อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิส เขมจิรา ปลงไสว
จัดทาโดย
นางสาว กนิษฐา ประทีปเพชรทอง
ม. 6/2 เลขที่ 44
เครื่องพิมพ์ (อังกฤษ: Computer printer) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จะผลิต
ข้อความและ/หรือกราฟิกของเอกสารที่เก็บไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ออกมาในสื่อทางกายภาพเช่นกระดาษหรือแผ่นใส
เครื่องพิมพ์ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั่วไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล
เครื่องพิมพ์หรือในเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จะเป็นสายยูเอสบี เครื่องพิมพ์บางชนิด
ที่เรียกกันว่าเครื่องพิมพ์เครือข่าย(Network Printer) อินเตอร์เฟซที่ใช้มักจะ
เป็นแลนไร้สายและ/หรืออีเทอร์เน็ต
เครื่องพิมพ์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทคโนโลยีการพิมพ์สมัยใหม่
เครื่องพิมพ์เลเซอร์
ครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer หรือ Toner-based printers) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยี
เดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่
ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะทางานได้เร็ว
กว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมาได้ดีกว่าแบบพ่น
หมึกมากๆ
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดยการ
พ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่นหมึก
ออกตามแต่ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่างแม่นยา ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่น
หมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์โดยรูปที่มีความซับซ้อนมาก ๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่
ดีกว่า ชัดเจนและคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์
เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน
เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน (Thermal printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดนการให้ความร้อนแก่
กระดาษโดยไม่ต้องใช้หมึก เช่นแบบที่ใช้ในการพิมพ์ใบเสร็จจากเครื่องATMเครื่องคิดเงินในห้างสรรพสินค้าหรือร้าน
สะดวกซื้อ เครื่องคิดเลขแบบตั้งโต๊ะบางประเภท รวมถึงเครื่องโทรสารในสมัยก่อนก็ใช้ระบบการพิมพ์แบบนี้
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทคโนโลยีการพิมพ์สมัยเก่าและเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot-matrix printer) การทางานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะใช้การสร้างจุดลงบนกระดาษ
ซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็ม เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ หัวเข็มที่อยู่ในตาแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะยื่นออกมา
มากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้พิมพ์ จะทาให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้
เป็นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะสมกับราคา แต่ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะเกิดเสียดังพอสมควร มีแต่การพิมพ์
แบบขาว-ดาเท่านั้น และต้องใช้กระดาษเฉพาะสาหรับเครื่องพิมพ์แบบนี้เท่านั้น โดยตัวกระดาษจะมี3ชั้น ชั้นแรกเป็นหน้าที่จะพิมพ์ปกติ
ชั้นที่2เป็นไส้ในที่เป็นกระดาษคาร์บอนสีดา และชั้นสุดท้ายเป็นกระดาษปกติสาหรับใช้สาหรับสาเนาสิ่งที่พิมพ์ ซึ่งสาเนาจากการพิมพ์ด้วย
กระดาษแบบนี่เรียกว่า สาเนาคาร์บอน ด้านข้างกระดาษจะมีรูเป็นแถวตามยาวไว้สาหรับล็อกเข้ากับเขี้ยวของเฟืองที่เป็นส่วนหนึ่งของ
กลไกการป้อนกระดาษเข้าตัวเครื่องพิมพ์ประเภทนี้
พล็อตเตอร์
พล็อตเตอร์ (Plotter) เป็นเครื่องพิมพ์แบบที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลลงบนกระดาษ ซึ่งเครื่องพิมพ์ประเภทนี้เหมาะกับ
งานเขียนแบบของวิศวกรและสถาปนิก และเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีราคาแพงที่สุดในเครื่องพิมพ์ประเภทต่าง ๆ
เครื่องพิมพ์แบบที่สามารถพิมพ์สีได้ไม่ว่าจะแบบเลเซอร์หรือหมึกพ่น ตลับหมึกที่ใช้จะมีทั้งหมดสี่ตลับ แต่ละตลับก็ต่างสีกัน
โดยสีที่มีคือ ดา เหลือง ฟ้า (cyan) สีม่วงแดงเข้ม (margenta) ตัวเครื่องก็จะทาการประมวลผลในการผสมสีให้ได้สีออกมาตามภาพหรือ
เอกสารแบบสีที่ถูกสั่งให้พิมพ์ออกมา
ปัจจุบันเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์และหมึกพ่นถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องพิมพ์ในลักษณะ Multi-function ที่สามารถเป็นเครื่องถ่ายเอกสารและ
