กิจกรรมที่1. โครงงานคอมพิวเตอร์
หลักการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์
หมายถึงกิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจโดยจะต้องวางแผนการดาเนินงาน
ศึกษาพัฒนาโปรแกรมโดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงานเรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทาโครงงานซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน
หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้วนักเรียนสามารถทาโครงงานเรื่องดังกล่าวได้
แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษาการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาโปรแกรม
หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้
จุดมุ่งหมายสาคัญของการทาโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้
ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา
ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ
ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่ เรียนใฝ่ รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ
ความมีคุณธรรมจริยธรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับเพื่อนมนุษย์และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (EducationalMedia)
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน
ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัดบททบทวน และคาถามคาตอบไว้พร้อมผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม
การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอนไม่ใช่เป็นครูผู้สอน
ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบOnline ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์
วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมวิชาชีพอื่นๆฯลฯ
โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทาความเข้าใจยากมาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน
ตัวอย่างเช่นโปรแกรมสอนวิธีการใช้งานระบบสุริยะจักรวาลโปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่างๆ
2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ(ToolsDevelopment)
เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่างๆซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์
ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงานเช่นซอฟต์แวร์วาดรูปซอฟต์แวร์พิมพ์งานซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆเป็นต้น
สาหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา
ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่างๆบนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้โดยง่าย
ซึ่งรูปที่ได้สามารถนาไปใช้งานต่างๆได้มากมายสาหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่างๆ
ใช้สาหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่างๆเช่นโปรแกรมประเภท3D
3. โครงงานประเภทจาลองทฤษฎี(TheoryExperiment)
เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของสาขาต่างๆเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้
หลักการข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่างๆอย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิดแบบจาลอง
หลักการซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการสูตรหรือคาอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนาเสนอวิธีการจาลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์
การทาโครงงานประเภทนี้มีจุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้เรื่องนั้นๆเป็นอย่างดีตัวอย่างเช่น
การทดลองเรื่องการไหลของเหลวการทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่าทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอเป็นต้น
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน(Application)
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจาวันเช่น
ซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งอาคารซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสีซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้ายเป็นต้น
โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ
ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้
โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ
และพัฒนาสิ่งของนั้นๆ
ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทางานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์
โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรมและเครื่องมือต่างๆที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย
5. โครงงานพัฒนาเกม(Game Development)
เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือความเพลิดเพลินเช่นเกมหมากรุกเกมหมากฮอส
เกมการคานวณเลขซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรงเน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ
โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่นเพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น
พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วยผู้พัฒนาควรจะได้ทาการสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่างๆ
ที่มีอยู่ทั่วไปและนามาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลกใหม่และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่างๆ
ความสาคัญของโครงงานคอมพิวเตอร์
ความสาคัญของการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์ คือผลงานที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าตามความสนใจความถนัดและความสามารถของผู้เรียน
โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โครงงานจึงเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
โดยผู้เรียนจะหาหัวข้อโครงงานที่ตนเองสนใจรวมทั้งเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ
และความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างผลงานตามความต้องการได้อย่างเหมาะสม
โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและให้คาแนะนา
ความสามารถที่เกิดจากการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทาให้ผู้เรียนเกิดความสามารถในด้านต่างๆที่สาคัญ 5 ประการดังนี้
1.ความสามารถในการสื่อสารเป็นความสามารถที่เกิดจากการที่นักเรียนเป็นผู้ทาโครงงานต้องนาเสนอผลงานให้
ครูและเพื่อนนักเรียนให้เข้าใจโครงงานคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจนดังนั้น
ผู้ทาโครงงานต้องสื่อสารความคิดในการสร้างสรรค์โครงงานด้วยการเขียนหรือด้วยปากเปล่า
รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของสื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนาเสนอแนวคิดในการจัดโครงงานให้ผู้อื่นได้เข้าใจ
2.ความสามารถในการคิดซึ่งผู้เรียนจะมีการคิดในลักษณะต่างๆดังนี้
1. การคิดวิเคราะห์เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุว่าเกิดเนื่องจากอะไร
2. การคิดสังเคราะห์เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องนาความรู้ต่างๆที่เรียนมารวมทั้งความรู้จากการค้นหาข้อมูล
เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการสร้างสรรค์โครงงาน
3. การคิดอย่างสร้างสรรค์เกิดจากการที่ผู้เรียนนาความรู้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ
4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณเกิดจากการที่ผู้เรียนได้มีการคิดไตร่ตรองว่าควรทาโครงงานใดและไม่ควรทาโครง
งานใด เนื่องจากโครงงานที่สร้างขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมเช่นโครงงานระบบคานวณเลขหวย
สาหรับหาเลขที่คาดว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกในแต่ละงวดอาจส่งผลกระทบต่อสังคม
ทาให้คนในสังคมเกิดความหมกมุ่นในกับการใช้เงินเล่นหวยมากขึ้น
5. การคิดอย่างเป็นระบบเกิดจากการที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนโดยใช้ขั้นตอนในการพัฒนาโครงงานคือ
ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้าเก็บรวบรวมข้อมูลพัฒนาหรือประดิษฐ์คิดค้นผลงาน
รวมทั้งการสรุปผลและการนาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองโดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คาปรึกษา
6.ความสามารถในการแก้ปัญหาเกิดจากการที่ผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหาเข้าใจและอธิบายปัญหาทางด้านคอมพิวเตอร์
รวมทั้งประยุกต์ความรู้ ทักษะและการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหา
7.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเกิดจากการที่ผู้เรียนได้นาความรู้และกระบวนการต่างๆไปใช้ในการพัฒนาโครงงาน
และนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมรวมถึงการพัฒนาโครงงานก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
อันนาไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
8.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเกิดจากการที่ผู้เรียนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ปัญหาได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม
"ขอบข่ายของโครงงาน"
1. ขอบข่ายของโครงงานขอบข่ายของโครงงานดาเนินงานโดยนักเรียนเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์
และครูอาจารย์เป็นผู้ให้คาแนะนาปรึกษาสรุปคือ1.เป็นกิจกรรมการศึกษาทีให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วยตนเอง
โดยอาศัยหลักวิชาการทางทฤษฎีตามเนื้อหาโครงสร้างงานนั้นๆหรือจากประสบการณ์ และกิจกรรมต่างๆ
ที่ได้พบเห็นมาแล้ว2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทาโครงงานด้วยตนเองหรือเป็นกลุ่มโดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ
เป็นภาคเรียนหรือมากกว่าก็ได้ 3.นักเรียนเป็นผู้พิจารณาริเริ่มสร้างสรรค์คัดเลือกโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้า
ปฏิบัติด้วยตนเอง ตามความถนัดสนใจและความพร้อม4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงานรายละเอียดของโครงงาน
แผนปฏิบัติงานและการแปรผลรายงานต่อครูอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อดาเนินงานร่วมกันให้บรรลุตามจุดหมายที่กาหนดไว้
5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้
ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญารวมทั้งการใช้จ่ายเงินดาเนินงานด้วยประเภทของโครงงานของคอมพิวเต
อร์ประเภทพัฒนาผลงานโครงงานนี้เป็นโครงงานที่เกิดจากการศึกษาเนื้อหาทางวิชาการหรือหลักทฤษฏีเกี่ยวกับวิชาการ
งานและอาชีพหรือวิชาสามัญต่างๆแล้วนามาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางทฤษฎีดังกล่าวส่งผล
ให้มีผลงานเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นผู้ทาโครงงานต้องมีความรู้ในเรื่องที่ต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างลึกซึ้งตัวอย่างเช่น
เมื่อนักเรียนได้ศึกษาทางทฤษฎีเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์นักเรียนอาจทาโครงงานสร้างเครื่องอบกล้วยด้วยแสงแดด
ตู้อบเนื้อสัตว์ต่างๆเครื่องทาน้าร้อนฯลฯพืชสมุนไพร นักเรียนอาจทาโครงงานการใช้ยาปราบศัตรูพืชด้วยสมุนไพร
กาจัดเพลี้ยหนอนแมลงปีกแข็งฯลฯการถนอมอาหารนักเรียนอาจทาโครงงานการแปรรูปผลผลิต2. การทาผักกาด
ดองสารรสการทาไส้กรอกการดอกพืชผักผลไม้ต่างฯลฯการเลี้ยงปลานักเรียนอาจทาโครงงานการเลี้ยงปลาสวยงาม
การเปลี่ยนสีปลาออสก้าฯลฯประเภทศึกษาค้นคว้าทดลองโครงงานประเภทนี้
เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นจากการศึกษาหลักการต่างๆทางวิชาการแล้วนามาทดลองค้นคว้าเพื่อยืนยันทฤษฎีหรือหลักการ
หรือต้อการทราบแนวทางเพิ่มคุณค่าและการใช้ประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้นเช่น-การศึกษาสูตรอาหารไก่ตอน-
การทดลองปลูกพืชในน้ายาหรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน-การควบคุมการเจริญเติบโตของไม้ประดับประเภทเถา-
การใช้ฮอร์โมนกับกิ่งกุหลาบ-การศึกษาขนมอบชนิดต่างๆ-
การศึกษาสูตรเครื่องดื่มที่ทาจากผลไม้ประเภทสร้างสิ่งประดิษฐ์โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่
ๆขึ้นมาหลังจากที่ได้ศึกษาทางทฤษฎีหรือพบเห็นผลงานของผู้อื่นแล้วเกิดความคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาต่อไป
จึงประดิษฐ์คิดค้นให้สามารถใช้ ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้นเช่น-การควบคุมระบบการให้น้าในแปลงเพาะชา-
การประดิษฐ์หัวฉีดพ่นน้าในแปลงปลูกผัก-การประดิษฐ์ของชาร่วย-การประดิษฐ์เครื่องรับวิทยุ3. -
การประดิษฐ์เครื่องเสียง-การออกแบบเสื้อผ้าชายหญิงประเภทสารวจข้อมูล
โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานการศึกษาสารวจข้อมูลสาหรับดาเนินงานพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติม
ผลงานและส่งเสริมผลผลิตให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นข้อมูลดังกล่าวอาจมีผู้จัดทาขึ้นแต่มีการแปรเปลี่ยนไปแล้วต้องทา
การสารวจจัดทาขึ้นใหม่ให้ทันสมัยอยู่เสมอหรือสารวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องหนึ่งเรื่องใดแล้วนาข้อมูลที่ได้
มาจาแนกเป็นหมวดหมู่และนาเสนอในรูปแบบต่างๆอย่างมีระบบผู้เรียนต้องไปศึกษารวบรวมข้อมูลด้วยวิธีต่างๆเช่น
สอบถามสัมภาษณ์สารวจโดยใช้เครื่องมือเช่นแบบสอบถามแบบสัมภาษณ์ แบบบันทึก ฯลฯเช่น-
การสารวจราคาผลผลิตเกษตรในท้องถิ่น-การสารวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องถิ่น-
การสารวจแหล่งวิชาการและสถานประกอบการในท้องถิ่น-การสารวจงานบริการในท้องถิ่น-
การสารวจปริมาณการเลี้ยงไก่เนื้อในท้องถิ่น-การสารวจปริมาณการเลี้ยงห่านในท้องถิ่น-
การรวบรวมข้อมูลเสนอรูปแบบเว็บไซต์-การรวบรวมความรู้นาเสนอด้วยโปรแกรมพรีเซ้นต์เตชั่นขอบคุณข้อมูลจาก

กิจกรรมที่ 1