อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิส เขมจิรา ปลงไสว
โดย
นางสาว กุลธิดา เลี่ยวบุ้นกิม ม.6/2 เลขที่ 48
เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จะผลิตข้อความและ/หรือกราฟิกของเอกสารที่เก็บไว้ใน
รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ออกมาในสื่อทางกายภาพเช่นกระดาษหรือแผ่นใส
เครื่องพิมพ์ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั่วไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล
เครื่องพิมพ์หรือในเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จะเป็นสายยูเอสบีเครื่องพิมพ์บางชนิดที่
เรียกกันว่าเครื่องพิมพ์เครือข่าย(Network Printer)อินเตอร์เฟซที่ใช้มักจะ
เป็นแลนไร้สายและ/หรืออีเทอร์เน็ต
เครื่องพิมพ์ ( Computer printer)
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer หรือ Toner-based printers)
เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไป
สร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพหรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจะมี
คุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์
เลเซอร์จะทางานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้ง
ด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมาได้ดีกว่าแบบพ่นหมึกมากๆ
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็น
เครื่องพิมพ์ที่ทางานโดยการพ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อ
ต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่นหมึกออกตามแต่
ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้ อย่างแม่นยา ตามความต้องการของเรา
ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ โดยรูป
ที่มีความซับซ้อนมาก ๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจน
และคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์(Dot-matrix printer) การทางานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะใช้
การสร้างจุดลงบนกระดาษ ซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหัวเข็ม เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพ
ใดๆ หัวเข็มที่อยู่ในตาแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะยื่นออกมามากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับผ้า
หมึกลงกระดาษที่ใช้พิมพ์ จะทาให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้
เป็นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะ สมกับราคา แต่ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะ
เกิดเสียดังพอสมควร มีแต่การพิมพ์แบบขาว-ดาเท่านั้น และต้องใช้กระดาษเฉพาะสาหรับ
เครื่องพิมพ์แบบนี้เท่านั้น โดยตัวกระดาษจะมี3ชั้น ชั้นแรกเป็นหน้าที่จะพิมพ์ปกติ ชั้นที่2เป็นไส้
ในที่เป็นกระดาษคาร์บอนสีดา และชั้นสุดท้ายเป็นกระดาษปกติสาหรับใช้สาหรับสาเนาสิ่งที่พิมพ์
ซึ่งสาเนาจากการพิมพ์ด้วยกระดาษแบบนี่เรียกว่า สาเนาคาร์บอน ด้านข้างกระดาษจะมีรูเป็นแถว
ตามยาวไว้สาหรับล็อกเข้ากับเขี้ยวของเฟืองที่ เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการป้อนกระดาษเข้าตัวเครื่อง
พิมพ์ประเภทนี้
ไมโครโฟน (Microphone) คืออุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็น
สัญญาณไฟฟ้า เพื่อประมวลผลในเครื่องขยายเสียงหรืออุปกรณ์ผสมเสียง
อื่น ๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็นหลัก เมื่อเสียงกระทบ
ตัวรับในไมโครโฟน จะทาให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับสนามแม่เหล็ก จึงทา
ให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทางานตรงข้ามกับลาโพง โดยทั่วไป
ไมโครโฟนใช้รับเสียงพูดหรือเสียงร้องเพลง
ชนิดของไมโครโฟน
ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้ 2 ประเภท ได้แก่
แบบไดนามิก - ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่รอบแกนแม่เหล็ก ทาให้เกิด
กระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า
แบบคอนเดนเซอร์ - ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัวไมค์ ซึ่งมีแผ่นโลหะบางๆ
ตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-ปิดทางเดินของวงจรไฟฟ้า
ลาโพง ( loudspeaker, speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกลอย่าง
หนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียงมีด้วยกันหลายแบบ คา
ว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver) และ
ลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจร
อิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก)
ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่
เล็กเท่าปลายนิ้ว จนถึงใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมี
โครงสร้างที่แตกต่างกัน
ประเภทลาโพงต่างๆ
ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่เป็น
กลางๆ คือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป
วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่า
ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยาย
สัญญาณในตัว
บรรณานุกรม
www. http://th.wikipedia.org

อุปกรณ์