๑
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ประจาปีการศึกษา 2560
ด้านวิชาการ
กลุ่มบริหารวิชาการ
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จังหวัดศรีสะเกษ
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
๒
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒
สารบัญ
เรื่อง หน้า
ข้อมูลพื้นฐาน 1
สัญลักษณ์ คติธรรม และ สีประจาโรงเรียน 1
ประวัติโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล 1
ความรู้และระเบียบเกี่ยวกับกลุ่มบริหารวิชาการ
- กาหนดวันปิด-ปิด ภาคเรียน 4
- การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 5
- การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 29
ภาคผนวก
๓
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓
คานา
การจัดการศึกษาในปัจจุบันมุ่งเน้นความสาคัญทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ คุณธรรม
กระบวนการเรียนรู้ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดหลักผู้เรียนสาคัญ
ที่สุด ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม
ศักยภาพ ให้ความสาคัญต่อความรู้เกี่ยวข้องกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ครอบครัว
ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบ
การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ความรู้และทักษะทางด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบารุงรักษา และการใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปวัฒนธรรม
การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษาเน้น
การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพการดารงชีวิต ในสังคมอย่างมีความสุข
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จึงจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิดการจัดการ
เผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ไข จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนจากประสบการณ์จริง
ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่องผสมผสานสาระความรู้ด้าน
ต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
อานวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของ
กระบวนการเรียนรู้ โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน จัดการเรียนรู้ให้เกิดได้ทุกเวลา
ทุกสถานที่ และ สามารถเทียบโอนผลการเรียนและประสบการณ์ได้ทุกระบบการศึกษา
ดังนั้น จึงต้องมีการประสานสัมพันธ์และร่วมมือกับนักเรียน บิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคล
ในชุมชนให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดจน การประชาสัมพันธ์ให้
ประชาชนทั่วไป ผู้ปกครอง และผู้เรียนมีความเข้าใจและรับทราบบทบาทของตนในการพัฒนาตนเองและ
สังคมต่อไป
นายจิตตนาถ สิงห์โต
ผู้อานวยการโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล
๔
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๔
ตอนที่ 1
ข้อมูลพื้นฐาน
1. ข้อมูลทั่วไป
1.1 ชื่อโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ตั้งอยู่เลขที่ 46 หมู่ 15 ตาบลผักไหม อาเภอ ห้วยทับทัน
จังหวัดศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ 33210 โทรศัพท์ 045- 821019
Website http://pmwn.osea2.go.th/ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28
1.2 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
1.3 ประวัติโรงเรียนโดยย่อ
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ตาบลผักไหม อาเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ มีเนื้อที่ 25 ไร่
3 งาน 23 ตารางวา ตั้งบนที่ดินที่ได้รับบริจาคจากนายสาลี ผักไหม , นายบอน สมบัติวงศ์และนางคาดี
ผักไหม และได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากชาวบ้านในตาบลผักไหม
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ตั้งเมื่อ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นโรงเรียนสหศึกษาสังกัด
กรมสามัญศึกษา(เดิม) ปัจจุบันสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายไพฑูรย์ พวงยอด เป็นผู้บริหารคน
แรก นายสุรพล ชาลีกุล เป็นผู้บริหาร เมื่อ พ.ศ. 2546 – 13 มกราคม 2554 นายจาเนียร ราษเจริญ เป็น
ผู้บริหาร เมื่อ 14 มกราคม 2554 - ธันวาคม 2558 และนายจิตตนาถ สิงห์โต เป็นผู้บริหาร
คนปัจจุบัน
รายชื่อผู้บริหาร (ให้มีชื่อผู้บริหารตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันด้วย)
1. นายไพฑูรย์ พวงยอด ตาแหน่ง ครูใหญ่, ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ.2538 – พ.ศ.2547
2. นายสุรพล ชาลีกุล ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ.2547 – พ.ศ.2553
3. นายจาเนียร ราษเจริญ ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ.2554 – พ.ศ. 2558
4. นายจิตตนาถ สิงห์โต ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2558 - ถึงปัจจุบัน
วิสัยทัศน์
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จัดการศึกษาบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน
เสริมสร้างความเป็นไทย น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก้าวล้าเทคโนโลยี มีคุณธรรม
นาความรู้มุ่งสู่ประชาคมอาเซียน
อัตลักษณ์
“ยิ้มง่าย ไหว้สวย ช่วยอาสา”
เอกลักษณ์
“เครื่องบินกระดาษพับเป็นเลิศ ก่อเกิดองค์ความรู้ มุ่งสู่ความพอเพียง”
๕
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๕
รายชื่อครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
1. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
1 นางสาวพัชรนันท์ ยศพลเพ็งแจ่ม ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
2 นางสาววณิชชา โนภาศ ครูผู้ช่วย สอนภาษาไทย
3 นางมัชติกาล ทะวะบุตร ครูผู้ช่วย สอนภาษาไทย
4 นางสาวธัญวรรณ ใจเพ็ง พนักงานราชการ สอนภาษาไทย
2.กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
5 นายสารวน เสมอภาค ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
6 นางสาวปรีดาภรณ์ จันทร์สว่าง ครู สอนคณิตศาสตร์
7 นางสาวจันทราพร ไชยโคตร ครู สอนคณิตศาสตร์
8 นางสาวอังคณา สาลีวงษ์ ครู สอนคณิตศาสตร์
3.กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
9 นางดรุณี เสมอภาค ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
10 นายทวีสุข นามวงศ์ ครู สอนวิทยาศาสตร์
11 นางสาวณัฐวดี สัตโรจน์ ครูผู้ช่วย สอนชีววิทยา
12 นายประครอง ศรีสุวรรณ ครูผู้ช่วย สอนฟิสิกส์
13 นางสาววรรณิภา อุ่นไชย ครูผู้ช่วย สอนเคมี
14 นางสาวพัชมณ แสงใส ครูผู้ช่วย สอนวิทยาศาสตร์
15 นายประดิษฐ์ เล่าเรือง ครูผู้ช่วย สอนชีววิทยา
16 นายพรพิชิต หงษ์คา พนักงานราชการ สอนฟิสิกส์
4.กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
17 นายสมศักดิ์ บัวเขียว ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
18 นางสาวสุนิสา สีหอมกลิ่น ครูผู้ช่วย สอนสังคมศึกษา
19 นายคานวณ คาสอน ครูผู้ช่วย สอนสังคมศึกษา
20 นางสาวพรทิพย์ ประทุม พนักงานราชการ สอนสังคมศึกษา
21 นางสาวเจนจิรา ใจคา พนักงานราชการ สอนสังคมศึกษา
5.กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
22 ว่าที่ร.ต.ถิระพงค์ จันทบุตร ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาฯ
23 นายสันติสุข แก้วศิริ ครูผู้ช่วย สอนสุขศึกษา
6.กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
24 นางสาววศินี ทองบริสุทธิ์ ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
25 นายสุริยะ ระหาร ครูอัตราพิเศษ สอนศิลปะ
7.กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
26 นางรัตติยา สุริยะ ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานฯ
27 นายทศวร ผ่องใส ครูผู้ช่วย สอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี
28 นางนวพรรษ ผักไหม ครูผู้ช่วย สอนห้องสมุด
29 นางสาวเพ็ญสินี คาโน พนักงานราชการ สอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี
30 นายปรีชา ตรีแก้ว พนักงานราชการ สอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี
๖
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๖
8.กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
31 นางสาวกนกกาญจน์ สมบัติวงค์ ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
32 นางสาวสุณีรัตน์ แพทย์หลวง ครู สอนภาษาต่างประเทศ
33
34
นางสาวอัจฉรา พวงอก
นางสาวพัชรินทร์ สอนศรี
ครู
ครูผู้ช่วย
สอนภาษาต่างประเทศ
สอนภาษาจีน
9. นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
35 นางสาวจุฑามาศ แซ่เฮง นักศึกษาฯ สอนวิทยาศาสตร์
36 นางสาวพัฒนพร กองทุ่งมณ นักศึกษาฯ สอนวิทยาศาสตร์
37 นางสาวสายสมร ผักไหม นักศึกษาฯ สอนคณิตศาสตร์
38 นางสาวพูลศิริ วิเศษชาติ นักศึกษาฯ สอนคณิตศาสตร์
39 นางสาววิลาวัลย์ งามเปรี่ยม นักศึกษาฯ สอนคอมพิวเตอร์
40 นายรุ่งพิทักษ์ ทวีชาติ นักศึกษาฯ สอนภาษาไทย
41 นายกิตติศักดิ์ ทรงกุล นักศึกษาฯ สอนสังคมศึกษา
10. สายสนับสนุนการสอน
42 นายสิทธิศักดิ์ ทองสุข เจ้าหน้าที่ธุรการ
สัญลักษณ์ประจาโรงเรียนผักไหมวิทยานุกุล
 ตราประจาโรงเรียน “รูปวงกลม ตรงกลางปรากฏอักษรย่อของโรงเรียนด้านบนล้อมรอบ
ด้วยรัศมีแสง”
 อักษรย่อประจาโรงเรียน “ผ.ว.ก.”
 ปรัชญาประจาโรงเรียน “ปญญา วธเนน เสยโย” แปลว่า ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์
 คาขวัญประจาโรงเรียน “วิชาการดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม เลิศล้าสามัคคี”
 สีประจาโรงเรียน “ฟ้า-แดง”
 ต้นไม้ประจาโรงเรียน “ต้นจามจุรี”
หลักสูตรที่เปิดสอน
ปีการศึกษา 2554 ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5
ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551
ทุกชั้นเรียน
๗
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๗
กาหนดวันเปิด ปิด ภาคเรียน
ภาคเรียนที่ 1 เปิดภาคเรียน 15 พฤษภาคม 2560 - 10 ตุลาคม 2560
ปิดภาคเรียน 11 ตุลาคม 2560 - 23 ตุลาคม 2560
ภาคเรียนที่ 2 เปิดภาคเรียน 24 ตุลาคม 2560 - 31 มีนาคม 2561
ปิดภาคเรียน 1 เมษายน 2561
การจัดการเรียนการสอนปีการศึกษา 2560 จัดเวลาการเรียนการสอนดังนี้
การจัดการเรียนการสอนสาหรับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียนจัดการเรียนการสอนเป็นภาคเรียน ปีการศึกษาละ 2 ภาคเรียน
กาหนดชั่วโมงเรียน
ชั่วโมงที่ 1 2 3 4
พัก
กลางวัน
5 6 7 8
เวลาเรียน
08.40
-
09.30
09.30
-
10.20
10.20
-
11.10
11.10
-
12.00
12.50
-
13.40
13.40
-
14.30
14.30
-
15.20
15.20
-
16.10
เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ 08.00 น. กิจกรรมโฮมรูม 08.20 น. - 08.40 น.
รายละเอียดการจัดการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2560 ภาคเรียนที่ 1/2560
สัปดาห์ที่ วันที่ เดือน สัปดาห์ที่ วันที่ เดือน
1 15-19 พฤษภาคม 12 31 กรกฎาคม
4 สิงหาคม
กรกฎาคม
สิงหาคม
2 22-26 พฤษภาคม 13 7-10 สิงหาคม
3 29-31
1-2
พฤษภาคม
มิถุนายน
14 14-18 สิงหาคม
4 5-9 มิถุนายน 15 21-25 สิงหาคม
5 12-16 มิถุนายน 16 28-31
1
สิงหาคม
กันยายน
6 19-23 มิถุนายน 17 4-8 กันยายน
7 26-30 มิถุนายน 18 11-15 กันยายน
8 3-7 กรกฎาคม 19 18-22 กันยายน
9 10-14 กรกฎาคม 20 25-29 กันยายน
10 17-21 กรกฎาคม 21 2-6 ตุลาคม
11 24-28 กรกฎาคม 22 9-13 ตุลาคม
วันปิดชดเชย
วันที่ 11 กรกฎาคม ปิดชดเชยวันอาสาฬหบูชา วันที่ 14 สิงหาคม ปิดชดเชยวันแม่แห่งชาติ
วันที่ 11 กรกฎาคม ปิดชดเชยวันเข้าพรรษา วันที่ 13 ตุลาคม ปิดวันคล้ายวันสวรรคต ร.9
วันที่ 28 กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10 วันที่ 23 ตุลาคม ปิดวันปิยะมหาราช
๘
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๘
ปฏิทินปฏิบัติงานกลุ่มบริหารวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560
สัปดา
ห์ที่
วัน เดือน ปี งานที่ปฏิบัติ ผู้รับผิดชอบ
12 พ.ค.60 คณะครูลงเวลาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการสอน ทุกคน
12 พ.ค. 60 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 , 3 , 5 และ 6
รับตารางเรียน,จัดห้องเรียนและลงทะเบียนเรียน
ทุกคน
1 15 พ.ค. 60 ปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ (ม.1 และ ม.4) ทุกคน
1 15 พ.ค. 60 เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ครูผู้สอน
ครูที่ปรึกษา
3 29 พ.ค. 60 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีผลการเรียน 0, ร ,มส และ มผ
ของภาคเรียนที่ 2/2559
วัดผล วิชาการ
3 29 พ.ค. 60
ถึง
23 มิ.ย. 60
นักเรียนยื่นคาร้องขอสอบแก้ตัว ครั้งที่ 1
และดาเนินการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 1
วัดผล วิชาการ
4 30 พ.ค. 60 แจ้งรายชื่อนักเรียนที่ได้รับผลการเรียน 0 ,ร, มส ให้ผู้ปกครองรับทราบ วัดผล วิชาการ
7 26 มิ.ย. 60 กิจกรรมวันสุนทรภู่ ภาษาไทย
8 5 ก.ค. 60 รับตารางสอบ/ส่งชุดข้อสอบ กระดาษคาตอบ ครูผู้สอน
9 14 ก.ค. 60 ประกาศผลการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 1 วัดผล วิชาการ
10 17-21 ก.ค. 60 สอบวัดผลกลางภาคเรียน คณะกรรมการ
11 25 ก.ค. 60
18 ส.ค. 60
นักเรียนดาเนินการยื่นคาร้องขอสอบแก้ตัว/แก้ตัว ครั้งที่ 2
และดาเนินการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 2
นักเรียน
14 18 ส.ค. 60 ประกาศผลการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 2 วัดผล วิชาการ
14 18- 31 ส.ค.60 สัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
16 28 ส.ค. 60 ส่งไขข้อสอบต่อกลุ่มบริหารวิชาการ / ภารโรงโรเนียวข้อสอบ หน.กลุ่มสาระ
16 28 ส.ค. 60 ส่งกระดาษไข ข้อสอบต่อหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูผู้สอน
16 31 ส.ค. 60 สารวจรายวิชาที่สอบปลายภาคเรียนของนักเรียน วัดผล วิชาการ
ครูผู้สอน
16 31 ส.ค. 60 สารวจรายชื่อนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % วัดผล วิชาการ
17 7 ก.ย. 60 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % วัดผล วิชาการ
17 7 ก.ย. 60 ประชุมผู้ปกครองนักเรียน ครั้งที่ 1 วิชาการ
17 8 ก.ย 60 นักเรียนยื่นคาร้องขอมีสิทธิ์สอบ กรณีมีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % นักเรียน ครู
ผู้ปกครอง
18-
19
11-21 ก.ย.60 นักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % (ในช่วง 60-80 %)
ขอซ่อมเวลาเรียนให้ครบ 80 %
นักเรียน ครู
ผู้ปกครอง
19 21 ก.ย. 60 รับตารางสอบ/ส่งชุดข้อสอบ กระดาษคาตอบต่อกลุ่มบริหารวิชาการ ครู ผู้สอน
19 22 ก.ย.60 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์สอบ วัดผล วิชาการ
20 25 - 29 ก.ย.60 สอบวัดผลปลายภาคเรียน คณะกรรมการ
22 9 ต.ค. 60 ประกาศผลการสอบประจาภาคเรียนที่ 1/2560 วัดผล วิชาการ
22 10-23-ต.ค.60 ปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ครูผู้สอน
๙
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๙
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2553
วิสัยทัศน์
หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์
ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่น
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความรู้และทักษะพื้นฐานรวม
ทั้งเจตคติ ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนา ตนเองได้ เต็มตามศักยภาพ
หลักการ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553
มีหลักการที่สาคัญ ดังนี้
1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน
ของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค
และมีคุณภาพ
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้
5. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์
จุดหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ
จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน
ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และ
มีทักษะชีวิต
3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกาลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต
และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
มีจิตสาธารณะที่มุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
๑๐
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๐
เป้าประสงค์
1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
2. ระบบบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ
3. ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่มืออาชีพ
4. ผู้เรียนใฝ่รู้ ใฝ่เรียนและเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
5. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะพึงประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
ที่กาหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดังนี้
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้
หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์
และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ
แก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและ
สิ่งแวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการทางาน
การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
๑๑
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๑
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถ
อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซื่อสัตย์สุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมั่นในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรียนรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกาหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้
1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์
4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สุขศึกษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึง
ประสงค์เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสาคัญในการขับเคลื่อน
พัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และ
ประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการ
ประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา
และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกล่าวเป็นสิ่งสาคัญที่ช่วยสะท้อนภาพ
การจัดการศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามที่มาตรฐานการเรียนรู้กาหนดเพียงใด
รหัสมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น
ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นาไปใช้ ในการกาหนดเนื้อหา
จัดทาหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สาคัญสาหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบ
คุณภาพผู้เรียน
1. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3)
๑๒
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๒
2. ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
(มัธยมศึกษาปีที่ 4- 6)
หลักสูตรได้มีการกาหนดรหัสกากับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อความเข้าใจและให้สื่อสาร
ตรงกัน ดังนี้
ต 2.2 ม.4-6/ 3
ม.4-6/3 ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อที่ 3
2.2 สาระที่ 2 มาตรฐานข้อที่ 2
ต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
การจัดทาโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา
ในการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ต้องพิจารณาข้อมูลจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป้าหมาย/จุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียน ระดับท้องถิ่น(หลักสูตรระดับท้องถิ่น)
แล้วจึงดาเนินการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ดังนี้(สาหรับความเป็นท้องถิ่น สถานศึกษา สามารถ
สอดแทรกในวิชาพื้นฐาน สอดแทรกหรือจัดทาเป็นรายวิชาในวิชาเพิ่มเติม และสามารถสอดแทรกในกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน)
1. รายวิชาพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต้องให้จานวนหน่วยกิต/ชั่วโมงตามตามที่
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนด การให้ชื่อวิชาในโครงสร้างหลักสูตร
สถานศึกษา ระดับประถมศึกษาให้ชื่อวิชาตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
ให้ชื่อวิชาตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือให้ชื่อตามเนื้อหาสาระของรายวิชานั้น(โครงสร้างเวลาเรียนกาหนดใน
เอกสารหลักสูตรแกนกลางฯ หน้า 20) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
สามารถจัดแยกได้มากกว่า 1 รายวิชา(1 รายวิชาต้องมีหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 0.5 หน่วยกิต) แต่รวมจานวน
ชั่วโมงของกลุ่มสาระฯ แล้วต้องไม่เกินจานวนชั่วโมงที่กาหนดในโครงสร้างเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ ที่กาหนดโดยหลักสูตรแกนกลางฯ
การจัดรายวิชา จัดโดย นาตัวชี้วัดที่กาหนดใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 มาจัดวางในแต่ละปี(ระดับประถมศึกษา) หรือภาคเรียน(ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย)
ให้เป็นลาดับที่เหมาะสมกับการรับรู้ของผู้เรียน สาหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาต้อนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอน
ปลาย แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรสถานศึกษา สามารถแยกมากกว่า 1
รายวิชาได้ เช่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา อาจจะแยกเป็น 2 รายวิชา เป็นวิชาสุขศึกษา
และวิชาพลศึกษาวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี อาจจะแยกเป็น 2 รายวิชา คือ วิชาคอมพิวเตอร์และ
วิชาการงานและอาชีพ เป็นต้น แต่จานวนหน่วยกิต หรือจานวนชั่วโมง/ปีของ 2 รายวิชารวมกันแล้ว ต้อง
ไม่เกินจานวนชั่วโมงในโครงสร้างเวลาเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ที่กาหนดในหลักสูตรแกนกลางฯ
2. รายวิชาเพิ่มเติม
2.1 ระดับประถมศึกษา จัดรายวิชาปีละไม่เกิน 80 ชั่วโมง และมัธยมศึกษาต้อนต้น จัดรายวิชาปีละ
ไม่เกิน 240 ชั่วโมง ให้ชื่อวิชาที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระของรายวิชา
2.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดรายวิชาปีละไม่น้อยกว่า 1,680 ชั่วโมง ให้ชื่อวิชาที่สอดคล้อง
กับเนื้อหาสาระของรายวิชา
๑๓
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๓
รายวิชาเพิ่มเติม ผู้สอนต้องกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่เรียกว่า “ผลการเรียนรู้” เองให้ชัดเจน
เนื่องจากไม่มีตัวชี้วัดรายปี/รายช่วงชั้น และให้ใช้คาว่า “ผลการเรียนรู้” เท่านั้น ไม่ใช้ คาว่า ผลการเรียนรู้ที่
คาดหวัง
การกาหนดรหัสวิชา มีหลักเกณฑ์ ดังนี้
หลักที่ 1 หลักที่ 2 หลักที่ 3 หลักที่ 4 หลักที่ 5 หลักที่ 6
กลุ่มสาระฯ ระดับ ปีในระดับการศึกษา ประเภทของรายวิชา ลาดับของรายวิชา
ท 1 0 1 01-99
ค 2 1 2
ว 3 2
ส 3
พ 4
ศ 5
ง 6
 ใช้รหัสตัวอักษรตามรายการรหัสตัวอักษรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ใช้ อ
ภาษาญี่ปุ่น ใช้ ญ ภาษาจีน ใช้ จ เป็นต้น
หลักที่ 1 เป็นรหัสตัวอักษรแสดงกลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ
ท หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ค หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ส หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
พ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ศ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ง หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
 หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ให้ใช้รหัสของแต่ละภาษาตามรายการที่กาหนด
คือ ข หมายถึงภาษาเขมร จ หมายถึงภาษาจีน ซ หมายถึงภาษารัสเซีย ญ หมายถึงภาษาญี่ปุ่น ต หมายถึง
ภาษาเวียดนาม น หมายถึงภาษาลาติน บ หมายถึงภาษาบาลี ป หมายถึงภาษาสเปน ฝ หมายถึงภาษา
ฝรั่งเศส ม หมายถึงภาษามลายู ย หมายถึงภาษาเยอรมัน ร หมายถึงภาษาอาหรับ ล หมายถึงภาษาลาว อ
หมายถึงภาษาอังกฤษ และ ฮ หมายถึงภาษาฮินดู
กรณีที่สถานศึกษาได้จัดรายวิชาภาษาต่างประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กระทรวงกาหนดไว้ ให้
สถานศึกษาทาเรื่องเสนอ สพฐ. เพื่อกาหนดรหัสตัวอักษรกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างประเทศเพิ่มเติม และ
ประกาศให้สถานศึกษาทั่วประเทศได้รับทราบและใช้ให้ตรงกัน
หลักที่ 2 เป็นรหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษา ได้แก่
1 หมายถึง รายวิชาระดับประถมศึกษา
2 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
3 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
หลักที่ 3 เป็นรหัสตัวเลขแสดงปีที่เรียนของรายวิชา ได้แก่
0 หมายถึง รายวิชาไม่กาหนดปีที่เรียน จะเรียนปีใดก็ได้ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
และมัธยมศึกษาตอนปลาย
๑๔
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๔
1 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 1 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษา
ตอนปลาย(ป.1 ม.1 และ ม.4)
2 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 2 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษา
ตอนปลาย(ป.2 ม.2 และ ม.5)
3 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 3 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษา
ตอนปลาย(ป.3 ม.3 และ ม.6)
4 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 4 ของระดับประถมศึกษา(ป.4)
5 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 5 ของระดับประถมศึกษา(ป.5)
6 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 6 ของระดับประถมศึกษา(ป.6)
หลักที่ 4 เป็นรหัสตัวเลขแสดงประเภทของรายวิชา ได้แก่
1 หมายถึง รายวิชาพื้นฐาน
2 หมายถึง รายวิชาเพิ่มเติม
หลักที่ 5 และหลักที่ 6 เป็นรหัสตัวเลขแสดงลาดับของรายวิชาแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในปี/ระดับ
การศึกษาเดียวกันมีจานวนตั้งแต่ 01-99 สาหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ควรกาหนดรหัสวิชาเป็น
ช่วงลาดับ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
01-19 รายวิชาในกลุ่มฟิสิกส์
21-39 รายวิชาในกลุ่มเคมี
41-59 รายวิชาในกลุ่มชีววิทยา
61-79 รายวิชาในกลุ่มโลกและอวกาศ
81-99 รายวิชาในกลุ่มวิทยาศาสตร์อื่น ๆ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
01-19 รายวิชาในกลุ่มศาสนา
21-39 รายวิชาในกลุ่มหน้าที่พลเมือง
41-59 รายวิชาในกลุ่มเศรษฐศาสตร์
61-79 รายวิชาในกลุ่มประวัติศาสตร์
81-99 รายวิชาในกลุ่มภูมิศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
01-19 รายวิชาในกลุ่มการดารงชีวิตและครอบครัว
21-39 รายวิชาในกลุ่มการออกแบบและเทคโนโลยี
41-59 รายวิชาในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
61-99 รายวิชาในกลุ่มการอาชีพ
๑๕
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๕
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จานวน 67 มาตรฐาน
ดังนี้
ภาษาไทย
สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
สาระที่ 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์
สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
คณิตศาสตร์
สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวน
ในชีวิตจริง
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธ์
ระหว่างการดาเนินการต่าง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคานวณและแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบัติเกี่ยวกับจานวนไปใช้
สาระที่ 2 การวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด
มาตรฐาน ค 2.2 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจาลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา
๑๖
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๖
สาระที่ 4 พีชคณิต
มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน
มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical
model) อื่นๆแทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนาไปใช้แก้ปัญหา
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้
อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อ
ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ
ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิด
ริเริ่มสร้างสรรค์
วิทยาศาสตร์
สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดารงชีวิต
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบ
ต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่ง
ที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้
เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติใน
ระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนาความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึด
เหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
จิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย
การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
๑๗
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๗
สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
สาระที่ 5 พลังงาน
มาตรฐาน ว 5.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 6 : กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
มาตรฐาน ว 6.1 เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของ
กระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐาน
ของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว 7.1 เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ
สุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยา
ศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 7.2 เข้าใจความสาคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นามาใช้ในการสารวจอวกาศ
และทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะ
หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่าง
มีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การ
แก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่แน่นอน
สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ
เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่อ
อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาที่ตนนับถือ
๑๘
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๘
สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิตในสังคม
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธารง
รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลก
อย่างสันติสุข
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธารงรักษา
ไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของ
เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ
จาเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ
วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็นไทย
สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผล ต่อกัน
และกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา
วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิด
การสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสานึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ
สิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
สุขศึกษาและพลศึกษา
สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนินชีวิต
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่าง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการ
แข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
๑๙
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๙
สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกันโรค
และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา
สารเสพติด และความรุนแรง
ศิลปะ
สาระที่ 1 ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ
ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน
ทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี
ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ
ดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
สาระที่ 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า ของ
นาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระที่ 1 การดารงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ
การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การ
แสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางานมีจิตสานึกในการใช้
พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการดารงชีวิตและครอบครัว
สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือ
วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยี
ในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยี
ที่ยั่งยืน
๒๐
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๐
สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การ
เรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทางาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ
สาระที่ 4 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ มีทักษะที่จาเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อ
พัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ
ภาษาต่างประเทศ
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ
ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ
โดยการพูดและการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น
พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็น
มนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบ
วินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่น
อย่างมีความสุข
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กิจกรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด
แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
๒๑
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๑
นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน
การมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน
2. กิจกรรมนักเรียน
เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน
เอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้
ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการ
ทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของ
สถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร
2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตาม
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิต
สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม
กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ”
“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สาหรับการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันเพราะ
โรงเรียนหลายแห่งดาเนินการอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน
นักเรียน ผู้ปกครอง มีความกังวล สงสัยว่าทาไมต้องลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในประเด็นนี้ถ้าพิจารณาแล้ว
จะพบว่า ในปัจจุบันนี้การเรียนรู้ ของเด็กนักเรียนได้เปลี่ยนแปลงไป อันเนื่องมาจากมีแหล่งเรียนรู้ สื่อและ
เทคโนโลยี เช่น Internet, Computer, Tablet หรือ Smart Phone และอื่น ๆ อีกมากมายที่นักเรียน
สามารถใช้ในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ดังกล่าวไม่จาเป็นต้องจากัดเฉพาะในห้องเรียนตามเวลา
ที่ครูกาหนด นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกแห่ง ทุกเวลา ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนตามความพร้อม
ความสามารถของนักเรียน ครูผู้สอนต้องปรับวิธีการจัดการเรียนรู้ และนักเรียนต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของ
ตนเอง จัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญด้วยวิธีการที่หลากหลาย อาทิเช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้
กระบวนการกลุ่ม (Group Process) การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน (Project-Base Learning) เรียนรู้
จากกิจกรรมการปฏิบัติจริงจากประสบการณ์ตรงใช้คาถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ และสืบค้นข้อมูล
นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถนาไปใช้ในชีวิตจริงมีการจัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนทุกคนได้
เรียนรู้ร่วมกัน ครูจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้อานวยความสะดวก เป็นที่ปรึกษา ชี้แนะช่วยเหลือ
นักเรียนให้ประสบผลสาเร็จ และนักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้เป็นทีม หรือจากกลุ่มเพื่อนมากขึ้น
ซึ่งการเรียนรู้ลักษณะนี้ทาให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ภายใต้แนวคิด ดังนี้
๒๒
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๒
1. กิจกรรมเป็นทางเลือก สนองตอบความสนใจความถนัดของผู้เรียนอย่างหลากหลาย
2. เรียนรู้หลักการ สร้างความรู้ผ่านกระบวนการและกิจกรรม (Process and Content)
3. ลงมือปฏิบัติและสร้างความรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่น อิสระ และปลอดภัย
4. ปรับบทบาทครู จากการเป็นผู้สอนเป็นผู้ให้คาปรึกษาชี้แนะ (Coach & Mentor)
5. ครูผู้สอนควรใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลาย และเป็นการประเมินตามสภาพจริง วิเคราะห์
คุณภาพ และพัฒนาการของนักเรียน มากกว่าการประเมินนักเรียนจากการสอบเท่านั้น
การบริหารจัดการเวลาเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อขับเคลื่อนการนาหลักสูตรสถานศึกษา ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
2. เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้
มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตาม
ความสนใจและถนัดของนักเรียนแต่ละบุคคล
3. เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการเวลาเรียนและจัดกิจกรรม“ลดเวลาเรียน
เพิ่มเวลารู้ ” ได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านวิชาการ ด้านปฏิบัติ นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
ตามความสนใจและถนัดของแต่ละบุคคล
4. เพื่อให้นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ พัฒนา
ตนเองตามความสนใจและความถนัดอย่างเต็มตามศักยภาพ และมีความสุขกับการเรียนรู้
5. เพื่อให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษามีความพึงพอใจในการ
จัดการศึกษาของโรงเรียนและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
วิธีดาเนินการ
1. การขับเคลื่อนนโยบาย
(1) จัดทาโครงการการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายฯ
รวมทั้งจัดประชุมชี้แจงแก่ครูทุกคนในโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจในการนานโยบาย
สู่การปฏิบัติ จัดทาคู่มือการดาเนินงานการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เผยแพร่ให้กับครูและ
บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน
(2) โรงเรียน ประชุมชี้แจงนักเรียน
(3) โรงเรียน ประชุมชี้แจงผู้ปกครอง
(4) โรงเรียน ประชุมชี้แจงกรรมการสถานศึกษา
(5) โรงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบถึงการดาเนินการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว
ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ การจัดทาป้ายประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนทราบ ผ่าน
ทางเว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ หอกระจายข่าวโรงเรียน แผ่นป้าย
ไวนิลประชาสัมพันธ์หน้าโรงเรียน และสื่อสังคมออนไลน์ เช่น facebook , line เป็นต้น
๒๓
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๓
2. การจัดทาโครงสร้างเวลาเรียน
(1) วิเคราะห์โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
(2) วิเคราะห์ความพร้อมของโรงเรียนด้านครูผู้สอน สื่อ แหล่งเรียนรู้ อาคารสถานที่
(3) ปรับโครงสร้างเวลาเรียนตามความพร้อมของโรงเรียน
(4) ออกแบบตารางเรียนที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยมีรูปแบบการ
ดาเนินการที่หลากหลาย
3. แนวทางการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยดาเนินการใน 2 แนวทาง ดังนี้
(1) โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเสนอ โดยนักเรียนรวมกลุ่มผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน
เสนอกิจกรรม แล้วนาไปเสนอขอครูที่ปรึกษา
(2) ใช้ร่วมกันทั้ง 2 แนวทางคือ โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเสนอกิจกรรม และโรงเรียนจัด
กิจกรรมหลากหลายให้นักเรียนเลือก ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน
4. การออกแบบกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ดาเนินการ ดังนี้
(1) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ครอบคลุมหลักองค์ 4 แห่งการศึกษา ได้แก่ พุทธิศึกษา (Head) จริย
ศึกษา (Heart) หัตถศึกษา (Hand) และพลศึกษา (Health)
- ด้านพุทธิศึกษา คือ ความรอบรู้วิชาการที่จาเป็นสาหรับการดารงชีวิตการศึกษา
และการเรียนรู้
- ด้านจริยศึกษา คือ การมีศีลธรรมจรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีสานึกที่ดีต่อส่วนรวม
- ด้านหัตถศึกษา คือ ความรู้และทักษะในการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มี
ทัศนคติที่ดีต่องานและเห็นคุณค่าของการทางาน
- ด้านพลศึกษา คือการมีสุขภาพแข็งแรง การกินอาหารที่ถูกต้อง และการออก
กาลังกายให้เหมาะสม รวมทั้งความสะอาดและสุขาภิบาลด้วย
(2) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทุกกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
(3) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทุกกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน
(4) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทุกกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(5) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้มีการประสานความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานที่สนับสนุนใน
การจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
5. การนิเทศ กากับ ติดตามและประเมินผล
โรงเรียน มีแผนการนิเทศ กากับ ติดตาม ภายใน และดาเนินการนิเทศ กากับ ติดตาม เป็นระยะ
และต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือการนิเทศฯ ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกรอบและ
แนวทาง
6. การทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR)
การประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) ในระดับโรงเรียน อย่าง
น้อยเดือนละ 1 ครั้ง มีการประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) ในกลุ่มเล็ก
(ระดับกลุ่มสาระฯ/ กลุ่มกิจกรรม) และกลุ่มใหญ่ (ระดับโรงเรียน) อย่างต่อเนื่อง
๒๔
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๔
ระดับการศึกษา
หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดระดับการศึกษาเป็น 2 ระดับ ดังนี้
1. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) เป็นช่วงสุดท้ายของการศึกษาภาคบังคับ
มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สารวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน มีทักษะ
ในการคิดวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดาเนินชีวิต มีทักษะการใช้เทคโนโลยี
เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความดีงาม
และมีความภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนใช้เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ หรือการศึกษาต่อ
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6) การศึกษาระดับนี้เน้นการเพิ่มพูนความรู้
และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนทั้งด้านวิชาการ
และวิชาชีพ มีทักษะในการใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง สามารถนาความรู้ไป
ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตนและประเทศตามบทบาท
ของตน สามารถเป็นผู้นา และผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ
การจัดเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
1. ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
โครงสร้างเวลาเรียน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553
กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน และเพิ่มเติม โดยจัดองค์ความรู้และทักษะตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ไว้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้รวม 880 ชั่วโมงต่อปี (22 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมง
ต่อปีและรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมงต่อปี
รวมไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมงต่อปี
2. ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
โครงสร้างเวลาเรียน
การกาหนดสาระการเรียนรู้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม
พื้นฐานและเพิ่มเติม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้รวม 3 ปี จานวน 1,640 ชั่วโมง (41 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน360 ชั่วโมง และรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า
1,600 ชั่วโมง (40หน่วยกิต) รวม 3 ปี ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง
แนวทางการปรับลดเวลาเรียน
ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” กาหนดให้ลดเวลาเรียนภาควิชาการลดลง แต่ต้องไม่กระทบ
เนื้อหาหลักที่เด็ก ๆ ควรเรียนรู้ ซึ่งครูผู้สอนต้องใช้ความสามารถในการออกการเรียนรู้ให้นักเรียนได้สาระที่
ต้องรู้ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น ในการนี้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้
พิจารณาปรับโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้มี
ความเหมาะสมในการลดเวลาเรียน ดังนี้
๒๕
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๕
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สถานศึกษาจัดแบ่งจานวนหน่วยกิตที่เรียนของแต่ละรายวิชาต่อ
ภาคเรียนได้ตามความเหมาะสม และบูรณาการการเรียนรู้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามโครงสร้างเวลาเรียน
ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนด โดยรายวิชาพื้นฐาน เท่ากับ 880
ชั่วโมง/ปี และ รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้น เท่ากับ 200ชั่วโมง/ปี
รวมทั้งสิ้น 1,080 ชั่วโมง/ปี (27 ชั่วโมง/สัปดาห์) โดยผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัดที่กาหนด เวลาของการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จานวน 120 ชั่วโมง/ปี (3 ชั่วโมง/สัปดาห์) จัดเป็น
กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตร ประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียน
และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เวลาเรียนรวมทั้งหมดไม่เกิน 1,200ชั่วโมง/ปี
แนวทางการปรับตารางเรียน
ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โรงเรียนต้องบริหารจัดการเวลาเรียน โดยกาหนดโครงสร้าง
เวลาเรียน และโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ให้นักเรียนได้ใช้เวลาในการเรียนรู้รายวิชา 8 กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ อย่างเหมาะสม และมีเวลาในการทากิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ให้มากขึ้น แล้วนาไปจัดตาราง
เรียนให้มีความยืดหยุ่น เพียงพอ ต่อเนื่อง และเชื่อมโยงตลอดแนว ดังนี้
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติม 1,080 ชั่วโมง/ปี หรือ
เวลา 27 ชั่วโมง/สัปดาห์ และเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”) 120ชั่วโมง/ปี
หรือ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวมเวลาเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรทั้งสิ้น 1,200 ชั่วโมง/ปี หรือ 30ชั่วโมง/สัปดาห์
หรือ 6 ชั่วโมง/วัน ซึ่งโรงเรียนสามารถจัดตารางเรียนที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ได้ดังนี้
ช่วงเช้า 08.15 น. – 12.00 น. จัดให้เรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
หรือเรียนเนื้อหา สาระ ภาควิชาการ
พักกลางวัน 12.00 น. – 12.50 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย
12.50 น. – 15.20 น. จัดให้เรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
และภาคปฏิบัติ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้”
บังคับตามหลักสูตร
15.20 - 16.10 น. ปฏิบัติกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
หมายเหตุ
1. โรงเรียนมีเวลาจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จานวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ ระหว่างช่วงเวลา
15.20 – 16.10 ของแต่ละวัน
2. โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตร
3 ชั่วโมง/สัปดาห์
3. โรงเรียนจะมีเวลาปฏิบัติกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จานวนทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
4. โรงเรียนสามารถยืดหยุ่น ปรับเวลาได้ตามความเหมาะสม และตามบริบทของโรงเรียน
๒๖
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๖
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(เดิม)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
กลุ่มสาระการเรียนรู้
( เรียนทั้งหมดไม่เกิน 81 นก)
สัดส่วนเวลาเรียน
ม.1 ม.2 ม.3
1) สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (66 นก) ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2
1. ภาษาไทย 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
2. คณิตศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
3. วิทยาศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
ประวัติศาสตร์ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1)
5. สุขศึกษาและพลศึกษา 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
6. ศิลปะ 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
8. ภาษาต่างประเทศ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
รวม 8 กลุ่มสาระ 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22)
2) สาระเพิ่มเติม(ไม่น้อยกว่า 15 นก)
1. หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
2. คอมพิวเตอร์
3.วิทยาศาสตร์
4. คณิตศาสตร์
20(1)
40(2)
40(2)
40(2)
20(1)
40(2)
40(2)
40(2)
20(1)
40(2)
40(2)
40(2)
20(1)
40(2)
40(2)
40(2)
20(1)
40(2)
40(2)
40(2)
20(1)
40(2)
40(2)
40(2)
3) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- ลูกเสือ-เนตรนารี/ชุมนุม,ชมรม
- แนะแนว
- กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะ
ประโยชน์
60(3)
20/20
20
8
60(3)
20/20
20
7
60(3)
20/20
20
8
60(3)
20/20
20
7
60(3)
20/20
20
8
60(3)
20/20
20
7
รวม 68 67 68 67 68 67
รวมชั่วโมงเรียน(รายปี) 1,295 1,295 1,295
๒๗
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๗
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(ลดเวลาเรียน)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
กลุ่มสาระการเรียนรู้
( เรียนทั้งหมดไม่เกิน 81 นก)
สัดส่วนเวลาเรียน
ม.1 ม.2 ม.3
1) สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (66 นก) ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2
1. ภาษาไทย 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
2. คณิตศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
3. วิทยาศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
ประวัติศาสตร์ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1)
5. สุขศึกษาและพลศึกษา 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
6. ศิลปะ 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
8. ภาษาต่างประเทศ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3)
รวม 8 กลุ่มสาระ 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440(22)
2) สาระเพิ่มเติม(ไม่เกิน 200 ชั่วโมง) 200 200 200 200 200 200
3) กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้/
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/
- ลูกเสือ-เนตรนารี/ชุมนุม,ชมรม
- แนะแนว
- กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
60(3)
20/20
20
8
60(3)
20/20
20
7
60(3)
20/20
20
8
60(3)
20/20
20
7
60(3)
20/20
20
8
60(3)
20/20
20
7
รวม 60(15) 60(15) 60(15) 60(15) 60(15) 60(15)
รวมชั่วโมงเรียน(รายปี) 1,200 1,200 1,200
หมายเหตุ
1. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตรประกอบด้วย
กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
2. วิชาหน้าที่พลเมือง จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม แต่จัดการเรียนการสอนให้บูรณาการลงสู่
กิจกรรมที่โรงเรียน ดาเนินการอยู่แล้ว โดยไม่เพิ่มชั่วโมงเรียน ได้แก่ กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมกีฬาสี
กิจกรรมตามประเพณี กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด เป็นต้น เพื่อปลูกฝังให้เกิดการปฏิบัติและ
กลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจาวัน
๒๘
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๘
โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6
กลุ่มสาระการเรียนรู้
( เรียนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 81 นก)
สัดส่วนเวลาเรียน
ม.4 ม.5 ม.6
1) สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (41 นก) ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2
1. ภาษาไทย 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
2. คณิตศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) - -
3. วิทยาศาสตร์
(ฟิสิกส์ 4, เคมี 3 ,ชีวฯ 3,โลกดวงดาว 2)
240(12) - - - - -
4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2)
ประวัติศาสตร์ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) - -
5. สุขศึกษาและพลศึกษา 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1)
6. ศิลปะ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1)
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1)
8. ภาษาต่างประเทศ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) - -
รวม 8 กลุ่มสาระ 520(26) 280(14) 280(14) 280(14) 140(7) 140(7)
2) สาระเพิ่มเติม(ไม่น้อยกว่า 40 นก)
- คณิตศาสตร์
- ฟิสิกส์
- เคมี
- ชีววิทยา
- ภาษาต่างประเทศ
- คอมพิวเตอร์
- หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
- ภาษาจีน
120(4)
40(2)
-
-
-
-
40(2)
-
20(1)
320(16)
40(2)
80(4)
60(3)
60(3)
-
40(2)
20(1)
20(1)
320(16)
40(2)
80(4)
60(3)
60(3)
-
40(2)
20(1)
20(1)
320(16)
40(2)
80(4)
60(3)
60(3)
-
40(2)
20(1)
20(1)
400(20)
100(5)
60(3)
60(3)
60(3)
60(3)
40(2)
20(1)
20(1)
400(20)
100(5)
60(3)
60(3)
60(3)
60(3)
40(2)
-
20(1)
3) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- ลูกเสือ,บาเพ็ญ,รด/ชุมนุม
- แนะแนว
- กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
60(3)
20/20
20
10
60(3)
30
20
10
60(3)
30
20
10
60(3)
30
20
10
60(3)
30
20
10
60(3)
30
20
10
รวม 700(32) 700(32) 700(32) 700(32) 600(30) 600(30)
รวมชั่วโมงเรียน(รายปี) 1,400 1,400 1,200
๒๙
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๙
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อ
ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม
มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่
ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กิจกรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด
แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน
การมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ต้องได้เรียนกิจกรรมแนะแนวอย่างน้อย 1
ชั่วโมง/สัปดาห์
2. กิจกรรมนักเรียน
เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบการทางาน
ร่วมกันการรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกันเอื้ออาทร และ
สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วย
ตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน
เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนบริบทของ
สถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร
2.1.1 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3)
- นักเรียนชาย กิจกรรมลูกเสือ เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง
- นักเรียนหญิง กิจกรรมยุวกาชาด เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง
2.1.2 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) เลือกเรียน 2 กิจกรรม คือ
- กิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง
- กิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์ เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง
2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม
นักเรียนทุกคนต้องเลือกเรียนกิจกรรมชุมนุมคนละ 1 ชุมนุมโดยจัดกิจกรรมชุมนุมให้
นักเรียนได้เรียนในวันพฤหัสบดีสัปดาห์ 1 ชั่วโมง
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตาม
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิต
สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคมโดยนักเรียนโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล
จะต้องมีสมุดบันทึกการทากิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์คนละ 1 เล่ม เพื่อให้นักเรียนได้บันทึกการ
ทากิจกรรมอย่างสม่าเสมอและเป็นปัจจุบันโดยในการทากิจกรรมแต่ละครั้งต้องมีลายมือชื่อของครูที่ปรึกษา
เป็นผู้รับรองการทากิจกรรมทุกครั้ง ซึ่งโรงเรียนได้กาหนดการร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ดังนี้
๓๐
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๐
3.1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้น ม.1-3) ต้องทากิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา หรือ ไม่น้อยกว่า
45 ชั่วโมงต่อ 3 ปีการศึกษา
3.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้น ม.4-6) ต้องทากิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง/ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา หรือ ไม่น้อย
กว่า 60 ชั่วโมงต่อ 3 ปีการศึกษา
กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ประกอบด้วย 4 หมวด 16 กลุ่ม ดังนี้
1) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมบังคับตามหลักสูตร)
2) สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้
3) สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม
4) สร้างเสริมทักษะการทางาน การดารงชีพ และทักษะชีวิต
1. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมบังคับตามหลักสูตร) ประกอบด้วย 3 กลุ่มกิจกรรม ได้แก่
1) กิจกรรมแนะแนว
2) กิจกรรมนักเรียน
3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
2. สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 กลุ่ม
กิจกรรม ได้แก่
1) พัฒนาความสามารถด้านการสื่อสาร
2) พัฒนาความสามารถด้านการคิดและการพัฒนากรอบความคิด แบบเปิดกว้าง
3) พัฒนาความสามารถด้านการแก้ปัญหา
4) พัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยี
5) พัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ
3. สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม ประกอบด้วย 4 กลุ่ม
กิจกรรม ได้แก่
1) ปลูกฝังค่านิยมและจิตสานึกการทาประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะและการให้บริการ
ด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อส่วนรวม
2) ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
3) ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม (มีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ อดทน มุ่งมั่นในการทางาน
กตัญญู)
4) ปลูกฝังความรักความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และหวงแหนสมบัติของชาติ
4. สร้างเสริมทักษะการทางาน การดารงชีพ และทักษะชีวิตประกอบด้วย 4 กลุ่มกิจกรรม
1) กิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจ/ความถนัด/ความต้องการของผู้เรียน
2) ฝึกการทางาน/ทักษะทางอาชีพ/ทรัพย์สินทางปัญญา อยู่อย่างพอเพียง/มีวินัยทางการเงิน/
3) พัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชีวิต
4) สร้างเสริมสมรรถนะทางกาย
๓๑
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๑
การวัดผลประเมินผล
การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐานโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะ
สาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน
ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ครูผู้สอนคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง
เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสาคัญให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย
1. หลักการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสาคัญ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับ
ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสาคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม
2. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย
เป็นเครื่องมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ
ลงมือทาจริงกระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง
กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย
กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะ
จะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจาเป็นต้องศึกษา
ทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ
สาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณา
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กาหนด
4. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของ
หลักสูตร ทั้งครูผู้สอนและนักเรียนมีบทบาท ดังนี้
4.1 บทบาทของครูผู้สอน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ
เรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน
2) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ
ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๓๒
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๒
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ
พัฒนาการทางสมอง เพื่อนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย
4) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับธรรมชาติของ
วิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน
7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ
จัดการเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของนักเรียน
1) กาหนดเป้าหมาย วางแผนและรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคาถาม
คิดหาคาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ
3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในสถานการณ์ต่างๆ
4) มีปฏิสัมพันธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่องสื่อการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น
การเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน
การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้
อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและ
สื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
อย่างแท้จริงดาเนินการดังนี้
1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการ
เรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก
2. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง
จัดหาสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้
3. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับ
วิธีการเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน
4. ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้ที่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ
5. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
6. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อการเรียนรู้
เป็นระยะๆ และสม่าเสมอ
ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในโรงเรียนกาหนดให้ครูผู้สอน
จัดทาหรือจัดหาสื่อที่สอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การ
จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม
มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการนาเสนอที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
๓๓
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๓
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลกาหนดระเบียบว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ดังนี้
ระเบียบโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
****************************************
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ” (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2558
ภาคเรียนที่ 2 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ
ระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล
ข้อ 4 ให้ผู้อานวยการโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
หมวด 1
หลักการในการวัดผลและประเมินผล
ข้อ 5 การประเมินผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการดังนี้
5.1 สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้
ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
5.2 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กาหนดในหลักสูตร และจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ
เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
5.3 การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกต
พฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความ
เหมาะสมของแต่ละระดับ และรูปแบบการศึกษา
5.4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน
ต้องดาเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทั้ง
ด้านความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชาและ
ระดับชั้นของผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้
5.5การประเมินผลการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการ
เรียนรู้ และตัดสินผลการเรียน
5.6 เปิดโอกาสให้(เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผล
การเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน
5.7 ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาต่างๆ
5.8 ให้สถานศึกษาจัดทาเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการ
เรียนรู้ รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษา และรับรองผลการเรียนของผู้เรียน
๓๔
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๔
หมวด 2
วิธีการประเมินผล
ข้อ 6 การประเมินผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้
6.1 ทาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดที่กาหนดในหน่วย
การเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ให้ได้ผลการประเมินตามความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนให้ความสาคัญ
กับการประเมินระหว่างภาคมากกว่าการประเมินปลายภาค
6.2 ประเมินผลก่อนเรียน เพื่อศึกษาความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
6.3 วัดและประเมินผลระหว่างเรียนเพื่อศึกษาผลการเรียน ให้มุ่งหาคาตอบว่าผู้เรียนมี
ความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม และค่านิยมอันอันประสงค์ การวัดและประเมิน
ต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย ประเมินตามสภาพจริง
6.4 กาหนดอัตราส่วนคะแนนงานระหว่างภาค : สอบปลายภาค และคะแนนระหว่างภาค
ประเมินให้ครบ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้(Knowledge อักษรย่อ K) : ด้านทักษะกระบวนการ(Process
อักษรย่อ P) : คุณลักษณะ(Attitude อักษรย่อ A) ของแต่ละกลุ่มสาระฯ ทั้งในมัธยมศึกษาตอนต้น และ
มัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ อัตราส่วนคะแนน
งานระหว่างภาค : สอบปลายภาค
คะแนนงานระหว่างภาค
K : P : A
1. ภาษาไทย 80 : 20 40 : 40 :20
2. คณิตศาสตร์ 80 : 20 40 : 40:20
3. วิทยาศาสตร์ 80 : 20 40:40:20
4. สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนาธรรม
80 : 20 40: 40:20
5. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 80 : 20 30:50: 20
6. สุขศึกษาและพลศึกษา 80 : 20 30:50: 20
7. ศิลปศึกษา 80 : 20 30:50:20
8. ภาษาต่างประเทศ 80 : 20 40:40:20
6.5 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนใน
การอ่าน การฟัง การดู และการรับรู้ จากหนังสือ เอกสาร และสื่อต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แล้วนามาคิด
วิเคราะห์เนื้อหาสาระที่นาไปสู่การแสดงความคิดเห็นถ่ายทอดความคิดนั้นด้วยการเขียนซึ่งสะท้อนถึง
สติปัญญา ความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
6.6 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามกลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และตามที่สถานศึกษากาหนดเพิ่มเติม เป็นการประเมินรายคุณลักษณะแล้วรวบรวมผล
การประเมินจากผู้ประเมินทุกฝ่าย นามาพิจารณาสรุปผลเพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมินการเลื่อนชั้นเรียนและการ
จบการศึกษา
6.7 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมตามจุดประสงค์
และเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์
๓๕
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๕
หมวด 3
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ข้อ 7 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
7.1 การตัดสินผลการเรียน ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีการตัดสินในหลายลักษณะ คือ
การผ่านรายวิชากาหนดเป็นภาคเรียน การเลื่อนชั้นปีกาหนดเป็นปีการศึกษา และการจบระดับชั้นกาหนด
เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีดังนี้
1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้นๆ
2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด
(เกณฑ์การผ่านรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม กาหนดตัวชี้วัดที่ต้องผ่าน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละ
รายวิชา การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงบางตัวชี้วัด ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ก็ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้)
3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กาหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
7.2 การให้ระดับผลการเรียน
ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ตัวเลข
แสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ รายวิชาที่จะนับหน่วยกิตได้ จะต้องได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 1 ขึ้นไป
โดยมีแนวการให้ระดับผลการเรียน ดังนี้
คะแนนร้อยละ ระดับผลการเรียน ความหมายผลการประเมิน
80 – 100 4 ดีเยี่ยม
75 – 79 3.5 ดีมาก
70 – 71 3 ดี
65 – 69 2.5 ค่อนข้างดี
60 – 64 2 ปานกลาง
55 – 59 1.5 พอใช้
50 – 54 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่า
0 - 49 0 ต่ากว่าเกณฑ์
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ
ประเมินเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน กรณีที่ผ่านให้ระดับผลการเรียนเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน ดังนี้
1) การประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
ดีเยี่ยม หมายถึง สามารถจับใจความสาคัญได้ครบถ้วน เขียนวิพากษ์วิจารณ์
เขียนสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นประกอบอย่างมีเหตุผลได้ถูกต้อง
และสมบูรณ์ ใช้ภาษาสุภาพและเรียบเรียงได้สละสลวย
๓๖
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๖
ดี หมายถึง สามารถจับใจความสาคัญได้ เขียนวิพากษ์วิจารณ์ และเขียน
สร้างสรรค์ได้ โดยใช้ภาษาสุภาพ
ผ่าน หมายถึง สามารถจับใจความสาคัญ และเขียนวิพากษ์วิจารณ์ได้บ้าง
2) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติจนเป็นนิสัยและนาไปใช้ใน
ชีวิตประจาวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม
ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามเกณฑ์ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ
ของสังคม
ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากาหนด
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้ากิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและ
ผลงานของผู้เรียน ให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่านและไม่ผ่าน
7.3 การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต
และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากาหนด
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต
3) ผู้เรียนต้องได้รับผลการเรียนไม่ต่ากว่า “1” ทุกรายวิชา
4) ผู้เรียนมีผลการประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม
เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด
5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม
เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด
6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมิน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม
7.4 การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต
และรายวิชา และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากาหนด
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต
3) ผู้เรียนต้องได้รับผลการเรียนไม่ต่ากว่า “1” ทุกรายวิชา
4) ผู้เรียนมีผลการประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม
เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด
5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม
เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด
6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมิน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม
๓๗
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๗
7.5 ผลการเรียนที่มีเงื่อนไข
ผลการเรียนที่มีเงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาคในรายวิชา
และรอการตัดสิน ให้ใช้ตัวอักษรระบุเงื่อนไขแสดงผลการเรียน ประกอบด้วย
1) ตัวอักษรแสดงผลการเรียนแต่ละรายวิชาใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ “มส”
หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาคเรียน โดยผู้เรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลา
เรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน
“ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินไม่ได้โดยผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียน
รายวิชานั้นครบถ้วน เช่น ไม่ได้วัดผลปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานมรามอบหมายให้ทา ซึ่งงานนั้นเป็นส่วน
หนึ่งของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทาให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้
2) ตัวอักษรแสดงผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
“ผ” หมายถึง ผ่านเกณฑ์
“มผ” หมายถึงไม่ผ่านเกณฑ์
7.6 การเปลี่ยนผลการเรียน”0”
จัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัดที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อนแล้วจึงสอบแก้ตัวให้และ
สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ต้องดาเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น
ถ้าผู้เรียนไม่ดาเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่กาหนดไว้นี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
สถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปนี้ไม่เกิน 1 ภาคเรียน
ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้วยังได้ระดับผลการเรียน “0” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้ง
คณะกรรมการดาเนินการเกี่ยวกับการแก้ผลการเรียนของผู้เรียนโดยปฏิบัติ ดังนี้
1) ให้เรียนซ้ารายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน
2) ให้เรียนซ้าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน
รายวิชาใด
7.7 การเปลี่ยนผลการเรียน”ร”
การเปลี่ยนผลการเรียน”ร” มี 2 กรณี ดังนี้
1) มีเหตุสุดวิสัย ทาให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ เช่นเจ็บป่วย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบ
หรือส่งงานที่ติดค้างอยู่เสร็จเรียบร้อยหรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ
(ตั้งแต่ 0 – 4 )
2) ถ้าสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบ หรือ
ส่งงานที่ติดค้างอยู่เสร็จเรียบร้อย หรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน”0”
การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดาเนินการแก้ไขตามสาเหตุให้เสร็จสิ้นภายใน
ปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดาเนินการแก้ “ร” ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ ให้เรียนซ้ารายวิชา
ยกเว้นเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร”ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน
แต่เมื่อพ้นกาหนดนี้แล้วให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ให้เรียนซ้ารายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน
(2) ให้เรียนซ้าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียน
แทนรายวิชาใด
๓๘
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๘
7.8 การเปลี่ยนผลการเรียน “มส”
การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี ดังนี้
1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 แต่มีเวลา
เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อม
เสริม หรือเวลาว่าง หรือวันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทา จนมีเวลาเรียนครบตามที่กาหนดไว้สาหรับรายวิชา
นั้น แล้วจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ผลการสอบแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน“1” การแก้“มส”
กรณีนี้ให้กระทาให้เสร็จสิ้นนั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดาเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้นี้ ให้เรียนซ้า
ยกเว้น มีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาค
เรียน แต่เมื่อพ้นกาหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ให้เรียนซ้ารายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน
(2) ให้เรียนซ้าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ในดุลย
พินิจของสถานศึกษา
2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลา
เรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนซ้าในรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ได้
สาหรับรายวิชาเพิ่มเติมเท่านั้น
ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียน
แทนรายวิชาใด
7.9 การเปลี่ยนผลการเรียน “มผ”
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลพุทธศักราช 2551
กาหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3 กิจกรรม คือ
1) กิจกรรมแนะแนว
2) กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ หรือนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เรียนเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง 1 กิจกรรม และ
เลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก 1 กิจกรรม
3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทา
กิจกรรมจนครบตามกาหนด หรือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่ต้องปรับปรุงแก้ไข แล้วจึงเปลี่ยนผล
การเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ทั้งนี้ดาเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้
อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา
หมวด 4
การเทียบโอนผลการเรียน
ข้อ 8 โรงเรียนจะเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้จากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ ได้แก่
การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การละทิ้งการศึกษา และขอกลับเข้า
รับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถเทียบโอน
ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่นสถานประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบัน
การฝึกอบรมอาชีพ การศึกษาโดยครอบครัว
๓๙
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๙
การพิจารณาการเทียบโอน จะดาเนินการได้ดังนี้
1) พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา ซึ่งจะให้ข้อมูลที่แสดงความรู้ ความสามารถของ
นักเรียนในด้านต่างๆ
2) พิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริง การทดสอบ การสัมภาษณ์
เป็นต้น
3) พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติจริง
4) การเทียบโอนผลการเรียนจะดาเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอนจานวน
ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่ควรเกิน 5 คน
5) การเทียบโอนให้ดาเนินการดังนี้
5.1 กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให้นารายวิชาหรือหน่วยกิตที่มี
ตัวชี้วัด/มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ
60 มาเทียบโอนผลการเรียนและพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลีกสูตรที่รับเทียบโอน
5.2 กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน
(ถ้ามี) โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลายและให้ระดับผลให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน
5.3 กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข้าโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้ดาเนินการตาม
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษา สาหรับนักเรียนที่เข้าร่วม
โครงการแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ วิธีการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการและแนว
ปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
หมวด 5
เอกสารหลักฐานการศึกษา
ข้อ 9 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด ประกอบด้วย
1) ระเบียนแสดงผลการเรียน ( ปพ.1 )
2) ใบประกาศนียบัตร ( ปพ.2)
3) แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา ( ปพ.3)
ข้อ 10 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากาหนด มีดังนี้
1) แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา
2) แบบรายงานประจาตัวนักเรียน
3) ระเบียนสะสม
4) ใบรับรองผลการเรียน
เอกสาร ปพ.1 ปพ.2 ปพ.3 ใช้รูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด ส่วนเอกสารอื่น
ที่ระบุในข้อ 10 ใช้ตามรูปแบบโรงเรียนกาหนดที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สถานศึกษา พุทธศักราช 2551
๔๐
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๔๐
ข้อปฏิบัติในการขอใบรับรองการศึกษา
1. การขอใบรับรองการศึกษา
1.1 ขอแบบคาร้องขอใบรับรองที่กลุ่มบริหารวิชาการ
1.2 กรอกรายละเอียดต่างๆลงในแบบคาร้องด้วยตัวบรรจง
1.3 ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการขอใบรับรอง
1.4 ส่งแบบคาร้องพร้อมรูปถ่าย ขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6
เดือนกับนายทะเบียน
2. การขอหลักฐานทางการศึกษา
2.1 ในกรณีที่ยังไม่จบการศึกษา
2.1.1 ผู้ปกครองยื่นคาร้องและใบลาออกกับนายทะเบียน
2.1.2 แนบรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
2.2. ในกรณีที่จบหลักสูตร
2.2.1 ใบยื่นคาร้องขอจบ ส่งนายทะเบียน
2.2.2 แนบรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
2.3 ในกรณีที่จบหลักสูตรแล้วต้องการขอใหม่ให้ ยื่นคาร้องพร้อมรูปถ่าย 1.5 นิ้ว
จานวน 2 แผ่น ใบแจ้งความจากสถานีตารวจ (กรณีหาย)
2.4 กรณีกาลังศึกษาอยู่ต้องการขอหลักฐานประกอบการสมัครเรียนต่อ
2.4.1 ยื่นคาร้องขอต่อนายทะเบียนตามฟอร์มที่กาหนด
2.4.2 แนบรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
การขอเอกสารหลักฐานทางการศึกษา
1. ขอคาร้องและยื่นคาร้องที่งานทะเบียน-วัดผล
2. เตรียมรูปถ่าย 1.5 นิ้ว 1 รูป ต่อเอกสาร 1 ฉบับ ( รูปถ่ายเป็นรูปปัจจุบัน เครื่องแบบนักเรียน ไม่เป็น
รูปที่อัดด้วยระบบโพลารอยด์)
3. การขอเอกสารต้องขอล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วัน ( ไม่นับวันหยุดราชการ)
๔๑
คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๔๑
๑. ที่ปรึกษา
นายจิตตนาถ สิงห์โต ผู้อานวยการ
๒. คณะกรรมการดาเนินงาน
นางดรุณี เสมอภาค ครู
นายสารวน เสมอภาค ครู
นางสาวพัชรนันท์ ยศพลเพ็งแจ่ม ครู
นางสาวอัจฉรา พวงอก ครู
นางสาววศินี ทองบริสุทธิ์ ครู
นางสาวสุนิสา สีหอมกลิ่น ครูผู้ช่วย
นางสาววณิชา โนภาศ ครูผู้ช่วย
นางสาวณัฐวดี สัตโรจน์ ครูผู้ช่วย
นางสาววรรณิภา อุ่นไชย ครูผู้ช่วย
3. ข้อมูล
- กลุ่มบริหารวิชาการ
โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล

5.คู่มือนักเรียน60

  • 1.
    ๑ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ประจาปีการศึกษา 2560 ด้านวิชาการ กลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จังหวัดศรีสะเกษ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  • 2.
    ๒ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒ สารบัญ เรื่อง หน้า ข้อมูลพื้นฐาน 1 สัญลักษณ์ คติธรรม และ สีประจาโรงเรียน 1 ประวัติโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล 1 ความรู้และระเบียบเกี่ยวกับกลุ่มบริหารวิชาการ - กาหนดวันปิด-ปิด ภาคเรียน 4 - การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5 - การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 29 ภาคผนวก
  • 3.
    ๓ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓ คานา การจัดการศึกษาในปัจจุบันมุ่งเน้นความสาคัญทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดหลักผู้เรียนสาคัญ ที่สุด ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม ศักยภาพ ให้ความสาคัญต่อความรู้เกี่ยวข้องกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ความรู้และทักษะทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบารุงรักษา และการใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษาเน้น การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพการดารงชีวิต ในสังคมอย่างมีความสุข โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จึงจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิดการจัดการ เผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ไข จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนจากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่องผสมผสานสาระความรู้ด้าน ต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อานวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของ กระบวนการเรียนรู้ โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน จัดการเรียนรู้ให้เกิดได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และ สามารถเทียบโอนผลการเรียนและประสบการณ์ได้ทุกระบบการศึกษา ดังนั้น จึงต้องมีการประสานสัมพันธ์และร่วมมือกับนักเรียน บิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคล ในชุมชนให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดจน การประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชนทั่วไป ผู้ปกครอง และผู้เรียนมีความเข้าใจและรับทราบบทบาทของตนในการพัฒนาตนเองและ สังคมต่อไป นายจิตตนาถ สิงห์โต ผู้อานวยการโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล
  • 4.
    ๔ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๔ ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน 1. ข้อมูลทั่วไป 1.1 ชื่อโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ตั้งอยู่เลขที่ 46 หมู่ 15 ตาบลผักไหม อาเภอ ห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ 33210 โทรศัพท์ 045- 821019 Website http://pmwn.osea2.go.th/ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 1.2 เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 1.3 ประวัติโรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ตาบลผักไหม อาเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ มีเนื้อที่ 25 ไร่ 3 งาน 23 ตารางวา ตั้งบนที่ดินที่ได้รับบริจาคจากนายสาลี ผักไหม , นายบอน สมบัติวงศ์และนางคาดี ผักไหม และได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากชาวบ้านในตาบลผักไหม โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ตั้งเมื่อ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นโรงเรียนสหศึกษาสังกัด กรมสามัญศึกษา(เดิม) ปัจจุบันสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายไพฑูรย์ พวงยอด เป็นผู้บริหารคน แรก นายสุรพล ชาลีกุล เป็นผู้บริหาร เมื่อ พ.ศ. 2546 – 13 มกราคม 2554 นายจาเนียร ราษเจริญ เป็น ผู้บริหาร เมื่อ 14 มกราคม 2554 - ธันวาคม 2558 และนายจิตตนาถ สิงห์โต เป็นผู้บริหาร คนปัจจุบัน รายชื่อผู้บริหาร (ให้มีชื่อผู้บริหารตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันด้วย) 1. นายไพฑูรย์ พวงยอด ตาแหน่ง ครูใหญ่, ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ.2538 – พ.ศ.2547 2. นายสุรพล ชาลีกุล ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ.2547 – พ.ศ.2553 3. นายจาเนียร ราษเจริญ ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ.2554 – พ.ศ. 2558 4. นายจิตตนาถ สิงห์โต ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียน พ.ศ. 2558 - ถึงปัจจุบัน วิสัยทัศน์ โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จัดการศึกษาบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน เสริมสร้างความเป็นไทย น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก้าวล้าเทคโนโลยี มีคุณธรรม นาความรู้มุ่งสู่ประชาคมอาเซียน อัตลักษณ์ “ยิ้มง่าย ไหว้สวย ช่วยอาสา” เอกลักษณ์ “เครื่องบินกระดาษพับเป็นเลิศ ก่อเกิดองค์ความรู้ มุ่งสู่ความพอเพียง”
  • 5.
    ๕ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๕ รายชื่อครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1 นางสาวพัชรนันท์ ยศพลเพ็งแจ่ม ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 2 นางสาววณิชชา โนภาศ ครูผู้ช่วย สอนภาษาไทย 3 นางมัชติกาล ทะวะบุตร ครูผู้ช่วย สอนภาษาไทย 4 นางสาวธัญวรรณ ใจเพ็ง พนักงานราชการ สอนภาษาไทย 2.กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 5 นายสารวน เสมอภาค ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 6 นางสาวปรีดาภรณ์ จันทร์สว่าง ครู สอนคณิตศาสตร์ 7 นางสาวจันทราพร ไชยโคตร ครู สอนคณิตศาสตร์ 8 นางสาวอังคณา สาลีวงษ์ ครู สอนคณิตศาสตร์ 3.กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 9 นางดรุณี เสมอภาค ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 10 นายทวีสุข นามวงศ์ ครู สอนวิทยาศาสตร์ 11 นางสาวณัฐวดี สัตโรจน์ ครูผู้ช่วย สอนชีววิทยา 12 นายประครอง ศรีสุวรรณ ครูผู้ช่วย สอนฟิสิกส์ 13 นางสาววรรณิภา อุ่นไชย ครูผู้ช่วย สอนเคมี 14 นางสาวพัชมณ แสงใส ครูผู้ช่วย สอนวิทยาศาสตร์ 15 นายประดิษฐ์ เล่าเรือง ครูผู้ช่วย สอนชีววิทยา 16 นายพรพิชิต หงษ์คา พนักงานราชการ สอนฟิสิกส์ 4.กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 17 นายสมศักดิ์ บัวเขียว ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ 18 นางสาวสุนิสา สีหอมกลิ่น ครูผู้ช่วย สอนสังคมศึกษา 19 นายคานวณ คาสอน ครูผู้ช่วย สอนสังคมศึกษา 20 นางสาวพรทิพย์ ประทุม พนักงานราชการ สอนสังคมศึกษา 21 นางสาวเจนจิรา ใจคา พนักงานราชการ สอนสังคมศึกษา 5.กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 22 ว่าที่ร.ต.ถิระพงค์ จันทบุตร ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาฯ 23 นายสันติสุข แก้วศิริ ครูผู้ช่วย สอนสุขศึกษา 6.กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 24 นางสาววศินี ทองบริสุทธิ์ ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 25 นายสุริยะ ระหาร ครูอัตราพิเศษ สอนศิลปะ 7.กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 26 นางรัตติยา สุริยะ ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานฯ 27 นายทศวร ผ่องใส ครูผู้ช่วย สอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี 28 นางนวพรรษ ผักไหม ครูผู้ช่วย สอนห้องสมุด 29 นางสาวเพ็ญสินี คาโน พนักงานราชการ สอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี 30 นายปรีชา ตรีแก้ว พนักงานราชการ สอนการงานอาชีพและเทคโนโลยี
  • 6.
    ๖ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๖ 8.กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 31 นางสาวกนกกาญจน์ สมบัติวงค์ ครู หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ 32 นางสาวสุณีรัตน์ แพทย์หลวง ครู สอนภาษาต่างประเทศ 33 34 นางสาวอัจฉรา พวงอก นางสาวพัชรินทร์ สอนศรี ครู ครูผู้ช่วย สอนภาษาต่างประเทศ สอนภาษาจีน 9. นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 35 นางสาวจุฑามาศ แซ่เฮง นักศึกษาฯ สอนวิทยาศาสตร์ 36 นางสาวพัฒนพร กองทุ่งมณ นักศึกษาฯ สอนวิทยาศาสตร์ 37 นางสาวสายสมร ผักไหม นักศึกษาฯ สอนคณิตศาสตร์ 38 นางสาวพูลศิริ วิเศษชาติ นักศึกษาฯ สอนคณิตศาสตร์ 39 นางสาววิลาวัลย์ งามเปรี่ยม นักศึกษาฯ สอนคอมพิวเตอร์ 40 นายรุ่งพิทักษ์ ทวีชาติ นักศึกษาฯ สอนภาษาไทย 41 นายกิตติศักดิ์ ทรงกุล นักศึกษาฯ สอนสังคมศึกษา 10. สายสนับสนุนการสอน 42 นายสิทธิศักดิ์ ทองสุข เจ้าหน้าที่ธุรการ สัญลักษณ์ประจาโรงเรียนผักไหมวิทยานุกุล  ตราประจาโรงเรียน “รูปวงกลม ตรงกลางปรากฏอักษรย่อของโรงเรียนด้านบนล้อมรอบ ด้วยรัศมีแสง”  อักษรย่อประจาโรงเรียน “ผ.ว.ก.”  ปรัชญาประจาโรงเรียน “ปญญา วธเนน เสยโย” แปลว่า ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์  คาขวัญประจาโรงเรียน “วิชาการดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม เลิศล้าสามัคคี”  สีประจาโรงเรียน “ฟ้า-แดง”  ต้นไม้ประจาโรงเรียน “ต้นจามจุรี” หลักสูตรที่เปิดสอน ปีการศึกษา 2554 ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ทุกชั้นเรียน
  • 7.
    ๗ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๗ กาหนดวันเปิด ปิด ภาคเรียน ภาคเรียนที่ 1 เปิดภาคเรียน 15 พฤษภาคม 2560 - 10 ตุลาคม 2560 ปิดภาคเรียน 11 ตุลาคม 2560 - 23 ตุลาคม 2560 ภาคเรียนที่ 2 เปิดภาคเรียน 24 ตุลาคม 2560 - 31 มีนาคม 2561 ปิดภาคเรียน 1 เมษายน 2561 การจัดการเรียนการสอนปีการศึกษา 2560 จัดเวลาการเรียนการสอนดังนี้ การจัดการเรียนการสอนสาหรับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนจัดการเรียนการสอนเป็นภาคเรียน ปีการศึกษาละ 2 ภาคเรียน กาหนดชั่วโมงเรียน ชั่วโมงที่ 1 2 3 4 พัก กลางวัน 5 6 7 8 เวลาเรียน 08.40 - 09.30 09.30 - 10.20 10.20 - 11.10 11.10 - 12.00 12.50 - 13.40 13.40 - 14.30 14.30 - 15.20 15.20 - 16.10 เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ 08.00 น. กิจกรรมโฮมรูม 08.20 น. - 08.40 น. รายละเอียดการจัดการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2560 ภาคเรียนที่ 1/2560 สัปดาห์ที่ วันที่ เดือน สัปดาห์ที่ วันที่ เดือน 1 15-19 พฤษภาคม 12 31 กรกฎาคม 4 สิงหาคม กรกฎาคม สิงหาคม 2 22-26 พฤษภาคม 13 7-10 สิงหาคม 3 29-31 1-2 พฤษภาคม มิถุนายน 14 14-18 สิงหาคม 4 5-9 มิถุนายน 15 21-25 สิงหาคม 5 12-16 มิถุนายน 16 28-31 1 สิงหาคม กันยายน 6 19-23 มิถุนายน 17 4-8 กันยายน 7 26-30 มิถุนายน 18 11-15 กันยายน 8 3-7 กรกฎาคม 19 18-22 กันยายน 9 10-14 กรกฎาคม 20 25-29 กันยายน 10 17-21 กรกฎาคม 21 2-6 ตุลาคม 11 24-28 กรกฎาคม 22 9-13 ตุลาคม วันปิดชดเชย วันที่ 11 กรกฎาคม ปิดชดเชยวันอาสาฬหบูชา วันที่ 14 สิงหาคม ปิดชดเชยวันแม่แห่งชาติ วันที่ 11 กรกฎาคม ปิดชดเชยวันเข้าพรรษา วันที่ 13 ตุลาคม ปิดวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 วันที่ 28 กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10 วันที่ 23 ตุลาคม ปิดวันปิยะมหาราช
  • 8.
    ๘ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๘ ปฏิทินปฏิบัติงานกลุ่มบริหารวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 สัปดา ห์ที่ วัน เดือน ปี งานที่ปฏิบัติ ผู้รับผิดชอบ 12 พ.ค.60 คณะครูลงเวลาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการสอน ทุกคน 12 พ.ค. 60 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 , 3 , 5 และ 6 รับตารางเรียน,จัดห้องเรียนและลงทะเบียนเรียน ทุกคน 1 15 พ.ค. 60 ปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ (ม.1 และ ม.4) ทุกคน 1 15 พ.ค. 60 เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา 3 29 พ.ค. 60 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีผลการเรียน 0, ร ,มส และ มผ ของภาคเรียนที่ 2/2559 วัดผล วิชาการ 3 29 พ.ค. 60 ถึง 23 มิ.ย. 60 นักเรียนยื่นคาร้องขอสอบแก้ตัว ครั้งที่ 1 และดาเนินการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 1 วัดผล วิชาการ 4 30 พ.ค. 60 แจ้งรายชื่อนักเรียนที่ได้รับผลการเรียน 0 ,ร, มส ให้ผู้ปกครองรับทราบ วัดผล วิชาการ 7 26 มิ.ย. 60 กิจกรรมวันสุนทรภู่ ภาษาไทย 8 5 ก.ค. 60 รับตารางสอบ/ส่งชุดข้อสอบ กระดาษคาตอบ ครูผู้สอน 9 14 ก.ค. 60 ประกาศผลการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 1 วัดผล วิชาการ 10 17-21 ก.ค. 60 สอบวัดผลกลางภาคเรียน คณะกรรมการ 11 25 ก.ค. 60 18 ส.ค. 60 นักเรียนดาเนินการยื่นคาร้องขอสอบแก้ตัว/แก้ตัว ครั้งที่ 2 และดาเนินการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 2 นักเรียน 14 18 ส.ค. 60 ประกาศผลการสอบแก้ตัว ครั้งที่ 2 วัดผล วิชาการ 14 18- 31 ส.ค.60 สัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 16 28 ส.ค. 60 ส่งไขข้อสอบต่อกลุ่มบริหารวิชาการ / ภารโรงโรเนียวข้อสอบ หน.กลุ่มสาระ 16 28 ส.ค. 60 ส่งกระดาษไข ข้อสอบต่อหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูผู้สอน 16 31 ส.ค. 60 สารวจรายวิชาที่สอบปลายภาคเรียนของนักเรียน วัดผล วิชาการ ครูผู้สอน 16 31 ส.ค. 60 สารวจรายชื่อนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % วัดผล วิชาการ 17 7 ก.ย. 60 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % วัดผล วิชาการ 17 7 ก.ย. 60 ประชุมผู้ปกครองนักเรียน ครั้งที่ 1 วิชาการ 17 8 ก.ย 60 นักเรียนยื่นคาร้องขอมีสิทธิ์สอบ กรณีมีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % นักเรียน ครู ผู้ปกครอง 18- 19 11-21 ก.ย.60 นักเรียนที่มีเวลาเรียนไม่ครบ 80 % (ในช่วง 60-80 %) ขอซ่อมเวลาเรียนให้ครบ 80 % นักเรียน ครู ผู้ปกครอง 19 21 ก.ย. 60 รับตารางสอบ/ส่งชุดข้อสอบ กระดาษคาตอบต่อกลุ่มบริหารวิชาการ ครู ผู้สอน 19 22 ก.ย.60 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์สอบ วัดผล วิชาการ 20 25 - 29 ก.ย.60 สอบวัดผลปลายภาคเรียน คณะกรรมการ 22 9 ต.ค. 60 ประกาศผลการสอบประจาภาคเรียนที่ 1/2560 วัดผล วิชาการ 22 10-23-ต.ค.60 ปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ครูผู้สอน
  • 9.
    ๙ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๙ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2553 วิสัยทัศน์ หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่น ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความรู้และทักษะพื้นฐานรวม ทั้งเจตคติ ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนา ตนเองได้ เต็มตามศักยภาพ หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 มีหลักการที่สาคัญ ดังนี้ 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน ของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมีคุณภาพ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น 4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้ 5. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ 6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ จุดหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และ มีทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกาลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
  • 10.
    ๑๐ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๐ เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2. ระบบบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ 3. ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่มืออาชีพ 4. ผู้เรียนใฝ่รู้ ใฝ่เรียนและเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ 5. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ที่กาหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ เลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์ และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ แก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและ สิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
  • 11.
    ๑๑ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๑ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทางาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ มาตรฐานการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกาหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์ 4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ศิลปะ 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8. ภาษาต่างประเทศ ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนา คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึง ประสงค์เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสาคัญในการขับเคลื่อน พัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และ ประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการ ประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกล่าวเป็นสิ่งสาคัญที่ช่วยสะท้อนภาพ การจัดการศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามที่มาตรฐานการเรียนรู้กาหนดเพียงใด รหัสมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นาไปใช้ ในการกาหนดเนื้อหา จัดทาหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สาคัญสาหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบ คุณภาพผู้เรียน 1. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3)
  • 12.
    ๑๒ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๒ 2. ตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4- 6) หลักสูตรได้มีการกาหนดรหัสกากับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อความเข้าใจและให้สื่อสาร ตรงกัน ดังนี้ ต 2.2 ม.4-6/ 3 ม.4-6/3 ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อที่ 3 2.2 สาระที่ 2 มาตรฐานข้อที่ 2 ต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ การจัดทาโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา ในการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ต้องพิจารณาข้อมูลจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป้าหมาย/จุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียน ระดับท้องถิ่น(หลักสูตรระดับท้องถิ่น) แล้วจึงดาเนินการจัดทาโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ดังนี้(สาหรับความเป็นท้องถิ่น สถานศึกษา สามารถ สอดแทรกในวิชาพื้นฐาน สอดแทรกหรือจัดทาเป็นรายวิชาในวิชาเพิ่มเติม และสามารถสอดแทรกในกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน) 1. รายวิชาพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต้องให้จานวนหน่วยกิต/ชั่วโมงตามตามที่ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนด การให้ชื่อวิชาในโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา ระดับประถมศึกษาให้ชื่อวิชาตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ให้ชื่อวิชาตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือให้ชื่อตามเนื้อหาสาระของรายวิชานั้น(โครงสร้างเวลาเรียนกาหนดใน เอกสารหลักสูตรแกนกลางฯ หน้า 20) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ สามารถจัดแยกได้มากกว่า 1 รายวิชา(1 รายวิชาต้องมีหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 0.5 หน่วยกิต) แต่รวมจานวน ชั่วโมงของกลุ่มสาระฯ แล้วต้องไม่เกินจานวนชั่วโมงที่กาหนดในโครงสร้างเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการ เรียนรู้ ที่กาหนดโดยหลักสูตรแกนกลางฯ การจัดรายวิชา จัดโดย นาตัวชี้วัดที่กาหนดใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาจัดวางในแต่ละปี(ระดับประถมศึกษา) หรือภาคเรียน(ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย) ให้เป็นลาดับที่เหมาะสมกับการรับรู้ของผู้เรียน สาหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาต้อนต้นและชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลาย แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรสถานศึกษา สามารถแยกมากกว่า 1 รายวิชาได้ เช่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา อาจจะแยกเป็น 2 รายวิชา เป็นวิชาสุขศึกษา และวิชาพลศึกษาวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี อาจจะแยกเป็น 2 รายวิชา คือ วิชาคอมพิวเตอร์และ วิชาการงานและอาชีพ เป็นต้น แต่จานวนหน่วยกิต หรือจานวนชั่วโมง/ปีของ 2 รายวิชารวมกันแล้ว ต้อง ไม่เกินจานวนชั่วโมงในโครงสร้างเวลาเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ที่กาหนดในหลักสูตรแกนกลางฯ 2. รายวิชาเพิ่มเติม 2.1 ระดับประถมศึกษา จัดรายวิชาปีละไม่เกิน 80 ชั่วโมง และมัธยมศึกษาต้อนต้น จัดรายวิชาปีละ ไม่เกิน 240 ชั่วโมง ให้ชื่อวิชาที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระของรายวิชา 2.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดรายวิชาปีละไม่น้อยกว่า 1,680 ชั่วโมง ให้ชื่อวิชาที่สอดคล้อง กับเนื้อหาสาระของรายวิชา
  • 13.
    ๑๓ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๓ รายวิชาเพิ่มเติม ผู้สอนต้องกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่เรียกว่า “ผลการเรียนรู้” เองให้ชัดเจน เนื่องจากไม่มีตัวชี้วัดรายปี/รายช่วงชั้น และให้ใช้คาว่า “ผลการเรียนรู้” เท่านั้น ไม่ใช้ คาว่า ผลการเรียนรู้ที่ คาดหวัง การกาหนดรหัสวิชา มีหลักเกณฑ์ ดังนี้ หลักที่ 1 หลักที่ 2 หลักที่ 3 หลักที่ 4 หลักที่ 5 หลักที่ 6 กลุ่มสาระฯ ระดับ ปีในระดับการศึกษา ประเภทของรายวิชา ลาดับของรายวิชา ท 1 0 1 01-99 ค 2 1 2 ว 3 2 ส 3 พ 4 ศ 5 ง 6  ใช้รหัสตัวอักษรตามรายการรหัสตัวอักษรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ใช้ อ ภาษาญี่ปุ่น ใช้ ญ ภาษาจีน ใช้ จ เป็นต้น หลักที่ 1 เป็นรหัสตัวอักษรแสดงกลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ท หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ค หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ส หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ศ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ง หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ให้ใช้รหัสของแต่ละภาษาตามรายการที่กาหนด คือ ข หมายถึงภาษาเขมร จ หมายถึงภาษาจีน ซ หมายถึงภาษารัสเซีย ญ หมายถึงภาษาญี่ปุ่น ต หมายถึง ภาษาเวียดนาม น หมายถึงภาษาลาติน บ หมายถึงภาษาบาลี ป หมายถึงภาษาสเปน ฝ หมายถึงภาษา ฝรั่งเศส ม หมายถึงภาษามลายู ย หมายถึงภาษาเยอรมัน ร หมายถึงภาษาอาหรับ ล หมายถึงภาษาลาว อ หมายถึงภาษาอังกฤษ และ ฮ หมายถึงภาษาฮินดู กรณีที่สถานศึกษาได้จัดรายวิชาภาษาต่างประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กระทรวงกาหนดไว้ ให้ สถานศึกษาทาเรื่องเสนอ สพฐ. เพื่อกาหนดรหัสตัวอักษรกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างประเทศเพิ่มเติม และ ประกาศให้สถานศึกษาทั่วประเทศได้รับทราบและใช้ให้ตรงกัน หลักที่ 2 เป็นรหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษา ได้แก่ 1 หมายถึง รายวิชาระดับประถมศึกษา 2 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักที่ 3 เป็นรหัสตัวเลขแสดงปีที่เรียนของรายวิชา ได้แก่ 0 หมายถึง รายวิชาไม่กาหนดปีที่เรียน จะเรียนปีใดก็ได้ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • 14.
    ๑๔ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๔ 1 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 1 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษา ตอนปลาย(ป.1 ม.1 และ ม.4) 2 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 2 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษา ตอนปลาย(ป.2 ม.2 และ ม.5) 3 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 3 ของระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษา ตอนปลาย(ป.3 ม.3 และ ม.6) 4 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 4 ของระดับประถมศึกษา(ป.4) 5 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 5 ของระดับประถมศึกษา(ป.5) 6 หมายถึง รายวิชาที่เรียนในปีที่ 6 ของระดับประถมศึกษา(ป.6) หลักที่ 4 เป็นรหัสตัวเลขแสดงประเภทของรายวิชา ได้แก่ 1 หมายถึง รายวิชาพื้นฐาน 2 หมายถึง รายวิชาเพิ่มเติม หลักที่ 5 และหลักที่ 6 เป็นรหัสตัวเลขแสดงลาดับของรายวิชาแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในปี/ระดับ การศึกษาเดียวกันมีจานวนตั้งแต่ 01-99 สาหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ควรกาหนดรหัสวิชาเป็น ช่วงลาดับ ดังนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 01-19 รายวิชาในกลุ่มฟิสิกส์ 21-39 รายวิชาในกลุ่มเคมี 41-59 รายวิชาในกลุ่มชีววิทยา 61-79 รายวิชาในกลุ่มโลกและอวกาศ 81-99 รายวิชาในกลุ่มวิทยาศาสตร์อื่น ๆ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 01-19 รายวิชาในกลุ่มศาสนา 21-39 รายวิชาในกลุ่มหน้าที่พลเมือง 41-59 รายวิชาในกลุ่มเศรษฐศาสตร์ 61-79 รายวิชาในกลุ่มประวัติศาสตร์ 81-99 รายวิชาในกลุ่มภูมิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 01-19 รายวิชาในกลุ่มการดารงชีวิตและครอบครัว 21-39 รายวิชาในกลุ่มการออกแบบและเทคโนโลยี 41-59 รายวิชาในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 61-99 รายวิชาในกลุ่มการอาชีพ
  • 15.
    ๑๕ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๕ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จานวน 67 มาตรฐาน ดังนี้ ภาษาไทย สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์ สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง เห็นคุณค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง คณิตศาสตร์ สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวน ในชีวิตจริง มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธ์ ระหว่างการดาเนินการต่าง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคานวณและแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบัติเกี่ยวกับจานวนไปใช้ สาระที่ 2 การวัด มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด มาตรฐาน ค 2.2 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด สาระที่ 3 เรขาคณิต มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning) และใช้แบบจาลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา
  • 16.
    ๑๖ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๖ สาระที่ 4 พีชคณิต มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical model) อื่นๆแทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนาไปใช้แก้ปัญหา สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้ อย่างสมเหตุสมผล มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบ ต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่ง ที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการ สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ ประโยชน์ สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหา ความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติใน ระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนาความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ จิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
  • 17.
    ๑๗ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๗ สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มี กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการ สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ ประโยชน์ สาระที่ 5 พลังงาน มาตรฐาน ว 5.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 6 : กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก มาตรฐาน ว 6.1 เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของ กระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐาน ของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ มาตรฐาน ว 7.1 เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ สุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยา ศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 7.2 เข้าใจความสาคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นามาใช้ในการสารวจอวกาศ และทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่าง มีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การ แก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่อ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ
  • 18.
    ๑๘ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๘ สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธารง รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลก อย่างสันติสุข มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธารงรักษา ไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของ เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จาเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธารงความเป็นไทย สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผล ต่อกัน และกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิด การสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสานึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สุขศึกษาและพลศึกษา สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนินชีวิต สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่าง สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการ แข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
  • 19.
    ๑๙ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๑๙ สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรง ศิลปะ สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน ทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล สาระที่ 2 ดนตรี มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวัน มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ ดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล สาระที่ 3 นาฏศิลป์ มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวัน มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า ของ นาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 1 การดารงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การ แสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางานมีจิตสานึกในการใช้ พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการดารงชีวิตและครอบครัว สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือ วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยี ในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยี ที่ยั่งยืน
  • 20.
    ๒๐ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๐ สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การ เรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทางาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ 4 การอาชีพ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ มีทักษะที่จาเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อ พัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ภาษาต่างประเทศ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบ วินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่น อย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
  • 21.
    ๒๑ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๑ นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน การมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการ ทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของ สถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย 2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร 2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตาม ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิต สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สาหรับการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันเพราะ โรงเรียนหลายแห่งดาเนินการอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง มีความกังวล สงสัยว่าทาไมต้องลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในประเด็นนี้ถ้าพิจารณาแล้ว จะพบว่า ในปัจจุบันนี้การเรียนรู้ ของเด็กนักเรียนได้เปลี่ยนแปลงไป อันเนื่องมาจากมีแหล่งเรียนรู้ สื่อและ เทคโนโลยี เช่น Internet, Computer, Tablet หรือ Smart Phone และอื่น ๆ อีกมากมายที่นักเรียน สามารถใช้ในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ดังกล่าวไม่จาเป็นต้องจากัดเฉพาะในห้องเรียนตามเวลา ที่ครูกาหนด นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกแห่ง ทุกเวลา ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนตามความพร้อม ความสามารถของนักเรียน ครูผู้สอนต้องปรับวิธีการจัดการเรียนรู้ และนักเรียนต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของ ตนเอง จัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญด้วยวิธีการที่หลากหลาย อาทิเช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการกลุ่ม (Group Process) การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน (Project-Base Learning) เรียนรู้ จากกิจกรรมการปฏิบัติจริงจากประสบการณ์ตรงใช้คาถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ และสืบค้นข้อมูล นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถนาไปใช้ในชีวิตจริงมีการจัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนทุกคนได้ เรียนรู้ร่วมกัน ครูจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้อานวยความสะดวก เป็นที่ปรึกษา ชี้แนะช่วยเหลือ นักเรียนให้ประสบผลสาเร็จ และนักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้เป็นทีม หรือจากกลุ่มเพื่อนมากขึ้น ซึ่งการเรียนรู้ลักษณะนี้ทาให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ภายใต้แนวคิด ดังนี้
  • 22.
    ๒๒ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๒ 1. กิจกรรมเป็นทางเลือก สนองตอบความสนใจความถนัดของผู้เรียนอย่างหลากหลาย 2. เรียนรู้หลักการ สร้างความรู้ผ่านกระบวนการและกิจกรรม (Process and Content) 3. ลงมือปฏิบัติและสร้างความรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่น อิสระ และปลอดภัย 4. ปรับบทบาทครู จากการเป็นผู้สอนเป็นผู้ให้คาปรึกษาชี้แนะ (Coach & Mentor) 5. ครูผู้สอนควรใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลาย และเป็นการประเมินตามสภาพจริง วิเคราะห์ คุณภาพ และพัฒนาการของนักเรียน มากกว่าการประเมินนักเรียนจากการสอบเท่านั้น การบริหารจัดการเวลาเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อขับเคลื่อนการนาหลักสูตรสถานศึกษา ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตาม ความสนใจและถนัดของนักเรียนแต่ละบุคคล 3. เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการเวลาเรียนและจัดกิจกรรม“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” ได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านวิชาการ ด้านปฏิบัติ นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามความสนใจและถนัดของแต่ละบุคคล 4. เพื่อให้นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ พัฒนา ตนเองตามความสนใจและความถนัดอย่างเต็มตามศักยภาพ และมีความสุขกับการเรียนรู้ 5. เพื่อให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษามีความพึงพอใจในการ จัดการศึกษาของโรงเรียนและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา วิธีดาเนินการ 1. การขับเคลื่อนนโยบาย (1) จัดทาโครงการการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายฯ รวมทั้งจัดประชุมชี้แจงแก่ครูทุกคนในโรงเรียนเพื่อสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจในการนานโยบาย สู่การปฏิบัติ จัดทาคู่มือการดาเนินงานการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เผยแพร่ให้กับครูและ บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน (2) โรงเรียน ประชุมชี้แจงนักเรียน (3) โรงเรียน ประชุมชี้แจงผู้ปกครอง (4) โรงเรียน ประชุมชี้แจงกรรมการสถานศึกษา (5) โรงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบถึงการดาเนินการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ การจัดทาป้ายประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนทราบ ผ่าน ทางเว็บไซต์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ หอกระจายข่าวโรงเรียน แผ่นป้าย ไวนิลประชาสัมพันธ์หน้าโรงเรียน และสื่อสังคมออนไลน์ เช่น facebook , line เป็นต้น
  • 23.
    ๒๓ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๓ 2. การจัดทาโครงสร้างเวลาเรียน (1) วิเคราะห์โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา (2) วิเคราะห์ความพร้อมของโรงเรียนด้านครูผู้สอน สื่อ แหล่งเรียนรู้ อาคารสถานที่ (3) ปรับโครงสร้างเวลาเรียนตามความพร้อมของโรงเรียน (4) ออกแบบตารางเรียนที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยมีรูปแบบการ ดาเนินการที่หลากหลาย 3. แนวทางการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดยดาเนินการใน 2 แนวทาง ดังนี้ (1) โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเสนอ โดยนักเรียนรวมกลุ่มผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เสนอกิจกรรม แล้วนาไปเสนอขอครูที่ปรึกษา (2) ใช้ร่วมกันทั้ง 2 แนวทางคือ โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเสนอกิจกรรม และโรงเรียนจัด กิจกรรมหลากหลายให้นักเรียนเลือก ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน 4. การออกแบบกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ดาเนินการ ดังนี้ (1) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ครอบคลุมหลักองค์ 4 แห่งการศึกษา ได้แก่ พุทธิศึกษา (Head) จริย ศึกษา (Heart) หัตถศึกษา (Hand) และพลศึกษา (Health) - ด้านพุทธิศึกษา คือ ความรอบรู้วิชาการที่จาเป็นสาหรับการดารงชีวิตการศึกษา และการเรียนรู้ - ด้านจริยศึกษา คือ การมีศีลธรรมจรรยาที่ดี มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีสานึกที่ดีต่อส่วนรวม - ด้านหัตถศึกษา คือ ความรู้และทักษะในการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มี ทัศนคติที่ดีต่องานและเห็นคุณค่าของการทางาน - ด้านพลศึกษา คือการมีสุขภาพแข็งแรง การกินอาหารที่ถูกต้อง และการออก กาลังกายให้เหมาะสม รวมทั้งความสะอาดและสุขาภิบาลด้วย (2) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทุกกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (3) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทุกกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน (4) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้ทุกกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (5) กิจกรรมเพิ่มเวลารู้มีการประสานความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานที่สนับสนุนใน การจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ 5. การนิเทศ กากับ ติดตามและประเมินผล โรงเรียน มีแผนการนิเทศ กากับ ติดตาม ภายใน และดาเนินการนิเทศ กากับ ติดตาม เป็นระยะ และต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือการนิเทศฯ ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกรอบและ แนวทาง 6. การทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) การประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) ในระดับโรงเรียน อย่าง น้อยเดือนละ 1 ครั้ง มีการประชุมทบทวนหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) ในกลุ่มเล็ก (ระดับกลุ่มสาระฯ/ กลุ่มกิจกรรม) และกลุ่มใหญ่ (ระดับโรงเรียน) อย่างต่อเนื่อง
  • 24.
    ๒๔ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๔ ระดับการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดระดับการศึกษาเป็น 2 ระดับ ดังนี้ 1. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) เป็นช่วงสุดท้ายของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สารวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน มีทักษะ ในการคิดวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดาเนินชีวิต มีทักษะการใช้เทคโนโลยี เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความดีงาม และมีความภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนใช้เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ หรือการศึกษาต่อ 2. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6) การศึกษาระดับนี้เน้นการเพิ่มพูนความรู้ และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนทั้งด้านวิชาการ และวิชาชีพ มีทักษะในการใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง สามารถนาความรู้ไป ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตนและประเทศตามบทบาท ของตน สามารถเป็นผู้นา และผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ การจัดเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 1. ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โครงสร้างเวลาเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน และเพิ่มเติม โดยจัดองค์ความรู้และทักษะตามมาตรฐาน การเรียนรู้ไว้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้รวม 880 ชั่วโมงต่อปี (22 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมง ต่อปีและรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมงต่อปี รวมไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมงต่อปี 2. ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงสร้างเวลาเรียน การกาหนดสาระการเรียนรู้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม พื้นฐานและเพิ่มเติม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้รวม 3 ปี จานวน 1,640 ชั่วโมง (41 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน360 ชั่วโมง และรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า 1,600 ชั่วโมง (40หน่วยกิต) รวม 3 ปี ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง แนวทางการปรับลดเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” กาหนดให้ลดเวลาเรียนภาควิชาการลดลง แต่ต้องไม่กระทบ เนื้อหาหลักที่เด็ก ๆ ควรเรียนรู้ ซึ่งครูผู้สอนต้องใช้ความสามารถในการออกการเรียนรู้ให้นักเรียนได้สาระที่ ต้องรู้ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น ในการนี้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ พิจารณาปรับโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้มี ความเหมาะสมในการลดเวลาเรียน ดังนี้
  • 25.
    ๒๕ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๕ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สถานศึกษาจัดแบ่งจานวนหน่วยกิตที่เรียนของแต่ละรายวิชาต่อ ภาคเรียนได้ตามความเหมาะสม และบูรณาการการเรียนรู้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามโครงสร้างเวลาเรียน ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนด โดยรายวิชาพื้นฐาน เท่ากับ 880 ชั่วโมง/ปี และ รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อมและจุดเน้น เท่ากับ 200ชั่วโมง/ปี รวมทั้งสิ้น 1,080 ชั่วโมง/ปี (27 ชั่วโมง/สัปดาห์) โดยผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัดที่กาหนด เวลาของการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จานวน 120 ชั่วโมง/ปี (3 ชั่วโมง/สัปดาห์) จัดเป็น กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตร ประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เวลาเรียนรวมทั้งหมดไม่เกิน 1,200ชั่วโมง/ปี แนวทางการปรับตารางเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โรงเรียนต้องบริหารจัดการเวลาเรียน โดยกาหนดโครงสร้าง เวลาเรียน และโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ให้นักเรียนได้ใช้เวลาในการเรียนรู้รายวิชา 8 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ อย่างเหมาะสม และมีเวลาในการทากิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ให้มากขึ้น แล้วนาไปจัดตาราง เรียนให้มีความยืดหยุ่น เพียงพอ ต่อเนื่อง และเชื่อมโยงตลอดแนว ดังนี้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติม 1,080 ชั่วโมง/ปี หรือ เวลา 27 ชั่วโมง/สัปดาห์ และเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”) 120ชั่วโมง/ปี หรือ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวมเวลาเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรทั้งสิ้น 1,200 ชั่วโมง/ปี หรือ 30ชั่วโมง/สัปดาห์ หรือ 6 ชั่วโมง/วัน ซึ่งโรงเรียนสามารถจัดตารางเรียนที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ได้ดังนี้ ช่วงเช้า 08.15 น. – 12.00 น. จัดให้เรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือเรียนเนื้อหา สาระ ภาควิชาการ พักกลางวัน 12.00 น. – 12.50 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่าย 12.50 น. – 15.20 น. จัดให้เรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และภาคปฏิบัติ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตร 15.20 - 16.10 น. ปฏิบัติกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” หมายเหตุ 1. โรงเรียนมีเวลาจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จานวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ ระหว่างช่วงเวลา 15.20 – 16.10 ของแต่ละวัน 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตร 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 3. โรงเรียนจะมีเวลาปฏิบัติกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จานวนทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ 4. โรงเรียนสามารถยืดหยุ่น ปรับเวลาได้ตามความเหมาะสม และตามบริบทของโรงเรียน
  • 26.
    ๒๖ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๖ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(เดิม) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ( เรียนทั้งหมดไม่เกิน 81 นก) สัดส่วนเวลาเรียน ม.1 ม.2 ม.3 1) สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (66 นก) ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 1. ภาษาไทย 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 2. คณิตศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 3. วิทยาศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) ประวัติศาสตร์ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 6. ศิลปะ 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 8. ภาษาต่างประเทศ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) รวม 8 กลุ่มสาระ 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 2) สาระเพิ่มเติม(ไม่น้อยกว่า 15 นก) 1. หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม 2. คอมพิวเตอร์ 3.วิทยาศาสตร์ 4. คณิตศาสตร์ 20(1) 40(2) 40(2) 40(2) 20(1) 40(2) 40(2) 40(2) 20(1) 40(2) 40(2) 40(2) 20(1) 40(2) 40(2) 40(2) 20(1) 40(2) 40(2) 40(2) 20(1) 40(2) 40(2) 40(2) 3) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน - ลูกเสือ-เนตรนารี/ชุมนุม,ชมรม - แนะแนว - กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะ ประโยชน์ 60(3) 20/20 20 8 60(3) 20/20 20 7 60(3) 20/20 20 8 60(3) 20/20 20 7 60(3) 20/20 20 8 60(3) 20/20 20 7 รวม 68 67 68 67 68 67 รวมชั่วโมงเรียน(รายปี) 1,295 1,295 1,295
  • 27.
    ๒๗ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๗ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(ลดเวลาเรียน) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ( เรียนทั้งหมดไม่เกิน 81 นก) สัดส่วนเวลาเรียน ม.1 ม.2 ม.3 1) สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (66 นก) ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 1. ภาษาไทย 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 2. คณิตศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 3. วิทยาศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) ประวัติศาสตร์ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 6. ศิลปะ 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 8. ภาษาต่างประเทศ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) รวม 8 กลุ่มสาระ 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440 (22) 440(22) 2) สาระเพิ่มเติม(ไม่เกิน 200 ชั่วโมง) 200 200 200 200 200 200 3) กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้/ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/ - ลูกเสือ-เนตรนารี/ชุมนุม,ชมรม - แนะแนว - กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ 60(3) 20/20 20 8 60(3) 20/20 20 7 60(3) 20/20 20 8 60(3) 20/20 20 7 60(3) 20/20 20 8 60(3) 20/20 20 7 รวม 60(15) 60(15) 60(15) 60(15) 60(15) 60(15) รวมชั่วโมงเรียน(รายปี) 1,200 1,200 1,200 หมายเหตุ 1. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจัดเป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บังคับตามหลักสูตรประกอบด้วย กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 2. วิชาหน้าที่พลเมือง จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม แต่จัดการเรียนการสอนให้บูรณาการลงสู่ กิจกรรมที่โรงเรียน ดาเนินการอยู่แล้ว โดยไม่เพิ่มชั่วโมงเรียน ได้แก่ กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมตามประเพณี กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด เป็นต้น เพื่อปลูกฝังให้เกิดการปฏิบัติและ กลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจาวัน
  • 28.
    ๒๘ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๘ โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ( เรียนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 81 นก) สัดส่วนเวลาเรียน ม.4 ม.5 ม.6 1) สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (41 นก) ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 1. ภาษาไทย 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 2. คณิตศาสตร์ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) - - 3. วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ 4, เคมี 3 ,ชีวฯ 3,โลกดวงดาว 2) 240(12) - - - - - 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) 40(2) ประวัติศาสตร์ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) - - 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 6. ศิลปะ 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 20(1) 8. ภาษาต่างประเทศ 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) - - รวม 8 กลุ่มสาระ 520(26) 280(14) 280(14) 280(14) 140(7) 140(7) 2) สาระเพิ่มเติม(ไม่น้อยกว่า 40 นก) - คณิตศาสตร์ - ฟิสิกส์ - เคมี - ชีววิทยา - ภาษาต่างประเทศ - คอมพิวเตอร์ - หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม - ภาษาจีน 120(4) 40(2) - - - - 40(2) - 20(1) 320(16) 40(2) 80(4) 60(3) 60(3) - 40(2) 20(1) 20(1) 320(16) 40(2) 80(4) 60(3) 60(3) - 40(2) 20(1) 20(1) 320(16) 40(2) 80(4) 60(3) 60(3) - 40(2) 20(1) 20(1) 400(20) 100(5) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 40(2) 20(1) 20(1) 400(20) 100(5) 60(3) 60(3) 60(3) 60(3) 40(2) - 20(1) 3) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน - ลูกเสือ,บาเพ็ญ,รด/ชุมนุม - แนะแนว - กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ 60(3) 20/20 20 10 60(3) 30 20 10 60(3) 30 20 10 60(3) 30 20 10 60(3) 30 20 10 60(3) 30 20 10 รวม 700(32) 700(32) 700(32) 700(32) 600(30) 600(30) รวมชั่วโมงเรียน(รายปี) 1,400 1,400 1,200
  • 29.
    ๒๙ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๒๙ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อ ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน การมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ต้องได้เรียนกิจกรรมแนะแนวอย่างน้อย 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบการทางาน ร่วมกันการรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกันเอื้ออาทร และ สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วย ตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนบริบทของ สถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย 2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร 2.1.1 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) - นักเรียนชาย กิจกรรมลูกเสือ เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง - นักเรียนหญิง กิจกรรมยุวกาชาด เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง 2.1.2 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) เลือกเรียน 2 กิจกรรม คือ - กิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง - กิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์ เรียนวันพุธสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง 2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม นักเรียนทุกคนต้องเลือกเรียนกิจกรรมชุมนุมคนละ 1 ชุมนุมโดยจัดกิจกรรมชุมนุมให้ นักเรียนได้เรียนในวันพฤหัสบดีสัปดาห์ 1 ชั่วโมง 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตาม ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิต สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคมโดยนักเรียนโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล จะต้องมีสมุดบันทึกการทากิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์คนละ 1 เล่ม เพื่อให้นักเรียนได้บันทึกการ ทากิจกรรมอย่างสม่าเสมอและเป็นปัจจุบันโดยในการทากิจกรรมแต่ละครั้งต้องมีลายมือชื่อของครูที่ปรึกษา เป็นผู้รับรองการทากิจกรรมทุกครั้ง ซึ่งโรงเรียนได้กาหนดการร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ดังนี้
  • 30.
    ๓๐ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๐ 3.1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้น ม.1-3) ต้องทากิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา หรือ ไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมงต่อ 3 ปีการศึกษา 3.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้น ม.4-6) ต้องทากิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง/ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา หรือ ไม่น้อย กว่า 60 ชั่วโมงต่อ 3 ปีการศึกษา กิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ประกอบด้วย 4 หมวด 16 กลุ่ม ดังนี้ 1) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมบังคับตามหลักสูตร) 2) สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ 3) สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม 4) สร้างเสริมทักษะการทางาน การดารงชีพ และทักษะชีวิต 1. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมบังคับตามหลักสูตร) ประกอบด้วย 3 กลุ่มกิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรมนักเรียน 3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 2. สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 กลุ่ม กิจกรรม ได้แก่ 1) พัฒนาความสามารถด้านการสื่อสาร 2) พัฒนาความสามารถด้านการคิดและการพัฒนากรอบความคิด แบบเปิดกว้าง 3) พัฒนาความสามารถด้านการแก้ปัญหา 4) พัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยี 5) พัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ 3. สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม ประกอบด้วย 4 กลุ่ม กิจกรรม ได้แก่ 1) ปลูกฝังค่านิยมและจิตสานึกการทาประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะและการให้บริการ ด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อส่วนรวม 2) ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 3) ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม (มีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ อดทน มุ่งมั่นในการทางาน กตัญญู) 4) ปลูกฝังความรักความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และหวงแหนสมบัติของชาติ 4. สร้างเสริมทักษะการทางาน การดารงชีพ และทักษะชีวิตประกอบด้วย 4 กลุ่มกิจกรรม 1) กิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจ/ความถนัด/ความต้องการของผู้เรียน 2) ฝึกการทางาน/ทักษะทางอาชีพ/ทรัพย์สินทางปัญญา อยู่อย่างพอเพียง/มีวินัยทางการเงิน/ 3) พัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชีวิต 4) สร้างเสริมสมรรถนะทางกาย
  • 31.
    ๓๑ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๑ การวัดผลประเมินผล การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล พุทธศักราช 2553 เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะ สาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ครูผู้สอนคัดสรรกระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสาคัญให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย 1. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับ ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสาคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม 2. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริงกระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะ จะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจาเป็นต้องศึกษา ทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ สาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณา ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กาหนด 4. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของ หลักสูตร ทั้งครูผู้สอนและนักเรียนมีบทบาท ดังนี้ 4.1 บทบาทของครูผู้สอน 1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ เรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน 2) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์
  • 32.
    ๓๒ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๒ 3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพื่อนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย 4) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับธรรมชาติของ วิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ จัดการเรียนการสอนของตนเอง 4.2 บทบาทของนักเรียน 1) กาหนดเป้าหมาย วางแผนและรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง 2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคาถาม คิดหาคาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ 3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในสถานการณ์ต่างๆ 4) มีปฏิสัมพันธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู 5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่องสื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้มี หลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้ อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและ สื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ อย่างแท้จริงดาเนินการดังนี้ 1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการ เรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก 2. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง จัดหาสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ 3. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับ วิธีการเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน 4. ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้ที่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ 5. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน 6. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อการเรียนรู้ เป็นระยะๆ และสม่าเสมอ ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในโรงเรียนกาหนดให้ครูผู้สอน จัดทาหรือจัดหาสื่อที่สอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การ จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการนาเสนอที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
  • 33.
    ๓๓ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๓ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลกาหนดระเบียบว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ดังนี้ ระเบียบโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) **************************************** ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ” (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2 เป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ ระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล ข้อ 4 ให้ผู้อานวยการโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หมวด 1 หลักการในการวัดผลและประเมินผล ข้อ 5 การประเมินผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการดังนี้ 5.1 สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม 5.2 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กาหนดในหลักสูตร และจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 5.3 การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความ เหมาะสมของแต่ละระดับ และรูปแบบการศึกษา 5.4 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องดาเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทั้ง ด้านความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชาและ ระดับชั้นของผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้ 5.5การประเมินผลการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการ เรียนรู้ และตัดสินผลการเรียน 5.6 เปิดโอกาสให้(เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผล การเรียนรู้และตัดสินผลการเรียน 5.7 ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาต่างๆ 5.8 ให้สถานศึกษาจัดทาเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการ เรียนรู้ รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษา และรับรองผลการเรียนของผู้เรียน
  • 34.
    ๓๔ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๔ หมวด 2 วิธีการประเมินผล ข้อ 6 การประเมินผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้ 6.1 ทาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดที่กาหนดในหน่วย การเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ให้ได้ผลการประเมินตามความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนให้ความสาคัญ กับการประเมินระหว่างภาคมากกว่าการประเมินปลายภาค 6.2 ประเมินผลก่อนเรียน เพื่อศึกษาความรู้พื้นฐานของผู้เรียน 6.3 วัดและประเมินผลระหว่างเรียนเพื่อศึกษาผลการเรียน ให้มุ่งหาคาตอบว่าผู้เรียนมี ความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม และค่านิยมอันอันประสงค์ การวัดและประเมิน ต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย ประเมินตามสภาพจริง 6.4 กาหนดอัตราส่วนคะแนนงานระหว่างภาค : สอบปลายภาค และคะแนนระหว่างภาค ประเมินให้ครบ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้(Knowledge อักษรย่อ K) : ด้านทักษะกระบวนการ(Process อักษรย่อ P) : คุณลักษณะ(Attitude อักษรย่อ A) ของแต่ละกลุ่มสาระฯ ทั้งในมัธยมศึกษาตอนต้น และ มัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ อัตราส่วนคะแนน งานระหว่างภาค : สอบปลายภาค คะแนนงานระหว่างภาค K : P : A 1. ภาษาไทย 80 : 20 40 : 40 :20 2. คณิตศาสตร์ 80 : 20 40 : 40:20 3. วิทยาศาสตร์ 80 : 20 40:40:20 4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนาธรรม 80 : 20 40: 40:20 5. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 80 : 20 30:50: 20 6. สุขศึกษาและพลศึกษา 80 : 20 30:50: 20 7. ศิลปศึกษา 80 : 20 30:50:20 8. ภาษาต่างประเทศ 80 : 20 40:40:20 6.5 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนใน การอ่าน การฟัง การดู และการรับรู้ จากหนังสือ เอกสาร และสื่อต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แล้วนามาคิด วิเคราะห์เนื้อหาสาระที่นาไปสู่การแสดงความคิดเห็นถ่ายทอดความคิดนั้นด้วยการเขียนซึ่งสะท้อนถึง สติปัญญา ความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 6.6 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามกลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และตามที่สถานศึกษากาหนดเพิ่มเติม เป็นการประเมินรายคุณลักษณะแล้วรวบรวมผล การประเมินจากผู้ประเมินทุกฝ่าย นามาพิจารณาสรุปผลเพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมินการเลื่อนชั้นเรียนและการ จบการศึกษา 6.7 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมตามจุดประสงค์ และเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์
  • 35.
    ๓๕ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๕ หมวด 3 เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อ 7 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 7.1 การตัดสินผลการเรียน ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีการตัดสินในหลายลักษณะ คือ การผ่านรายวิชากาหนดเป็นภาคเรียน การเลื่อนชั้นปีกาหนดเป็นปีการศึกษา และการจบระดับชั้นกาหนด เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีดังนี้ 1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้นๆ 2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด (เกณฑ์การผ่านรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม กาหนดตัวชี้วัดที่ต้องผ่าน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละ รายวิชา การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงบางตัวชี้วัด ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ก็ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้) 3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา 4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กาหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 7.2 การให้ระดับผลการเรียน ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ตัวเลข แสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ รายวิชาที่จะนับหน่วยกิตได้ จะต้องได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 1 ขึ้นไป โดยมีแนวการให้ระดับผลการเรียน ดังนี้ คะแนนร้อยละ ระดับผลการเรียน ความหมายผลการประเมิน 80 – 100 4 ดีเยี่ยม 75 – 79 3.5 ดีมาก 70 – 71 3 ดี 65 – 69 2.5 ค่อนข้างดี 60 – 64 2 ปานกลาง 55 – 59 1.5 พอใช้ 50 – 54 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่า 0 - 49 0 ต่ากว่าเกณฑ์ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ ประเมินเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน กรณีที่ผ่านให้ระดับผลการเรียนเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน ดังนี้ 1) การประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ดีเยี่ยม หมายถึง สามารถจับใจความสาคัญได้ครบถ้วน เขียนวิพากษ์วิจารณ์ เขียนสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นประกอบอย่างมีเหตุผลได้ถูกต้อง และสมบูรณ์ ใช้ภาษาสุภาพและเรียบเรียงได้สละสลวย
  • 36.
    ๓๖ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๖ ดี หมายถึง สามารถจับใจความสาคัญได้ เขียนวิพากษ์วิจารณ์ และเขียน สร้างสรรค์ได้ โดยใช้ภาษาสุภาพ ผ่าน หมายถึง สามารถจับใจความสาคัญ และเขียนวิพากษ์วิจารณ์ได้บ้าง 2) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติจนเป็นนิสัยและนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามเกณฑ์ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ของสังคม ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากาหนด การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้ากิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและ ผลงานของผู้เรียน ให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่านและไม่ผ่าน 7.3 การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากาหนด 2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา พื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต 3) ผู้เรียนต้องได้รับผลการเรียนไม่ต่ากว่า “1” ทุกรายวิชา 4) ผู้เรียนมีผลการประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด 5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด 6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมิน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม 7.4 การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชา และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากาหนด 2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา พื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต 3) ผู้เรียนต้องได้รับผลการเรียนไม่ต่ากว่า “1” ทุกรายวิชา 4) ผู้เรียนมีผลการประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด 5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด 6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมิน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม
  • 37.
    ๓๗ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๗ 7.5 ผลการเรียนที่มีเงื่อนไข ผลการเรียนที่มีเงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาคในรายวิชา และรอการตัดสิน ให้ใช้ตัวอักษรระบุเงื่อนไขแสดงผลการเรียน ประกอบด้วย 1) ตัวอักษรแสดงผลการเรียนแต่ละรายวิชาใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ “มส” หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาคเรียน โดยผู้เรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลา เรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน “ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินไม่ได้โดยผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียน รายวิชานั้นครบถ้วน เช่น ไม่ได้วัดผลปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานมรามอบหมายให้ทา ซึ่งงานนั้นเป็นส่วน หนึ่งของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทาให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ 2) ตัวอักษรแสดงผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน “ผ” หมายถึง ผ่านเกณฑ์ “มผ” หมายถึงไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 การเปลี่ยนผลการเรียน”0” จัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัดที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อนแล้วจึงสอบแก้ตัวให้และ สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ต้องดาเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่ดาเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่กาหนดไว้นี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ สถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปนี้ไม่เกิน 1 ภาคเรียน ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้วยังได้ระดับผลการเรียน “0” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้ง คณะกรรมการดาเนินการเกี่ยวกับการแก้ผลการเรียนของผู้เรียนโดยปฏิบัติ ดังนี้ 1) ให้เรียนซ้ารายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน 2) ให้เรียนซ้าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจ ของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน รายวิชาใด 7.7 การเปลี่ยนผลการเรียน”ร” การเปลี่ยนผลการเรียน”ร” มี 2 กรณี ดังนี้ 1) มีเหตุสุดวิสัย ทาให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ เช่นเจ็บป่วย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบ หรือส่งงานที่ติดค้างอยู่เสร็จเรียบร้อยหรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ 0 – 4 ) 2) ถ้าสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบ หรือ ส่งงานที่ติดค้างอยู่เสร็จเรียบร้อย หรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน”0” การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดาเนินการแก้ไขตามสาเหตุให้เสร็จสิ้นภายใน ปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดาเนินการแก้ “ร” ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ ให้เรียนซ้ารายวิชา ยกเว้นเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร”ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แต่เมื่อพ้นกาหนดนี้แล้วให้ปฏิบัติดังนี้ (1) ให้เรียนซ้ารายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน (2) ให้เรียนซ้าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ใน ดุลยพินิจของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียน แทนรายวิชาใด
  • 38.
    ๓๘ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๘ 7.8 การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 แต่มีเวลา เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อม เสริม หรือเวลาว่าง หรือวันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทา จนมีเวลาเรียนครบตามที่กาหนดไว้สาหรับรายวิชา นั้น แล้วจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ผลการสอบแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน“1” การแก้“มส” กรณีนี้ให้กระทาให้เสร็จสิ้นนั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดาเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้นี้ ให้เรียนซ้า ยกเว้น มีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาค เรียน แต่เมื่อพ้นกาหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ (1) ให้เรียนซ้ารายวิชา ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน (2) ให้เรียนซ้าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของสถานศึกษา 2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลา เรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนซ้าในรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ได้ สาหรับรายวิชาเพิ่มเติมเท่านั้น ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียน แทนรายวิชาใด 7.9 การเปลี่ยนผลการเรียน “มผ” หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูลพุทธศักราช 2551 กาหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3 กิจกรรม คือ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ หรือนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เรียนเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง 1 กิจกรรม และ เลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก 1 กิจกรรม 3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทา กิจกรรมจนครบตามกาหนด หรือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่ต้องปรับปรุงแก้ไข แล้วจึงเปลี่ยนผล การเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ทั้งนี้ดาเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้ อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา หมวด 4 การเทียบโอนผลการเรียน ข้อ 8 โรงเรียนจะเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้จากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การละทิ้งการศึกษา และขอกลับเข้า รับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถเทียบโอน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่นสถานประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบัน การฝึกอบรมอาชีพ การศึกษาโดยครอบครัว
  • 39.
    ๓๙ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๓๙ การพิจารณาการเทียบโอน จะดาเนินการได้ดังนี้ 1) พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา ซึ่งจะให้ข้อมูลที่แสดงความรู้ ความสามารถของ นักเรียนในด้านต่างๆ 2) พิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริง การทดสอบ การสัมภาษณ์ เป็นต้น 3) พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติจริง 4) การเทียบโอนผลการเรียนจะดาเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอนจานวน ไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่ควรเกิน 5 คน 5) การเทียบโอนให้ดาเนินการดังนี้ 5.1 กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให้นารายวิชาหรือหน่วยกิตที่มี ตัวชี้วัด/มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มาเทียบโอนผลการเรียนและพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลีกสูตรที่รับเทียบโอน 5.2 กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี) โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลายและให้ระดับผลให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน 5.3 กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข้าโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้ดาเนินการตาม ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษา สาหรับนักเรียนที่เข้าร่วม โครงการแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ วิธีการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการและแนว ปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง หมวด 5 เอกสารหลักฐานการศึกษา ข้อ 9 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด ประกอบด้วย 1) ระเบียนแสดงผลการเรียน ( ปพ.1 ) 2) ใบประกาศนียบัตร ( ปพ.2) 3) แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา ( ปพ.3) ข้อ 10 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากาหนด มีดังนี้ 1) แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา 2) แบบรายงานประจาตัวนักเรียน 3) ระเบียนสะสม 4) ใบรับรองผลการเรียน เอกสาร ปพ.1 ปพ.2 ปพ.3 ใช้รูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนด ส่วนเอกสารอื่น ที่ระบุในข้อ 10 ใช้ตามรูปแบบโรงเรียนกาหนดที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษา พุทธศักราช 2551
  • 40.
    ๔๐ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๔๐ ข้อปฏิบัติในการขอใบรับรองการศึกษา 1. การขอใบรับรองการศึกษา 1.1 ขอแบบคาร้องขอใบรับรองที่กลุ่มบริหารวิชาการ 1.2 กรอกรายละเอียดต่างๆลงในแบบคาร้องด้วยตัวบรรจง 1.3 ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการขอใบรับรอง 1.4 ส่งแบบคาร้องพร้อมรูปถ่าย ขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนกับนายทะเบียน 2. การขอหลักฐานทางการศึกษา 2.1 ในกรณีที่ยังไม่จบการศึกษา 2.1.1 ผู้ปกครองยื่นคาร้องและใบลาออกกับนายทะเบียน 2.1.2 แนบรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน 2.2. ในกรณีที่จบหลักสูตร 2.2.1 ใบยื่นคาร้องขอจบ ส่งนายทะเบียน 2.2.2 แนบรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน 2.3 ในกรณีที่จบหลักสูตรแล้วต้องการขอใหม่ให้ ยื่นคาร้องพร้อมรูปถ่าย 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ใบแจ้งความจากสถานีตารวจ (กรณีหาย) 2.4 กรณีกาลังศึกษาอยู่ต้องการขอหลักฐานประกอบการสมัครเรียนต่อ 2.4.1 ยื่นคาร้องขอต่อนายทะเบียนตามฟอร์มที่กาหนด 2.4.2 แนบรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จานวน 2 แผ่น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน การขอเอกสารหลักฐานทางการศึกษา 1. ขอคาร้องและยื่นคาร้องที่งานทะเบียน-วัดผล 2. เตรียมรูปถ่าย 1.5 นิ้ว 1 รูป ต่อเอกสาร 1 ฉบับ ( รูปถ่ายเป็นรูปปัจจุบัน เครื่องแบบนักเรียน ไม่เป็น รูปที่อัดด้วยระบบโพลารอยด์) 3. การขอเอกสารต้องขอล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วัน ( ไม่นับวันหยุดราชการ)
  • 41.
    ๔๑ คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล หน้าที่ ๔๑ ๑. ที่ปรึกษา นายจิตตนาถ สิงห์โต ผู้อานวยการ ๒. คณะกรรมการดาเนินงาน นางดรุณี เสมอภาค ครู นายสารวน เสมอภาค ครู นางสาวพัชรนันท์ ยศพลเพ็งแจ่ม ครู นางสาวอัจฉรา พวงอก ครู นางสาววศินี ทองบริสุทธิ์ ครู นางสาวสุนิสา สีหอมกลิ่น ครูผู้ช่วย นางสาววณิชา โนภาศ ครูผู้ช่วย นางสาวณัฐวดี สัตโรจน์ ครูผู้ช่วย นางสาววรรณิภา อุ่นไชย ครูผู้ช่วย 3. ข้อมูล - กลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนผักไหมวิทยานุกูล