More Related Content
PPT
PPT
PDF
PPTX
Innovadis Groep Overzicht PPT
Ceriņu bibliotēkai - 25 _md PDF
PPT
DOC
Similar to งานนำเสนอ1 (เคี้ยง)
PPT
การป้องกันและช่วยเหลือเด็กติดเกม PDF
PDF
PDF
DOCX
เรื่อง ปัญหาการติดเกมในหมู่วัยรุ่น PDF
DOCX
PDF
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
2562 final-project 44-609_amornrat DOCX
PDF
การสำรวจช่วงอายุของวัยรุ่นที่มีภาวะติดเกมมากที่สุด งานนำเสนอ1 (เคี้ยง)
- 1.
1. ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายๆชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน 2. หากถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่น จะต่อต้านหรือมีปฏิกิริยาหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าว 3. การเล่นของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็ก เช่น เด็กไม่สนใจการเรียน ไม่สนใจที่จะทำการบ้าน หนีเรียน หรือแอบหนีออกจากบ้าน เพื่อจะไปเล่นเกม การเรียนตกลงอย่างมาก ละเลยการเข้าสังคมหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว 4. บางรายอาจมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย ( เพื่อนำเงินไปเล่นเกม ) ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว ฯลฯ พฤติกรรมเด็กติดเกมส์ - 2.
สาเหตุเด็กติดเกมส์ 1. ครอบครัวอ่อนแอไม่มีความสุขหรือการที่ครอบครัวไม่มีเวลาพูดคุยกัน ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ ไม่มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน ครอบครัวไม่มีความสุข ทำให้เด็กต้องหันเข้าหาสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุขได้ง่ายๆ คือการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ต 2. ตัวเด็ก เกมสามารถตอบสนองความต้องการของเด็กได้ 3 เรื่อง คือ 1. ความท้าทายและต้องการเอาชนะ 2. การพนันขันต่อ 3. สนองความรุนแรงในตัวเด็ก ทำให้เด็กหลายคนลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับเกม 3. เกิดจากจำนวนร้านเกมส์ในจังหวัดปัตตานีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เด็กและเยาวชนมีทางเลือกในการเล่นเกมส์มากขึ้น 4. หน่วยงานที่รับผิดชอบขาดการควบคุมดูแลอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบเป็นช่วงๆไม่ต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการร้านเกมส์ไม่กระตือรือร้นในการปฏิบัติตามกฏหมาย - 3.
ผลเสียจากการติดเกมส์ 1. ตัวเด็กเอง ผลกระทบทางด้านร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดท้อง เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย อันเนื่องมาจากเล่นเกมเป็นระยะเวลานาน ผลกระทบทางด้านจิตใจ อารมณ์ ความคิด เจตคติ คือทำให้เด็กมีความก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเล่นเกมที่มีความก้าวร้านรุนแรงทำให้เกิดความเคยชินต่อความรุนแรงและมีทัศนคติสนับสนุนความรุนแรงทำให้ความคิดที่จะสงสารหรือช่วยเหลือผู้อื่นลดน้อยลงนอกจากนี้ยังมีส่วนทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อยในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วยกัน ทำให้วัยรุ่นดื้อรั้นต่อต้าน ทำให้การเรียนรู้ลดลง ผลการเรียนแย่ลงมีผลกระทบต่อการพัฒนาการเรียนรู้ทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการเข้าสังคม เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่เสียไปกับการเล่นเกม เกมคอมพิวเตอร์กลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ เพราะมีเด็กไทยจำนวนมากหลงใหลการเล่นเกมอย่างมาก ถึงขั้นติดเกมจนกระทั่งไม่ยอมทานอาหาร ไม่สนใจการเรียน ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ สุขภาพทรุดโทรม บางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว เนื่องจากซึมซับพฤติกรรมของตัวละครในเกมที่เล่น ปัญหาเหล่านี้ทุกคนควรร่วมกันหาแนวทางแก้ไข มิเช่นนั้นอนาคตเด็กไทยจะสร้างปัญหาให้สังคมมากยิ่งขึ้น 2. ต่อครอบครัว ทำให้เกิดความเครียดในครอบครัว เกิดช่องว่างในครอบครัวมากขึ้น ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 3. ต่อสังคม ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในสังคม - 4.
แนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม สิ่งที่ครอบครัวควรปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาเด็กติดเกมส์ 1. ก่อนจะซื้อเกมหรือคอมพิวเตอร์เข้ามาในบ้านควรคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกาการเล่นเกมกันล่วงหน้าอย่างชัดเจนเสียก่อนว่าจะอนุญาตให้เด็กเล่นเกมได้วันใด เวลาใดบ้าง เล่นแต่ละครั้งนานกี่ชั่วโมงก่อนจะเล่นต้องรับผิดชอบทำอะไรให้เรียบร้อยก่อน เช่น ทำการบ้าน หรืองานบ้านที่รับผิดชอบให้เสร็จก่อนควรให้เด็กเล่นเกมเฉพาะวันหยุด เช่น เย็นวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมงในเด็กประถม ไม่เกิน 2 ชั่วโมงในเด็กวัยรุ่น และหากเด็กไม่รักษากติกา เช่น เล่นเกินเวลาไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อน เด็กจะต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น ริบเกมหรือตัดสิทธิในการเล่นเกมเป็นเวลาระยะหนึ่ง คุณหมอแนะนำว่าให้เขียนกฎ กติกา มารยาทไว้ในที่เห็นชัด เช่น หน้าคอมพิวเตอร์ และมีสมุดลงบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์ 2. ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมไว้ในห้องนอนเด็ก ควรวางไว้เป็นสมบัติส่วนรวมของบ้านมีคนเดินผ่านไปมาบ่อย ๆ เช่น ห้องนั่งเล่น เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้ติดตามเฝ้าดูได้ 3. วางนาฬิกาไว้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกม หรือในจุดที่เด็กมองเห็นเวลาได้ชัด 4. ควรชมเมื่อเด็กรักษาและควบคุมตัวเองเวลาในการเล่นเกมได้ 5. เอาจริงและเด็ดขาด เมื่อเด็กไม่รักษากติกา ไม่ใจอ่อน แม้ว่าเด็กจะโวยวาย เช่น ริบเกม และพ่อแม่ควรกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า เกิดปัญหาอุปสรรคใดที่ทำให้เด็กไม่ทำตามกติกา ควรคุยกับเด็กเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น กำหนดกติกาเพิ่มเติม เช่น ให้เด็กเตือนตัวเองก่อน ถ้าไม่ได้พ่อแม่อาจเตือน 1 ครั้งล่วงหน้าก่อนหมดเวลา 10 นาที เมื่อหมดเวลา พ่อแม่จะเตือน และให้เด็กเลือกว่าเด็กจะหยุดเล่นเกมแล้วเซฟไว้ หรือจะให้พ่อแม่ปิดเครื่อง โดยไม่มีการต่อรอง - 5.
แนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม (ต่อ ) 6. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้อบอุ่น น่าอยู่ 7. ส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและเด็กสนใจ แทนการเล่นเกม เช่น ช่วยพ่อปลูกต้นไม้ 8. ฝึกระเบียบวินัย สอนให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา 9. พ่อแม่ควรมีความรู้เกี่ยวกับเกม แยกแยะประเภทของเกม เลือกใช้เกมที่เป็นประโยชน์ควรพูดคุยและให้ความรู้สอดแทรกให้ลูกเข้าใจและยอมรับได้ว่าการเล่นเกมที่ดีควรเลือกเกมอะไร เกมที่ไม่ส่งเสริมให้เล่น เพราะอะไร - 6.
ถ้าพบว่าเด็กติดเกมแล้ว พ่อแม่ควรปฏิบัติดังนี้ 1. หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกาการเล่นเกม พ่อแม่ต้องวางกติกา โดยพูดคุยกับเด็ก เพื่อกำหนดกติกากันล่วงหน้าก่อนจะซื้อเกม 2. พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับเด็กมากขึ้น พาออกนอกบ้าน เพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ ( ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน ) เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อไม่มีอะไรสนุกๆ ทำ 3. พ่อแม่ควรรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเด็ก หลีกเลี่ยงการบ่นด่า ตำหนิ ใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถควบคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ 4. พ่อแม่ และผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน อย่าปัดให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง 5. สร้างเครือข่ายผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆ กันหลายๆ ครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น Camping, field trip, walk rally ฯลฯ จัดตั้งกลุ่มย่อยๆ เช่น sport club, adventure club เป็นต้น 6. ในรายที่ติดมากจริงๆ และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกพ่อแม่อาจเข้าไปมีส่วนร่วมในการเล่นเกมกับเด็ก ทำความรู้จักกับเกมที่เด็กชอบเล่น หากเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสมหรือเกมที่ใช้ความรุนแรง พยายามเบี่ยงเบนให้เด็กมาสนใจเกมอื่นที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็ก เช่น เกมสร้างเมือง หรือ Strategic game ต่างๆ เมื่อสัมพันธ์ภาพกับเด็กเริ่มดีขึ้น พ่อแม่จึงค่อยๆ ดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นทีละเล็กทีละน้อย 7. หากทำทุกวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล หรือในกรณีที่สงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือสมาธิสั้น ควรส่งเด็ก เพื่อรับการวินิจฉัย และบำบัดรักษาจากจิตแพทย์ หรือจิตแพทย์ - 7.
รัฐบาล การแก้ปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายรัฐควรออกมาตรการจัดโซนนิ่งร้านเกม คาราโอเกะและอื่นๆ ที่เข้าข่ายเป็นสถานบริการ ต้องขออนุญาต แล้วมีเวลาเปิด - ปิด ที่ชัดเจน ไม่ควรอนุญาตให้ตั้งใกล้โรงเรียน รวมทั้งเจ้าของร้านเห็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียนมาเล่นเกมในช่วงเวลาเรียนก็ควรให้เด็กกลับไปเรียน - 8.
ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ กฎหมายที่เกี่ยวกับร้านเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ 1. เวลาทำการ - ให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไปได้ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ( ไม่กำหนดเวลาปิด - เปิด ) - ให้บริการ สำหรับ ผู้ทีมีอายุไม่เกิน 18 ปี ไม่เกินเวลา 22.00 น ( ยกเว้น จะได้รับการอนุญาต จากผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษร ) - ให้บริการ สำหรับเด็กและเยาวชน มีอายุไม่เกิน 15 ปี ตั้งแต่เวลา 14.00 น ถึงเวลา 22.00 น . ( ยกเว้น วันหยุดเรียนของสถานศึกษา และ การใช้บริการอินเตอร์เน็ต เพื่อการศึกษา ) - 9.
ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ (ต่อ ) 2. สถานที่ประกอบการ - สถานที่ ต้องมีความสะอาด ไม่แออัด มีแสงสว่างเพียงพอ - มีความปลอดภัย โดยเฉพาะความปลอดภัยในด้านกระแสไฟฟ้า - มีห้องน้ำไว้บริการ ตามความเหมาะสม - ปลอดจากมลภาวะทางเสียง - 10.
ผู้ประกอบกิจการร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ (ต่อ ) 3. คุณสมบัติอื่นๆ - ต้องจดทะเบียนกับทางราชการอย่างถูกต้อง - ให้บริการ และใช้โปรแกรมซอฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย - ให้บริการ สำหรับด้านการศึกษา เทียบเท่า การให้บริการทางด้านเกมส์คอมพิวเตอร์ ( กรณี ให้บริการทั้งสองประเภท ) - ดูแล และสอดส่อง ไม่ให้เด็กและ เยาวชน ใช้บริการนานเกินสมควร - ไม่สนับสนุน ให้เด็ก และเยาวชน ที่หนีเรียน มาใช้บริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม - ไม่มีสิ่งเสพติด ของมึนเมา หรืออบายมุขใดๆอยู่ในสถานประกอบการ - ไม่อนุญาตให้มีการสูบบุหรี่ ในสถานประกอบการ - ไม่มีสื่อลามกอนาจารใดๆ ในสถานประกอบการ - ไม่ให้มีการพนัน เกิดขึ้น ในสถานประกอบการ - มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และให้ความร่วมมือกับ ผู้ปกครอง / โรงเรียน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง - เป็นแหล่งสนับสนุนการศึกษา และค้นคว้าหาความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป