2.หลักการทางานของคอมพิวเตอร์
หน่วยเก็บข้อมูล

หน่วยรับข้อมูล

หน่วยประมวลผลกลาง

หน่วยความจา RAM

หน่วยแสดงผล
•ซีพียู และการประมวลผล
CPU(Central Processing Unit) หรือ ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) มี
ลักษณะเป็นชิป ภายในบรรจุวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมากมาย โดยมีการรวมวงจรต่างๆ
อยู่ในชิปเพียงตัวเดียว ประกอบด้วยส่วนที่สาคัญคือ

ตัวอย่าง CPU
1.หน่วยควบคุม(control unit) ทาหน้าที่ประสานงานและควบคุมการทางานของ
คอมพิวเตอร์
2.หน่วยคานวณตรรกะ หรือ ALU (Arithmetic-Logic Unit) ทาหน้าที่ในการ
คานวณต่างๆทางคณิตศาสตร์และเปรียบเทียบทางตรรกะเพื่อความตัดสินใจ
หน่วยความจาและการจัดเก็บข้อมูล แบ่งได้ 2 ชนิด
1.หน่วยความจาแบบไม่สามารถลบเลือนได้
เก็บข้อมูลได้แม้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเลี้ยง เช่น

1.1 รอม (ROM: Read Only Memory) เป็นหน่วยความจาที่อ่านได้
อย่างเดียวไม่สามารถลบและเขียนข้อมูลใหม่ได้เช่น BIOS (อุปกรณ์เก็บคาสั่ง
พื้นฐานเพื่อเริ่มการบูตของคอมพิวเตอร์)
1.2 หน่วยความจาแฟลช (Flash Memory) เป็นหน่วยความจาที่
สามารถลบและเขียนข้อมูลใหม่ได้ปัจจุบัน
นามาทางานร่วมกับรอม เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้
2.หน่วยความจาแบบลบเลือนได้
เป็นหน่วยความจาที่ต้องมีไฟเลี้ยง หากไฟดับ ข้อมูลจะหายไป เช่น
แรม : RAM (Random Access Memory) มี 2 ประเภท
2.1 SRAM (Static RAM)
ใช้เป็นหน่วยความจาแคช จะถูกฝังอยู่ในตัว CPU
ความเร็วสูงกว่า DRAM แต่มีราคาแพง
2.2 DRAM (Dynamic RAM)
ทาหน้าที่เก็บข้อมูลและโปรแกรมระหว่างการประมวลผล
เป็นที่นิยมมากที่สุด ราคาไม่แพง ความจุสูง มีหลายชนิด
ชนิดของ Ram
1. Dram (Dynamic RAM : DRAM) ลักษณะเป็นตัวเก็บประจุ ( Capacitor ) มีการ refresh เพื่อ
เก็บข้อมูลให้คงอยู่ โดยการ refresh นี้ ทาให้เกิดการหน่วงเวลาขึ้นในการเข้าถึงข้อมูล จึงเป็น
เหตุให้ได้ชื่อว่า Dynamic RAM ปัจจุบันนี้หมดไปจากตลาดแล้ว

2.FPM (First Page Mode) เป็น RAM ในยุคแรกของ CPUรุ่น 486
ลักษณะเหมือนๆกับ DRAM เพียงแต่สามารถลด
ช่วงการหน่วงเวลาในขณะเข้าถึงข้อมูลลง
ทาให้ได้ความเร็วมากขึ้น(ประมาณ 100 Mhz./s.)
ภาพ FPM RAM 4MB จานวน 4 ตัว (จาเป็นต้องใช้หลายตัว
เนืองจากมีขนาดความจุน้อย ทาให้ต้องใช้พื้นที่บอร์ดขนาดใหญ่)
่
3.EDO (Extended Data Out) พัฒนาจาก FPM มีขาสัญญาณ 72 ขา ให้มีความเร็วมากขึ้นเพื่อ
ใช้กับคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ เช่น CPU 66 Mhz.
ภาพ EDO สามารถถ่ายโอนด้วย
ความเร็วบัส100 Mhz.และสูงสุด ประมาณ 264 Mhz./s.

3.SDRam (Synchronous DRAM )
พัฒนาให้มีจานวนขาจานวนขาทั้งสิ้น 168 ขา ทาให้มีความเร็วสูงขึ้น แต่ใช้ สัญญาณนาฬิกา
ได้เพียงขาขึ้นเท่านั้น ปัจจุบันหมดความเป็นที่นิยมไปแล้ว
จะพบได้ก็แต่เพียงในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ
ภาพ SDRam ความเร็วมีให้เลือกใช้ทั้งรุ่น PC-66 (66
MHz ไปถึง PC-150 (150MHz)
4.DDR (Double Data Rate SDRAM )
พัฒนาต่อจาก SDRAM ให้สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
ทาให้ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ปัจจุบันมีหลายแบบ
-DDR1 มีจานวนขาทั้งสิ้น 184 ขา ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 133 MHz (DDR-266) ไป
จนถึง 400 MHz (DDR-700) ความจุสูงสุด ขนาด 1 GB.
-DDR2 มีจานวนขาทั้งสิ้น 240 ขา รองรับความจุได้สูงสุดถึง 4 GB ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้
ตั้งแต่ 400 MHz (DDR2-400) ไปจนถึง 1066 MHz (DDR2-900)
-DDR3 มีจานวนขาทั้งสิ้น 240 ขา ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 1066 MHz (DDR2-400)
ไปจนถึง 2800 MHz ชิปมีขนาด 4 กิกะบิต ช่วยให้มีหน่วยความจาได้สูงถึง 16GB

5.RDRAM (RAMBUS DRAN)

ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Rambus lnc มีความเร็วบัสได้ถึง 400 เข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า
SDRAM ถึง 8 เท่า แต่กลับหน่วงการทางานใกล้เคียง SDRAM และมีราคาแพง
ปัจจุบนไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเมนบอร์ดของ Intel เพียงบางรุ่นเท่านั้นที่สนับสนุน
ั
ระบบบัส
คือเส้นทางที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์
ต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวกัน ทั้งภายในแผงวงจรหลัก และ
อุปกรณ์ที่อยู่บน Slot จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยวงจรทางไฟฟ้า
บัสยิ่งมาก ความเร็วในการส่งข้อมูลยิ่งสูง
1.งานเอกสารหรืองานสานักงาน
CPU อย่างน้อย 1 GHz แรมอย่างน้อย 1 GB อาจเลือกใช้จอแบบ LCD
ขนาดใหญ่ 16-17 นิ้ว เพื่อถนอมสายตา
2. งานกราฟิก
CPU ประมาณ 2GHz ขึ้นไป แรมอย่างน้อย 2 GB และควรมี
ความจุของฮาร์ดดิส จานวนมาก
3. งานออกแบบแสดงเป็น 3D
CPU ไม่น้อยกว่า 2 GHz แรมอย่างน้อย 4 GB หน้าจอไม่ต่ากว่า 24 นิ้ว
และมีการ์ดแสดงผลความเร็วไม่ต่ากว่า 1 GHZ
แบบฝึกหัดที่ 1
1. จงอธิบายหลักการทางานของ DDR – Sdram มาพอเข้าใจ
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
............
2. เหตุใด จึงมีคากล่าวว่า “RAM สามารถเปรียบเทียบได้กับความจาระยะสั้น
ของคน และฮาร์ดดิสก์ เหมือนกับหน่วยความจาระยะยาว”
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........

