1. ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายๆ ชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน  บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน  2. หากถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่น จะต่อต้านหรือมีปฏิกิริยาหงุดหงิด  ไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าว  3. การเล่นของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็ก เช่น  เด็กไม่สนใจการเรียน ไม่สนใจที่จะทำการบ้าน หนีเรียน หรือแอบหนีออกจากบ้าน เพื่อจะไปเล่นเกม การเรียนตกลงอย่างมาก ละเลยการเข้าสังคมหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว  4. บางรายอาจมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย   ( เพื่อนำเงินไปเล่นเกม )  ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว ฯลฯ พฤติกรรมเด็กติดเกมส์
สาเหตุเด็กติดเกมส์ 1.  ครอบครัวอ่อนแอไม่มีความสุขหรือการที่ครอบครัวไม่มีเวลาพูดคุยกัน ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ไม่มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ครอบครัวไม่มีความสุข ทำให้เด็กต้องหันเข้าหาสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุขได้ง่ายๆ คือการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ต 2.  ตัวเด็ก  เกมสามารถตอบสนองความต้องการของเด็กได้  3   เรื่อง คือ  1. ความท้าทายและต้องการเอาชนะ  2. การพนันขันต่อ  3. สนองความรุนแรงในตัวเด็ก ทำให้เด็กหลายคนลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับเกม   3.  เกิดจากจำนวนร้านเกมส์ในจังหวัดปัตตานีเพิ่มมากขึ้น  ทำให้เด็กและเยาวชนมีทางเลือกในการเล่นเกมส์มากขึ้น   4.  หน่วยงานที่รับผิดชอบขาดการควบคุมดูแลอย่างจริงจัง  มีการตรวจสอบเป็นช่วงๆไม่ต่อเนื่อง  ทำให้ผู้ประกอบการร้านเกมส์ไม่กระตือรือร้นในการปฏิบัติตามกฏหมาย
ผลเสียจากการติดเกมส์   1.  ตัวเด็กเอง ผลกระทบทางด้านร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดท้อง เจ็บหน้าอก   อ่อนเพลีย อันเนื่องมาจากเล่นเกมเป็นระยะเวลานาน ผลกระทบทางด้านจิตใจ อารมณ์ ความคิด เจตคติ คือทำให้เด็กมีความก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น   อันเนื่องมาจากการเล่นเกมที่มีความก้าวร้านรุนแรงทำให้เกิดความเคยชินต่อความรุนแรงและมีทัศนคติสนับสนุนความรุนแรงทำให้ความคิดที่จะสงสารหรือช่วยเหลือผู้อื่นลดน้อยลงนอกจากนี้ยังมีส่วนทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อยในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยกัน   ทำให้วัยรุ่นดื้อรั้นต่อต้าน ทำให้การเรียนรู้ลดลง ผลการเรียนแย่ลงมีผลกระทบต่อการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการเข้าสังคม   เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่เสียไปกับการเล่นเกม  เกมคอมพิวเตอร์กลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ เพราะมีเด็กไทยจำนวนมากหลงใหลการเล่นเกมอย่างมาก ถึงขั้นติดเกมจนกระทั่งไม่ยอมทานอาหาร ไม่สนใจการเรียน ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ สุขภาพทรุดโทรม บางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว เนื่องจากซึมซับพฤติกรรมของตัวละครในเกมที่เล่น ปัญหาเหล่านี้ทุกคนควรร่วมกันหาแนวทางแก้ไข มิเช่นนั้นอนาคตเด็กไทยจะสร้างปัญหาให้สังคมมากยิ่งขึ้น  2.   ต่อครอบครัว ทำให้เกิดความเครียดในครอบครัว เกิดช่องว่างในครอบครัวมากขึ้น ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  3.  ต่อสังคม ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในสังคม
แนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม   สิ่งที่ครอบครัวควรปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาเด็กติดเกมส์  1.   ก่อนจะซื้อเกมหรือคอมพิวเตอร์เข้ามาในบ้านควรคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกาการเล่นเกมกันล่วงหน้าอย่างชัดเจนเสียก่อนว่าจะอนุญาตให้เด็กเล่นเกมได้วันใด เวลาใดบ้าง เล่นแต่ละครั้งนานกี่ชั่วโมงก่อนจะเล่นต้องรับผิดชอบทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน เช่น ทำการบ้าน หรืองานบ้านที่รับผิดชอบให้เสร็จก่อนควรให้เด็กเล่นเกมเฉพาะวันหยุด เช่น เย็นวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ครั้งละไม่เกิน  1 ชั่วโมงในเด็กประถม ไม่เกิน  2  ชั่วโมงในเด็กวัยรุ่น และหากเด็กไม่รักษากติกา เช่น เล่นเกินเวลาไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อน เด็กจะต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น ริบเกมหรือตัดสิทธิในการเล่นเกมเป็นเวลาระยะหนึ่ง คุณหมอแนะนำว่าให้เขียนกฎ กติกา มารยาทไว้ในที่เห็นชัด เช่น   หน้าคอมพิวเตอร์ และมีสมุดลงบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์ 2.  ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมไว้ในห้องนอนเด็ก ควรวางไว้เป็นสมบัติส่วนรวมของบ้านมีคนเดินผ่านไปมาบ่อย ๆ เช่น ห้องนั่งเล่น เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้ติดตามเฝ้าดูได้ 3.   วางนาฬิกาไว้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกม หรือในจุดที่เด็กมองเห็นเวลาได้ชัด 4.   ควรชมเมื่อเด็กรักษาและควบคุมตัวเองเวลาในการเล่นเกมได้ 5.   เอาจริงและเด็ดขาด เมื่อเด็กไม่รักษากติกา ไม่ใจอ่อน แม้ว่าเด็กจะโวยวาย เช่น ริบเกม และพ่อแม่ควรกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า เกิดปัญหาอุปสรรคใดที่ทำให้เด็กไม่ทำตามกติกา ควรคุยกับเด็กเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น กำหนดกติกาเพิ่มเติม เช่น ให้เด็กเตือนตัวเองก่อน ถ้าไม่ได้พ่อแม่อาจเตือน   1  ครั้งล่วงหน้าก่อนหมดเวลา  10  นาที เมื่อหมดเวลา พ่อแม่จะเตือน และให้เด็กเลือกว่าเด็กจะหยุดเล่นเกมแล้วเซฟไว้ หรือจะให้พ่อแม่ปิดเครื่อง โดยไม่มีการต่อรอง
แนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม  ( ต่อ ) 6.  สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้อบอุ่น น่าอยู่ 7.   ส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและเด็กสนใจ แทนการเล่นเกม เช่น ช่วยพ่อปลูกต้นไม้ 8.  ฝึกระเบียบวินัย สอนให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา 9.  พ่อแม่ควรมีความรู้เกี่ยวกับเกม แยกแยะประเภทของเกม เลือกใช้เกมที่เป็นประโยชน์ควรพูดคุยและให้ความรู้สอดแทรกให้ลูกเข้าใจและยอมรับได้ว่าการเล่นเกมที่ดีควรเลือกเกมอะไร เกมที่ไม่ส่งเสริมให้เล่น เพราะอะไร
ถ้าพบว่าเด็กติดเกมแล้ว  พ่อแม่ควรปฏิบัติดังนี้     1.  หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกาการเล่นเกม พ่อแม่ต้องวางกติกา โดยพูดคุยกับเด็ก  เพื่อกำหนดกติกากันล่วงหน้าก่อนจะซื้อเกม  2.   พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับเด็กมากขึ้น พาออกนอกบ้าน เพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ  ( ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน )  เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อไม่มีอะไรสนุกๆ ทำ  3.   พ่อแม่ควรรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก หลีกเลี่ยงการบ่นด่า ตำหนิ ใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถควบคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ  4.   พ่อแม่ และผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน  อย่าปัดให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง  5.   สร้างเครือข่ายผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆ กันหลายๆ ครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น  Camping, field trip, walk rally  ฯลฯ จัดตั้งกลุ่มย่อยๆ เช่น  sport club, adventure club  เป็นต้น  6.   ในรายที่ติดมากจริงๆ และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกพ่อแม่อาจเข้าไปมีส่วนร่วมในการเล่นเกมกับเด็ก ทำความรู้จักกับเกมที่เด็กชอบเล่น หากเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสมหรือเกมที่ใช้ความรุนแรง พยายามเบี่ยงเบนให้เด็กมาสนใจเกมอื่นที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็ก เช่น เกมสร้างเมือง หรือ  Strategic game  ต่างๆ เมื่อสัมพันธ์ภาพกับเด็กเริ่มดีขึ้น  พ่อแม่จึงค่อยๆ ดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นทีละเล็กทีละน้อย  7.   หากทำทุกวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล หรือในกรณีที่สงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือสมาธิสั้น ควรส่งเด็ก เพื่อรับการวินิจฉัย และบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ หรือจิตแพทย์
รัฐบาล  การแก้ปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย รัฐควรออกมาตรการจัดโซนนิ่งร้านเกม คาราโอเกะและอื่นๆ ที่เข้าข่ายเป็นสถานบริการ ต้องขออนุญาต แล้วมีเวลาเปิด - ปิด ที่ชัดเจน ไม่ควรอนุญาตให้ตั้งใกล้โรงเรียน รวมทั้งเจ้าของร้านเห็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียนมาเล่นเกมในช่วงเวลาเรียนก็ควรให้เด็กกลับไปเรียน
ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์   กฎหมายที่เกี่ยวกับร้านเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์  1.  เวลาทำการ  -  ให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไปได้ ตลอดเวลา   24  ชั่วโมง   ( ไม่กำหนดเวลาปิด - เปิด )  -  ให้บริการ สำหรับ ผู้ทีมีอายุไม่เกิน   18  ปี ไม่เกินเวลา   22.00  น     ( ยกเว้น จะได้รับการอนุญาต จากผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษร )  -  ให้บริการ สำหรับเด็กและเยาวชน มีอายุไม่เกิน   15  ปี ตั้งแต่เวลา   14.00  น ถึงเวลา   22.00  น .      ( ยกเว้น วันหยุดเรียนของสถานศึกษา และ การใช้บริการอินเตอร์เน็ต  เพื่อการศึกษา )
ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์  ( ต่อ ) 2.   สถานที่ประกอบการ  -  สถานที่ ต้องมีความสะอาด ไม่แออัด มีแสงสว่างเพียงพอ   -  มีความปลอดภัย โดยเฉพาะความปลอดภัยในด้านกระแสไฟฟ้า   -  มีห้องน้ำไว้บริการ ตามความเหมาะสม   -  ปลอดจากมลภาวะทางเสียง
ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์  ( ต่อ ) 3.   คุณสมบัติอื่นๆ  -  ต้องจดทะเบียนกับทางราชการอย่างถูกต้อง   -  ให้บริการ และใช้โปรแกรมซอฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย   -  ให้บริการ สำหรับด้านการศึกษา เทียบเท่า การให้บริการทางด้านเกมส์คอมพิวเตอร์    ( กรณี ให้บริการทั้งสองประเภท )  -  ดูแล และสอดส่อง ไม่ให้เด็กและ เยาวชน ใช้บริการนานเกินสมควร   -  ไม่สนับสนุน ให้เด็ก และเยาวชน ที่หนีเรียน มาใช้บริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม     -  ไม่มีสิ่งเสพติด ของมึนเมา หรืออบายมุขใดๆอยู่ในสถานประกอบการ   -  ไม่อนุญาตให้มีการสูบบุหรี่ ในสถานประกอบการ   -  ไม่มีสื่อลามกอนาจารใดๆ ในสถานประกอบการ   -  ไม่ให้มีการพนัน เกิดขึ้น ในสถานประกอบการ   -  มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และให้ความร่วมมือกับ ผู้ปกครอง / โรงเรียน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง   -  เป็นแหล่งสนับสนุนการศึกษา และค้นคว้าหาความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป

งานนำเสนอ1 (เคี้ยง)

  • 1.
    1. ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายๆชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน 2. หากถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่น จะต่อต้านหรือมีปฏิกิริยาหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าว 3. การเล่นของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็ก เช่น เด็กไม่สนใจการเรียน ไม่สนใจที่จะทำการบ้าน หนีเรียน หรือแอบหนีออกจากบ้าน เพื่อจะไปเล่นเกม การเรียนตกลงอย่างมาก ละเลยการเข้าสังคมหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว 4. บางรายอาจมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย ( เพื่อนำเงินไปเล่นเกม ) ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว ฯลฯ พฤติกรรมเด็กติดเกมส์
  • 2.
    สาเหตุเด็กติดเกมส์ 1. ครอบครัวอ่อนแอไม่มีความสุขหรือการที่ครอบครัวไม่มีเวลาพูดคุยกัน ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ไม่มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ครอบครัวไม่มีความสุข ทำให้เด็กต้องหันเข้าหาสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุขได้ง่ายๆ คือการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ต 2. ตัวเด็ก เกมสามารถตอบสนองความต้องการของเด็กได้ 3 เรื่อง คือ 1. ความท้าทายและต้องการเอาชนะ 2. การพนันขันต่อ 3. สนองความรุนแรงในตัวเด็ก ทำให้เด็กหลายคนลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับเกม   3. เกิดจากจำนวนร้านเกมส์ในจังหวัดปัตตานีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เด็กและเยาวชนมีทางเลือกในการเล่นเกมส์มากขึ้น 4. หน่วยงานที่รับผิดชอบขาดการควบคุมดูแลอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบเป็นช่วงๆไม่ต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการร้านเกมส์ไม่กระตือรือร้นในการปฏิบัติตามกฏหมาย
  • 3.
    ผลเสียจากการติดเกมส์ 1. ตัวเด็กเอง ผลกระทบทางด้านร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดท้อง เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย อันเนื่องมาจากเล่นเกมเป็นระยะเวลานาน ผลกระทบทางด้านจิตใจ อารมณ์ ความคิด เจตคติ คือทำให้เด็กมีความก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเล่นเกมที่มีความก้าวร้านรุนแรงทำให้เกิดความเคยชินต่อความรุนแรงและมีทัศนคติสนับสนุนความรุนแรงทำให้ความคิดที่จะสงสารหรือช่วยเหลือผู้อื่นลดน้อยลงนอกจากนี้ยังมีส่วนทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อยในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยกัน ทำให้วัยรุ่นดื้อรั้นต่อต้าน ทำให้การเรียนรู้ลดลง ผลการเรียนแย่ลงมีผลกระทบต่อการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการเข้าสังคม เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่เสียไปกับการเล่นเกม เกมคอมพิวเตอร์กลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ เพราะมีเด็กไทยจำนวนมากหลงใหลการเล่นเกมอย่างมาก ถึงขั้นติดเกมจนกระทั่งไม่ยอมทานอาหาร ไม่สนใจการเรียน ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ สุขภาพทรุดโทรม บางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว เนื่องจากซึมซับพฤติกรรมของตัวละครในเกมที่เล่น ปัญหาเหล่านี้ทุกคนควรร่วมกันหาแนวทางแก้ไข มิเช่นนั้นอนาคตเด็กไทยจะสร้างปัญหาให้สังคมมากยิ่งขึ้น 2. ต่อครอบครัว ทำให้เกิดความเครียดในครอบครัว เกิดช่องว่างในครอบครัวมากขึ้น ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 3. ต่อสังคม ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในสังคม
  • 4.
    แนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม สิ่งที่ครอบครัวควรปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาเด็กติดเกมส์ 1. ก่อนจะซื้อเกมหรือคอมพิวเตอร์เข้ามาในบ้านควรคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกาการเล่นเกมกันล่วงหน้าอย่างชัดเจนเสียก่อนว่าจะอนุญาตให้เด็กเล่นเกมได้วันใด เวลาใดบ้าง เล่นแต่ละครั้งนานกี่ชั่วโมงก่อนจะเล่นต้องรับผิดชอบทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน เช่น ทำการบ้าน หรืองานบ้านที่รับผิดชอบให้เสร็จก่อนควรให้เด็กเล่นเกมเฉพาะวันหยุด เช่น เย็นวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมงในเด็กประถม ไม่เกิน 2 ชั่วโมงในเด็กวัยรุ่น และหากเด็กไม่รักษากติกา เช่น เล่นเกินเวลาไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อน เด็กจะต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น ริบเกมหรือตัดสิทธิในการเล่นเกมเป็นเวลาระยะหนึ่ง คุณหมอแนะนำว่าให้เขียนกฎ กติกา มารยาทไว้ในที่เห็นชัด เช่น หน้าคอมพิวเตอร์ และมีสมุดลงบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์ 2. ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมไว้ในห้องนอนเด็ก ควรวางไว้เป็นสมบัติส่วนรวมของบ้านมีคนเดินผ่านไปมาบ่อย ๆ เช่น ห้องนั่งเล่น เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้ติดตามเฝ้าดูได้ 3. วางนาฬิกาไว้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกม หรือในจุดที่เด็กมองเห็นเวลาได้ชัด 4. ควรชมเมื่อเด็กรักษาและควบคุมตัวเองเวลาในการเล่นเกมได้ 5. เอาจริงและเด็ดขาด เมื่อเด็กไม่รักษากติกา ไม่ใจอ่อน แม้ว่าเด็กจะโวยวาย เช่น ริบเกม และพ่อแม่ควรกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า เกิดปัญหาอุปสรรคใดที่ทำให้เด็กไม่ทำตามกติกา ควรคุยกับเด็กเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น กำหนดกติกาเพิ่มเติม เช่น ให้เด็กเตือนตัวเองก่อน ถ้าไม่ได้พ่อแม่อาจเตือน 1 ครั้งล่วงหน้าก่อนหมดเวลา 10 นาที เมื่อหมดเวลา พ่อแม่จะเตือน และให้เด็กเลือกว่าเด็กจะหยุดเล่นเกมแล้วเซฟไว้ หรือจะให้พ่อแม่ปิดเครื่อง โดยไม่มีการต่อรอง
  • 5.
    แนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม (ต่อ ) 6. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้อบอุ่น น่าอยู่ 7. ส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและเด็กสนใจ แทนการเล่นเกม เช่น ช่วยพ่อปลูกต้นไม้ 8. ฝึกระเบียบวินัย สอนให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา 9. พ่อแม่ควรมีความรู้เกี่ยวกับเกม แยกแยะประเภทของเกม เลือกใช้เกมที่เป็นประโยชน์ควรพูดคุยและให้ความรู้สอดแทรกให้ลูกเข้าใจและยอมรับได้ว่าการเล่นเกมที่ดีควรเลือกเกมอะไร เกมที่ไม่ส่งเสริมให้เล่น เพราะอะไร
  • 6.
    ถ้าพบว่าเด็กติดเกมแล้ว พ่อแม่ควรปฏิบัติดังนี้  1. หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกาการเล่นเกม พ่อแม่ต้องวางกติกา โดยพูดคุยกับเด็ก เพื่อกำหนดกติกากันล่วงหน้าก่อนจะซื้อเกม 2. พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับเด็กมากขึ้น พาออกนอกบ้าน เพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ ( ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน ) เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อไม่มีอะไรสนุกๆ ทำ 3. พ่อแม่ควรรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก หลีกเลี่ยงการบ่นด่า ตำหนิ ใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถควบคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ 4. พ่อแม่ และผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน อย่าปัดให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง 5. สร้างเครือข่ายผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆ กันหลายๆ ครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น Camping, field trip, walk rally ฯลฯ จัดตั้งกลุ่มย่อยๆ เช่น sport club, adventure club เป็นต้น 6. ในรายที่ติดมากจริงๆ และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกพ่อแม่อาจเข้าไปมีส่วนร่วมในการเล่นเกมกับเด็ก ทำความรู้จักกับเกมที่เด็กชอบเล่น หากเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสมหรือเกมที่ใช้ความรุนแรง พยายามเบี่ยงเบนให้เด็กมาสนใจเกมอื่นที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็ก เช่น เกมสร้างเมือง หรือ Strategic game ต่างๆ เมื่อสัมพันธ์ภาพกับเด็กเริ่มดีขึ้น พ่อแม่จึงค่อยๆ ดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นทีละเล็กทีละน้อย 7. หากทำทุกวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล หรือในกรณีที่สงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือสมาธิสั้น ควรส่งเด็ก เพื่อรับการวินิจฉัย และบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ หรือจิตแพทย์
  • 7.
    รัฐบาล การแก้ปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายรัฐควรออกมาตรการจัดโซนนิ่งร้านเกม คาราโอเกะและอื่นๆ ที่เข้าข่ายเป็นสถานบริการ ต้องขออนุญาต แล้วมีเวลาเปิด - ปิด ที่ชัดเจน ไม่ควรอนุญาตให้ตั้งใกล้โรงเรียน รวมทั้งเจ้าของร้านเห็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียนมาเล่นเกมในช่วงเวลาเรียนก็ควรให้เด็กกลับไปเรียน
  • 8.
    ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ กฎหมายที่เกี่ยวกับร้านเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ 1. เวลาทำการ - ให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไปได้ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ( ไม่กำหนดเวลาปิด - เปิด ) - ให้บริการ สำหรับ ผู้ทีมีอายุไม่เกิน 18 ปี ไม่เกินเวลา 22.00 น ( ยกเว้น จะได้รับการอนุญาต จากผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษร ) - ให้บริการ สำหรับเด็กและเยาวชน มีอายุไม่เกิน 15 ปี ตั้งแต่เวลา 14.00 น ถึงเวลา 22.00 น . ( ยกเว้น วันหยุดเรียนของสถานศึกษา และ การใช้บริการอินเตอร์เน็ต เพื่อการศึกษา )
  • 9.
    ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ (ต่อ ) 2. สถานที่ประกอบการ - สถานที่ ต้องมีความสะอาด ไม่แออัด มีแสงสว่างเพียงพอ - มีความปลอดภัย โดยเฉพาะความปลอดภัยในด้านกระแสไฟฟ้า - มีห้องน้ำไว้บริการ ตามความเหมาะสม - ปลอดจากมลภาวะทางเสียง
  • 10.
    ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ (ต่อ ) 3. คุณสมบัติอื่นๆ - ต้องจดทะเบียนกับทางราชการอย่างถูกต้อง - ให้บริการ และใช้โปรแกรมซอฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย - ให้บริการ สำหรับด้านการศึกษา เทียบเท่า การให้บริการทางด้านเกมส์คอมพิวเตอร์ ( กรณี ให้บริการทั้งสองประเภท ) - ดูแล และสอดส่อง ไม่ให้เด็กและ เยาวชน ใช้บริการนานเกินสมควร - ไม่สนับสนุน ให้เด็ก และเยาวชน ที่หนีเรียน มาใช้บริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม   - ไม่มีสิ่งเสพติด ของมึนเมา หรืออบายมุขใดๆอยู่ในสถานประกอบการ - ไม่อนุญาตให้มีการสูบบุหรี่ ในสถานประกอบการ - ไม่มีสื่อลามกอนาจารใดๆ ในสถานประกอบการ - ไม่ให้มีการพนัน เกิดขึ้น ในสถานประกอบการ - มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และให้ความร่วมมือกับ ผู้ปกครอง / โรงเรียน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง - เป็นแหล่งสนับสนุนการศึกษา และค้นคว้าหาความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป