KBank multi asset strategies   sept 2011 thai
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

KBank multi asset strategies sept 2011 thai

on

  • 1,062 views

KBank Multi Asset Strategies

KBank Multi Asset Strategies

September 2011 ...
ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่กรุงโรม

Statistics

Views

Total Views
1,062
Views on SlideShare
1,062
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
4
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

KBank multi asset strategies sept 2011 thai Document Transcript

  • 1. .Mean S Multi Asset Strategies KBank Strategies Macro / Multi Asset ถนนทุกสายมุงหนาสูกรุงโรม September 2011 Volume 52 ตัว เลขการประมาณการเศรษฐกิ จ ในช ว งนี้สะทอ นวา ตลาดยัง มองวา จะไมเ กิด ภาวะ ถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งที่สอง Kobsidthi Silpachai, CFA –Kasikornbank kobsidthi.s@kasikornbank.com ECBพยายามกดผลตอบแทนพันธบัตรอิตาลีลง แตยังดูเหมือนไรประโยชนและเยอรมนี อาจจําเปนใหเงินชวยเหลือยุโรปตอไป ความฝนของฮิตเลอรจะเริ่มเปนจริงหรือ? KResearch kr.bd@kasikornresearch.com Price to book ratio ของหุนกลุมธนาคารที่ลดลงต่ํากวา 0.5 เปนสัญญาณเตือนวิกฤต การเงินซึ่งเกิดขึ้นแลวในป1997 และ2008 เราเห็นความเสี่ยงแบบเดียวกันในป 2011 Disclaimer: This report หากนโยบายการคลังมีขอจํากัดในสหรัฐฯและสหภาพยุโรป การผอนคลายเชิงปริมาณ must be read with the ทางการเงิ น จึ ง เป น ทางเลื อ กเดี ย วที่ อ าจช ว ยลดภาระหนี้ รั ฐ บาล ผ า นกลไกอั ต รา Disclaimer on page 9 that forms part of it แลกเปลี่ยน เราคงเปาหมาย USD/THBที่ 29.00 ชวงปลายป และที่ 28.00 สําหรับปลายป 2012 “KBank Multi Asset Strategies” ในส ว นของตลาดหุ น เราคงเป า หมายดั ช นีหุ น ไทยที่ ร ะดับ 1250 ในปนี้ และคาดว า can now be accessed on Bloomberg: KBCM <GO> เปาหมายในปหนาจะอยูท่ี 1320Key Parameters & Forecasts at Year-end 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011E 2012EGDP, % YoY 6.3 4.6 5.2 4.9 2.5 -2.3 7.8 3.8 5.0Consumption, % YoY 6.2 4.6 3.0 1.6 2.7 -1.1 4.8 3.6 4.0Investment Spending, % YoY 13.2 10.5 3.9 1.3 1.2 -9.2 9.4 6.6 7.0Govt Budget / GDP % -0.2 0.3 -0.7 -1.5 -1.0 -5.6 -3.2 -4 -4.5Export, % YoY 21.6 15.2 17.0 17.3 15.9 -14.0 28.5 20 12Import, % YoY 25.7 25.8 7.9 9.1 26.5 -25.2 36.8 26.5 13.5Current Account (USD bn) 2.77 -7.6 2.3 14.1 1.6 21.9 14.8 7 4.3CPI % YoY, average 2.8 4.5 4.6 2.3 5.5 -0.9 3.3 3.9 4.0USD/THB 38.9 41.0 36.1 33.7 34.8 33.3 31.4 29.0 28.0Fed Funds, % year-end 2.25 4.25 5.25 4.25 0.25 0.25 0.25 0.25 0.25BOT repo, % year-end 2.00 4.00 5.00 3.25 2.75 1.25 2.00 4.00 4.25Bond Yields 2yr, % year-end 2.78 4.94 5.02 3.91 1.98 2.17 2.35 4.2 4.4 5yr, % year-end 4.0 5.3 5.1 4.5 2.2 3.6 2.75 4.3 4.5 10yr, % year-end 4.9 5.5 5.4 4.9 2.7 4.3 3.25 4.4 4.6USD/JPY 102.5 118.0 119.1 111.8 90.7 93.0 82.0 78 84EUR/USD 1.36 1.18 1.32 1.46 1.40 1.43 1.40 1.43 1.43SET Index 668.1 713.7 679.8 858.1 450.0 734.5 1040 1250 1320Source: Bloomberg, CEIC, KBank, KResearch, KSecurities111 WWW.KASIKORNBANKGROUP.COM
  • 2. KBank Thai Government Bond Rich / Cheap model Bps (actual YTM vs. model) 20.00 15.00 10.00 5.00 0.00 -5.00 -10.00 -15.00 3 mth avg Now -20.00 LB296A LB123A LB133A LB137A LB145B LB14DA LB155A LB15DA LB167A LB16NA LB175A LB183B LB191A LB196A LB198A LB19DA LB213A LB24DA LB267A LB283A LB396ASource: Bloomberg, KBankKBank THB NEER Index KBank USD/THB – FX Reserves / USD Majors model Jan 1995 = 100 KBank THB Trade Weighted Index KBank USD/THB model 48 105 46 44 100 + 1 std 42 d 40 95 38 36 90 average 34 32 85 30 80 -1 std dev 28 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 75 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 actual modelSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankFX reserves – USD/THB model DXY – USD/THB model USD/THB USD/THB since 2001 48 50 46 y = -7.4436Ln(x) + 69.146 44 2 45 42 R = 0.8869 40 40 38 36 35 y = 29.133Ln(x) - 92.911 2 34 R = 0.7626 32 30 30 28 25 26 70 75 80 85 90 95 100 105 110 115 120 125 25 50 75 100 125 150 175 200 225 250 DXY FX reserves to USD/THB mapping current 2011 forecast FX reserves, USD bn DXY to USD/THB mapping currentSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBank222
  • 3. KBank BOT repo model SET forward dividend yield vs. 10yr bond yield % % 5.5 9 5.0 8 4.5 7 4.0 6 3.5 3.0 5 2.5 4 2.0 3 1.5 2 1.0 0.5 1 0.0 0 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 actual model 10yr yields SET forward dividend yieldsSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankThai inflation parameters Thai contribution to GDP growth 10% % yoy 15 8% 6% 10 4% 5 2% 0 0% -5 -2% -10 -4% -15 -6% 1Q09 3Q09 1Q10 3Q10 1Q11 Jan-05 Jan-06 Jan-07 Jan-08 Jan-09 Jan-10 Jan-11 Private consumption Government Consumption Gross fixed capital formation CPI yoy Core CPI yoy Inventory change Net exports GDP yoySource: CEIC, KBank Source: NESDB, KBankImplied forward curve: swaps Implied forward curve: TGBs % Implied forward rate shifts (IRS) % Implied bond yield curve shifts 4.00 4.00 3.80 3.80 3.60 3.60 3.40 3.20 3.40 3.00 3.20 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 Sep-11 Dec-11 Mar-12 Sep-12 tenor (yrs) Sep-11 Dec-11 Mar-12 Sep-12 tenor (yrs)Source: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankUS 2yr yields and implied forward US 5yr yields and implied forward 7.0 8 6.0 7 5.0 6 5 4.0 4 3.0 3 2.0 2 1.0 1 0.0 0 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 2yr yields, % implied forwards 5yr yields, % implied forwardsSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBank333
  • 4. KBank EUR/THB model KBank JPY/THB model EUR/THB JPY/THB 43.0 56.0 54.0 41.0 52.0 39.0 50.0 37.0 48.0 46.0 35.0 44.0 33.0 42.0 31.0 40.0 29.0 38.0 36.0 27.0 34.0 25.0 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 actual model actual modelSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankKBank GBP/THB model KBank CNY/THB model GBP/THB CNY/THB 5.8 78.0 5.6 73.0 5.4 68.0 5.2 63.0 5.0 58.0 4.8 4.6 53.0 4.4 48.0 4.2 43.0 4.0 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 actual model actual modelSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankKBank THB/VND model KBank AUD/THB model THB/VND AUD/THB 800 35.0 750 700 33.0 650 31.0 600 29.0 550 500 27.0 450 25.0 400 350 23.0 300 21.0 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 actual model actual modelSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBank444
  • 5. ถนนทุกสายมุงหนาสูกรุงโรมความฝนของฮิตเลอรตอการยึดครองยุโรปไดถกจุดขึ้นอีกครั้ง ู Kobsidthi Silpachai, CFA - Kasikornbankสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อดอลฟ ฮิตเลอรพยายามที่จะควบคุมยุโรปและทั่วทุกภูมิภาคในโลก แผนการ kobsidthi.s@kasikornbank.com Nalin Chutchotitham – Kasikornbankรุกรานของนาซีเยอรมันเกิดขึ้นที่โปแลนดเปนแหงแรก และตามดวยเบลเยียมและเนเธอรแลนด การรุกราน nalin.c@kasikornbank.comของฝายอักษะ (Axis) ทางตอนใตนําโดย เบนิโต มุสโสลินีผูปกครองอิตาลี แตกองกําลังของอิตาลีไดพบกับ Amonthep Chawla, Ph.D. – Kasikornbank Amonthep.c@kasikornbank.comความยากลําบากที่จะยึดพื้นที่ในลิเบียเพื่อใชเปนกันชนกับการบุกรุกของฝายสัมพันธมิตร(Allies) สูยุโรปเนื่องจากนายพลมอนตโกเมอรร่ของกองกําลังภาคพื้นดินของอังกฤษกําลังเคลื่อนตัวใกลเขามา ในที่สุด ฮิต ีเลอรตองสงนายพลคนสําคัญที่สุดคนหนึ่ง คือนายพลเออรวิน รอมเมล (ฉายาจิ้งจอกทะเลทราย) เพื่อชวยฝายอักษะควบคุมแอฟริกาเหนือไว โดยหวังที่จะบุกสหภาพโซเวียตจากทางใต ดวยการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง ฝายพันธมิตรไดชัยชนะเหนือฝายอักษะในแอฟริกาเหนือมากขึ้นและในที่สุดไดนําไปสูการบุกเขาสูอิตาลี การปลดปลอยกรุงโรม และการลมสลายของฝายอักษะในยุโรปในศตวรรษที่ 21 ฉากการตอสูของยุโรปไมใชดานการทหาร (อยางนอยก็ยังไมถึงเวลา) แตเปนการกระจายอํานาจทางเศรษฐกิจ และการดํารงไวซึ่งยูโรโซนตลอดชวง /ปที่ผานมาก็ถือเปนความสําเร็จในการรวมกลุมทางการเงินครั้งยิ่งใหญครั้งหนึ่งอยางไรก็ตาม จุดออนของยูโรโซนคือการขาดการรวมตัวทางการคลัง หลักฐานบางสวนของความรวมมือทางการคลังคือสนธิสัญญามาสตริกซ (Maastricht Treaty) ซึ่งสมาชิกไมไดมีการบังคับใชอยางจริงจังตราบใดที่สถานการณเศรษฐกิจยังดูดี ตัวอยางการรักษาวินัยทางการคลังของประเทศกลุมสมาชิกหนึ่งอยางในสนธิสญญามาสตริกซ คือ การกําหนดเพดานหนี้สาธารณะตอจีดีพีที่ 60% สําหรับการรวมตัวของ ัประเทศในยุโรปนั้น เกอรฮารด ชรอยเดอร นายกรัฐมนตรีของเยอรมันีคนกอนไดใหวลีครั้งหนึ่งวา ถึงเวลาแลวที่จะสราง "สหรัฐยุโรป" ทั้งนี้ในรายงาน Multi Asset Strategies เดือนพฤษภาคม 2010 เราไดต้ังขอสังเกตวาหนึ่งในแรงจูงใจหรือแมแบบสําหรับยูโรโซนก็คอสหรัฐอเมริกานี่เอง: ื ขณะที่การกอตั้งสหภาพยุโรปใชเวลาไมมากนักโดยเพิ่งเริ่มตนในชวงหลังสงครามโลกครั้งที่2 เทานั้น อีกประเด็นที่มีความแตกตางกันคือ ในแงของการปกครอง โดยการปกครองของสหรัฐฯประกอบด ว ยรั ฐ บาลท อ งถิ่ น และรั ฐ บาลกลางที่ มี ก ระบวนการและผ า นบททดสอบมาในระดั บ หนึ่ งโดยเฉพาะในชวงที่เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐฯ อเมริกา ในขณะที่สถาบันหรือองคกรกึ่งรัฐของยุโรปยังไมเคยเผชิญกับความทาทายในลักษณะดังกลาวนับจากที่เริ่มกอตั้งมาจนถึงปจจุบัน555
  • 6. ในสวนของการจัดตั้งหรือใชสกุลเงินยูโรรวมกันของกลุมประเทศสมาชิกยูโรโซนมีขอกําหนดภายใตสนธิสัญญามาสตริกซ 4 ขอ ไดแก 1. ประเทศสมาชิกตองรักษาวินัยทางการคลังใหอยูในระดับที่กําหนดไว โดยตองดูแลไมให การขาดดุลงบประมาณรายปสูงเกินรอยละ 3 ของ GDP ขณะที่หนี้ภาครัฐตองไมเกิน รอยละ 60 ของ GDP 2. ในสวนของอัตราเงินเฟอ ตองดูแลไมใหอัตราเงินเฟอของประเทศปรับตัวขึ้นสูงกวารอยละ 1.5 ของอัตราเงินเฟอเฉลี่ยของ 3 ประเทศสมาชิกที่มีอัตราเงินเฟออยูในระดับต่ําสุด 3. คาเงินในแตละประเทศจะตองมีการปรับตัวหรือมีความผันผวนอยูในกรอบปกติของระบบ การเงินยุโรปเปนเวลาอยางนอย 2 ป ซึ่งเปนขอบังคับเพิ่มเติมสําหรับสมาชิกใหม 4. ดานอัตราดอกเบี้ยกําหนดวา อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะตอ งไมสูง เกิน รอ ยละ 2 ของ คาเฉลี่ยของ 3 ประเทศสมาชิกที่มีอัตราดอกเบี้ยอยูในระดับต่ําที่สุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ตลาดการเงินผอนคลายความกังวลลงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมันนีตัดสินวา การใหความชวยเหลือทางการเงินแกกรีซของรัฐบาลเยอรมันไมผิดกฎหมาย อยางไรก็ดี การกาวไปสูการรวมศูนยทางการคลัง เชนการออกพันธบัตรยูโร (eurobonds) เปนสิ่งที่ไมถูกตองตามกฎหมายรูปที่ 1. หนี้สาธารณะตอขนาดเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศ PIIGS รูปที่ 2. การจัดอันดับความสามารถในการแขงขัน ป 2011 % EUR inception public debt to GDP 180 5.5 5.3 160 5.1 140 4.9 4.7 120 4.5 100 4.3 80 4.1 3.9 60 3.7 95 96 97 40 98 99 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 3.5 Netherlands Portugal Austria Estonia Malta Belgium Germany Italy Finland France Luxembourg Ireland Spain Greece Cyprus Slovenia Slovakia 20 Portugal Ireland Italy Greece SpainSource: Bloomberg, CEIC, KBank Source: World Economic Forumจะเกิดอะไรขึ้น หากการประเมินสถานการณเศรษฐกิจในป 2012 ของตลาดนั้นผิดพลาดในเดือนกันยายนปค.ศ. 2001 เหตุการณ 9/11 เพิ่มแรงกดดันใหภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯแยลงไปอีกในชวงที่เศรษฐกิจใกลเขาสูภาวะถดถอยทางเทคนิคจากภาวะฟองสบูแตกในภาคเทคโนโลยีสาระสนเทศ(tech bubble) ในป 2000 ตอมาในเดือนกันยายนป ค.ศ. 2006 ประเทศไทยไดเห็นการปฏิวัติรัฐประหารและลาสุดในเดือนกันยายนปค.ศ. 2008 บริษัท เลหแมนบราเดอรส ลมลงและยืนยันการสิ้นสุดของฟองสบูซับพรามหรือฟองสบูในภาคอสังหาริมทรัพยของสหรัฐฯ เมื่อไมนานมานี้ ซีอีโอของ ดอยซแบงก เอจี โจเสฟแอคเคอรแมนน กลาวถึงบรรยากาศทางการเงินขณะนี้วา ... "สถานการณขณะนี้กําลังรื้อฟนสถานการณชวงป 2008 แมวาภาคธนาคารของยุโรปมีฐานะการเงินที่แข็งแกรงมากขึ้นและพึ่งพาสภาพคลองระยะสั้นจากธนาคารกลางนอยลง" ในขณะนี้ ทุกคนเห็นพรองกันวา ภาวะเศรษฐกิจยังคงสดใสในป 2012 เศรษฐกิจ666
  • 7. สหรัฐฯคาดวาจะเติบโต 2.4% ยูโรโซนที่ 1.4% ประเทศไทยจะเห็นการเติบโตที่ 4.9% ในป 2012 ซึ่งเปนปที่นอสตราดามูส และปฏิทินมายันไดทํานายไววาเปนวันสิ้นโลกรูปที่ 3. การประมาณการของตลาด - การขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟอป 2012 current 1mth 3mth 6mth current 1mth 3mth 6mth 2012e GDP ago ago ago 2012e CPI ago ago ago AUSTRALIA 4.3 4.0 4.0 4.0 2.7 3.0 3.0 2.8 BRAZIL 3.9 4.1 4.1 4.5 5.3 5.0 5.0 4.6 CHINA 8.8 8.8 N/A N/A 4.3 4.0 N/A N/A COLOMBIA 5.1 5.1 5.0 4.9 3.5 3.5 3.6 3.6 EUROZONE 1.4 1.7 1.7 1.7 2.0 2.0 2.0 2.0 FRANCE 1.7 1.7 1.7 1.8 1.8 1.8 1.8 1.6 GERMANY 1.7 2.0 2.0 2.0 1.8 1.9 1.9 1.8 GREECE 0.1 0.1 0.9 -0.1 1.4 1.4 0.5 0.7 HONG KONG 4.9 4.7 4.7 4.5 4.5 4.5 4.0 3.2 HUNGARY 3.0 3.0 3.2 2.8 3.6 3.6 3.0 3.6 INDONESIA 6.7 6.5 6.5 6.3 6.3 6.1 5.5 6.1 IRELAND 1.9 1.9 1.9 2.3 1.4 1.4 1.6 1.7 ISRAEL 4.0 4.0 3.9 3.8 2.8 2.8 3.0 2.5 ITALY 0.9 1.1 1.2 1.3 2.0 2.1 2.0 1.9 JAPAN 2.8 2.9 1.9 1.8 0.2 0.3 0.3 0.3 KUWAIT 4.0 4.0 4.5 4.4 5.0 5.0 4.8 4.3 MALAYSIA 5.2 5.7 5.7 4.8 3.0 3.1 2.9 2.5 MEXICO 3.9 3.8 3.9 3.8 3.9 3.9 3.9 3.7 PHILIPPINES 5.7 5.8 5.8 5.4 4.5 4.5 4.5 4.5 PORTUGAL -1.8 -1.7 0.8 0.6 1.8 1.8 1.8 2.3 RUSSIA 4.5 4.5 4.4 4.4 7.7 7.7 7.5 7.8 SAUDI ARABIA 4.1 4.1 4.6 4.5 5.5 5.5 5.3 4.7 SINGAPORE 4.9 5.1 5.1 5.8 2.9 2.5 3.0 3.0 SOUTH AFRICA 3.7 4.0 4.0 4.0 6.2 5.7 5.7 5.8 SOUTH KOREA 4.6 4.6 4.4 4.8 3.2 3.3 3.1 3.3 SPAIN 1.4 1.4 1.3 1.4 1.9 2.0 2.1 1.9 SWITZERLAND 1.4 2.1 2.1 2.3 0.6 1.2 1.2 1.3 TAIWAN 5.0 5.0 5.0 N/A 2.2 2.2 N/A N/A THAILAND 4.9 4.9 4.9 5.3 3.9 3.2 3.2 3.6 TURKEY 4.0 4.5 4.5 5.0 6.0 6.6 6.6 6.4 BRITAIN 1.8 1.9 2.0 2.1 2.6 2.5 2.3 2.0 UNITED STATES 2.4 2.9 3.1 3.2 2.1 2.1 2.1 2.0Source: Bloomberg, CEIC, KBankเหตุการณที่คลายกับปค.ศ. 2008 กําลังกลับมาอีกครั้ง สังเกตจากความแตกตางระหวางสิ่งที่เราเคยคาดวาจะเกิดในป 2009 กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และสามารถชี้ใหเห็นวาวานักเศรษฐศาสตรก็เปนเพียงมนุษยคนหนึ่งที่ยอมทําผิดพลาดได และการผิดพลาดในปค.ศ. 2009 ก็ถือเปนการผิดพลาดครั้งใหญ 777
  • 8. รูปที่ 4. การประมาณการของตลาด - การขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟอป 2009 2009 GDP estimates 2009 actual GDP 2009 inflation 2009 actual inflation pre Lehmans reading estimates pre reading Lehmans AUSTRALIA 2.8 1.4 3.2 1.9 BRAZIL 3.5 -0.6 4.9 4.9 CHINA 9.4 9.2 5.1 -0.7 COLOMBIA 4.5 1.5 4.8 4.2 EUROZONE 1.1 -4.2 2.4 0.3 FRANCE 1.2 -2.7 N/A 0.1 GERMANY 1.0 -5.1 N/A 0.2 GREECE N/A -2.4 N/A 1.3 HONG KONG 4.5 -2.7 4.4 0.5 HUNGARY N/A -6.6 N/A 4.2 INDONESIA 6.1 4.6 7.8 4.9 IRELAND N/A -7.0 N/A -1.7 ISRAEL N/A 0.8 N/A 3.3 ITALY 0.6 -5.2 2.5 0.8 JAPAN 1.2 -6.3 N/A -1.3 KUWAIT N/A N/A N/A N/A MALAYSIA N/A -1.6 N/A 0.7 MEXICO 2.9 -6.1 3.9 5.3 PHILIPPINES N/A 1.1 N/A 4.2 PORTUGAL N/A -2.5 N/A -0.9 RUSSIA 7.0 -7.8 11.3 11.7 SAUDI ARABIA N/A 0.6 N/A 5.1 SINGAPORE 5.8 -0.8 3.0 0.6 SOUTH AFRICA 3.2 -1.7 7.4 7.1 SOUTH KOREA 4.6 0.3 3.7 2.8 SPAIN 0.1 -3.7 2.8 -0.2 SWITZERLAND 1.5 -1.9 1.7 -0.5 TAIWAN N/A -1.9 N/A -0.9 THAILAND 5.1 -2.3 4.0 -0.8 TURKEY 4.5 3.9 8.5 6.3 BRITAIN 0.9 -4.9 2.6 2.2 UNITED STATES 1.5 -3.5 2.8 -0.4Source: Bloomberg, CEIC, KBankรูปที่ 4. เปนสัญญาณเตือนวาสถานการณป 2012 อาจจะคลายกับป 2009 (แมตลาดยังมองวาการเกิดภาวะทดถอยทางเศรษฐกิจยังมีความเปนไปไดที่จํากัด) โดยบงชี้วาเศรษฐกิจประเทศใดจะมีภูมตานทานที่ ิดีกวาในสภาวะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เศรษฐกิจที่ไมไดเผชิญกับการหดตัวทางเศรษฐกิจในป 2009ไดแก ออสเตรเลีย จีน โคลัมเบีย อินโดนีเซีย อิสราเอล ฟลิปปนส ซาอุดิอาระเบีย เกาหลีใต และตุรกี888
  • 9. รูปที่ 5. การประเมินสถานการณเศรษฐกิจสหรัฐฯป 2009 ของตลาด ณ ป รูปที่ 6. การประเมินสถานการณเศรษฐกิจยุโรปป 2009 ของตลาด ณ ป 20082008 ผิดพลาด ผิดพลาดเชนกัน 4 3 3 2 2 1 1 0 0 Jan-08 -1 Apr-08 Jul-08 Oct-08 Jan-09 Apr-09 Jul-09 Oct-09 Jan-10 Jan-08 -1 Apr-08 Jul-08 Oct-08 Jan-09 Apr-09 Jul-09 Oct-09 Jan-10 -2 -2 -3 -3 -4 -4 -5 Consensus estimate for 2009 US GDP, pre Lehman post Lehman Consensus estimate for 2009 EU GDP, pre Lehman post LehmanSource: Bloomberg, CEIC, KBank Source: Bloomberg, CEIC, KBankอะไรคือสัญญาณที่ชี้วาจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอีกครั้งวิกฤตการเงินมีแนวโนมที่จะสงสัญญาณใหกับเรากอนที่จะเกิดขึ้นจริง นอกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นสูงและการเพิ่มขึ้นของคาประกันการผิดชําระหนี้ ตัววัดแบบดั้งเดิมอีกอยางหนึ่งคือ ราคาตอมูลคาทางบัญชี (Price to book value หรือ PBR) ของธนาคารพาณิชย เมื่อไปตรวจสอบขอมูล PBR ของธนาคารพาณิชยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยในชวงที่เกิดวิกฤติการเงินของประเทศไทย เราพบวาคาของสินทรัพยของธนาคารพาณิชยไดถูกปรับลดลง (written down) เมื่อคุณภาพของสินเชื่อดอยคาลงรูปที่ 8. แสดงใหเห็น PBR ที่ลดลงไปถึง 0.5 สาเหตุอ่ืนที่ทําใหราคาหุนของธนาคารลดลงคือนักลงทุนคาดวาจะมีการเพิ่มทุนเพื่อปรับปรุงงบดุลของธนาคาร ซึ่งจะไปลดสัดสวนการถือหุนของผูถือหุนเดิม สําหรับสถาบันการเงินที่ไมมีศักยภาพไดถูกบังคับใหปดกิจการ และในที่สุดหนี้ของภาคเอกชนก็จะถูกโอนไปยังรัฐบาล อันเปนการเพิ่มหนี้สาธารณะรูปที่ 7. ใครจะเปนเลหแมนบราเดอรส (ภาคยุโรป) รายตอไป รูปที่ 8. price to book ratio ของธนาคารไทยชวงวิกฤตป 1997 3.50 3.00 2.50 2.00 1.50 1.00 96 97 98 99 00 0.50 0.00 Thai SET Bank index, price to book ratioSource: cagle.com Source: Bloomberg, CEIC, KBank999
  • 10. ในชวงที่กําลังจะเกิดการลมสลายของเลหแมนบราเดอร ขาวแตละวันไดกระทบตอการประเมินมูลคาของธนาคารสหรัฐฯ อาทิเชน การเพิ่มขึ้นของหนี้สูญที่ไดจากการจํานองบาน ราคาบานที่ลดลง และบริษัทแบร สเตอรนสท่ีถูกควบรวมกิจการกับ เจพี มอรแกน เชส นอกเหนือจาก QE1 แลว รัฐบาลสหรัฐฯยังไดเริ่มมาตรการทารป (TARP) มูลคา 700 พันลานบาท เรียกวา โครงการบรรเทาสินทรัพยทีมีปญหา (TroubleAsset Relief Program) เพื่อใหความชวยเหลือทางการเงินแกธนาคาร ในรูปที่ 9 เราจะเห็นรูปแบบคลายกันของราคาหุนตอมูลคาทางบัญชีของธนาคารสหรัฐฯที่ลดลงไปประมาณ 0.5 เทา และแสดงใหเห็นถึงปญหาทางการเงิน ดัชนี KBW (รหัสบลูมเบิรก: BKX Index) ณ ปจจุบันประกอบดวยสถาบันการเงิน 24แหงรูปที่ 9. price to book ratio ของธนาคารในสหรัฐฯ รูปที่ 10. price to book ratio ของธนาคารในยุโรป 3.50 2.50 3.00 2.00 2.50 2.00 1.50 1.50 1.00 1.00 98 99 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 98 99 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 0.50 0.50 0.00 0.00 KBW Bank index, price to book ratio Euro Stoxx Bank index, price to book ratioSource: Bloomberg, CEIC, KBank Source: Bloomberg, CEIC, KBankรู ป ที่ 10 แสดงให เ ห็ น ถึ ง เรื่ อ งเดี ย วกั น ที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ ดั ช นี ธ นาคารในกลุ ม ยู โ ร (ธนาคารยู โ ร STOXX,รหัสบลูมเบิรก: SX7E Index) ซึ่งประกอบดวย 33 สถาบันการเงิน ปจจุบันสัดสวนระหวางราคาหุนตอมูลคาทางบัญชีของดัชนี STOXX ธนาคารพาณิชยยูโร อยูที่ 0.41 เทาภาพที่ 11 ใหรายละเอียดที่แสดงวาธนาคารใดที่ตลาดมองวามีความเสี่ยง ตลาดจะตองใหความสนใจอยางพิเศษตอธนาคารขนาดใหญเชน Banco Santander BNP Paribas Credit Agricole Deutsche Bank และSociete Generale101010
  • 11. รูปที่ 11. สถิติและดัชนีสําคัญเกี่ยวกับธนาคารในยุโรป (สวนของธนาคารทีอยูในดัชนีหุน Euro Stoxx Bank Index ณ วันที่ 9 ก.ย. 2011) ่ Bank Country price to CDS total assets, Total risk capital book, spread, EUR mn based adequacy times bps capital ratio, % ratio, % ALPHA BANK A.E. GREECE 0.19 1,448 66,798 13.5 9.0 BANCA CARIGE SPA ITALY 0.63 N/A 40,010 9.1 N/A BANCA MONTE DEI PASCHI SIENA ITALY 0.16 465 244,279 12.95 N/A BANCA POPOL EMILIA ROMAGNA ITALY 0.54 N/A 58,498 10.55 6.8 BANCA POPOLARE DI MILANO ITALY 0.15 491 54,053 10.83 7.1 BANCA POPOLARE DI SONDRIO ITALY 0.91 N/A 26,282 9.48 N/A BANCO BILBAO VIZCAYA ARGENTA SPAIN 0.72 317 552,738 13.7 9.6 BANCO COMERCIAL PORTUGUES-R PORTUGAL 0.19 1,514 100,010 10.3 6.7 BANCO DE SABADELL SA SPAIN 0.61 817 97,099 11.08 8.2 BANCO ESPIRITO SANTO-REG PORTUGAL 0.43 974 83,655 11.3 7.9 BANCO POPOLARE SCARL ITALY 0.16 651 135,156 10.7 N/A BANCO POPULAR ESPANOL SPAIN 0.64 N/A 130,140 9.66 9.4 BANCO SANTANDER SA SPAIN 0.66 312 1,217,501 13.1 8.8 BANKINTER SA SPAIN 0.58 N/A 54,152 9.59 N/A BNP PARIBAS FRANCE 0.55 245 1,998,158 14.5 9.2 COMMERZBANK AG GERMANY 0.39 267 754,299 15.3 3.9 CREDIT AGRICOLE SA FRANCE 0.32 256 1,593,529 12.8 8.4 DEUTSCHE BANK AG-REGISTERED GERMANY 0.45 182 1,905,630 14.1 8.7 DEXIA SA BELGIUM 0.42 N/A 566,735 14.7 12.1 EFG EUROBANK ERGASIAS GREECE 0.16 N/A 87,188 11.7 9.1 ERSTE GROUP BANK AG AUSTRIA 0.61 243 205,938 13.5 9.2 BANK OF IRELAND IRELAND 0.06 1,661 167,473 11 9.7 INTESA SANPAOLO ITALY 0.29 370 658,757 13.2 7.9 KBC GROEP NV BELGIUM 0.50 N/A 320,823 16.5 10.5 MEDIOBANCA SPA ITALY 0.74 340 76,501 12.97 N/A NATIONAL BANK OF GREECE GREECE 0.35 1,518 120,745 13.7 12.0 NATIXIS FRANCE 0.46 236 458,009 15.7 7.9 PIRAEUS BANK S.A. GREECE 0.22 N/A 57,680 9.3 7.6 POHJOLA BANK PLC-A SHS FINLAND 1.02 N/A 36,184 13.3 N/A RAIFFEISEN BANK INTERNATIONA AUSTRIA 0.55 N/A 131,173 13.3 8.9 SOCIETE GENERALE FRANCE 0.33 332 1,132,072 12.1 8.5 UNICREDIT SPA ITALY 0.24 406 929,488 12.68 8.6 UBI BANCA SCPA ITALY 0.15 401 130,559 11.17 7.0Source: Bloomberg, CEIC, KBank111111
  • 12. ถนนทุกเสน (สําหรับ ECB) มุงหนาสูกรุงโรมอาจมีการกลาววาเลข 7 เปนเลขนําโชค แตสําหรับประเทศยูโรโซน เลข 7คงเปนโชคราย ชวงที่ผานมาประเทศยูโรโซนที่มีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปเกิน 7% ตองขอรับความชวยเหลือจากกองทุนการเงินระหวางประเทศ (IMF) และเยอรมันนี เมื่อเร็วๆ นี้ ECB มีความพยายามที่จะระงับการแพรของปญหาเมื่อตลาดเกิดความกลัวตอการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยเฉพาะจากอิตาลี ตลาดตราสารหนี้ของอิตาลีเปนตลาดที่ใหญที่สุดอันดับสามรองจากญี่ปุนและสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลคาอยูที่2.179 ลานลานดอลลารสหรัฐฯ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของอิตาลีเพิ่มขึ้น ราคาพันธบัตรก็จะลดลงและผูถือพันธบัตรหรือนักลงทุนจะขาดทุน การขาดทุนนั้นหมายถึงการสูญเสียเงินทุน และในที่สุดปญหาดังกลาวอาจมีเปลี่ยนสภาพจากวิกฤติสภาพคลองเปนประเด็นดานการลมละลาย(solvency) หรือ เจงนั่นเอง!รูปที่ 12. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปของรัฐบาล PIIGSและเสน รูปที่ 13. ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) พยายามไมใหอัตราผลตอบแทนสําคัญเชิงจิตวิทยา ที่ 7% พันธบัตรอายุ 10 ปของอิตาลีแตะ 7% % Portugal Ireland Italy Greece 25 530 4.5 Spain Germany 7% line 520 4.7 4.9 20 510 5.1 500 5.3 15 490 5.5 5.7 10 480 5.9 470 6.1 5 460 6.3 Mar-11 Apr-11 May-11 Jun-11 Jul-11 Aug-11 Sep-11 0 Jan-09 Jul-09 Jan-10 Jul-10 Jan-11 Jul-11 ECB holding in Euro bonds, EUR bn Italy 10yr yields, % , right, invertedSource: Bloomberg, CEIC, KBank Source: Bloomberg, CEIC, KBankรูปที่ 13. แสดงใหเห็นวา ECB พยายามที่จะระงับการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปของอิตาลีเพื่อไมใหเขาใกล 7% ในชวงตนเดือนสิงหาคม ECB เพิ่มการถือครองพันธบัตรของยุโรปจากเดิมที่4.69 แสนลานยูโร เปน 5.23 แสนลานยูโร แตดูเหมือนวา วิธีนี้ใ ชไดเพียง 2-3 สัปดาหกอนที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอิตาลีจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทําใหเงินทุนของธนาคาร (ธนาคารยุโรปเปนหลัก) ซึ่งถือครองพันธบัตรเหลานั้นมีมูลคาลดลง สิ่งที่จะกอใหเกิดความตื่นตระหนกของตลาดครั้งตอไปคงเปนเวลาที่ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ป ไปอยูที่ระดับใกล 7% มากขึ้นยังเหลือทางเลือกอยูหรือไมสามปหลังจากเกิดวิกฤติการเงินป 2008 การดําเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงินพรอมๆกันเพื่อฟนฟูเศรษฐกิจดูเหมือนจะชวยบรรเทาปญหา อยางไรก็ดี การใชนโยบายการคลังกระตุนเศรษฐกิจมากเกินไป (โดยเฉพาะการเพิ่มรายจายภาครัฐ) ไดเปลี่ยนสภาพมาตรการภาครัฐฯจากยารักษาไขเศรษฐกิจใหเปนยาพิษ ในชวงตนไตรมาสที่ 3 ปนี้ สิ่งที่ไมคาดคิดก็ไดเกิดขึ้น นั่นคือการปรับลดอันดับความนาเชื่อถือ121212
  • 13. ของรัฐบาลสหรัฐฯ เหตุการณดังกลาวสะทอนใหเห็นวาการใชนโยบายการคลังมากเกินไปไมเปนสิ่งที่ยั่งยืนดังนั้นเราคาดวา วิกฤติหนี้ของยุโรปยังคงยืดเยื้อตอไปรูปที่ 14. อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุน รูปที่ 15. งบดุลของเฟดและอีซีบี % 7 3,000 6 2,500 5 2,000 4 1,500 3 1,000 2 1 500 0 - 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 02 03 04 05 06 07 08 09 10 US UK Europe Japan Feds balance sheet, USD bn ECB balance sheet, EUR bnSource: Bloomberg, CEIC, KBank Source: Bloomberg, CEIC, KBankรูปที่ 16. ฮิวสตัน... เศรษฐกิจของเราจะทะยานขึ้นไดหรือไม?Source: cagle.comดังเชนที่รายงานไปในฉบับกอนหนา การอัดฉีดเงินเพื่อลดมูลคาหนี้ของประเทศในตะวันตกจะดําเนินตอไปดวยการพิมพเงินกระดาษออกมาเพื่อที่จะลดคาเงินของสกุลเงินของพวกเขา ซึ่งก็เปนการลดหนี้ของพวกเขาเอง คงไม มี ข อ สงสั ย ต อ การกระทํ า ของเฟดและ ECB ที่ ช ว ยรั ก ษาระบบการเงิ น ของพวกเขาจะมีผลกระทบตอเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งดูไดจากขนาดของเศรษฐกิจประเทศเหลานั้น ในกรณีอื่นที่ “ใหญเกินกวาที่จะลมได” ไดลมลงจริง เราอาจเห็นเหตุการณใน 2008-2009 ซ้ําอีกครั้ง131313
  • 14. รูปที่ 18. KBank USD/Asia index เมื่อเปน ตัวแปรของปริมาณเงินความหมายแคบรูปที่ 17. KBank USD/Asia index หรือ M1 ของสหรัฐฯ ตั้งแตป 2009 KBank USD/Asia index 120 120 115 115 110 110 105 y = -0.0269x + 150.11 105 2 R = 0.7498 100 100 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 95 95 90 90 1500 1600 1700 1800 1900 2000 2100 2200 USD/Asia index, Jan 2000 = base based on consensus estimates USD M1money supply, bnSource: Bloomberg, CEIC, KBank Source: Bloomberg, CEIC, KBankรูปที่ 17 แสดงใหเห็นวาในชวงที่ตลาดตกใจหลังการลมสลายของเลหแมนบราเดอร ไดนําไปสูการติดขัดในการกูยืมระหวางธนาคาร และการขาดแคลนเงินดอลลารสหรัฐฯ คาเงินดอลลารสหรัฐฯ และดัชนีดอลลารสหรัฐฯ/ เอเชียของเรา ทะยานขึ้นสูง (ดัชนีดอลลารสหรัฐฯ/เอเชียของเราคือการจัดทําดัชนีถวงน้ําหนักแบบงายของคาเงินดอลลารสหรัฐฯ/เอเชียสิบเอ็ดคู) ในขณะนี้ ทางเฟด และECB ไดดําเนินการมากเกินพอแลวที่จะสรางความมั่นใจตอภาวะสภาพคลองของตลาด การเคลื่อนไหวอยางไรทิศทางของเงินดอลลารสหรัฐฯเปนสิ่งที่คาดการณไดในชวงที่ตลาดเกิดการตื่นตระหนก อยางไรก็ดี ภายหลังที่ตลาดหายตื่นตระหนก การเพิ่มขึ้นของปริมาณกระดาษในรูปดอลลารสหรัฐฯ จะกดดันใหคาเงินดอลลารสหรัฐฯออนคาลงดังที่เห็นในไตรมาสที่สองของป 2009141414
  • 15. รูปแบบเศรษฐกิจอินโดนีเซีย กับการฟนฝาพายุทางเศรษฐกิจลูกใหม ฝนรายทางเศรษฐกิจยังไมสิ้นสุด ประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่ ชะลอตัวในประเทศตะวันตก จนกวาเราจะปรับรูปแบบเศรษฐกิจของเราใหเนน การบริโภคภายในประเทศ แมวาการสงออก และนําเขาจะหดตัว เศรษฐกิจอินโดนีเซียไมไดถูกกระทบมาก จากการที่ไมไดพึ่งพิงการคาระหวางประเทศมากนัก ดังที่พบวาการผลิตสินคา และบริการถึง 85% เปนไปเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ประเทศไทยนาจะไดประโยชนจากการเปลี่ยนตลาดการสงออกจากประเทศใน ตะวันตกมาเปนประเทศอินโดนีเซียมากขึ้น เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียกําลัง จะเปนตลาดใหญในภูมภาคที่ชวยบรรเทาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ิ สินคาสงออกของไทยที่สําคัญไปยังอินโดนีเซียไดแก รถยนต น้ําตาล และ ขาว ซึ่งผูสงออกไทยมีศักยภาพในการเขาสูตลาดนี้ รูปแบบเศรษฐกิจที่ไดประโยชนจากโลกาภิวัตนสูงสุดหลังจากการลมสลายของเลหแมนบราเดอร ที่เขยาเศรษฐกิจโลกโดยสภาพคลองที่จางหายไปในภาคธุรกิจที่นําไปสูการหดตัวในการลงทุนและการผลิต เอเชียไมไดปลอดภัยจากวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศตะวันตกหลายประเทศอาศัยการสงออกเพื่อสรางรายไดและการจางงานอยางมาก การที่ประเทศไทยมีเศรษฐกิจแบบเปดขนาดเล็ก จึงไดรับผลกระทบอยางรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โชคดีที่ประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบที่ มี ข นาดใหญ โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ ช ว ยในการดู ด ซั บ การว า งงาน อย า งไรก็ ดีเศรษฐกิจของเราไดหดตัวลง ซึ่งนําไปสูการลดลงของรายไดของครัวเรือน และระดับความยากจนที่สูงขึ้นโลกาภิวัตนเปนตนเหตุสําหรับภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม เราไมควรลืมวาเศรษฐกิจไทยไดพัฒนาขึ้นเพราะโลกาภิวัตนเชนกัน เศรษฐกิจไทยไดปรับเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อทดแทนการนําเขา เปนการผลิตเพื่อการสงออก ในชวงเริ่มตนของการพัฒนาเราพยายามที่จะทดแทนการนําเขาสินคาอุตสาหกรรม ดวยการผลิตสินคาอุตสาหกรรมที่ไมใชแรงงานเขมขน ซึ่งมีวัตถุประสงคเพื่อลดการพึ่งพาตางประเทศ อยางไรก็ตามนโยบายทางเศรษฐกิจที่ผานมาที่กอใหเกิดการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราภาษีนําเขาไดนําไปสูการขาดดุลการคาที่สงผลใหประสิทธิภาพการผลิตลดลง ตอมารัฐบาลไดเปลี่ยนเปนอุตสาหกรรมสงออกที่เนนการผลิตสินคาอุตสาหกรรมที่ใชแรงงานมาก เศรษฐกิจในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกอื่น ๆ ไดเติบโตอยางรวดเร็วโดยอาศัยความตองการจากตางประเทศ อยางไรก็ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุนไดกดดันเศรษฐกิจของเรา เนื่องจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเราไดลดลงจากความตองการการสง ออกที่ลดลง ฝน รายทางเศรษฐกิ จยัง ไมจบ และมี แ นวโนมที่จ ะดํา เนิน ตอ ไป151515
