พิธีมอบรางโครงการยุวทูตดาราศาสตร์ ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 เวลา 15.00 - 16.00 น.
ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา กรุงเทพฯ


ท่านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน
ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                        ่
ท่านปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านผู้อานวยการสถาบันวิจยดาราศาสตร์แห่งชาติ
                           ั
ท่านผู้บริหารของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านผู้มีเกียรติ น้องๆ เยาวชน และสื่อมวลชนทุกท่าน


          ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตแห่งสาธาราณรัฐประชาชนจีน
เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติมาเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีมอบรางวัลให้แก่
ผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการยุวทูตดาราศาสตร์ “ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน”
และร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะการประกวดทุกท่านในวันนี้

             การจัดโครงการยุวทูตดาราศาสตร์ ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน ในครั้งนี้
นั บ เป็ น การจั ด การประกวดขึ้ น เป็ น
ค รั้ ง แ ร ก เ พื่ อ เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ใ น
กิจกรรมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ
35 ปี แห่ ง ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า ง
ราชอาณาจั ก รไทยกั บ สาธารณรั ฐ
ประชาชนจี น โดยอาศั ย กิ จ กรรม


                                              ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   107
ความร่ ว มมื อ ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ เป็ น เครื่ อ งมื อ ในการส่ ง เสริ ม และกระชั บ
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของ
ทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่ชนะเลิศการ
ประกวดจะได้เดินทางไปทัศนศึกษา ณ เมืองลี่เจียง เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม เยี่ยมชม
เมืองมรดกโลกอันงดงาม และศึกษาความก้าวหน้าของวิท ยาการทางด้านดารา
ศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่หอดูดาวเกาเหมยกู่ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้าง
องค์ ค วามรู้ ประสบการณ์แ ละได้ มี โ อกาสถ่ า ยทอดความรู้ ประสบการณ์ และ
เรื่องราวที่ได้รับรู้และพบเห็นมายังเด็กและเยาวชนไทยต่อไป

        นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาส
สัมผัสองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ในระดับนานาชาติ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับ
เยาวชนไทย ในการนํ า องค์ ค วามรู้ ที่ ไ ด้ รั บ จากการทั ศ นศึ ก ษาที่ ส าธารณรั ฐ
ประชาชนจีน มาถ่ายทอดและส่งต่อให้แก่เยาวชนไทยทั้งประเทศ เพื่อสร้างความ
ตระหนั ก ทางด้ า นการเรี ย นรู้ วิ ท ยาศาสตร์ และการพั ฒ นากํ า ลั ง คนทางด้ า น
ดาราศาสตร์ของประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศในระดับเวทีโลกต่อไป
ได้ในอนาคต จึงนับว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในระยะยาว

                                                        ผมขอแสดงความยิ น ดี และ
                                              ขอชื่นชมในความสามารถและความ
                                              ตั้ ง ใจของเยาวชนผู้ ที่ ไ ด้ รั บ การ
                                              คั ด เลื อ กให้ เ ป็ น ยุ ว ทู ต ดาราศาสตร์
                                              ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน และผู้ชนะ
                                              การประกวดที่สามารถก้าวเข้ามาถึง


108     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
รอบชิงชนะเลิศทุกคน และขอเป็นกําลังใจให้น้องๆ ที่ได้รับรางวัลทุกคนจะมีความ
มุ่งมั่นและตั้งใจศึกษา ค้ นคว้า หาความรู้และประสบการณ์ทางด้านดาราศาสตร์
และวิทยาการแขนงต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์และเป็นที่น่าภูมิใจ
ของตนเอง ครอบครัว และสังคมต่อไป ในอนาคต

         สุ ด ท้ า ย นี้ ผ ม ต้ อ ง
ขอขอบคุณสถาบันวิจัยดารา
ศาสตร์ แ ห่ ง ชาติ สมาคม
ศู น ย์ ข่ า ว เ ย า ว ช น ไ ท ย
คณะกรรมการตั ด สิ น การ
ประกวดโครงการ และผู้ มี
ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งทุ ก ๆ ฝ่ า ย
ที่ได้มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดโครงการที่ดีและสร้างสรรค์เช่นนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง
เวทีที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน เยาวชนให้มีโอกาสแสดงความสามารถตามความ
สนใจอย่างเหมาะสม และยังมีส่วนช่วยให้เยาวชนหันมาตื่นตั วและให้ความสนใจ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีส่วนทําให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคม
แห่งการเรียนรู้ และนําเศรษฐกิจไทยก้าวไปอีกระดับอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังจะมี
ส่วนในการผลักดันให้เยาวชนไทยได้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างเหมาะสม และ
นําความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

       ขอบคุณครับ

                                              เรียบเรียงโดย : เฉลียว แสนดี


                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    109
Public Seminar : The Futures of Low-Carbon Society :
An Asia-Pacific Vision Beyond 2050
27 August 2010
Opening Remarks by
H.E. Dr. Virachai Virameteekul
Minister of Science and Technology


• Dr. Pichet Durongkaveroj,
• Distinguished Guests,
• Ladies and Gentlemen,

        It is both an honour and a pleasure for me to be here at this
important international gathering. I am here to talk about what the Ministry
of Science and Technology is doing or not doing on the issue of climate
change.




110    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
Climate change poses a real threat to us and our future hangs in
the balance. As powerful storm becomes even more powerful, severe
flooding becomes even more severe; truth is, we are facing potential
disasters threatening us more and more. This is not fiction. This is fact.
This is real science.

          Before it is too late, international co-operation, with strong will and
full determination, is needed to tackle the global issue of climate change.
So far – from Bali to Copenhagen, and recently in Bonn – the past two
years have witnessed some progress in certain areas, while in some other
areas, less progress have been made.
          This is simply unacceptable. There is so much more work to be
done if we are to come up with a mechanism to implement this common
goal towards a “low-carbon” society. And there is also so much more
progress to be made if we are to save this planet for our future generation.

         Ladies and gentlemen,
         Thailand shares the vision with other ASEAN countries in driving
the ASEAN community resilient to climate change. We have incorporated
the agenda of climate change into the national development and planning
process since 2007. These plans aim to move our economy towards a low
carbon economy by restructuring the production sector towards being low
carbon/ promoting green transportation and logistics/ remodeling the
agricultural sector to promote sustainable and organic agriculture/



                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    111
increasing the share of alternative energy, particularly renewable energy
and perhaps most importantly : changing the pattern of public consumption
towards more environmental-friendly products.

        In accordance with the national development plan, the Ministry of
Science and Technology is committed to moving Thailand towards a low-
carbon society. We are now conducting and providing supports for many
R&D projects and activities to mitigate and adapt to the impact of climate
change. They can be grouped into three main areas.

        The first area is related to the preparation for the impact of climate
change and adaptation strategies, especially for the agricultural sector.
This area of work covers a wide range of R&D projects.

                                          For example, the National
                                  Science and Technology Development
                                  Agency or NSTDA has been working on
                                  crop improvements by making our crop
                                  becoming more resilient to stresses that
                                  have tendency to increase due to climate
change, such as drought and flooding, and improve crops to become more
resistant to insects and diseases that come naturally with climate change.
Technically speaking this is done by using DNA marker-assisted breeding
in combination with conventional breeding technology. R&D in crop
improvements needs greenhouse environment, so does the cultivation of


112     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
some crop plants to give them suitable environment for optimal growth.
Therefore, NSTDA has conducted R&D on greenhouse materials,
greenhouse design for tropical plants, and environmental control system for
greenhouses.

         Another good example is the work done by the Hydro and Agro
Informatics Institute or HAII. This Institute has developed a forecasting
model for flood and drought risk analysis for 25 basins in Thailand based
on irrigation infrastructure and rainfall. In addition, through the use
telemetry technology, the Institute has also developed a flood warning
system which can be used anywhere in Thailand.

        Ladies and gentlemen,
        The second area is concerned with mathematical modeling of
climate change. This work involves the development of climate change
models that use remote sensing data such as sea surface temperature,
and geographical information. These data are provided by the satellite of
the Geo-Informatics and Space Technology Development Agency or
GISTDA and fed into the model developed by the Climate Change
Knowledge Management Center or CCKM within our ministry.

         Results from these models are very important in developing
adaptation strategies. For example, it can be used to identify “Hot Spot”
areas that are vulnerable due to high risk from climate change impact or



                                            ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   113
having low coping capacity, or both. Identifying these areas is becoming
increasingly important because they need proper management of resources
and a certain level of investment. In the future, the models can also be
used for the planning of potential reduction of greenhouse gas emissions.

         Again, HAII is currently involved in a research on wind map, and
together with the capability to trace the circulation of water in the region
using isotope hydrology research by the Thailand Institute of Nuclear
Technology or TINT, and the satellite data from GISTDA, we can make an
even more reliable prediction model of the whole system of rainfall, wind,
and temperature.

         Apart from this, we are incorporating the use of satellite imaging to
directly monitor actual change in coastal erosion and the identification of
proper areas of plantation.

         Now we come to the third area. This involves the development of
Life Cycle Assessment or LCA database, in which the Ministry of Science
and Technology, particularly NSTDA, is playing the leading role. As we all
know, LCA database can be used for many applications such as calculating
carbon footprint of a product or an organization. The LCA database also
provides a basis for further development of Life Cycle Inventory (LCI)
system or emission inventory (EI) system. The ultimate goal of this area of
work is to develop cross-cutting body of knowledge and information that are
essential for setting national target for greenhouse gases emission.


114     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
But ladies and gentlemen,
          The Ministry of Science and Technology does not limit itself only
to these in-house activities. For I am a strong believer of collaboration and
alliance, I deem it of vital importance that we reach out to other agencies to
address this very issue. In this light, we also provide R&D groundwork and
support information to the National Climate Change Committee for the
development of the National Strategy for Climate Change for 2008 – 2012.
Equally substantial is our undertaking of R&D programs to acquire a better
understanding of the impact of climate change, including the development
and collection of important indicators for policy planning and management,
as well as adaptation, development and transfer of relevant technology.

         As far as relevant technology
is concerned, the National Science
Technology and Innovation Policy
Office (STI) has been cooperating with
the Office of National Resources and
Environmental Policy and Planning
(ONEP) to establish a project on Technology Needs Assessment (TNA) for
Thailand. Assessing technology needs is the first step in making a practical
action plan in the context of the United Nations Framework Convention on
Climate Change process. In the end, we aim to have a national roadmap
for technology development and technology transfer using international
mechanisms such as Clean Technology Fund, among many others.



                                              ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   115
The ultimate goal is to accomplish Thailand’s technology
development priorities for climate change adaptation and mitigation in a
sustainable manner.

           Ladies and Gentlemen,
           Despite all these R&D programs within our ministry, there are still
many new areas to be explored and to expand on. In fact, with reference to
the report of the foresight work, capacity building at the very local level is
emphasized. This is why I have asked relevant agencies in our ministry to
seriously work closer with local leaders who are in fact our perfect and best
resource to reach out to the communities and their people. They are the
ones who will help make a difference… make a change. We should not
overlook their enormous potential in fostering innovation and adopting
appropriate technologies in order to enable the grass roots to be climate-
resilient.

         To this end, the government must facilitate the design of
technology roadmaps at the national level to allocate resources with the
focus to induce private investment accordingly, and work with local
industries and local governments to make sure that such innovation takes
place and reaches local users in the right place at the right time. The
Ministry of Science and Technology has many examples in working with
the locals such as the community water resource management by HAII,
community biodiesel by NSTDA, community zero-waste rice mill by Office



116     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
of Technology Promotion and Transfer, and the Bioplastic Initiative by
National Innovation Agency.

         I would like to specifically emphasize the work of NSTDA on
Industrial Technology Assistance Program or ITAP that has been very
successful in helping, by way of matching grants, small and medium
enterprises throughout the country to conserve energy in the local factory
production process. These are some examples that have been launched
and implemented along this strategic direction, in the spirit of Public-Private
Partnership, or PPP.




                                               ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   117
Ladies and Gentlemen,
         We should not, however, let the effort of combating climate
change hinder the attainment of the effort to fight poverty and enhance
quality of life. The choice is not between climate change and Millennium
Development Goals. We are not asking any country whether or not they
want to grow their economy; but we are asking them to find ways and
means to grow the economy with more care and love for the environment.
There is no other way forward.

         I regard this Low-Carbon Society initiative by the APEC Center for
Technology Foresight, hosted by the National Science Technology and
Innovation Policy Office, as an important joint vision statement that
responds to both the need to mitigate the impact of climate change, and to
achieve development goals at the same time. I reckon that this vision
together with its pathways to the futures of low-carbon society is
comprehensive and sustainable because it integrates, with foresight, all
imaginable aspects of life in the year 2050.

         In conclusion, ladies and gentlemen, it is important that we
unleash the creative mind of our best scientists, for we do strongly believe
that science, technology and innovation will play a powerful role to
overcome the climate change challenges. They are key to moving towards
a low-carbon society.
         Sawasdee krub.
                                          เรียบรียงโดย : ทีมงานรัฐมนตรี


118    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
บรรยายเรื่อง "แนวทางนโยบายการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์
ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี"
วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2553 เวลา 14.00 - 15.00 น
ณ ห้องประชุมสารสนเทศ อาคารบริหารชั้น 2
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

ท่านประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์
ท่านคณบดีคณะวิทยาศาสตร์
ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรี (นายสันติ สาทิพย์พงษ์)
ท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ (ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ)
เพื่อนๆ อาจารย์ และแขกผู้มเกียรติทุกท่าน
                           ี

                                                              วัน นี้ผ มดี ใจและรู้ สึก
                                             เป็ น เกี ย รติ อ ย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ ม า
                                             เยี่ยมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
                                             สุ ร นารี ซึ่ ง เป็ น มหาวิ ท ยาลั ย
                                             ที่ มี ชื่ อ เสี ย งวั น นี้ อ ย่ า เรี ย กว่ า
                                             บรรยายเรี ย กว่ า มาพู ด คุ ย กั น
                                             ดีกว่า ผมเองก็เคยเป็นอาจารย์
สอนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงระยะเวลา 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ผมได้มี
โอกาสไปเยี่ยมชมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ที่ไบเทคบางนา ผมเชื่อว่าอาจารย์
หลายคนก็มีโอกาสได้ไป และนอกจากนั้น ผมก็มีโอกาสไปเยี่ยมชมงานที่จัดขึ้น
โดยสถาบันอื่นๆ อีกหลายงาน ผมได้เห็นงานวิจัยต่างๆ ผมมีความรู้สึกส่วนตัว อยู่


                                                      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย        119
2 เรื่อง อาจจะถูกบ้างไม่ถูกบ้างก็มาลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ผมรู้สึกว่า
งานวิจัยที่ผมไปดู เท่าที่จัดในบู๊ทต่างๆ ที่ผมเห็นผมคิดว่าเรื่องที่หนึ่ง คือเรื่องโจทย์
ของประเทศ ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะยังปัญหาความไม่เข้าใจกันอยู่บ้าง เช่น โจทย์
ของประเทศโจทย์ ใ หญ่ ๆ ของเราคื อ อะไร เราสามารถระบุ โ จทย์ ใ หญ่ ๆ ของ
ประเทศเราได้ เรามั่นใจหรือเปล่าว่าเรามีนักวิจัยของเราเพียงพอ โดยเฉพาะใน
สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านนั้นๆ ผมเคยได้รับเชิญไปบรรยาย เรื่องการ
ทํางานวิจัยหลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่ผมพูดเรื่องโจทย์ ผมพูดทํานองที่ว่ามันคงต้องไป
ดูโจทย์ใหญ่ของประเทศกันว่ามีอะไร โจทย์แรกสุดก็คือโครงการพระราชดําริต่างๆ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมวงศานุวงศ์ฯ
คืออะไร เรื่องที่สองเราคงต้องไปดูก่อนนะว่าแนวนโยบายที่สําคัญของรัฐบาลคือ
อะไร เรื่องที่สามเราไปดูว่าแผนพัฒนาของสภาพัฒน์ฯ คืออะไร เรื่องสุดท้ายก็คือ
ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยคืออะไร วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาลงรายละเอียดพวกนี้
แต่ว่าเกริ่นให้ฟังว่า การที่ผมมาเป็นรัฐมนตรีและไปดูงานวิจัย เท่าที่ผมได้เห็นมา
ผมมีความรู้สึกอยู่สองอย่าง อย่างแรกก็คือผมรู้สึกว่าเรื่องโจทย์ใหญ่ของประเทศ
ที่จะมาทําเรื่องงานวิจัย เรื่อ งนี้น่าจะมาพูดคุยกันต่อไป เราควรที่จะพูดคุยเรื่อง
ต่างๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าคนที่ดีที่สุดก็คือพวกท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ที่เป็น
อาจารย์สอนหนังสือวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องที่สองผมย้ําอีกครั้ง นี่เป็นความรู้สึก
ส่ว นตั ว ของผมที่ ผ มเห็ น ผมรู้ สึก ว่ า งานวิ จั ย ที่ ผ มเห็ น ออกมาแสดงในบู๊ ท ต่ า งๆ
มีความใกล้เคี ยงกั น หรือว่ าการต่อ ยอดจากปี ที่แล้ วหรื อปีที่ ผ่านๆ มาอาจจะมี
ไม่มากนัก อาจจะเป็นเพราะความรู้อันจํากัดของผมก็ได้ เท่าที่ผมดูผมบอกได้เลย
นะครับ อย่างผมไปเห็นเรื่องงานอันนี้ แล้วผมไปอีกงานหนึ่งผมแทบจะบรรยาย
แทนได้มากพอสมควรเลย งานวิจัยอาจจะมีชื่อไม่เหมือนกัน คนทําไม่เหมือนกัน


120      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
แต่ว่าฟังดู concept แล้วมีความใกล้เคียงกันมาก อันนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวของ
ผมที่อยากจะเล่าให้ฟัง เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมได้มีโอกาสจะมาพบปะกับพวกท่าน
ผมก็เลยอยากจะขอพูดเรื่องการทําวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ งการทําวิจัยเรื่องของ
วิ ท ยาศาสตร์ ท่ า นนายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ พู ด เมื่ อ วั น อาทิ ต ย์ ที่ ผ่ า นมาหลายเรื่ อ ง
เรื่องหนึ่งที่ท่านพูดคือเรื่องของการทําวิจัย จริงๆ ท่านพูดสองเรื่อง เรื่องหนึ่งก็คือ
เรื่องของท่านรองปลัดวีระพงษ์ ได้เสนอท่านนายกเกี่ยวกับเรื่องการบูรณาการ
การทํา งานวิจัย แต่ผมจะขอไม่พูดในประเด็นนั้น แต่ผมขอพูดอีกประเด็นหนึ่ ง
ที่ท่านนายกได้ให้ความสนใจมากก็คือเรื่องของการใช้ประโยชน์จากการทํางานวิจย                 ั




และท่านพูดชัดว่าท่านอยากเห็นการใช้ประโยชน์จากการทําวิจัย เช่น ต่อยอดของ
ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าภาคชุมชนหรือภาคอื่นๆ
ไม่ มีค วามสํ า คัญ แต่ ว่า เผอิ ญท่ านนายกพู ดถึ งเรื่อ งนี้ วัน นี้ผ มก็ เลยอยากจะขอ



                                                      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย       121
อนุญาตเล่าให้ฟังถึงความคิดเห็นของผม ในเรื่องที่การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย
ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในที่นี้ผมคิดว่าจําเป็นต้อง
เชื่อมโยงกับทางด้านของภาคธุรกิจ ภาคเอกชนได้ และผมคิดว่าไม่มีใครรู้ดีในเรื่อง
นี้มากไปกว่า การที่เราไปถามภาคเอกชน ผมได้มีโอกาสพบปะกับภาคเอกชนกลุ่ม
หนึ่ง อาจจะไม่ใช่ ทั้ง หมด แต่ มีกลุ่ มหนึ่ งได้ฝากประเด็ นให้ กับ ผมมาหลายเรื่อ ง
แต่ ผ มคิ ด ว่ า ที่ อ ยากมาพู ด กั บ ท่ า นในวั น นี้ มี อ ยู่ 4 – 5 เรื่ อ งที่ มี ค วามน่ า สนใจ
เขาฝากมาเขาบอกว่า คุณมาเป็นรัฐมนตรีคุณน่าจะผลักดันพวกเรื่องต่างๆ เหล่านี้
ที่จะสามารถทําให้งานวิจัยของผมมีประโยชน์ จับต้องได้และเรื่องของการได้รับ
การยอมรับในสังคมก็จะตามมา เมื่อเกิดการใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง หลายท่าน
ที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็น นักวิท ยาศาสตร์ ต้องขอพูด ไว้ก่อ นเลยนะครับว่า การทํ าวิจั ย
ทางด้านพื้นฐานสําคัญ รัฐบาลต้องสนับสนุนเพราะเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ภาคเอกชน
คงมาสนับสนุนไม่ได้ และตรงนี้เรายังทําวิจัยไม่พอ เราก็ต้องทําวิจัยเพิ่ม เวลาที่เรา
บอกว่าอยากจะเห็นภาคเอกชนเข้ามาทํางานวิจัยตามแผนวาระแห่งชาติอันใหม่
ที่เราอยากจะเห็นภาคเอกชนมาทํางานวิจัยมากขึ้นมีสัดส่วนที่มากขึ้นมากกว่า
ภาครัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะลดบทบาทภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง
ของการทําวิจัยขั้นพื้นฐาน แต่ว่าวันนี้เรามาเซ็ตพารามิเตอร์ให้ชัดว่าสิ่งที่ผมอยาก
พูดกับท่านในวันนี้คือเรื่องของการใช้ประโยชน์จากการทําวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
งานวิจั ย ด้า นวิท ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวั ต กรรม ที่ จ ะนํ า ไปก่ อประโยชน์
ทางด้านเศรษฐกิจ ประเด็นที่ฝากมาบางเรื่องก็เข้าตัวผมโดยตรง บางเรื่องก็จะเป็น
เรื่องของพวกเราทุกคน ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ เรื่องแรกสุดที่ผมจะพูดถึงที่
ทางภาคเอกชนฝากมา เขาพู ดถึ ง เรื่ อ งของปัญ หา มุ ม มองแนวคิ ด และการให้
ความสําคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่อเรื่องของวิทยาศาสตร์ คําถามล่าสุด


122       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ก็คือผู้นําประเทศสูงสุดได้ให้ความสําคัญกับทางด้านของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และนวั ต กรรมแค่ ไ หน ผมตอบได้ เ ลยว่ า ทางด้ า นท่ า นนายกรั ฐมนตรี อ ภิ สิ ท ธิ์
เวชชาชี ว ะ ท่ า นเป็ น นายกรั ฐ มนตรี ที่ ผ มพู ด ได้ เ ลยว่ า ให้ ค วามสํ า คั ญ
ด้านวิทยาศาสตร์มากกว่ารัฐมนตรีท่านอื่นๆ ที่ผ่านมาหลายท่านในอดีต ผมเองก็มี
โอกาสทํางานการเมืองกับนายกหลายท่าน แต่ละท่านก็จะมีมุมมองในเรื่อ งที่จะ
                                                  เน้ น จะทํ า ไม่ เ หมื อ นกั น แต่ ท่ า น
                                                  นายกอภิ สิ ท ธิ์ ไ ด้ ใ ห้ ค วามสํ า คั ญ
                                                  กับเรื่องวิทยาศาสตร์ ก่อนที่ผมจะ
                                                  มาเป็น รั ฐมนตรี ว่ าการกระทรวง
                                                  วิทยาศาสตร์ฯ ท่านพูดกับผมเรื่อง
                                                  หนึ่ ง ซึ่ ง ผมก็ ไ ด้ มี โ อกาสคุ ย กั บ
ผู้บริหารกระทรวงหลายครั้งแล้วว่าคุณจะทําอย่างไรให้การบูรณาการทางด้านการ
วิจัยเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีประโยชน์สูงสุด เพราะคุณก็รู้ว่างบประมาณ
ของประเทศเราไม่มีมากมายขนาดนั้น ให้ใช้งบเท่าที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ อันนี้
ผมตอบได้ ว่ า ท่ า นนายกให้ ค วามสํ า คั ญ เกี่ ย วกั บ เรื่ อ งของวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยีมาก

                เรื่องต่อมาที่เขาอยากจะพูดถึงอาจจะเกี่ ยวข้องกับตัวผมโดยตรงแต่ว่า
สิ่ ง นี้ ต้ อ งใช้ ร ะยะเวลาผ่ า นไปแล้ ว ก็ ต้ อ งกลั บ มาดู เขาบอกว่ า อยากเห็ น
รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ เป็ น คนที่ มี ศั ก ยภาพที่ จ ะเชื่ อ มโยง
และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ ผมย้ําอีกครั้งนะครับว่า กลุ่มที่ผมพูดด้วยนี่มาจาก
ภาคเอกชน เพราะฉะนั้นมุมมองเขาก็จะเน้นไปในด้านนี้ ถ้าท่านพูดกับพวก NGO


                                                      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย       123
เขาก็อยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความสําคัญใน
เรื่องการต่อยอดเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เรื่องของการที่จะแก้ปัญหาใน
เรื่องของความเหลื่อมล้ําทางสังคม เขาอยากเห็นรัฐมนตรีที่จะสามารถเชื่อมโยง
และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เรื่องต่อไปที่เขาพูด เขาก็บอกว่า ทั้งนายกรัฐมนตรี
ทั้งรัฐมนตรีเดี๋ยวมาเดี๋ยวก็ไป คือจะทํายังไงให้มันยั่งยืนได้ เขาก็บอกว่าอยากเห็น
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม อยู่ในหน้าแรกคําใหญ่ๆ เลยอยู่ในแผนของ
สภาพัฒน์ฯ อันนี้มันจะเป็นเครื่องการันตีว่าพวกคุณอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร เราจะ
เดินไปในแนวทางอย่างนี้ ผมว่าสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องที่สะท้อนมุมมองว่า ภาคเอกชน
อยากเห็นเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราพยายามให้ความสนใจ
และผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย เรื่องที่สองที่เขาพูด
ถึงก็คือเรื่องของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการทําวิจัยพูดให้
ชัดไปกว่านี้เลยนะครับ เขาตั้งใจที่จะเน้นในเรื่องของคนและบุคลากร บางคนก็
บอกว่าทําไม่ได้ แต่มีมหาวิทยาลัยบางแห่งทําได้ เรื่องแรกที่เขาพูดถึงเลย คือเขา
อยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้นักเรียนทุน และนักวิจัยภาครัฐให้สามารถทําวิจัย
ร่วมกับภาคเอกชน อันนี้ย้อนมาที่มหาวิทยาลัยของท่าน พวกท่านทั้งหลายที่เป็น
อาจารย์ ผมเข้าใจนะครับว่าบางแห่งสามารถทําเรื่องนี้ได้ คือท่านปล่อยให้นักวิจัย
ของท่านออกมาทํางานกับภาคเอกชน ทําเสร็จแล้วเขาก็สามารถที่จะเอาความรู้
ต่างๆ กลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยเดิมได้และตรงนี้กลุ่มภาคเอกชนเขาเชื่อว่าจะ
เป็นกลไกที่ดีที่สุด ในการที่จะสามารถเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะเป็น
กลไกที่ดีที่สุดคือ ทําให้นักวิจัยของเราสามารถตั้งโจทย์และทํางานวิจัยเชื่อมโยง
กับภาคธุรกิจเพื่อไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ อีกเรื่อง
หนึ่งที่เขาพูดถึง ยังอยู่ภายใต้แนวความคิดที่ใกล้เคียงกัน ก็คือเรื่องของนักเรียน


124     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ทุน เขาก็อ ยากที่ จะเห็ นนั ก เรี ยนทุน เวลากลับ มาแล้ว แทนที่ จะกลั บมาทํ างาน
ภาครัฐโดยตรงก็สามารถทํางานกับภาคเอกชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนทุน
ที่ทํางานอยู่ต่างประเทศอยากจะเปิดช่อง ให้เขาสามารถที่จะทํางานในต่างประเทศได้
สักระยะเวลาหนึ่ ง และตรงนี้ให้คิ ดถึงเรื่องของสิท ธิประโยชน์ ระยะเวลาในการ
ทํ า งานด้ ว ย สิ่ ง นี้ ผ มคิ ด ว่ า สํ า คั ญ ในความเห็ น ส่ ว นตั ว ของผม คื อ คนที่ จ บกลั บ
มาแล้วหรือคนที่เพิ่งจบมา ถ้ากลับมาทํางานในประเทศไทยก็จะกลายเป็นสภาพ
การทํ า งานอี ก แบบหนึ่ ง แต่ ถ้ า ท่ า นสามารถเปิ ด โอกาสให้ กั บ เขาทํ า งานใน
ต่า งประเทศได้ ใ นเรื่ อ งที่ เ ขาทํ า อยู่ ผมคิ ด ว่ า จะสามารถได้ ค วามรู้ อี ก มากมาย
มหาศาลก่ อ นกลั บ มาประเทศไทย อี ก เรื่ อ งหนึ่ ง ที่ เ ขาพู ด ถึ ง สิ่ ง นี้ก็ จ ะเกี่ ย วกั บ
มหาวิทยาลัยโดยตรง อาจจะไม่เกี่ยวกับนักวิจัยโดยตรง แต่เกี่ยวกับเขาอยากเห็น
การจัดตั้งศูนย์วิจัยร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนและที่เขาอยากเห็นอยากให้
มันตั้งอยู่ใน Science park ตั้งอยู่ในที่ที่มันมีมหาวิทยาลัยที่มีนักวิทยาศาสตร์
นักวิจัยที่มาช่วยพัฒนาตรงนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่ องที่ผมเอง ท่านปลัดฯ ท่านรองปลัดฯ
ก็กําลังผลักดันอยู่ในเรื่องของอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่จะเน้นในเรื่องของ
นิคมการทําวิจัย ก่อนที่ผมเข้ามาในห้องนี้ก็มีอาจารย์ หลายท่านเข้ามาพูดกับผม
เรื่องนี้ว่าเราจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร เท่าที่ผมคุยกับท่านปลัดฯ เมื่อไม่ กี่วันมานี้
เข้าใจว่าเรื่องนี้ประมาณไม่เกินเดือนพฤศจิกายน เราจะมีความคืบหน้าบางอย่าง
เข้า ครม. เพื่อรับการพิจารณาเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรจะรอถ้าตั้งใจจะทํา
ประเด็นที่ผมพูดถึงประเด็นที่สองในความรู้สึกส่วนตัวผม ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่
สําคัญมาก เป็นเรื่องที่ควรจะผลักดันในระยะสั้นและผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง
กับพวกท่านโดยตรง ในฐานะที่อยู่ในประชาคมวิจัย แวดวงคณาจารย์ก็คือในเรื่อง
ตัวนักวิจัย นักเรียนทุน ในเรื่องของศูนย์การวิจัย เรื่องที่สามเป็นเรื่องปัญหาที่


                                                         ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย         125
ละเอียดอ่อนมากๆ และผมเชื่อว่า รมว.วท. ทุกคนก็ไม่อยากพูดถึง แต่เป็นเรื่องที่
สําคัญและต้องทํา คือเรื่องของเงินทุน เรื่องของงบประมาณทางด้านการทําวิจัย
ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งเลยว่าทุกคนที่มาเป็น รมว.วท. รวมถึงตัวผมด้วย ทุกคนมีความ
พยายามที่จะผลักดันงบประมาณในเรื่องที่จะสนับสนุนการทําวิจัย อย่างในแง่ของ
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เอง ท่านรองปลัดฯ ก็บอกผมว่างบประมาณส่วนใหญ่ที่
ตั้งอยู่ในสํานักงานปลัดฯ มากกว่าพันล้าน ประมาณพันห้าร้อยล้าน เราใช้ในเรื่อง
ของนั ก เรี ย นทุ น นั ก เรี ย นทุ น ก็ ไ ด้ ค วามรู้ ใ หม่ ก ลั บ มา ที่ อ ยากจะพู ด ก็ คื อ ว่ า
ทุกรัฐมนตรีผลักดัน สนับสนุนงบประมาณเรื่องการทํางานวิจัย เรามาดูความเป็น
จริงของประเทศไทย ในเรื่องการจัดทํางบประมาณ คือบังเอิญที่พวกท่านทั้งหลาย
และผมไม่ได้นั่งอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ วิธีคิดหรืออะไร บางทีแตกต่างกัน
จะไปบอกว่าเขาผิดผมไม่อยากพูดอย่างนั้น จะไปบอกว่าเขาไม่ถูกก็จะไปพูดอย่าง
นั้นไม่ได้ เขาก็มีการจัดลําดับความสําคัญของเขาว่าอะไรสําคัญก่อน อะไรสําคัญ
หลัง ก็เอาเป็นว่าในเรื่องของการจัดทํางบประมาณก็จะพยายามผลักดันให้ได้รับ
งบประมาณที่มากขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็พยายามพูดถึงตัวเลขที่เป็นสัดส่วนต่อ
GDP ซึ่ง อัน นั้น เป็น แผนระยะยาว รัฐมนตรีทุก คนที่ม าทํา งานตรงนี้ ก็มีห น้า ที่
ผลักดันสิ่งที่รัฐมนตรีได้ประกาศเป็นนโยบายเอาไว้ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะพูดที่
สําคัญกว่า แล้วก็เป็นสิ่งที่ภาคเอกชนเขาพูดถึงมาก และดูเหมือนจะมากกว่า เรื่อง
งบประมาณโดยตรงด้วยซ้ํา ก็คือเรื่องของการหักสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ
อย่างตอนนี้เราให้ 200 % และเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง สวทน. ก็ได้ทําแผนขึ้นมาผลักดัน
ให้คณะกรรมการไปเรียบร้อยแล้ว เราต้องการที่จะลดหย่อนภาษีตรงนี้ไปถึง 300 %
ของการทําวิจัย ตรงนี้ผมก็คิดว่าเป็นความคืบหน้าในระดับหนึ่ง ความคืบหน้าที่
สําคัญกว่านั้น ก็คือการที่เราจะสามารถบังคับในสิทธิประโยชน์นี้ ได้อย่างจริงจัง


126       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
อันดับต่อไปคือเขาอยากเห็นภาครัฐและเอกชนจับมือกันจัดตั้งกองทุนทางด้าน
R&D และก็มีความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่าเมื่ อจัดตั้งกองทุนนี้แล้ว เวลาภาคเอกชน
เอาเงินเข้ามาใส่ตรงนี้แล้วลดหย่อนภาษีได้เลยหรือไม่ คือไม่ต้องไปใช้ระยะเวลา
2 - 3 ปี หลังจากไปวิจัยและพัฒนาแล้ว อันนี้ก็ฝากไว้ ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่เป็น
ผู้นําในแวดวงวิชาการก็ฝากช่วยกันคิด เขาก็บอกว่าถ้าทําอย่างนี้ได้เอกชนใส่เงิน
เข้ามาได้เลย จะเจาะจงเป็นเรื่องๆ หรือว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เลยก็ ได้ ยกตัวอย่าง
เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี คือเขาใส่เงินเข้ามาเลย กองทุนนี้ทําเรื่องของปิโตรเคมี
                                                           อะไรก็ ไ ด้ ห รื อ ไม่ ก็ จ ะ
                                                           เป็นบางเรื่องของปิโตร
                                                           เค มี อั น นี้ ก็ แ ล้ ว แ ต่
                                                           อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า
                                                           สํ า คั ญ ม า ก แ ล ะ มั น
                                                           เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร
                                                           ทํางานของผม ซึ่งอันนี้
                                                           ผมจะต้ อ งพู ด คุ ย กั บ
รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ คือเขาบอกว่าถ้ารัฐบาลเพิ่ม งบประมาณการทํา
วิจัยได้ก็ดี ถ้าเพิ่มไม่ได้เอาอันที่คุณเคย commit ไว้ได้หรือไม่ว่าคุณเคยบอกว่า
จะต้องทําอยู่แล้ว คุณทําให้ได้ตอนนั้น ยกตัวอย่างเช่น รัฐวิสาหกิจ คุณกําหนดไป
เลยว่ า คุ ณ จะต้ อ งใช้ ง บประมาณในการวิ จั ย พั ฒ นาเท่ า ไร เป็ น กี่ เ ปอร์ เ ซ็ น ต์
ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาบอกว่ามี 3 % ผมคิดว่าอันนี้ค่อนข้างน่าสนใจ มันไม่ได้ใช้งบประมาณ
อะไรเพิ่ม เพียงแต่เกลี่ย งบประมาณที่ต้องทําอยู่แล้ วในรัฐวิสาหกิจ ตัดออกมา
สมมุติว่า 3 % ทันทีไม่ได้ไม่เป็นไรคุณบอกมา รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งให้คุณทําแผนมา


                                                     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      127
ว่าเมื่อไรคุณจะถึง 3 % คือปีนี้อาจจะไม่ได้ขอ 3 ปีได้ไหม หรืออย่างช้าสุด 4 ปี
ผมว่าสิ่งนี้ค่อนข้างน่า สนใจ อาจจะไม่ได้เป็นความคิดอะไรที่ใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จับต้องได้

            เรื่องต่อไปจะพูดถึงปัญหาด้านนโยบายและโครงสร้างขององค์กร อันนี้
ผมรู้สึกว่ าภาครั ฐ คนที่ ทํา งานวิ จั ยในแวดวงของรัฐจะค่ อนข้า งให้ ความสํา คั ญ
ในเรื่องนี้ และสิ่งที่ผมไปพูดกับภาคเอกชน เขาคิดว่าเป็นปัญหาและอยากให้แก้ไข
แต่เขาไม่รู้จะไปคุยอย่างไรก็ฝากลองไปคิดกันดู อย่างตอนนี้เรามีหน่วยงานวิจัย
หรือที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย จะพูดง่ายๆ จะแบ่งเป็น 4 ระดับ ในระดับแรกเป็นเรื่อง
ทิศ ทางของนโยบายซึ่ งตอนนี้ เ รามี วช. เป็น หลัก และถ้า เราลงไปแต่ ละสาขา
ยกตัวอย่างเช่น วิทยาศาสตร์ เราก็จะมี สวทน. เป็นตัวหลัก ในเรื่องอื่นเขาก็จะมี
ตัวอื่นเป็นหลัก ระดับที่สองหน่วยงานที่ให้ทุนหน่วยงานที่สนับสนุนต่างๆ ตอนนี้ก็
มีความคืบหน้าระดับหนึ่ง คือตอนนี้ทุกสองเดือนทางสํานักงาน สวทน. มานั่งกิน
ข้าวกินกาแฟและสิ่งที่เขาพยายามจะทํา สิ่งแรกที่เขาทําได้จะเป็นก้าวแรกที่สําคัญ
ที่ผ่านมาเขากําลังจะทําเรื่องฐานข้อมูล ซึ่งเรื่องนี้ทางเลขาธิการ วช. หรือท่านรอง
ปลัดฯ วีระพงษ์ ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก เรื่องที่สามคือหน่วยงานที่ทําวิจัย
ต่างๆ พวกท่านทั้งหลายส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ที่อยู่มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึง
หน่วยงานในภาครัฐอื่นๆ รวมถึงหน่วยงานในภาคเอกชน และเรื่องที่สี่ที่ผมคิดว่ามี
ความสําคัญอย่างยิ่งเลย ก็คือหน่วยงานที่จะมาใช้ประโยชน์จากการวิจัย ถ้ าท่าน
มาดูโครงสร้างต่างๆ ที่ผมพูดอาจจะพูดไม่หมดด้วยซ้ํา แต่ของผมคิดว่ามีสี่เรื่อง
นี่แหละ เรื่องนโยบาย เรื่องสนับสนุนให้ทุน เรื่องหน่วยปฏิบัติที่ทํางานวิจัย และผู้ที่
ใช้ประโยชน์จ ากการวิจัย ในแต่ละเรื่องท่ านจะบู รณาการ การทํางานของท่า น



128     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
อย่ า งไร บางเรื่ อ งก็ เ กี่ ย วกั บ หลายเลเยอร์ ม าก สิ่ ง นี้ ท่ า นจะทํ า อย่ า งไร
ซึ่ ง ภาคเอกชนเขาก็ ฝ ากมาถามว่ า สามารถจะบู ร ณาการโครงสร้ า งองค์ ก ร
ของหน่ว ยงานที่ทํ าวิ จัย ก็จ ะเป็ นประโยชน์ มาก และอีก เรื่ องหนึ่ งพู ดถึ งในด้ า น
โครงสร้าง แต่ย้ําอีกทีอันนี้ฝากมาจากภาคเอกชน เขาก็บอกว่าถ้าเป็น ไปได้ อยาก
ให้ท่านนายกมากํากับดูแลงาน ทางด้านการวิจัยโดยตรง ไม่ใช่มอบท่านรองนายก
และก็มีข้อสังเกตต่อไปอีกว่า ถ้ามอบท่านรองนายก อันนี้ผมพูดในเชิงหลักการ
ไม่ได้พูดเชิงตัวบุคคล ขอไม่ให้มอบรองนายกที่ดูแลด้านสังคมได้หรือไม่ ขอให้
มอบรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ พวกที่เข้ามาคือภาคเอกชน ภาคธุรกิจ
เขาก็อยากจะเห็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านไปถามคนอีกกลุ่มหนึ่ง เขาก็อาจจะไม่
เห็นด้วย การที่เราจัดให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อยู่ในสายงานก็มีประวัติศาสตร์
มีความเป็นมา มีเหตุผลของมัน ไม่ใช่ว่าไม่ถูกต้อง ขึ้นอยู่กับมุมมองเพราะว่าเป็น
มุมมองด้านโครงสร้าง เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากพูดถึง เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวท่านมาก
คือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา พูดถึงเรื่องที่เขาอยากเห็น พูดถึงเรื่องการมาทํางาน
ร่วมกันและใครเป็นเจ้าของสิทธิประโยชน์ตรงนี้ มุมมองก็เลยต่างกัน ในส่วนของ
มหาวิทยาลัย ท่านอาจจะต้องการความเป็นเจ้าของ เพื่อที่ท่านจะสามารถไปต่อ
ยอดงานวิจัยของท่านได้ต่อไปและเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับสาธารณะ แต่ว่าใน
ด้านของเอกชน เขาอาจจะต้องการความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ไปต่อยอดแต่เพื่อไป
ผลิตหรือปรับปรุงสินค้าของเขา และเขาก็ไม่ต้องการเผยแพร่เพราะเป็นความลั บ
ทางธุรกิจ ตรงนี้ต้องหาจุดสมดุลที่ดี ผมอยากเห็นทําวิจัยมาแล้วก่อให้เกิดสิทธิบัตร
หรือทรัพย์สินทางปัญญา ผมอยากที่จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ ผมว่าอันนี้ทาง
มหาวิทยาลัยก็ต้องคิดเหมือนกันว่าจะทํากันอย่างไร เท่าที่ผมเห็นว่าในประเทศ
ไทยมีรูปแบบหลากหลายมาก ใช้ดุลพินิจมากพอสมควร หลักๆ วันนี้ที่อยากมาคุย


                                                   ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      129
ก็ เ ป็ น เรื่ อ งของการวิ จั ย
                                                               อ ย่ า ง ที่ ผ ม พู ด ท่ า น
                                                               นายกรั ฐ มนตรี ท่ า นเน้ น
                                                               ในเรื่ อ งของการวิ จั ย และ
                                                               บั ง เอิ ญ เมื่ อ วั น อาทิ ต ย์ ที่
                                                               ผ่ า นมา ท่ า นบอกว่ า ทํ า
                                                               อย่ า งไรที่จ ะใช้ป ระโยชน์
จากการวิ จั ย ให้ ม ากที่ สุ ด และท่ า นก็ เ น้ น ถึ ง การต่ อ ยอดภาคเอกชนเพิ่ ม ขี ด
ความสามารถในด้านการแข่งขันของประเทศ ผมก็เลยขออนุญาตนําความคิดเห็น
ของบางกลุ่มในภาคธุรกิจ ซึ่งเขาสะท้อนมาให้ผมยี่สิบกว่าเรื่อง แต่ผมยกมาแค่
ห้าเรื่องที่ผ มคิด ว่ามั นมี ความสํา คัญ เรื่ องที่ อยากจะฝากไว้ให้ ท่านช่ว ยคิด เป็ น
พิเ ศษเลย ก็ คื อ ความร่ ว มมือ ภาครั ฐภาคเอกชน ในเรื่ อ งการทํ าวิ จั ย เรื่ องของ
บุค ลากร ตรงนี้ผ มคิด ว่ าถ้ าทํ า ตรงนี้ไ ด้ ดีจ ะเห็ นผลเลยภายใน 10 ปี วั น นี้ต้ อ ง
ขอขอบคุณนะครับ สิ่งที่ผมมาพูดเชื่อว่าทุกท่านทั้งหลายคงจะมีความรู้มากกว่าผม
แต่ครั้งนี้ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
นี่คือสิ่งที่ผมเห็นเมื่อ 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ผมไปดูงานต่างๆ มีมุมมองเรื่องการ
วิจัยและได้คุยกับภาคเอกชนบางส่วนและนํามาเล่าให้ฟังแต่ขอย้ําอีกที ผมก็คุยกับ
NGO ภาคประชาสังคม ผมก็คุยกับอาจารย์อย่างท่าน แต่วันนี้เอามุมมองอันนี้มา
สะท้อนให้พวกท่านฟัง ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง

           ขอบคุณครับ

                                                         เรียบเรียงโดย : เฉลียว แสนดี


130       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
งานแถลงข่าว “ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทย”
วันพุธที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 10.00 – 11.30 น.
ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ


          พิ ธี ก ร : ขอเรี ย นเชิ ญ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยี ดร. วี ร ะชั ย วี ร ะเมธี กุ ล ได้ ก ล่ า วถึ ง ความสํ า คั ญ ในการผลั ก ดั น
“ศูนย์ฯ เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทยและของเอเชียด้วยค่ะ”

             รมว.วท. : บั ง เอิ ญ กระทรวงวิ ท ย์ ฯ เราโชคดี น ะครั บ เรามี ท่ า นปลั ด
สุจินดาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเซรามิกและเรื่องแก้ว ทําให้ผมได้รับรู้รับทราบถึง
เรื่องของอุตสาหกรรมแก้วมาบ้างพอสมควร จริงๆ แล้วแก้วมีคุณสมบัติที่สําคัญๆ
หลายประการแต่ ผ มอยากขอใช้
โอกาสนี้ พู ด ถึ ง คุ ณ สมบั ติ ที่ สํ า คั ญ
เพี ย งแค่ ป ระการเดี ย ว ซึ่ ง ผมคิ ด ว่ า
เหมาะกั บ เรื่ อ งที่ กํ า ลั ง เกิ ด ขึ้ น ใน
ปั จ จุ บั น นั่ น ก็ คื อ แก้ ว ถื อ เป็ น วั ส ดุ ที่
เป็นมิ ตรต่ อสิ่งแวดล้ อม สามารถนํ า
กลับมารีไซเคิลได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเราไปดูวัสดุที่ใช้ในชีวิตประจําวั น
ต่างๆ ผมคิดว่ามีวัสดุน้อยมากที่จะมีคุณสมบัติเช่นนี้ ถ้ามาพูดถึงเรื่องความสําคัญ
ของเรื่องอุตสาหกรรมแก้วในวีดีทัศน์ได้พูดไปแล้ว บางประการผมขอยกตัวอย่าง
2 – 3 เรื่อง




                                                    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      131
ในเรื่องแรก ”อุตสาหกรรมแก้ว ” ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สําคัญของ
ประเทศมีมูลค่าการส่งออกไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาทและที่สําคัญมีแนวโน้มที่
จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไปในอนาคต คํา ว่า “ก้า วกระโดด” ในที่นี้ไ ม่ไ ด้
หมายถึง เติ บโตไปเพีย ง 10 เปอร์เ ซ็น ต์ 15 เปอร์ เซ็ นต์ แต่ ว่า อาจจะเติบ โตถึ ง
30, 40, 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยอันนี้คือเรื่องที่หนึ่ง

                                                  เรื่องที่สอง “อุตสาหกรรมแก้ว”
                                        หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าอุตสาหกรรม
                                        แก้วถือเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ
                                        อุ ต สาหกรรมที่ สํ า คั ญ ๆ ในประเทศ
                                        หลายอุตสาหกรรมเลยไม่ว่าจะเป็นใน
                                        เรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรม
เครื่องใช้ไฟฟ้า ท่านลองไปดูเกือบทุกอย่างมีแก้วทั้งนั้น

         และเรื่อ งสุ ดท้ า ยที่อ ยากจะพู ดในที่ นี้ คื อ “อุต สาหกรรมแก้ ว ” ถื อ เป็ น
อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก ซึ่งตรงนี้มีหลายมุมมองแต่ถ้ามุมมองของ
ผมซึ่งเป็นรัฐบาลผมถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญเพราะว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิด
การจ้างงานมาก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่จ้างงานเสร็จแล้วก็จะมีเรื่องของการ
กระจายรายได้ หลักๆ ก็สามสี่เรื่องครับ

         พิธีกร : ค่ะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนะคะ เรื่องของการรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์
จากอุ ต สาหกรรมแก้ ว มู ล ค่ า การส่ ง ออกไม่ ต่ํ า กว่ า 20,000 ล้ า นบาทต่ อ ปี
มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมายและการใช้งานก็จะเยอะ ถ้าอุตสาหกรรมนี้โต



132      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ท่านบอกว่าแนวโน้มสดใสในการเติบโตนั้นมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย
ที่นี้ บทบาทของสื่อนี้ในการทําหน้าที่และการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตใน
มุมมองของท่านรัฐมนตรีในแนวนโยบายตรงนี้เป็น อย่างไรคะ

            รมว.วท. : กระทรวงวิทย์ฯ
โชคดีคือเรามีปลัดกระทรวงซึ่งมา
จากอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ
เก่า ผมขอตอบคําถามนี้ในสองมิติ
ว่ า ใ น ปั จ จุ บั น แ ล้ ว ท า ง ก ร ม
วิทยาศาสตร์บริการทําอะไรไปแล้ว
บ้างและกรมวิทยาศาสตร์บริการกําลังจะทําอะไรต่อไปในอนาคต หลังจากที่เรามี
ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของประเทศไทยและของอาเซียน คนส่วนใหญ่คง
ไม่ทราบว่ากรมวิทยาศาสตร์บริการถือว่าเป็นกรมหลักของกระทรวงวิทย์ฯ ของเรา
เลยนะครับ เป็นกรมที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ
แก้ว แต่ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักบทบาทมากๆ เลยจะเป็นเรื่องมิติของการวิเคราะห์
การทดสอบ ซึงในวีดีทัศน์มีพูดไปแล้วนะครับ เราดูเครื่องมือที่มาทดสอบเรื่องแก้ว
                  ่
มีราคาค่อนข้ างแพงถ้าให้ เอกชนบริษัท ใดบริษัทหนึ่ง มาลงทุน ตรงนี้อาจจะยั ง
ไม่คุ้ม และอันที่สองคือในเรื่องของห้อง LAB ที่จะมาใช้ในการทําการทดลองจําเป็น
จะต้องได้รับการรับรองจากมาตรฐานจากระดับนานาประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้
เป็ น หน้ า ที่ ข องรั ฐ บาล เป็ น หน้ า ที่ ข องกระทรวงวิ ท ย์ ฯ เป็ น หน้ า ที่ ข องกรม
วิทยาศาสตร์บริการที่จะให้บริการเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้ว กรมวิทยาศาสตร์บริการมี
มิติอื่นๆ อีกซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยทราบมากนัก นั่นก็คือเรื่องของการวิจัย การ


                                                     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      133
พัฒนา จริงๆ แล้วตรงนี้เราก็ทําอยู่แต่ว่าที่ทํามาในอดีตอาจเป็นเรื่องของ in house
มากกว่ า เป็ น เรื่ อ งการทํ า วิ จั ย ภายในนะครั บ อั น นี้ คื อ สิ่ ง ที่ เ ราทํ า มาในอดี ต
ในปัจจุบันหลังจากที่เรามีศูนย์เชี่ยวชาญ แห่งแรกด้านแก้วแล้วนะครับบทบาทที่จะ
ทําต่อไป

                                                      1 ) ศู น ย์ เ ชี่ ย ว ช า ญ
                                            คุณอลิ ศราพูด ไปแล้ ว ว่า เป็ นศู น ย์
                                            เชี่ ย วชาญด้ า นแก้ ว แห่ ง แรกของ
                                            ประเทศไทยและของอาเซียนด้วย
                                            ตรงนี้จะมีประโยชน์กับที่คนค้าขาย
                                            กั บ เรา ทํ า ให้ มี ค วามมั่ น ใจมาก
ยิ่งขึ้นในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานแก้วของเรา ที่นี้ถามว่าจะทําอย่างไรต่อไป
ในอนาคต อันหนึ่งที่เราจะทําเรื่องของการวิเคราะห์ การทดสอบต่อไป เพียงแต่ว่า
ตอนนี้ศูนย์ฯ เชี่ยวชาญแห่งนี้ได้รับมาตรฐานจาก BAS ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็น
ที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ การที่เราจะวิเคราะห์ ทดสอบอะไรต่อไปจะมีความ
มั่นใจยิ่งขึ้น

           2) เรื่องการวิจัยและพัฒนาตรงนี้ผมอยากเน้นย้ําให้ความสําคัญเป็น
พิเศษ ผมได้คุยกับผู้บริหารของกระทรวงฯ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆ ว่า
ผมอยากเน้นย้ําในเรื่องการทําวิจัย การตอบโจทย์อย่างในกรณีนี้ตอบโจทย์ของ
ภาคเอกชนได้ ภาคชุมชนได้ ซึ่งตรงนี้ต้องลงในรายละเอียดว่าในชุมชนเราจะทํา
อะไร ในเอกชนเราจะทํ า อะไร ส่ ว นเรื่ อ งต่ อ ไปซึ่ ง เป็ น เรื่ อ งที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั น คื อ
หลังจากที่เราทําการวิเคราะห์ เราทําการตรวจสอบแล้ว เราก็หวังว่าเวลาวิเคราะห์


134      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ไปแล้ วอาจจะมีปั ญหาขึ้น มา เราก็ห วัง ว่ าเราจะให้ บริ การในลัก ษณะที่ เป็ นเชิ ง
แนะนําได้นะครับ พอวิเคราะห์มาแล้วมีปัญหาอย่างนี้กรมวิทยาศาสตร์บริการเข้า
มาเป็น Partner กับผมช่วยแก้ปัญหาหลักๆ ก็ประมาณสองสามเรื่องนี้ครับ

        พิธีกร : วิเคราะห์เพื่อตอบ รู้จักพัฒนาที่ท่านเน้นว่าจะต้องตอบโจทย์ทั้ง
ภาคอุตสาหกรรม ทั้งชุมชนด้วยและการแก้ไขปัญหา สิ่งที่ท่านคาดหวังอยากจะ
เห็นแนวทางการดําเนินการของศูนย์ฯ นี้มีอะไรบ้างคะ

          รมว.วท. : ความคาดหวั ง ของผมคิ ด ว่ า ปั จ จุ บั น ศู น ย์ ฯ แห่ ง นี้ ถื อ เป็ น
ศูนย์ฯ แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตต่อไป
ข้างหน้าในอนาคต ทางกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทย์ฯ อยากเป็นส่วน
หนึ่งที่อยากเห็นอุตสาหกรรมนี้เติบโตไปได้ในอนาคตซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายที่
ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านพูดอยู่เสมอว่าอยากให้การวิจัย การ
                                                 พัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
                                                 เรื่องของวิทยาศาสตร์มาเป็น
                                                 ส่ ว น ห นึ่ ง ใ น ก า ร เ พิ่ ม ขี ด
                                                 ความสามารถในการแข่งขัน
                                                 ของประเทศ และนี่คือเหตุผล
                                                 ของความคาดหวั งของพวก
                                                 เราทุกคนว่าหลังจากที่เรามี
ศูนย์ฯ อันนี้แล้วเราจะสามารถมาช่วยภาคเอกชนในการพัฒนาศักยภาพของพวก
ท่านทั้งหลายได้ครับ



                                                      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย       135
พิธีกร : เป็นส่วนหนึ่งที่จะทําให้อุตสาหกรรมเติบโตค่ะ ขอบพระคุณท่าน
รัฐมนตรีค่ะ เรียนถามท่านอธิบดีบ้างนะคะ อย่างที่เราได้ชม VTR ตั้งแต่ปี 43 เรามี
ห้องปฏิบัติการแก้วและทําหน้าที่เรื่องนี้มาตลอดจนวันนี้มาเป็นศูนย์ฯ อยากให้
ท่านเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมาเราได้ทํางานอย่างไรบ้าง

          อวศ. : ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปหมดแล้วนะครับซึ่งค่อนข้างจะ
ครอบคลุม ในส่วนของการจัดตั้งเป็นศูนย์ฯ เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกของไทยคือเดิม
ทีเดียวปี 2543 เราได้จัดตั้งโครงการห้องปฏิบัติการแก้ว ประจวบกับเรามีบุคลากร
ที่จบปริญญาเอกและปริญญาโทด้านนี้ อีกประเด็นหนึ่งก็คือในช่วงนั้นเราได้มีการ
ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบงานวิจัยและให้คําปรึกษาแนะนําเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งปี 2551 – 2553 ทางกรมฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลให้
มาจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ที่ค่อนข้างมีราคาแพง ค่อนข้างจะครบ ดังนั้นการบริการ
ของเราจะบริการค่อนข้างจะครบวงจรทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นงานทดสอบการวิจัยหรือ
งานให้ ป รึ ก ษาคํ า แนะนํ า คิ ด ว่ า ในจุ ด นี้ท างกรมฯ จึ ง คิ ด ว่ า การจั ด ตั้ ง เป็ น ศู น ย์
เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกของประเทศไทยในอาเซียนน่าจะพร้อมแล้วนะครับ

        พิธีกร : โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วยใช่ไหมคะจากการ
ทํางานของศูนย์ฯ นี้ค่ะ

         อวศ. : ระดับประเทศเรามีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ
อย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ส่วนในระดับต่างประเทศ
กรมวิทยาศาสตร์บริการได้มีการลงนาม MOU กับหน่วยงานเป็นมหาวิทยาลัย


136       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
RWTH, Aachen ของประเทศเยอรมนีมีการวิจัยร่วมกันและมีการแลกเปลี่ยน
ความรู้ ความสามารถและความคิดเห็นต่างๆ และทางมหาวิทยาลัยของ Aachen
ได้ให้คําปรึกษาแนะนํากับเรา และเราได้ไปจัดแสดงผลงานทางวิชาการและทาง
ศูนย์ฯ ยังเป็นสมาชิก เรียกว่า “Technical Committee” กับ International Commission
on Glass ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญสูงมากครับ

         พิธีกร : ถ้าทางผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสนใจที่อยากจะเข้ามาขอ
ใช้บริการต้องเข้ามาติดต่ออย่างไรบ้างคะ

          อวศ. : ครับมาติดต่อที่กรมวิทยาศาสตร์บริการ เราพร้อมให้บริการขณะนี้
เราก็ดําเนินการจะเป็น One Stop Service ซึ่งกําลังจะเริ่มปรับปรุงครับ

         พิธีกร : อัตราค่าบริการเป็นอย่างไรบ้างคะ ระยะเวลาด้วยค่ะ

          อวศ. : สํา หรับ อัต ราค่ าบริ การเราถือว่ าเราเป็ นภาครัฐบาล เพราะ
อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่เราได้รับการจัดสรรมาจากเงินงบประมาณของรัฐบาล
ดังนั้น อัตราค่าธรรมเนียมหรือว่าอัตราค่าบริการจะไม่สูงนะครับและพร้อมที่จะ
ให้บริการกับโรงงานอุตสาหกรรมและ SMEs และผมถือว่ารายได้ที่เข้าไปที่ กรมฯ
ไม่สูงแต่ในทาง Indirect Income โรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังต่างประเทศก็
ได้เงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ถือว่าคุ้มค่า

            พิธีกร : ได้ทราบข้อมูลว่าเครื่องบางเครื่องจะมีที่ศูนย์เชี่ยวชาญฯ แห่ง
เดียวที่อื่นไม่มีเลย




                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    137
อวศ. : ไม่มีครับ เพราะว่าเครื่องมือที่เราซื้อเราต้องดูว่าเรามีความ
เชี่ ย วชาญหรื อ ไม่ แ ละนั ก วิ ท ยาศาสตร์ เ ราที่ จ บมาทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยีได้มีการไปฝึกอบรมศึกษาว่าเราควรจะซื้อเครื่องมือหรือไม่ ยกตัวอย่าง
เครื่ อ งหาความเครี ย ดทางด้ า นขวามื อ เราสามารถทดสอบความเครี ย ดได้ ว่ า
หลั ง จากที่ ผ ลิ ต แก้ ว ออกมาแล้ ว ถ้ า มี ค วามเครี ย ดมากโอกาสที่ จ ะแตกร้ า วหรื อ
ใช้ระยะนานๆ จะใช้ไม่ได้ผล

          พิธีกร : ต้องมีความเครียดแต่ว่าต้องอยู่ในระดับหนึ่ง

         อวศ. : ต้องอยู่ในระดับหนึ่งครับ แก้วต้องมีความเครียดนะครับแต่ต้อง
อยู่ในระดับหนึ่ง

          พิธีกร : ให้แข็งและไม่แตกง่าย

          อวศ. : ถูกต้องครับ

          พิธีกร : ถ้าเกิดประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคสนใจอยากมาขอใช้บริการด้วย
ตรงนี้เราเปิดบริการหรือไม่

         อวศ. : เราพร้อมที่จะเปิดบริการ เพราะว่ าขณะนี้เราตั้งศูนย์ฯ เป็นศูนย์
เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของประเทศไทยแล้ว เราจะไปประชาสัมพันธ์ให้กับ
ประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ มาใช้บริการกับเรานะครับถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน

        พิธีกร : ถ้าส่งแก้วที่มีปัญหาเรื่องความเครียดมาให้ทางศูนย์ฯ ตรวจสอบ
จะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ที่จะได้รับคําตอบ


138      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
อวศ. : ไม่นานครับ เพราะว่าบุคลากรของเราเป็นบุคลากรที่มีความ
กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา เราเคยถามบุคลากรของเรา เขาบอกว่าเขาอยากจะ
ช่วยภาควิชาการด้วยนะครับ

          พิธีกร : รับมือไหวแน่นอนหรือไม่คะ

          อวศ. : รับมือไหวครับ

         พิธีกร : ความคาดหวังแผนงานในอนาคตมีอะไรเพิ่มเติมจากที่ท่าน
รัฐมนตรีได้บอกเราไหมคะ

              อวศ. : มีประมาณสามสี่ประเด็น คือ 1) เราพยายามเพิ่มศักยภาพของ
ห้ อ งการวิ เ คราะห์ ใ ห้ เ ป็ น ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารอ้ า งอิ ง ในระดั บ นานาชาติ จ ะเห็ น ว่ า
ภาคอุตสาหกรรมส่งสินค้าหรือส่งผลิตภัณฑ์แก้วมาทดสอบสามารถที่จะเอาไป
Significate ไปใช้ได้ทั่วโลก 2) ทางด้านวิชาการเรามีการไปร่วมทางด้านวิชาการ
ยกตัวอย่างเป็น Intercommunication
ทางด้ า นการทดสอบความชํ า นาญ
คือเราจะมีการพัฒนาบุคลากรของเรา
อยู่ ต ล อ ดเ ว ล า ห รื อ อ า จ จ ะ เ ชิ ญ
ผู้ เ ชี่ ย วชาญจากต่ า งประเทศมาให้
คํ า ป รึ ก ษ า แ น ะ นํ า เ พิ่ ม เ ติ ม กั บ
เทคโนโลยีแก้วที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 3) อุตสาหกรรมแก้วเป็นอุตสาหกรรม
ที่ใช้พลังงานสูงมาก เพราะว่าในการหลอมแต่ละครั้งใช้อุณหภูมิประมาณ 1,500
ถึง 1,600 องศาเซลเซียส ดังนั้นเรามีโครงการที่จะทําการวิจัยว่าเราจะลดหมายถึง

                                                        ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย         139
ว่ า เราจะเปลี่ ย นปรั บ ศู น ย์ ฯ เราจะเปลี่ ย นวั ต ถุ ดิ บ ในการผลิ ต แก้ ว เพื่ อ ที่ จ ะลด
ปริมาณการหลอมให้ได้เหลือ 1,400 องศาเซลเซียส ซึ่งลดไป 100 องศา พลังงาน
ที่ลดลงไปเยอะมากนะครับ ประเด็นสุดท้ายคือขณะนี้เราพยายามที่จะใช้วั ตถุดิบ
หรือใช้พ ลังงานโดยใช้ไ บโอแมส ขณะนี้เราได้ ร่วมการทําวิจัย กับหน่ว ยงานใน
ประเทศสวีเดนนี่คือสิ่งที่ทางศูนย์ฯ ได้วางแผนอยู่ตลอดเวลา

