                                                               ี                   ่
  Search Engine ประเภทอืนๆ และยังมีความหลากหลายของข้อมูล แต่การค้นหาด้วยวิธการนี้ม ี
                                  ่                                                      ี
  จุดด้อยคือวิธการนี้จะไม่ให้ความสาคัญกับขนาดของตัวอักษรและมักจะไม่รองรับประเภท Natural
               ี
  Language (ภาษาพูด
1.กูเกิล (Google)
2.ยาฮู(Yahoo)
3.เอ็มเอสเอ็น(MSN หรือ Bing)
4. เอโอแอล(AOL)
5.อาส์ก(Ask)
     ่ ู้
6.ไปต(Baidu)ระบบค้นหาข้อมูลของประเทศจีน
7.Cuil
8.ยานเดกซ์(Yandex)ระบบค้อหาข้อมูลของรัสเซีย
 1. การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์เป้าหมาย
    วิธคนหาเฉพาะเจาะจงเว็บไซต์เป้าหมายโดยกาหนด site: ชือ URL เช่น ถ้าผูใช้ตองการ
         ี ้                                                  ่                   ้ ้
หาเว็บเกียวกับการสอบ admission ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้พมพ์ admission
             ่                                                          ิ
site:www.tu.ac.th
 2. การค้นหา Link ต่างๆ ในเว็บไซต์เป้าหมาย
    เมือเราต้องการค้นหาว่าในเว็บไซต์ทเี่ ราสนใจนันมีความเกียวข้องสัมพันธ์กบเว็บอื่นๆ หรือไม่
       ่                                         ้         ่              ั
ก็สามารถทาได้โดยการค้นหาดังนี้ ให้พมพ์ link: ชือ URL เช่น link:www.tu.ac.th
                                    ิ              ่
 3. การค้นหาชนิดของนามสกุลของไฟล์
    เราใช้คาค้นหาได้ดงนี้ filetype:ชือ นามสกุลไฟล์ เช่น หากต้องการค้นหา filetype
                     ั                   ่
ชนิดของ Microsoft Powerpoint 2007 ให้พมพ์ filetype:pptxิ
 4. การค้นหาอดีตทีเคยปรากฏของเว็บไซต์หรือข้อมูลบนเว็บไซต์เป้าหมาย ใน
                   ่
  Google สามารเก็บ Cached ของเว็บทีจะเข้าชมไว้ได้ ประโยชน์ของ google
                                                 ่
  cache คือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บไซต์ทอาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลทีได้จะเป็ น
                                            ่ี                          ่
  ข้อมูลก่อนถูกลบ
 5. การค้นหา E-mail ของหน่ วยงานหรือเว็บไซต์เป้าหมาย การค้นหาประเภทนี้จะ
  ทาให้เราได้รายชือของ E-mail หน่วยงานนันๆ ซึงอาจเป็ นชือพนักงานคนหนึ่ง
                    ่                              ้   ่     ่
  หรือชือกลุม E-mail ของหน่วยงานหรือชือผูตดต่อเว็บไซต์นนๆ โดยใช้การค้นหา
        ่ ่                                ่ ้ ิ             ั้
  ว่า @ ตามด้วยชือเว็บไซต์หน่วยงาน ยกตัวอย่างเช่น @mict.go.th
                  ่
 6. การค้นหาอื่นๆ ทีเป็ นประโยชน์ การใช้เครืองมือคาพูดได้ระหว่างคาทีเราต้องการ
                      ่                        ่                     ่
  ค้นหาเฉพาะก็จะทาให้การค้นหานันเจาะจงมากขึน เช่น ค้นหาคาว่า “Social
                                   ้                 ้
  Media” ก็จะค้นหาเฉพาะคาทีเขียนแบบนี้โดยเฉพาะ
                                 ่
 1. ค้นหาดูเฉพาะ Title ของเว็บไซต์
เทคนิคการค้นหาดูเฉพาะ Title จะใช้คาว่า intitle: ตามด้วยชื่อข้อความที่
ต้องการดู title วิธน้ีจะนิยมใช้กบการค้นหาข้อมูลเชิงลึกโดยเรียกว่า google
                   ี            ั
hack
 2. การค้นหา Password โดยใช้ google
เทคนิคการค้นหา Password นันจะใช้คาว่า filetype:lop
                                  ้
inurl:”password.log” จะพบ password.log ทีเกิดขึนใน web    ่ ้
server
 1. การค้นหาชื่อบุคคล สามารถทาได้โดยค้นหาจาก
      - ใส่ชอหรือนามสกุล หรือทังชือและนามสกุล โดยใส่งเครืองหมาย “” คลุมไว้ แล้วสืบค้นใน
             ่ื                ้ ่                      ่
google, bing หรือ yahoo
      - ค้นหาชือและประวัตการทางานจากเว็บไซต์สมัครงานหรือเว็บ
                ่          ิ
www.linkedin.com
      - ค้นหารายชือในเว็บไซต์สมุดหน้าเหลือง www.yellowpages.co.th
                   ่
 2. การค้นหาที่อยู่ ประกอบด้วย
      - ทีอยูของบุคคลหากทราบเบอร์โทรศัพท์บานค้นหาได้ 2 วิธคอจากเว็บไซต์สมุดหน้า
           ่ ่                              ้               ี ื
เหลืองและเว็บไซต์ Phonebook ของ TOT phonebook.tot.co.th
      - ทีอยูของ IP Address ซึงส่วนนี้ตองเป็ น Public IP Address สาหรับ
          ่ ่                      ่      ้
ตรวจสอบ IP ของตนเองสามารถตรวจสอบได้ท่ี www.whatismyipaddress.com
      - การค้นหาประวัตขอมูลโดยการใช้ way back หรืออินเทอร์เน็ตอาร์ไคฟ์
                       ิ ้
(Internet Archive
นาเสนอโดย
นาย.ณัฐพงษ์ เพชรแสน ม.4/2 เลขที10
                               ่

การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

  • 2.
     อินเทอร์เน็ตเกิดในปี ค.ศ.1969(พ.ศ.2512)จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency Network ) ซึงเป็ นเครือข่ายสานักงานโครงการวิจย ่ ั ขันสูงของกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวตถุประสงค์ ้ ั หลักของการสร้างเครือข่าย เพือให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อและมี ่ ปฏิสมพันธ์กนได้ เครือข่าย ARPANETถือเป็ นเครือข่ายเริมแรก ั ั ่ ั ั ซึงต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็ นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปจจุบน ่
  • 3.
     1. สมาคมอินเทอร์เน็ตหรือไอซ็อก(ISOC : Internet Society) เป็ นองค์กร ระหว่างประเทศไม่มงเน้นผลกาไรและมีนโยบายสนับสนุ นการใช้อนเทอร์เน็ต ุ่ ิ  2. ไอเอบี (IAB : Internet Architecture Board) มีหน้าทีผลักดันและ ่ ดูแลพัฒนาการด้านเทคนิคของอินเทอร์เน็ตให้กบไอซ็อก ั  3. ICANN (Internet Cooperation for Assigned Names and Number) อ่านว่า ไอแคน เป็ นองค์กรทีมหน้าทีบริหารทรัพยากรโดเมนและ ่ ี ่ จัดสรรค่าไอพี หน้าทีสวนหนึ่งของ ICANN ยังมอบอานาจให้ศนย์สารสนเทศ ่่ ู เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทีแบ่งออกไปตามภูมภาพทาหน้าทีดแลการจัดสรรแอดเดรสและ ่ ิ ่ ู บริหารโดเมน ได้แก่
  • 4.
    - ARIN (AmericanRegistry for Internet Numbers) ทา หน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาและแคนาดา ่ - RIPE (Reseaux IP Europeens Network Coordination Center) ทาหน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ่ - APNIC (Asia Pacific Network Information Center) ทาหน้าทีดแลแถบเอเชีย-แปซิฟิก ซึงผูให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยหรือ ISP ่ ู ่ ้ (Internet Service Provider) นันไม่วาจะเป็ น CATTelecom, TOT, ้ ่ True หรือ 3BB ก็ตองถูกจัดสรรค่า IP Address และ Domain จาก ้ APNIC เป็ นอันดับแรกก่อน - AfriNIC (African Network Information Center) ทา หน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มประเทศทวีปแอฟริกา ่ - LACNIC (Latin America and Caribbean Network Information Center) จะทาหน้าทีให้บริการสาหรับกลุ่มลาตินเมริกาและแถบ ่ ทะเลแคริบเบียน
  • 5.
     เลขทีอยูไอพี (IPAddress) คือหมายเลขทีใช้ในระบบเครือข่ายที่ ่ ่ ่ ใช้โพรโทคอลอินเทอร์เน็ต (IP) คล้ายกับหมายเลขโทรศัพท์ แต่มเี ลข จานวน 32 บิต โดยการเขียนจะแบ่งเป็ น 4 ชุด แต่ละชุดจะใช้ เลขฐานสองจานวน 8 บิต ซึงโดยทัวไปแล้ว ผูคนส่วนใหญ่จะคุนเคย ่ ่ ้ ้ กับระบบเลขฐานสิบ จึงมักแสดงผลโดยการใช้เลขฐานสิบจานวน 4 ชุด ซึงแสดงถึงหมายเลขเฉพาะของเครืองนันสาหรับการส่งข้อมูลภายใน ่ ่ ้ เครือข่าย โดยหมายเลยไอพีน้ีมไว้เพือให้ผสงรูวาเครืองของผูรบคือใคร ี ่ ู้ ่ ้ ่ ่ ้ั ้ั ้ ่ ้่ ่ี ั ั และผูรบสามารถรูได้วาผูสงคือใคร หมายเลขไอพีทใช้ในปจจุบนมี 2 ประเภท ได้แก่
  • 6.
     1. IPVersion 4 (IPv4) เป็ นเลข 32 บิต ระบุเลขไอพีได้ตงแต่ 0.0.0.0 ั้ ถึง 255.255.255.255 (บางตัวเป็ นไอพีสงวนไว้สาหรับหน้าทีเฉพาะ เช่น ่ 127.0.0.0 IPv4 นี้สามารถจาแนกได้เป็ น 2 แบบ ได้แก่ - ไอพีสวนตัว (Private IP) มีไว้สาหรับใช้งานภายในองค์กรเท่านัน ไม่ ่ ้ ว่าองค์กรนันจะมีขนาดใหญ๋หรือเล็กเพียงใดก็ตาม ้ - ไอพีสาธารณะ (Public IP) มีไว้สาหรับให้แต่ละองค์กรแต่ละบุคคล ต่างก็สามารถเชื่อมต่อเข้าหากัน รับส่งข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายสาธารณะได้  2. IP Version 6 (IPv6) ถูกสร้างขึนมาด้วยจุดประสงค์หลักในการ ้ ั แก้ปญหาการขาดแคลนจานวนหมายเลขไอพีใน IPv4 ซึงในมาตรฐานของ่ IPv6 นี้จะใช้ระบบเลข 128 บิต ในการระบุหมายเลขไอพี
  • 7.
     หมายถึงชือทีใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์เพือไปค้นหาในระบบ ่ ่ ่ Domain Name System เพือระบุถงไอพีแอดเดรส ่ ึ ของชือนันๆ โดเมนเนมเป็ นชือทีตงขึนเพือให้งายต่อการจดจา ่ ่ ่ ่ ั้ ้ ่ ่ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนันจดจาได้ยากกว่าและเมือการ ้ ่ เปลียนแปลงไอพีแอดเดรส ผูใช้ไม่จาเป็ นต้องรับรูหรือจดจาไอ ่ ้ ้ พีแอดเดสรใหม่ สาหรับการจดทะเบียนชือโดเมน ในทีน้ีขอ ่ ่ จาแนกเป็ น 2 ประเภท คือ
  • 8.
     1. การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ - .com ใช้ทาเว็บไซต์ของบริษท ห้างร้าน รวมทังเว็บไซต์สวนตัว ั ้ ่ - .net ใช้ทาเว็บไซต์เกียวกับระบบเน็ตเวิรคของคอมพิวเตอร์ หรือเว็บไซต์บริการ ่ ์ อินเทอร์เน็ต - .org ใช้ทาเว็บไซต์ของส่วนราชการ  2. การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ - .co.th ใช้ทาเว็บไซต์ของบริษท ห้างร้านโดยทัวไป ั ่ - .or.th ใช้ทาเว็บไซต์สวนราชการ องค์กร ่ - .ac.th ใช้ทาเว็บไซต์ของสถานศึกษาต่างๆ - .go.th ใช้ทาเว็บไซต์ของส่วนราชการของประเทศไทย โดยปกติจะเป็ นองค์กร ขนาดใหญ่ - .in.th ใช้ทาเว็บไซต์ของบุคคลธรรมดาทัวไป ่
  • 9.
    1. ความยาวไม่เกิน 63ตัวอักษร 2. สามารถใช้ตวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข หรือเครืองหมายขีด ั ่ (-) ได้ 3. ตัวอักษรภาษาอังกฤษใช้ตวเล็กหรือตัวใหญ่กได้ ั ็ 4. ห้ามใช้เครืองหมายขีด (-) นาหน้าชือ domain ่ ่ 5. ห้ามเว้นวรรคในชือโดเมน ่
  • 10.
     คือโปรแกรมทีชวยในการสืบค้นข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลอินเทอร์เน็ตโดย ่ ่ ครอบคลุมทังข้อความ รูปภาพ ภาคเคลื่อนไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูล ้ บุคคล กลุ่มข่าว และอื่นๆ ซึงแตกต่างกันไป แล้วแต่โปรแกรมหรือผูให้บริหารแต่ ่ ้ ละราย ระบบค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคาสาคัญทีผใช้ป้อนเข้าไป ่ ู้ ่ี ิ ้ ้ ั ั จากนันก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ทคดว่าผูใช้น่าจะต้องขึนมาในปจจุบน ระบบ ้ ค้นหาข้อมูลบางชนิด เช่น กูเกิล (Google) จะบันทึกประวัตการค้นหาและ ิ การเลือกผลลัพธ์ของผูใช้ไว้ดวย และจะนาประวัตทบนทึกไว้นนมาช่วยกรอง ้ ้ ิ ่ี ั ั้ ผลลัพธ์ในการค้นหาครังต่อไป ้
  • 11.
     1. KeywordIndex การค้นหาข้อมูลโดยการค้นจากข้อความในเว็บเพจทีได้ผานการสารวจ ่ ่ มาแล้ว จะอ่านข้อความ ข้อมูลอย่างน้อยๆ ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจนัน วิธคนหา ้ ี ้ ของ Search Engine ประเภทนี้จะให้ความสาคัญกับการเรียงลาดับข้อมูลก่อน-หลัง และความถี่ ในการนาเสนอข้อมูลนัน การค้นหาข้อมูลโดยวิธการนี้จะมีความรวดเร็วมาก แต่มความละเอียดในการ ้ ี ี จัดแยกหมวดหมูของข้อมูลค่อนข้างน้อย เนื่องจากไม่ได้คานึงถึงรายละเอียดของเนื้อหาเท่าทีควร ่ ่  2. Subject Directories การจาแนกหมวดหมูขอมูล Search Engine ประเภทนี้ จะ ่ ้ จัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื้อหา รายละเอียดของแต่ละเว็บเพจว่ามีเนื้อหาเกียวกับอะไร โดยการจัดแบ่ง ่ นี้จะให้แรงงานคนในการพิจารณาเว็บเพจ ซึงทาให้การจัดหมวดหมูขนอยูกบวิจารญาณของคนจัด ่ ่ ้ึ ่ ั หมวดหมูแต่ละคนว่าจะจัดเก็บข้อมูลนันๆ อยูในเครือข่ายข้อมูลอะไร ่ ้ ่  3. Metasearch Engines จุดเด่นของการค้นหาด้วยวิธการนี้ คือ สามารถเชือมโยงไปยัง ี ่ Search Engine ประเภทอืนๆ และยังมีความหลากหลายของข้อมูล แต่การค้นหาด้วยวิธการนี้ม ี ่ ี จุดด้อยคือวิธการนี้จะไม่ให้ความสาคัญกับขนาดของตัวอักษรและมักจะไม่รองรับประเภท Natural ี Language (ภาษาพูด
  • 12.
    1.กูเกิล (Google) 2.ยาฮู(Yahoo) 3.เอ็มเอสเอ็น(MSN หรือBing) 4. เอโอแอล(AOL) 5.อาส์ก(Ask) ่ ู้ 6.ไปต(Baidu)ระบบค้นหาข้อมูลของประเทศจีน 7.Cuil 8.ยานเดกซ์(Yandex)ระบบค้อหาข้อมูลของรัสเซีย
  • 13.
     1. การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์เป้าหมาย วิธคนหาเฉพาะเจาะจงเว็บไซต์เป้าหมายโดยกาหนด site: ชือ URL เช่น ถ้าผูใช้ตองการ ี ้ ่ ้ ้ หาเว็บเกียวกับการสอบ admission ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้พมพ์ admission ่ ิ site:www.tu.ac.th  2. การค้นหา Link ต่างๆ ในเว็บไซต์เป้าหมาย เมือเราต้องการค้นหาว่าในเว็บไซต์ทเี่ ราสนใจนันมีความเกียวข้องสัมพันธ์กบเว็บอื่นๆ หรือไม่ ่ ้ ่ ั ก็สามารถทาได้โดยการค้นหาดังนี้ ให้พมพ์ link: ชือ URL เช่น link:www.tu.ac.th ิ ่  3. การค้นหาชนิดของนามสกุลของไฟล์ เราใช้คาค้นหาได้ดงนี้ filetype:ชือ นามสกุลไฟล์ เช่น หากต้องการค้นหา filetype ั ่ ชนิดของ Microsoft Powerpoint 2007 ให้พมพ์ filetype:pptxิ
  • 14.
     4. การค้นหาอดีตทีเคยปรากฏของเว็บไซต์หรือข้อมูลบนเว็บไซต์เป้าหมายใน ่ Google สามารเก็บ Cached ของเว็บทีจะเข้าชมไว้ได้ ประโยชน์ของ google ่ cache คือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บไซต์ทอาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลทีได้จะเป็ น ่ี ่ ข้อมูลก่อนถูกลบ  5. การค้นหา E-mail ของหน่ วยงานหรือเว็บไซต์เป้าหมาย การค้นหาประเภทนี้จะ ทาให้เราได้รายชือของ E-mail หน่วยงานนันๆ ซึงอาจเป็ นชือพนักงานคนหนึ่ง ่ ้ ่ ่ หรือชือกลุม E-mail ของหน่วยงานหรือชือผูตดต่อเว็บไซต์นนๆ โดยใช้การค้นหา ่ ่ ่ ้ ิ ั้ ว่า @ ตามด้วยชือเว็บไซต์หน่วยงาน ยกตัวอย่างเช่น @mict.go.th ่  6. การค้นหาอื่นๆ ทีเป็ นประโยชน์ การใช้เครืองมือคาพูดได้ระหว่างคาทีเราต้องการ ่ ่ ่ ค้นหาเฉพาะก็จะทาให้การค้นหานันเจาะจงมากขึน เช่น ค้นหาคาว่า “Social ้ ้ Media” ก็จะค้นหาเฉพาะคาทีเขียนแบบนี้โดยเฉพาะ ่
  • 15.
     1. ค้นหาดูเฉพาะTitle ของเว็บไซต์ เทคนิคการค้นหาดูเฉพาะ Title จะใช้คาว่า intitle: ตามด้วยชื่อข้อความที่ ต้องการดู title วิธน้ีจะนิยมใช้กบการค้นหาข้อมูลเชิงลึกโดยเรียกว่า google ี ั hack  2. การค้นหา Password โดยใช้ google เทคนิคการค้นหา Password นันจะใช้คาว่า filetype:lop ้ inurl:”password.log” จะพบ password.log ทีเกิดขึนใน web ่ ้ server
  • 16.
     1. การค้นหาชื่อบุคคลสามารถทาได้โดยค้นหาจาก - ใส่ชอหรือนามสกุล หรือทังชือและนามสกุล โดยใส่งเครืองหมาย “” คลุมไว้ แล้วสืบค้นใน ่ื ้ ่ ่ google, bing หรือ yahoo - ค้นหาชือและประวัตการทางานจากเว็บไซต์สมัครงานหรือเว็บ ่ ิ www.linkedin.com - ค้นหารายชือในเว็บไซต์สมุดหน้าเหลือง www.yellowpages.co.th ่  2. การค้นหาที่อยู่ ประกอบด้วย - ทีอยูของบุคคลหากทราบเบอร์โทรศัพท์บานค้นหาได้ 2 วิธคอจากเว็บไซต์สมุดหน้า ่ ่ ้ ี ื เหลืองและเว็บไซต์ Phonebook ของ TOT phonebook.tot.co.th - ทีอยูของ IP Address ซึงส่วนนี้ตองเป็ น Public IP Address สาหรับ ่ ่ ่ ้ ตรวจสอบ IP ของตนเองสามารถตรวจสอบได้ท่ี www.whatismyipaddress.com - การค้นหาประวัตขอมูลโดยการใช้ way back หรืออินเทอร์เน็ตอาร์ไคฟ์ ิ ้ (Internet Archive
  • 17.