เทอม 2 คาบ 2 หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    •ซีพียู และการประมวลผล CPU(Central ProcessingUnit) หรือ ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) มี ลักษณะเป็นชิป ภายในบรรจุวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมากมาย โดยมีการรวมวงจรต่างๆ อยู่ในชิปเพียงตัวเดียว ประกอบด้วยส่วนที่สาคัญคือ ตัวอย่าง CPU
  • 4.
    1.หน่วยควบคุม(control unit) ทาหน้าที่ประสานงานและควบคุมการทางานของ คอมพิวเตอร์ 2.หน่วยคานวณตรรกะหรือ ALU (Arithmetic-Logic Unit) ทาหน้าที่ในการ คานวณต่างๆทางคณิตศาสตร์และเปรียบเทียบทางตรรกะเพื่อความตัดสินใจ
  • 5.
    หน่วยความจาและการจัดเก็บข้อมูล แบ่งได้ 2ชนิด 1.หน่วยความจาแบบไม่สามารถลบเลือนได้ เก็บข้อมูลได้แม้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเลี้ยง เช่น 1.1 รอม (ROM: Read Only Memory) เป็นหน่วยความจาที่อ่านได้ อย่างเดียวไม่สามารถลบและเขียนข้อมูลใหม่ได้เช่น BIOS (อุปกรณ์เก็บคาสั่ง พื้นฐานเพื่อเริ่มการบูตของคอมพิวเตอร์) 1.2 หน่วยความจาแฟลช (Flash Memory) เป็นหน่วยความจาที่ สามารถลบและเขียนข้อมูลใหม่ได้ปัจจุบัน นามาทางานร่วมกับรอม เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้
  • 6.
    2.หน่วยความจาแบบลบเลือนได้ เป็นหน่วยความจาที่ต้องมีไฟเลี้ยง หากไฟดับ ข้อมูลจะหายไปเช่น แรม : RAM (Random Access Memory) มี 2 ประเภท 2.1 SRAM (Static RAM) ใช้เป็นหน่วยความจาแคช จะถูกฝังอยู่ในตัว CPU ความเร็วสูงกว่า DRAM แต่มีราคาแพง
  • 7.
    2.2 DRAM (DynamicRAM) ทาหน้าที่เก็บข้อมูลและโปรแกรมระหว่างการประมวลผล เป็นที่นิยมมากที่สุด ราคาไม่แพง ความจุสูง มีหลายชนิด
  • 8.
    ชนิดของ Ram 1. Dram(Dynamic RAM : DRAM) ลักษณะเป็นตัวเก็บประจุ ( Capacitor ) มีการ refresh เพื่อ เก็บข้อมูลให้คงอยู่ โดยการ refresh นี้ ทาให้เกิดการหน่วงเวลาขึ้นในการเข้าถึงข้อมูล จึงเป็น เหตุให้ได้ชื่อว่า Dynamic RAM ปัจจุบันนี้หมดไปจากตลาดแล้ว 2.FPM (First Page Mode) เป็น RAM ในยุคแรกของ CPUรุ่น 486 ลักษณะเหมือนๆกับ DRAM เพียงแต่สามารถลด ช่วงการหน่วงเวลาในขณะเข้าถึงข้อมูลลง ทาให้ได้ความเร็วมากขึ้น(ประมาณ 100 Mhz./s.) ภาพ FPM RAM 4MB จานวน 4 ตัว (จาเป็นต้องใช้หลายตัว เนืองจากมีขนาดความจุน้อย ทาให้ต้องใช้พื้นที่บอร์ดขนาดใหญ่) ่
  • 9.
    3.EDO (Extended DataOut) พัฒนาจาก FPM มีขาสัญญาณ 72 ขา ให้มีความเร็วมากขึ้นเพื่อ ใช้กับคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ เช่น CPU 66 Mhz. ภาพ EDO สามารถถ่ายโอนด้วย ความเร็วบัส100 Mhz.และสูงสุด ประมาณ 264 Mhz./s. 3.SDRam (Synchronous DRAM ) พัฒนาให้มีจานวนขาจานวนขาทั้งสิ้น 168 ขา ทาให้มีความเร็วสูงขึ้น แต่ใช้ สัญญาณนาฬิกา ได้เพียงขาขึ้นเท่านั้น ปัจจุบันหมดความเป็นที่นิยมไปแล้ว จะพบได้ก็แต่เพียงในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ ภาพ SDRam ความเร็วมีให้เลือกใช้ทั้งรุ่น PC-66 (66 MHz ไปถึง PC-150 (150MHz)
  • 10.
    4.DDR (Double DataRate SDRAM ) พัฒนาต่อจาก SDRAM ให้สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ทาให้ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ปัจจุบันมีหลายแบบ -DDR1 มีจานวนขาทั้งสิ้น 184 ขา ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 133 MHz (DDR-266) ไป จนถึง 400 MHz (DDR-700) ความจุสูงสุด ขนาด 1 GB. -DDR2 มีจานวนขาทั้งสิ้น 240 ขา รองรับความจุได้สูงสุดถึง 4 GB ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้ ตั้งแต่ 400 MHz (DDR2-400) ไปจนถึง 1066 MHz (DDR2-900) -DDR3 มีจานวนขาทั้งสิ้น 240 ขา ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 1066 MHz (DDR2-400) ไปจนถึง 2800 MHz ชิปมีขนาด 4 กิกะบิต ช่วยให้มีหน่วยความจาได้สูงถึง 16GB 5.RDRAM (RAMBUS DRAN) ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Rambus lnc มีความเร็วบัสได้ถึง 400 เข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า SDRAM ถึง 8 เท่า แต่กลับหน่วงการทางานใกล้เคียง SDRAM และมีราคาแพง ปัจจุบนไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเมนบอร์ดของ Intel เพียงบางรุ่นเท่านั้นที่สนับสนุน ั
  • 11.
    ระบบบัส คือเส้นทางที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ ต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวกัน ทั้งภายในแผงวงจรหลักและ อุปกรณ์ที่อยู่บน Slot จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยวงจรทางไฟฟ้า บัสยิ่งมาก ความเร็วในการส่งข้อมูลยิ่งสูง
  • 13.
    1.งานเอกสารหรืองานสานักงาน CPU อย่างน้อย 1GHz แรมอย่างน้อย 1 GB อาจเลือกใช้จอแบบ LCD ขนาดใหญ่ 16-17 นิ้ว เพื่อถนอมสายตา
  • 14.
    2. งานกราฟิก CPU ประมาณ2GHz ขึ้นไป แรมอย่างน้อย 2 GB และควรมี ความจุของฮาร์ดดิส จานวนมาก
  • 15.
    3. งานออกแบบแสดงเป็น 3D CPUไม่น้อยกว่า 2 GHz แรมอย่างน้อย 4 GB หน้าจอไม่ต่ากว่า 24 นิ้ว และมีการ์ดแสดงผลความเร็วไม่ต่ากว่า 1 GHZ
  • 16.
    แบบฝึกหัดที่ 1 1. จงอธิบายหลักการทางานของDDR – Sdram มาพอเข้าใจ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ............ 2. เหตุใด จึงมีคากล่าวว่า “RAM สามารถเปรียบเทียบได้กับความจาระยะสั้น ของคน และฮาร์ดดิสก์ เหมือนกับหน่วยความจาระยะยาว” ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ...........