Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
nangna
413 views
กุหลาบ 1
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 9
2
/ 9
3
/ 9
4
/ 9
5
/ 9
6
/ 9
7
/ 9
8
/ 9
9
/ 9
More Related Content
PDF
กุหลาบ
by
nangna
PPT
3.2 ornamental plant
by
Toffee.Phuenpha
PDF
Rose
by
Ronnachai0708
PPT
Ita
by
wunnasar
DOC
เกม
by
Pornthip Nabnain
PDF
การปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์
by
dechathon
PDF
งานSh
by
xavi2536
PDF
Plant ser 125_60_10
by
Wichai Likitponrak
กุหลาบ
by
nangna
3.2 ornamental plant
by
Toffee.Phuenpha
Rose
by
Ronnachai0708
Ita
by
wunnasar
เกม
by
Pornthip Nabnain
การปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์
by
dechathon
งานSh
by
xavi2536
Plant ser 125_60_10
by
Wichai Likitponrak
Viewers also liked
PPTX
Ptt ตุ๊ก
by
nangna
PDF
Raccolta materiale pubblicato
by
Thefactory Urbanlab
PPTX
Presentation skills
by
Kapil Gupta
PPTX
Whenever one door is closed don't you know- another one is opened
by
Nguyễn Hiệp
PPTX
Food safety
by
Abdus-Salam Khan
ODP
Presentación marica campo
by
bolboretas
PPT
Bst322week1
by
Howard Realubit
DOCX
กุหลาบ
by
nangna
PDF
คำศัพท์
by
nangna
PDF
Nasce la Rete per le Arti Visive
by
Thefactory Urbanlab
PDF
ECT presentation fmp copy
by
Howard Realubit
PDF
Cyber safety
by
10715050
PDF
คำศัพท์
by
nangna
PPTX
คำศัพท์ที่ควรทราบ
by
nangna
PPT
Ekologisebagaidasarilmupengetahuanlingkungan 111015092541-phpapp01
by
Cendy Antonio
Ptt ตุ๊ก
by
nangna
Raccolta materiale pubblicato
by
Thefactory Urbanlab
Presentation skills
by
Kapil Gupta
Whenever one door is closed don't you know- another one is opened
by
Nguyễn Hiệp
Food safety
by
Abdus-Salam Khan
Presentación marica campo
by
bolboretas
Bst322week1
by
Howard Realubit
กุหลาบ
by
nangna
คำศัพท์
by
nangna
Nasce la Rete per le Arti Visive
by
Thefactory Urbanlab
ECT presentation fmp copy
by
Howard Realubit
Cyber safety
by
10715050
คำศัพท์
by
nangna
คำศัพท์ที่ควรทราบ
by
nangna
Ekologisebagaidasarilmupengetahuanlingkungan 111015092541-phpapp01
by
Cendy Antonio
Similar to กุหลาบ 1
DOC
การปลูกต้นกุหลาบ
by
nam34348skw
DOC
การปลูกต้นกุหลาบ
by
nam34348skw
PPTX
พาวเวอร์พ้อย ดอกไม้นานาพันธุ์ (1)
by
Soda Soda
DOCX
การดูแลดอกกุหลาบ
by
IMTPW
PDF
ไม้ดอกล้มลุก
by
Artit Songsee
PDF
ดอกกุหลาบ
by
IMTPW
PDF
Mali samkhanying01
by
mali136
DOC
หญ้าถอดปล้อง
by
phairoa
PDF
ไม้ดอกไม้ประดับ
by
Wanlop Chimpalee
PPT
Ita
by
suwith2525
PPT
Antidesma
by
เชิดชัย นิเทศทั่วทีปทั่วแดน
PPT
หน่วยที่3การขยายพันธุ์พืช
by
varut
PPT
เทคนิคการปักชำหม้อข้าวหม้อแกงลิง
by
SEki Miz
PPT
หน่วยที่3การขยายพันธุ์พืช
by
Hataitip Suwanachote
PDF
การขยายพันธุ์พืช
by
Hataitip Suwanachote
PDF
Part6 140 final[2]
by
krabi Primary Educational Service Area Office
PPT
plantmakatae
by
somjaio
PPT
surinpittayakom
by
tulaluk
PDF
ไม้ใบ
by
Artit Songsee
PDF
โครงงานคอม
by
Pornthip Nabnain
การปลูกต้นกุหลาบ
by
nam34348skw
การปลูกต้นกุหลาบ
by
nam34348skw
พาวเวอร์พ้อย ดอกไม้นานาพันธุ์ (1)
by
Soda Soda
การดูแลดอกกุหลาบ
by
IMTPW
ไม้ดอกล้มลุก
by
Artit Songsee
ดอกกุหลาบ
by
IMTPW
Mali samkhanying01
by
mali136
หญ้าถอดปล้อง
by
phairoa
ไม้ดอกไม้ประดับ
by
Wanlop Chimpalee
Ita
by
suwith2525
Antidesma
by
เชิดชัย นิเทศทั่วทีปทั่วแดน
หน่วยที่3การขยายพันธุ์พืช
by
varut
เทคนิคการปักชำหม้อข้าวหม้อแกงลิง
by
SEki Miz
หน่วยที่3การขยายพันธุ์พืช
by
Hataitip Suwanachote
การขยายพันธุ์พืช
by
Hataitip Suwanachote
Part6 140 final[2]
by
krabi Primary Educational Service Area Office
plantmakatae
by
somjaio
surinpittayakom
by
tulaluk
ไม้ใบ
by
Artit Songsee
โครงงานคอม
by
Pornthip Nabnain
กุหลาบ 1
1.
กุหลาบ
กุหลาบที่ปลูกในประเทศไทยปจจุบันนี้มอยูดวยกันหลายประเภทซึ่งถา แบงออกโดยสังเขปจะไดดังนี้ ี 1. กุหลาบตัดดอกหรือไฮบริดที (Hybrid Tea หรือ HT)J ปกติมัก ออกดอกเปนดอกเดี่ยวมีขนาดโต กลีบ ดอกซอน พุมตนตั้งตรงสูงประมาณ 1-2 เมตร กุหลาบทีมีขายทั่วไป ตามทองตลาดขณะนี้มักจะเปนกุหลาบ ่ ประเภทนี้ อยา งไร ก็ตาม พันธุ ไฮบริดที นั้น มิไดใชบลูกเปนไมตดดอกไดดทกพันธุ ดังนั้น จําเปน ตองคัดเลือก ั ี ุ พันธุใหเหมาะสมสําหรับแตละทองที่ ลักษณะที่เหมาะสมสําหรับจะใช เปนพันธุ สําหรับตัดดอก คือ 1. แข็งแรง ตนโต เลี้ยงงายและเจริญเติบโตไดดี 2. ออกดอกสม่ําเสมอไมโทรมไวเมื่อถูกตัดดอกไปมาก ๆ 3. ทนตอโรคและแมลงไดดพอสมควรี 4. ลําตนตั้งตรง ซึ่งจะทําใหปลูกไดชิดกันเปนการประหยัดเนื้อที่ 5. ใหกิ่งกานยาวตรง มีหนามนอย ใบงามสมดุลกับกิ่ง 6. ฟอรมดอกดี ทรงดอกยาวแบบแจกันหรือปลายกลีบดอกแหลม 7. กลีบดอกไมซอนหนาเกินไปจนดอกบานไมออก 8. กลีบดอกหนา ทนตอการบรรจุหีบหอและขนสง 9. ดอกมีสสะดุดตาและไมเปลี่ยนสีเมื่อดอกโรย ี 10. ไมเหี่ยวเฉางายหลังจากตัดแลว 11. ดอกมีกลินหอม (ถาเปนไปได) ่ พันธุเรดมาสเตอรพีช พันธุแกรนดมาสเตอรพีช ปจจุบันกุหลาบที่นิยมปลูกเปนไมตัดดอกในประเทศไทยมีอยูมากมายหลายพันธุ แตพันธุที่กรมสงเสริม การเกษตรแนะนําใหปลูกมีดังนี้ พันธุดอกสีแดง ไดแก พันธุบราโว. เรดมาสเตอรพีช, คริสเตียนดิออร, โอลิมเปยด, นอริคา, แกรนดมาสเตอรพีช , ปาปามิลแลนด, เวกา พันธุดอกสีเหลือง ไดแก พันธุคงสแรนซัม, ซันคิงส, เฮสมุดสมิดท,นิวเดย โอรีโกลด และเมลิลอน ิ
2.
พันธุดอกสีสม ไดแก พันธุซันดาวนเนอร,
แซนดรา, ซุปเปอรสตารหรือทรอพปคานา พันธุดอกสีชมพู ไดแก พันธุมิสออลอเมริกาบิวตี้ หรือมาเรีย, คาสลาส, ไอเฟลทาวเวอร, สวาทมอร, เฟรนดชิพ, เพอรฟูมดีไลท, จูวังแซล, เฟรสทไพรซ, อเควเรียส, ซูซานแฮมเชียร พันธุดอกสีขาว ไดแก พันธุไวทคริสตมาส เอทีนา พันธุดอกสีอื่นๆ ไดแก พันธุแยงกีดูเดิ้ล, ดับเบิ้ลดีไลท, เบลแอนจ ้ นอกจากนี้ยังมีกุหลาบสําหรับเด็ดดอกรอยพวงมาลัย เชน กุหลาบพันธุฟูซิเลียร ซึ่งมีดอกสีสม พันธุนิวเดย พันธุมิสออลอเมริกันบิวตี้ พันธุเพอรฟูมดีไลท 2. กุหลาบพวง หรือ ฟลอริบันดา ( Foribunda หรือ F.) กุหลาบพวงมีความแข็งแรงทนทานกวากุหลาบตัดดอก ออกดอกดกแตดอกไมใหญเทากับกุหลาบตัดดอกแตมีครบทุกสี และออกดอกเปนชอทีละหลาย ๆ ดอก จึงนิยม เรียกวากุหลาบพวง และมักบานพรอมกัน ดอกมีขนาดเล็ก พุมตนตั้งตรงสูง ประมาณครึ่งเมตรถึง 1 เมตร เหมาะสมที่จะปลูกในแปลงประดับและในกระถางเชน พันธุฟูซีเลียร, พันธุแองเจลเฟส 3. ประเภทแกรนดิฟลอรา (Grandiflora หรือ Gr. ) กุหลาบประเภทนีเ้ ปนกุหลาบลูกผสมระหวางกุหลาบตัดดอก และกุหลาบพวง มีลักษณะเปนดอกเดี่ยว แตดอกเล็กกวากุหลาบตัดดอก มีกานยาว ตนโต สูง และแข็งแรง เช น พันธุคาเมล็อท, พันธุคาเสทไนท 4. กุหลาบ หรือ มินิเอเจอร (Miniature หรือ Min.) เปนกุหลาบที่มีขนาดพุมตนเล็ก สูง 1- 2 ฟุต ออกดอกเปนพวง และดอกมีขนาดเล็ก นิยมปลูกประดับแปลง และใชเปนไมกระถาง เชน พันธุเบบี้ มาสเคอรเหรด 5. กุหลาบเลื้อย หรือ ไคลมเบอร (Climher หรือ Cl.) กุหลาบชนิดนี้ลาตนสูงตรง นําไปเลื้อยพันกับสิ่งตาง ๆ ได ํ ดอกมีทั้งเปนดอกขนาดใหญ และดอกเปนพวง เชน พันธุดอนจวน, พันธุค็อกเทล 6. ประเภทโพลีแอนทา (Polyantha หรือ Pol.) เปนกุหลาบลูกผสมระหวางพันธุโรซา มัลติฟอรา กับ โรซา ไชเนน ซิสมีขนาดพุมตนเตี้ย แข็งแรงและทนทานมาก ออกดอกเปนพวงคลายกุหลาบพวง ลักษณะดอกและตนคลาย
3.
กุหลาบหนูแตจะแตกตางกับกุหลาบหนูตรงที่กุหลาบโพลีแอนทาจะมีหูใบที่มีลักษณะของพันธุโรซา มัลติฟลอรา
กุหลาบประเภทนี้ เชน พันธุวายวอน ราเบีย 7. ประเภทแรมเบลอร (Rambler หรือ R) มีลําตนยาวและออนโคงออกดอกเปนพวง และดอกมีขนาดเล็ก เชน พันธไดโรที เปอรกิน 8. กุหลาบพุม หรือซรับโรส (Shrub หรือ S.) ไดแกกหลาบพันธุปาหรือลูกผสมของพันธุปา ซึ่งมีทรงตนเปนพุม ุ ออกดอกเปนชอ ดอกมีขนาดเล็กสวนมากมีกลีบชั้นเดียว เชน พันธโรซา นิติดา, โรซา มัลติฟลอรา, โรซา รูโกซา การขยายพันธุกุหลาบที่นิยมใชมี 3 วิธี คือ 1. การตัดชํา วิธีการตัดชําที่นยมทําอยูทวไปคือ เลือกกิ่งกุหลาบที่ไมแกและไมออน จนเกินไปนํามาตัดเปนทอนประมาณ ิ ั่ 12-15 เซนติเมตร หรือ 1 คืบ รอยตัดตอง อยูใตขอพอดีแลวตัดใบตรงโคนกิ่งออก จากนั้นเฉือนโคนทิ้ง แลวจุมโคนกิ่งตัดชํา นี้ ในฮอรโมนเรงราก เซน เซอราดิกส เบอร 2 (เพื่อชวยเรงใหออกรากเร็วขึ้น) แลวผึง ใหแหงนําไปปกชําในแปลงพน ่ หมอกกลางแจง ถาไมมีแปลงพนหมอกก็ใชเครื่องพนน้ํารดสนามหญาก็ไดแลวใหน้ําเปนระยะ ๆ ตามความจําเปน โดยมี หลักวาอยา ใหใบกุหลาบแหง กิ่งกุหลาบจะออกรากใน 12-15 วัน แลวแตพนธุ การชํากิ่งนี้ นิยมทํากันมากในปจจุบันเพราะ ั ไดจานวนตนมากในระยะเวลาสั้นเสียคาใชจาย นอยแตกิ่งชํานี้เมื่อนําไปปลูกตนจะโทรมเร็วภายใน 3- 4 ป ซึ่งกุหลาบพันธุ ํ สีเหลือง และสีขาวมักจะออกรากยาก ตัดกิ่งกุหลาบเปนทอน เฉือนโคนกิ่งทิง ้ ประมาณ 12-15 ซม. จุมโคนกิ่งตัดชําในฮอรโมนเรงราก
4.
2. การตอน
กิ่งที่ใชตอนมักมาจากกิ่งที่มสภาพแตกตางกันทั้งกิ่งออนและกิ่งแก คละกันไปทําใหการเจริญเติบโตของตน ี กุหลาบหลังลงแปลงปลูกในแปลงไมสม่าเสมอ ซึ่งการตอนนี้จะใชเวลาในการเกิดรากนานประมาณ 4-7 สัปดาห ทั้งนี้ ํ แลวแต พันธุทจะใชตอน ี่ 3. การติดตา วิธีการทําตนกุหลาบติดตานีคอนขางยุงยากและตองใชเวลาในการทํา นานกวา 2 วิธีแรกคือ ตั้งแตเริ่มตัดชําตน ้ ตอปาจนถึงพันธุดีทีนําไปติดนั้นออก ดอกแรกจะใชเวลาประมาณ 5-6 เดือน โดยในขั้นแรกจะตองตัดชําตนตอปา (ของ กุหลาบปา) ใหออกรากและเลี้ยงตนตอปานั้นใหแตกยอดใหมยาวเกิน 1 ฟุต ขึ้นไป ซึงจะใชเวลาประมาณ 3 เดือน (หลังตัด ่ ชําและออกราก) จากนั้นจึงนํา ตาพันธุดีทตองการไปติดตาที่บริเวณโคนของตนตอปา การติดตานีจะตองอาศัย ฝมือและ ี่ ้ ความชํานาญพอสมควรโดยจะใชวการติดตาแบบใดก็ได เชน แบบตัวที เปนตน ิ วิธีติดตา วิธติดตากุหลาบที่ไดผลดีคือการติดตาแบบที่เรียกวารูปตัวที หรือ แบบโล มีวิธีทําดังนี้คอ ี ื 1. เลือกบริเวณทีจะติดตา ซึ่งโดยทั่วไปแลวจะพยายามติดตาใหต่ําที่สุด เทาที่จะทําไดคือ ประมาณไมเกิน 3 นิ้ว ่ นับจากผิวดิน แลวใชกรรไกรหรือมีด ตัดหนามตรงบริเวณที่จะติดตาออกโดยรอบกิ่ง 2. ใชปลายมีดกรีดที่เปลือกเปนรูปตัวที แลวเผยอเปลือกตรงรอยกรีด ดานบนใหเปดออกเล็กนอย 3. เฉือนตาเปนรูปโล ใหไดแผนตํายาวประมาณ 1 นิ้ว และใหแผนตานั้น มีเนือไมติดมาดวยเพียงบางๆ ไมตอง ้ แกะเนื้อไมตดมามาก ใหลอกเนื้อไมออกอยาง ระมัดระวังอยาใหแผนตาโคงงอหรือบอบช้ํา ิ 4. นําแผนตาไปเสียบลงที่รอยกรีดของตนตออยางระมัดระวังอยาใหแผนตาช้า โดยใชมือซายจับแผนตา ํ (ตรงกานใบ) คอย ๆ กดลงไปขณะเดียวกันมือขวา ก็คอยเปดเปลือกชวย แลวพันดวยพลาสติก เพื่อใหตาเจริญเติบโตเร็วขึ้น ควรปลอยใหก่งใหมเจริญเติบโตจนกระทั่ง กิ่งใหมยาวพอสมควรแลวจึงตัดตนตอที่อยูเหนือกิ่งใหมออกทั้งหมด สําหรับ ิ พลาสติก ที่ติดตาอยูนั้นอาจจะปลอยใหผุหรือหลุดไปเองก็ไดถาเห็นวาแผนพลาสติกนั้นรัด ตนเดิมแนนเกินไปหรือไป ขัดขวางการเจริญเติบโตของกิ่งใหมก็ใหแกะออกสาหรับกิ่งที่แตกออกมาใหมนี้ ควรมีไมผูกพยุงกิงไวเสมอเพราะอาจจะ ่ เกิดการฉีกขาดตรงรอยตอไดงายเนื่องจากรอยประสานยังไมแข็งแรงนัก ในกรณีที่การติดตานั้นไมไดผล คือ แผนตาที่นําไปติดตานั้นเปลี่ยนเปน สีน้ําตาลหรือสีดําใหรีบแกะแผน พลาสติกและแผนตานั้นออกแลวติดตาใหมในดาน ตรงขามกับของเดิม หากไมไดผลอีกตองเลี้ยงดูตนตอนันจนกวารอย ้ แผลจะเชื่อม กนดีแลวจึงนํามาติดตาใหมได สําหรับการติดตาในกุหลาบแบบทรงตนสูง (Standard) นั้นก็ทําเชนเดียวกัน เพียงแตตําแหนงที่ติดตาอยูใน ระดับสูงกวาเทานั้นเอง การติดตาจะติดทีตนตอหรือกิ่ง ขนาดใหญที่แตกออกมาก็ได ่
5.
การเตรียมดินและการปลูก
ถึงแมกุหลาบจะปลูกไดในดินเกือบทุกชนิด แตดินที่ตางกันก็ยอมทําให การเจริญเติบโตดีเลวตางกัน ออกไป ดังนันกอนปลูกควรเตรียมดินดังนี้ ้ ในภาคกลางซึ่งมีสภาพดินคอนขางเหนียว และคอนขางเปนกรดจัด ระดับ น้ําใตดนสูง เกษตรกรผู ิ ปลูกกุหลาบจะนิยมปลูกแบบรองสวน ซึ่งมีคูน้ําคั่นกลาง โดยเริ่มเตรียมดินในฤดูแลง คือจะตองฟนดินและตากดิน ใหแหง เพื่อกําจัดวัชพืช กอน ในขณะที่ตากดินนี้อาจโรยปูนขาวลงไปดวยก็ได เมื่อดินแหงดีแลวจึงกลับ หนาดิน และชักดินในแตละแปลงใหมีขอบสูง ตรงกลางเปนแองเล็กนอย ขนาด ของแปลงกวางและยาวตามพื้นที่เดิมที่เคย ปลูกผักมาแลว การวางระยะหางของ ตนที่จะปลูกอาจใชระยะ 50 x 50 เซนติเมตร จํานวนแถวในแตละแปลงไม ควร เกิน 3 แถว เพื่อความสะดวกในการตัดดอกและตัดแตงกิ่งตรงแถวกลาง สําหรับในภาคอื่นที่มีสภาพดินคอนขางรวนหรือดินรวนปนทราย อาจ ปลูกแบบเจาะหลุมปลูกหรือ แยกแปลงปลูกก็ไดโดยวัดขนาดแปลงปลูกกวาง 1 .20 เมตร เวนทางเดิน 1 เมตร ความยาวของแปลงปลูกตาม ขนาดของพื้นที่ และใช ระยะปลูก 60 x60 เซนติเมตร ซึ่งจะไดจํานวนตนประมาณ 2,000 ตนตอไร (หรือ ทําแปลง ปลูกกวาง 1เมตร เวนทางเดิน 1 เมตร และใชระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร สําหรับพันธุกหลาบที่ขนาดของทรง ุ พุมไมแผกวางมากนัก) กอนปลูกควรหวาน ปูนขาวและไถพรวนตากดินไวใหแหง กุหลาบสามารถปลูกไดทั้งในดินที่เปนกรดหรือดาง แตเจริญไดดีในดิน ที่คอนขางเปนกรดเล็กนอย คือ มี pH ประมาณ 4.5-6.5 ถาดินเปนกรดมากใหเติม ปูนขาว 60-100 กิโลกรัมตอ 100 ตารางวา แตถาดินเปนดางก็ใส กํามะถันผง 20-50 กิโลกรัมตอ 100 ตารางวา เมื่อเตรียมแปลงปลูกเรียบรอยแลว ใหขดหลุม ปลูกกวางและลึก ุ 30 x 30 เซนติเมตร (ถาเตรียมหลุมปลูกกวางและลึกกวานี้ จะ เปนการดียิ่งขึ้น) จากนันก็จะใสปุยคอก เชน ขี้เปด ้ ขี้ไก ขี้วว ฯลฯ ประมาณหลุมละ 1 บุงกี๋ ใสปุยซุปเปอรฟอสเฟต หรือกระดูกปนเปนปุยรองกนหลุม ๆ ละ 1 กํามือ ั คลุกเคลาใหเขากันแลวจึงนํากิ่งพันธุกหลาบซึ่งอาจจะเปนกิ่งตอนหรือตนติดตา ลงไปปลูก กลบดินที่โคนตนให ุ กระชับและรดน้ําใหชุม กิ่งพันธุที่นิยมนํามาปลูกเพื่อตัดดอกเปนการคาในปจจุบัน ไดแก กิ่งตัดชํา และกิ่งตอนจะมีเกษตรกร บางรายที่ปลูกโดยใชตนติดตา แตมีนอยราย ในระยะแรกของการปลูกจะเปนระยะที่ตนกุหลาบเจริญเติบโตสรางใบ และกิ่ง ควรใสปุยเคมีที่มีสตรตัว ู แรกคือไนโตรเจนสูง โดยใสทุก 15 หรือ 30 วัน อัตราการใส 1 กํามือตอตน กอนใสปุยควรมีการพรวนดินตื้นๆ อยาใหกระทบ รากมากนัก แลวโรยปุยใหรอบ ๆ ตนหางจากโคนตน 4-6 นิ้วแลวแตขนาดของ ทรงพุม จากนันก็รด้ น้ําตามใหซุม (แตอยารดน้ําจนโชก) เมื่อกุหลาบเริ่มใหดอก ควรใชปยเคมีที่มีฟอสฟอรัสและโปแตสเซี่ยมสูงควบคู ุ กันไปเพื่อเรงการออกดอก และทําใหกานดอกแข็งแรง นอกจากนี้อาจจะใหปุยทางใบเพิ่มเติมก็จะเปนการดี ขอ ควรระวังในการใสปุย หลังจากปลูกแลวคือควรโรยปุยใหกระจายรอบ ๆ ตน อยางสม่ําเสมออยาใสเปนกระจุก ๆ ที่จุดใดจุดหนึงเพราะอาจทําใหเกิดความเสียหาย ตอตนกุหลาบได เนื่องจากมีความเขมขนของปุยตรงจุดที่ใสมาก ่ เกินไป
6.
เนื่องจากกุหลาบเปนพืชที่ตองการแสงแดดจัดอยางนอยวันละ 6 ชั่วโมง
ดังนั้นสถานที่ปลูกกุหลาบจึง ตองเปนที่โลงแจงและจะตองมีความชื้นสูงดวย การ คลุมแปลงปลูกจึงเปนสิ่งจําเปนสาหรับการปลูกกุหลาบโดย ใชวัสดุทหาไดงายใน ทองถิ่นนั้นๆ เซน หญาแหง ฟาง เปลือกถั่วลิสง ซังขาวโพด ชานออย ขุยมะพาว แกลบ และ ่ี ขี้เลื่อย เปนตน ควรจําไววาวัสดุที่จะนํามาคลุมแปลงปลูกนี้ควรเปน วัสดุที่เกา คือ เริ่มสลายตัวแลวมิฉะนั้นจะทํา ใหเกิดการขาดไนโตรเจนกับตน กุหลาบ ดังนั้นถาไซวสดุที่คลุมแปลงคอนขางใหมควรเติมปุยไนโตรเจนลงไป ั ดวย การคลุมแปลงนี้นอกจากจะชวยรักษาความชื้นและอุณหภูมิรวมทังเพิ่มความโปรง ของดิน และเพิ่ม ้ อินทรียวัตถุใหกับดินในแปลงปลูกแลวยังชวยปองกันวัชพืชใหขืน ชาอีกดวย กุหลาบเปนพืชที่ตองการความชื้นสูง ปริมาณน้ําที่รดลงไปในดินปลูกควร กะใหน้ําซึมไดลึกประมาณ 16-18 นิ้วและอาจเวนระยะการรดน้ําไดคือ ไมจําเปน ตองรดน้ําทุกวัน (ทั้งนี้ขึ้นอยูกบสภาพดินปลูก) มีขอควรจํา ั อยางยิ่งในการรดน้ํา กุหลาบคือ อยารดน้ําใหโดนใบเนื่องจากโรคบางโรคที่อยูตามใบหรือกิ่งจะแพรระบาด กระจายไปไดโดยงาย การใหน้ําก็ไมควรใหน้ํากระแทกดินปลูกแรงๆ เพราะเม็ดดิน จะกระเด็นขึ้นไปจับใบ กุหลาบ ทําใหเชื้อโรคบางชนิดที่อาศัยอยูในดินระบาดกลับ ขึ้นไปที่ตนโดยงายและถาจําเปนจะตองรดน้ําใหเปยก ใบควรจะรดน้าในตอนเชา ํ อาจจะใชแรงงานคนเก็บถอนหรือใชสารเคมีกําจัดวัชพืชซึ่งมีทั้งชนิดคุม กําเนิดและชนิดที่ถูกทําลายตน ตาย (อัตราการใชจะระบุอยูที่ฉลากของขวด) ขอควรระวังในการใชสารเคมีเพื่อกําจัดวัชพืชนี้คือ พยายามหลีกเลียง ่ ที่จะฉีดพนสาร ใหถูกตนหรือใบกุหลาบและไมใชถังฉีดพนปะปนกับถังที่ใชพนสารเคมีปองกันกําจัด โรคและ แมลง การตัดแตงกิ่งเปนสิ่งจําเปนสําหรับการปลูกกุหลาบ ถาผูปลูกกุหลาบไมมี การตัดแตงกิ่งเลยก็จะทําให ตนกุหลาบเจริญเติบโตอยางอิสระ แตกกิ่งกานมาก เกินไป ทําใหดอกมีขนาดเล็ก ไมเปนที่ตองการของตลาด ดังนั้น เกษตรกรจึง ควรมีการตัดแตงกิ่งเพือใหตนไดรูปทรง พุมตนและโคนตนโปรงไดรับแสงแดด มากขึ้น ดอก ่ ที่ไดจะมี ขนาดใหญและมีคณภาพดี นอกจากนีการตัดแตงกิ่งยังชวย กําจัดโรคและแมลงที่แอบแฝงอยูในพุมตนได ุ ้ ดีอีกดวย รวมทั้งสามารถแตงดิน ในแปลงปลูกไดสะดวก ทําใหกุหลาบที่ไดมีการตัดแตงกิ่งแลวเจริญเติบโตดีขึ้น
7.
การตัดแตงกิ่งกุหลาบสามารถ ทําได 2
แบบคือ 1. การตัดแตงกิ่งแบบใหเฑลือกิ่งไวกับตนยาว คือ ตัดแตงกิ่งออกเพียงเล็กนอย โดยใหเหลือกิ่งที่มีใบสมบูรณไว มากเพื่อใหมีอาหารเลี้ยงตนมาก การตัดแตงกิ่งมีหลักในการพิจารณาเลือกกิ่งที่จะตองตัดออกคือกิ่งที่แหงตาย กิ่งที่ เปนโรคหรือถูกแมลงทําลาย กิ่งไขวที่เจริญเขาหาทรงพุม กิ่งที่ลมเอนไมเปนระเบียบ ควรจะตองใหตาที่อยูบนสุด ของกิ่งหันออกนอกพุมตน เพื่อใหกิ่งทีแตกใหมหัน ออกนอกทรงพุมดวยและตัดกิ่งใหเฉียง 45 องศา สําหรับการ ่ ตัดแตงกิ่งแบบให เหลือกิ่งไวกับตนยาวนี้ใชไดกับกุหลาบที่ปลูกจากกิ่งตัดชําและกิ่งตอน การตัดแตงกิงแบบใหเหลือกิ่งไวกับตนยาว ่ 2. การตัดแตงกิ่งแบบใหเลือกกิ่งไวกับตนสั้น คือ ตัดแตงกิ่งจนเหลือกิงบนตนสูงจากพื้นดินประมาณ 30-45 ่ เซนติเมตร แลวเหลือกิ่งไว 3-4 กิ่งเทานันการตัดแตงกิ่งแบบนี้จะตัดแตงไดเฉพาะตนกุหลาบที่ปลูกจากตนติด ตา ้ เพียงอยางเดียวเทานั้น ถาตนติดตานันมีอายุนอยกวา 2 ป ใหตดแตงกิงแบบแรก แตตองตัดเพิ่มเติมอีก คือ กิ่งแกที่ ้ ั ่ ไมตองการและกิ่งชักเกอร (กิ่งของตนตอซึ่งเปนกุหลาบ พันธุปา) สําหรับระยะเวลาที่เหมาะสมตอการตัดแตงกิ่ง คือ ตนฤดูฝน เมื่อตัดแตง กิ่งใหนอยลงตามความตองการแลวควร ใชปูนแดงผสมกับยากันรา หรือใชสน้ํามัน ทาบนรอยแผลที่ตัดเพื่อปองกันการเนาลุกลามของเชื้อราจากรอบแผลที่ ี ตัด นอกจาก นี้ควรเก็บกิ่งและใบที่ตัดออก ทําความสะอาดแปลงใหเรียบรอยดวยแลวจึง แตงดินในแปลงปลูก คือ ไถพรวนหนาดิน ใสปุยคอก ปุยเคมี รวมทังใชวัสดุ คลุมแปลงปลูกพรอมทั้งรดน้ําใหชุมดวย จะทําใหกหลาบแตก ้ ุ ตาไดเร็วและไดตน ที่สมบูรณ การตัดแตงกิงแบบใหเหลือกิ่งไวกับตนสั้น ่
8.
1. โรคใบจุด เกิดจากเชื้อรา
มีลักษณะอาการเปนจุดดํากลมบนใบ สวนใหญจะเปนกับใบแกจะทําให ใบเหลืองและรวงในเวลาตอมา บางครั้งถาเปนมากอาจ ลุกลามมาที่กิ่งดวย ระบาดมากในฤดูฝน ควรปองกันโดย ฉีดพนดวยสารเคมี เชน ดูปราวิท ไดเทนเอ็ม-45 แคปแทน เบนเสท และเบนโนมิล 2. โรคราแปง เกิดจากเชื้อรา โรคนี้จะเปนกับยอดออนและดอกออนมีลักษณะเปนปุยขาวคลายแปงทํา ใหสวนของพืชที่เปนโรคนี้เกิดอาการหงิกงอไมเจริญเติบโตตอไป ระบาดมากในฤดูหนาว ควรปองกันโดยฉีดพน ดวยสารเคมี เชน เบนเสท ดาโคนิล และคาราแทน 3. โรคหนามดํา เกิดจากเชื้อราโดยเชื้อรานีจะเขาทําลายแผลที่เกิดจากรอยตัดหรือเด็ดหนามของกิ่ง ้ ออนแลวลุกลามไปเรื่อยๆ ตามกิ่งกาน ทําใหกิ่งกาน เหี่ยวแหงตายไปในที่สุดควรปองกันโดยทาแผลจากรอยตัด ดวยปูนแดง 4. โรคใบจุดสีน้ําตาลหรือโรคตากบ เกิดจากเชื้อรา มีลักษณะอาการเปนจุดกลมสีน้ําตาลขนาด 1/4 นิว้ แลวจะเปลี่ยนเปนวงกลมสีเทามีขอบสีมวง-แดง ระบาดมากในฤดูฝน ควรปองกันโดยใชสารเคมีเบนเสท ได เทนหรือแบนแซดดี 5. โรคไวรัส เกิดจากเชื้อไวรัส ลักษณะอาการจะปรากฎใหเห็นที่ใบ โดยใบจะดางเหลือง เมื่อพบวาตน กุหลาบเปนโรคนี้ใหถอนและเผาทําลายเสีย 1. หนอนเจาะดอก เปนหนอนผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กซึ่งจะวางไขอยูทกลีบดอกดานนอก เมื่อไขฟก ี่ ออกเปนตัวจะกัดกินดอกและอาศัยอยูในดอก ระบาดมากชวงที่กหลาบใหดอกดกหรือในชวงฤดูหนาว ควร ุ ปองกันโดยใชสารเคมี ประเภทดูดซึม เชน ดิลดริน ฟอสดริน 2. หนอนกินใบ เปนหนอนของผีเสื้อกลางคืน มักวางไขอยูใตใบ เมื่อไขฟกเปนตัวหนอนก็จะทําลายใบ ที่อาศัย บางชนิดทําลายเฉพาะผิวเนื้อใตใบทําใหใบมีลกษณะโปรงใสมองเห็นไดชดเจน สารเคมีที่ใซไดผลดี เชน ั ั เอนดริน 3. หนอนเจาะตน เปนหนอนของผึ้งบางชนิดและหนอนของแมลงวันบางชนิด อาจจะเปนหนอนของ พวกตอแตนดวย หนอนชนิดนี้จะเจาะกินไสกลาง และบริเวณทอน้ําของกิ่งหรือตน ทําใหกิ่งและตนแหงตาย ควร ปองกันกําจัดโดยการ ตรวจดูบริเวณรอยตอระหวางกิ่งแหงและกิ่งดี หากพบตัวหนอนก็ทําลายเสียหรือ ปองกัน โดยการตัดแตงกิ่งตามกําหนด 4. แมลงปกแข็ง บางทีเรียกดวงปกแข็ง มีทั้งชนิดตัวสีดําและสีน้ําตาลขนาดประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ออกหากินในเวลากลางคืนระหวาง 1-3 ทุม โดยการกัดกินใบกุหลาบ สวนในเวลากลางวันจะซอนตัวอยูตามกอ หญา ปองกัน โดยใชสารเคมี เชน คลอเดน หรือ เซพวิน
9.
5. ผึ้งกัดใบ จะกัดกินใบกุหลาบในชวงเวลากลางวัน
สังเกตไดที่รอยแผลมักจะเปนรอยเหมือนถูก เฉือนดวยมีดคมๆ เปนรูปโคงปองกันไดเชนเดียวกับแมลงปกแข็ง 6. เพลี้ยไฟ เปนแมลงปากดูด มีสีนําตาลดํา ตัวออนสีขาวนวลจะดูดกินน้ําเลี้ยงจากใบและดอก ทําให ้ ดอกที่ถกทําลายไมบาน ระบาดมากในฤดูรอน ปองกันโดยการฉีดพนดวยสารเคมี เชน โตกุไทออน คลอเดนหรือ ู นิโคตินซัลเฟต 7. เพลี้ยแปง เปนแมลงปากดูดมักเกาะกินตามใบออนหรืองามใบ ทําใหใบหงิกงอ ควรปองกันกําจัด โดยใชสารเคมีกําจัดแตตองผสมสารเคลือบใบลงไป ดวยเพราะบนตัวเพลี้ยแปงจะมีขนปุยสีขาวปกคลุม ซึ่งมี ลักษณะเปนมันจับน้ํา ไดยาก 8. เพลี้ยหอย เปนแมลงปากดูด มักเกาะทําลายโดยดูดน้ําเลี้ยงจากลําตน จะสังเกตเปนเปนจุดสีน้ําตาลอยู บนกิ่งของกุหลาบ เพลี้ยหอยนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ตัวของมันจะมีเปลือกหุมหนาทําใหแมลงซึมเขาถึงตัวไดยาก ฉะนั้นวิธกําจัดที่ไดผลดีก็คอ ใชน้ํามันทาหรือฉีดพนเคลือบตัวมันไว ทําใหเพลียไมมีทางหายใจ และตายในที่สุด ี ื ้ แตเมื่อเพลี้ยตายแลวจะไมหลุดจากลําตนจะยังติดอยูทเี่ ดิม 9. เพลี้ยออน เปนแมลงปากดูด ทําลายพืชตรงบริเวณสวนที่เปนยอดออนและใบออน ทําใหใบเหลือง และรวงหลน ควรปองกันกําจัดโดยใชสารเคมี เชน ฟอสดริน เอนดริน และพาราไธออน เปนตน 10. แมงมุมแดง เปนแมงชนิดหนึ่งที่ไมใช แมลง ตัวมีขนาดเล็กมากเห็นเพียงจุดสีแดงอยูตามใตใบ โดย จะเกาะและดูดน้ําเลี้ยงจากใบที่ถูกทําลายนั้น ปรากฎเปนจุดสีเหลืองซึงมองเห็นไดบนหลังใบ สําหรับสารเคมีที่ใช ่ กําจัดไดผลคือ เคลเทน การตัดดอกกุหลาบเพื่อจําหนายนั้น ควรใหมกิ่งเหลืออยูอยางนอย 2 กิ่ง เสมอ (กิ่งที่มีใบยอยครบ 5 ใบ) ี ไมควรตัดชิดโคนกิ่ง และเมือตัดดอกออกจาก ตนแลวใหรบแชกานดอกในน้ําทันทีเพื่อปองกันการสูญเสียน้ําจาก ่ ี กิ่ง โดยทัวไป เกษตรกรนิยมตัดดอกในตอนบายและเย็น หรืออาจตัดในตอนเชาก็ได (เพื่อจะไดสงตลาดทันเวลา) ่ แตเนื่องจากดอกกุหลาบมีอายุการใชงานสั้นและกลีบดอก ก็ช้ําไดงาย ฉะนั้นการตัดดอกกุหลาบในชวงทียังไม ่ เหมาะสมจะทําใหเกิดปญหาได เชน ถาตัดดอกตูมเกินไป ดอกก็จะไมบานและคอดอกจะโคงงองาย แตถาตัดดอก ที่บานเกินไป ดอกกุหลาบจะบานเร็ว และมีอายุการปกแจกันสั้น
Download