Cloud computing

1,559 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,559
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
46
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Cloud computing

  1. 1. “Cloud Computing”
  2. 2. “Cloud Computing” คืออะไร ??
  3. 3. ความหมายของ “Cloud Computing”การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (อังกฤษ: cloud computing) เป็ นลักษณะของการทางานของผูใช้งานคอมพิวเตอร์ ผ่านอินเทอร์ เน็ต ที่ให้บริ การ ้ใดบริ ก ารหนึ่ งกับ ผูใ ช้ โดยผูให้บริ ก ารจะแบ่งปั นทรั พยากรให้กับผู ้ ้ ้ต้อ งการใช้ง านนั้ น การประมวลผลแบบกลุ่ ม เมฆ เป็ นลัก ษณะที่พัฒนาขึ้นต่อมาจากความคิดและบริ การของเวอร์ ชวไลเซชัน และเว็บ ัเซอร์วส โดยผูใช้งานนั้นไม่จาเป็ นต้องมีความรู้ในเชิงเทคนิ คสาหรับตัว ิ ้พื้นฐานการทางานนั้น
  4. 4. ความหมายของ “Cloud Computing” สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่ งชาติ ของสหรั ฐอเมริ กาให้คาจากัดความ "cloud" ว่า มันเป็ นอุปลักษณ์ จากคาในภาษาอังกฤษที่แปลว่า เมฆ กล่าวถึงอินเทอร์ เน็ตโดยรวม ในรู ปของโครงสร้างพื้นฐาน(เหมือนระบบไฟฟ้ า ประปา) ที่พร้อมให้บริ การกับผูใช้งานเมื่อมีความ ้ต้อ งการใช้ ผูใ ห้บ ริ ก ารการประมวลผลแบบกลุ่ ม เมฆส่ ว นใหญ่ จะ ้ให้บริ การในลักษณะของเว็บแอปพลิเคชัน โดยให้ผใช้ทางานผ่านเว็บ ู้เบราว์เซอร์ ขณะเดียวกันซอฟต์แวร์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผูให้บริ การ ้
  5. 5. ความหมายของ “Cloud Computing” การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆนั้น ถูกอธิ บายถึ งโมเดลรู ปแบบใหม่ของเทคโนโลยีสารสนเทศในการใช้งานบนอินเทอร์ เน็ตที่เน้นการขยายตัวได้อย่างยืดหยุ่น สามารถที่จะปรับขนาดได้ตามความต้องการของผูใช้ และมีการจัดสรรทรัพยากร โดยเน้นการทางานระยะไกลอย่าง ้ง่ า ย ที่ ใ ช้ อิ น เทอร์ เ น็ ต เป็ นโครงสร้ า งพื้ น ฐานตั ว อย่ า งของการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆที่เป็ นที่รู้จก เช่น ยูทูบ โดยที่ผใช้สามารถเก็บ ั ู้วิ ดี โ อออนไลน์ ไ ด้ โดยไม่ ต้อ งมี ค วามรู้ ใ นการสร้ า งระบบวิ ดี โ อออนไลน์ หรื อ ในระบบเครื อข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ เป็ นต้น
  6. 6. การบริการบนระบบของ “Cloud Computing” การบริ การบนระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆสามารถ แบ่งรู ปแบบของชั้น ดังนี้ การให้ บริการซอฟต์ แวร์ หรื อ Software as a Service (SaaS)จะให้บริ การการประมวลผลแอปพลิเคชันที่แม่ข่ายของผูให้บริ การ และ ้เปิ ดให้การบริ การทางด้านซอฟแวร์ต่างๆ การให้ บริ การแพลทฟอร์ ม หรื อ Platform as a Service(PaaS)เป็ นการประมวลผล ซึ่ งมี ระบบปฏิ บติการ และการสนับสนุ น ัเว็บแอปพลิเคชันเข้ามาร่ วมด้วย
  7. 7. การบริการบนระบบของ “Cloud Computing” การให้ บริ การโครงสร้ างพืนฐาน หรื อ Infrastructure as a ้Service (IaaS)เป็ นการให้บริ การเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน มีประโยชน์ในการประมวลผลทรัพยากรจานวนมาก บริการระบบจัดเก็บข้ อมูล หรื อ data Storage as a Service(dSaaS)ระบบการจัด เก็ บ ข้อ มู ล ที่ มี ข นาดใหญ่ ไ ม่ จ ากัด รองรั บ การสื บค้นและการจัดการข้อมูลขั้นสูง บริการร่ วมรวมลาดับความเชื่อมโยง หรื อ Composite Service(CaaS)คื อ ส่ ว นท าหน้ า ที่ ร วมโปรแกรมประยุก ต์ หรื อ จัด ล าดับ การเชื่อมโยงแบบ workflow ข้ามเครื อข่าย
  8. 8. การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ กับ เครือข่ าย เชื่อมโยงการกระจายทรัพยากร ข้อแตกต่างระหว่าง การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing)และ เครือข่ ายเชื่อมโยงการกระจายทรัพยากร (Grid Computing) กล่าวคือ การประมวผลแบบกริ ด จะเป็ นการแบ่งบันทรั พยากรร่ วมกันระหว่างบุคคลและองค์กร โดยจะถูกกาหนดและควบคุมภายใต้กฎขององค์กรที่ เรี ยกว่า องค์กรเสมือน (Virtual organization) โดยทั้งสองอย่างนี้จะเหมือนกันมาก ในแง่ที่เป็ นการทางานร่ วมกันของคอมพิวเตอร์หลายตัว จนเป็ นเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ โดยที่ผูใช้ระบบไม่ตองมีทรัพยากรที่มากไป มีลกษณะเป็ นธิน ไคลเอน (Thin client) ้ ้ ัโดยการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ จะเน้นผูใช้เป็ นหลัก ส่ วนเครื อข่ายเชื่อมโยง ้การกระจายทรัพยากร จะเน้นไปที่ระบบมากกว่า
  9. 9. ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆในภาครัฐ โดยระบบการประมวลผลแบบกลุ่ ม เมฆในภาครั ฐ จะสามารถลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยี ในการดาเนิ นงานของภาครัฐได้ จะช่วยให้การบริ การต่อ ภาคประชาชน หรือ Government to Citizen (G2C) ภาคธุรกิจ หรือGovernment to Business (G2B) ภาคราชการ หรือ Government to Employee(G2E) และภาครัฐ หรือ Government to Government (G2G) ด้วยกัน มีการบริ การที่มีความรวดเร็ วมากขึ้น
  10. 10. ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆในภาครัฐ รูปแบบระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆในภาครัฐ ระบบรั ฐบาลแบบกลุ่มเมฆ(เปิ ด)สาธารณะ (Government Public Cloud)จะใช้เป็ นทางเลือกสาหรับงานทัวไป ที่สามารถเปิ ดเผยข้อมูลออกสู่สาธารณะได้ โดยมีผให้บริ การเป็ นผูดูแลระบบ ่ ู้ ้ ระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆปิ ดส่ วนตน (Government Private Cloud Dedicated)จะมีความคล้ายกับระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆ(ปิ ด)ส่ วนตัว (Government Private Cloud) ซึ่ งใช้เป็ นทางเลือกเฉพาะงานภายในกลุ่มขององค์กรนั้นๆ จะไม่เปิ ดเผยข้อมูลออกสู่ สาธารณะ โดยมี ผูให้บริ การเป็ นผูดูแล ้ ้ระบบ แต่ศูนย์ขอมูลจะตั้งอยู่ในประเทศของรัฐ ที่ เป็ นผูใช้ระบบ เนื่ องจากการป้ องกันปั ญหาด้านความ ้ ้ปลอดภัยในความเป็ นส่ วนตัว ระบบรั ฐบาลแบบกลุ่มเมฆส่ วนตนเฉพาะ (Government Private Cloud Self Hosted)เป็ นการสร้างพื้นที่ระบบของตนเอง ขึ้นเป็ นเจ้าของ ซึ่ งวิธีการนี้จะได้ระบบตามความต้องการของภาครัฐเอง ระบบรั ฐบาลแบบกลุ่มเมฆส่ วนตนเอง (Government Private Cloud Hosted) ระบบ และแบนด์วิดท์จะเป็ นของภายในประเทศทั้งหมด รัฐเป็ ผดูแลบริ การเอง ู้
  11. 11. ระบบ “Cloud Computing” ดีอย่ างไร
  12. 12. ระบบ “Cloud Computing” ดีอย่ างไร ลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในระบบไอที โดยผูให้บริ การจะเป็ นผูลงทุน ้ ้ในโครงสร้างพื้นฐานของระบบไอที และผูใช้ไม่จาเป็ นต้องลงทุนติดตั้งหรื อซื้ อ ้ไลเซนส์ของซอฟต์แวร์ ซึ่ งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหากองค์กรธุรกิจจะเพิ่มจานวนพนักงาน (ผูใช้) หรื อต้องการอัพเกรดซอฟต์แวร์ ้ เพิ่มความสามารถในการแบ่งปั นทรัพยากรแบบ Multitenancy เป็ นการรวมศูนย์ของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดต้นทุนทั้งค่าเช่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ และเพิ่มความสามารถรองรับช่ วงเวลาทางานหนัก (Peak-load capacity)รวมทั้งช่ วยปรั บปรุ งประโยชน์ใช้สอยและประสิ ทธิ ภาพ (Utilization andefficiency) ของทรัพยากรไอที
  13. 13. ระบบ “Cloud Computing” ดีอย่ างไร ความสามารถในการปรับเปลี่ยนขนาด (Scalability) สามารถเลือกใช้ทรัพยากรได้ ่อย่างยืดหยุนตามความต้องการใช้งานจริ งในแต่ละช่วงเวลา ความเชื่อถือได้ (Reliability) การมีมาตรการป้ องกันระบบล่ม เพื่อให้ระบบพร้อมให้บริ การตลอดเวลา (Redundant) ความปลอดภัย (Security) สาหรับข้อมูลและทรัพยากรของระบบ อย่างไรก็ตามยังมี ค วามกัง วลเกี่ ย วกับ การสู ญ เสี ย ความสามารถในการกากับ ดู แ ลการเข้า ถึ ง และความปลอดภัยของข้อมูลอ่อนไหว ประสิ ทธิ ภาพ (Performance) สามารถกากับดูแลและมีความเสถียร แต่อาจได้รับผลกระทบจากการสื่ อสารบนอินเตอร์ เน็ตที่ไม่มีประสิ ทธิ ภาพ หรื อช่วงเวลาที่มีการใช้งานพร้อมกันจานวนมาก อุปกรณ์และสถานที่ต้ งไม่ข้ ึนต่อกัน (Device and Location Independence) ผูใช้ ั ้สามารถเข้าถึ งระบบจากสถานที่ ใดก็ตาม และสามารถใช้อุปกรณ์ ได้หลากหลายรู ปแบบ(คอมพิวเตอร์ หรื อโทรศัพท์เคลื่อนที่)
  14. 14. หัวใจของระบบ “Cloud Computing” ั ้ เป็ นการทางานที่รวดเร็ วและเพิ่มประสิ ทธิ ภาพให้กบผูใช้ ราคาไม่แพงไม่ตองแก้ไขโครงสร้างเทคโนโลยีทรัพยากรใหม่ อุปกรณ์และตาแหน่งผูใช้งาน ้ ้จะต้องเข้าใช้งานระบบโดยผ่านทาง “Web Browser” ไม่ว่าจะเป็ นในสถานที่ใดหรื อใช้อุปกรณ์ ใด เช่ น เครื่ องคอมพิวเตอร์ หรื อ โทรศัพท์เคลื่ อนที่ ซึ่ งตั้งอยู่ ่ภายนอกบริ ษท โดยการเข้าใช้งานจะใช้ผานทางอินเตอร์เน็ตจากที่ใดก็ได้ ั การทางานหลายๆอย่างของ Cloud Computing ไม่ว่าจะเป็ นการแบ่งปั นข้อมูลของทรัพยากรและค่าใช้จ่ายที่ต่าสาหรับผูใช้งาน จะส่ งผลให้การทางานมี ้ความน่ า เชื่ อ ถื อ และเพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการท างานได้ม ากขึ้ น ทั้ง การท างาน ้ทางด้านธุรกิจและการกูคืนข้อมูลที่หายไป กล่าวคือการให้บริ การโดยทัวไปของ ่Cloud Computing จะรับรองการทางานทางด้าน IT และการจัดการทางด้านธุ รกิ จ ทาให้การจัดการทางด้านธุ รกิ จสะดวกและง่ ายขึ้น สามารถรั บรองการขยายตัวและการพัฒนาทางด้านธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
  15. 15. ทาไมต้ องเป็ นการประมวลผลบนก้ อนเมฆ (Cloud Computing) เทคโนโลยี Cloud Computing เป็ นอีกนวัตกรรมหนึ่ งแห่ งโลกเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร ซึ่ งมีรูปแบบการประมวลผลแบบใหม่ของคอมพิวเตอร์ และแตกต่างจากการประมวลผลแบบเดิมคือแบบ Cluster Computing และ Grid Computingการประมวลผลแบบ Cluster Computingเป็ นการเชื่ อมต่อระบบการทางานของกลุ่มคอมพิวเตอร์ เข้าด้วยกันภายใต้ระบบเครื อข่ายความเร็ วสู งและมี ค วามสามารถในการกระจายงานที่ ท าไปยัง เครื่ อ งภายในระบบเพื่ อ ให้ก ารประมวลผลที่ มีประสิ ทธิ ภาพสู งขึ้นเทียบเท่ากับ Super Computer การประมวลผลแบบ Grid Computing เป็ นเทคโนโลยีของระบบเครื อข่ายที่ใช้หลักการของการประมวลผลแบบขนาน ซึ่ งจะให้ประโยชน์ท่ีเห็นได้ ่ชัดเจน แต่ไม่ใช่วา Application ทุกอย่างจะให้ประโยชน์จากการประมวลผลแบบ Grid Computing ได้ นอกจากนี้ ยงมี ประเด็นต่างๆที่ ตองพิจารณา ซึ่ งต้องรวมถึ งการรักษาความปลอดภัย การ ั ้จัดการทรัพยากร และระเบียบภายในสานักงานการประมวลผลแบบ Cloud Computing เป็ นการประมวลผลที่ยายจากการประมวลผลภายใต้ Server ขององค์กรในรู ปแบบเดิม ไปสู่ การประมวลผลผ่าน ้เครื อข่ายอินเตอร์เน็ตโดยผ่านการทางานของกลุ่ม Server จานวนมากที่ทางานร่ วมกันผ่านทางเครื อข่ายอินเตอร์ เน็ต เป็ นการเชื่ อมต่อผ่านเครื อข่ายสื่ อสารความเร็ วสู ง และสิ่ งสาคัญคือคอมพิวเตอร์ สามารถเชื่อมต่อกันเองได้ โดยไม่จาเป็ นต้องมี Hardware และระบบปฏิบติการเหมือนกันทั้งหมด ั
  16. 16. (Cloud Computing) ในประเทศไทย ปั จ จุ บัน ในประเทศไทยได้มี นัก พัฒ นาหลายคนได้พ ฒ นาระบบบน Cloud ัComputing แล้วซึ่ งส่ วนมากเป็ น Application ที่ใช้สาหรับคนทัวโลก ไม่ได้เน้นเฉพาะคน ่ไทยเป็ นหลัก โดยปั ญหาหลักคือ Bandwidth ของไทยที่ ไปต่างประเทศนั้นน้อยกว่าBandwidth ในประเทศรวมทั้งราคา Bandwidth ต่างประเทศแพงกว่า Bandwidth ในประเทศหลายเท่า ดังนั้นผูให้บริ การประเภท Web Service ที่มีลูกค้าเป็ นคนไทยจึงยังไม่ ้สนใจใช้บริ การ Cloud Computing จากต่างประเทศ ส่ วนการให้บริ การ Cloud Computing ในไทย ปั จจุบนยังไม่มีการให้บริ การ ัประเภทนี้ แต่มีหลายองค์กรที่เริ่ มศึกษาและเริ่ มนามาใช้องค์กรก่อน หรื อเรี ยกได้ว่าเป็ นPrivate Cloud เช่น เครื อซี พี โดย คุณพูนลาภ ชัชวาลโฆษิต ที่ปรึ กษาอาวุโสของซี พี ได้ให้ข่าวกับทางหนังสื อพิมพ์บางกอกโพสต์วา ในปี 2009 กลุ่มบริ ษทเครื อเจริ ญโภคภัณฑ์ ่ ั(ซี พี) วางแผนศึกษาความเป็ นไปได้ในการพัฒนาที่จะให้บริ การ IT แบบพร้อมใช้งานทันที โดยใช้ Cloud Computing ตัวอย่างเช่น การจัดเก็บข้อมูล (Storage Infrastructure)ซึ่ งไม่สามารถขยายได้เร็ วตามที่ผใช้ตองการ เป็ นต้น ู้ ้

×