  • 16. จนกวาปญหาหนี้ที่มีในประเทศตะวันตกจะไดรับการแกไข ประเทศไทยจะยังคงเสี่ยงตอการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศตะวันตกจนกวาเราจะปรับรูปแบบเศรษฐกิจของเราใหเนนอุปสงคในประเทศและตองพึ่งพาการสงออกใหนอยลง เราสามารถเรียนรูจากเพื่อนบานของเราอินโดนีเซียได รูปที่ 19. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แทจริง รูปที่ 20. ดัชนีชี้นําทางเศรษฐกิจ % yoy 10 15 8 10 6 5 4 0 2 0 -5 -2 -10 -4 Jun-08 Jun-09 Jun-10 Jun-11 Jun-07 Jun-08 Jun-09 Jun-10 Jun-11 Thailand Indonesia Malaysia China India LEI growth GDP growthSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankความยืดหยุนของเศรษฐกิจอินโดนีเซียเศรษฐกิจอินโดนีเซียไมไดรับผลกระทบอยางรุนแรงจากวิกฤตการเงินโลกในป 2008 เมื่อเทียบกับประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ในทางตรงกันขาม การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียไดอยูในแนวเดียวกับประเทศจีนและอินเดีย แมวาแนวโนมในอนาคตออกจะชะลอตัวลง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถูกคาดโดยธนาคารโลก อยูที่ 6.4% และ 6.7% สําหรับป 2011 และ 2012 ตามลําดับ ทําไมอินโดนีเซียจึงอาจรักษาระดับการเติบโตได ในขณะที่ประเทศไทยไดรับความเดือดรอนจากวิกฤตการเงินในตะวันตกนโยบายทางเศรษฐกิจไดดําเนินการอยางรอบคอบเพื่อลดความรุนแรงของวิกฤตเศรษฐกิจ ความไมมีเสถียรภาพทางการเงินที่เกิดจากการไหลออกของเงินทุนอยางรวดเร็วนําไปสูการขาดสภาพคลองในตลาดภายในประเทศ ธนาคารอินโดนีเซีย หรือธนาคารกลางของประเทศไดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในตลาด และตั้งขอจํากัดหลายประการเกี่ยวกับตลาดทุน ตัวอยางเชนการ จํากัดการซื้อเงินตราตางประเทศไดโดยไมตองทําธุรกรรมตนแบบถึง $ 100,000 เพื่อลดการเก็งกําไรระยะสั้น การควบคุมการขายแบบชอรต เซลลิ่ง ในตลาดทุน และการเพิ่มปริมาณของเงินฝากในระบบธนาคาร ที่ค้ําประกันโดยรัฐบาล นโยบายการเงินมีการปรับใหยืดหยุนขึ้น เพื่อกระตุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน ไดมีการนํากฎหมายเพื่อจํากัดการเคลื่อนไหวของเงินทุน ซึ่งเปนประโยชนตอการสรางเสถียรภาพใหกับระบบการเงิน161616
  • 17. รูปที่ 21. อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟอ รูปที่ 22. อัตราแลกเปลี่ยน % 14 4 8,000 12 3.8 9,000 10 3.6 8 3.4 10,000 6 3.2 4 3 11,000 2 0 2.8 12,000 -2 2.6 -4 2.4 13,000 Aug-07 Feb-08 Aug-08 Feb-09 Aug-09 Feb-10 Aug-10 Feb-11 Aug-11 Sep-08 Mar-09 Sep-09 Mar-10 Sep-10 Mar-11 Sep-11 CPI (% yoy) Policy rate (% ) Real interest rate (% ) IDR/THB (x 1,000, left) USD/IDR (right, inv erted)Source: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankนอกเหนือจากนโยบายการเงิน แผนการกระตุนเศรษฐกิจโดยนโยบายการคลังไดถูกนํามาใช รัฐบาลไดอัดฉีดงบประมาณ 2.6% ของ GDP ซึ่งมีวัตถุประสงคในการรักษาอํานาจการซื้อของครัวเรือน โดยการรักษาอัตราเงินเฟอใหอยูในระดับต่ํา โดยเฉพาะอยางยิ่งการลดราคาพลังงาน และราคาสินคาโภคภัณฑขั้นพื้นฐาน มาตรการกระตุนทางการคลังยังรวมถึงการลดอัตราภาษีเงินไดสวนบุคคล ภาษีอุดหนุนพลังงานและราคาน้ํามันประกอบอาหาร การกระตุนเศรษฐกิจของรัฐบาลไดสงผลใหรัฐสูญเสียจํานวนเงินจากรายไดจากภาษี และคาใชจายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนําไปสูการขาดดุลงบประมาณที่มีขนาดใหญเกือบ 2.5% ของGDP ในป 2009 สิ่งที่แตกตางจากประเทศตะวันตกคือ อินโดนีเซียมีหนี้สาธารณะคอนขางต่ํา ซึ่งการขาดดุลงบประมาณที่มีขนาดใหญขึ้น ไมมีผลตอความนาเชื่อถือของรัฐบาลมากนักรูปที่ 23. บัญชีเดินสะพัด และดุลการคา รูปที่ 24. หนี้สาธารณะ % GDP Public debt (% GDP) 4 100 3 90 80 2 70 1 60 0 50 40 -1 30 -2 20 10 -3 0 2006 2007 2008 2009 2010 2000 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014 2015 2016 Current account balance (% GDP) Budget balance (% GDP)Source: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankการเติบโตของการสงออกและการนําเขาลดลงตามอุปสงคตางประเทศที่หดตัวลง แมการสงออกและการนําเขาไดลดลง เศรษฐกิจก็ไมไดรับผลกระทบอยางรุนแรงนัก จากภาวะเศรษฐกิจที่คอนขางปดในแงของการพึ่งพาการคาตางประเทศ ที่ระบุวา 85% ของสินคาและบริการที่ผลิตในประเทศอินโดนีเซียถูกบริโภคภายในประเทศ อุปสงคในประเทศมีขนาดใหญ จากการที่อินโดนีเซียมีประชากรมากกวา 230 ลานคนและสวนใหญอยูในวัยทํางาน โครงสรางทางเศรษฐกิจที่เนนอุปสงคในประเทศยังเปนปจจัยหลักที่ปองกั นอินโดนีเซียจากวิกฤตการณทางการเงินในตะวันตก สิ่งที่ประเทศไทยสามารถเรียนรูจากอินโดนีเซีย คือเราควรจะมุ ง เน น การผลิ ต สิ น ค า และบริ ก ารสํ า หรั บ ความต อ งการของเรา มากกว า การส ง ออกเพี ย งเพื่ อ171717
  • 18. แลกเปลี่ยนกับเงินดอลลารสหรัฐฯ ซึ่งถูกสะสมโดยธนาคารแหงประเทศไทย เศรษฐกิจไทยมีขนาดเล็กกวาอินโดนีเซีย แตเงินสํารองตางประเทศของเรา รวมถึงสัญญาซื้อขายลวงหนามีมากกวาอินโดนีเซียประมาณ60% เงินสํารองนี้จะดอยคาลงตามมูลคาที่ลดลงของคาเงินดอลลารสหรัฐฯ สํารองเงินตราตางประเทศในระดับปานกลางจะชวยในการปองกันความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ที่เกิดจากการไหลของเงินทุนอยางรวดเร็ว สวนคําถามวาเราสะสมเงินสํารองมากเกินไปหรือไมนั้น เอาไวตอบในบทความของเราตอไปอีกหนึ่งปจจัยทีหนุนการคาระหวางประเทศ คือการที่อินโดนีเซียมีน้ํามันสํารองขนาดใหญ การสงออกน้ํามันเพิ่มขึ้นอยางมีนัยสําคัญในชวงครึ่งหลังของป 2009 ซึ่งเปนไปตามการฟนตัวของราคาน้ํามัน อยางไรก็ตามการสงออกของอินโดนีเซียขึ้นอยูกับการสงออกน้ํามันมาก เปนสัดสวนราวหนึ่งในสามของการสงออกทั้งหมด ราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง มีแนวโนมที่จะเปนผลดีตอยอดการสงออกของอินโดนีเซียรูปที่ 25. การเติบโตของการสงออก และการนําเขา รูปที่ 26. เงินสํารองระหวางประเทศ 80 10 140 9 60 120 8 40 7 100 6 20 80 5 0 4 60 -20 3 40 2 -40 20 1 -60 0 0 Jan-09 Jul-09 Jan-10 Jul-10 Jan-11 Jul-11 Jan-08 Jul-08 Jan-09 Jul-09 Jan-10 Jul-10 Jan-11 Jul-11 Export growth (% yoy) Import growth (% yoy) Foreign reserv e (USD bn, right) Months of imports (left)Source: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankรูปที่ 27. โครงสรางประชากร รูปที่ 28. การพึ่งพาการสงออกน้ํามัน % Mn % 75 250,000 34 70 230,000 32 30 65 210,000 28 60 190,000 26 55 170,000 24 22 50 150,000 20 May-06 May-07 May-08 May-09 May-10 May-11 84 86 88 90 92 94 96 98 00 02 04 06 08 10 19 19 19 19 19 19 19 19 20 20 20 20 20 20 Population Support ratio (% ages 15-64) % of oil exports (6-month moving average)Source: CEIC, KBank Source: CEIC, KBankการฟนฝาพายุเศรษฐกิจลูกที่กําลังพัดเขามาการชะลอตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และยูโรโซนกําลังใกลจะเปนจริง จากที่ผานมาพบวาอินโดนีเซียมีความตานทานตอภาวะการถดถอยทางเศรษฐกิจโลก อุปสงคในประเทศที่แข็งแกรงจะเห็นเปนแรงผลักดันที่สําคัญตอการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากไทยจะเรียนรูที่จะเลียนแบบรูปแบบการผลิตที่เนนการผลิตเพื่อการบริโภคในประเทศแลว ไทยยังมีแนวโนมที่จะไดรับประโยชนจากการปรับเปลี่ยนตลาดการ181818
  • 19. สงออกของเราจากประเทศตะวันตกไปอินโดนีเซีย อินโดนีเซียเปนประเทศที่จะเปนตลาดใหญในภูมิภาคที่สามารถดูดซับความตองการที่ชะลอตัวในสหรัฐอเมริกาและยูโรโซน โดยเฉพาะอยางยิ่งหลังการดําเนินงานของประชาคมเศรษฐกิจ (AEC) ที่ประเทศไทยจะไดรับประโยชนจากการซื้อขายที่ใกลชิดกับภูมิภาคมากขึ้นเรามาลองดูวาตลาดอินโดนีเซียซื้อขายสินคาอะไร นอกเหนือจากเชื้อเพลิงธรรมชาติแลว อินโดนีเซียนําเขาเครื่องใชจักรกล และเครื่องจักรไฟฟามากที่สุด ซึ่งเปนผลิตภัณฑสงออกที่สําคัญของไทย ซึ่งเราสามารถขยายตลาดสงออกของเราใหมากขึ้นไดในอินโดนีเซีย ประเทศไทยเปนหนึ่งในหาตลาดสําคัญที่อินโดนีเซียนําเขาสินคามา สินคาสงออกสําคัญจากประเทศไทยไปอินโดนีเซีย ไดแก รถยนต ออยและขาว เปนตนประเด็นสําคัญคือวา ไทยมีศักยภาพที่ดีในการขยายการสงออกของเราเพื่อตอบสนองความตองการของตลาดอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอยางยิ่งประเทศไทยมีความสามารถในการแขงขันมากกวาประเทศอินโดนีเซียซึ่ง จะเห็น ได วา เราได เกิ น ดุ ลการค า มากกวา ประเทศอิน โดนี เซี ยในช ว งหลายป ที่ผ า นมา ในช ว งวิ ก ฤตเศรษฐกิจที่ผานมา การสงออกของอินโดนีเซียมายังไทยลดลงอยางมาก แตปริมาณของการนําเขาของประเทศอินโดนีเซียจากประเทศไทยลดลงเล็กนอยเทานั้น เหตุการณนี้แสดงใหเห็นวาเราสามารถพึ่งพาประเทศอินโดนีเซียเพื่อปองกันการหดตัวของความตองการสงออก หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซนเกิดภาวะชะลอตัวลงตามที่ตลากคาดไวรูปที่ 29. สินคานําเขาที่สําคัญของอินโดนีเซีย รูปที่ 30. สินคาสงออกที่สําคัญของอินโดนีเซีย USD Mn USD Mn 14,000 20,000 12,000 18,000 16,000 10,000 14,000 8,000 12,000 6,000 10,000 8,000 4,000 6,000 2,000 4,000 0 2,000 0 Mineral fuels Mechanical Electrical Iron and steel Vehicles Plastics Mineral fuels Animal/v eg oils Rubber Elect Ores Mechanical appliance machinary machinery appliance Jan-Apr 2010 Jan-Apr 2011 Jan-Apr 2010 Jan-Apr 2011Source: CEIC, KBank Source: CEIC, KBankรูปที่ 31. ตลาดที่สําคัญที่อิโดนีเซียนําสินคาเขา รูปที่ 32. ตลาดที่สําคัญที่อิโดนีเซียสงสินคาออก USD Mn USD Mn 14,000 10,000 12,000 8,000 10,000 8,000 6,000 6,000 4,000 4,000 2,000 2,000 0 0 Singapore China Japan Korea Thailand Malay sia US Australia Japan China US Singapore Korea Malay sia India Thailand Jan-Apr 2010 Jan-Apr 2011 Jan-Apr 2010 Jan-Apr 2011Source: CEIC, KBank Source: CEIC, KBank191919
  • 20. รูปที่ 33. สินคานําเขาที่สําคัญของอินโดนีเซีย จากประเทศไทย รูปที่ 34. สินคาสงออกที่สําคัญของอินโดนีเซีย ไปยังประเทศไทย % total imports of Indonesia from Thailand (Jan-Jul 2011) % total ex ports of Indonesia to Thailand (Jan-Jul 2011) 12 18 16 10 14 8 12 10 6 8 4 6 4 2 2 0 0 Light-v essels Coal Unw rought tin Refined Petroleum oils Copper w ire Auto parts Passenger Cane sugar Motor Rice Mechanical Poly mers of Transport copper cars accerories shov els propy lene carsSource: Customs Department, KBank Source: Customs Department, KBankรูปที่ 35. การคาระหวางอินโดนีเซีย และประเทศไทย รูปที่ 36. ดุลการคากับประเทศไทย USD Mn USD Mn 900 50 800 0 700 -50 600 -100 500 -150 400 300 -200 200 -250 100 -300 0 -350 Jan-06 Jan-07 Jan-08 Jan-09 Jan-10 Jan-11 Jan-06 Jan-07 Jan-08 Jan-09 Jan-10 Jan-11 Exports to Thailand Imports from Thailand Trade balanceSource: CEIC, KBank Source: CEIC, KBank202020
  • 21. A เสนอัตราผลตอบแทนจะทรงตัวอยูในรูปที่แบนราบมากจนถึงสิ้นป  เสนอัตราผลตอบแทนยังคงทรงตัวอยูในระดับต่ําและคงรูปที่แบนราบ แตกตาง จากการคาดการณของเราเดือนกอนที่คาดวาเสนอัตราผลตอบแทนจะ correct ปจจัยสําคัญสําหรับตลาดพันธบัตรในชวงนี้ยังเปนการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐฯและวิกฤติหนี้ในยุโรปซึ่งกระทบตอความเชื่อมั่นของนักลงทุนรุนแรงกวา คาด ทําใหตลาดมีการคาดการณวาอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจหยุดที่ 3.50% ผลตอบแทนจะอยูในระดับต่ําและเสนอัตราผลตอบแทนจะทรงตัวอยูในรูปที่ แบนราบมากจนถึงสิ้นป ตราบใดที่สวนตางระหวางอัตราผลตอบแทนของไทย และสหรัฐฯ ยังมีอยูมาก เรายังคาดวาอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นไปที่ระดับ 4.00% และแนะนําใหนัก ลงทุนเนนการลงทุนในตราสารหนี้อายุสั้น ไมมีความจําเปนตองรีบล็อกตนทุน แตโอกาสที่จะลดภาระดอกเบี้ยมากๆโดย การรอให IRS ปรับตัวลงนาจะมีจํากัดเชนกัน สบน.ประกาศแผนระดมทุนของรัฐบาลในปงบประมาณ 2555 ที่ใกลเคียงกับป ปจจุบันและเราคาดวาตลาดนาจะรองรับไดการเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ในชวงเดือนสิงหาคม - กันยายนเส น อั ต ราผลตอบแทนช ว งต น เดื อ นกั น ยายนยั ง คงทรงตั ว อยูใ นระดั บ ต่ํา และคงรูป ที่ แ บนราบเช น เดิ มแตกตางจากการคาดการณของเราเดือนกอนที่คาดวาเสนอัตราผลตอบแทนจะปรับชันขึ้นเล็กนอย โดยอัตราผลตอบแทนระยะ 5 ป ควรปรับตัวสูระดับสูงกวาเสนอัตราผลตอบแทนระยะต่ํากวา 1 ป อยางไรก็ดีเสนอัตราผลตอบแทนไดปรับสูงขึ้นทั้งเสนภายหลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ วันที่ 24 สิงหาคมจาก 3.25% เปน 3.50% ส ว นป จ จั ย สํ า คั ญ สํ า หรั บ ตลาดพั น ธบั ต รในช ว งนี้ ยั ง เป น การชะลอตั ว ของเศรษฐกิจสหรัฐฯและวิกฤติหนี้ในยุโรปซึ่งกระทบตอความเชื่อมั่นของนักลงทุนรุนแรงกวาที่คาด นอกจากนี้นักลงทุนในประเทศยังมีความกังวลวาสถานการณของเศรษฐกิจประเทศตะวันตกซึ่งเปนคูคาสําคัญของไทยอาจแยลงไปอีกและกระทบตอการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ทั้งนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจชวยลดความกดดันดานเงินเฟอในประเทศและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจทําไดจํากัด รูปที่ 2.สะทอนวาตลาดมีการคาดการณวาอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจหยุดที่ 3.50% หรือ 3.75% แตกตางจากเราที่คาดวาแรงกดดันเงินเฟอยังมีอยูมากและธปท.มีแนวโนมที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นสู 4.00% ภายในสิ้นป212121
  • 22. รูปที่ 2. สวนตางระหวางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 6 เดือนและการคาดการณใน 6รูปที่ 1. เสนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับขึ้นเพียงเล็กนอย เดือนขางหนาบงบอกวาตลาดไมแนใจวาธปท.จะปรับอัตราดอกเบี้ยอีก % Government bond yield curve bp 4.25 100 90 4.00 80 70 3.75 60 50 3.50 40 30 3.25 20 10 3.00 0 1y 2y 3y 4y 5y 6y 7y 8y 9y 10y Jan-11 Feb-11 Mar-11 Apr-11 May-11 Jun-11 Jul-11 Aug-11 Sep-11 29-Jul-11 22-Aug-11 09-Sep-11 TTM 6m6m bond change 6m6m IRS changeSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBankรูปที่ 3. การเปลี่ยนแปลงของตราสารหนี้เงินบาทของนักลงทุนตางชาติ รูปที่ 4. เสนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยและสหรัฐฯ change THB bn % 100 500 8.0 7.0 50 400 6.0 0 300 5.0 4.0 -50 200 3.0 -100 100 2.0 1.0 -150 0 0.0 Jan-10 Mar-10 May-10 Jul-10 Sep-10 Nov-10 Jan-11 Mar-11 May-11 Jul-11 Sep-11 00 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 Change in foreign holding (left) End period holding (right) US 10-yr Thai 10-yrSource: Thai BMA, KBank Source: Bloomberg, KBank นักลงทุนตางชาติทําการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ไทยคอนขางมากตั้งแตเดือนกรกฎาคมเปนตนมา ซึ่ง เปนแรงหนุนใหอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลดลงมาอยางรวดเร็วจนต่ํากวาอัตราดอกเบี้ย ในตลาดเงิน สําหรับเดือนสิงหาคม นักลงทุนตางชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดที่ 31 พันลานและในชวง 2 สัปดาหแรกของเดือนกันยายนมีการซื้อสุทธิอีกในปริมาณเดียวกัน โดยสามารถคํานวณไดจากขอมูลของ สมาคมตราสารหนี้ไทย ทั้งนี้ การถือครองพันธบัตรไทยของนักลงทุนตางชาติจึงเพิ่มขึ้นเปน 4.62 แสนลาน ณ วันที่ 9 กันยายน ซึ่งเปนการเพิ่มขึ้น 2.6 หมื่นลานบาทตั้งแตปลายเดือนกรกฎาคม นับเปน 6.64% ของ พันธบัตรคงคางในตลาด แมวาราคาพันธบัตรจะปรับตัวสูงขึ้น แตระดับของอัตราผลตอบแทนในปจจุบันไมคอยจูงใจใหนักลงทุน ระยะยาวเขาลงทุนในพันธบัตรเพิ่มเติม ทั้งนี้ เพราะวัตถุประสงคการลงทุนของนักลงทุนระยะยาว เชน บริษัทประกัน กองทุนบําเหน็จบํานาญและสหกรณออมทรัพย ฯลฯ ไมใชการเก็งกําไรจากการซื้อขาย พันธบัตร แตเพื่อหาผลตอบแทนที่เหมาะสม ปลอดภัยและสามารถชดเชยการปรับตัวของระดับราคาสินคา ในประเทศตามอัตราเงินเฟอ นอกจากนี้ นักลงทุนในประเทศยังไมสามารถหากําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เชนเดียวกับนักลงทุนตางชาติที่จะไดกําไรเพิ่มขึ้นหากเงินบาทแข็งคาเทียบสกุลเงินของตน อยางไรก็ดี เรา 2222 22
  • 23. คาดวาผลตอบแทนจะอยูในระดับต่ําไปอีกระยะหนึ่งและเสนอัตราผลตอบแทนจะทรงตัวอยูในรูปที่แบน ราบมากจนถึงสิ้นป ตราบใดที่สวนตางระหวางอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยและพันธบัตร รัฐบาลสหรัฐฯยังมีอยูมากตลอดเสนอัตราผลตอบแทน ในขณะเดียวกัน สภาพคลองในประเทศยังอยูใน ระดับสูงและความตองการของนักลงทุนในการเขาซื้อพันธบัตรทามกลางความผันผวนของตลาดหุนยังมีอยู คอนขางมาก และสามารถกอใหเกิดเปนปจจัยกดดันใหอตราผลตอบแทนลดลงเร็วในบางชวงอีกดวย ั สําหรับปจจัยที่จะสงผลใหเสนอัตราผลตอบแทนของไทยปรับชันขึ้นนั้น เราคาดวาจะเปน 1) เศรษฐกิจของ สหรัฐฯขยายตัวมากขึ้นและกอใหเกิดการลงทุนในตลาดหุนที่คึกคัก โดยเสนอัตราผลตอบแทนของสหรัฐฯ อาจปรับชันขึ้นดวย 2) การขาดดุลงบประมาณรัฐบาลไทยเพิ่มขึ้นมาก (เชนมากกวา 1 แสนลานขึ้นไป) และ อาจนําไปสูการออกพันธบัตรรัฐบาลมากกวาที่ตลาดคาด 3) อัตราเงินเฟอเพิ่มขึ้นตอเนื่อง ทําใหมีความ ตองการสินเชื่อภาคเอกชนเพิ่มขึ้นและอาจทําใหสภาพคลองในประเทศหดตัวลงอยางมีนัยสําคัญรูปที่ 5. สวนตางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 2ป และ10 ป และดัชนี รูปที่ 6. การขาดดุลการคลังสะสม (moving sum12 เดือน)ตลาดหุน S&P 500 S&P Index (bp) Bt bn Bt bn 1400 300 2,350 100 1300 280 2,100 0 1200 260 1,850 -100 1100 1,600 240 -200 1000 1,350 220 900 -300 200 1,100 800 -400 850 700 180 600 -500 600 160 Jun-04 Jun-05 Jun-06 Jun-07 Jun-08 Jun-09 Jun-10 Jun-11 Jan-09 Jul-09 Jan-10 Jul-10 Jan-11 Jul-11 S&P Index 2-10 Spread (bps, RHS) Budget deficit (right axis) Revenues 12m mvg sum Expenditure 12m mvg sumSource: Bloomberg, KBank Source: CEIC, KBank สําหรับตลาด IRS มุมมองของเรามีการเปลี่ยนแปลงเล็กนอย ในรายงานเดือนที่แลว เราแนะนําใหภาค ธุรกิจล็อกตนทุนการกูยืมที่ต่ําไวเมื่อใดก็ตามที่อัตราดอกเบี้ย IRS ปรับตัวลงอยางรวดเร็วตามทิศทางดัชนี ตลาดหุนทั่วโลก เหตุผลของเราสําหรับการแนะนําเชนนี้คือ เราคาดวาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะสูงขึ้นอีก ตามการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ เรามองวายังไมมีปจจัยสนับสนุนการปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายในปหนา แมวาสหรัฐฯและกลุมประเทศยูโรโซนจะเผชิญความทาทายดานเศรษฐกิจสูงขึ้น (ตลาดคาดวาอาจจะเกิด technical recession หรือการหดตัวทางเศรษฐกิจติดตอกัน 2 ไตรมาส) ขณะนี้ เรามองวาภาคธุรกิจไมตองรีบรอนในการล็อกตนทุน เพราะอัตราดอกเบี้ย IRS ยังมีแนวโนมลดลงได อีกเล็กนอย ตามความเสี่ยงการหดตัวทางเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐฯที่เพิ่มขึ้น จากบทเรียนในชวง 2-3 ป ที่ผานมา เราทราบวาสถานการณเชนนี้จะนําไปสูความกังวลดานสภาพคลองของดอลลารสหรัฐฯ ซึ่งจะ กดดันใหอักตราดอกเบี้ยระยะสั้น THBFIX และ IRS ลดลง แตในขณะเดียวกัน เราคาดวาการลดลงของ อัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะมาก จากขอมูลในอดีตตั้งแตปพ.ศ. 2549 สวนตางของอัตราดอกเบี้ย THBFIX 2323 23
  • 24. ประเภท 6 เดือน (ขอมูลอางอิงสําหรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในธุรกรรม IRS) และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เฉลี่ยอยูที่ 34bp นอกจากนั้น ในชวงที่สภาพคลองของดอลลารสหรัฐฯมีปญหามากที่สุดใน 2-3ปที่ผานมา สวนตางนี้จะอยูท่ี 100bp ดังนั้น เราคาดวามีความเปนไปไดนอยที่ THBFIX ประเภท 6 เดือนจะต่ํากวา 3.00% ในชวงปลายป โดยเราคาดการณวาอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเพิ่มขึ้นเปน 4.00% ดังนั้น อัตรา ดอกเบี้ย IRS จะไมเห็นการปรับตัวที่มากเชนกัน โดยสรุป อาจไมมีความจําเปนตองรีบล็อกตนทุน แต โอกาสที่จะลดภาระดอกเบี้ยมากๆโดยการรอให IRS ปรับตัวลงนาจะมีจํากัดเชนกันรูปที่ 7. อัตราดอกเบี้ย IRS รูปที่ 8. อัตราดอกเบี้ย THBFIX6m และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย % bps Lehman brothers fall 5.0 150 Dubai World 4.5 restructure 100 4.0 50 3.5 0 3.0 2.5 -50 2.0 -100 1.5 -150 Jan-11 Feb-11 Mar-11 Apr-11 May-11 Jun-11 Jul-11 Aug-11 Sep-11 Jan-06 Jan-07 Jan-08 Jan-09 Jan-10 Jan-11 Policy rate 2Y 5Y 10Y THBFIX6m and repo spread 1Y bond swap spreadSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBank ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจยังตองระมัดระวังในเรื่องของตนทุนการกูยืมที่จะสูงขึ้นแมวาตนทุนการกูยืมของ ภาครัฐไดลดลงตามการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาด เราเชื่อวาอัตราดอกเบี้ยนโยบายยัง อยูในแนวโนมขาขึ้น และที่สําคัญอัตราดอกเบี้ยเงินกู MLRและอัตราผลตอบแทนหุนกูจะมีการเคลื่อนไหวที่ ตางจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐบาลจะยังคงความเปนที่นิยมในหมูนักลงทุนใน ประเทศและตางประเทศและอัตราผลตอบแทนที่ต่ําอาจไมเปนอุปสรรคมากสําหรับนักลงทุนเพราะความ เสี่ย งในการลงทุ น ในตราสารหนี้ รัฐ ต่ํา แตสํ า หรั บ หุ น กู นัก ลงทุ น จะเปรี ย บเทีย บผลตอบแทนกั บ อั ต รา ดอกเบี้ยเงินฝากประจํา อัตราผลตอบแทน B.E. และบางทีหนวยลงทุนในกองทุนตางประเทศ (FIF) เพราะ อยางนี้ เราจึงไมคิดวาตนทุนการกูยืมของภาคเอกชนจะลดลงจากนี้รูปที่ 9. อัตราดอกเบี้ยเงินกู MLR และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รูปที่ 10. อัตราผลตอบแทนหุนกูเทียบพันธบัตรรัฐบาล % MLR Repo rate % 8.0 5.0 7.0 4.5 6.0 4.0 5.0 3.5 4.0 3.0 3.0 2.0 2.5 1.0 2.0 0.0 Jan-10 Apr-10 Jul-10 Oct-10 Jan-11 Apr-11 Jul-11 Jan-05 Jan-06 Jan-07 Jan-08 Jan-09 Jan-10 Jan-11 Bond 5Y IRS 5Y AA rating corporate bond 5YSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBank 2424 24
  • 25. สรุปแผนการออกพันธบัตรรัฐบาลในปงบประมาณ 2555สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ (PDMO) ไดจัดการประชุม "Market Dialogue" ประจําปในวันที่ 7 กันยายนที่ผานมาโดยมีตัวแทนของธนาคารพาณิชย (dealer) และนักลงทุน (กองทุนบําเหน็จบํานาญ กองทุนรวมและบริ ษั ท ประกั น ) เข า ร ว มประชุ ม และเสนอความเห็ น เกี่ ย วกั บ การออกพั น ธบั ต รรั ฐ บาลในช ว งปงบประมาณ 2554 (ปจจุบัน) และ 2555 (เริ่ม 1 ต.ค.) อยางไรก็ดี ทางสบน.จะประกาศแผนสุดทายในชวงปลายเดือนกันยายน สวนนโยบายการคลังและแผนงบประมาณยังไมมีความชัดเจนในบางสวนวาระการประชุมมีการนําเสนอแผนระดมทุนของรัฐบาลปงบประมาณ 2555 ตามปกติ นอกจากนั้นมีการนําเสนอแผนการปรับเปลี่ยนระบบตัวแทนจําหนายพันธบัตรรัฐบาลในอนาคต (primary dealer) ซึ่งไดมีการกลาวถึงไปแลวชวงปงบประมาณปจจุบัน สุดทายเปนการนําเสนอโครงการ CGIF (Credit Guaranteeand Investment Facility) ซึ่งเกี่ยวของกับการพัฒนาตลาดตราสารหนี้และการสนับสนุนการออกหุนกูขององคกรเอกชนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทางสบน. ตองการใหธนาคารและนักลงทุนชวยประชาสัมพันธความตองการระดมทุนของรัฐบาล – ความตองการระดมทุนในปงบประมาณ 2555 โดยคราวๆมาจากการขาดดุลงบประมาณที่ 4แสนลานบาท (ประมาณการ) และปรับโครงสรางหนี้ (รีไฟแนนซ) ของพันธบัตรกองทุนฟนฟูฯ รวม 3.4 แสนลานบาท นอกจากนี้สบน.อาจตองระดมทุนอีก 1.5 แสนลานบาทเพื่อชําระคืนเงินกูลวงหนา (เงินกูธนาคารสําหรับโครงการไทยเขมแข็ง) การระดมทุนระดับนี้ไมถือวาเปนภาระแกตลาดมากในความเห็นของเรา แตการประมาณการอาจคาดเคลื่อนหากการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลเพิ่มขึ้นมากกวาที่ประมาณการไวเยอะในชวงระหวางปงบประมาณ โดยความเปนไปไดนี้มีอยูพอสมควรเชนกัน อนึ่ง การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกอาจทําใหเศรษฐกิจไทยและการจัดเก็บภาษีรัฐบาลลดลงการลดภาษีน้ํามันและเงินอุดหนุนอื่นๆของรัฐบาลอาจทําใหรายจายภาครัฐสูงกวาที่คาด เปนตนการออกพันธบัตรรัฐบาล – ตลาดไมมีปฏิกิริยาเชิงลบหลังจากที่มีการประกาศแผนการระดมทุนออกมาเนื่องจากการเสนอขายพันธบัตรรัฐบาลไมแตกตางจากปงบประมาณปจจุบันที่ 4.50 แสนลานบาทมากนัก(ปงบประมาณ 2555 อยูที่ 4.40 แสนลานบาท ถาไมรวม 1 แสนลานบาทในสวนของพันธบัตรตัวใหมซึ่งจะเปนพันธบัตร benchmark รุนอายุ 3 ป) เราไมไดรวมจํานวนของพันธบัตร รุนอายุ 3 ปเพราะยังไมเปนที่แนนอนวากระทรวงการคลังหรือ ธปท. จะเปนผูออกพันธบัตรรุนนี้การออกพันธบัตรรัฐบาลที่ไมไดเปน LB – นอกจากนี้ สบน.วางแผนที่จะใชเครื่องมือที่หลากหลายระดมทุนตอไป รวมถึงการนําเสนอพันธบัตรรัฐบาลเพื่อนักลงทุนรายยอยที่ประชาชนสามารถซื้อไดอยางงายดายโดยผานเครื่องเอทีเอ็ม ทั้งนี้ การเขาถึงผูออมรายใหมๆจะมีมากขึ้นเนื่องจากพันธบัตรใหมนี้มีวงเงินการซื้อขั้นต่ําที่ลดลงเหลือ 1 พันลาน แตกตางจากพันธบัตรออมทรัพยทั่วไปที่ตองซื้อขั้นต่ําที่ 1 หมื่นบาท252525
  • 26. รูปที่ 11. การออกพันธบัตรรัฐบาลในชวง 5 ป รูปที่ 12. การเปลี่ยนแปลงของการออกพันธบัตรในแตละอายุ ปงบประมาณ 55 Bt bn Benchmark bonds (LBs) Non-benchmark bonds (LBs) Bt bn FY2008 FY2009 FY2010 FY2011 FY2012 Floating-rate bonds (4Y) Inflation-linked bonds 140 600 120 500 100 400 29 100 24 80 300 154 60 200 46 365 340 330 40 100 178 207 20 0 0 FY2008 FY2009 FY2010 FY2011 FY2012 5Y 7Y 10Y 15Y 20Y 30Y 50YSource: PDMO, KBank Source: PDMO, KBank จากรูปที่ 13. เราสังเกตไดวาภาระหนี้ของรัฐบาลมีอยูในชวงระยะสั้นมากกวาระยะยาว โดยระยะเวลาเฉลี่ย ครบกําหนดของพันธบัตรทั้งหมด (Average time to maturity หรือ ATM) อยูที่ 7.4 ป จากการนําเสนอของ สบน.ครั้งกอนๆ เราจําไดวาสบน. มีแผนที่จะขยาย ATM ใหไดประมาณ 10 ป ดังนั้น จึงไมแปลกใจที่สบน. อาศัยชวงที่อัตราตราผลตอบแทนในตลาดต่ําออกพันธบัตรที่มีอายุมากกวา 10 ปในปงบประมาณ 2555 ไม แพปงบประมาณปจจุบัน (มีสัดสวนเทากับ 20% ของ LBs ทั้งหมดเทียบกับ 33% ในปงบประมาณ 2554) เราคาดวาตลาดจะสามารถรองรับการออกพันธบัตรในปหนาไดอยางงายดาย โดยไดรับอานิสงคจากการ เติบโตอยางตอเนื่องของสินทรัพยในกองทุนรวมตางๆ (AUM) บริษัทประกันฯและกองทุนบําเหน็จบํานาญ นอกจากนี้ เราคาดวาการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะสนับสนุนการขยายตัวของรายไดและเงินออม สวน ความตองการของนักลงทุนตางชาติในประเทศตลาดเกิดใหมมีแนวโนมที่ดีตอเนื่องไปถึงป 2555 เนื่องจาก การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศเหลานี้คอนขางมีสุขภาพดีและระดับหนี้สาธารณะคอนขางต่ํา ทําใหการ ลงทุนมีความเสี่ยงดานเครดิตที่ต่ํา นอกจากนี้ แนวโนมการออนคาของสกุลเงินดอลลารทําใหสกุลเงินใน ประเทศตลาดเกิดใหมโดยเฉพาะอยางยิ่งเอเชียมีแนวโนมแข็งคาขึ้นและจะเพิ่มกําไรใหแกนักลงทุนตางชาติรูปที่ 13. โครงสรางหนี้รัฐบาลคงคาง (ในรูปพันธบัตร) รูปที่ 14. การเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือการระดมทุนในปงบประมาณ 55 Change in issuance in FY2012 bn baht Outstanding government bonds by maturity Other tools 300 ATM = 7.44 Principal Bank loans 250 P/N 200 Savings/retail bonds Inf lation-linked bonds 150 Floating-rate bonds (4Y) 100 Non-benchmark LBs 50 Benchmark LBs Treasury bills Bt bn 0 2011 2015 2019 2023 2027 2031 2034 2038 -100 -50 0 50 100Source: Bloomberg, KBank Source: PDMO, KBank 2626 26
  • 27. แนวโนมตลาดระยะตอไป เรายังคงเห็นความนาจะเปนสูงของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปที่ระดับ 4.00% หรืออีก 2 ครั้งในป นี้ และเรายังคงแนะนําใหนักลงทุนลด duration ของพอรตการลงทุนลงโดยเนนการลงทุนในตราสารหนี้อายุ สั้นเปนหลัก เราคาดวาแรงกดดันดานเงินเฟอจะมีอยูอีกระยะและนโยบายการคลังตามที่รัฐบาลไดประกาศ หลายประการเปนการเพื่อสงเสริมการบริโภคและการลงทุนซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันดานราคา เชน การปรับ คาจางขั้นต่ําขึ้นระดับมากๆในเวลาสั้นอาจนําไปสูความคาดการณอัตราเงินเฟอที่สูงกวาเดิม แมวาตลาดจะ รับรูการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกก็ตาม อยางไรก็ดี เราคาดวาธปท. จะเผชิญความทาทายที่มากขึ้นกวาเดิมในการดําเนินนโยบายการเงิน อนึ่ง ธนาคารกลางของประเทศเพื่อนบาน เชน เกาหลีใต อินโดนีเซีย มาเลเซียและฟลิปปนส ตางประกาศคง อัตราดอกเบี้ยนโยบายของพวกเขาในการประชุมนโยบายการเงินครั้งลาสุดเมื่อตนเดือนกันยายนที่ผานมา แมกระทั่งประเทศจีนเองก็เริ่มเห็นอัตราเงินเฟอที่ชะลอตัวลงเปน 6.2% ในเดือนสิงหาคมจาก 6.5% ใน เดือนกรกฎาคม ในขณะเดียวกันชวงนี้ มาตรการการคลังยังขาดความชัดเจนและเศรษฐกิจโลกมีขาวเชิงลบ มากขึ้น สรางความยากลําบากในการมองคาดการณแนวโนมเศรษฐกิจและเงินใหแก ธปท. อยางไรก็ดี กนง.ยังมีเวลาหลายสัปดาหประเมินสถานการณกอนที่จะมีการประชุมครั้งตอไปในวันที่ 19 ตุลาคม ใน ระยะเวลานี้ เราตองจับตามองการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดในวันที่ 20-21 กันยายนและ ประเมินแผนกระตุนการจางงานใหมของรัฐบาลสหรัฐฯรูปที่ 15. อัตราดอกเบี้ยนโยบายในเอเชีย รูปที่ 16. อัตราเงินเฟอในเอเชีย % % 3-month ago Latest inflation rate 9 8.00 10 8 current 9 8.4 6.75 7.9 end 2011 (consensus) 6.56 8 7 6 end 2012 (consensus) 7 6.2 4.50 4.75 6 5.4 5.3 5 4.7 4.8 3.50 5 4.3 4 3.00 3.25 3.6 3.4 4 3 1.88 3 2 2 1.3 1 1 0 0 Australia Australia Philippines Taiwan South Korea Thailand China Indonesia India Philippines HongKong Singapore Korea China India Thailand Taiwan Indonesia Malaysia MalaysiaSource: Bloomberg, KBank Source: Bloomberg, KBank 2727 27
  • 28. ตารางที่ 1. การระดมทุนของรัฐบาลในแตละปงบประมาณ หนวย: พันลานบาท FY2008 FY2009 FY2010 FY2011 FY2012*Treasury bills 0.0 134.0 -127.0 26.0 30.0Benchmark bonds (LBs) 177.6 207.3 364.8 339.9 330.0 5Y 72.0 74.4 121.6 93.0 100.0 7Y - - 55.0 63.0 65.0 10Y 52.6 62.7 71.3 59.0 60.0 15Y 24.1 26.7 47.0 43.0 35.0 20Y 24.0 38.0 50.0 41.9 35.0 30Y 5.0 5.5 20.0 27.0 20.0 50Y - - - 13.0 15.0Non-benchmark bonds (LBs) 45.7 154.0 29.0 24.0 100.0 2Y - 88.0 - - - 3Y 12.7 50.0 - - 100.0 8Y 10.0 - 12.0 - - 12Y 8.0 16.0 17.0 24.0 - 14Y 15.0 - - - -Floating-rate bonds (4Y) - 22.0 47.0 46.0 50.0Inflation-linked bonds - - - 40.0 60.0 Total Bonds (LBs) 223.4 383.3 440.8 449.9 540.0Saving (SBs) and "retail investor" bonds 18.0 80.0 82.2 50.6 100.0P/N 31.0 50.7 61.2 88.6 170.1 (4Y and above) 31.0 50.7 61.2 54.0 125.1 Restructuring (12 and above) - - - 34.6 45.0Net bank loans 0.0 30.0 177.8 -58.7 -149.1 2-4Y - 30.0 260.0 58.9 - Restructuring (prepayment) - - -82.2 -117.6 -149.1Others - - - - 49.1 Total financing requirement 272.3 678.0 635.0 556.5 740.1Source: PDMO282828
  • 29. ตารางที่ 2. แผนการออกพันธบัตร หนวย: พันลานบาท จํานวนการ วงเงินประมูลตอครั้ง รวมวงเงิน ยอดคงคางของรุน รุน/อายุ เดือนคู/คี่ ประมูลทั้งป (พันลานบาท) ทั้งป ณ สิ้นป Benchmark bonds (LBs) new 5Y 6x even 15.0 - 20.0 100.0 100 new 7Y 6x odd 9.0 - 15.0 65.0 65 LB21DA 10Y 6x odd 9.0 - 15.0 60.0 100 - 120 new 15Y 6x even 5.0 - 9.0 35.0 35 new 20Y 6x odd 5.0 - 9.0 35.0 35 LB416A 30Y 6x even 3.0 - 5.0 20.0 40 - 50 LB616A 50Y 6x odd 2.0 - 2.5 15.0 20 -25 Non-benchmark bonds FRB 4Y 6x odd 8.0 - 11.0 50.0 50.0 ILB217A 10Y 4x every quarter 10.0 - 15.0 60.0 100.0 new LB 3Y 6x odd 15.0 - 20.0 100.0 100.0source: PDMO292929
  • 30. This page has been left blank intentionally303030
  • 31. สรุปภาวะเศรษฐกิจไทย► เครื่องชี้เศรษฐกิจสําคัญของไทยเดือนกรกฎาคม 2554 สะทอนการใชจายในประเทศที่ออนแอ ลง KResearch► ความเชื่อมั่นภาคเอกชน รวมถึงการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ปรับตัวไรทิศทาง อัน kr.bd@kasikornresearch.com เปนผลจากความกังวลที่มีมากขึ้นต อการปรับตัวสูงขึ้นของตน ทุนการผลิตและระดับราคา สินคาในชวงของการเปลี่ยนผานทางการเมือง► อยางไรก็ดี การสงออกขยายตัวแข็งแกรงกวาคาดดวยมูลคาสูงสุดเปนประวัติการณ ขณะที่ การทองเที่ยวฟนตัวขึ้น► อัตราเงินเฟอทั่วไปเดือนสิงหาคม 2554 ไตขึ้นสูระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ป จากการปรับขึ้น ของราคาอาหารเปนหลัก► จี ดี พี ไ ตรมาส 2/2554 ขยายตั ว น อ ยกว า คาด ทํ า ให ศู น ย วิ จั ย กสิ ก รไทยทบทวนอั ต ราการ ขยายตัวของเศรษฐกิจในป 2554 ลดลงเล็กนอยมาที่รอยละ 3.8 (YoY)► ขณะที่ นโยบายของรัฐบาลในการลดราคาพลังงานและคาโดยสาร สงผลใหโอกาสที่อัตราเงิน เฟอพื้นฐานจะเกินเพดานกรอบเปาหมายเงินเฟอของธนาคารแหงประเทศไทยในชวงที่เหลือ ของปนี้ลดลงอยางมีนัยสําคัญตารางที่ 1. สรุปเครื่องชี้เศรษฐกิจที่สําคัญของไทย Units: YoY %, or indicated otherwise 2010 2011 YTD. 1Q 2Q May Jun Jul AugComposite Private Consumption Index 5.9 4.0 4.3 4.3 5.1 3.4 2.1 • Sales Volume of Benzine and Gasohol -1.4 0.2 1.4 0.4 2.0 -2.3 -3.8 • Value-added Tax at 1995 prices 15.5 10.9 10.6 13.3 16.8 12.0 4.6 • Imports of Consumer Goods at 1995 prices 22.6 13.5 16.7 11.6 14.4 4.2 9.5 • Passenger Car Sales 50.7 25.5 60.3 0.3 -15.2 -0.5 12.2 • Motorcycle Sales 22.9 14.0 14.6 18.2 14.7 22.9 0.4Private Investment Index (PII) 18.5 11.4 14.8 7.7 11.7 7.7 6.2 • Sales Volume of Domestic Cement 8.8 3.0 3.6 1.4 -2.7 3.7 6.6 • Sales Volume of Commercial Cars 42.3 16.4 31.7 3.1 -6.2 -0.3 10.1 • Imports of Capital Goods at 1995 prices 24.9 17.1 24.5 12.7 9.2 8.9 10.4 • Value of BOI Applications -30.2 45.5 8.4 64.6 4.4 121.2 156.0Manufacturing Production Index 14.4 -2.2 -2.1 -2.5 -3.7 3.8 -1.1 • Industrial Capacity Utilization 63.2 61.2 62.6 59.1 58.8 64.1 63.0Agriculture Production Index -2.1 8.4 14.8 6.9 -5.8 -8.1 -7.3 • Agriculture Price Index 24.3 18.9 25.4 17.5 18.3 12.7 4.8Exports (in $) 28.5 25.0 27.3 19.2 17.3 16.4 36.4 • Unit Value 9.1 6.8 6.7 7.0 6.7 7.0 7.1 • Volume 18.0 17.0 19.3 11.5 9.9 8.8 27.4Imports (in $) 36.7 24.6 25.6 28.0 34.4 23.5 13.1 • Unit Value 8.1 10.5 8.9 11.5 11.8 11.8 12.1 • Volume 27.1 12.8 15.3 14.7 20.2 10.5 0.9Trade Balance ($ millions) 14,083 7,722 3,334 1,683 274 1,886 2,705Current Account ($ millions) 14,837 12,192 6,795 1,823 -511 2,499 3,574Broad Money 10.9 17.5 13.1 16.3 14.3 16.3 17.5Headline CPI 3.3 3.7 3.0 4.1 4.2 4.1 4.1 4.3USD/THB (Reference Rate) 31.727 30.305 30.556 30.272 30.246 30.517 30.073 29.884Source: BOT, MOC, OAE, and OIE313131
  • 32. มูลคาการสงออกในเดือนกรกฎาคม 2554 ทําสถิติสูงสุดเปนประวัตการณครั้งใหม ิ การสงออกเดือนกรกฎาคม 2554 สะทอนภาพที่แข็งแกรงกวาคาด โดยบันทึกมูลคาสูงสุดเปนประวัติการณรอบใหมที่ระดับ 21.1 พันลานดอลลารฯ เพิ่มขึ้นจากระดับ 20.8 พันลานดอลลารฯ ในเดือนมิถุนายน 2554 อันเนื่องมาจากการขยายตัวของปริมาณการสงออกเปนหลัก (ขยายตัวอยางแข็งแกรงที่รอยละ 27.4 (YoY) ในเดือนกรกฎาคม 2554 เทียบกับที่ขยายตัวรอยละ 8.8 ในเดือนมิถุนายน 2554) ทั้งนี้มูลคาการสงออกที่เพิ่มขึ้นแข็งแกรงจากเดือนกอน และผลของฐานที่ต่ําในชวงเดียวกันปกอน ผลักดันใหการสงออกขยายตัวรอยละ 36.4 เมื่อเทียบกับชวงเดียวกันปกอน (YoY) เรงขึ้นจากการขยายตัวรอยละ16.4 (YoY) ในเดือนมิถุนายน 2554 หากพิจารณาในรายละเอียดแลว พบวา การขยายตัวอยางแข็งแกรงของการสงออกในเดือนกรกฎาคม 2554 มีปจจัยสนับสนุนหลายประการ ไดแก ประการแรก การสงออกทองคําที่เรงตัวสูงขึ้นเปน2 เทาในเดือนกรกฎาคม 2554 ตามการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคําในตลาดโลก ขณะที่ การสงออกที่ไมรวมทองคํา มีมูลคา 20.1 พันลานดอลลารฯ ในเดือนกรกฎาคม 2554 ลดลงจาก 20.4 พันลานดอลลารฯในเดือนมิถุนายน 2554 ประการที่สอง การฟนตัวอยางตอเนื่องของการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ไดรับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติในญี่ปุน โดยเฉพาะในหมวดยานยนต ชิ้นสวน และอุปกรณ ที่ขยายตัวรอยละ15.6 (YoY) ในเดือนกรกฎาคม 2554 เรงขึ้นจากการขยายตัวรอยละ 1.5 (YoY) ในเดือนมิถุนายน 2554ประการที่สาม การส ง ออกไปจีน ที่ข ยายตัว สูง ขึ้น โดยเฉพาะในหมวดอุตสาหกรรมการเกษตร (อาทิยางพารา) และผลิตภัณฑกระดาษ ตามความตองการสะสมสินคาคงคลัง และประการสุดทาย ผลของฐานเปรียบเทียบ ซึ่งในเดือนกรกฎาคม 2553 การสงออกไดรับผลกระทบจากการปรับระดับสินคาคงคลังในหมวดอิเล็กทรอนิกส และการเรงการสงออกสินคาไปในชวงกอนการปรับเปลี่ยนเอกสารประกอบการขอรับสิทธิพิเศษภายใตเขตการคาเสรีอาเซียนในเดือนกรกฎาคม 2553รูปที่ 1. มูลคาการสงออกทําสถิติสูงสุดเปนประวัติการณครั้งใหม สวนหนึ่ง รูปที่ 2. ปริมาณการสงออกเรงตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2554เปนผลจากการสงออกทองคําที่เพิ่มขึ้น 25,000 50% 30 Export Value (USD Million) 20,000 40% 20 10 15,000 30% % YoY % YoY 0 10,000 20% -10 5,000 10% -20 0 0% -30 Jan-10 Apr-10 Jul-10 Oct-10 Jan-11 Apr-11 Jul-11 Oct-09 Jan-11 Mar-11 May-11 Jul-11 Ex ports Ex ports (ex cluding gold) Export Price Import Price % YoY for Ex ports % YoY for Ex ports ex clud. Gold Export Quantity Import QuantitySources: BOT, MOC, KResearch Sources: BOT, KResearch นอกจากการขยายตัวอยางแข็งแกรงของการสงออกไปยังจีนแลว (เติบโตรอยละ 83.8 (YoY)เทียบกับการขยายตัวรอยละ 25.7 ในเดือนมิถุนายน 2554) การสงออกไปยังกลุมอาเซียน (ขยายตัวรอยละ34.7 (YoY) เทียบกับที่ขยายตัวรอยละ 14.8 ในเดือนมิถุนายน 2554) และสหภาพยุโรป (ขยายตัวรอยละ35.5 (YoY) เทียบกับการขยายตัวรอยละ 11.9 ในเดือนมิถุนายน) ยังเพิ่มขึ้นจากเดือนกอน (MoM) อีกดวย323232
  • 33. รูปที่ 3. การสงออกยานยนตฟนตัวตอเนื่องหลังไดรับผลกระทบจากเหตุภัย รูปที่ 4. การสงออกไปจีน สหภาพยุโรป และอาเซียน นําการขยายตัว YoY ในพิบัติและการขาดแคลนไฟฟาในญี่ปน ขณะที่ความตองการจากจีนหนุนการ ุ เดือนกรกฎาคม 2554สงออกอุตสาหกรรมการเกษตร 160 90 140 80 120 70 100 60 % YoY 80 % YOY 50 60 40 40 20 30 0 20 (20) 10 (40) 0 May-10 Jul-10 Sep-10 Nov-10 Jan-11 Mar-11 May-11 Jul-11 U.S. China Japan EU (15) ASEAN (9) India Middle East Vehicles & Parts Rubber Computer & Parts Electrical Appliances Rice IC and Parts Paper Products 4Q10 1Q11 2Q11 Jun-11 Jul-11Sources: BOT, KResearchi Sources BOT, MOC, KResearch การนําเขาชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม 2554 ติดตอกันเปนเดือนที่สอง มาบันทึกมูลคา 18.4พันลานดอลลารฯ เทียบกับ 18.9 พันลานดอลลารฯ ในเดือนมิถุนายน 2554 สงผลใหเมื่อเทียบกับชวงเดียวกันปกอน การนําเขาขยายตัวรอยละ 13.1 (YoY) ชะลอลงจากการขยายตัวรอยละ 23.5 ในเดือนมิถุนายน 2554 โดยการชะลอตัวเกิดขึ้นในเกือบทุกหมวด นําโดยการนําเขาวัตถุดิบและสินคาทุน (อาทิเครื่องบินและอุปกรณเกี่ยวกับเรือขนสง) รวมทั้งทองคํา อยางไรก็ดี การนําเขาน้ํามันดิบและกาซธรรมชาติพลิกจากที่หดตัวในเดือนมิถุนายน มาขยายตัวในเดือนกรกฎาคม จากปจจัยดานราคา และความตองการกาซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจากการเปดสถานีรับจายกาซธรรมชาติเหลวแหงแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต) ตลอดจนการนําเขาเพื่อนํามาเปนเชื้อเพลิงสํารองเนื่องจากปญหาทอสงกาซรั่วภายในประเทศรูปที่ 5. การนําเขาชะลอตัวลงอีกในเดือนกรกฎาคม 2554 รูปที่ 6. ดุลบัญชีเดินสะพัดแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน External Balances (USD million) 100 5,000 80 4,000 60 3,000 % YoY 40 2,000 20 1,000 0 0 (20) (1,000) (40) (2,000) May-10 Jul-10 Sep-10 Nov-10 Jan-11 Mar-11 May-11 Jul-11 Jul-10 Oct-10 Jan-11 Apr-11 Jul-11 Imports Consumer Goods Raw & Intermediate Goods Capital Goods Trade Service Current Account Balance Crude OilSources: BOT, MOC, KResearch Sources: BOT, MOC, KResearch จากการส ง ออกที่ ข ยายตั ว แข็ ง แกร ง และการนํ า เข า ที่ ช ะลอลง ส ง ผลให ดุ ล การค า ในเดื อ นกรกฎาคม 2554 บันทึกการเกินดุลสูงขึ้นมาที่ระดับ 2.7 พันลานดอลลารฯ เทียบกับการเกินดุล 1.9 พันลานดอลลารฯ ในเดือนมิถุนายน 2554 ขณะที่ ดุลบริการ รายได และเงินโอน เกินดุล 869 ลานดอลลารฯเพิ่มขึ้นจากยอดเกินดุล 613 ลานดอลลารฯ ในเดือนมิถุนายน อันเปนผลหลักจากรายไดของภาคการทองเที่ยวที่แข็งแกรงขึ้น ดังนั้น ดุลบัญชีเดินสะพัดจึงบันทึกการเกินดุลสูงขึ้นมาเปน 3.6 พันลานดอลลารฯเทียบกับการเกินดุลที่ระดับ 2.5 พันลานดอลลารฯ ในเดือนมิถุนายน 2554333333
  • 34. ภาคการทองเที่ยวขยายตัวตอเนื่องจากเดือนกอนหนา ในเดือนกรกฎาคม 2554 จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติเพิ่มขึ้นมาที่ 1.52 ลานคน จาก 1.49ลานคนในเดือนมิถุนายน 2554 อยางไรก็ตาม ดวยผลของฐาน สงผลใหการขยายตัวเมื่อเทียบกับชวงเดียวกันของปกอน (YoY) ชะลอตัวลงมาที่รอยละ 18.8 จากรอยละ 53.9 ในเดือนมิถุนายน 2554 ขณะที่อัตราการเขาพักแรมเพิ่มขึ้นเปนรอยละ 57.4 จากรอยละ 49.8 ในเดือนมิถุนายน 2554 โดยเพิ่มขึ้นในทุกภาคทั่วประเทศรูปที่ 7. จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติเดือนกรกฎาคม 2554 ขยายตัว MoM อยาง รูปที่ 8. อัตราการเขาพักแรมเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคตอเนื่อง 80 2000 70 70 No. of Foreign Tourist Arrivals 60 60 1500 50 50 (Million) % 40 % YoY 40 1000 30 30 500 20 20 10 10 0 0 0 Jul-10 Oct-10 Jan-11 Apr-11 Jul-11 Total Central South North Northeast Foreign Tourist Arrivals (lhs) % YoY (rhs) 4Q10 1Q11 2Q11 Jun-11 Jul-11Sources: TAT, BOT, KResearch Sources: TAT, BOT, KResearchการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงทามกลางการชะลอคําสั่งซื้อและผลจากปจจัยทางเทคนิค ดั ช นี ผ ลผลิ ต อุ ต สาหกรรม (MPI) ที่ ร ายงานโดยสํ า นั ก งานเศรษฐกิ จ อุ ต สาหกรรม (สศอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม ในเดือนกรกฎาคม 2554 ชะลอลงจากเดือนกอน สงผลใหเมื่อเทียบกับชวงเดียวกันปกอน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวรอยละ 1.1 (YoY) เทียบกับที่ขยายตัวรอยละ 3.8 (YoY) ในเดือนมิถุนายน 2554 โดยการหดตัวดังกลาว นําโดยการผลิตในหมวดอุตสาหกรรมที่เนนเพื่อสงออก (การผลิตที่มีสัดสวนสงออกมากกวารอยละ 60 ของการผลิตรวม) อันไดแก เครื่องนุงหม (ไดรับผลกระทบจากการชะลอคําสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวมถึงการยายฐานการผลิตของโรงงานไปยังประเทศเพื่ อ นบ า น) รองเท า รวมทั้ ง หลอดอิ เล็ ก ทรอนิ ก ส แ ละส ว นประกอบ (จากสิ น ค า คงคลัง ที่ มี ร ะดั บ สู ง ในตางประเทศและความตองการในตลาดโลกที่ชะลอตัว) ขณะเดียวกัน การผลิตในหมวดอุตสาหกรรมที่เนนเพื่อขายในประเทศ (การผลิตที่มีสัดสวนสงออกนอยกวารอยละ 30 ของการผลิตรวม) หดตัวแรงจากชวงเดียวกันปกอน ตามการออนตัวของการผลิตสิ่งทอและยาสูบ (จากการปดซอมบํารุงโรงงาน) ถึงแมวาจะมีสัญญาณบวกในการผลิตยานยนตทามกลางการฟนตัวอยางตอเนื่องหลังไดรับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติในญี่ปุนก็ตาม ในทิศทางที่สอดคลองกัน อัตราการใชกําลังการผลิตเดือนกรกฎาคม 2554 ชะลอตัวลงมาที่รอยละ 63.0 จากรอยละ 64.1 ในเดือนมิถุนายน 2554343434
  • 35. รูปที่ 9. การผลิตอุตสาหกรรมหดตัว จากการชะลอตัวของคําสั่งซื้อและปจจัย รูปที่ 10. การหดตัวของการผลิตรวม นําโดยการผลิตในหมวดที่เนนเพื่อทางเทคนิค สงออก และเพื่อขายในประเทศ 15 68 60 66 50 % Capacity Utilization Rate 10 64 40 % YoY of MPI % YoY of MPI 62 30 5 60 20 58 10 0 56 0 -5 54 -10 52 -20 -10 50 -30 Jul-10 Oct-10 Jan-11 Apr-11 Jul-11 Apr-10 Jul-10 Oct-10 Jan-11 Apr-11 Jul-11 % Capacity Utilization (rhs) MPI (lhs) exports < 30% 30% < exports < 60% exports > 60%Sources: OIE, KResearch Sources: OIE, KResearchความเชื่อมั่นภาคเอกชนสงสัญญาณเชิงลบ ในชวงเดือนที่ผานมา การปรับตัวของความเชื่อมั่นภาคเอกชนไดรับผลกระทบจากทั้งปจจัยบวกทามกลางความคาดหวังตอนโยบายของรัฐบาลใหม (โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของผูบริโภค) และปจจัยลบจากความไมแนนอนที่มีมากขึ้นของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันดานเงินเฟอ โดยในเดื อ นกรกฎาคม 2554 ดั ช นี ค วามเชื่ อ มั่ น ทางธุ ร กิ จ (BSI) และดั ช นี ค วามเชื่ อ มั่ นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ลดลงจากความกังวลตอตนทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค (CCI) แมในเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้นเปนเดือนที่ 3 ติดตอกัน แตขอมูลลาสุดในเดือนสิงหาคม 2554 ไดปรับตัวลดลง อันเปนผลจากความวิตกที่มีมากขึ้นตอการปรับขึ้นของระดับราคาสินคาและผลกระทบจากภาวะอุทกภัยรูปที่ 11. ความเชื่อมั่นผูบริโภคเดือนสิงหาคม 2554 ลดลง จากความกังวลตอ รูปที่ 12. การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน เดือนกรกฎาคม 2554 ชะลอตัวการปรับขึ้นของราคาสินคาและภาวะน้ําทวม YoY อยางตอเนื่อง BSI CCI & TISI 70 60 120 60 110 50 55 40 % YoY 100 30 20 50 90 10 80 0 45 -10 70 -20 40 60 PCI PII Passenger Cement Commercial Imports of Imports of Feb-10 May-10 Aug-10 Nov-10 Feb-11 May-11 Aug-11 Car Sales Sales Car Sales Capital Consumer Goods Goods BSI BSI (Expected for the next 3 mths) CCI TISI 4Q10 1Q11 2Q11 Jun-11 Jul-11Sources: BOT, UTCC, FTI, KResearch Sources: BOT, KResearch Note: Figures for PCI and PII component compiled from non-seasonally adjusted series by the BOT353535
  • 36. การใชจายในประเทศปรับตัวไรทิศทาง ในเดือนกรกฎาคม 2554 ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI) หดตัวจากเดือนกอนรอยละ 2.3 จากการชะลอตัวของการจัดเก็บภาษีมูลคาเพิ่มและการบริโภคพลังงานในประเทศเปนหลัก สงผลใหเมื่อเทียบกับชวงเดียวกันปกอน ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ตํ่าสุดในรอบ 21เดือนที่รอยละ 2.1 (YoY) ชะลอลงจากการขยายตัวรอยละ 3.4 (YoY) ในเดือนมิถุนายน 2554 สําหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) แทบไมเปลี่ยนแปลงจากเดือนกอน แตดวยผลของฐานเปรียบเทียบ ทําใหเมื่อเทียบกับชวงเดียวกันปกอน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในอัตราต่ําสุดในรอบ 19 เดือนที่รอยละ 6.2(YoY) ชะลอลงจากการขยายตัวรอยละ 7.7 (YoY) ในเดือนมิถุนายน 2554 การชะลอตัวของ PCI และ PII สะทอนความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ยังคงไรทิศทางชัดเจน ตลอดจนความกังวลตอตนทุนการผลิตและระดับราคาสินคาในจังหวะของการเปลี่ยนผานทางการเมืองอัตราเงินเฟอเดือนสิงหาคม 2554 ไตขึ้นสูระดับสูงสุดในรอบ 3 ป แมราคาพลังงานจะออนตัวลง อัตราเงินเฟอทั่วไป (Headline CPI) เดือนสิงหาคม 2554 เพิ่มขึ้นจากเดือนกอนรอยละ 0.43(MoM) เทียบกับที่เพิ่มขึ้นรอยละ 0.18 ในเดือนกรกฎาคม 2554 สงผลใหอัตราเงินเฟอทั่วไปไตขึ้นสูระดับสูงสุ ดในรอบเกือบ 3 ปที่รอ ยละ 4.29 (YoY) เทียบกับรอ ยละ 4.08 ในเดือนกรกฎาคม โดยแมวาราคาพลังงานในประเทศจะออนตัวลงตามราคาตลาดโลกและการปรับลดอั ตราเงินนํา สงเขากองทุนน้ํามันเชื้อ เพลิ ง (มีผลตั้ง แต ปลายเดือนสิงหาคม 2554) แตการปรับ ตัวสูง ขึ้นของราคาอาหารสดและอาหารสําเร็จรูปไดผลักดันใหอัตราเงินเฟอทั่วไปเรงตัวขึ้น สําหรับอัตราเงินเฟอพื้นฐาน (Core CPI) เดือนสิงหาคม 2554 เรงตัวขึ้นเชนกัน (เพิ่มขึ้นรอยละ0.27 (MoM) หลังจากที่เพิ่มขึ้นรอยละ 0.08 ในเดือนกรกฎาคม 2554) โดยไตขึ้นสูระดับสูงสุดในรอบกวา 3ปที่รอยละ 2.85 (YoY) เทียบกับรอยละ 2.59 ในเดือนกรกฎาคม 2554รูปที่ 13. อัตราเงินเฟอเดือนสิงหาคม 2554 ไตขึ้นสูระดับสูงสุดในรอบ 3 ป ตารางที่ 2. จีดีพีไตรมาส 2/2554 ขยายตัวนอยกวาการคาดการณของตลาด 1.6 5.0 (Units: % YoY, otherw ise indicated) 1.4 GDP Components 2010 1Q10 2Q10 3Q10 4Q10 1Q11 2Q11 1.2 4.0 GDP 7.8 12.0 9.2 6.6 3.8 3.2 2.6 1.0 % YoY % MoM 3.0 Priv ate Consumption 4.8 3.9 6.4 5.0 3.9 3.3 2.8 0.8 0.6 2.0 Gov ernment Consumption 6.4 11.0 8.4 3.7 3.2 1.8 1.0 0.4 Inv estment 9.4 12.1 11.3 7.9 6.4 9.3 4.1 0.2 1.0 Gov ernment -2.2 6.9 -4.9 -5.4 -3.1 -1.4 -9.9 0.0 -0.2 0.0 Priv ate 13.8 13.8 17.8 14.6 9.2 12.6 8.6 Aug-10 Dec-10 Apr-11 Aug-11 Ex ports of Goods and Serv ices 14.7 16.6 22.3 11.7 9.5 16.0 11.8 Headline CPI (MoM-lhs) Core CPI (MoM-lhs) Imports of Goods and Serv ices 21.5 33.3 24.6 21.3 10.5 16.8 14.9 Headline CPI (YoY-rhs) Core CPI (YoY-rhs) GDP (QoQ, S.A.) n.a. 2.9 0.2 -0.4 1.3 2.0 -0.2Sources: MOC, KResearch Sources: NESDB363636
  • 37. เศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ํากวาคาดในไตรมาส 2/2554 และเครื่องชี้ที่บงชี้ทิศทางชะลอตัวในเดือนกรกฎาคม 2554 ทําใหศนยวิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการจีดีพีป 2554 ลงมาที่รอยละ 3.8 ู รายงานจีดพีประจําไตรมาส 2/2554 ที่ประกาศโดยสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ ีและสังคมแหงชาติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 ออกมาออนแอเกินคาด โดยเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียงรอยละ 2.6 (YoY) จากชวงเดียวกันปกอน (ตลาดคาดที่รอยละ 3.6) ชะลอลงจากรอยละ 3.2 ในไตรมาส1/2554 ทั้งนี้ ภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ํากวาที่คาดดังกลาว เปนผลมาจากการชะลอการใชจายของภาครัฐทั้งในสวนของรายจายทั่วไปและรายจายเพื่อการลงทุนในชวงที่นับถอยหลังเขาสูการเลือกตั้ง นอกจากนี้การทยอยฟนกําลังการผลิตจากผลกระทบจากเหตุการณแผนดินไหวในญี่ปุน และการปรับสูงขึ้นของแรงกดดันเงินเฟอ ก็สงผลชะลอการสงออก และการจับจายใชสอยในประเทศดวยเชนกัน  เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2554 ที่ขยายตัวไดต่ํากวาที่คาด และสัญญาณที่ออนแอของการใชจายในประเทศบางสวนในเดือนกรกฎาคม ทําใหศูนยวิจัยกสิกรไทย ประเมินวา ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในป2554 นาจะขยายตัวชะลอลงมาที่รอยละ 3.8 จากรอยละ 4.0 ที่ประเมินไวในชวงกอนหนานี้ อยางไรก็ดี คาดวา เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวไดไมต่ํากวารอยละ 4.0 ในชวงครึ่งหลังของป 2554ทามกลางแรงหนุนจากปจจัยเรื่องฐานการคํานวณเปรียบเทียบที่ต่ําในชวงเดียวกันปกอน ขณะที่ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการปรับลดราคาพลังงาน และการปรับเพิ่มรายได ที่เริ่มดําเนินการบางสวน ก็นาที่จะชวยลดทอนปจจัยลบจากความไมแนนอนของเศรษฐกิจโลกที่มีตอภาคการสงออกของไทยไปไดบางบางสวน นอกจากนี้ มาตรการลดราคาพลังงานและคาโดยสารสาธารณะของรัฐบาลที่เริ่มมีผลในชวงปลายเดือนสิงหาคมที่ผานมานั้น ยังนาที่จะชวยชะลอแรงกดดันเงินเฟอลงดวยเชนกัน โดยอัตราเงินเฟอทั่วไปในเดือนกันยายนอาจอยูในกรอบประมาณรอยละ 3.5-3.8 ชะลอลงจากรอยละ 4.29 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ผลทางอ อ มของการปรั บ ลดราคาน้ํา มั น และค า โดยสาร ก็ น า ที่ จ ะทํ า ให อั ต ราเงิ น เฟ อ พื้ น ฐานในเดื อ นกันยายน ลดระดับลงจากในเดือนสิงหาคม สําหรับภาพรวมอัตราเงินเฟอป 2554 นั้น คาดวา คาเฉลี่ยของอัตราเงินเฟอทั่วไปอาจโนมลงสูกรอบลางของประมาณการรอยละ 3.8-4.0 เนื่องจากแรงกดดันที่ชะลอลงในชวงเดือนกันยายน แมวามาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งรวมโครงการรับจํานําขาวที่จะเริ่มขึ้นในชวงตนเดือนตุลาคม2554 อาจเปนปจจัยหนุนใหอัตราเงินเฟอยังมีโอกาสปรับสูงขึ้นเดือนตอเดือนก็ตาม สวนทิศทางของอัตราเงินเฟอพื้นฐานนั้น คาดวา ความเปนไปไดที่อัตราเงินเฟอพื้นฐานจะเกินเพดานเงินเฟอเปาหมายของธปท.(กรอบรอยละ 0.5-3.0) อาจมีนอยลงในปนี้ สําหรับในป 2555 นั้น ศูนยวิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองระมัดระวังตอแนวโนมที่ไมแนนอนของเศรษฐกิจโลกที่มีตอภาคการสงออกของไทยไวเชนเดิม โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เครื่องชี้เศรษฐกิจอาจสะทอนสัญญาณที่ออนแอมากขึ้นทามกลางปจจัยทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับประเด็นการตัดลดยอดขาดดุลงบประมาณ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2555 ขณะที่ เศรษฐกิจยุโรปก็ยังคงตอ งเผชิญกั บ ปญ หาหนี้สาธารณะ และความออนแอในภาคธนาคาร อยางไรก็ดี คาดวา ผลบวกจาก373737
  • 38. มาตรการกระตุนเศรษฐกิจของรัฐบาล นาที่จะชวยหนุนจีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณรอยละ 1.5 ซึ่งทําใหอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในป 2555 อาจขยับขึ้นไปที่รอยละ 5.0 ทั้งนี้ แมวาทิศทางเศรษฐกิจดังกลาวอาจหนุนใหแรงกดดันเงินเฟอเพิ่มสูงขึ้น แตก็คงตองขึ้นอยูกับระดับความเขมขนของมาตรการที่จะถูกผลักดันสูระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอยางยิ่ง การปรับขึ้นคาแรงขั้นต่ําในชวงตนป 2555แนวโนมในเดือนถัดไป แมวาสถานการณเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปยังไมมีปจจัยบวกที่ชัดเจน แตก็คาดวา อัตราการเติบโตของการสงออกไทยในเดือนสิงหาคม 2554 นาจะอยูในระดับที่ใกลเคียงรอยละ 30.0 (YoY) โดยมีแรงหนุนจากการฟนกําลังการผลิตในญี่ปุน และความตองการสินคาเกษตรและอาหารในตลาดโลก ทั้งนี้ทิศทางการสงออกดังกลาวอาจชวยหนุนใหการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม พลิกกลับมาขยายตัวไดอีกครั้ง หลังจากที่หดตัวลงรอยละ 1.1 ในเดือนกรกฎาคม สําหรับทิศทางอัตราเงินเฟอนั้น คาดวา อัตราเงินเฟอทั่วไปอาจชะลอลงจากรอยละ 4.29 ในเดือนสิงหาคม มาอยูในกรอบประมาณรอยละ 3.5-3.8 เดือนกันยายน ตามมาตรการปรับลดราคาน้ํา มันขายปลีกในประเทศและคาโดยสารสาธารณะของรัฐ บาลขณะที่ อัตราเงินเฟอพื้นฐานเดือนกันยายน นาที่จะลดลงต่ํากวารอยละ 2.85 ในเดือนสิงหาคม383838
  • 39. Disclaimer For private circulation only. The foregoing is for informational purposes only and not to be considered as an offer to buy or sell, or a solicitation of an offer to buy or sell any security. Although the information herein was obtained from sources we believe to be reliable, we do not guarantee its accuracy nor do we assume responsibility for any error or mistake contained herein. Further information on the securities referred to herein may be obtained upon request.393939