เครื่องสแกนเอกสารได้ในตัว บางรุ่นสามารถเป็นเครื่องโทรสารได้อีกด้วย มีใช้กันอย่างแพร่หลายตามบ้านและสานักงาน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลาโพง
ลาโพง (อังกฤษ: loudspeaker, speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกลอย่าง
หนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลายแบบ คาว่า ลาโพงมักจะ
เรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่
ประกอบด้วยลาโพงและวงจรอิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์
เน็ตเวิร์ก)ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็ก
เท่าปลายนิ้ว จนถึงใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประเภทลาโพงต่างๆ
ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบ
มาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบ
มาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่เป็นกลางๆ คือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป
วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบ
มาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่า
ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มัก
มีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยายสัญญาณในตัว
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไมโครโฟน
ไมโครโฟน คืออุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็น
สัญญาณไฟฟ้า เพื่อประมวลผลในเครื่องขยายเสียงหรืออุปกรณ์ผสม
เสียงอื่น ๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็นหลัก เมื่อ
เสียงกระทบตัวรับในไมโครโฟน จะทาให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับ
สนามแม่เหล็ก จึงทาให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทางาน
ตรงข้ามกับลาโพง โดยทั่วไปไมโครโฟนใช้รับเสียงพูดหรือเสียงร้อง
เพลง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชนิดของไมโครโฟน
ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้ 2 ประเภท ได้แก่
1. แบบไดนามิก 2. แบบคอนเดนเซอร์
แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่
รอบแกนแม่เหล็ก ทาให้เกิดกระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า
แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัว
ไมค์ ซึ่งมีแผ่นโลหะบางๆตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-
ปิดทางเดินของวงจรไฟฟ้า
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

  • 1.
  • 2.
    เครื่องพิมพ์ (อังกฤษ: Computerprinter) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จะผลิต ข้อความและ/หรือกราฟิกของเอกสารที่เก็บไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาในสื่อทางกายภาพเช่นกระดาษหรือแผ่นใส เครื่องพิมพ์ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั่วไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล เครื่องพิมพ์หรือในเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จะเป็นสายยูเอสบี เครื่องพิมพ์บางชนิด ที่เรียกกันว่าเครื่องพิมพ์เครือข่าย(Network Printer) อินเตอร์เฟซที่ใช้มักจะ เป็นแลนไร้สายและ/หรืออีเทอร์เน็ต เครื่องพิมพ์ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • 3.
    เทคโนโลยีการพิมพ์สมัยใหม่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printerหรือ Toner-based printers) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยี เดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่ ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะทางานได้เร็ว กว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมาได้ดีกว่าแบบพ่น หมึกมากๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดยการ พ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่นหมึก ออกตามแต่ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่างแม่นยา ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่น หมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์โดยรูปที่มีความซับซ้อนมาก ๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ ดีกว่า ชัดเจนและคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์ เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน (Thermal printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดนการให้ความร้อนแก่ กระดาษโดยไม่ต้องใช้หมึก เช่นแบบที่ใช้ในการพิมพ์ใบเสร็จจากเครื่องATMเครื่องคิดเงินในห้างสรรพสินค้าหรือร้าน สะดวกซื้อ เครื่องคิดเลขแบบตั้งโต๊ะบางประเภท รวมถึงเครื่องโทรสารในสมัยก่อนก็ใช้ระบบการพิมพ์แบบนี้ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • 4.
