อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิสเขมจิรา ปลงไสว
โดย
น.ส.กมลชนก อยู่ทรัพย์ซ้อน
เลขที่ 33 ม.6/3
เครื่องพิมพ์ (Computer printer)
คืออุปกรณ์ที่จะแปลการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ออกมาในรูปแบบกระดาษ ทั้ง
รูปภาพและอักษร เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot-matrix printer)
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ การทางานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะใช้การสร้างจุดลงบน
กระดาษซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็มเมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ หัว
เข็มที่อยู่ในตาแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะยื่นออกมามากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับ
ผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้ พิมพ์ จะทาให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา
เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เป็นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะ สมกับ
ราคา แต่ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะเกิดเสียดังพอสมควร เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ ใน
ปัจจุบันส่วนใหญ่ นิยมใช้กันมี 2 แบบ
- เครื่องพิมพ์แบบ 9 เข็ม
- เครื่องพิมพ์แบบ 24 เข็ม
2.เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet printers)
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่
ทางานโดยการพ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพ
ใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่นหมึกออกตามแต่ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้ อย่าง
แม่นยา ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอต
แมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมากๆเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและ
คมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์
3.เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer)
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไป
สร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และ
ราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะทางานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์
แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมาได้ดีกว่าแบบ
พ่น หมึกมาก
สแกนเนอร์ (Scanner)
สแกนเนอร์ คือ อุปกรณ์จับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพ จากรูปแบบของแอนาลอก
เป็นดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้
ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ สแกนเนอร์
แบ่งป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ
สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet - Fed Scanner)
สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกน ซึ่ง
อยู่กับที่ข้อจากัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้
เท่านั้น ไม่สามารถ อ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้
สแกนเนอร์แท่นเรียบ (Flatbed Scanner)
สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บน
แผ่นกระจกใส และเมื่อทาการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้าน
หนึ่ง ข้อจากัดของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้ แต่กลไกภายใน
ต้องใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทาให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก
สแกนเนอร์มือถือ (Hand - Held Scanner)
สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไป บนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์
แบบมือถือได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไก
ที่ใช้ไม่ สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจากัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความ
สม่าเสมอ ในการเลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้หัวสแกนเนอร์แบบนี้ยังมีหัวสแกน
ที่มีขนาดสั้น ทาให้ อ่านภาพบนหน้าหนังสือขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ 1 หน้า ทาให้ต้องอ่านหลาย
ครั้งกว่าจะครบหนึ่งหน้า ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์ แบบมือถือ ซึ่ง
สามารถต่อภาพที่เกิดจากการสแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน
ลาโพง (loudspeaker, speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกลอย่างหนึ่ง ทาหน้าที่แปลง
สัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลายแบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือ
ตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจร
อิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก)
ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าปลายนิ้ว จนถึง
ใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน ลาโพงมี 4 ประเภท คือ
ลาโพง
1. ทวีทเตอร์
คือ ลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
2. มิดเรนจ์
คือ ลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่เป็นกลางๆ
ไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป
3. วูฟเฟอร์
คือ ลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่า
4. ซับวูฟเฟอร์
คือ ลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยาย
สัญญาณในตัว

Presentation1

  • 1.
  • 2.
    เครื่องพิมพ์ (Computer printer) คืออุปกรณ์ที่จะแปลการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ออกมาในรูปแบบกระดาษทั้ง รูปภาพและอักษร เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1. เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot-matrix printer) เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ การทางานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะใช้การสร้างจุดลงบน กระดาษซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็มเมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ หัว เข็มที่อยู่ในตาแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะยื่นออกมามากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับ ผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้ พิมพ์ จะทาให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เป็นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะ สมกับ ราคา แต่ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะเกิดเสียดังพอสมควร เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ ใน ปัจจุบันส่วนใหญ่ นิยมใช้กันมี 2 แบบ - เครื่องพิมพ์แบบ 9 เข็ม - เครื่องพิมพ์แบบ 24 เข็ม
  • 3.
    2.เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet printers) เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกหรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ ทางานโดยการพ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพ ใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่นหมึกออกตามแต่ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้ อย่าง แม่นยา ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอต แมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมากๆเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและ คมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์
  • 4.
    3.เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer) เครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไป สร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และ ราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะทางานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์ แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมาได้ดีกว่าแบบ พ่น หมึกมาก
  • 5.
    สแกนเนอร์ (Scanner) สแกนเนอร์ คืออุปกรณ์จับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพ จากรูปแบบของแอนาลอก เป็นดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ สแกนเนอร์ แบ่งป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ
  • 6.
    สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet -Fed Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกน ซึ่ง อยู่กับที่ข้อจากัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้ เท่านั้น ไม่สามารถ อ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้ สแกนเนอร์แท่นเรียบ (Flatbed Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บน แผ่นกระจกใส และเมื่อทาการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้าน หนึ่ง ข้อจากัดของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้ แต่กลไกภายใน ต้องใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทาให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก สแกนเนอร์มือถือ (Hand - Held Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไป บนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมือถือได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไก ที่ใช้ไม่ สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจากัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความ สม่าเสมอ ในการเลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้หัวสแกนเนอร์แบบนี้ยังมีหัวสแกน ที่มีขนาดสั้น ทาให้ อ่านภาพบนหน้าหนังสือขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ 1 หน้า ทาให้ต้องอ่านหลาย ครั้งกว่าจะครบหนึ่งหน้า ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์ แบบมือถือ ซึ่ง สามารถต่อภาพที่เกิดจากการสแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน
  • 7.
    ลาโพง (loudspeaker, speaker)เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกลอย่างหนึ่ง ทาหน้าที่แปลง สัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลายแบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือ ตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจร อิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก) ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าปลายนิ้ว จนถึง ใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน ลาโพงมี 4 ประเภท คือ ลาโพง
  • 8.
    1. ทวีทเตอร์ คือ ลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง 2.มิดเรนจ์ คือ ลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่เป็นกลางๆ ไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป 3. วูฟเฟอร์ คือ ลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่า 4. ซับวูฟเฟอร์ คือ ลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยาย สัญญาณในตัว