More Related Content
PDF
PDF
การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตของข้าว โดยการบริหารการจัดการปลูกข้าว DOCX
PPTX
ความหลากหลายทางชีวภาพกับ สวนผสม Biodiversity and Integrated Farming PPT
PPT
PPT
Farming System, Types And Decisions And Distribution Ap PPT
Similar to Farming System 23/06/54
PPT
PDF
PPTX
PDF
PPT
PPT
PPT
PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
หน่วยที่1ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเกษตร PDF
เกษตร_สไลด์สอน_65_อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง.pdf PPT
PPT
PDF
PPT
PDF
Fertilizer services offering PDF
Farming System 23/06/54
- 1.
- 2.
ความหมาย Intensive farming หรือ intensive agriculture หมายถึง ระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณสมบัติประกอบด้วยการใช้ปัจจัยการผลิตประเภททุนและแรงงานสูง หรือการใช้เทคโนโลยีการผลิต เช่น สารเคมีจำกัดสัตว์ศัตรูพืช และปุ๋ยเคมี เป็นต้น ในสัดส่วนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ดิน ตรงกันข้ามกับ sustainable agriculture เช่น organic farming or extensive agriculture เป็นต้น ซึ่งมีการใช้ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ) ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ดินทำฟาร์ม และเน้นการรักษาสภาพแวดล้อมของการทำฟาร์มที่ดินในระยะยาว เพื่อสามารถทำฟาร์มได้ตลอดไป - 3.
ระบบการผลิต รูปแบบที่ทันสมัยของการทำฟาร์มในระบบ intensive นี้ ประกอบด้วยการใช้เครื่องจักรกลในการเตรียมดิน การใช้ปุ๋ยเคมี สารเร่งให้พืชเจริญเติบโต และหรือสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช การเพิ่มการใช้กลไกการเกษตรข้างต้น สามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืน แต่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยการชะล้างพังทะลายของดิน และการสะสมของสารพิษในน้ำของสารเคมีเกษตร - 4.
การผลิตสัตว์ Intensive animalfarming สามารถทำการผลิตสัตว์ได้จำนวนมากในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งต้องการปริมาณอาหารจำนวนมาก ปัจจัยน้ำ และเวชภัณฑ์ ( เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพดีและแข็งแรงในพื้นที่เลี้ยงที่แคบ ) การผลิตสัตว์ในระบบปิดและมีขนาดใหญ่ ตามปกติจะหมายถึงระบบเกษตรอุตสาหกรรม และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความตระหนักในเรื่องมาตรฐานด้านสวัสดิการของสัตว์ ( animal welfare) และเกี่ยวข้องกับประเด็นมลภาวะและสุขภาพ - 5.
ข้อได้เปรียบ (Advantages) สามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ ต่อแรงงาน ต่อเงินลงทุน เมื่อเปรียบเทียบกับระบบฟาร์มแบบ extensive farming สามารถผลิตอาหารเลี้ยงประชากรและผู้บริโภคได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ เมื่อพิจารณาในขนาดพื้นที่ผลิตอาหารและเส้นใยเดียวกัน ระบบฟาร์มนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาความหิวโหยของประชากรได้ สามารถรักษาพื้นที่ต้องการรักษาไว้เป็นป่าไม้และสัตว์ป่าอยู่อาศัยได้ แทนที่จะถูกตัดโค่นเพื่อนำไปใช้ในการผลิตแบบ extensive farming ในฟาร์มเลี้ยวสัตว์ สามารถนำก๊าซมีเธนที่หากถูกปล่อยออกไปตามธรรมชาติ จะสร้างปัญหาโลกร้อน มาผลิตพลังงานความร้อนได้ ลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล - 6.
ข้อเสีย (Disadvantages) ทำลายแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และสัตว์ป่าและนำไปสู่ปัญหาการกัดเชาะหน้าดิน การใช้ปุ๋ยเคมีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของแม่น้ำและทะเลสาป ทำให้เกิดปัญหาสาหร่ายที่ไม่พึงประสงค์ ยาปราบศัตรูพืช ทำลายแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่นเดียวกับแมลงที่ทำลายพืชผล ไม่มีความยั่งยืน หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความแห้งแล้ง หรือดินเป็นพิษ หรือถูกชะหล้างหน้าดินจนกระทั่งไม่สามารถทำการผลิตต่อไปได้ - 7.
ข้อเสีย (Disadvantages) 5. ต้องการปัจจัยพลังงานจำนวนมากในการผลิต การขนส่ง และการใช้สารเคมี 6. การใช้สารเคมีนำไปสู่สารตกค้าง ที่น้ำพัดพาลงสู่แหล่งน้ำ และน้ำใต้ดิน 7. การใช้สารเคมี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแรงงาน ประชาชนที่อาศัยอยู่ข้างเคียง และผู้บริโภค - 8.
Pre modern intensivefarming การทำเกษตรบนพื้นที่ลาดเอียง ส่วนหนึ่งบนพิ้นที่เนินเขา ได้ถูกออกแบบสำหรับการอนุรักษ์ดิน ป้องกันและหรือลดความแรงของน้ำ ด้วยการทำเป็นขั้นบันได มนุษย์ได้สร้างสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวบนพื้นที่ลาดเอียง ตามแนวรูปร่างของลักษณะธรรมชาติของพื้นที่ มีการไถตามแนวเส้นธรรมชาติ ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปร่างแบบดั้งเดิม ได้แก่การทำนาที่บาหลี และฟิลิปปินส์ ในเปรู ชนเผ่าอินดา ได้สร้างสร้างแนวขั้นบันไดด้วยหิน - 9.
Pre modern intensivefarming พื้นที่ปลูกข้าว ( paddy field) เป็นพื้นที่น้ำท่วมขังใช้เพาะปลูกได้ และใช้สำหรับการทำนา และพืชกึ่งน้ำอื่น ๆ พื้นที่ปลูกข้าวพบเสมอในประเทศที่ทำการปลูกข้าวในประเทศเอเซียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยมาเลเซีย จีน ศรีลังกา เมียนมาร์ ไทย เกาหลี ญี่ปุ่น เวียตนาม ไต้หวัน อันโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ พื้นที่ปลูกข้าวนี้ ยังพบในแหล่งอื่นอีก ได้แก่ Peidmont ในอิตาลี Camargue ในฝรั่งเศส และ Artibonite Valley ในเฮติ โดยจะพบเสมอในธรรมชาติของพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำและบริเวณน้ำท่วมขัง หรือแม้แต่สภาพพื้นที่ที่สร้างขึ้น เช่น บริเวณไหล่เขา เป็นต้น ระบบการปลูกข้าวมีความต้องการน้ำในปริมาณมาก ระบบชลประทานได้มัการพัฒนาขึ้นอย่างสลับซับซ้อนเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าว - 10.
Pre modern intensivefarming น้ำที่ท่วมล้นได้ให้ปริมาณน้ำที่มากเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของข้าว และให้สภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการปลูก และยังที่อาศัยของหญ้านานาชนิด มีสัตว์ใช้งานที่ปรับตัวได้ดีในสภาพของน้ำปริมาณมากคือ กระบือน้ำ ซึ่งพบทั้วไปในแหล่งปลูกข้าวของเอเซีย มีการประมาณการแล้วว่า ก๊าซมีเธนของโลก ปริมาณ 50-100 ล้านตันต่อปี มีแหล่งกำเนิดจากนาข้าว ในเกาหลี การปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มได้ปฏิบัติมาช้านานแล้ว ก่อนคริสตศักราช 3,500-2,000 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ ทำการปลูกกันบนพื้นที่ดอน - 11.
Pre modern intensivefarming เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในยุคสมัย Mumun มีองค์ประกอบทุกชนิดเกี่ยวกับการทำนาเช่นเดียวกับในปัจจุบัน กล่าวคือ มีการทำนาบนไหล่เขา ทางริมแม่น้ำลำคลอง คลอง และอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ เทคนิคการทำนาในสมัยมูมูนกลาง ( ก่อนปีคริสศักราช 850-500 ปี ) - 12.
- 13.
- 14.
- 15.
- 16.
Modern intensive farmingtypes การทำฟาร์มแบบเข้มข้นสมัยใหม่ หมายถึง การผลิตพชืและสัตว์ในเชิงอุตสาหกรรม ( ปศุสัตว์ สัตว์ปีก และปลา ) วิธีการที่นำมาใช้ได้ถูกออกแบบเพื่อการผลิตให้ได้ผลผลิตสูงสุดด้วยต้นทุนต่ำสุด ด้วยกาประหยัดต่อขนาด ( economies of scale) เครื่องจักรกลสมัยใหม่ เวชภัณฑ์สัตว์ที่ทันสมัย และการค้าระหว่างประเทศ ( การเงิน การซื้อ และการขาย ) การทำฟาร์มแบบนี้ ได้ปฏิบัติกันอย่างกว้างขวางในประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีสินค้าสำคัญได้แก่ เนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์ ไข่ และผลผลิตจากพืชที่นิยมจำหน่ายกันในซุปเปอร์มาร์เก็ต - 17.
Sustainable intensive farming เกษตรชีวภาพแบบเข้มข้น เน้นในเรื่องการทำให้ประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วยผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ ผลผลิตต่อปัจจัยพลังงาน ผลผลิตต่อปัจจัยน้ำ ฯลฯ วนเกษตร (Agroforesty) เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมผสมกันระหว่างการเกษตร และต้นไม้ / ป่าไม้ เพื่อทำให้ระบบการใช้ที่ดินมีการผสมผสาน มีความหลากหลาย มีผลิตภาพ มีกำไร มีสุขอนามัย และมีความยั่งยืน การปลูกพืชแซม (Intercropping) สามารถเพิ่มผลผลิตรวมต่อหน่วยพื้นที่ หรือปัจจัยการผลิตให้ให้บรรลุวัตถุประสงค์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม พืชแซมบางชนิดมีแนวโน้มลดลง เพราะมีความเหมหาะสมสำหรับการผลิตแบบพืชเชิงเดี่ยวมากกว่า - 18.
Sustainable intensive farming การปลูกพืชแนวดิ่ง ( Vertical farming) เป็นประเภทของการผลิตพืชแบบหนาแน่นที่นำมาใช้ในระบบเกษตรเมือง เพื่อผลิตอาหารด้วยฟาร์มขนาดใหญ่ ลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมในชนบท - 19.
Intensive aquaculture การผลิตสัตว์น้ำ ( Aquaculture) เป็นผลผลิตของน้ำตามธรรมชาติที่ได้จากการเลี้ยง ประกอบด้วยปลา หอย สาหร่าย หญ้าทะเล และสัตว์น้ำอื่น ๆ การผลิตสัตว์น้ำอย่างเข้มข้น สามารถกระทได้โดยการเลี้ยงในถัง หรือบ่อที่มีระบบการควบคุมอย่างสูง ซึ่งถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนการผลิตให้เหมาะสมกับทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ - 20.
- 21.
Intensive livestock farming Factory farming เป็นคำที่กระบวนการเลี้ยงปศุสัตว์ในคอก ด้วยจำนวนสัตว์ที่ความหนาแน่นสูง ซึ่งฟาร์มดำเนินการผลิตในลักษณะอุตสาหกรรม ด้วยธุรกิจเกษตร ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในระบบนี้ ได้แก่เนื้อสัตว์ นม และไข่ เพื่อการบริโภคของมนุษย์ คำนี้ ถูกวิจารณ์ไปในทางที่ไม่ดี เป็นการวิจารณ์กระบวนการทำฟาร์มขนดาใหญ่ ซึ่งกักขังสัตว์ การทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์สัตว์แบบเข้มข้นนี้ ใช้จำนวนสัตว์มากบนพื้นที่ดินแคบ ๆ ซึ่งต้องการอาหารสัตว์ในปริมาณมาก ปัจจัยน้ำและเวชภัณฑ์ - 22.
Managed intensive grazing ระบบการจัดการเลี้ยงสัตว์แบบเข้มข้นเพื่อคความยั่งยืน เป็นการทำให้เกิดผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุด ภายใต้กรอบการปฏิบัติที่ยั่งยืน และไม่ได้ทำฟาร์มในลักษณะอุตสาหกรรม เนื่องจากระบบการทำเกษตรแบบเข้มข้นมีรูปแบบที่ตรงข้ามกับการทำฟาร์มแบบยั่งยืน เช่น การเกษตรแบบถาวร ( permaculture) หรือ การเกษตรแบบเบาบาง (Extensive) ที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตและแรงงานน้อย บนพื้นที่ฟาร์มขนาดเดียวกัน และเน้นในเรื่องการรักษาระบบนิเวศน์ในฟาร์มในระยะยาว - 23.
Integrated farming systems ระบบการทำฟาร์มแบบผสมผสาน เป็นระบบการผลิตทางการเกษตรที่ยั่งยืน และผสมผสานด้วยวิธีทางชีววิธีเข้าด้วยกันอย่างก้าวหน้า ตัวอย่าง เช่น Integrated Multi-Trophic Aquaculture หรือ Zero waste agriculture ซึ่งเป็นการนำความรู้เกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์กันระหว่างพืชและสัตว์เข้าร่วมในกระบวนการผลิต และให้ผลประโยชน์ในด้านความยั่งยืนของระบบการผลิต และผลกำไรที่ได้จากการผลิต - 24.
Crop rotation เป็นวิธีการปฏิบัติในการปลูกพืชต่างชนิดกัน ในพื้นที่เดี่ยวกัน แต่ต่างฤดูกาลกัน ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์ในการหลีกเลี่ยงการเกิดโรค และสัตว์ศัตรูพืช ที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีการปลูกพชประเภทเดียวกันซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกัน นอกจากนี้ การปลูกพืชหมุนเวียน ยังช่วยสร้างสมดุลซึ่งเกิดจากความต้องการปุ๋ยของพืชที่มีความแตกต่างกัน และหลีกเลี่ยงการใช้แบบหมดไปของปุ๋ยในดิน การปลูกพืชหมุนเวียนแบบดั้งเดิม ประกอบด้วยการเพิ่มธาตุไนโตรเจนให้ดิน ด้วยการใช้ปุ๋ยพืชสดต่อจากการปลูกพืชเศรษฐกิจ การปรับปรุงโครงสร้างและความสมบูรณ์ของดิน ด้วยการเลือกพืชที่มีระบบรากลึกและตื้น สลับกัน - 25.
Water use efficiency ระบบชลประทานในโลกใช้น้ำจืดประมาณร้อยละ 70 ภาคการเกษตรของประเทศในโลกส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับน้ำ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง และการให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ทรัพยากรน้ำ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ให้การสนับสนุนความคิดด้านอนุรักษ์ต้องการให้ยกเลิกการสนับสนุนด้านการเงินทุกกรณี เพื่อบังคับให้เกษตรกรปลูกพืชที่มีการใช้ประอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยอมรับเทคนิคการชลประทานที่สูญเสียน้ำน้อยที่สุด การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หมายถึงการลดการสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุดในด้านการคายน้ำ การไหลออกไปของน้ำ และการระบายน้ำผิวดิน evaporation pan ใช้ในการกำหนดปริมาณที่ต้องการในพื้นที่ชลประทาน Flood irrigation เป็นวิธีการเก่าแก่ที่สุดและปกติที่สุดในการกระจายน้ำไปสู่พื้นที่ชลประทาน บางส่วนของพื้นที่จะได้รับน้ำที่มากเกิน เพื่อสามารถส่งน้ำที่เหลือต่อไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง - 26.
Water use efficiency Overhead irrigation การใช้หัวจ่าย หรือสปริงเกอร์พ่นน้ำสู่แปลงปลูก Drip irrigation ระบบน้ำหยด มีต้นทุนสูงที่สุด และใช้กันน้อยที่สุด แต่เป็นสามารถส่งน้ำไปสู่รากพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และสูญเสียน้ำน้อยที่สุด การจัดระบบชลประทานล้วนมีค่าใช้จ่าย แต่เป็นความพยายามที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดให้ก่ระบบที่มีอยู่ รวมถึงการการสกัดดินที่อัดแน่นการทำร่องน้ำเพื่อกันน้ำไหลออก การใช้เครื่องตรวจวัดความชื้นและน้ำฝนเพื่อการใช้น้ำสูงสุด มาตรการจัดการการเก็บกักน้ำประกอบด้วยการวิธีการเก็บกักน้ำฝนและน้ำที่ไหลจากแหล่งอื่น การเติมน้ำลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาการขุดบ่อน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ และป้องกันการเซาะหน้าดิน - 27.
Nutrient audits การตรวจสอบสารอาหารในดิน จะช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการทำฟาร์มให้น้อยลง ลดมลภาวะของอากาศ และยังช่วยเพิ่มแร่ธาตุต่างๆ ที่จะช่วยในการเจริญเติบโตของพืช วิธีการในการตรวจสอบธาตุอาหารในดินได้รับการศึกษาและใช้สำหรับการฟาร์มและประเทศทั้งประเทศมานานหลายทศวรรษ แต่ในปัจจุบัน ไม่มีมาตรฐานสำหรับการตรวจสอบสารอาหารที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ กับการที่จะประเมินประสิทธิภาพการใช้สารอาหารที่ฟาร์ม สำหรับการตรวจสอบสารอาหารในฟาร์ม เพื่อที่จะช่วยลด ยาปราบศัตรูพืชและมลพิษทางอากาศจากการเกษตร เป็นวิธีที่ที่ดีที่สุดในการจัดการในการใช้ปุ๋ยและปุ๋ยพืชสดอินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ระบบการทำฟาร์มที่ยั่งยืน - 28.
Herbicide resistance ในภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่และการกำจัดวัชพืชจะต้องเป็นระบบและมักจะแสดงโดยเครื่องเช่น cultivators หรือพ่นสารเคมีกำจัดวัชพืชของเหลว สารเคมีกำจัดวัชพืชที่เลือกฆ่าเป้าหมายเฉพาะขณะที่ออกจากพืชที่ต้องการที่ค่อนข้างอันตราย บางส่วนของการกระทำเหล่านี้โดยการรบกวนการเจริญเติบโตของวัชพืชและขึ้นอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช การควบคุมวัชพืชโดยใช้สารสารกำจัดวัชพืชที่ผ่านการทำยากมากขึ้นเมื่อวัชพืชกลายเป็นทนต่อสารกำจัดวัชพืช - 29.
การใช้พืชคลุม (โดยเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติ allelopathic) ที่ออกมาแข่งขันวัชพืชหรือยับยั้งการงอกของพวกเขา การใช้สารกำจัดวัชพืชที่แตกต่างกัน โดยใช้เป็นพืชที่ต่างสายพันธุ์กัน ( เช่นการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเพื่อให้ทนต่อสารกำจัดวัชพืช ) โดยใช้ความหลากหลายที่แตกต่างกัน ( เช่นความหลากหลายภายในที่ดัดแปลงขัดขืนยอมรับหรือแม้กระทั่งการเอาแข่งขันวัชพืช ) การไถกลบ คลุมดินเช่นคลุมด้วยหญ้าหรือพลาสติก ถอนออก