    เทคโนโลยีการพิมพ์สมัยเก่าและเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot-matrix printer)การทางานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะใช้การสร้างจุดลงบนกระดาษ ซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็ม เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ หัวเข็มที่อยู่ในตาแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะยื่นออกมา มากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้พิมพ์ จะทาให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้ เป็นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะสมกับราคา แต่ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะเกิดเสียดังพอสมควร มีแต่การพิมพ์ แบบขาว-ดาเท่านั้น และต้องใช้กระดาษเฉพาะสาหรับเครื่องพิมพ์แบบนี้เท่านั้น โดยตัวกระดาษจะมี3ชั้น ชั้นแรกเป็นหน้าที่จะพิมพ์ปกติ ชั้นที่2เป็นไส้ในที่เป็นกระดาษคาร์บอนสีดา และชั้นสุดท้ายเป็นกระดาษปกติสาหรับใช้สาหรับสาเนาสิ่งที่พิมพ์ ซึ่งสาเนาจากการพิมพ์ด้วย กระดาษแบบนี่เรียกว่า สาเนาคาร์บอน ด้านข้างกระดาษจะมีรูเป็นแถวตามยาวไว้สาหรับล็อกเข้ากับเขี้ยวของเฟืองที่เป็นส่วนหนึ่งของ กลไกการป้อนกระดาษเข้าตัวเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ พล็อตเตอร์ พล็อตเตอร์ (Plotter) เป็นเครื่องพิมพ์แบบที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลลงบนกระดาษ ซึ่งเครื่องพิมพ์ประเภทนี้เหมาะกับ งานเขียนแบบของวิศวกรและสถาปนิก และเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีราคาแพงที่สุดในเครื่องพิมพ์ประเภทต่าง ๆ เครื่องพิมพ์แบบที่สามารถพิมพ์สีได้ไม่ว่าจะแบบเลเซอร์หรือหมึกพ่น ตลับหมึกที่ใช้จะมีทั้งหมดสี่ตลับ แต่ละตลับก็ต่างสีกัน โดยสีที่มีคือ ดา เหลือง ฟ้า (cyan) สีม่วงแดงเข้ม (margenta) ตัวเครื่องก็จะทาการประมวลผลในการผสมสีให้ได้สีออกมาตามภาพหรือ เอกสารแบบสีที่ถูกสั่งให้พิมพ์ออกมา ปัจจุบันเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์และหมึกพ่นถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องพิมพ์ในลักษณะ Multi-function ที่สามารถเป็นเครื่องถ่ายเอกสารและ เครื่องสแกนเอกสารได้ในตัว บางรุ่นสามารถเป็นเครื่องโทรสารได้อีกด้วย มีใช้กันอย่างแพร่หลายตามบ้านและสานักงาน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • 5.
    ลาโพง ลาโพง (อังกฤษ: loudspeaker,speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกลอย่าง หนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลายแบบ คาว่า ลาโพงมักจะ เรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ ประกอบด้วยลาโพงและวงจรอิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์ เน็ตเวิร์ก)ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็ก เท่าปลายนิ้ว จนถึงใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • 6.
    ประเภทลาโพงต่างๆ ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบ มาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบ มาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่เป็นกลางๆคือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบ มาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่า ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มัก มีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยายสัญญาณในตัว จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • 7.
    ไมโครโฟน ไมโครโฟน คืออุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็น สัญญาณไฟฟ้า เพื่อประมวลผลในเครื่องขยายเสียงหรืออุปกรณ์ผสม เสียงอื่นๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็นหลัก เมื่อ เสียงกระทบตัวรับในไมโครโฟน จะทาให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับ สนามแม่เหล็ก จึงทาให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทางาน ตรงข้ามกับลาโพง โดยทั่วไปไมโครโฟนใช้รับเสียงพูดหรือเสียงร้อง เพลง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
  • 8.
    ชนิดของไมโครโฟน ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้2 ประเภท ได้แก่ 1. แบบไดนามิก 2. แบบคอนเดนเซอร์ แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่ รอบแกนแม่เหล็ก ทาให้เกิดกระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัว ไมค์ ซึ่งมีแผ่นโลหะบางๆตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด- ปิดทางเดินของวงจรไฟฟ้า จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี