More Related Content
PPTX
โครงงานสารสกัดสมุนไพรรักษาแผลหน้ายาง พาวเวอร์พอย PDF
Orthodox tewahedomarriage8wb PPTX
PDF
PDF
Social Media for Restoration Companies. Are you missing the boat? PDF
TXT
PDF
Industrial Replacement by Pruek Viewers also liked
PDF
Orthodox christianfamilylesson12 PDF
Orthodox christianfamilylesson04 PDF
PPTX
History of distance learning PPSX
Santo Markus (Saint Mark) PDF
PDF
Orthodox christianfamilylesson02 PDF
PDF
DOC
PDF
Similar to งานคอม2
PDF
วารสารยางพาราฉบับที่ 4 ปีที่ 34 PDF
วารสารยางพารา ปีที่ 36 ฉบับที่ 2 PPTX
บทที่ 8 การเก็บเกี่ยวและสถานการณ์การผลิต PDF
วารสารยางพารา ปีที่ 35 ฉบับที่ 4 PDF
วารสารยางพารา ฉบับที่ 3 ปีที่ 35 PDF
PPT
PDF
วารสารยางพารา ฉบับที่ 2 ปีที่ 35 More from Sunisa Nakphiromkon
งานคอม2
- 1.
- 2.
• การกรีด หมายถึงการนาผลผลิตน้ายางออกมาจากต้นยางซึ่งเจ้าของสวนยางควร
ศึกษาและวิธีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทาให้ผลผลิตที่มากแบบยั่งยืนไม่ทาให้
ต้นยางเสียหาย มีอายุการกรีดนาน การเจริญเติบโตของต้นยางดี ขายไม้ได้ราคา
เมื่อโค่นล้มเพื่อปลูกแทนใหม่ ยางพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูงจาเป็นต้องใช้วิธีการปฏิบัติ
ที่ถูกต้อง จึงจะได้ผลคุ้มค่า การเลือกใช้วิธีการต่างๆ เช่น การเปิดกรีด วิธีการกรีด
ระบบกรีด และมีดกรีดยางที่ถูกต้อง สามารถที่จะรักษาต้นยางเพื่อให้กรีดได้นาน
แต่หากใช้วิธีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง นอกจากได้น้ายางน้อยแล้วยังทาให้ต้นยาง
เสียหาย เป็นเหตุให้รายได้ของเกษตรกรลดน้อยลงด้วย โดยการกรีดยางจะต้อง
ยึดหลักที่ว่า เมื่อกรีดแล้วต้องได้น้ายางมาก เปลือกเสียน้อยที่สุด แล้วยังสามารถ
กรีดได้นาน 25-30 ปี
- 4.
• หลังจากเพาะปลูกและรอคอยจนกระทั่งต้นยางพาราเจริญเติบโตพร้อมจะเก็บเกี่ยวผลผลิต
หนึ่งในขั้นตอนที่มีความสาคัญอย่างมาก คือการกรีดยาง เพื่อเก็บน้ายาง อันจะนามาซึ่งรายได้
ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง
• การกรีดยาง
• การกรีดยางด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะทาให้ชาวสวนยางได้รับน้ายางปริมาณมากในแต่ละวัน และที่
สาคัญที่สุด คือ ทาให้ต้นยางที่โดนกรีดไม่บอบช้าเสียหาย
• ต้นยางที่โดนกรีดอย่างผิดวิธีจะเกิดความเสียหาย ไม่สามารถกรีดซ้าได้ หรือไม่ก็ได้น้ายางใน
ปริมาณที่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งนัก เพราะกว่าจะปลูกยางพาราให้เจริญเติบโต
จนกระทั่งพร้อมจะกรีดได้ ต้องใช้ระยะเวลานานหลายปี ดังนั้นเกษตรกรชาวสวนยางทุกท่าน จึง
ควรให้ความสาคัญกับวิธีการกรีดยางให้มาก
- 5.
• ช่วงเวลาในการเริ่มต้นกรีดยางที่เหมาะสม จะแตกต่างกันไปตามต้นยางที่นามาเพาะดังนี้
• 1. ต้นยางที่เพาะจากเมล็ด ลักษณะของต้นยางประเภทนี้จะมีโคนต้นที่ใหญ่กว่าบริเวณลา
ต้น ซึ่งบริเวณโคนต้นเปลือกจะหนาและมีปริมาณน้ายางมาก หากยิ่งกรีดสูงขึ้นไป จะยิ่งได้
น้ายางน้อย
• จากการทดสอบพบว่า ถ้ากรีดยางที่เพาะจากเมล็ดที่ระดับความสูงจากโคนต้น 15
เซ็นติเมตร และ 45-60 เซ็นติเมตร ปริมาณน้ายางที่ได้จากการกรีดที่ความสูง 15 ซม. จะ
มากกว่าประมาณ ครึ่งเท่า
• แต่อย่างไรก็ดีการที่น้ายางออกมาเกินไป จะส่งผลให้ต้นยางเป็นโรคเปลืองแห้ง หรือ แคระ
แกรนได้
• สาหรับวิธีที่จะทราบได้ว่าต้นยางพาราที่เพาะจากเมล็ดสามารถเริ่มกรีดได้แล้วหรือไม่ ให้วัด
ความยาวรอบต้นยาง ที่ความสูง 75 เซ็นติเมตร จากพื้นดิน หากวัดรอบต้นได้ 50 ซม. ก็
สามารถเริ่มกรีดยางได้แล้ว
- 6.
• 2. ต้นยางที่เพาะจากการติดตาต้นยางประเภทนี้จะมีลาต้นตั้งแต่โคนไปจนถึงด้านบนเกือบเท่ากัน
ความหนาของเปลือกยางที่ระดับความสูงวัดจากพื้นในช่วงระดับ 90 ถึง 125 เซนติเมตรไม่ต่างกันมาก
และก็ให้ปริมาณน้ายางในการกรีดพอ ๆ กัน
• ชาวสวนยาง สามารถทราบได้ว่าสามารถเริ่มกรีดยางประเภทนี้ได้แล้ว โดยการวัดความสูงจากรอยติดตา
ที่อยู่บริเวณโคนต้นยางขึ้นไป 125 เซ็นติเมตร จากนั้นทาการวัดความยาวรอบลาต้นที่ตาแหน่งนั้น ถ้ามี
ความยาวมากกว่า 50 เซ็นติเมตร ก็สามารถเริ่มกรีดยางได้
• ปลูกยางพารา เริ่มกรีดได้ตอนไหน
• จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่า การจะทราบว่าสามารถเริ่มต้นกรีดยางได้เมื่อไร ทาได้โดยวัดขนาดลาต้น
ไม่ได้ใช้วิธีนับจานวนวันในการปลูกแต่อย่างใด ซึ่งการวัดขนาดลาต้นเป็นร้อยเป็นพันต้น วิธีที่ง่ายที่สุด
คือ ให้ตัดท่อนไม้ขนาด 75 ซม. หากยางที่ปลูกเป็นชนิดเพาะด้วยเมล็ด หรือ ตัดท่อนไม้ 125 ซม. หาก
เป็นต้นยางที่เป็นต้นติดตา จากนั้นผูกลวดหรือเชือกยาว 50 ซม. ไว้ที่ปลายไม้
• การวัดขนาดลาต้นยางว่าพร้อมกรีดแล้วหรือไม่ก็เพียงใช้ไม้ดังกล่าวทาบไปที่ต้นยาง แล้วใช้ลวดพันรอบ
ต้น ก็จะรู้ว่ามีขนาดถึง 50 เซ็นติเมตรแล้วหรือไม่
- 7.
• ต้นยางที่เพาะจากเมล็ด ให้เริ่มกรีดที่ระดับความสูงจากพื้น75 ซม. โดยกรีดจากด้านซ้ายมือของคนกรีด
เอียงลงมาทางด้านขวาด้วยมุม 25 องศา ความยาวในการกรีด คือ ครึ่งต้น
• ต้นยางติดตา ให้เริ่มกรีดที่ระดับความสูงจากรอยติดตาบริเวณโคนต้น 125 เซ็นติเมตร กรีดจากซ้ายมือ
ของผู้กรีดลงมาทางขวา เอียงทามุม 30 องศา
• เพื่อความสะดวกในการเริ่มเปิดกรีดด้วยตาแหน่งที่ถูกต้อง ให้ใช้ไม้เช่นเดียวกับที่ใช้วัดลาต้นดังที่กล่าว
มาแล้ว แต่ตอนปลายให้เปลี่ยนจากลวดเป็นสังกะสีกว้าง 5 เซ็นติเมตร ยาว 45 เซ็นติเมตร ตอกแนบติด
เข้ากับทางแบนที่ปลายไม้ข้างหนึ่ง โดยหันชายไปทาง ซ้าย ไม้แบบที่จะใช้กับต้นที่เกิดจากเมล็ดให้เอียง
สังกะสี ทามุมขึ้นไป 25 องศา และสาหรับต้นติดตาให้ทามุม 30 องศา
• เมื่อจะทาแนวหน้ายางในการเปิดกรีด ก็ใช้ไม้วัดดังกล่าว ตั้งทาบเข้ากับส่วนสูงของลาต้น แล้วแนบแผ่น
สังกะสีพันวนไปทางด้านซ้ายมือ ใช้มือซ้ายจับปลายสังกะสีไว้ แล้วขีดเส้นตามแนวบนของแผ่นสังกะสี
ตั้งแต่จุดครึ่งต้นของลาต้น ไปจนสุดสังกะสีที่ติดอยู่กับไม้ รอยที่เกิดขึ้นนี้คือ แนวหน้ายางที่จะเปิดกรีด
ด้วยความยาวครึ่งต้น ซึ่งมีความสูงและความลาดเอียง ตามที่กาหนดไว้อย่างถูกต้อง
• การเปิดกรีดจะทาในทิศทางเดียวกันหมดทุกต้น รวมทั้งการกรีดก็จะเหมือนกันทุกต้นด้วย
- 8.
• เป็นหัวใจสาคัญของการกรีดยางเลยทีเดียว การกรีดด้วยวิธีที่ถูกต้องจะทาให้สามารถกรีดซ้า
ได้นานไม่น้อยกว่า30 ปี
• ลึกเข้าไปภายใต้เปลือกของต้นยางพารา ประมาณ 6-10 มิลลิเมตร ก่อนถึงเยื่อเจริญ จะมี
ท่อน้ายางเรียงอยู่จานวนมาก ความลึกในการกรีดที่ดี คือ กรีดให้ใกล้เยื่อเจริญ แต่ต้องไม่ชิด
ติดกับเยื่อเจริญ
• หน้าที่ของเยื่อเจริญ คือ เพิ่มเปลือกใหม่ให้งอกมา แทนเปลือกเก่าที่ถูกกรีดทิ้งไป ถ้าเยื่อ
เจริญไม่ได้รับความเสียหาย เปลือกของต้นยางพาราที่งอกขึ้นใหม่จะเรียบสม่าเสมอ กรีดซ้า
อีกได้
• จะเห็นได้ว่าการกรีดต้องอาศัยความชานาญอย่างมาก ต้องอาศัยการหัดกรีดเป็นเวลาหลาย
เดือนเลยทีเดียว กว่าจะเกิดความชานาญ
• นอกจากกรีดไม่ให้ลึกเกินไปแล้ว จะต้องพยายามกรีดให้เปลือกบางที่สุด ครั้งละประมาณ
1.5 มิลลิเมตร เดือนหนึ่งๆ กรีดเปลือกออกไม่ควรเกิน 2.5 เซนติเมตร
- 9.
• ต้นยางต้นหนึ่งๆ ควรถนอมเปลือกไว้ให้กรีดได้อย่างน้อย ๓ รอบ โดยใช้เวลากรีดให้ได้กว่า 3๐
ปี ถ้าเปลือกยังดีเมื่อต้นยางอายุกว่า15 – 20 ปีแล้ว ยังมีทางที่จะใช้ยาเร่งน้ายาง จะช่วยให้ได้
น้ายางเพิ่มมากขึ้น จะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับพันธุ์ยางด้วย บางพันธุ์เพิ่มได้อีกเท่าตัว
• ช่วงระยะเวลาในการกรีดยางที่เหมาะสม คือ เช้ามืด ซึ่งมองเห็นเปลือกต้นยางแล้ว ผู้กรีดยาง
ควรกรีดด้วยความระมัดระวังไม่รีบร้อนกรีด เพราะอาจทาให้เกิดความเสียหายกับต้นยางได้
• ในแต่ละวันคนกรีดยาง 1 คน ควรที่จะทาการกรีดสูงสุด ประมาณ 350 -450 ต้น ไม่ควรเร่งรีบ
จนเกินกาลังและขาดความปราณีต
- 10.
• เมื่อเริ่มต้นกรีดยางพารา ควรกรีดให้น้ายางออกปริมาณน้อยก่อนโดยทาการกรีดครึ่ง
รอบต้น 1 วัน เว้น 2 วัน ทาเช่นนี้เป็นระยะเวลา 5-6 เดือน
• เมื่อเลยระยะเวลาข้างต้น จึงเปลี่ยนมากรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน และควรให้มีระยะพักอีก
บ้าง
• ข้อควรใส่ใจ คือ อย่าคิดแต่จะกรีดให้ได้น้ายางปริมาณมาก ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะ
ถ้าน้ายางออกมากเกินไป ต้นยางพาราจะเป็นโรคเปลือกแห้งได้ (ไม่มีน้ายางออก)
• ผู้กรีดยางควรหมั่นสังเกตว่า ยางต้นใดที่ปริมาณน้ายางลดลง หรือไม่มีน้ายางออก
เลย ต้นใดผิดสังเกตให้ หยุดกรีด แต่ถ้าจานวนต้นยางที่ผิดปกติมีมากถึงประมาณ
ร้อยละ 5 ของต้นยางทั้งสวน ให้เปลี่ยนเป็นกรีดครึ่งรอบต้นทุกวันที่สาม และให้พักต้น
ยางที่ทรุดโทรมเสียประมาณ ๖ เดือน แล้วจึงทดลองกรีดต่อไปใหม่
- 11.
• ระบบกรีดยาง คือการคานวนวัดค่าความบ่อยในการกรีดยางที่เหมาะสม โดยมีเกณฑ์มาตรฐานในการตั้งต้น คือ “การกรีดยาง
ครึ่งต้นโดยกรีดวันเว้นวัน เป็นการกรีดให้เกิดภาระแก่ต้นยางพอดี 1๐๐%”
• จากเกณฑ์ด้านต้น นามาแทนค่าสัญลักษณ์ได้โดย
• - s เป็นสัญลักษณ์ความยาวของการกรีดรอบต้น จากซ้ายเอียงลงมาทางขวา การกรีดยางครึ่งรอบต้น จึงเท่ากับ S/2
• - d เป็นสัญลักษณ์ของความบ่อยครั้งของการกรีด การกรีดวันเว้นวัน หรือกรีดทุกๆ 2 วัน จึงเท่ากับ d/2
• ดังนั้นเกณฑ์มาตรฐาน “การกรีดยางครึ่งต้นโดยกรีดวันเว้นวัน เป็นการกรีดให้เกิดภาระแก่ต้นยางพอดี 1๐๐%” สามารถเขียน
เป็นสมการได้ว่า
• S/2 x d/2 = 100%
• จากสมการนี้ให้ถือว่า ตัวอักษรมีค่าเท่ากับ 1 ทุกตัวอักษร ทาให้พลิกแพลงระบบกรีดได้ โดยระวังไม่ให้เกิดภาระแก่ต้นยางเกิน
กว่า 1๐๐%
- 12.
• ประโยชน์จากการคานวน เจ้าของสวนยางสามารถนาไปใช้ตัดสินใจในการบริหารจัดการ
แรงงานกรีดยางให้เหมาะสมตัวอย่างเช่น
• สมมุติว่า มีสวนยางอยู่ 4๐๐ ไร่ คนงานหนึ่งคนกรีดได้ประมาณ 1๐ ไร่ (4๐๐-45๐ ต้น) ถ้าใช้
ระบบกรีดวันเว้นวัน ต้องใช้คนกรีด 2๐ คน เพื่อกรีดยางให้ได้วันละ 2๐๐ ไร่
• แต่หากเจ้าของสวนยางมีปัญหา คือ หาคนงานที่มีความชานาญในการกรีดได้เพียงแค่ 10 คน
จากการคานวนข้างต้น ก็สามารถเปลี่ยนระบบการกรีด โดย เปลี่ยนจากกรีดครึ่งต้น เป็น กรีด
รอบต้น แต่กรีดทุก 4 วัน ฉะนั้น จึงแบ่งสวนออกเป็น 4 ส่วน เพื่อหมุนเวียนกรีดวันละ 1 ส่วน วัน
หนึ่งๆ จึงมีสวนที่จะกรีดเพียง 1๐๐ ไร่ และใช้คนงานเพียง 1๐ คนเท่านั้น โดยได้ผลผลิตเท่าเดิม
- 13.
• อุปกรณ์รองน้ายาง
• อุปกรณ์ในการรองน้ายางมีดังนี้
• - รางรองน้ายาง มีลักษณะเป็นรางเล็กๆ ทาด้วยสังกะสี ใช้สาหรับติดใต้รอยกรีด เพื่อรองน้ายางให้ไหลลงถ้วย
• - ลวดวางถ้วยรองน้ายาง เพื่อให้วางถ้วยรอง น้ายางได้สะดวก จะต้องมีลวดทาเป็นห่วง สาหรับวาง ถ้วยให้ติดกับต้นยางด้วย
• - ถ้วยรองน้ายาง ควรเป็นวัตถุถาวร เท่าที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ใช้ถ้วยดินเผาเคลือบภายใน ขนาดจุ 2๐๐-5๐๐ ซีซี
• - ถังเก็บน้ายางและถังรวมน้ายาง เมื่อกรีดยางแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง น้ายางจะหยุดไหล จึงใช้ถังหูหิ้วขนาดที่จะหิ้วไปได้ เช่น
ขนาดจุ 10-15 ลิตร เมื่อเก็บน้ายางเต็มแล้ว ก็เอาไปเทรวมไว้ในถังรวม ซึ่งมีหลายรูป หลายแบบ แล้วแต่ความสะดวกในการ
ขนส่งเป็นสวนๆ ไป
• บางสวนทาเป็นถังสังกะสี หรืออะลูมิเนียม ให้เหมาะที่จะวางท้ายรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ได้ และบางรายก็ทาให้ปาก
แคบ จะได้ไม่กระฉอก ถ้าสวนยาง ขนาดใหญ่ จะใช้รถยนต์บรรทุกมาลาเลียงเอาไป โดยเทรวมลงในถังใหญ่ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายถัง
ที่ใช้ในรถยนต์บรรทุกน้ามัน
- 15.