         พิธีกร : ขอบพระคุณท่านอธิบดีค่ะ มาฟังมุมมองของทางผู้ประกอบการบ้าง
เป็นอย่างไรบ้างคะ ถูกใจไหมคะกับศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทย

          ผู้ประกอบการ : ถูกใจครับผม

          พิธีกร : คาดหวังอยากให้ศูนย์ฯ นี้เข้ามาเติมเต็มผู้ประกอบการอย่างไร
บ้างคะ

            ผู้ป ระกอบการ : คื อ อุ ต สาหกรรมแก้ ว และกระจกใช้ พ ลั ง งานในการ
หลอมแก้ ว ค่ อ นข้ า งมาก ประมาณ 30 ถึ ง 40 เปอร์ เ ซ็ น ต์ ข องต้ น ทุ น ทั้ ง หมด
สิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยเสียเปรียบต่อประเทศอาเซียนคือว่าพลังงานของประเทศไทย
                                            มีราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านกว่า
                                            50 - 60 เปอร์เซ็นต์นั่นคือจุดด้อยของ
                                            ประเทศไทยในอุตสาหกรรมแก้วและ
                                            กระจก เพราะฉะนั้นเราไม่มีทางเลือก
                                            ที่จ ะต้ องนํ า เข้า เทคโนโลยี มาพั ฒ นา
                                            กระบวนการผลิ ต หรื อ ว่ า คุ ณ ภาพ
ที่ดีกว่าเพื่อนบ้านเราถึงจะส่งออกหรือแข่งขันได้ ผมเห็นศูนย์ เชี่ยวชาญแก้วแห่ง


140      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
แรกของประเทศไทยแล้วผมดีใจมาก เนื่องจากว่าจะได้เข้ามาช่วยกันวิเคราะห์
วิจัยและพัฒนา อย่างเช่นตอนนี้เรามีโครงการลดการใช้พลังงานในการหลอมแก้ว
กับทางกรมวิทยาศาสตร์บริการอยู่แล้วนะครับ กับทางกลุ่มแก้วและกระจกซึ่งผม
อยากเร่งรัด เพราะตรงนี้ต้องเร่ งรีบ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะสู้ประเทศอาเซียน
เพื่อนบ้านไม่ได้เลย เนื่องจากว่าพลังงานของเรามีราคาสูงมากครับ

            พิธีกร : ค่ะ เรื่องนี้เรามีแผนอยู่แล้วตามที่ท่านอธิบดีได้บอกเรานะคะมี
เรื่องอื่ นอีกไหมคะนอกจากเรื่ องพลั งงานที่ ทางกลุ่มต้อ งการให้ทางศูนย์ เข้ามา
ช่วยดูแล

          ผู้ประกอบการ : ก็คงจะเป็นเรื่องของระยะเวลาในการวิเคราะห์ วิจัย
รวดเร็ ว ขึ้ นแม่ นยํ า ขึ้ น และสิ่ ง หนึ่ ง ที่ผ มอยากเห็ น ก็ คือ ว่ าเรายอมรับ นะครั บ ว่ า
ศูนย์ฯ นี้ได้รับการรับรองจากสากลแล้ว แต่ว่าการรับรองอย่างเดียวไม่พอต้องมี
ชื่อเสียงพอที่ไม่ใช่รัฐบาลประเทศอื่นรับรอง บริษัทใหญ่ๆ ในต่างประเทศที่เป็น
ลูกค้าของอุตสาหกรรมนี้ยอมรับใบรับรองของประเทศไทยด้วยนั่นคือสิ่งสําคัญมาก
เพราะฉะนั้น คงต้อ งใช้ร ะยะเวลาหลัง จากที่เ ราออกใบ Certificate ใบแรกไป
ต่ อ จากนี้ ไ ปอยากให้ ศู น ย์ ฯ รั ก ษาคุ ณภาพ รั ก ษาการบริ ก ารคื อ อย่ า ไปเอาใจ
ผู้ประกอบการ ดีกคือดี ไม่ดีก็คือไม่ดี ไม่เช่นนั้นแล้วใบรับรองของเราจะไม่ได้เป็น
                      ็
ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเราเลยนะครับ

          พิธีกร : ค่ะ ตรงนี้ท่านอธิบดีมีแนวทาง และท่านรัฐมนตรีมีแนวทางเรื่อง
นี้อย่างไรบ้างคะ ให้เป็นไปตามที่ท่านประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจกได้
บอกค่ะ เรื่องขอใบรับรองที่ให้บริษัทต่างชาติค่ะ


                                                        ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย         141
อวศ. : ในส่วนนี้ที่ผมเรียนไปนะครับว่าเรามีแผนที่จะให้ห้องปฏิบัติการ
เป็นห้องบริการอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญ คือให้ทั่วโลกยอมรับอย่างน้อยต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานสากล อย่ า งที่ ส องเราต้ อ งมี Intercommunication หมายถึ ง การ
เปรียบเทียบผลระหว่างประเทศ ถ้าเราเปรียบเทียบผลระหว่างประเทศแล้ว ผลการ
ทดสอบหรือว่าผลการวิจัยเราเป็นไปตามข้อกําหนดหรือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับ
ต่างประเทศ เราสามารถที่จะโฆษณาไปได้ว่าผลการทดสอบเราเป็นที่ยอมรับใน
ระดับนานาชาติ เพราะฉะนั้นเวลาเราทดสอบผลิตภัณฑ์แก้ว ใบ Significate ที่เรา
ออกไปเป็นที่ยอมรับ อย่างเช่นที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปแล้วในเรื่องของ BAS
เราก็ไปร่วมและมีชื่ออยู่ใน BAS อันนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวในส่วนหนึ่งครับ

          พิธีกร : ผู้ประกอบการมั่นใจได้ เชิญท่าน รมว.วท. ค่ะ

            รมว.วท. : คงต้องตอบสักนิดครับ คืออยากให้ความมั่นใจกับผู้ประกอบการ
และสาธารณชนโดยทั่วไปว่าเราจัดตั้งศูนย์ฯ เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกขึ้นมาของ
ประเทศไทย เรามีมาตรฐานของเราแต่ตอนนี้นอกจากมาตรฐานของเราแล้วเรายัง
ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก BAS อีก ผมมั่นใจครับว่าจะเป็นไปอย่า งที่
ท่ า นพู ด ถึ ง คื อ ถ้ า ทดสอบออกมาดี ก็ จ ะบอกว่ า ดี ถ้ า ไม่ ดี ก็ บ อกว่ า ไม่ ดี อ ยากให้
ความมั่นใจครับ

         พิธีกร : ตรงไปตรงมาค่ะ ท่านสื่อมวลชน น้องๆ นักศึกษาที่มาในวันนี้ มี
คําถามอยากเรียนถามเพิ่มเติมไหมคะ ไม่มีนะคะ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ฝาก
พวกเราในฐานะที่วันนี้มาเจอกันและเป็นการเปิดตัวศูนย์ฯ ครั้งแรกด้วย ได้พบกับ
ท่านสื่อมวลชนในวันนี้ค่ะ


142      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
รมว.วท. : ผมอยากขอแสดงความชื่นชมและความยินดีกับทางกรม
วิ ท ยาศาสตร์ บ ริ ก ารที่ ส ามารถจั ด ตั้ ง ศู น ย์ เ ชี่ ย วชาญด้ า นแก้ ว แห่ ง แรกของ
ประเทศไทยและแห่งแรกของอาเซียนได้ การที่เราสามารถเดินทางมาถึงวันนี้ได้
ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ มาถึงเลยนะครับ ท่านปลัดก็พู ดไปแล้ว ท่านอธิบดีก็พูดไปแล้ว มัน
ใช้เวลาเป็น 10 ปี 20 ปี นะครับและจะขาดซึ่งบุคคล 5 ท่าน ที่ผมจะเอ่ยชื่อต่อไปนี้
ไม่ได้เลยนะครับ จริงๆ แล้วที่เกี่ยวข้องมีมากกว่านี้แต่ที่มามี 5 ท่าน อยากให้พวก
เรากรุณาปรบมื อให้เกีย รติกับนั กวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ของเรา 5 ท่า นที่มีส่ว น
เกี่ยวข้องทําให้เกิดสิ่งๆ นี้ขึ้นมาได้ ท่านแรก ดร. เทพีวรรณ ท่านที่สอง ดร. กนิฐ
ท่านที่สาม ดร. เอกรัฐ ท่านที่สี่คุณอุสุมา ท่านที่ห้าคุณนิวัติครับ สิ่ งที่ผมอยากสรุป
เป็นข้อสุดท้ายให้พวกเราได้ยินก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์พูดอยู่เสมอว่า
อยากเห็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการเพิ่มขีดความสามารถ




                                                     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      143
ในการแข่งขัน เข้าไปมีส่วนร่วมในการทําให้ภาคเอกชนค้าขายได้ดียิ่งขึ้น ผมคิดว่า
เป็นหน้าที่เป็นบทบาทของทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง อย่างวันนี้ทาง
ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยทางกรมวิทยาศาสตร์บริการได้เอาผลงานที่เรา
ภาคภู มิใ จเรื่ องหนึ่ง ออกมาแสดงให้พ วกท่า นเห็ นนะครั บว่ านี่ คื อสิ่ งที่ เ รากํา ลั ง
พยายามทําเพื่อช่วยเหลือพวกภาคเอกชน และผมหวังว่าตัวอย่างนี้ซึ่งเป็นความ
ร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนจะเกิดขึ้นต่อไปอีกในอนาคต

         พิธีกร : ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีค่ะ ทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาสาระความสําคัญ
ของการเปิดศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทย นี่เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ําให้เห็น
ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้าไปมีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถใน
การแข่ง ขัน ในการพั ฒนาประเทศนะคะ ขอเสี ยงปรบมื อให้กั บผู้ ร่ว มแถลงข่ า ว
ทุกท่านค่ะ

                                             เรียบเรียงโดย      :   วรวรรณ รักษาสังข์




144      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
Opening “InnoBioPlast 2010”
9 September 2010
IMPACT Arena, Exhibition and Convention Center


Khun Piyabutr Cholvijarn (ปิยะบุตร ชลวิจารณ์), Former Deputy Minister of
        Industry and Member of the National Innovation Board
Khun Payungsak Chartsutipol (พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล), Chairman of the
        Federation of Thai Industries and Member of the National
        Innovation Board
Khun Supachai Lorlowhakarn (ศุภชัย หล่อโลหการ), Director of the
        National Innovation Agency
Khun Somsak Borrisutthanakul (สมศักดิ์ บริสุทธนะกุล), Chairman of the
        Thai Bioplastics Industry Association
Distinguished guests, participants, members of the media, ladies and
        gentlemen;
                                     Good morning to you all… Ladies and
                            gentlemen,

                                   It is a great honor for me to be here
                           at the opening ceremony of InnoBioPlast
                           2010. This important gathering, it is hoped,
                           would be able to connect Thai research and
                           business communities with their international


                                          ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   145
counterparts, in order to stimulate technology transfer and oversee
investment in the area of bioplastics. It should be emphasized that this is
already the third international conference and exhibition on bioplastics we
have hosted because we strongly believe that it is an initiative which will
not only benefit Thailand, but will also make a great contribution to our
common goals towards a green planet.

        Ladies and gentlemen,

          It is undeniable that we are facing enormous environmental issues,
particularly the climate change, as more and more greenhouse gases are
being emitted everyday into the air. Each year, the world produces at least
28 billion tons of carbondioxide - the major greenhouse gas. We cannot
continue this way forever, and there is a pressing need to look for a way
out. In our effort to reduce carbon emission, countries around the world
have encouraged “green”
industries as an alternative
to conventional ones. One of
the most prominent solutions
to an environmental-friendlier
alternative comes from the
area of material science.



146    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
Yes ladies and gentlemen, it cannot be anything else : this is all
about bioplastics. A preliminary calculation of the Life Cycle Assesment
shows that bioplastics could reduce greenhouse gases emission as much
as 25% in comparison to that of traditional petroleum-based plastics. While
petroleum is a resource that is depleting and cannot be renewed,
bioplastics are made from a renewable resource such as fully degradable
biomass feedstock. Moreover, the entire production process uses
biotechnology or fermentation combined with highly developed chemical
technology, which consumes lower energy than traditional petrochemical
method.

          Apart from the positive environmental impact, and in response to
Prime Minister Abhisit Vejjajiva’s policy of attaching great importance
to the well-being of those in the agricultural sector, bioplastics help to
stabilize the agricultural prices by adding value to their products.

          Thailand welcomes this challenging opportunity, and has therefore
prioritized the bioplastics industry through the “New Wave Industry”
program in order to accelerate the development of bioplastics, with a view
to become a regional hub in Asia. We have already approved and pledged
supports for such development under the National Roadmap, which will end
in 2012, with the National Innovation Agency, NIA, as the focal point.



                                            ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   147
This “National Roadmap for the Development of Bioplastic
Industry” contains four key strategies:

         First : to achieve sufficient supply of agricultural raw materials;

         Second : to develop new technologies;

                                                           Third : to build up the
                                                  industry and innovative
                                                  business and;

                                                           Fourth : to establish
                                                  supportive infrastructure.



          With the integration and close cooperation among the government,
the private sector, and the research community, this Roadmap is expected
to result in an economic value of at least 5.5 billion Baht.

        Ladies and gentlemen,

         Let me share with you some aspects of the Roadmap with
particular emphasis on our work; what the Ministry of Science and
Technology has been doing and what we aim to do in the future.



148    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
The first strategy of our national roadmap involves raw
materials. As a major agricultural country, Thailand has a high potential in
terms of biomass feedstock, which provides an important foundation for
bioplastics. To name a few, Thailand is one of the world’s leading
producers of cassava and sugar cane with production of 30 and 80
million tons in 2009, respectively. Not only do we have an abundant and
reliable supply of raw materials to feed into the upstream production, but
we also have over 3,000 well-established manufacturers to provide a solid
base for the downstream production.

          In order to ensure sufficient supply of biomass feedstock, proper
management of biomaterial provisions as well as support on R&D
concerning enhancement of crop variety, cultivation, and harvest process
are needed.

          This leads directly to the second strategy under our National Roadmap –
R&D and technology development.And in this regard, the Ministry of Science
and Technology takes a leading role.

           Ladies and gentlemen,

           In addition to our capabilities in raw materials, Thailand also has
a strong research base for developing new technology in bioplastics, and a



                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    149
dynamic network of researchers and experts working in the entire cycle of
this emerging field. Through the NIA and MTEC, the National Metal and
Materials Technology Center, we have continued to support R&D in
bioplastics. For example, the “Research and Innovation Helix Programme”
is a research funding scheme, that we collaborate with the National
Research Council of Thailand, or NRCT. It is directed to support
fundamental research on innovative bioplastics products. To date, 40
projects were supported.

         From 2009, 30 more research projects have been approved
through another special funding scheme managed by Kasertsart University.
This special program focuses on R&D projects related to the real needs of
the bioplastics industry.

        There are now over 100 researchers actively working on R&D with
focuses on

        - fermentation technology

        - purification technology

        - compounding technology

        - polymerization technology



150    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
- degradability testing & compostable waste

         - and the improvement of plant breeding, the enhancement of crop
productivity.

          Needless to say, we have numerous universities and research
institutions as our counterparts on R&D.

         I am pleased to share with you that a number of these projects
have achieved excellent results, such as the project on optimization of
lactic acid fermentation from local raw materials using a highly effective
bacterial strain. This may bring about the high technology for the
production of polylactic acid or PLA in Thailand.

           With a reliable supply of raw materials and a strong R&D base
already in place, we now strive to encourage an investment in bioplastics
industry from the upstream,
midstream, right to the
downstream stages. In this
regard, the NIA plays a vital
role in fostering innovation,
linking up public-private cooperation
between groups of entrepreneurs



                                            ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   151
and enterprises as well as supporting other necessary activities.

         The establishment of the Thai Bioplastics Industry Associate, or
TBIA, is another crucial achievement that has been put in place to help
strengthening this industry. In collaboration with the TBIA, we have
supported local companies in more than 20 innovation projects. These
projects are directed to facilitate learning in the manufacture of bioplastics.

          So as to foster and ensure continuous and sustainable
development of this bioplastics industry, a number of supportive
infrastructures must be provided. These include the establishment of
bioplastic standards, as well as the setting up of laboratory for testing and
certifying bioplastics products.

         - In terms of biodegradability standards, the draft was prepared by
various competent agencies such as NIA, TBIA, PPC and MTEC. They are,
however, to be finalized by the Thai Industrial Standards Institute, or TISI.

         - As far as testing facilities are concerned, the establishment of
laboratories for testing and certifying bioplastic products were put in place
by MTEC and TISTR, or the Thailand Institute of Scientific and
Technological Research, in cooperation with GTZ and TBIA.




152     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
Ladies and gentlemen,

         we can have all the best researchers, the best technologies, and
the best support from all players, or even the best bioplastics; but if the
positive consumer attitude towards bioplastics and, as a result, their usage
are not promoted in the society, then all that I just mentioned would merely
mean nothing.

                                                      It is therefore equally
                                             necessary to make sure that
                                             public awareness towards bioplastics
                                             usage and its environmental
                                             benefits is raised.

                                                       In this regard, we have
                                             initiated and successfully carried
                                             out several pilot projects. For
                                             example, we recently launched
                                             a pilot project in which
                                             bioplastics bags are used to
                                             collect household organic waste
that can then be converted to organic fertilizer. During the initial stage, we
targeted tourist destination areas, such as Kra-dung-nga district and Samet


                                               ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    153
Island, where there is an urgent need to reduce the plastic waste buildup in
the area.

         Another good example is the potential application of bioplastics as
planting bags which would be compostable within one year. This initiative
was introduced just last month with the cooperation from the Forest
Department and eight local companies which are our key partners in this
project.

         Last but not least, we cannot leave out the various forms of
incentives to create an investment-friendly atmosphere, including tax
incentives program offered by our Board of Investment, featuring corporate
income tax exemption up to 8 years and an additional 50% reduction of
corporate income tax for 5 years.

        Ladies and gentlemen,




154    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
In order to become a global player and a regional hub, we do
recognize the need to forge an alliance. This is why we have taken steps
forward to generate international awareness of our favorable policy for
businesses which are based on renewable resources. In light of all these
advantages and supportive infrastructure that have been mentioned, I am
confident that overseas investors would find Thailand as one of the most
attractive places for bioplastics investment.

         What we are now seeking is an investment in a bioplastics
resin production plant in Thailand, which would be the first on a
commercial scale in Asia. I, therefore, propose this last question to you
all, whether you would agree to partner with Thailand in our exciting
journey ahead.

        Thank you very much and Sawasdee krub.

                                         เรียบเรียงโดย : ทีมงานรัฐมนตรี
                                                    ดรุญณี แก้วสระแสน




                                           ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   155
งานสัมมนา ก้าวสูอนาคตด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
                  ่
วันที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 13.00 น.
ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ


ท่านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nation Group (นายธนะชัย สันติชัยกูล)
ท่านคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เพื่อนๆ อาจารย์ และแขกผู้มเกียรติทุกท่านครับ
                           ี


                                               วันนี้ผมรู้สึกอบอุ่นที่ได้มีโอกาส
                                     มาร่วมงานในวันนี้ ผมไม่คิดว่าจะได้เจอ
                                     รุ่นพี่ของผมจากคณะพาณิชยศาสตร์และ
                                     การบั ญ ชี ไม่ ว่ า จะเป็ น ท่ า นอาจารย์
                                     สุชาดา ซึ่งเป็นอาจารย์คณบดีในขณะนั้น
อาจารย์สุภาพรรณ อาจารย์ประจําภาควิชา และอาจารย์อนันตชัยซึ่งเป็นอาจารย์
สอนวิ ทยานิ พนธ์ผ ม และอาจารย์ อีกหลายๆ ท่านที่เป็น รุ่นพี่ ของผม เป็ นผู้ ที่ มี
พระคุณ ซึ่งผมคงไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ครบทุกท่าน

         ในวั น นี้ ผ มรู้ สึก เป็ น เกี ย รติ อ ย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ มี โ อกาสมาพบปะพู ด คุ ย กั บ
ทุกท่าน ผมอยากจะเล่าให้ท่านฟังว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ทํางานอะไรบ้าง
ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งผมคงจะเล่าได้ไม่หมด แต่ผม
ก็พ ยายามจะพู ดเรื่ อ งที่เ กี่ ย วข้ องกั บ นวัต กรรมให้ ไ ด้ ม ากที่ สุด เราพู ดกั น เยอะ
เกี่ยวกับสังคมแห่งการเรียนรู้ เราต้องการที่จะเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์แล้ว


156       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
องค์ความรู้อะไรที่จะนําไปสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ แน่นอนว่ามีอยู่ หลายเรื่อง
ด้วยกัน ทั้งเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นไทย แต่ในวันนี้ผมจะพูดถึง
องค์ร วมเกี่ย วกับ เรื่อ งของ STI คือ Science, Technology and Innovation
ผมได้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ผมได้
มีโอกาสไปร่วมงานหลายครั้ง โดยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไป
ร่วมงานใหญ่ถึง 2 ครั้ง ผมอยากจะเล่าให้ท่านฟังถึงความรู้สึกนึกคิดของผมใน
ฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าผมได้เห็นอะไรบ้าง และผมอยากจะทําอะไรต่อไป

            เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ผมได้มีโอกาสไป
ร่วมงานแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ ปี นี้เราโชคดีครับเรามี
นั ก วิ ท ยาศาสตร์ ดี เ ด่ น แห่ ง ชาติ 2 ท่ า น
ท่านหนึ่งอายุประมาณ 40 ต้นๆ อีกท่าน
หนึ่ ง อายุ ไ ม่ ถึ ง 40 และที่ สํ า คั ญ มาจาก
ต่ า งจั ง หวั ด ซึ่ ง 2 ท่ า นนี้ ทํ า ให้ ผ มเกิ ด
ความหวังว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
นวัตกรรมของไทย มีโอกาสเจริญเติบโต
ก้าวหน้าต่อไปได้มาก ถ้าเราไม่มีนักวิจัย
หรื อ นั ก วิ ท ยาศาสตร์ เ หล่ า นี้ จะหาองค์
ความรู้ด้ านวิ ทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
จากไหนที่ จ ะไปต่ อ ยอดเป็ น นวั ต กรรม
ที่จะนําไปใช้ในภาคชุมชนและภาคเอกชน




                                             ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   157
สิ่งที่ผมมีความประทับใจที่อยากจะเล่าให้ทุกท่านได้ฟังคือวันนั้นผมได้มี
โอกาสฟังนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติที่เขาได้พูดถึงเรื่องแรงบันดาลใจ ผมไม่
อยากให้ ท่ า นมองเรื่ อ งนี้ ว่ า เป็ น เรื่ อ งเล็ ก เราพู ด ถึ ง วิ ท ยาศาสตร์ พู ด ถึ ง เรื่ อ ง
นวัตกรรม มาจากไหนครับ ก็มาจากคน ถ้าเรามาไม่พูดถึงเรื่องการสร้างคนแล้ว
เราจะเริ่มต้นจากเรื่องอะไร ผมคิดว่าตรงนี้จุดเริ่มต้นคือเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ
และนี่ คื อเหตุ ผ ลว่ า ทํา ไมกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ จึ ง พยายามจั ด งานมหกรรม
วิท ยาศาสตร์แ ละเทคโนโลยี แห่ งชาติ ให้ ยิ่ง ใหญ่ เพื่ อสร้า งความรู้ ความเข้า ใจ
เพื่อสร้างความตระหนักทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเราก็หวังเป็น
อย่างยิ่งว่าจะผลักดันให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจให้คนจํานวนหนึ่งก้าวเข้ามา
เป็นนักวิทยาศาสตร์ ก้าวมาเป็นนักวิจัย

                                                          ทางกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ
                                                โดยองค์ ก ารพิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ วิ ท ยาศาสตร์
                                                แห่ ง ชาติ (อพวช.) ได้ อ อกไปจั ด งาน
                                                ต่างจังหวัด แสดงนิทรรศการต่างๆ ใน
                                                ทุกมิติ ปีหนึ่งๆ จัดงานไม่ต่ํากว่าร้อยวัน
                                                โดยเดินทางไปเกือบทุกจังหวัด ปัจจุบัน
                                                ไปมาแล้วประมาณ 70 จังหวัด อาจจะไม่
                                                ครอบคลุมทุกจังหวัดแต่เรากําลังจะทําให้
                                                ครอบคลุมทุกจังหวัดครับ

                                                               ผมได้ มี โ อกาส ไปแจกรางวั ล
                                                เด็ ก ที่ ไ ด้ รั บ รางวั ลชนะเลิ ศ การประกวด


158       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
นักดาราศาสตร์แห่งชาติ เขาก็พูดถึงเรื่องของแรงบันดาลใจ เด็กทั้ง 2 คนที่ได้รับ
รางวัลชนะเลิศก็มาจากต่างจังหวัดทั้งคู่ คนหนึ่งมาจากภาคเหนือ ส่วนอีกคนหนึ่ง
มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาได้เล่าให้ฟังว่าทําไมเขาจึงอยากเป็นนักดารา
ศาสตร์ สิ่งที่เขาทําผมอาจจะพูดเกินเลยไปหน่อยก็ได้ แต่มันแทบจะเป็นห้องดารา
ศาสตร์เล็กๆ เลยก็ว่าได้ ไม่มีอะไรเลยที่ไปสนับสนุ นพวกเขาครั บ แต่ที่เขาทํ า
เพราะรัก และมีแ รงบันดาลใจครั บ และนั่น คือสิ่ งที่ เขาได้รับ รางวั ลชนะเลิศ การ
ประกวดนักดาราศาสตร์

           เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะเล่า ก็ยังเป็นเรื่องของการสร้างคน ปัจจุบันหลาย
คนเป็ น กั ง วลโดยเฉพาะนั ก วิ ช าการทั้ ง หลาย ก็ ม าบอกผมว่ า ปั จ จุ บั น นั ก เรี ย น
ที่เ รีย นสายวิ ทยาศาสตร์ มีจํ านวนน้ อยลงๆ ทุ กวั นนะ แต่ผ มว่ าเรื่ องนี้พู ดยาก
น้องๆ เยาวชนจะเลือกเรียนอะไรคงขึ้นอยู่กับความรู้ความสนใจของเขา จะไป
บังคับเด็กก็เป็นเรื่องที่ยาก แต่สิ่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะทํา ผมคิดว่าต้องทํา
ร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง เราจะทําอย่างไรที่จะทําให้เด็กๆ เยาวชน ซึ่งไม่ว่า
เรียนสายอะไร ให้มีกระบวนการทางความคิดแบบวิทยาศาสตร์ กล้าคิด กล้าทํา
กล้าทดลอง คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ผมคิดว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สําคัญ
ถ้าผมมาอยู่ในมุมนี้แล้วผมบอกว่าต้องสนับสนุนให้คนเรียนวิทย์มากขึ้น ซึ่งผู้ที่
เรียนสายสังคมศาสตร์อาจไม่เห็นด้วย ในความคิดของผมไม่ว่าจะเรียนสายไหน
ไม่เป็นไรครับ แต่สิ่งสําคัญคือจะทําอย่างไรให้เด็กๆ และเยาวชน มีกระบวนการ
ทางความคิดแบบวิทยาศาสตร์

           ผมยกอีกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเร็วๆ นี้ มีบริษัทใหญ่ระดับโลกบริษัท
หนึ่งที่ทําธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ได้เปิดรับสมัครผู้ที่เรียนจบ


                                                     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      159
ด้านวิศวกรรมในประเทศไทย และก็มี
                                         คนมาสมัครหลายร้อยคน เด็กเหล่านี้มี
                                         ความสามารถค่ อ นข้ า งสู ง แต่ เ ชื่ อ
                                         หรื อ ไม่ ว่ า ทุ ก คนที่ ม าสอบทํ า ไม่ ไ ด้ ใ น
                                         เรื่องความคิดในเชิงตรรกะ ซึ่งอันนี้ผม
คิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็ทํางานคนเดียวไม่ได้ ต้องทํางาน
กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการก็ดี ภาคเอกชนก็ดี
รวมทั้ง มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ต้องร่วมมือกัน

           ท่านทั้งหลายคงเคยได้ยินคําว่าโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ หรือพูด
ง่ายๆ ว่าเป็นโครงการค้นหาช้างเผือก เราพยายามค้นหาว่าเด็ก เยาวชนคนไหนที่
มี ค วามสามารถเป็ น เลิ ศ ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ ก็ ดี คณิ ต ศาสตร์ ก็ ดี ถ้ า ผมมี
งบประมาณมากมาย ผมก็อยากตั้ งโรงเรียนวิทยาศาสตร์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
แต่เนื่องจากเรามีงบประมาณจํากัด สิ่งที่ผมดําเนินการในปัจจุบันคือการต่อยอด
ของสิ่งที่ทําในอดีต เราลงไปหามหาวิทยาลัยชั้นนําต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนํ า มาเป็ น พั น ธมิ ต ร ซึ่ ง เราไม่ ต้ อ งใช้ ง บประมาณมาก แต่ เ รา
สามารถใช้อาจารย์ของเขาได้ และ
สามารถใช้ห้องเรียนและสามารถ
ใช้ข้อมูลของเขาได้ เราสามารถที่
จะ pull ทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้ว
โดยที่ ไ ม่ ต้ อ งมาสร้ า งใหม่ ใ ห้ ม า
ทํางานตรงนี้ได้



160      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
สิ่ ง ที่ ผ มตั้ ง ใจจะทํ า อี ก 2 เรื่ อ ง คื อ 1) ผมอยากขยายโครงการนี้ ใ ห้
ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 2) สิ่งที่ผมพยายามทําอยู่คือ เด็กนักเรียนที่จบจากโครงการ
ห้องเรียนวิทยาศาสตร์นี้ เมื่อจบแล้วจะไปไหน ผมกําลังจะสร้างเส้นทางให้เขาเดิน
ต่อไป เมื่อจบแล้ วคุณสามารถเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนําของเราได้โดย
ไม่ ต้ อ งผ่ า นกระบวนการสอบตามปกติ ซึ่ ง ก็ จ ะทํ า ให้ น้ อ งๆ เยาวชนที่ ม าเข้ า
โครงการนี้ตั้งแต่ระดับมัธยม สามารถมีเส้นทางชีวิตของเขาเลยจนจบปริญญาตรี
สิ่ง ที่ ผ มตั้ง ใจจะทํ า ต่ อ ไปคื อ ผมกํา ลั ง หารื อ กั บ สวทช. เป็ น ได้ห รื อ ไม่ที่ เ ด็ ก ที่ มี
ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกตัว อย่างเช่น คุณสนใจด้าน
ชีววิทยา ผมก็มีศูนย์ไบโอเทค คุณเข้ามาเรียนรู้กับผมหรือทํางานวิจัยร่วมกับผม
ถ้าคุ ณสนใจหรือเก่งด้ านคอมพิ วเตอร์ ซอฟต์แ วร์ คุณก็ มาทํ างานร่ว มกับ ศูน ย์
เนคเทค ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คุณมีความสามารถหรือสนใจเรื่องไหนก็มา
ร่วมงานกับเรา

           ก่อนที่ผมจะขึ้นเวทีนี้นะครับ ผมได้มีโอกาสเจออาจารย์ท่านหนึ่งที่ผม
เคารพรักคืออาจารย์กุลทรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้เล่าให้ผมฟังว่าเด็กๆ ที่
ชนะเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ต่างๆ เวลาที่เขากลับมาแล้วไปไหน
ผ ม ไ ด้ ยิ น สิ่ ง ที่ ท่ า น พู ด แ ล ะ นี่ คื อ สิ่ ง ที่ ผ ม กํ า ลั ง ทํ า อ ยู่ ผ ม ไ ด้ ข อ ใ ห้
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดทําสารบรรณเพื่อเชิดชูเกียรติเด็กๆ เหล่านี้ ซึ่งอาจจะ
เป็นอะไรเพียงเล็กน้อย อาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทาง
จิตใจเมื่อเวลาคุณเข้ามาอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หรืออุทยานวิทยาศาสตร์ก็ดี
คุณก็จะได้เห็นเกียรติประวัติของเด็กเหล่านี้




                                                             ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย            161
สิ่ง ที่ผ มอยากจะทํ าต่ อไปก็ คือ ว่า เราจะทํ าอย่า งไรที่ จะต่อ ยอดเด็ก ที่ มี
ความสามารถและเขาสามารถพิสูจน์ตัว เองได้แล้ว ผมคิ ดว่าเขาอยากจะเรีย น
ที่ไหนก็ให้เขาไปเรียนไม่ว่า อเมริกา อินเดีย จีน หรือ ญี่ปุ่น และจะทําอย่างไรให้
เด็กที่เรียนจบแล้ว กลับมาทํางานในประเทศไทย ภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ ขอให้คุณ
กลับมาในประเทศไทย ทําประโยชน์ให้ประเทศไทย และเสียภาษีให้กับประเทศ
ไทย อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเริ่มทําไปบางส่วน ก็ขอบคุณอาจารย์กุลทรี ที่มาพูดเรื่องนี้
ให้ฟัง

           เรื่องการสร้างคนเป็นเรื่องใหญ่ ในความคิดของผมเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่
ของสังคม ผมก็พูดถึงเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ การสร้างความรู้ความตระหนัก
ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ โครงการที่ ส นั บ สนุ น เด็ ก ที่ มี ค วามอั จ ฉริ ย ะทางด้ า น
วิทยาศาสตร์ วิธีการเรียนการสอนที่ให้เด็กมีความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งเท่านี้
คงไม่ เ พี ย งพอ แต่ อ ย่ า งน้ อ ยก็ เ ป็ น ตั ว อย่ า ง อย่ า งวั น นั้ น ที่ ผ มไปงานเชิ ด ชู
นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ ก็ทําให้ผมเกิดความคิดต่างๆ และเห็นว่าเรื่องนี้เป็น
เรื่องใหญ่และสําคัญเมื่อมานั่งเป็นรัฐมนตรีก็ต้องทํา




162      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
เมื่อ สัก ครู่ที่ ผมพูด ไปเมื่อ เดือ นที่ แล้ ว
                                    ผมไปงานที่ สํา คั ญ มา 2 งาน งานแรกคื อ งาน
                                    วิ ท ยาศาสตร์ แ ห่ ง ชาติ จั ด ทุ ก ปี เมื่ อ วั น ที่ 18
                                    สิ ง หาคม แล้ ว หลั ง จากนั้ น ปลายเดื อ นก็ ไ ด้ มี
                                    โอกาสไปดูงานเค้าเรียกว่างานวิจัยภาคสนาม
                                    หรือเรียกง่ายๆ ก็คือนํางานวิจัยจากหน่วยงาน
                                    ต่ า งๆ ทั้ ง ภาครั ฐ และภาคเอกชนมาจั ด แสดง
                                    ผมคิ ด ว่ า ในปั จ จุ บั น ดี ขึ้ น มากนะครั บ การใช้
                                    ประโยชน์ จ ากการวิ จั ย ไม่ ว่ า จะเป็ น เรื่ อ งของ
                                    ภาคชุ ม ชนหรื อ ภาคเอกชนมั น ดี ขึ้ น กว่ า เมื่ อ
10 ปีที่แล้วแน่ๆ เมื่อตอนที่ผมเริ่มต้นเข้ามาทํางานด้านการเมืองใหม่ๆ แต่ว่าลอง
มาคิดดูอีกทีแล้วมันพอไหม และนี่ก็คือเรื่องที่ 2 ที่ผมอยากจะพูดกับทุกๆ ท่าน
ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทุกๆ ท่านในวันนี้ ว่ าเราจะทําอย่างไร
ที่เราจะใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น คําว่าเชิงพาณิชย์ของผม
ผมพูดในมุมกว้างนะครับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและชุมชน ภาษาง่ายๆ ที่ผม
พูดในกระทรวงวิทย์ฯ ก็คือเราจะเอาของจากหิ้งไปสู่ห้างให้ได้ สิ่งที่สําคัญคงต้อง
มาดูก่อนว่าโจทย์ใหญ่ของประเทศคืออะไร แต่วันนี้ผมคงจะไม่มาพูดทั้งหมด สั้นๆ
นะครับมันก็คือโจทย์ของชุมชน ของเอกชน ถ้าจะกว้างไปถึงโจทย์ของประเทศ
ก็ต้ องไปดูโ จทย์ ของรั ฐบาล โจทย์ข องสภาพั ฒ น์ โจทย์ จ ากผู้ใ ช้ป ระโยชน์จ าก
งานวิจั ยกลุ่ม ต่า งๆ แต่วั นนี้ จะพูด แค่ ภาคเอกชนและภาคชุม ชนก็พ อ ผมเป็ น
รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ เห็นตัวเลขบางตัวแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจมากนัก นักวิจัยของ
ประเทศไทยในปัจจุบันมีประมาณ 73,000 คน ถ้าไปดูนักวิจัยเต็มเวลาก็ประมาณ


                                                        ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย         163
43,000 คน คิดออกมาเป็นสัดส่วนก็ประมาณ 6 - 7 คนต่อประชากร 10,000 คน
ไม่ ว่า ท่า นจะเปรี ย บเทีย บกั บประเทศที่พั ฒนาแล้ว หรื อกํ า ลัง พัฒ นา ถื อว่ าเป็ น
ตัวเลขที่ต่ํามาก ต่ําอย่างไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยของเราจะยืนอยู่ตรงนี้ แล้วเราจะ
สามารถเดินผ่า นไปได้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ในตัวเลขนักวิจั ย
ส่วนใหญ่อยู่ในภาครัฐ ในที่นี้ผมหมายถึงในมหาวิทยาลัยด้วยนะครับ

        โจทย์ใหญ่ข้อแรกสําหรับผมนะครับ ผมจะทําอย่างไรที่จะให้นักวิจัยที่อยู่
ในภาครัฐ หรือในสถาบันการศึกษา ได้มีโอกาสไปทํางานในภาคเอกชนหรือภาค
ชุมชน ในระยะเวลาที่พอเหมาะ พอควร อาจจะ 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี ก็ได้ การที่คุณ
จะบอกได้ว่าเราจะเชื่อมโยงการทํางานวิจัยเข้ากับภาคเอกชนและใช้ประโยชน์
ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ไม่มีวิธีไหนที่จะเริ่มต้นได้ดีกว่าวิธีนี้ คือเอานักวิจัยของคุณ
ออกไปดู ใ นเบื้ อ งต้ น ว่ า เขาทํ า งานกั น อย่ า งไร แล้ ว กลั บ มาความรู้ ที่ ไ ด้ จ ะเป็ น
ประโยชน์ ทั้งกับภาคราชการและสถาบันการศึกษาทั้งนั้น

           อาจารย์หลายท่านบอกผมว่าทําไมท่านรัฐมนตรีไม่คิดที่จะเอาห้องแล็บ
ของภาคเอกชนมาตั้ ง อยู่ ใ นมหาวิ ท ยาลั ย บ้ า งผมว่ า ถ้ า ทํ า ได้ ก็ ดี น ะครั บ
ผมสนับสนุนเต็มที่ แต่บางเรื่องก็ต้องมองว่าอย่างไหนทําง่ายกว่ากัน แต่ถ้าทําได้
ถึงจุดนั้นจริงผมก็สนับสนุนนะครับ อาจารย์หลายท่านพูดกับผมเมื่อประมาณเดือน
ที่แล้ว คือผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคณะบดีของคณะวิทยาศาสตร์จากประมาณ 20
กว่ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศมีความหมายใกล้เคียงกัน อาจารย์หลายท่านก็บอก
ผมท่ า นก็ เ ห็ น ด้ ว ยกั บ ที่ ผ มพู ด แต่ ว่ า ก็ ติ ด กฎระเบี ย บ วั น นี้ ผ มได้ ข อร้ อ งกั บ
ท่ า นเลขาธิ ก าร สวทน. ให้ พู ด กั บ สถาบั น ชั้ น นํ า 10 กว่ า แห่ ง ในเรื่ อ งของ
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้จัดทํา MOU ที่จะสามารถเปิดทางให้กับนักวิจัยที่


164       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ทํางานอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ออกมาทํางานให้กับภาคเอกชนได้ ผมคงทําไม่ได้
ทั้ ง หมด แต่ ว่ า ผมจะเริ่ ม ทํ า และถ้ า พวกท่ า นเห็ น ดี ด้ ว ยกั บ ผม ผมก็ จ ะขยาย
โครงการนี้ออกไป ในที่ประชุมวันนั้น อาจารย์หลายท่านว่ามัน จะไม่ค่อยยุติธรรม
เพราะบางคนสอนหนังสือแทบตาย แต่อาจารย์บางคนก็สามารถไปทํางานวิจัยและ
ก็ได้รับผลตอบแทน ผมเองก็เป็นอาจารย์เก่านะครับ สอนที่คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย หลายปีอยู่เหมือนกัน ผมว่าต้องยอมรับความจริงนะว่า อาจารย์
บางท่านก็เหมาะสมที่จะสอนหนังสือ แต่อาจจะไม่เหมาะที่จะไปทํางานวิจัย แต่ทาง
กลับกัน อาจารย์บางท่านทํางานวิจัยเก่ง แต่ให้ไปสอนหนังสือก็ลําบากเหมือนกัน
ในกระบวนการนี้ เป็นไปได้ไหมว่าใน Track นี้ ใครเหมาะสมก็ไป ส่วนอีก Track
เหมาะสมคุณก็ไป แล้วเวลาคุณไปทํางานวิจัยในภาคเอกชนได้ค่าตอบแทนมาก็
แบ่งสัดส่วนสิครับ บางส่วนท่านรับไป นี่ก็ถูกต้องและเหมาะสม เพราะท่านทํางาน
แต่อีกส่วนท่านก็แบ่งให้กับองค์กรของท่าน จะแบ่งให้กับคณะเท่าไร ให้กับทาง
มหาวิ ท ยาลั ย เท่ า ไร เรื่ อ งนี้ อ ย่ า ดู ว่ า เล็ ก นะครั บ สํ า คั ญ ครั บ ในฐานะที่ ผ มเป็ น
รัฐมนตรีกระทรวงวิทย์ฯ ผมมองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าผมไม่ Retire นักวิจัย
ซึ่งส่ว นใหญ่ประเทศไทยของเรามีน้อ ยอยู่แ ล้วในราวกว่ า 40,000 คน ออกไป
ทํางานในภาคเอกชนบ้างแล้วจะตอบพวกภาคเอกชนภาคชุมชนได้อย่างไร

                                                           ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย          165
เรื่ องต่ อไปที่ท างกระทรวงวิ ท ย์ฯ กํา ลัง ทํ างานอยู่ เมื่อ สั กเดือ นที่แ ล้ ว
เหมือนกัน ผมได้ไปดูงานที่สถานีวิจัยแสงซินโครตรอน ที่นครราชสีมา ขออนุญาต
ถามสักนิดนะครับท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้มีกี่ท่านที่รู้จักสถานีวิจัยแสงซินโครตรอนบ้าง
ช่วยยกมือขึ้นได้ไหมครับ เท่าที่ดูก็ประมาณ 10 ท่าน ที่นี่เขามีเครื่องมือที่ทันสมัยมาก
ถ้ า ไม่ นั บ จี น ญี่ ปุ่ น เราใช้ ไ ด้ เ ลยในอาเซี ย น แล้ ว ก็ ไ ม่ ร วมถึ ง สิ ง คโปร์ ด้ ว ย
Application ที่จะใช้ในเรื่องนี้มีมากมายมหาศาล แต่คนที่มาใช้น้อยมาก ตรงนี้ผม
ต้องการจะพูดว่าท่านทราบไหมว่าในปัจจุบันเรามีห้องแล็บ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือ
ที่อยู่ในหน่วยงานภาคราชการต่างๆ เป็นจํานวยมากที่ต้องยอมรับและพูดความ
จริงว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

           เราพูดกันถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ถ้าเราไม่ปล่อยให้คน
ต่างๆ เหล่านี้ได้เข้าถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย พวกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมจะไปได้ไกลแค่ไหนครับ และเรื่องนี้ล่ะครับที่ผมกําลังพยายามขอให้
ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ List บัญชีรายชื่อว่ าปัจจุบันเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ
อะไรบ้าง ให้ประโยชน์ในการทําอะไรได้บ้าง และนอกเหนือไปกว่านั้น นักวิจัย
ที่เชียวชาญในแต่ละด้านมีใครบ้าง ถ้าทําอย่างนี้ได้เท่ากับเราเปิดประตูที่ใหญ่มาก
ทั้งภาครั ฐและภาคเอกชน ให้ สามารถเข้า มาใช้เครื่องไม้เ ครื่อ งมือ สามารถใช้
อุปกรณ์ต่ างๆ ที่ มีอ ยู่ในภาครัฐ อยู่ ในมหาวิทยาลั ยด้ว ย ปัจจุ บันห้ องแล็บ หรื อ
เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เราใช้ไม่จําเป็นต้องเปิดปิดตามเวลาราชการ หลังเวลา
งานเราก็เปิดได้ แล้วก็มีคนพร้อมที่จะเข้ามาใช้ และพร้อมที่จะจ่าย ก็เป็นเรื่อง
สืบเนื่องมาจากเรื่องที่ผมกําลังตั้งใจทําอยู่




166       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
อี ก เรื่ อ งที่ ผ มอยากจะพู ด ถึ ง ก็ คื อ ในเรื่ อ งของมาตรการด้ า นการเงิ น
ด้านภาษี เมื่อสักครู่ที่ผมทานข้าอยู่ก็มีผู้สื่อข่าวถามผมว่า วันนี้ที่จะพูดมีเรื่องของ
ภาษี ด้ ว ยไหม ผมก็ ข อแยกพู ด ในบางส่ วน ในเรื่ อ งที่พ อจะพู ด ได้ ส่ ว นในเรื่ อ ง
ที่กําลังคิดอยู่ ก็ขอให้ได้คิดมากกว่านี้อีกสักนิดก่อนแล้วจะค่อยมาเล่าให้พวกท่าน
ฟังต่อ

         แรกสุดก็เรื่องมาตรการภาษี 200 % ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายถ้าอยู่ในแวดวง
นวัตกรรม ในวงงานวิจัย อยู่ในวง R&D ท่านคงทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี มีทั้งข้อดี
และข้อเสีย ปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผมพยายามจะทํามี 2 เรื่อง คือแรกสุดเราจะเพิ่มตัว
มาตรการลดหย่อนภาษีตรงนี้จาก 200 % เป็น 300 % ซึ่งพอถึงวันนี้ได้ผ่าน
คณะกรรมการที่ผมเป็นประธานไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่คงต้องไปเข้าชุดใหญ่
ใน ครม. อีกที ก็จะช่วยในบางเรื่องได้โดยเฉพาะพวกบริษัทใหญ่ๆ ที่มีการทําบัญชี
อย่างมีระบบ ส่วนอีกเรื่องก็คือว่าหลายคนบอกว่าคุณจะเพิ่มจาก 200 % เป็น 300 %




                                                     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย       167
หรือในกรณีอย่างเช่นวัสดุชีวภาพ บางคนจะพูดถึง 500 % คุณเพิ่มเท่าไรก็ไม่พอ
ไม่มีประโยชน์มาก เพราะว่าในกระบวนการของคุณที่จะนําไปลดหย่อนภาษีมันทํา
ลําบาก ในปัจจุบันตัวเลขที่มีการใช้ ตั้งแต่ประกาศใช้ ผมเข้าใจว่าอยู่ที่ประมาณ
3 พันกว่าล้าน ไม่เกิน 4 พันล้าน สิ่งที่ผมกําลังทําก็คือผมได้พูดคุยกับ สวทช. ให้
ปรับกระบวนการนี้กับทางกรมสรรพากร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับมาในระดับหนึ่งว่า
ต่อไปนี้ถ้าทาง สวทช. มาดูว่าอะไรเป็น R&D ก็สามารถช่วยกระตุ้นการทําวิจัย ซึ่ง
จะนําไปสู่เรื่องของนวัตกรรมได้

            แต่อี กเรื่ องที่กํา ลัง พยายามทํา อยู่ แล้ วก็มี ความคื บหน้าไปพอสมควร
ก็คือเรื่องที่เราเรียกกอง Repass R&D คือเราจะตั้งกองทุนขึ้นมาหนึ่งกอง เป็น
กองทุนนวัตกรรมหรือกองทุนวิจัย บริหารงานโดย สวทช. ท่านใส่เงินเข้าไปในปีนี้
ท่านก็จะสามารถนําไปลดหย่อนภาษีได้ในปีนั้นเลย ไม่เหมือนในกรณีแรกที่ต้องใช้
ระยะเวลาว่า R&D ของท่านได้ผลแล้ว เอาบิลใบเสร็จมา Modify ว่าท่านได้ใช้จริง
ใช้อย่า งถูกต้อ ง ถูกมาตรฐาน ของกรมสรรพกร แต่วันนี้ ไม่ต้อง สมมติ ท่านได้
1,000,000 ท่านหักได้เลย 1,000,000 ในปีภาษีนั้น แต่เรื่องก็ยังมีกระบวนการใน
รายละเอียดอีกมาก ผมก็จะขอเล่าให้ฟังเพียงเท่านี้ก่อน และในเวลาที่เหมาะสม
ผมก็จะออกมาพูดในเรื่องอื่นในเวลาต่อไป ผมได้ใช้ระยะเวลามานานนะครับพูดถึง
2 เรื่องที่มีความสําคัญในความคิดเห็นของผม ในการที่เราจะสร้างนวัตกรรม ถ้าเรา
ไม่มีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วนวัตกรรมเหล่านี้จะมา
จากไหน แต่ ถ้า เราจะทํ า เรื่ องนี้น ะครั บ วัน นี้ผ มได้ ยกตัว อย่ างชี้ ให้ ท่า นเห็น ใน
2 ประเด็ น แน่ น นอนไม่ ใ ช่ ทั้ ง หมดนะครั บ แต่ ผ มคิ ด ว่ า เป็ น 2 ประเด็ น ที่ มี
ความสําคัญเป็นอย่างมาก



168      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
อย่างแรกเลยคือเรื่องของการสร้างคน ตั้งแต่เด็กเลย ขึ้นมาจนถึงระดับ
มหาวิทยาลัย เราจะทําอย่างไรที่จะสร้างเค้าขึ้นมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย

          ส่วนประเด็นที่ 2 ก็คือว่า เมื่อเรามีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยแล้วเราจะทํา
อย่างไร ที่จะทําให้การทํางานของเค้ามีการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน ภาคชุมชน
ได้มากยิ่งขึ้น ในความเห็นส่วนตัวของผม คิดว่าใน 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญอย่าง
ยิ่งในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทย และ
ผมให้สัญญาว่าผมจะทําอย่างเต็มที่

         ขอบคุณครับ

                                                เรียบเรียงโดย : สุธิดา อุ่นสินธิ์
                                                          ดรุญณี แก้วสระแสน




                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย     169
พิธีมอบเครื่องบดย่อยชีวมวล
“โครงการรีไซเคิลลาไยค้างสต็อคปี 2546/2547 โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล”
วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2553 เวลา 14.15 น.
ณ สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จังหวัดลาปาง


ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม (ท่านมัธยม)
                      ่
ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดลาปางทั้งสองท่าน (ท่านอุทาร , ท่านสุวรรณ)
           ่
ท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ท่าน ดร. วีระพงษ์)
และ ท่านอดีตผู้แทน (ท่าน ส.ส. จินดา)


             วั น นี้ ผ มมี ค วามดี ใ จและมี ค วามภาคภู มิ ใ จที่ ไ ด้ มี โ อกาสเดิ น ทางมาที่
จังหวัดลําปางอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่ต้องปิดบังนะครับที่ผมมาที่จังหวัดลําปางครั้งนี้
เพราะท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ท่านมัธยม) ผมมาที่
จังหวัดลําปางทุกครั้งท่านเป็นห่วง
ปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดลําปาง
ท่ า นพยายามไปพู ด กั บ ผมว่ า ที่
จั ง หวั ด ลํ า ปางต้ อ งการอะไรบ้ า ง
เมื่อสักครู่ท่านพูดว่าสิ่งที่ผมได้ทํา
ประโยชน์ให้กับทางจังหวัดลําปาง
จริงๆ ท่านพูดไม่หมด จริงๆ สิ่งที่ผมทําส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มาจากท่านไม่ว่าจะ
เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่อําเภอแม่พริก ตอนนั้นมาดูเรื่องสะพานขาดและมาที่อําเภอ
แม่ซ้อนมาดูเรื่องของประปาภูเขา และวันนี้ดีใจครับที่ได้มาอําเภอห้างฉัตรได้มาแจก


170      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
เครื่องบดย่อยชีวมวล ซึ่งเครื่องบดตัวนี้ใช้ประโยชน์ได้ไม่เฉพาะเรื่องของลําไยนะครับ
แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้สําหรับเรื่องเศษวัสดุในด้านการเกษตร อืนๆ ด้วย่

           ปั ญ หาเรื่ อ งลํ า ไยเป็ น ปั ญ หาที่ สํ า คั ญ เป็ น ปั ญ หาที่ เ รื้ อ รั ง มานาน
ท่า นนายกรั ฐมนตรี อภิ สิท ธิ์ เวชชาชี ว ะ ได้ ใ ห้ ค วามสํ า คั ญเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งนี้ ม าก
สมัยที่ผมดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้มีโอกาสไป
ขายลําไยที่ประเทศจีน ได้มีโอกาสไปทํา Roadshow ใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ใน
                                              ประเทศจี น ปั ญ หาที่ สํ า คั ญ ที่ สุด เรื่ อ ง
                                              หนึ่งเลยที่พบคือเรื่องปัญหาของลําไย
                                              ค้างสต็อคปี 46/47 และนั่นก็คือเหตุผล
                                              ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับกระทรวง
                                              เกษตรฯ ได้ ม าร่ ว ม มื อ กั น จั ด ทํ า
โครงการรีไซเคิลลําไย ซึงนําไปสู่ในหลายๆ เรื่องนะครับ จนถึงวันนี้ได้มีโอกาสนํา
                            ่
เครื่องบดลําไย 4 เครื่อง มาแจกให้กับพี่น้องชาวอําเภอห้างฉัตร พี่น้องชาวอําเภอ
เมืองที่จังหวัดลําปางครับ อีกครั้งนะครับ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสเดินทางมาที่จังหวัด
ลําปางอีกครั้งหนึ่งและก็หวังว่าจะมีโอกาสกลับมาที่จังหวัดลําปางอีก อย่างไรก็ดี
สุดท้ายนี้อยากจะขอฝากท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไว้กับ
พ่อแม่ พี่น้องชาวจังหวัดลําปางด้วยครับ

          ขอบคุณครับ

                                                เรียบเรียงโดย       :   วรวรรณ รักษาสังข์




                                                        ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย         171
พิธีมอบ เครื่องบดย่อยชีวมวล
“โครงการรีไซเคิลลาไยค้างสต็อคปี 2546/2547 โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล”
วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2553 เวลา 16.10 น.
ณ โกดัง โมเดิร์น เอ็นเนอยี่ จังหวัดลาพูน


ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดลาพูน
           ่
พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลาไย จ. ลาพูน


            วั น นี้ ผ มดี ใ จที่ ไ ด้ มี โ อกาสมาที่ จั ง หวั ด ลํ า พู น และได้ เ อาเครื่ อ งมื อ ดี ๆ
ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ มี ส่วนในการคิดค้น มามอบให้กั บพวกท่านทั้ งหลาย
ที่พวกท่านได้ดูวีดิโอท่านอาจจะรู้สึกว่ามีผมคนเดียวที่ทําเรื่องนี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่
เลยครั บ ผมจํ าเป็นต้ องพู ด ถึงบุ คคลที่ อยู่เ บื้อ งหลังโครงการความสํ าเร็ จต่ างๆ
เหล่านี้ อีกหลายท่าน ท่านแรกที่
ผมอยากแนะนําคือท่านที่ ปรึกษา
รั ฐ ม น ต รี ว่ า ก า ร ก ร ะ ท ร ว ง
วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี
(ท่ า นก้ อ งศั ก ดิ์ ยอดมณี ) ท่ า นที่
สองคื อ ท่ า นที่ ป รึ ก ษารั ฐ มนตรี
ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี (ท่ า นพลตรี อ ภิ ช าติ นพเมื อ ง)
ท่านที่สามคือท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ท่ า นสั น ติ สาทิ พ ย์ พ งษ์ ) อี ก ท่ า นคื อ ท่ า นที่ ป รึ ก ษารั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวง
อุตสาหกรรม (ท่านมัธยม นิภาเกษม) และอีกท่านซึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


172       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
มาตั้งแต่เริ่มต้นท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร. วีระพงษ์
แพสุวรรณ) แต่ที่สําคัญที่สุดที่ผมจะไม่เอ่ยชื่อได้เลยนะครับก็คือสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรของท่านครับ (คุณขยัน วิพรหมชัย) คนนี้ที่มาบังคับเคี่ยวเข็ญผมให้มามี
ส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องลําไย พอพูดถึงเรื่องลําไยแล้วถ้าผมพูดสั้นจะไม่ได้
รสชาดก็เลยขอเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านมีส่วนในการช่วยแก้ไขปัญหาลําไยอย่างไรบ้าง




เรื่องเทคนิค ประโยชน์เครื่องมือตัวนี้มีอย่างไร เมื่อสักครู่ท่านรองปลัดวีระพงษ์ ได้
พูดไปแล้ว ผมจะเล่าเรื่องภาพใหญ่ให้ฟังในเรื่องของลําไยว่าเราดําเนินการแก้ไข
ปัญหามาได้อย่างไร

          เมื่อปี ที่แล้ว ทาง ส.ส. ภาคเหนือหลายท่ านนํา โดยท่ านขยันไปพูดกั บ
ท่านนายกอภิสิทธิ์ บอกว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้รัฐมนตรีประจําสํานัก
นายกรัฐมนตรีที่ชื่อวีระชัย มาช่วยแก้ไขปัญหาบางส่วนของเรื่องการแก้ไขปัญหา
ลํา ไย เพราะว่า ตอนนั้ นท่ า น ส.ส. ขยัน ทราบดีว่ าลํ า ไยส่ว นใหญ่ ของเราที่ข าย
ออกไปในต่างประเทศ ส่งออกไปขายที่ประเทศจีน และท่านให้เกียรติยกย่องว่าผม
เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องประเทศจีนมากที่สุดคนหนึ่ง ผมเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง
ในการแก้ไขปัญหาลําไยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สิ่งแรกที่ผมทําตอนนั้นคือผมไป


                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย     173
เปิดตลาดทางภาคเหนือของประเทศจีน เพราะว่าลําไยส่วนใหญ่ของเราที่ขายไป
ในประเทศจีนจะเข้าไปที่ตลาดตอนใต้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ตอนนั้น
เลยตั้ ง ใจเปิ ด ตลาดใหม่ ๆ ซึ่ ง อยู่ ท างภาคเหนื อ ท่ า น ส.ส. ขยั น ได้ นํ า ผู้ แ ทน
สหกรณ์ จ ากจั ง หวั ด ลํ า พู น จากจั ง หวั ด ภาคเหนื อ อี ก หลายจั ง หวั ด ไปร่ ว มใน
Roadshow ของผมด้วย ตอนที่เราไปทําเรื่อง Roadshow พยายามไปขายลําไย
ให้กับประเทศจีน ปัญหาที่สําคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องคุณภาพของลําไยแต่เป็นเรื่องของ
ปัญหาลําไยค้างสต็อคตั้งแต่ปี 46/47 ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงเรื่องของการปลอมปน
ลําไยและเรื่องปัญหาคุณภาพลําไยของไทยที่ส่งไปขายในประเทศจีน ทําให้ราคา
ลําไยของเราไม่ สูงเท่า ที่ควร ต่ํ ากว่าราคาความเป็นจริ งที่ควรจะเป็น ผมได้นํ า
ข้อเท็จจริงข้อนี้และทาง ส.ส. หลายท่าน หนึ่งในนั้น ผมย้ําอีกทีท่านขยันได้นํา
ความเห็นไปเรียนท่านนายกอภิสิทธิ์ ตอนหลังท่านนายกอภิสิทธิ์มีนโยบายว่าเรา
จํ า เป็ น ต้ อ งแก้ ไ ขปั ญ หาเรื่ อ งนี้ โ ดยท่ า นมอบหมายให้ ท างกระทรวงเกษตรฯ
ไปดําเนินการ เมื่อดําเนินการไปถึงระดับหนึ่งพบปัญหาบางประการในเรื่องเทคนิค
ตอนนั้นท่านได้มอบหมายให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในสมัย
นั้นมีคุณหญิงกัลยาเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ก็มาร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

          สุดท้ายก็เกิดโครงการที่เราเรียกว่า “โครงการรีไซเคิลลําไย” นําไปสู่การ
บดทําลายลําไยค้างสต็อคปี 46/47 ซึ่งเป็นมหากาพย์ของปัญหาเรื่องลําไยของเรา
มาเป็นเวลานาน พอเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้สําเร็จ ทางกระทรวงวิทย์ฯ มีความคิด
เอาเครื่องมือที่เราคิดค้นขึ้นมา คือเครื่องบดทําลายตัวนี้มันไม่ได้ใช้เฉพาะในเรื่อง
ลําไยอย่างเดียวเราถึงเรียกว่า “เครื่องบดอเนกประสงค์” เพราะมันสามารถนําไปใช้




174      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ในการทําลายเรื่องเศษวัสดุทางด้านการเกษตรอื่นๆ ได้อีกหลายเรื่อง ซึ่งเป็นที่มา
ที่ไปของโครงการวันนี้ทั้งหมด

            อี ก ครั้ ง หนึ่ ง นะครั บ ผมและผู้ บ ริ ห ารของกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยี ดี ใ จที่ ง านของกระทรวง
วิ ท ย์ ฯ ข อ ง เ ร า ล ง ม า ถึ ง พี่ น้ อ ง
ประชาชนคนที่ เ ป็ น รากหญ้ า ของ
ประเทศได้ อย่ า งเช่น ในกรณี นี้ ก็ คื อ
ชาวสวนลําไยที่จังหวัดลําพูน ผมดีใจ
ครับ ที่มี โอกาสมาที่จั งหวั ดลํ าพู นได้
นําสิ่งดีๆ ซึ่งทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผู้บริหารและผมนํามามอบให้กับพวก
ท่าน และผมสัญญาเพราะเมื่อสักครู่ทาง ท่าน ส.ส. ขยันก็บังคับผมไว้แล้วนะครับ
ว่าผมจะกลับมาอีก ทางกระทรวงวิทย์ฯ กําลังพยายามจะดูว่าเงินที่เราจะขายได้
จากการอัด แท่ ง เชื้ อเพลิ งชี วมวลประมาณ 30 ล้า นบาทหรื ออาจจะบวกลบนิ ด
หน่อยเราจะทําอย่างไรถึงจะสามารถนํากลับมาช่วยพี่น้องชาวเกษตรกรชาวสวน
ลําไยต่อไปในอนาคต วันนี้ผมดีใจครับและตั้งใจจะกลับมาอีก

         ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

                                            เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์




                                                  ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      175
พิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการคลินิกเทคโนโลยี ระยะที่ 2”
ระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับ
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
วันที่ 13 กันยายน 2553 เวลา 11.00 น.
ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร. สุจินดา โชติพานิช)
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (คุณพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล)
ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
        (ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล)
เพื่อนๆ ข้าราชการ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน


            เมื่ อ วัน แรกที่ ผมมา
รับตําแหน่งที่กระทรวงวิทย์ฯ
ผมได้ ป ระกาศนโยบายของ
ผมไว้หลายข้อ หนึ่งในเรื่องที่
ผมพู ด อยู่ เ สมอนะครั บ คื อ
การจะทํ า อย่ า งไรที่ จ ะทํ าให้
วิ ทยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี
เข้า ไปมี ส่วนร่วมกับ การเพิ่ม ขีดความสามารถในการแก้ไ ขปั ญหาของประเทศ
ข้อนี้ผมจะทําให้ได้เลย ถ้าผมไม่ได้พูดคุยหรือไม่สร้างความเข้าใจกับภาคเอกชน
ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ได้ทําการพูดคุยกับหนึ่งในองค์กรหลักของประเทศเลยนะครับ


176    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ซึ่งก็คือท่านประธานพยุงศักดิ์ ของสภาอุตสาหกรรม ซึ่งได้มาพบปะพูดคุยกั บ
ผู้บริหารในกระทรวงวิทย์ฯ มีนโยบายที่จะทํางานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจะเพิ่ม
ขี ด ความสามารถในการแก้ ไ ขปั ญ หาของประเทศ เพื่ อ จะนํ า ความเจริ ญ มาสู่
ประเทศไทยของเรา

          โครงการ iTAP ที่ ผอ.สวทช. พูดถึง ถือเป็นโครงการที่ประสบความสําเร็จ
เป็ นอย่ างมากโครงการหนึ่ง เมื่ อเดือ นที่แ ล้ว ผมได้ มีโ อกาสเดิน ทางไปจั งหวั ด
นครราชสีมา ไปดูตัวอย่างที่สําเร็จโครงการหนึ่ง ที่ทําร่วมกับโครงการของ iTAP
ผมคิดว่านี่เป็นโครงการที่ดี ผมอยากจะสานงานตรงนี้ต่อนะครับ

          สิ่งที่ผมอยากจะเห็นการดําเนินงานต่อไปในอนาคตของ iTAP ก็คือว่าผม
อยากจะเห็นโครงการแบบนี้กระจายออกไปทั่วทุกจังหวัด เท่าที่จะสามารถทําได้
ผมอยากเห็นโครงการแบบนี้ลงไปในอุตสาหกรรมที่มีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนนะครับ
ไม่ใช่ว่าจะเป็นในเรื่องของ SME เป็นหลัก แต่ว่าในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย วันนี้


                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    177
ผมและผู้บริหารกระทรวงวิทย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นท่านปลัด ท่านรองปลัด มีความยินดี
ที่ได้มาเป็นสักขีพยาน ในการลงนามบันทึกข้อตกลงที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง
ในอนาคต

        ขอบคุณครับ

                                     เรียบเรียงโดย : ดรุญณี แก้วสระแสน




178    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
บรรยายพิเศษ : การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2553 เวลา 12.10 – 12.30 น.
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสริกิติ์ ห้องบอลรูม เอ กรุงเทพมหานคร
                           ิ


ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์
ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล
         ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์
         เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
         และนวัตกรรม
คุณโสภณ บุญยรัตพันธุ์
นายกสมาคมไทยผูประกอบธุรกิจเงินร่วมทุน
                    ้
ผู้บริหารภาคบริษัทเอกชน
นักวิจัย และผูมีเกียรติทุกท่าน
               ้


                                             ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้
                                   มี โ อกาสมาพบปะพู ด คุ ย กั บ พวกท่ า น
                                   ทั้ ง หลาย ที่ จ ะเป็ น พลั ง สํ า คั ญ ในการ
                                   ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต
                                   บนความคิ ด ในเชิ ง สร้ า งสรรค์ ถามว่ า
ความคิดในเชิงสร้างสรรค์นี้มาจากไหน ผมคิดว่าส่วนที่สําคัญส่วนหนึ่งมาจาก
แนวคิ ด ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ เทคโ นโลยี และนวั ต กรรม หรื อ Science
Technology and Innovation เรียกสั้นๆ ว่า STI เพราะฉะนั้นการจัดงานของ


                                               ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    179
สวทช. ในวันนี้ เป็นการจัดงานขึ้นมาครั้งแรกที่เราเรียกว่า Investor’s Day พูดง่ายๆ
การที่ เ ราจะเปิ ด บ้ า น สวทช. นํ า เทคโนโลยี ที่ ทั น สมั ย นํ า นวั ต กรรมที่ ล้ํ า หน้ า
เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ดูได้ชม อาจจะเป็นประโยชน์แก่ท่านได้นําไปสร้างสินค้า
ใหม่ๆ บริการใหม่ๆ

                                                       สํ า ห รั บ กา รจั ด งา นค รั้ ง นี้
                                            ผมหวังว่าจะเป็นการนําไปสู่การเจรจา
                                            หรื อ ข้ อ ตกลง ที่ จ ะเป็ น ประโยชน์
                                            ทั้ ง สองฝ่ า ย ทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน
                                            ในอนาคต ซึ่ ง ตรงนี้ จ ะสอดคล้ อ งกั บ
                                            นโยบาย 4 ข้อ ที่ ผมได้ประกาศไว้ใ น
ครั้งที่ ผ มมารั บตําแหน่งเป็นรัฐมนตรี ว่า ผมจะนําวิ ทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
นวัตกรรมไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ถามว่าตรงนี้จะทําได้อย่างไร จะ
ทําได้ก็ต่อเมื่อภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมตั้งใจจะมาพูด
กับพวกท่านในวันนี้ ก็มี Message เดียวง่ายๆ ว่าเราจะร่วมมือกันทํางานต่อไปใน
อนาคตได้อย่างไร

            ประเด็นแรกสุดที่ผมอยากพูด
ถึ ง คื อ งานวิ จั ย ถามว่ า องค์ ค วามรู้
ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
นวั ต กรรม อั น ไหนที่ ไ ม่ ไ ด้ ม าจาก
พื้นฐานของงานวิจัย ดังนั้น โจทย์แรก
ของเราคือเริ่มต้นจากการทําวิจัย จะทํา


180      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
อย่างไรให้งานวิจัยมีการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น คือพูดง่ายๆ จะทํา
อย่างไรให้ผลของงานวิจัยของเราจากหิ้งไปสู่ห้า ง ผมยกตั วอย่างตัว เลขง่ายๆ
ให้ฟัง ซึ่งผมฟังดูแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจมากนัก ถ้าท่านได้ดูถึงเรื่องสัดส่ วนในการ
ทําวิจัยจะอยู่ที่ 0.2-0.3 % ของ GDP ตัวเลขนี้ต่ํามากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ
อื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว น่าจะอยู่ที่ 2–3 % หรือเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ค่าเฉลี่ย
ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือกําลังพัฒนา จะอยู่ประมาณ 1 %




          ที่ สํ า คั ญ มากกว่ า นั้ น การลงทุ น ด้ า นการวิ จั ย และพั ฒ นาส่ ว นใหญ่ จ ะ
เกิดขึ้นในภาครัฐมากกว่าภาคเอกชน สัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 60 : 40 หรืออาจจะอยู่
ที่ 55 : 45 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ยังไม่เหมาะสมในการพัฒนาประเทศไทยต่อไปใน
อนาคต สัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาควรอยู่ที่ภาคเอกชนมากกว่าภาครัฐ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะทําต่อไปในอนาคตคือ เรื่องแรก ภาครัฐมีความจําเป็นต้อง
ลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามากยิ่งขึ้น

           เรื่องที่สอง ภาครัฐจะทําอย่างไรที่จะสนับสนุนพวกท่านทั้งหลายที่มาจาก
ภาคเอกชนให้มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากยิ่งขึ้น พอพูดถึงเรื่องนี้มีสอง
เรื่องอย่างน้อยที่รัฐบาลจะต้องทําคือ เรื่องที่หนึ่งคือเรื่องเงิน เรื่องของเงินหนีไม่พ้น
มาตรการทางด้านภาษี หากท่านลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ท่านสามารถนํา

                                                     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย       181
เอกสารหลักฐานไปลดภาษีได้ 200 % ซึ่งในหลักการดีมาก แต่ในทางปฏิบัติเป็น
ปัญหาอยู่มากพอสมควร คือ ท่านจํา เป็ นต้อ งหาเอกสารหลัก ฐานที่ เป็น ไปตาม
ระเบียบที่กรมสรรพากรให้การยอมรับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น การทําวิจัยเรื่องนี้ใช้
นักวิจัย 5 คน กรมสรรพากรอาจบอกว่าท่านควรใช้นักวิจัย 3 คน ดังนั้น ในทาง
ปฏิบัติอาจมีปัญหาค่อนข้างมากที่กระทรวงวิทย์ฯ โดยคณะกรรมการบริหาร สวทน.
ที่ผมเป็นประธาน ได้เห็นชอบโดยการเพิ่มวงเงิน จาก 200 % เป็น 300 % แต่ต้อง
ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดใหญ่ที่รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอีกที แต่นี่เป็น
เรื่องแรกที่อยากจะพูดให้ท่านได้รับรู้รับทราบ

            เรื่ อ งต่ อ ไปที่ ผ มอยากพู ด คื อ
มาตรการเรื่อง Pre-paid R&D อย่าง
เรื่ อ งแรกที่ ถึ ง แม้ จ ะมี ปั ญ หาในทาง
ปฏิบัติในด้านเอกสารที่จะมาลดหย่อน
ในเรื่องภาษี แต่มาตรการเรื่อง Pre-paid
R&D ที่ผมกําลังคิด กําลังดําเนินการอยู่
กับทาง สวทช. ตามที่อาจารย์ทวีศักดิ์ ได้พูดไปแล้ว คือพูดง่ายๆ ว่าต่อไปนี้ท่าน
ไม่ต้องไปดูเรื่องเอกสารหลักฐานตรงนั้น ท่านใส่เงินมาเท่าไหร่ท่านหักได้ 200 %
ในปีนั้นเลย ถามว่าใส่เงินไปที่ไหน ใส่เ งินเข้าไปในกองทุนหนึ่ง ซึ่งเรากําลังจัดตั้ง
ขึ้นมา บริหารโดย สวทช. อันนี้ก็จะแก้ปัญหาที่ว่า ท่านไม่ต้องไปคํานึงถึงเอกสาร
หลักฐาน ตามประกาศของกรมสรรพากร ท่า นใส่ไ ปเท่าไหร่ปีนั้ น หักไปได้เลย
โจทย์ในการทําวิจัยเรากําลังคิด อาจใช้เวลา 2 – 3 ปี อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด
ถ้ าท่ านดู มาตรการในอั นแรก และอั นที่ สอง ในเรื่ องมาตรการหั กภาษี 200 – 300 %



182     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
หรือมาตรการ Pre-paid R&D ส่วนใหญ่จะใช้กับบริษัทที่ใหญ่ บริษัทที่มีการ
จัดการด้านการบัญชีที่โปร่งใส อาจจะไม่สามารถตอบสนองบริษัทเล็กๆ ได้ อันนี้ก็
เป็ น แนวความคิ ด ที่ ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ กํ า ลั ง คิ ด กั น อยู่ โดย สนช. เป็ น
หน่วยงานหลักที่จะทํามาตรการเรื่องนี้ ที่เราเรียกว่า คูปองนวัตกรรม อันนี้ เป็น
เรื่องใหม่ เราคิดง่ายๆ ว่าเราจะนําเงินอันหนึ่งไปไว้ในที่ที่หนึ่ง ซึ่งจะเป็นที่ สนช.
บริ ห าร หรื อ สนช. อาจจะบริ ห ารร่ ว มกั บ ภาคเอกชน หรื อ องค์ ก รหลั ก ๆ ของ
ภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมก็ได้ ถามว่าเงินนี้นําไปใช้ทํา
อะไร เงินอันนี้นําไปช่วยเหลือ สนับสนุนบริ ษัทเล็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท
ที่อยู่ต่างจังหวัด ในการที่จะนําไปออกแบบ นําไปสร้าง Prototype ซึ่งวิธีการคิด
อาจจะแตกต่างจากมาตรการที่หนึ่ง และมาตรการที่สอง ที่ได้พูดไปแล้ว ผมคิดว่า
ทุกมาตรการมีวัตถุประสงค์ ที่มีทั้งข้อดีข้อเสีย และขอย้ําอีกครั้งว่า สิ่งที่ ผมกําลัง
พูดอยู่นี้มันเป็นเรื่องที่เรากําลังคิดอยู่ บางเรื่องก็ผ่านขั้นตอนอนุกรรมการไปแล้ว
บางเรื่องก็กําลังจะเข้าคณะอนุกรรมการอีกในเร็วๆ นี้

         อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจําเป็นต้องพูดถึงเกี่ยวกับการทําวิจัย คือเรื่องของคน
ถ้าท่านดูตัวเลขที่น่าสนใจตัวเลขหนึ่งคือว่า จํานวนนักวิจัยในประเทศไทยปัจจุบัน
                                             เรามี ประมาณ 73,000 คน ถ้ าท่ า น
                                             ทอนลงมาพบว่าคนทํางานเต็มเวลา
                                             43,000 คน คิ ด เป็ น สั ด ส่ ว นของ
                                             ประชากร 6 – 7 คน ต่ อ ประชากร
                                             1 หมื่นคน ซึ่งอีกครั้งหนึ่งที่ผมย้ําคือ
                                             เป็นสัดส่วนที่ต่ํามาก เมื่อเปรียบเทีย บ


                                                  ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย     183
กับประเทศต่างๆ ในโลกนี้ ท่านทราบหรื อไม่ว่าปีๆ หนึ่ง เรามีจํานวนนักศึกษา
ที่จ บทางด้ า นวิ ทยาศาสตร์ เกิน หนึ่ ง ล้ านคน แต่ จํ า นวนนั ก วิ จัย ที่ ทํ า งานจริ ง ๆ
มีไม่ถึงแสนคน และที่สําคัญไปกว่านั้น ตัวนักวิจัยที่ทํางานส่วนใหญ่จะอยู่ในภาครัฐ
หรือภาคการศึกษาต่างๆ ประเด็นที่สําคัญกว่านั้นคือทําอย่างไรให้นักวิ จัยที่อยู่ใน
ภาครั ฐ ได้ มี โ อกาสเข้ า ไปทํ า งานในภาคเอกชนได้ ใ นระยะเวลาใดเวลาหนึ่ ง ที่
เหมาะสม โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์
ต่างๆ และสามารถกลับเข้ามาทํางาน
ในภาครัฐเหมื อนเดิ มได้ หากเราทํ า
ตรงนี้ ได้ ผมบอกได้ เลยว่ า เป็ นการ
เปิ ด ประตู ที่ ก ว้ า งมากสํ า หรั บ การ
สนับสนุนภาคเอกชน ผมในฐานะเป็น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีความเห็นว่าโจทย์การทําวิจัยส่วนใหญ่
ไม่ ไ ด้ สอดคล้ อ ง และเป็ น ประโยชน์ เ ต็ม ที่ ใ นเชิ งพาณิ ช ย์ แต่ สิ่ง ที่ จ ะตามมาคื อ
นักวิจัยก็จะสามารถเข้าไปในองค์กรท่าน ได้เข้าใจถึงปัญหา และแนวทางในการ
ทํางานของท่านได้ ตรงนี้จะเป็นการตอบโจทย์ที่ตรงที่สุดในการใช้ประโยชน์ในเชิง
พาณิ ช ย์ จ ากการทํ า วิจั ย สุ ด ท้า ยถามว่ าความรู้ ที่ นัก วิ จั ย ต่ างๆ เหล่ านี้ เขาไป
ทํางานในองค์กรของท่านแล้วจะไปทิศทางใด สุดท้ายก็จะกลับคืนไปที่ตัวนักวิจัย
กลับไปที่องค์กรเดิมของเขาในภาครัฐ พอผมพูดมาถึงตรงนี้ หลายท่านที่มาจาก
สถาบันการศึกษาก็อาจจะเห็นด้วย แต่ท่านก็คงเห็นว่ามันติดเรื่องกฎระเบียบต่างๆ
ทางภาคราชการ และสําคัญอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องทัศนคติของสถาบันการศึกษา
ไม่เป็นไรครับ ผมได้ปรึกษาหารือกับทางท่านเลขาฯ สวทน. (ดร. พิเชฐ) ว่า เราจะ
ดําเนินโครงการนําร่อง วันนี้เราจะนําร่องกับสถาบัน การศึกษาชั้นนําด้านการวิจัย


184      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
9 แห่ง ที่มีความพร้อม กฎระเบียบพร้อม ทัศนคติพร้อม เห็นด้วยกับมาตรการต่างๆ
เหล่ า นี้ เขาจะปล่ อ ยให้ นั ก วิ จั ย ของเขาได้ มี โ อกาสทํ า งานในภาคเอกชนใน
ระยะเวลาหนึ่ง โดยมีผลตอบแทนอยู่ที่การแบ่งสัดส่วน

          สองเรื่องที่ผมจะพูดถึงเป็นเรื่องของเงิน เป็นเรื่องของมาตรการทางด้าน
ภาษี มาตรการด้านคน คงตอบโจทย์ไม่ได้ทั้งหมด อย่างน้อยผมมั่นใจว่าสองเรื่อง
นี้จะทําให้รูปแบบของการทําวิจัยของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต ที่ผม
พูดมาทั้งหมดอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาเดียวกัน อาจจะต้องใช้ระยะเวลา
ที่ต้องค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดในวันนี้ ผมได้ใช้เวลาพูด
ถึงการร่วมมือกับภาคเอกชนในเรื่องการทําวิจัย ผมอยากจะใช้เวลาในส่วนที่เหลือ
พูดถึง ความร่วมมื อกับทางด้ านภาคเอกชน เป็นตัว อย่า งที่เกิ ดขึ้นจริงของทาง
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งเราก็พูดอยู่เสมอในเรื่องการทํางานร่วมกับภาคเอกชน




         ผมอยากยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงและกําลังจะเป็นข่าวที่สําคัญ
ในอาทิ ต ย์ นี้ ห รื อ อาทิ ต ย์ ห น้ า เป็ น เรื่ อ งที่ ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ ร่ ว มมื อ กั บ
ภาคเอกชน เรื่องแรกสุดคือเรื่องอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมแต่ละ
อุตสาหกรรมในประเทศไทยเกิดขึ้นและพัฒนาโดยไม่จําเป็นต้องมีเงินสนับสนุน
จากภาครั ฐ แต่ อี ก หลายอุ ต สาหกรรมทํ า อย่ า งนั้ น ไม่ ไ ด้ จํ า เป็ น ต้ อ งได้ รั บ การ

                                                         ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย          185
สนั บ สนุ น จากภาครั ฐ อุ ต สาหกรรมพลาสติ ก ชี ว ภาพ หรื อ อุ ต สาหกรรม
Bio-Plastics เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่จําเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
เพราะว่าอุตสาหกรรมนี้ เป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้น มีความไม่แน่นอน
สูงมาก ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
โดย สนช. ได้ไปร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดทํา Road Map หรือแผนที่นําทาง
อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ แบ่งเป็น 4 มิติ แต่ผมคงไม่ลงในรายละเอียดในวันนี้
ว่า 4 มิติ มีอะไรบ้าง แต่สิ่งที่อยากพูดคือเมื่อเราทําแผนที่นําทางไปแล้ว และเรา
พบว่าแผนที่นําทางนี้ต้องบอกว่าดี ไม่ใช่ไม่ดี แต่ยังมีปัญหาในแง่การปฏิบัติอยู่บ้าง
ทาง สนช. ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม และสมาคม
พลาสติ กชี วภาพไทย ในการที่ จะจัด ทํา มาตรการต่ างๆ เพื่ อที่ จะออกมาแก้ไ ข
ปัญหาให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และเราหวังว่าสิ่งที่เราจะต้องนําเสนอนี้ ซึ่งมี 6 มาตรการ
จะนําไปสู่การสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สิ่งที่ผมพูดนี้
จะนําเข้าสู่คณะกรรมการ กรอ. ชุดที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันพรุ่งนี้
ผมไม่ ไ ด้ ตั้ ง ใจที่ จ ะมาพู ด ว่ า รายละเอี ย ดว่ า มี อ ะไรบ้ า ง แผนที่ นํ า ทางมี 4 มิ ติ
มาตรการมี 6 ข้อ แต่ที่อยากจะ
พูดกับท่านทั้งหลายในที่นี้คือว่า
สิ่ง ที่ พ วกผมกํา ลั ง ทํา สิ่ งที่ พ วก
ผมปรึกษาหารือ หากทําไปแล้ว
ดีไม่พอ ก็ทําการศึกษาต่อ แก้ไข
หามาตรการเพิ่มเติม




186      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
เรื่ อ งที่ ส องที่ ผ มอยากจะพู ด ถึ ง คื อ อุ ต สาหกรรมขนส่ ง ทางราง
ท่ า นทั้ ง หลายทราบดี ว่ า อุ ต สาหกรรมขนส่ ง ทางรางถื อ เป็ น อุ ต สาหกรรมที่ มี
ความสําคัญและใช้เงินมากมายมหาศาล ผมคิดเล่นๆ ในช่วงระยะเวลา 5 – 7 ปี
ข้างหน้า ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายคงเคยเห็นตัวเลขที่ทางรัฐบาลประกาศออกมา
มีทั้งแผนระยะสั้น แผนระยะยาว ตรงนี้ถามว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เกิดขึ้นมาจาก
ท่านทั้งหลายทางภาคเอกชน ที่พวกท่านทั้งหลายมาบอกภาครัฐ จะลงทุนมาก
ขนาดนี้ อุตสาหกรรมใหญ่ขนาดนี้ ขอให้ทางภาคเอกชนไทยเข้ามามีส่วนร่วมใน
การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัว supply chain ส่วนแรกได้หรือไม่ มีหลายกระทรวง
ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มี 2 เรื่อง เรื่องแรก เราให้ทาง สวทน. จัดตั้ง
สถาบันขึ้นมาสถาบันหนึ่ง หลักๆ เพื่อให้พัฒนาเรื่องของคน โดยเฉพาะวิศวกร
เราประมาณการว่ าจะต้อ งใช้ค นประมาณ 50,000 – 100,000 คน เรื่อ งที่ สอง
                                                   ทางกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ โดย
                                                   สวทช. มาลงทุ นทํ า การวิจั ย พั ฒ นา
                                                   เรื่องของเทคโนโลยีบางเรื่อง ผมย้ํา
                                                   อี ก ค รั้ ง ว่ า บ า ง เ รื่ อ ง เ พ ร า ะ
                                                   อุ ต สาหกรรมขนส่ ง ทางราง เป็ น
                                                   เทคโนโลยี ที่ สู ง มาก เราคงไม่ มี
ศักยภาพที่จะทําได้ทุกเรื่อง แต่เราดูเรื่องที่เรามีศักยภาพ ที่ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมา
เพื่อให้เห็นแนวทางการทํางานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เห็นทิศทางการ
ทํางานของพวกผมในกระทรวงว่า จะมีทิศทางการทํางานที่จะร่วมมือกับพวกท่าน
อย่างไร เรื่องระบบขนส่งทางราง ผมคิดว่าอาทิตย์หน้า กรอบการเจรจาจะนําเข้า
สู่สภาฯ ผมยกสองตัวอย่างนี้ เพราะว่ ากําลังจะเป็นข่าวที่สําคัญในอาทิตย์นี้หรือ


                                                        ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย        187
อาทิตย์หน้า แต่มีอุตสาหกรรมอีกมากที่เราได้ทําแต่ทุกท่านอาจยังไม่ทราบ เช่น
อุตสาหกรรมทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว เรื่องยาง เรื่องมันสําปะหลัง
เรื่องปาล์ม เรื่องอ้อย ฯลฯ มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการที่
พวกผมคิด แต่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งมีบางอุตสาหกรรมที่ได้
ร่วมมือกัน แต่อาจจะยังไม่ถึงจุดที่เราพึงพอใจมาก เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาส
พบปะพู ด คุ ย กั บ ผู้ บ ริ ห ารสภาอุ ต สาหกรรม ต้ อ งยอมรั บ ว่ า บางเรื่ อ งที่ เ ราได้
ดําเนินการมีความล่าช้า บางเรื่องคิดว่าทําได้แต่ก็ทําไม่ได้อย่างที่เราคิด เนื่องจาก
มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาก ผมเชื่อว่าการดําเนินการทุกสิ่งต้องใช้เวลา

         วันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาพบปะพูดคุยกับพวกท่าน ตามที่ผมได้
เรียนไว้แล้ว วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ ดี ผมตั้งใจมาพูดกับพวกท่านเรื่องเดียวว่า
ผมจะร่วมมือกับพวกท่านได้อย่างไรในอนาคตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการ
แข่งขันของประเทศ ซึ่งวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเป็นก้าวแรก และเป็นก้าวที่มี
ความสําคัญ เป็นก้าวที่ สวทช. ได้เปิดบ้าน Investor’s Day นําเทคโนโลยีที่คิดว่า
จะเป็นประโยชน์ในการต่อยอดการผลิต เพื่อนําไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ดี สินค้าที่ดี ผมได้
ให้ น โยบายไปแล้ ว ว่ า ปี ห น้ า ผมจะเปิ ด บ้ า นเทคโนโลยี ผมจะ นํ า หน่ ว ยงาน
กระทรวงวิ ทยาศาสตร์ ฯ 13 หน่ว ยงาน นําเสนอเทคโนโลยีเท่าที่มี มาเปิดบ้า น
ร่วมกับงาน Investor’s Day ของ สวทช. ในปีหน้า

          ขอบคุณครับ

                                          เรียบเรียบโดย : ยุภาภรณ์ เทพจันทร์




188      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
กล่าวขอบคุณในความร่วมมือระหว่าง วท. และ มก.
ในการดาเนินโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2553 เวลา 10.00 น.
ณ อาคารศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน


รองอธิการบดี วิทยาเขตกาแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
         (ผศ.ดร. ชวลิต ฮงประยูร)
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม (นายสุรพล แสวงศักดิ)์
ท่านผู้เข้าร่วมสัมมนา และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

          วันนี้ผมดีใจที่ได้มีโอกาสได้มาพบปะพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่า
เป็นคลังความรู้ที่ดีที่สุดของประเทศในด้านการเกษตรและทางด้านวิทยาศาสตร์
และด้านอื่นอีกหลายอย่าง วันนี้ผมมาที่นี่ผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับผมมาพร้อม
กับผู้บริหารหลายท่านของกระทรวง
ผมจะขอแนะนําสักหน่อยนะครับ

1. ที่ปรึกษาก้องศักดิ์ ยอดมณี
2. ที่ปรึกษาอภิชาติ นพเมือง
3. ที่ปรึกษาคมจิต ลุสวัสดิ์
4. ที่ปรึกษาจิรัฏฐ์ นิธิอนันตภร
5. รองปลัดกระทรวงฯ คุณวีระพงษ์ แพสุวรรณ
6. ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ คุณนันทวรรณ ชื่นศิริ
7. ผอ. คนึงนุช พิมพ์อุบล
8. รอง ผอ. สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ


                                               ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    189
วันนี้ผมตั้งใจมาพบปะพูดคุยกับทุกท่านนะครับ จริงๆ แล้ววันนี้ ผมมี
ประชุมที่สภาในช่วงเช้า ไปนําเสนอในเรื่องของมาตรการเร่งด่วน ที่จะสนับสนุน
เรื่องของพลาสติกชีวภาพ ที่เป็นอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่อไป
ในอนาคตจะมีผลกระทบ
ต่อประเทศไทยอย่างมาก
เ ล ย ทํ า ใ ห้ ผ ม ต้ อ ง
ปรั บ เปลี่ ย นโปรแกรม
นิ ด หน่ อ ยนะครั บ แต่ ว่ า
อย่ า งไรก็ ต ามผม ก็ ดี ใ จ
อย่างมากที่ได้พูดคุยกับ
พวกเราในวันนี้ ผมตั้งใจ
จะพูดกับพวกท่านเพียง
เรื่องเดียว คือเรื่องความ
ร่ ว มมื อ ของเราระหว่ า ง
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน
จริ ง ๆ แล้ ว ผมทราบว่ า ท่ า นเป็ น หุ้ น ส่ ว นที่ สํา คั ญ ของกระทรวงนะครั บ ทํ า งาน
ร่วมกันกับกระทรวงเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทาง สวทช. ที่เมื่อ
สักครู่ท่านรองอธิบดีได้พูดถึงอาจารย์อภิชาติ วรรณวิจิตร ผมได้รับทราบผลงานของ
ท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพันธุ์ข้าวที่ทนน้ําท่วม ต้านทานแมลง และศัตรูพืชต่างๆ ก็
คิดว่าผมกับทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เดินมาถูกทางแล้ว




190      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ผมตั้งใจจะพูดกับท่านในเรื่องของความร่วมมือต่อไปในอนาคตหลักๆ ที่
ท่านพูดถึ งมี อยู่ห ลายเรื่ องนะครั บ แต่ผ มจะพูด เรื่อ งโครงการหมู่บ้ านแม่ข่ ายฯ
กระทรวงวิทย์ฯ เป็นกระทรวงที่หลายคนบอกว่ าเป็นกระทรวงชั้นบน อาจจะมี
โอกาสได้ ม าสั ม ผั สกั บ ข้ า งล่ า งไม่ ค่ อ ยมากนั ก แต่ จ ริ ง ๆ แล้ ว เราพยายามมาก
นะครับ แต่ว่าบางครั้งบางคราวก็ไม่ได้มี Impact มากนักในวงกว้าง แต่ผมก็ถือว่า
เรื่องนี้เป็ นเรื่ องที่ สําคั ญ ผมได้พู ดนโยบายของผม 4 ข้ อ ในวัน แรกที่ผมมารั บ
ตําแหน่ง หนึ่ งในสี่ข้อที่ ผมพูดไว้ ก็คือ ผมจะพยายามนํา เอาวิท ยาศาสตร์ลงมา
ที่ชุมชน ลงมาเพื่อยกระดับ แก้ไขปัญหาเรื่องของความยากจนของพี่น้องที่อยู่




ในชนบท ในต่ า งจั ง หวั ด ที่ เ ป็ น คนส่ ว นใหญ่ ข องประเทศ แต่ ปั ญ หาคื อ ว่ า ทาง
กระทรวงวิทย์ฯ ของเราไม่มีหน่วยงานที่อยู่ในต่างจังหวัด เราไม่มีหน่วยงานที่อยู่
ในท้องที่เลย เพราะฉะนั้นเรื่องการสร้างพันธมิตร สร้างเครือข่าย ผมถือว่าเป็น
เรื่องสําคัญ เพราะในโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ จําเป็นต้องทํา
นะครั บ เราก็ มี เ ครื อ ข่ า ยในแต่ ล ะพื้ น ที่ ก ระจายกั น ออกไป ในภาคเหนื อ เรามี


                                                   ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย      191
ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ม่ โ จ้ ม ช . ( ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ชี ย ง ใ ห ม่ ) ภ า ค ใ ต้ ก็ มี ม อ .
(มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ผมคงพูดไม่ได้ทั้งหมดนะครับ แล้วก็โชคดีที่ภาคกลางเราก็มี มหาลัยวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์เป็นพันธมิตรที่สําคัญ

            สิ่งที่ผมอยากจะเห็นต่อไปในอนาคตนะครับ ตัวผมเองก็เป็นอาจารย์เก่า
เคยรับราชการสอนหนังสืออยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เข้าใจภาระบทบาท
ของคนเป็นอาจารย์ มีทั้งเรื่องการสอนหนังสือ เรื่องทําวิจัย ซึ่งอาจารย์บางท่าน
ก็ชอบสอนหนังสือแต่ไม่ชอบทําวิจัย และบางท่านก็ชอบทําวิจัยแต่ไม่ชอบสอน
หนังสือ ก็เป็นภาระหน้าที่ ที่ท่านจะต้องทําอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าเป็นภาระหน้าที่
อย่างหนึ่งที่มีความสําคัญอย่างมากคือท่านจะทําอย่างไรให้คนที่อยู่ในพื้นที่ของ
ท่าน คนที่อยู่ในชุมชนของท่านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเราทั้งหลายที่เป็น
อาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยทุกท่านก็จะมีอุดมการณ์ไม่มากก็ น้อย ไม่อย่างนั้นก็คง
ไม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือซึ่งเงินเดือนก็ไม่มากนัก ตรงนี้ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่
สํ า คั ญ และเป็ น เรื่ อ งที่ ผ ม
อยากจะพู ด ในวั น นี้ ทาง
กระทรวงวิ ท ย์ ฯ มี จุ ด แข็ ง
ห ล า ย เ รื่ อ ง ท า ง
มหาวิ ท ยาลั ย ของท่ า นก็ มี
จุ ด แ ข็ ง อ ยู่ ห ล า ย เ รื่ อ ง
ผมยกตัวอย่างนะครับอย่าง
เรามีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมเยอะ ซึ่งท่าน



192       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ก็มี แต่ว่ากระทรวงวิทย์ฯ ของเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่เ ราจําเป็นต้องมีเครือข่ายอย่าง
พวกท่าน จะขอบอกไว้ในที่นี้ว่าคงมีเครือข่ายเฉพาะในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว
ไม่ พอ แต่ เ ราต้อ งสร้ า งเครื อ ข่า ยในวงกว้า ง ยกตัว อย่ า งที่ สําคั ญที่ สุดก็ คื อทาง
จังหวัดนี่เป็นหลักเลยที่จะลงไปสัมผัสกับชุมชนกับบุคคล เราจะลงไปพบปะ ลงไป
ทํางานกับพวกเขาก็เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเขามีความต้องการอย่างไร แต่ผมคิดว่า
แค่นั้นยังไม่พอ สิ่งที่เราต้องทําต่อไปคือว่าถ้าเรารู้แล้วว่าเขามีความต้องการอย่างนี้
เขามี ศัก ยภาพหรื อเปล่ าที่ จะทํา ถ้ ามี เราจะต่ อยอดได้ อย่ างไร และที่สําคั ญไป
                                                      กว่านั้น แล้วถ้าเขาไม่มีล่ะ เรา
                                                      มีกําลังพอหรือไม่ที่จะสนับสนุน
                                                      ในการที่ จ ะทํ า ในเรื่ อ งต่ า งๆ
                                                      เหล่านั้น ถ้าเราลงไปดูนะครับ
                                                      องค์ความรู้ที่เรากําลังพูดถึงมัน
                                                      มีหลายเรื่อง แต่ว่าเรื่องที่สําคัญ
                                                      คงหนีไม่พ้นเรื่องวิทยาศาสตร์
                                                      เทคโนโลยี แล้ ว ใครจะมี เ รื่ อ ง
                                                      พวกนี้ ไ ปมากกว่ า กระทรวง
                                                      วิทย์ฯ หรือมากไปกว่าสถาบัน
                                                      ของพวกท่าน

                                                                   ผ ม ว่ า สิ่ ง ที่ เ ร า จ ะ
                                                        ทํ า ง า น ขั บ เ ค ลื่ อ น ต่ อ ไ ป
                                                        ในอนาคต คือว่าความร่วมมือ


                                                      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย          193
เรามีกันอยู่แล้ว แต่ถ้ามีความใกล้ชิดมี การขยายความสําคัญให้มากยิ่งขึ้น ผมก็
อยากจะเน้นว่าการทํางานต่อไปในอนาคต ผมอยากจะเห็นเราลงไปพบปะพูดคุย
ทํางานกับชาวบ้านให้มากขึ้น ตรงนี้คงไม่ได้มีเฉพาะพวกผมและพวกท่านนะครับ
แต่ต้อง ทั้งจังหวัด ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้ผมจะมี
โอกาสได้ไปที่หมู่บ้านแม่ข่ายที่มีความเหมาะสมที่เขาสามารถที่จะใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี หรือ เรีย กกั นว่า วท. ที่เ อาไปพั ฒนาศัก ยภาพทํ าให้ชีวิ ตความ
เป็นอยู่ของเค้าดีขึ้น สร้างงานสร้างรายได้มากขึ้น

           แนวทางการทํางานต่อไปในอนาคต อย่างที่ผมได้เริ่มต้นมา จริงๆ แล้ว
ผมอยากจะเชื่อว่าเรา เราในที่นี้ก็คือกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ นะครับ IPAC ยัง
ไม่ค่อยมีภายในเดือนสองเดือนนี้ผมจะเรียกประชุมและปรับการทํางานตรงนี้ให้มี
รูป แบบการทํ างานที่จ ะสร้ างผลกระทบในวงกว้า งให้ม ากยิ่ งขึ้ น แต่ก็ ในบริ บ ท
ที่จํากัด ในงบประมาณที่เรามี และก็ในโครงสร้างขององค์กรของเราซึ่งส่วนใหญ่จะ
อยู่ในส่วนกลางมากกว่าในส่วนภูมิภาค ในการทํางานต่อไป ผมว่าถ้าเราจะลองไป
ดูสักนิดว่าจะมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอะไรต่อ ไปในอนาคตที่จะมีบทบาท
สําคัญ เมื่อวันก่อนผมไปดูเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลก แต่ว่าเราลงไป
ไม่ถึงขั้นนั้น ลองมาดูกันว่ ากระทรวงวิทย์ฯ มีอะไร ในสถาบันการศึกษาของเรา
มีอะไร และเราจะต่อยอดอะไรให้ชาวบ้านที่เค้าอยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร เรื่องนี้น่าจะ
เป็นส่วนที่สําคัญมากกว่า อีกเรื่องคือเราจะต้องยอมรับนะครับว่าการดําเนินงานใน
เรื่องนี้คงมีปัญหาและอุปสรรคพอสมควร ก็ไม่อยากจะมาพูดในที่นี้นะครับว่ามันมี
ปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง แต่ต้องต้องยอมรับกับเรื่องพวกนี้และก็ต้องมาพูดคุย
กันพอสมควรในการที่จะดําเนินงานต่อไปในอนาคต



194     ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ก็อีกนิดนะครับ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบปะพูดคุยกับทุกๆ ท่าน
และผมตั้งใจที่จะร่วมมือกับหมู่บ้านแม่ข่ายต่อไปและก็ตั้งใจนะครั้งที่ร่วมมือกับ
โครงการอื่นๆ ที่เรามีอยู่แล้วให้มายิ่งขึ้น

        ขอบคุณครับ

                                     เรียบเรียงโดย : ดรุญณี แก้วสระแสน




                                             ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย   195
พิธีมอบป้ายหมูบ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                  ่
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2553 เวลา 13.30 น.
ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรครบวงจรอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดาริ


ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดนครปฐม
            ่
ท่านนายอาเภอกาแพงแสน
ท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน
         ท่านผู้ประสานงานเครือข่าย
ท่าน ดร. ปราโมทย์
ท่านสมาชิกเครือข่าย
พี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมทุกท่านครับ


                                           วั น นี้ ผ มดี ใ จเป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ มี โ อกาส
                               ลงมาที่จังหวัดนครปฐมพบปะพูดคุยกับพี่น้องชาว
                               จั ง หวั ด นครปฐมพร้ อ มๆ กั บ สมาชิ ก เครื อ ข่ า ย
                               หมู่ บ้ า นเครื อ ข่ า ยวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี
                               จริ ง ๆ แล้ ว วั น นี้ ที่ ผ มมาที่ นี่ ผ มไม่ ไ ด้ ม าคนเดี ย ว
                               นะครั บ ผมมาพร้ อ มกั บ ผู้ บ ริ ห ารกระทรวงวิ ท ย์ ฯ
                               หลายท่านซึ่งในโอกาสนี้ผมจะขอแนะนําผู้บริหาร
                               กระทรวงฯ 4 - 5 ท่าน ให้พวกท่านทั้งหลายได้รู้จัก
ท่านทั้งหลายเหล่านี้เป็นคนที่มีความสําคัญ ในการที่ทําให้เกิดกิจกรรมดีๆ แบบนี้
ในวันนี้ ท่านแรกนะครับท่านที่ปรึกษาก้องศักดิ์ ยอดมณี ท่านที่สองท่านที่ปรึกษา



196       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
คมจิต ลุสวัสดิ์ ท่านที่สามท่านพลตรีอภิชาติ นพเมือง ท่านที่สี่ท่านที่ปรึกษาจิรัฏฐ์
นิธิอ นันตภร และมี อีกหลายท่า นที่ผ มไม่สามารถเอ่ยชื่ อได้ทั้ง หมด พี่ น้องชาว
จังหวัดนครปฐม ท่านสมาชิกเครือข่ายหมู่บ้านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ ได้ฝากให้ผมมาเรียนกับพวกท่านนะครับว่าท่านอยากเห็นการทํางาน
ของกระทรวงวิทย์ฯ ไม่ได้อยู่บนหอคอยแต่เพียงอย่างเดียว ท่านอยากเห็นการ
ทํางานของกระทรวงวิทย์ฯ ลงมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องในชุมชน พี่น้องในท้องถิ่น
พี่น้องในต่างจังหวัด พี่น้องในชนบท




           และ นั่ น คื อเห ตุ ผ ลว่ า ทํ า ไ ม เมื่ อต อนที่ ผ ม ม า รั บ ตํ า แ ห น่ ง เป็ น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในวันแรกผมได้ประกาศนโยบายไว้ 4 ข้อ
หนึ่งใน 4 ข้อ ที่ผมได้พูดเอาไว้นะครับก็คือว่าผมจะพยายามสุดความสามารถของ
ผมที่จะนําเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงไปสู่ชุมชน ลงไปสู่คนที่เป็นพี่น้องคน
ส่วนใหญ่ของประเทศและนี่ก็คือเหตุผลที่ทําไมทางกระทรวงวิทย์ฯ ถึงมีโครงการ
ดีๆ หลายโครงการที่ลงมาที่ชนบทรวมถึงโครงการวันนี้ด้วยนะครับ ที่เป็นโครงการ
ที่เราเรียกสั้นๆ ว่า “โครงการหมู่บ้านแม่ข่าย”


                                                        ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย        197
ผมดี ใ จนะครั บ ที่ มี โ อกาสมาพบปะกั บ
                                      สมาชิ ก เครื อ ข่ า ยทั้ ง 10 เครื อ ข่ า ย ที่ ไ ด้ รั บ การ
                                      ยอมรับว่าเป็นต้นแบบที่ดีในการที่จะนําวิทยาศาสตร์
                                      และเทคโนโลยีห รือที่เราเรียกว่า “วท.” ลงไปปรั บ
                                      ลงไปใช้ใ นหมู่ บ้านของตัวเองในชุม ชนของตั วเอง
                                      ตรงนี้ถื อว่า เป็ นแบบอย่า งที่ ดีครั บ ผมอยากจะขอ
                                      พวกเราได้ ก รุ ณ าปรบมื อ ให้ เ กี ย รติ กั บ ทั้ ง สมาชิ ก
                                      10 เครือข่ายอีกครั้งหนึ่งครับ อย่างที่เรียนนะครับ
                                      สมาชิ ก ทั้ ง 10 เครื อ ข่ า ยมี จุ ด แข็ ง เป็ น ของตั ว เอง
มีศักยภาพที่แตกต่างกันในแต่ละหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ก็จะมาจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
เรื่องของการเกษตรโดยตรง สิ่งต่ างๆ ที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ ร่วมกับเครือข่า ย
ต่างๆ เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงไปใช้แต่ท่านสามารถปรับ
ทํา ให้ มั น เกิ ด ผลเป็ น ที่ ป ระจั ก ษ์ ไ ด้ ผมคิ ด ว่ า มั น ไม่ ใ ช่ เ รื่ อ งง่ า ยนะครั บ ผมเห็ น
หลายๆ เรื่องมีความแตกต่างกันมากในแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งแน่นอนครับแต่ละแห่ง
แต่ละชุมชน แต่ละท้องที่ ความต้องการของประชาชน ความต้องการในแต่ละพื้นที่
แตกต่ า งกั น แต่ สิ่ ง ที่ ผ มได้ เ ห็ น อย่ า งหนึ่ ง ซึ่ ง
เหมื อ นกั น ทุ ก หมู่ บ้ า นทั้ ง 10 เครื อ ข่ า ยรวมถึ ง
หมู่บ้านเครือข่ายที่เป็นหมู่บ้านสมทบด้วย นั่นก็คือ
ผมเห็นว่าทั้ง 10 เครือข่ายได้น้อมนําเอาปรัชญา
เศรษฐกิ จ พอเพี ย งของพระบาทสมเด็ จ พระ
เจ้าอยู่ หัวเข้า มาปรับ ใช้ในการทํางานของตัวเอง
ซึ่ง ตรงนี้ ผมถื อว่ าเป็น มงคลสู งสุ ดในชีวิ ต ผมถื อ
เป็นเรื่องที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งและผมอยาก
ให้พวกเราทั้งหลายในที่นี้ น้อมระลึกถึงพระมหา
กรุ ณ าธิ คุ ณ ที่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว ได้


198       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ทรงงานหนักเพื่อพวกเราพี่น้องประชาชน
                                                คนไทย ตรงนี้ทําให้ผมและผู้บริหารกระทรวง
                                                วิ ทย์ ฯ มี กํ า ลั ง ใ จ ที่ จ ะ ล ง ม า ทํ า ง า น
                                                ช่ ว ยเหลื อ พวกท่ า นเพื่ อ ที่ จ ะสร้ า งงาน
                                                สร้างรายได้ ยกระดับความเป็นอยู่ชีวิตที่ดี
                                                ขึ้นแก่พวกท่านทั้งหลาย การทํางานของ
สมาชิกเครือข่ายทั้ง 10 หมู่บ้านนี้ถือว่าประสบความสําเร็จ ผมอยากจะเห็นพวก
ท่ า นทั้ ง หลายได้ ทํ า การต่ อ ยอด คํ า ว่ า ”ต่ อ ยอด” ของผมในที่ นี้ ห มายความว่ า
อยากจะให้ท่านได้สามารถทํางานที่เป็นประโยชน์กับหมู่บ้านของตัวท่านเองแล้ว
นอกเหนือไปจากนั้นอยากจะเห็นท่านได้ลงไปเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ท่านได้รับ
ที่ท่านนําไปประยุกต์ใช้จนประสบความสําเร็จ นําลงไปถ่ายทอดให้กับหมู่บ้านอื่นๆ
ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญนั่นก็คือหัวใจของการที่เราสร้างโครงการหมู่บ้าน
แม่ข่ายนี้ขึ้นมา ท่านอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ในหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงของท่าน
ตําบลเดียวกับท่าน อําเภอเดียวกับท่าน จังหวัดเดียวกับท่านและจริงๆ แล้วผม
เชื่อมั่นเลยนะครับว่าหลายหมู่บ้านแม่ข่ายที่มาในวันนี้มีศักยภาพที่สามารถออกไป
นอกจังหวัดของท่านได้ด้วย
             การทํางานของกระทรวงวิทย์ฯ ไม่ง่ายเลยนะครับ อย่างที่ผมมีโอกาสได้
พูดคุ ยกับ ผู้บริ หารสถาบันการศึ กษาที่มหาวิท ยาลั ยเกษตรศาสตร์กํ าแพงแสน
ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ําว่าอยากจะ
เห็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงมา
ใช้ ป ระโยชน์ ใ นชุ ม ชนให้ ม ากยิ่ ง ขึ้ น
แ ต่ ว่ า ก ร ะ ท ร ว ง วิ ท ย์ ฯ เ ร า ไ ม่ มี
หน่วยงานที่อยู่ในต่างจังหวัดเรามีแต่
หน่ ว ยงานที่ อ ยู่ ใ นส่ ว นกลางเป็ น


                                                           ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย          199
ส่ ว นใหญ่ เราเป็ น เพี ย งหนึ่ ง ในสองกระทรวง อี ก กระทรวงก็ คื อ กระทรวงการ
ต่างประเทศที่แทบจะไม่มีหน่วยงานในต่างจังหวัดเลย เพราะฉะนั้นการทํางานของ
เราต่อไปในอนาคต สิ่งที่เรากําลังพยายามที่จะทําก็คือว่าเราพยายามที่จะสร้าง
เครื อ ข่ า ย สร้ า งพั น ธมิ ต รอย่ า งในกรณี นี้ ไ ด้ รั บ ความร่ ว มมื อ อย่ า งดี กั บ ทาง
มหาวิ ท ยาลั ยเกษตรศาสตร์ ซึ่ ง ตรงนี้ ผมอยากจะเรีย นว่ า ถึ ง แม้ จะได้ รั บ ความ
ร่วมมืออย่างดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จําเป็นต้องสร้างเครือข่ายต้องสร้างพันธมิตร
ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครือข่ายภาคประชา
สังคม ภาคประชาชน และในขณะเดียวกันการทํางานของเรายังมีปัญหาอุป สรรค
อื่นๆ อยู่บ้าง ก็ไม่อยากให้พวกเราวิตกกังวลเรื่องปัญหาต่างๆ เหล่านี้มันก็มีเอาไว้
แก้ ส่วนเรื่องที่ดีๆ ที่เป็นจุดเด่นของโครงการของเราก็มีเยอะ

                                                      สุดท้ายนี้ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสมา
                                        ที่ จั ง หวั ด นครปฐมเป็ น ตั ว อย่ า งของท่ า น
                                        นายกรัฐมนตรีที่ลงมาพยายามที่จะนําสิ่ง
                                        ดีๆ ที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ ได้นําลงสู่ชุมชน
                                        เข้ามาสู่ท้องถิ่น เข้ามาสู่ชนบท ก็หวังเป็น
อย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสกลับมาจังหวัดนครปฐมอีกและก็หวังว่าจะได้มีโอกาส
พบปะพู ด คุ ย แลกเปลี่ ย นความคิ ด เห็ น กับ หมู่ บ้ า นเครือ ข่ า ยทั้ ง 10 หมู่ บ้ า นอี ก
ในอนาคต

          ขอบคุณครับ

                                                เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์



200      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
งานแถลงข่าวเปิดตัวเทคโนโลยีเครื่องมือวัดความขุ่นเพือการตรวจหา
                                                    ่
เชื้อไวรัสในกุ้ง
วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2553 เวลา 09.00 – 10.30 น.
ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี


                                                   ครั บ สั้ น ๆ นะครับ เรื่ อ งของกุ้ ง
                                        เป็นเรื่องที่สําคัญของประเทศไทย ปีหนึ่ง
                                        มี ก ารส่ ง ออกประมาณเกื อ บห้ า หมื่ น
                                        ล้านบาท ซึ่งปัญหาที่พบในเรื่องของกุ้งมี
                                        อยู่สองสามเรื่อง

           เรื่องแรกเป็น ปัญหาของกุ้งในเรื่องการพบสารตกค้างตั วไนโกโปแลม
ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงวิทย์ฯ โดยทางสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติกําลังจัดทําที่เรา
เรียกกันว่า “สารทดลอง” เพื่อดูสารตกค้างไนโกโปแลม

          ปัญหาที่สองคือเรื่องของเชื้อไวรัส ซึ่งวันนี้เป็นเหตุที่พวกเราผู้บริหารของ
ทาง สวทช. ทั้งทางเนคเทคและทางไบโอเทค มีค วามยินดีที่จะมาแถลงถึงผล
ความสํ า เร็ จ ตรงนี้ เ ป็ น เรื่ อ งของการ
ร่วมมือกัน เป็นการทํางานอย่างบูรณาการ
เอาความรู้ ท างด้ า นของเนคเทคและเอา
ความรู้ ทางด้ านของไบโอเทคมารวมกั น
เพื่อสร้างเครื่องที่เราเรียกว่าเพื่อจะหาตัว
ไวรัสของกุ้ง


                                                  ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย        201
ตรงนี้ผมพูดสั้นๆ นะครับ ประโยชน์ที่เราจะได้รับในอดีตที่ผ่านมาเวลาที่เราจะ
ตรวจรั บ เชื้ อ ไวรั ส ของกุ้ ง ต้ อ งใช้ เ ครื่ อ งที่ ค่ อ นข้ า งใหญ่ แต่ ปั จ จุ บั น ที่ เ รานํ า
เทคโนโลยีนี้เ ข้ามาใช้เป็น เครื่องค่อนข้ างเล็ก เมื่อเล็กแล้วประโยชน์ที่จะได้คื อ
สามารถไปตรวจจั บ เชื้ อ ไวรั สตรงบ่ อ กุ้ ง ได้ เ ลย ซึ่ ง ตรงนี้ จ ะช่ ว ยประหยั ด เวลา
ประหยัดค่าใช้จ่าย และเครื่องตัวนี้เวลาคิดค่าบริการในการตรวจสอบเชื้อไวรัสกุ้ง
ถูกกว่าเครื่องของเดิมมาก อันที่สองที่อยากพูดถึงเครื่องตัวนี้มีราคาต่ํากว่ าเครื่อง
ของเดิมมาก ในสมัยก่อนเครื่องตัวใหญ่มีราคาประมาณหกแสนเจ็ดแสนบาท แต่
เครื่องตัวนี้ที่เรากําลังจะนําออกมามีราคาประมาณหนึ่งแสนบาท

            ต่ อ ไ ป ที่                                          อย า กจ ะ พู ด ถึ ง
เครื่องตัวนี้หลักๆ ที่จะ                                          สรุ ปคื อขนาดเล็ ก
ใช้ ไ ด้ ผ ลเร็ ว และมี                                           ราคาที่ ค่ อ นข้ า ง
ถูก ตรงนี้ ข อเอ่ ย ชื่ อ                                         นั ก วิ จั ย ทั้ ง หมด
หกท่ า นซึ่ ง เป็ น ผู้ ที่                                       อยู่ เ บื้ อ งหลั ง ของ
ความสํ า เร็ จ ในวั น นี้ น ะครั บ ทางด้ า นเนคเทคก็ มี ดร. อดิ ศ ร เตื อ นตรานนท์
คุ ณ อั ศ วพงษ์ ทรั พ ย์ พั ฒ น์ และคุ ณ ถนอม โลมาส ส่ ว นทางด้ า นไบโอเทคมี
ดร. วรรณสิกา เกียรติปฐมชัย คุณวันเสด็จ เจริญรัมย์ และคุณธีรนาฎ พุทธวิบูลย์
นะครับ

                                                     เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์




202       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
คากล่าวทักทายอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
24 กันยายน 2553 เวลา 13.00 - 15.00 น.
ณ วังรี รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

สวัสดีครับ
ท่านปลัดจังหวัดนครนายก (นายชยาวุธ จันทร)
ท่านผู้ตรวจราชการกระทรวง
เพื่อนๆ พี่ๆ ชาวอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกท่าน

             ผมมี ค วาม
ยินดีมากที่ได้พบปะ
พู ด คุ ย กั บ พวกท่ า น
อี ก ครั้ ง หนึ่ ง ผมขอ
เรี ยนว่ า วัน นี้ ผมมา
ด้ ว ยใจจริ ง ๆ หลาย
ท่านคงจะทราบว่าผมไม่สบายค่อนข้างมาก แต่วันนี้ผมตั้งใจมาเพื่อพบปะพูดคุย
กับทุกท่านในกิจกรรม “โครงการวั นรวมพล อาสาสมัครวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ” ซึ่งสําหรับผมและทุกท่านที่ทํางาน ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ถือว่าเป็นงานที่มีความสําคัญมาก เป็นโครงการระดับห้าดาว
             การที่เราจัดโครงการนี้ขึ้นมาได้ เพราะความร่วมมือกันของผู้เกี่ยวข้อง
หลายฝ่าย ทั้งข้าราชการประจํากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และที่ปรึกษารัฐมนตรีซึ่ง
ผมอยากจะขออนุญาตแนะนําที่ปรึกษาทั้ง 3 ท่าน ดังนี้



                                               ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย    203
ท่านแรก ที่ปรึกษาคมจิต
                                                       ลุสวัสดิ์ ท่านที่สอง ที่ปรึกษาสันติ
                                                       สาทิ พ ย์ พ งษ์ และท่ า นสุ ด ท้ า ย
                                                       ที่ ป รึ ก ษ า จิ รั ฏ ฐ์ นิ ธิ อ นั น ต ภ ร
                                                       เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว อสวท. ที่เคารพรักครับ
วั น แรกที่ ผ มมารั บ ตํ า แหน่ ง เป็ น รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยี ผมได้พูดถึงนโยบายของผมหลายข้อ หนึ่งในข้อที่ผมให้ความสําคัญ
ที่สุด คือ พวกเราที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะทําอย่างไรที่จะนําเอาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีลงไปสู่ชุมชน ลงไปถึงคนที่อยู่ต่างจังหวัด คนที่อยู่ชนบท หรือคนที่
อยู่ห่างไกลความเจริญ
           ผมได้พยายามทําอย่างเต็มที่ในระยะสามเดือนกว่าที่ผมมารับตําแหน่ง
ที่นี่ ผมลงไปดูโ ครงการต่างๆ ที่จะสามารถตอบสนองการดําเนินงานข้อนี้ของ
กระทรวงวิทย์ฯ ได้ และหนึ่งในโครงการที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ
โครงการ อสวท. ของคลินิกเทคโนโลยีนี่ล่ะครับ
           แม้ว่าที่ผ่ านมา มี การดําเนินการทุ กปี แต่ผ มเชื่อว่า เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว
อสวท. ทุกท่านคงจะเห็นด้วยกับผมว่า
ในปีนี้เป็นปีที่เราจัดงานได้ยิ่งใหญ่ที่สุด
และครบถ้วนที่สุด
           เมื่ อ สั ก ครู่ ท่ า นผู้ ต รวจเสาวณี
ได้กล่าวรายงานว่างานนี้มีวัตถุประสงค์
อย่างไร แต่ผมอยากขออนุญาตบอกเล่า



204       ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ความรู้ สึก ของผม ว่ า ทํ า ไมผมถึ ง ให้
                                                   ความสําคัญกับโครงการนี้ และผมขอ
                                                   ย้ํ า อี ก ค รั้ ง ว่ า ห า ก ผ ม ไ ม่ เ ห็ น ถึ ง
                                                   ความสํ า คั ญ ของโครงการนี้ ผมตื่ น
                                                   ขึ้นมาตอนเช้า ผมคงมาไม่ไหวจริงๆ
                                                   แต่ วั น นี้ ผ มตั้ ง ใจมา ความรู้ สึ ก แรก
                                                   ของผม คื อ การนํ า เอาวิ ท ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ลงไปสู่คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ในชนบท
           กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีค นที่มีความรู้ความสามารถมากมายไม่ แพ้
กระทรวงอื่น แต่เรามีข้อจํากัดอยู่ที่บุคลากรของเราส่วนใหญ่มีอยู่เฉพาะหน่วยงาน
ส่วนกลาง อยู่ในกรุงเทพ เราแทบจะไม่มีหน่วยงานในต่างจังหวัด
           สิ่ ง ที่ เ ราจะสามารถทํ า ได้ นั่ น คื อ เราจํ า เป็ น ต้ อ งสร้ า งพั น ธมิ ต รกั บ
สถาบั น การศึ ก ษาต่ า งๆ มหาวิ ท ยาลั ย ต่ า งๆ ที่ เ ป็ น ผู้ ป ระสานงานโครงการนี้
ผมถึ ง ลงไปพู ด คุ ยกั บ พวกท่ า นทั้ ง หลายที่ เป็ น เสมื อนแกนนํา ในพื้ น ที่ข องท่ า น
เพื่อจะได้เป็นการสร้างเครือข่าย เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ
           สิ่งที่พวกผมต้องการ คือการนําเอาความรู้ต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี มามอบให้แ ก่พ วกท่า น
เพื่อที่ท่านจะสามารถนําไปเผยแพร่
ให้แก่ชุมชนได้
           ปี นี้ เ ป็ น ปี แ ร ก ที่ ท่ า น
ทั้ ง หลายได้ ไ ปดู และนํ า เอาองค์
ความรู้ จ ากหน่ ว ยงานต่ า งๆ ของ


                                                            ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย           205
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 4 - 5 หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กรมวิทยาศาสตร์บริการ
สํานัก งานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่ง ชาติ หรื อสถาบันเทคโนโลยี
นิวเคลียร์แห่งชาติ ล้วนเป็นหน่วยงานสําคัญ และเป็นองค์ความรู้ที่ท่านจะสามารถ
นําเอาไปปรับและใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
          สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับพวกท่านสั้นๆ และง่ายๆ คือ เมื่อท่านได้มาดูองค์
ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ของกระทรวงวิทย์ฯ แล้ว อยากให้พวกท่ านนําความรู้เหล่านี้
ลงไปในชุมชน หลักการง่ายๆ เพียงอย่างเดียว คือ การทําให้คนในชุมชนของท่าน
ทราบว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว ที่กินได้
ใช้งานได้ ประยุกต์ใช้แล้วสามารถสร้างงานสร้างรายได้
                                                       อี ก สิ่ ง ที่ สํา คั ญ และอยากจะ
                                             ฝากท่า นไว้ เวลาที่ท่ านลงไปพูดคุ ย
                                             กับคนในพื้นที่ของท่าน คือ การพูดถึง
                                             โครงการต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระ
                                             เจ้าอยู่หัว ได้ท รงริ เริ่ม และทรงทํามา
                                             ตลอดนั้ น มี ป ระโยชน์ อ ย่ า งไร และ
การสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนก็เป็นเรื่องสําคัญ นอกเหนือจาก
การเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
          เรื่องที่สองเป็นเรื่องที่ผมคาดหวังและอยากให้ทุกท่านช่วย คือท่านช่วย
เอาความต้องการของชุมชนของท่านมาบอกพวกผม วันนี้และวันก่อนที่ผมได้มา
ทานข้าวกับพวกท่าน ผมก็ได้ยินและได้ทราบมาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องอาหารปลา
การทําปุ๋ยอินทรีย์ หรือเทคนิคการย้อมผ้า ซึ่ งผมคิดว่ามีประโยชน์ จึงอยากขอให้
ทุกท่านได้บอกเล่าความรู้ และความต้องการของพี่น้องในชุมชนให้เราได้รับรู้


206      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ผมบอกได้เลยว่า เราทาไม่ได้ทั้งหมด แต่พวกเราจะพยายามทาให้
ได้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้ อะไรที่สามารถทําได้ผ่านโครงการคลินิกเทคโนโลยีนี้
เราก็จะทํา อะไรที่อยู่ นอกเหนือโครงการของคลินิกเทคโนโลยี แต่อยู่ในโครงการ
อื่นๆ ภายในกระทรวงวิทย์ฯ เราก็จะประสานงานให้
              การที่ผมเป็นรัฐมนตรีนี้ ท่านอาจคิดว่าผมมีอํานาจมากมาย แต่ความจริง
ไม่ได้มากอย่างที่ท่านคิด แต่ผมจะพูดคุยใช้เหตุและผลกับคนที่ทํางานด้วยกัน เพื่อ
ลงไปช่ว ยเหลื อ พวกท่ า นตามความต้ อ งการของคนในพื้ น ที่ อะไรที่ น อกเหนื อ
อํานาจกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผมจะพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และอะไร
ที่นอกเหนือไปจากนั้น ผมจะพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็
ย้ํ า อยู่ เ สมอ คื อ การแก้ ปั ญ หาความยากจน ซึ่ ง ผมเชื่ อ ว่ า วิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยี เป็นองค์ความรู้สําคัญที่จะนําไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้
แก้ไขปัญหาความยากจนในชุมชน ในท้องถิ่นของท่านได้




                                                  ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย     207
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของการสร้างเครือข่าย อย่างในวันนี้ระหว่างที่เรา
ร่ ว มรั บ ประทานอาหารกั น นั้ น ผมก็ ไ ด้ ยิ น เรื่ อ งการสร้ า งเครื อ ข่ า ย (Network)
ระหว่างพี่น้องชาว อสวท. ของเรา ที่พยายามจะสร้างเครือข่าย จากภาคใต้มาภาค
กลาง ภาคเหนื อไปภาคอี สาน เป็น ต้น ซึ่ง ผมคิด ว่ าเป็น เรื่ อ งสํ าคั ญ และผมจะ
พยายามสนับสนุนการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่ม อสวท. ต่างๆ แม้ว่าอาจจะทํา
ไม่ได้ทั่วประเทศในเบื้องต้น แต่จะเริ่มจากในกลุ่มจั งหวัด ในภาคเดียวกัน และ
อาจจะขยายไปทั่วประเทศ ถ้าสามารถทําได้
            ทั้ ง 3 เรื่ อ งนี้ ก็ เ ป็ น เรื่ อ งที่ ผ มอยากจะฝากไว้ เพราะเป็ น เรื่ อ งที่ มี
ความสําคัญ และพวกผมก็มีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแก้ไขปัญหา
ของโครงการ อสวท. เท่าที่จะทําได้ โดยผมขอปวารณาตัวเองว่า กระทรวง
วิทย์ฯ จะให้ความสาคัญกับโครงการนี้ต่อไป และจะพยายามจัดให้ครบวงจร
                                           มากยิ่งขึ้นในปีต่อไป แม้จะทราบมาว่าปีนี้เป็นปี
                                           ที่จัดได้ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วก็ตาม
                                                         สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว
                                           อาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกท่าน
                                           ที่ได้สละเวลามาร่วมกันทําสิ่ งที่เป็นประโยชน์แก่
                                           คนส่ ว นใหญ่ ข องประเทศ ร่ ว มกั บ กระทรวง
                                           วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของเราในวันนี้
                                                         ขอบคุณครับ

                                             เรียบเรียงโดย : ชลารัตน์ รัตนขันติชัย



208      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการ
ระหว่าง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วันอังคารที่ 28 กันยายน 2553 เวลา 14.00 น.
ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า


ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
          (ท่านจุติ ไกรฤกษ์)
ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                        ่
ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
                          ่
ท่านปลัดทั้ง 2 กระทรวง
ผู้มีเกียรติทุกท่าน




          โครงการนี้ เป็นการริเ ริ่มของท่า นรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่ อ สาร เมื่อ ครั้ง ที่ ท่า นได้ มาดํ ารงตํ า แหน่ งรั ฐมนตรี ท่า นมี
ภ า ร ะ ห น้ า ที่ ม า ก ม า ย แ ต่ อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ที่ ท่ า น จํ า เ ป็ น ต้ อ ง ทํ า นั้ น อ ยู่ ที่




                                                              ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย            209
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านจึงมีความคิ ดริเริ่มที่จะมาทํางาน
ร่วมกันด้านวิชาการ ซึ่งผมมีความรู้สึก
ยินดีเป็นอย่างยิ่ง

              ในปี 2544 ที่ผ่ า นมา หลาย
ท่ า นอาจจะยั ง ไม่ ท ราบว่ า ท่ า นเป็ น
คณะกรรมาธิ ก ารเศรษฐกิ จ ผมเป็ น รองคณะกรรมาธิ ก ารเศรษฐกิ จ คนที่ 1
นั่ ง ใกล้ ชิ ด กั น มาก สภาตอนนั้ น อยู่ ค รบเทอม จึ ง ได้ มี โ อกาสทํ า งานใกล้ ชิ ด กั น
ผมจึงรู้วิสัยทัศน์และแนวทางการทํางานของท่าน และผมรู้ว่าท่านคงจะเอาจริงแน่ๆ

          MOU ฉบับนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องวิชาการ ครอบคลุมเนื้อหาหลัก 4 เรื่อง
คือ เรื่องของนโยบาย เรื่องของคน เรื่องของฐานข้อมูล และเรื่องของการทําวิจัย
และพัฒนาร่วมกัน

       เรื่ อ งของการทํ า วิ จั ย และพั ฒ นาร่ ว มกั น เราได้ มี ก ารจั ด ความสํ า คั ญ
โครงการ 4 โครงการ ทั้งนี้และทั้งนั้น คงจะไม่เป็นเพียงแค่ 4 โครงการนี้เท่านั้น
                                                คงต้ องมีโ ครงการต่ อไปในอนาคต
                                                ผมคิ ด ว่ า การทํ า งานแบบนี้ สิ่ ง ที่
                                                จํ า เป็ น ที่ สุ ด ที่ จ ะ ทํ า ให้ ป ระ สบ
                                                ความสําเร็จ คือ ความร่วมมือกันทั้ง
                                                2 ฝ่ า ย บ า ง เ รื่ อ ง ก ร ะ ท ร ว ง
                                                วิทยาศาสตร์ ฯ มี แต่กระทรวง ICT
                                                ไม่ม ี บางเรื ่อ งกระทรวง ICT มี
                                                แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไม่มี



210      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
แต่ วั น นี้ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ ได้ นํ า 3 หน่ วยงานหลั ก ที่ จ ะมาเป็ น
พระเอกของการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือนี้ คือ
         1. สวทช. นําทีมโดย ผอ. ทวีศักดิฯ ซึ่งมาด้วยตัวเอง
                                        ์
         2. สสนก. เป็นเรื่องของน้ํา
         3. สทอภ. เป็นเรื่องของอวกาศ

       ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ถือ เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงวิท ยาศาสตร์ ฯ
ผมมีความรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสมาทํางานร่วมกับกระทรวง ICT
       ขอบคุณครับ
                                            เรียบเรียงโดย : อารีวลย์ สินธุคา
                                                                 ั



                                                 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย     211
คากล่าวยกย่องและขอบคุณ “งานเกษียณอาลา มุทิตาสัมพันธ์ 2553”
วันอังคารที่ 28 กันยายน 2553 เวลา 17.30 - 21.00 น.
ณ ห้องประชุมรามายณะ คิงเพาเวอร์

สวัสดีครับ
ท่านปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านผู้บริหาร
เพื่อนข้าราชการและพนักงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกท่าน

            ผมคิ ด ว่ าที่ เ ราทุก คนมางานในวั น นี้ คงไม่ ไ ด้มี จิ ต ใจที่ แ ตกต่า งกั น นั ก
คือ เราต่างมาเพื่อร่วมงาน “งานเกษียณอาลา มุทิตาสัมพันธ์ 2553”
เรี ย กว่ า น่ า ใจหาย
สํ า ห รั บ ค น ที่ รั บ
ราชการมานาน
บางท่ า นที่ ผ มเห็ น
จ า ก ป ร ะ วั ติ นั้ น
ได้ทํางานมานานถึง
37 ปี แต่ อี ก 2 วั น
จากนี้ จ ะเกษี ย ณแล้ ว ผมจึ ง คิ ด ว่ า ที่ เ รามาในวั น นี้
ก็เพื่อที่จะกล่าวคําขอบคุณ ที่ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงาน
ในระดับใดก็แล้วแต่ สิ่งที่ท่านได้ทํา ได้อุทิศ ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ สิ่งต่างๆ
เหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่าจดจําและยินดี


212      ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
ผมเองมาอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์
                              และเทคโนโลยี เกือบ 4 เดือนแล้ว ได้มีโอกาส
                              ทํางานใกล้ชิด กับท่านปลัดสุจิ นดา ท่ านเป็ น
                              ค น ที่ ผ ม ย อม รั บ ว่ า เป็ น แ บ บ อย่ า ง ข อ ง
                              นักวิทยาศาสตร์ และนักบริหารที่ดี ผมคิดว่า
                              ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ คงทราบประวัติการทํางาน
                              ของท่ า นเป็ น อย่ า งดี ทราบว่ า ท่ า นเป็ น
ปลัดกระทรวงหญิงคนแรก และวันนี้เป็นวันสําคัญอีกวันในชีวิตราชการของท่าน
และผมได้มีโอกาสคุยกับท่าน ทราบว่าท่านปลัดจะยังไม่ไปไหน ยังคงอยู่ช่วยงานที่
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ของเราต่อไป ผมขอความกรุณาทุกท่านปรบมือให้เกียรติ
แก่ท่านปลัดของเราด้วยครับ

             สําหรับท่านรองปลัดศิริชัย แม้ผมจะ
ไม่ ไ ด้ ทํ า งานใกล้ ชิ ด กั บ ท่ า นมากนั ก แต่ มี
โอกาสได้ ทํา งานร่ วมกัน ผมก็ เห็ นว่ า ท่า นมี
ความเป็นสุภาพบุรุษ นิสัยใจคอคล้ายกับผม
หลายเรื่ อ งที เ ดี ยว และได้ทํ า งานร่ ว มกั น ใน
การแก้ไขปัญหาภายในกระทรวงที่ค้างคามา
นาน แม้ ว่า จะไม่ ได้ ป ระสบความสํ าเร็ จ และ
เป็นไปตามที่ผมต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็เห็นถึงความตั้งใจจริง และความ
พยายามของท่าน ที่สําคัญท่านเป็นสุภาพบุรุษมากครับ ผมขอความกรุณาทุกท่าน
ปรบมือให้เกียรติแก่ท่านรองปลัดศิริชัย อีกครั้งด้วยครับ


                                                ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย     213
ท่านรองอธิบดีพายับ กรมวิทยาศาสตร์บริการ แม้ไม่ได้ทํางานใกล้ชิดกัน
แต่มีโอกาสได้ทํางานร่วมกัน ในคราวที่ไปชุมพร ร่วมงาน Biotechnology ทําเรื่อง
เกี่ยวกับศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องแก้ว เท่าที่ผมได้สัมผัสจากการทํางานร่วมกับท่าน
ก็ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ผมขออนุญาตทุกท่านปรบมือให้เกียรติท่านด้วยครับ
          ผมคงไม่มีโอกาสเอ่ยชื่อผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานทุกท่านได้ แต่
ผมขอเป็ น ตั ว แทนของข้ า ราชการและพนั ก งาน กระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ
เทคโนโลยี ที่อยากจะกล่าวขอบคุณสําหรับการทํางานของท่าน เพื่อประเทศชาติ
เพื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของเรา
          “ขอบคุณครับ”

                                    เรียบเรียงโดย : ชลารัตน์ รัตนขันติชัย




214    ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย

V532

  • 1.
    พิธีมอบรางโครงการยุวทูตดาราศาสตร์ ร้อยดาว ร้อยใจไทย - จีน วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 เวลา 15.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ท่านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ่ ท่านปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านผู้อานวยการสถาบันวิจยดาราศาสตร์แห่งชาติ ั ท่านผู้บริหารของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านผู้มีเกียรติ น้องๆ เยาวชน และสื่อมวลชนทุกท่าน ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตแห่งสาธาราณรัฐประชาชนจีน เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติมาเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีมอบรางวัลให้แก่ ผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการยุวทูตดาราศาสตร์ “ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน” และร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะการประกวดทุกท่านในวันนี้ การจัดโครงการยุวทูตดาราศาสตร์ ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน ในครั้งนี้ นั บ เป็ น การจั ด การประกวดขึ้ น เป็ น ค รั้ ง แ ร ก เ พื่ อ เ ป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ใ น กิจกรรมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปี แห่ ง ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า ง ราชอาณาจั ก รไทยกั บ สาธารณรั ฐ ประชาชนจี น โดยอาศั ย กิ จ กรรม ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 107
  • 2.
    ความร่ ว มมือ ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ เป็ น เครื่ อ งมื อ ในการส่ ง เสริ ม และกระชั บ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของ ทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่ชนะเลิศการ ประกวดจะได้เดินทางไปทัศนศึกษา ณ เมืองลี่เจียง เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม เยี่ยมชม เมืองมรดกโลกอันงดงาม และศึกษาความก้าวหน้าของวิท ยาการทางด้านดารา ศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่หอดูดาวเกาเหมยกู่ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้าง องค์ ค วามรู้ ประสบการณ์แ ละได้ มี โ อกาสถ่ า ยทอดความรู้ ประสบการณ์ และ เรื่องราวที่ได้รับรู้และพบเห็นมายังเด็กและเยาวชนไทยต่อไป นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาส สัมผัสองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ในระดับนานาชาติ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับ เยาวชนไทย ในการนํ า องค์ ค วามรู้ ที่ ไ ด้ รั บ จากการทั ศ นศึ ก ษาที่ ส าธารณรั ฐ ประชาชนจีน มาถ่ายทอดและส่งต่อให้แก่เยาวชนไทยทั้งประเทศ เพื่อสร้างความ ตระหนั ก ทางด้ า นการเรี ย นรู้ วิ ท ยาศาสตร์ และการพั ฒ นากํ า ลั ง คนทางด้ า น ดาราศาสตร์ของประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศในระดับเวทีโลกต่อไป ได้ในอนาคต จึงนับว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในระยะยาว ผมขอแสดงความยิ น ดี และ ขอชื่นชมในความสามารถและความ ตั้ ง ใจของเยาวชนผู้ ที่ ไ ด้ รั บ การ คั ด เลื อ กให้ เ ป็ น ยุ ว ทู ต ดาราศาสตร์ ร้อยดาว ร้อยใจ ไทย - จีน และผู้ชนะ การประกวดที่สามารถก้าวเข้ามาถึง 108 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 3.
    รอบชิงชนะเลิศทุกคน และขอเป็นกําลังใจให้น้องๆ ที่ได้รับรางวัลทุกคนจะมีความ มุ่งมั่นและตั้งใจศึกษาค้ นคว้า หาความรู้และประสบการณ์ทางด้านดาราศาสตร์ และวิทยาการแขนงต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์และเป็นที่น่าภูมิใจ ของตนเอง ครอบครัว และสังคมต่อไป ในอนาคต สุ ด ท้ า ย นี้ ผ ม ต้ อ ง ขอขอบคุณสถาบันวิจัยดารา ศาสตร์ แ ห่ ง ชาติ สมาคม ศู น ย์ ข่ า ว เ ย า ว ช น ไ ท ย คณะกรรมการตั ด สิ น การ ประกวดโครงการ และผู้ มี ส่ ว นเกี่ ย วข้ อ งทุ ก ๆ ฝ่ า ย ที่ได้มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดโครงการที่ดีและสร้างสรรค์เช่นนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง เวทีที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน เยาวชนให้มีโอกาสแสดงความสามารถตามความ สนใจอย่างเหมาะสม และยังมีส่วนช่วยให้เยาวชนหันมาตื่นตั วและให้ความสนใจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีส่วนทําให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคม แห่งการเรียนรู้ และนําเศรษฐกิจไทยก้าวไปอีกระดับอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังจะมี ส่วนในการผลักดันให้เยาวชนไทยได้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างเหมาะสม และ นําความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : เฉลียว แสนดี ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 109
  • 4.
    Public Seminar :The Futures of Low-Carbon Society : An Asia-Pacific Vision Beyond 2050 27 August 2010 Opening Remarks by H.E. Dr. Virachai Virameteekul Minister of Science and Technology • Dr. Pichet Durongkaveroj, • Distinguished Guests, • Ladies and Gentlemen, It is both an honour and a pleasure for me to be here at this important international gathering. I am here to talk about what the Ministry of Science and Technology is doing or not doing on the issue of climate change. 110 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 5.
    Climate change posesa real threat to us and our future hangs in the balance. As powerful storm becomes even more powerful, severe flooding becomes even more severe; truth is, we are facing potential disasters threatening us more and more. This is not fiction. This is fact. This is real science. Before it is too late, international co-operation, with strong will and full determination, is needed to tackle the global issue of climate change. So far – from Bali to Copenhagen, and recently in Bonn – the past two years have witnessed some progress in certain areas, while in some other areas, less progress have been made. This is simply unacceptable. There is so much more work to be done if we are to come up with a mechanism to implement this common goal towards a “low-carbon” society. And there is also so much more progress to be made if we are to save this planet for our future generation. Ladies and gentlemen, Thailand shares the vision with other ASEAN countries in driving the ASEAN community resilient to climate change. We have incorporated the agenda of climate change into the national development and planning process since 2007. These plans aim to move our economy towards a low carbon economy by restructuring the production sector towards being low carbon/ promoting green transportation and logistics/ remodeling the agricultural sector to promote sustainable and organic agriculture/ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 111
  • 6.
    increasing the shareof alternative energy, particularly renewable energy and perhaps most importantly : changing the pattern of public consumption towards more environmental-friendly products. In accordance with the national development plan, the Ministry of Science and Technology is committed to moving Thailand towards a low- carbon society. We are now conducting and providing supports for many R&D projects and activities to mitigate and adapt to the impact of climate change. They can be grouped into three main areas. The first area is related to the preparation for the impact of climate change and adaptation strategies, especially for the agricultural sector. This area of work covers a wide range of R&D projects. For example, the National Science and Technology Development Agency or NSTDA has been working on crop improvements by making our crop becoming more resilient to stresses that have tendency to increase due to climate change, such as drought and flooding, and improve crops to become more resistant to insects and diseases that come naturally with climate change. Technically speaking this is done by using DNA marker-assisted breeding in combination with conventional breeding technology. R&D in crop improvements needs greenhouse environment, so does the cultivation of 112 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 7.
    some crop plantsto give them suitable environment for optimal growth. Therefore, NSTDA has conducted R&D on greenhouse materials, greenhouse design for tropical plants, and environmental control system for greenhouses. Another good example is the work done by the Hydro and Agro Informatics Institute or HAII. This Institute has developed a forecasting model for flood and drought risk analysis for 25 basins in Thailand based on irrigation infrastructure and rainfall. In addition, through the use telemetry technology, the Institute has also developed a flood warning system which can be used anywhere in Thailand. Ladies and gentlemen, The second area is concerned with mathematical modeling of climate change. This work involves the development of climate change models that use remote sensing data such as sea surface temperature, and geographical information. These data are provided by the satellite of the Geo-Informatics and Space Technology Development Agency or GISTDA and fed into the model developed by the Climate Change Knowledge Management Center or CCKM within our ministry. Results from these models are very important in developing adaptation strategies. For example, it can be used to identify “Hot Spot” areas that are vulnerable due to high risk from climate change impact or ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 113
  • 8.
    having low copingcapacity, or both. Identifying these areas is becoming increasingly important because they need proper management of resources and a certain level of investment. In the future, the models can also be used for the planning of potential reduction of greenhouse gas emissions. Again, HAII is currently involved in a research on wind map, and together with the capability to trace the circulation of water in the region using isotope hydrology research by the Thailand Institute of Nuclear Technology or TINT, and the satellite data from GISTDA, we can make an even more reliable prediction model of the whole system of rainfall, wind, and temperature. Apart from this, we are incorporating the use of satellite imaging to directly monitor actual change in coastal erosion and the identification of proper areas of plantation. Now we come to the third area. This involves the development of Life Cycle Assessment or LCA database, in which the Ministry of Science and Technology, particularly NSTDA, is playing the leading role. As we all know, LCA database can be used for many applications such as calculating carbon footprint of a product or an organization. The LCA database also provides a basis for further development of Life Cycle Inventory (LCI) system or emission inventory (EI) system. The ultimate goal of this area of work is to develop cross-cutting body of knowledge and information that are essential for setting national target for greenhouse gases emission. 114 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 9.
    But ladies andgentlemen, The Ministry of Science and Technology does not limit itself only to these in-house activities. For I am a strong believer of collaboration and alliance, I deem it of vital importance that we reach out to other agencies to address this very issue. In this light, we also provide R&D groundwork and support information to the National Climate Change Committee for the development of the National Strategy for Climate Change for 2008 – 2012. Equally substantial is our undertaking of R&D programs to acquire a better understanding of the impact of climate change, including the development and collection of important indicators for policy planning and management, as well as adaptation, development and transfer of relevant technology. As far as relevant technology is concerned, the National Science Technology and Innovation Policy Office (STI) has been cooperating with the Office of National Resources and Environmental Policy and Planning (ONEP) to establish a project on Technology Needs Assessment (TNA) for Thailand. Assessing technology needs is the first step in making a practical action plan in the context of the United Nations Framework Convention on Climate Change process. In the end, we aim to have a national roadmap for technology development and technology transfer using international mechanisms such as Clean Technology Fund, among many others. ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 115
  • 10.
    The ultimate goalis to accomplish Thailand’s technology development priorities for climate change adaptation and mitigation in a sustainable manner. Ladies and Gentlemen, Despite all these R&D programs within our ministry, there are still many new areas to be explored and to expand on. In fact, with reference to the report of the foresight work, capacity building at the very local level is emphasized. This is why I have asked relevant agencies in our ministry to seriously work closer with local leaders who are in fact our perfect and best resource to reach out to the communities and their people. They are the ones who will help make a difference… make a change. We should not overlook their enormous potential in fostering innovation and adopting appropriate technologies in order to enable the grass roots to be climate- resilient. To this end, the government must facilitate the design of technology roadmaps at the national level to allocate resources with the focus to induce private investment accordingly, and work with local industries and local governments to make sure that such innovation takes place and reaches local users in the right place at the right time. The Ministry of Science and Technology has many examples in working with the locals such as the community water resource management by HAII, community biodiesel by NSTDA, community zero-waste rice mill by Office 116 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 11.
    of Technology Promotionand Transfer, and the Bioplastic Initiative by National Innovation Agency. I would like to specifically emphasize the work of NSTDA on Industrial Technology Assistance Program or ITAP that has been very successful in helping, by way of matching grants, small and medium enterprises throughout the country to conserve energy in the local factory production process. These are some examples that have been launched and implemented along this strategic direction, in the spirit of Public-Private Partnership, or PPP. ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 117
  • 12.
    Ladies and Gentlemen, We should not, however, let the effort of combating climate change hinder the attainment of the effort to fight poverty and enhance quality of life. The choice is not between climate change and Millennium Development Goals. We are not asking any country whether or not they want to grow their economy; but we are asking them to find ways and means to grow the economy with more care and love for the environment. There is no other way forward. I regard this Low-Carbon Society initiative by the APEC Center for Technology Foresight, hosted by the National Science Technology and Innovation Policy Office, as an important joint vision statement that responds to both the need to mitigate the impact of climate change, and to achieve development goals at the same time. I reckon that this vision together with its pathways to the futures of low-carbon society is comprehensive and sustainable because it integrates, with foresight, all imaginable aspects of life in the year 2050. In conclusion, ladies and gentlemen, it is important that we unleash the creative mind of our best scientists, for we do strongly believe that science, technology and innovation will play a powerful role to overcome the climate change challenges. They are key to moving towards a low-carbon society. Sawasdee krub. เรียบรียงโดย : ทีมงานรัฐมนตรี 118 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 13.
    บรรยายเรื่อง "แนวทางนโยบายการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" วันศุกร์ที่ 27สิงหาคม 2553 เวลา 14.00 - 15.00 น ณ ห้องประชุมสารสนเทศ อาคารบริหารชั้น 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ท่านคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรี (นายสันติ สาทิพย์พงษ์) ท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ (ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ) เพื่อนๆ อาจารย์ และแขกผู้มเกียรติทุกท่าน ี วัน นี้ผ มดี ใจและรู้ สึก เป็ น เกี ย รติ อ ย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ ม า เยี่ยมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุ ร นารี ซึ่ ง เป็ น มหาวิ ท ยาลั ย ที่ มี ชื่ อ เสี ย งวั น นี้ อ ย่ า เรี ย กว่ า บรรยายเรี ย กว่ า มาพู ด คุ ย กั น ดีกว่า ผมเองก็เคยเป็นอาจารย์ สอนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงระยะเวลา 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ผมได้มี โอกาสไปเยี่ยมชมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ที่ไบเทคบางนา ผมเชื่อว่าอาจารย์ หลายคนก็มีโอกาสได้ไป และนอกจากนั้น ผมก็มีโอกาสไปเยี่ยมชมงานที่จัดขึ้น โดยสถาบันอื่นๆ อีกหลายงาน ผมได้เห็นงานวิจัยต่างๆ ผมมีความรู้สึกส่วนตัว อยู่ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 119
  • 14.
    2 เรื่อง อาจจะถูกบ้างไม่ถูกบ้างก็มาลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันผมรู้สึกว่า งานวิจัยที่ผมไปดู เท่าที่จัดในบู๊ทต่างๆ ที่ผมเห็นผมคิดว่าเรื่องที่หนึ่ง คือเรื่องโจทย์ ของประเทศ ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะยังปัญหาความไม่เข้าใจกันอยู่บ้าง เช่น โจทย์ ของประเทศโจทย์ ใ หญ่ ๆ ของเราคื อ อะไร เราสามารถระบุ โ จทย์ ใ หญ่ ๆ ของ ประเทศเราได้ เรามั่นใจหรือเปล่าว่าเรามีนักวิจัยของเราเพียงพอ โดยเฉพาะใน สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านนั้นๆ ผมเคยได้รับเชิญไปบรรยาย เรื่องการ ทํางานวิจัยหลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่ผมพูดเรื่องโจทย์ ผมพูดทํานองที่ว่ามันคงต้องไป ดูโจทย์ใหญ่ของประเทศกันว่ามีอะไร โจทย์แรกสุดก็คือโครงการพระราชดําริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมวงศานุวงศ์ฯ คืออะไร เรื่องที่สองเราคงต้องไปดูก่อนนะว่าแนวนโยบายที่สําคัญของรัฐบาลคือ อะไร เรื่องที่สามเราไปดูว่าแผนพัฒนาของสภาพัฒน์ฯ คืออะไร เรื่องสุดท้ายก็คือ ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยคืออะไร วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาลงรายละเอียดพวกนี้ แต่ว่าเกริ่นให้ฟังว่า การที่ผมมาเป็นรัฐมนตรีและไปดูงานวิจัย เท่าที่ผมได้เห็นมา ผมมีความรู้สึกอยู่สองอย่าง อย่างแรกก็คือผมรู้สึกว่าเรื่องโจทย์ใหญ่ของประเทศ ที่จะมาทําเรื่องงานวิจัย เรื่อ งนี้น่าจะมาพูดคุยกันต่อไป เราควรที่จะพูดคุยเรื่อง ต่างๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าคนที่ดีที่สุดก็คือพวกท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ที่เป็น อาจารย์สอนหนังสือวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องที่สองผมย้ําอีกครั้ง นี่เป็นความรู้สึก ส่ว นตั ว ของผมที่ ผ มเห็ น ผมรู้ สึก ว่ า งานวิ จั ย ที่ ผ มเห็ น ออกมาแสดงในบู๊ ท ต่ า งๆ มีความใกล้เคี ยงกั น หรือว่ าการต่อ ยอดจากปี ที่แล้ วหรื อปีที่ ผ่านๆ มาอาจจะมี ไม่มากนัก อาจจะเป็นเพราะความรู้อันจํากัดของผมก็ได้ เท่าที่ผมดูผมบอกได้เลย นะครับ อย่างผมไปเห็นเรื่องงานอันนี้ แล้วผมไปอีกงานหนึ่งผมแทบจะบรรยาย แทนได้มากพอสมควรเลย งานวิจัยอาจจะมีชื่อไม่เหมือนกัน คนทําไม่เหมือนกัน 120 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 15.
    แต่ว่าฟังดู concept แล้วมีความใกล้เคียงกันมากอันนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวของ ผมที่อยากจะเล่าให้ฟัง เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมได้มีโอกาสจะมาพบปะกับพวกท่าน ผมก็เลยอยากจะขอพูดเรื่องการทําวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ งการทําวิจัยเรื่องของ วิ ท ยาศาสตร์ ท่ า นนายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ พู ด เมื่ อ วั น อาทิ ต ย์ ที่ ผ่ า นมาหลายเรื่ อ ง เรื่องหนึ่งที่ท่านพูดคือเรื่องของการทําวิจัย จริงๆ ท่านพูดสองเรื่อง เรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของท่านรองปลัดวีระพงษ์ ได้เสนอท่านนายกเกี่ยวกับเรื่องการบูรณาการ การทํา งานวิจัย แต่ผมจะขอไม่พูดในประเด็นนั้น แต่ผมขอพูดอีกประเด็นหนึ่ ง ที่ท่านนายกได้ให้ความสนใจมากก็คือเรื่องของการใช้ประโยชน์จากการทํางานวิจย ั และท่านพูดชัดว่าท่านอยากเห็นการใช้ประโยชน์จากการทําวิจัย เช่น ต่อยอดของ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าภาคชุมชนหรือภาคอื่นๆ ไม่ มีค วามสํ า คัญ แต่ ว่า เผอิ ญท่ านนายกพู ดถึ งเรื่อ งนี้ วัน นี้ผ มก็ เลยอยากจะขอ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 121
  • 16.
    อนุญาตเล่าให้ฟังถึงความคิดเห็นของผม ในเรื่องที่การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในที่นี้ผมคิดว่าจําเป็นต้อง เชื่อมโยงกับทางด้านของภาคธุรกิจภาคเอกชนได้ และผมคิดว่าไม่มีใครรู้ดีในเรื่อง นี้มากไปกว่า การที่เราไปถามภาคเอกชน ผมได้มีโอกาสพบปะกับภาคเอกชนกลุ่ม หนึ่ง อาจจะไม่ใช่ ทั้ง หมด แต่ มีกลุ่ มหนึ่ งได้ฝากประเด็ นให้ กับ ผมมาหลายเรื่อ ง แต่ ผ มคิ ด ว่ า ที่ อ ยากมาพู ด กั บ ท่ า นในวั น นี้ มี อ ยู่ 4 – 5 เรื่ อ งที่ มี ค วามน่ า สนใจ เขาฝากมาเขาบอกว่า คุณมาเป็นรัฐมนตรีคุณน่าจะผลักดันพวกเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ที่จะสามารถทําให้งานวิจัยของผมมีประโยชน์ จับต้องได้และเรื่องของการได้รับ การยอมรับในสังคมก็จะตามมา เมื่อเกิดการใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง หลายท่าน ที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็น นักวิท ยาศาสตร์ ต้องขอพูด ไว้ก่อ นเลยนะครับว่า การทํ าวิจั ย ทางด้านพื้นฐานสําคัญ รัฐบาลต้องสนับสนุนเพราะเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ภาคเอกชน คงมาสนับสนุนไม่ได้ และตรงนี้เรายังทําวิจัยไม่พอ เราก็ต้องทําวิจัยเพิ่ม เวลาที่เรา บอกว่าอยากจะเห็นภาคเอกชนเข้ามาทํางานวิจัยตามแผนวาระแห่งชาติอันใหม่ ที่เราอยากจะเห็นภาคเอกชนมาทํางานวิจัยมากขึ้นมีสัดส่วนที่มากขึ้นมากกว่า ภาครัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะลดบทบาทภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ของการทําวิจัยขั้นพื้นฐาน แต่ว่าวันนี้เรามาเซ็ตพารามิเตอร์ให้ชัดว่าสิ่งที่ผมอยาก พูดกับท่านในวันนี้คือเรื่องของการใช้ประโยชน์จากการทําวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวิจั ย ด้า นวิท ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวั ต กรรม ที่ จ ะนํ า ไปก่ อประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจ ประเด็นที่ฝากมาบางเรื่องก็เข้าตัวผมโดยตรง บางเรื่องก็จะเป็น เรื่องของพวกเราทุกคน ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ เรื่องแรกสุดที่ผมจะพูดถึงที่ ทางภาคเอกชนฝากมา เขาพู ดถึ ง เรื่ อ งของปัญ หา มุ ม มองแนวคิ ด และการให้ ความสําคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่อเรื่องของวิทยาศาสตร์ คําถามล่าสุด 122 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 17.
    ก็คือผู้นําประเทศสูงสุดได้ให้ความสําคัญกับทางด้านของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวั ตกรรมแค่ ไ หน ผมตอบได้ เ ลยว่ า ทางด้ า นท่ า นนายกรั ฐมนตรี อ ภิ สิ ท ธิ์ เวชชาชี ว ะ ท่ า นเป็ น นายกรั ฐ มนตรี ที่ ผ มพู ด ได้ เ ลยว่ า ให้ ค วามสํ า คั ญ ด้านวิทยาศาสตร์มากกว่ารัฐมนตรีท่านอื่นๆ ที่ผ่านมาหลายท่านในอดีต ผมเองก็มี โอกาสทํางานการเมืองกับนายกหลายท่าน แต่ละท่านก็จะมีมุมมองในเรื่อ งที่จะ เน้ น จะทํ า ไม่ เ หมื อ นกั น แต่ ท่ า น นายกอภิ สิ ท ธิ์ ไ ด้ ใ ห้ ค วามสํ า คั ญ กับเรื่องวิทยาศาสตร์ ก่อนที่ผมจะ มาเป็น รั ฐมนตรี ว่ าการกระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ ท่านพูดกับผมเรื่อง หนึ่ ง ซึ่ ง ผมก็ ไ ด้ มี โ อกาสคุ ย กั บ ผู้บริหารกระทรวงหลายครั้งแล้วว่าคุณจะทําอย่างไรให้การบูรณาการทางด้านการ วิจัยเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีประโยชน์สูงสุด เพราะคุณก็รู้ว่างบประมาณ ของประเทศเราไม่มีมากมายขนาดนั้น ให้ใช้งบเท่าที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ อันนี้ ผมตอบได้ ว่ า ท่ า นนายกให้ ค วามสํ า คั ญ เกี่ ย วกั บ เรื่ อ งของวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยีมาก เรื่องต่อมาที่เขาอยากจะพูดถึงอาจจะเกี่ ยวข้องกับตัวผมโดยตรงแต่ว่า สิ่ ง นี้ ต้ อ งใช้ ร ะยะเวลาผ่ า นไปแล้ ว ก็ ต้ อ งกลั บ มาดู เขาบอกว่ า อยากเห็ น รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ เป็ น คนที่ มี ศั ก ยภาพที่ จ ะเชื่ อ มโยง และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ ผมย้ําอีกครั้งนะครับว่า กลุ่มที่ผมพูดด้วยนี่มาจาก ภาคเอกชน เพราะฉะนั้นมุมมองเขาก็จะเน้นไปในด้านนี้ ถ้าท่านพูดกับพวก NGO ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 123
  • 18.
    เขาก็อยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความสําคัญใน เรื่องการต่อยอดเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เรื่องของการที่จะแก้ปัญหาใน เรื่องของความเหลื่อมล้ําทางสังคม เขาอยากเห็นรัฐมนตรีที่จะสามารถเชื่อมโยง และต่อยอดในเชิงพาณิชย์เรื่องต่อไปที่เขาพูด เขาก็บอกว่า ทั้งนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีเดี๋ยวมาเดี๋ยวก็ไป คือจะทํายังไงให้มันยั่งยืนได้ เขาก็บอกว่าอยากเห็น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม อยู่ในหน้าแรกคําใหญ่ๆ เลยอยู่ในแผนของ สภาพัฒน์ฯ อันนี้มันจะเป็นเครื่องการันตีว่าพวกคุณอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร เราจะ เดินไปในแนวทางอย่างนี้ ผมว่าสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องที่สะท้อนมุมมองว่า ภาคเอกชน อยากเห็นเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราพยายามให้ความสนใจ และผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย เรื่องที่สองที่เขาพูด ถึงก็คือเรื่องของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการทําวิจัยพูดให้ ชัดไปกว่านี้เลยนะครับ เขาตั้งใจที่จะเน้นในเรื่องของคนและบุคลากร บางคนก็ บอกว่าทําไม่ได้ แต่มีมหาวิทยาลัยบางแห่งทําได้ เรื่องแรกที่เขาพูดถึงเลย คือเขา อยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้นักเรียนทุน และนักวิจัยภาครัฐให้สามารถทําวิจัย ร่วมกับภาคเอกชน อันนี้ย้อนมาที่มหาวิทยาลัยของท่าน พวกท่านทั้งหลายที่เป็น อาจารย์ ผมเข้าใจนะครับว่าบางแห่งสามารถทําเรื่องนี้ได้ คือท่านปล่อยให้นักวิจัย ของท่านออกมาทํางานกับภาคเอกชน ทําเสร็จแล้วเขาก็สามารถที่จะเอาความรู้ ต่างๆ กลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยเดิมได้และตรงนี้กลุ่มภาคเอกชนเขาเชื่อว่าจะ เป็นกลไกที่ดีที่สุด ในการที่จะสามารถเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะเป็น กลไกที่ดีที่สุดคือ ทําให้นักวิจัยของเราสามารถตั้งโจทย์และทํางานวิจัยเชื่อมโยง กับภาคธุรกิจเพื่อไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ อีกเรื่อง หนึ่งที่เขาพูดถึง ยังอยู่ภายใต้แนวความคิดที่ใกล้เคียงกัน ก็คือเรื่องของนักเรียน 124 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 19.
    ทุน เขาก็อ ยากที่จะเห็ นนั ก เรี ยนทุน เวลากลับ มาแล้ว แทนที่ จะกลั บมาทํ างาน ภาครัฐโดยตรงก็สามารถทํางานกับภาคเอกชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนทุน ที่ทํางานอยู่ต่างประเทศอยากจะเปิดช่อง ให้เขาสามารถที่จะทํางานในต่างประเทศได้ สักระยะเวลาหนึ่ ง และตรงนี้ให้คิ ดถึงเรื่องของสิท ธิประโยชน์ ระยะเวลาในการ ทํ า งานด้ ว ย สิ่ ง นี้ ผ มคิ ด ว่ า สํ า คั ญ ในความเห็ น ส่ ว นตั ว ของผม คื อ คนที่ จ บกลั บ มาแล้วหรือคนที่เพิ่งจบมา ถ้ากลับมาทํางานในประเทศไทยก็จะกลายเป็นสภาพ การทํ า งานอี ก แบบหนึ่ ง แต่ ถ้ า ท่ า นสามารถเปิ ด โอกาสให้ กั บ เขาทํ า งานใน ต่า งประเทศได้ ใ นเรื่ อ งที่ เ ขาทํ า อยู่ ผมคิ ด ว่ า จะสามารถได้ ค วามรู้ อี ก มากมาย มหาศาลก่ อ นกลั บ มาประเทศไทย อี ก เรื่ อ งหนึ่ ง ที่ เ ขาพู ด ถึ ง สิ่ ง นี้ก็ จ ะเกี่ ย วกั บ มหาวิทยาลัยโดยตรง อาจจะไม่เกี่ยวกับนักวิจัยโดยตรง แต่เกี่ยวกับเขาอยากเห็น การจัดตั้งศูนย์วิจัยร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนและที่เขาอยากเห็นอยากให้ มันตั้งอยู่ใน Science park ตั้งอยู่ในที่ที่มันมีมหาวิทยาลัยที่มีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยที่มาช่วยพัฒนาตรงนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่ องที่ผมเอง ท่านปลัดฯ ท่านรองปลัดฯ ก็กําลังผลักดันอยู่ในเรื่องของอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่จะเน้นในเรื่องของ นิคมการทําวิจัย ก่อนที่ผมเข้ามาในห้องนี้ก็มีอาจารย์ หลายท่านเข้ามาพูดกับผม เรื่องนี้ว่าเราจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร เท่าที่ผมคุยกับท่านปลัดฯ เมื่อไม่ กี่วันมานี้ เข้าใจว่าเรื่องนี้ประมาณไม่เกินเดือนพฤศจิกายน เราจะมีความคืบหน้าบางอย่าง เข้า ครม. เพื่อรับการพิจารณาเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรจะรอถ้าตั้งใจจะทํา ประเด็นที่ผมพูดถึงประเด็นที่สองในความรู้สึกส่วนตัวผม ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ สําคัญมาก เป็นเรื่องที่ควรจะผลักดันในระยะสั้นและผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับพวกท่านโดยตรง ในฐานะที่อยู่ในประชาคมวิจัย แวดวงคณาจารย์ก็คือในเรื่อง ตัวนักวิจัย นักเรียนทุน ในเรื่องของศูนย์การวิจัย เรื่องที่สามเป็นเรื่องปัญหาที่ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 125
  • 20.
    ละเอียดอ่อนมากๆ และผมเชื่อว่า รมว.วท.ทุกคนก็ไม่อยากพูดถึง แต่เป็นเรื่องที่ สําคัญและต้องทํา คือเรื่องของเงินทุน เรื่องของงบประมาณทางด้านการทําวิจัย ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งเลยว่าทุกคนที่มาเป็น รมว.วท. รวมถึงตัวผมด้วย ทุกคนมีความ พยายามที่จะผลักดันงบประมาณในเรื่องที่จะสนับสนุนการทําวิจัย อย่างในแง่ของ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เอง ท่านรองปลัดฯ ก็บอกผมว่างบประมาณส่วนใหญ่ที่ ตั้งอยู่ในสํานักงานปลัดฯ มากกว่าพันล้าน ประมาณพันห้าร้อยล้าน เราใช้ในเรื่อง ของนั ก เรี ย นทุ น นั ก เรี ย นทุ น ก็ ไ ด้ ค วามรู้ ใ หม่ ก ลั บ มา ที่ อ ยากจะพู ด ก็ คื อ ว่ า ทุกรัฐมนตรีผลักดัน สนับสนุนงบประมาณเรื่องการทํางานวิจัย เรามาดูความเป็น จริงของประเทศไทย ในเรื่องการจัดทํางบประมาณ คือบังเอิญที่พวกท่านทั้งหลาย และผมไม่ได้นั่งอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณ วิธีคิดหรืออะไร บางทีแตกต่างกัน จะไปบอกว่าเขาผิดผมไม่อยากพูดอย่างนั้น จะไปบอกว่าเขาไม่ถูกก็จะไปพูดอย่าง นั้นไม่ได้ เขาก็มีการจัดลําดับความสําคัญของเขาว่าอะไรสําคัญก่อน อะไรสําคัญ หลัง ก็เอาเป็นว่าในเรื่องของการจัดทํางบประมาณก็จะพยายามผลักดันให้ได้รับ งบประมาณที่มากขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็พยายามพูดถึงตัวเลขที่เป็นสัดส่วนต่อ GDP ซึ่ง อัน นั้น เป็น แผนระยะยาว รัฐมนตรีทุก คนที่ม าทํา งานตรงนี้ ก็มีห น้า ที่ ผลักดันสิ่งที่รัฐมนตรีได้ประกาศเป็นนโยบายเอาไว้ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะพูดที่ สําคัญกว่า แล้วก็เป็นสิ่งที่ภาคเอกชนเขาพูดถึงมาก และดูเหมือนจะมากกว่า เรื่อง งบประมาณโดยตรงด้วยซ้ํา ก็คือเรื่องของการหักสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ อย่างตอนนี้เราให้ 200 % และเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง สวทน. ก็ได้ทําแผนขึ้นมาผลักดัน ให้คณะกรรมการไปเรียบร้อยแล้ว เราต้องการที่จะลดหย่อนภาษีตรงนี้ไปถึง 300 % ของการทําวิจัย ตรงนี้ผมก็คิดว่าเป็นความคืบหน้าในระดับหนึ่ง ความคืบหน้าที่ สําคัญกว่านั้น ก็คือการที่เราจะสามารถบังคับในสิทธิประโยชน์นี้ ได้อย่างจริงจัง 126 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 21.
    อันดับต่อไปคือเขาอยากเห็นภาครัฐและเอกชนจับมือกันจัดตั้งกองทุนทางด้าน R&D และก็มีความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่าเมื่ อจัดตั้งกองทุนนี้แล้วเวลาภาคเอกชน เอาเงินเข้ามาใส่ตรงนี้แล้วลดหย่อนภาษีได้เลยหรือไม่ คือไม่ต้องไปใช้ระยะเวลา 2 - 3 ปี หลังจากไปวิจัยและพัฒนาแล้ว อันนี้ก็ฝากไว้ ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่เป็น ผู้นําในแวดวงวิชาการก็ฝากช่วยกันคิด เขาก็บอกว่าถ้าทําอย่างนี้ได้เอกชนใส่เงิน เข้ามาได้เลย จะเจาะจงเป็นเรื่องๆ หรือว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เลยก็ ได้ ยกตัวอย่าง เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี คือเขาใส่เงินเข้ามาเลย กองทุนนี้ทําเรื่องของปิโตรเคมี อะไรก็ ไ ด้ ห รื อ ไม่ ก็ จ ะ เป็นบางเรื่องของปิโตร เค มี อั น นี้ ก็ แ ล้ ว แ ต่ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า สํ า คั ญ ม า ก แ ล ะ มั น เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร ทํางานของผม ซึ่งอันนี้ ผมจะต้ อ งพู ด คุ ย กั บ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ คือเขาบอกว่าถ้ารัฐบาลเพิ่ม งบประมาณการทํา วิจัยได้ก็ดี ถ้าเพิ่มไม่ได้เอาอันที่คุณเคย commit ไว้ได้หรือไม่ว่าคุณเคยบอกว่า จะต้องทําอยู่แล้ว คุณทําให้ได้ตอนนั้น ยกตัวอย่างเช่น รัฐวิสาหกิจ คุณกําหนดไป เลยว่ า คุ ณ จะต้ อ งใช้ ง บประมาณในการวิ จั ย พั ฒ นาเท่ า ไร เป็ น กี่ เ ปอร์ เ ซ็ น ต์ ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาบอกว่ามี 3 % ผมคิดว่าอันนี้ค่อนข้างน่าสนใจ มันไม่ได้ใช้งบประมาณ อะไรเพิ่ม เพียงแต่เกลี่ย งบประมาณที่ต้องทําอยู่แล้ วในรัฐวิสาหกิจ ตัดออกมา สมมุติว่า 3 % ทันทีไม่ได้ไม่เป็นไรคุณบอกมา รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งให้คุณทําแผนมา ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 127
  • 22.
    ว่าเมื่อไรคุณจะถึง 3 %คือปีนี้อาจจะไม่ได้ขอ 3 ปีได้ไหม หรืออย่างช้าสุด 4 ปี ผมว่าสิ่งนี้ค่อนข้างน่า สนใจ อาจจะไม่ได้เป็นความคิดอะไรที่ใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เรื่องต่อไปจะพูดถึงปัญหาด้านนโยบายและโครงสร้างขององค์กร อันนี้ ผมรู้สึกว่ าภาครั ฐ คนที่ ทํา งานวิ จั ยในแวดวงของรัฐจะค่ อนข้า งให้ ความสํา คั ญ ในเรื่องนี้ และสิ่งที่ผมไปพูดกับภาคเอกชน เขาคิดว่าเป็นปัญหาและอยากให้แก้ไข แต่เขาไม่รู้จะไปคุยอย่างไรก็ฝากลองไปคิดกันดู อย่างตอนนี้เรามีหน่วยงานวิจัย หรือที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย จะพูดง่ายๆ จะแบ่งเป็น 4 ระดับ ในระดับแรกเป็นเรื่อง ทิศ ทางของนโยบายซึ่ งตอนนี้ เ รามี วช. เป็น หลัก และถ้า เราลงไปแต่ ละสาขา ยกตัวอย่างเช่น วิทยาศาสตร์ เราก็จะมี สวทน. เป็นตัวหลัก ในเรื่องอื่นเขาก็จะมี ตัวอื่นเป็นหลัก ระดับที่สองหน่วยงานที่ให้ทุนหน่วยงานที่สนับสนุนต่างๆ ตอนนี้ก็ มีความคืบหน้าระดับหนึ่ง คือตอนนี้ทุกสองเดือนทางสํานักงาน สวทน. มานั่งกิน ข้าวกินกาแฟและสิ่งที่เขาพยายามจะทํา สิ่งแรกที่เขาทําได้จะเป็นก้าวแรกที่สําคัญ ที่ผ่านมาเขากําลังจะทําเรื่องฐานข้อมูล ซึ่งเรื่องนี้ทางเลขาธิการ วช. หรือท่านรอง ปลัดฯ วีระพงษ์ ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก เรื่องที่สามคือหน่วยงานที่ทําวิจัย ต่างๆ พวกท่านทั้งหลายส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ที่อยู่มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึง หน่วยงานในภาครัฐอื่นๆ รวมถึงหน่วยงานในภาคเอกชน และเรื่องที่สี่ที่ผมคิดว่ามี ความสําคัญอย่างยิ่งเลย ก็คือหน่วยงานที่จะมาใช้ประโยชน์จากการวิจัย ถ้ าท่าน มาดูโครงสร้างต่างๆ ที่ผมพูดอาจจะพูดไม่หมดด้วยซ้ํา แต่ของผมคิดว่ามีสี่เรื่อง นี่แหละ เรื่องนโยบาย เรื่องสนับสนุนให้ทุน เรื่องหน่วยปฏิบัติที่ทํางานวิจัย และผู้ที่ ใช้ประโยชน์จ ากการวิจัย ในแต่ละเรื่องท่ านจะบู รณาการ การทํางานของท่า น 128 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 23.
    อย่ า งไรบางเรื่ อ งก็ เ กี่ ย วกั บ หลายเลเยอร์ ม าก สิ่ ง นี้ ท่ า นจะทํ า อย่ า งไร ซึ่ ง ภาคเอกชนเขาก็ ฝ ากมาถามว่ า สามารถจะบู ร ณาการโครงสร้ า งองค์ ก ร ของหน่ว ยงานที่ทํ าวิ จัย ก็จ ะเป็ นประโยชน์ มาก และอีก เรื่ องหนึ่ งพู ดถึ งในด้ า น โครงสร้าง แต่ย้ําอีกทีอันนี้ฝากมาจากภาคเอกชน เขาก็บอกว่าถ้าเป็น ไปได้ อยาก ให้ท่านนายกมากํากับดูแลงาน ทางด้านการวิจัยโดยตรง ไม่ใช่มอบท่านรองนายก และก็มีข้อสังเกตต่อไปอีกว่า ถ้ามอบท่านรองนายก อันนี้ผมพูดในเชิงหลักการ ไม่ได้พูดเชิงตัวบุคคล ขอไม่ให้มอบรองนายกที่ดูแลด้านสังคมได้หรือไม่ ขอให้ มอบรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ พวกที่เข้ามาคือภาคเอกชน ภาคธุรกิจ เขาก็อยากจะเห็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านไปถามคนอีกกลุ่มหนึ่ง เขาก็อาจจะไม่ เห็นด้วย การที่เราจัดให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อยู่ในสายงานก็มีประวัติศาสตร์ มีความเป็นมา มีเหตุผลของมัน ไม่ใช่ว่าไม่ถูกต้อง ขึ้นอยู่กับมุมมองเพราะว่าเป็น มุมมองด้านโครงสร้าง เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากพูดถึง เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวท่านมาก คือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา พูดถึงเรื่องที่เขาอยากเห็น พูดถึงเรื่องการมาทํางาน ร่วมกันและใครเป็นเจ้าของสิทธิประโยชน์ตรงนี้ มุมมองก็เลยต่างกัน ในส่วนของ มหาวิทยาลัย ท่านอาจจะต้องการความเป็นเจ้าของ เพื่อที่ท่านจะสามารถไปต่อ ยอดงานวิจัยของท่านได้ต่อไปและเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับสาธารณะ แต่ว่าใน ด้านของเอกชน เขาอาจจะต้องการความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ไปต่อยอดแต่เพื่อไป ผลิตหรือปรับปรุงสินค้าของเขา และเขาก็ไม่ต้องการเผยแพร่เพราะเป็นความลั บ ทางธุรกิจ ตรงนี้ต้องหาจุดสมดุลที่ดี ผมอยากเห็นทําวิจัยมาแล้วก่อให้เกิดสิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญา ผมอยากที่จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ ผมว่าอันนี้ทาง มหาวิทยาลัยก็ต้องคิดเหมือนกันว่าจะทํากันอย่างไร เท่าที่ผมเห็นว่าในประเทศ ไทยมีรูปแบบหลากหลายมาก ใช้ดุลพินิจมากพอสมควร หลักๆ วันนี้ที่อยากมาคุย ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 129
  • 24.
    ก็ เ ป็น เรื่ อ งของการวิ จั ย อ ย่ า ง ที่ ผ ม พู ด ท่ า น นายกรั ฐ มนตรี ท่ า นเน้ น ในเรื่ อ งของการวิ จั ย และ บั ง เอิ ญ เมื่ อ วั น อาทิ ต ย์ ที่ ผ่ า นมา ท่ า นบอกว่ า ทํ า อย่ า งไรที่จ ะใช้ป ระโยชน์ จากการวิ จั ย ให้ ม ากที่ สุ ด และท่ า นก็ เ น้ น ถึ ง การต่ อ ยอดภาคเอกชนเพิ่ ม ขี ด ความสามารถในด้านการแข่งขันของประเทศ ผมก็เลยขออนุญาตนําความคิดเห็น ของบางกลุ่มในภาคธุรกิจ ซึ่งเขาสะท้อนมาให้ผมยี่สิบกว่าเรื่อง แต่ผมยกมาแค่ ห้าเรื่องที่ผ มคิด ว่ามั นมี ความสํา คัญ เรื่ องที่ อยากจะฝากไว้ให้ ท่านช่ว ยคิด เป็ น พิเ ศษเลย ก็ คื อ ความร่ ว มมือ ภาครั ฐภาคเอกชน ในเรื่ อ งการทํ าวิ จั ย เรื่ องของ บุค ลากร ตรงนี้ผ มคิด ว่ าถ้ าทํ า ตรงนี้ไ ด้ ดีจ ะเห็ นผลเลยภายใน 10 ปี วั น นี้ต้ อ ง ขอขอบคุณนะครับ สิ่งที่ผมมาพูดเชื่อว่าทุกท่านทั้งหลายคงจะมีความรู้มากกว่าผม แต่ครั้งนี้ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นเมื่อ 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ผมไปดูงานต่างๆ มีมุมมองเรื่องการ วิจัยและได้คุยกับภาคเอกชนบางส่วนและนํามาเล่าให้ฟังแต่ขอย้ําอีกที ผมก็คุยกับ NGO ภาคประชาสังคม ผมก็คุยกับอาจารย์อย่างท่าน แต่วันนี้เอามุมมองอันนี้มา สะท้อนให้พวกท่านฟัง ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : เฉลียว แสนดี 130 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 25.
    งานแถลงข่าว “ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทย” วันพุธที่ 8กันยายน 2553 เวลา 10.00 – 11.30 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พิ ธี ก ร : ขอเรี ย นเชิ ญ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี ดร. วี ร ะชั ย วี ร ะเมธี กุ ล ได้ ก ล่ า วถึ ง ความสํ า คั ญ ในการผลั ก ดั น “ศูนย์ฯ เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทยและของเอเชียด้วยค่ะ” รมว.วท. : บั ง เอิ ญ กระทรวงวิ ท ย์ ฯ เราโชคดี น ะครั บ เรามี ท่ า นปลั ด สุจินดาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเซรามิกและเรื่องแก้ว ทําให้ผมได้รับรู้รับทราบถึง เรื่องของอุตสาหกรรมแก้วมาบ้างพอสมควร จริงๆ แล้วแก้วมีคุณสมบัติที่สําคัญๆ หลายประการแต่ ผ มอยากขอใช้ โอกาสนี้ พู ด ถึ ง คุ ณ สมบั ติ ที่ สํ า คั ญ เพี ย งแค่ ป ระการเดี ย ว ซึ่ ง ผมคิ ด ว่ า เหมาะกั บ เรื่ อ งที่ กํ า ลั ง เกิ ด ขึ้ น ใน ปั จ จุ บั น นั่ น ก็ คื อ แก้ ว ถื อ เป็ น วั ส ดุ ที่ เป็นมิ ตรต่ อสิ่งแวดล้ อม สามารถนํ า กลับมารีไซเคิลได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเราไปดูวัสดุที่ใช้ในชีวิตประจําวั น ต่างๆ ผมคิดว่ามีวัสดุน้อยมากที่จะมีคุณสมบัติเช่นนี้ ถ้ามาพูดถึงเรื่องความสําคัญ ของเรื่องอุตสาหกรรมแก้วในวีดีทัศน์ได้พูดไปแล้ว บางประการผมขอยกตัวอย่าง 2 – 3 เรื่อง ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 131
  • 26.
    ในเรื่องแรก ”อุตสาหกรรมแก้ว ”ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สําคัญของ ประเทศมีมูลค่าการส่งออกไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาทและที่สําคัญมีแนวโน้มที่ จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไปในอนาคต คํา ว่า “ก้า วกระโดด” ในที่นี้ไ ม่ไ ด้ หมายถึง เติ บโตไปเพีย ง 10 เปอร์เ ซ็น ต์ 15 เปอร์ เซ็ นต์ แต่ ว่า อาจจะเติบ โตถึ ง 30, 40, 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยอันนี้คือเรื่องที่หนึ่ง เรื่องที่สอง “อุตสาหกรรมแก้ว” หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าอุตสาหกรรม แก้วถือเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ อุ ต สาหกรรมที่ สํ า คั ญ ๆ ในประเทศ หลายอุตสาหกรรมเลยไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า ท่านลองไปดูเกือบทุกอย่างมีแก้วทั้งนั้น และเรื่อ งสุ ดท้ า ยที่อ ยากจะพู ดในที่ นี้ คื อ “อุต สาหกรรมแก้ ว ” ถื อ เป็ น อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก ซึ่งตรงนี้มีหลายมุมมองแต่ถ้ามุมมองของ ผมซึ่งเป็นรัฐบาลผมถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญเพราะว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิด การจ้างงานมาก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่จ้างงานเสร็จแล้วก็จะมีเรื่องของการ กระจายรายได้ หลักๆ ก็สามสี่เรื่องครับ พิธีกร : ค่ะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนะคะ เรื่องของการรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ จากอุ ต สาหกรรมแก้ ว มู ล ค่ า การส่ ง ออกไม่ ต่ํ า กว่ า 20,000 ล้ า นบาทต่ อ ปี มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมายและการใช้งานก็จะเยอะ ถ้าอุตสาหกรรมนี้โต 132 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 27.
    ท่านบอกว่าแนวโน้มสดใสในการเติบโตนั้นมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย ที่นี้ บทบาทของสื่อนี้ในการทําหน้าที่และการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตใน มุมมองของท่านรัฐมนตรีในแนวนโยบายตรงนี้เป็น อย่างไรคะ รมว.วท. : กระทรวงวิทย์ฯ โชคดีคือเรามีปลัดกระทรวงซึ่งมา จากอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เก่า ผมขอตอบคําถามนี้ในสองมิติ ว่ า ใ น ปั จ จุ บั น แ ล้ ว ท า ง ก ร ม วิทยาศาสตร์บริการทําอะไรไปแล้ว บ้างและกรมวิทยาศาสตร์บริการกําลังจะทําอะไรต่อไปในอนาคต หลังจากที่เรามี ศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของประเทศไทยและของอาเซียน คนส่วนใหญ่คง ไม่ทราบว่ากรมวิทยาศาสตร์บริการถือว่าเป็นกรมหลักของกระทรวงวิทย์ฯ ของเรา เลยนะครับ เป็นกรมที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ แก้ว แต่ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักบทบาทมากๆ เลยจะเป็นเรื่องมิติของการวิเคราะห์ การทดสอบ ซึงในวีดีทัศน์มีพูดไปแล้วนะครับ เราดูเครื่องมือที่มาทดสอบเรื่องแก้ว ่ มีราคาค่อนข้ างแพงถ้าให้ เอกชนบริษัท ใดบริษัทหนึ่ง มาลงทุน ตรงนี้อาจจะยั ง ไม่คุ้ม และอันที่สองคือในเรื่องของห้อง LAB ที่จะมาใช้ในการทําการทดลองจําเป็น จะต้องได้รับการรับรองจากมาตรฐานจากระดับนานาประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้ เป็ น หน้ า ที่ ข องรั ฐ บาล เป็ น หน้ า ที่ ข องกระทรวงวิ ท ย์ ฯ เป็ น หน้ า ที่ ข องกรม วิทยาศาสตร์บริการที่จะให้บริการเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้ว กรมวิทยาศาสตร์บริการมี มิติอื่นๆ อีกซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยทราบมากนัก นั่นก็คือเรื่องของการวิจัย การ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 133
  • 28.
    พัฒนา จริงๆ แล้วตรงนี้เราก็ทําอยู่แต่ว่าที่ทํามาในอดีตอาจเป็นเรื่องของin house มากกว่ า เป็ น เรื่ อ งการทํ า วิ จั ย ภายในนะครั บ อั น นี้ คื อ สิ่ ง ที่ เ ราทํ า มาในอดี ต ในปัจจุบันหลังจากที่เรามีศูนย์เชี่ยวชาญ แห่งแรกด้านแก้วแล้วนะครับบทบาทที่จะ ทําต่อไป 1 ) ศู น ย์ เ ชี่ ย ว ช า ญ คุณอลิ ศราพูด ไปแล้ ว ว่า เป็ นศู น ย์ เชี่ ย วชาญด้ า นแก้ ว แห่ ง แรกของ ประเทศไทยและของอาเซียนด้วย ตรงนี้จะมีประโยชน์กับที่คนค้าขาย กั บ เรา ทํ า ให้ มี ค วามมั่ น ใจมาก ยิ่งขึ้นในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานแก้วของเรา ที่นี้ถามว่าจะทําอย่างไรต่อไป ในอนาคต อันหนึ่งที่เราจะทําเรื่องของการวิเคราะห์ การทดสอบต่อไป เพียงแต่ว่า ตอนนี้ศูนย์ฯ เชี่ยวชาญแห่งนี้ได้รับมาตรฐานจาก BAS ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็น ที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ การที่เราจะวิเคราะห์ ทดสอบอะไรต่อไปจะมีความ มั่นใจยิ่งขึ้น 2) เรื่องการวิจัยและพัฒนาตรงนี้ผมอยากเน้นย้ําให้ความสําคัญเป็น พิเศษ ผมได้คุยกับผู้บริหารของกระทรวงฯ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆ ว่า ผมอยากเน้นย้ําในเรื่องการทําวิจัย การตอบโจทย์อย่างในกรณีนี้ตอบโจทย์ของ ภาคเอกชนได้ ภาคชุมชนได้ ซึ่งตรงนี้ต้องลงในรายละเอียดว่าในชุมชนเราจะทํา อะไร ในเอกชนเราจะทํ า อะไร ส่ ว นเรื่ อ งต่ อ ไปซึ่ ง เป็ น เรื่ อ งที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั น คื อ หลังจากที่เราทําการวิเคราะห์ เราทําการตรวจสอบแล้ว เราก็หวังว่าเวลาวิเคราะห์ 134 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 29.
    ไปแล้ วอาจจะมีปั ญหาขึ้นมา เราก็ห วัง ว่ าเราจะให้ บริ การในลัก ษณะที่ เป็ นเชิ ง แนะนําได้นะครับ พอวิเคราะห์มาแล้วมีปัญหาอย่างนี้กรมวิทยาศาสตร์บริการเข้า มาเป็น Partner กับผมช่วยแก้ปัญหาหลักๆ ก็ประมาณสองสามเรื่องนี้ครับ พิธีกร : วิเคราะห์เพื่อตอบ รู้จักพัฒนาที่ท่านเน้นว่าจะต้องตอบโจทย์ทั้ง ภาคอุตสาหกรรม ทั้งชุมชนด้วยและการแก้ไขปัญหา สิ่งที่ท่านคาดหวังอยากจะ เห็นแนวทางการดําเนินการของศูนย์ฯ นี้มีอะไรบ้างคะ รมว.วท. : ความคาดหวั ง ของผมคิ ด ว่ า ปั จ จุ บั น ศู น ย์ ฯ แห่ ง นี้ ถื อ เป็ น ศูนย์ฯ แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตต่อไป ข้างหน้าในอนาคต ทางกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทย์ฯ อยากเป็นส่วน หนึ่งที่อยากเห็นอุตสาหกรรมนี้เติบโตไปได้ในอนาคตซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านพูดอยู่เสมอว่าอยากให้การวิจัย การ พัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน เรื่องของวิทยาศาสตร์มาเป็น ส่ ว น ห นึ่ ง ใ น ก า ร เ พิ่ ม ขี ด ความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ และนี่คือเหตุผล ของความคาดหวั งของพวก เราทุกคนว่าหลังจากที่เรามี ศูนย์ฯ อันนี้แล้วเราจะสามารถมาช่วยภาคเอกชนในการพัฒนาศักยภาพของพวก ท่านทั้งหลายได้ครับ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 135
  • 30.
    พิธีกร : เป็นส่วนหนึ่งที่จะทําให้อุตสาหกรรมเติบโตค่ะขอบพระคุณท่าน รัฐมนตรีค่ะ เรียนถามท่านอธิบดีบ้างนะคะ อย่างที่เราได้ชม VTR ตั้งแต่ปี 43 เรามี ห้องปฏิบัติการแก้วและทําหน้าที่เรื่องนี้มาตลอดจนวันนี้มาเป็นศูนย์ฯ อยากให้ ท่านเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมาเราได้ทํางานอย่างไรบ้าง อวศ. : ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปหมดแล้วนะครับซึ่งค่อนข้างจะ ครอบคลุม ในส่วนของการจัดตั้งเป็นศูนย์ฯ เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกของไทยคือเดิม ทีเดียวปี 2543 เราได้จัดตั้งโครงการห้องปฏิบัติการแก้ว ประจวบกับเรามีบุคลากร ที่จบปริญญาเอกและปริญญาโทด้านนี้ อีกประเด็นหนึ่งก็คือในช่วงนั้นเราได้มีการ ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบงานวิจัยและให้คําปรึกษาแนะนําเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2551 – 2553 ทางกรมฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลให้ มาจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ที่ค่อนข้างมีราคาแพง ค่อนข้างจะครบ ดังนั้นการบริการ ของเราจะบริการค่อนข้างจะครบวงจรทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นงานทดสอบการวิจัยหรือ งานให้ ป รึ ก ษาคํ า แนะนํ า คิ ด ว่ า ในจุ ด นี้ท างกรมฯ จึ ง คิ ด ว่ า การจั ด ตั้ ง เป็ น ศู น ย์ เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกของประเทศไทยในอาเซียนน่าจะพร้อมแล้วนะครับ พิธีกร : โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วยใช่ไหมคะจากการ ทํางานของศูนย์ฯ นี้ค่ะ อวศ. : ระดับประเทศเรามีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ส่วนในระดับต่างประเทศ กรมวิทยาศาสตร์บริการได้มีการลงนาม MOU กับหน่วยงานเป็นมหาวิทยาลัย 136 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 31.
    RWTH, Aachen ของประเทศเยอรมนีมีการวิจัยร่วมกันและมีการแลกเปลี่ยน ความรู้ความสามารถและความคิดเห็นต่างๆ และทางมหาวิทยาลัยของ Aachen ได้ให้คําปรึกษาแนะนํากับเรา และเราได้ไปจัดแสดงผลงานทางวิชาการและทาง ศูนย์ฯ ยังเป็นสมาชิก เรียกว่า “Technical Committee” กับ International Commission on Glass ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญสูงมากครับ พิธีกร : ถ้าทางผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสนใจที่อยากจะเข้ามาขอ ใช้บริการต้องเข้ามาติดต่ออย่างไรบ้างคะ อวศ. : ครับมาติดต่อที่กรมวิทยาศาสตร์บริการ เราพร้อมให้บริการขณะนี้ เราก็ดําเนินการจะเป็น One Stop Service ซึ่งกําลังจะเริ่มปรับปรุงครับ พิธีกร : อัตราค่าบริการเป็นอย่างไรบ้างคะ ระยะเวลาด้วยค่ะ อวศ. : สํา หรับ อัต ราค่ าบริ การเราถือว่ าเราเป็ นภาครัฐบาล เพราะ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่เราได้รับการจัดสรรมาจากเงินงบประมาณของรัฐบาล ดังนั้น อัตราค่าธรรมเนียมหรือว่าอัตราค่าบริการจะไม่สูงนะครับและพร้อมที่จะ ให้บริการกับโรงงานอุตสาหกรรมและ SMEs และผมถือว่ารายได้ที่เข้าไปที่ กรมฯ ไม่สูงแต่ในทาง Indirect Income โรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังต่างประเทศก็ ได้เงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ถือว่าคุ้มค่า พิธีกร : ได้ทราบข้อมูลว่าเครื่องบางเครื่องจะมีที่ศูนย์เชี่ยวชาญฯ แห่ง เดียวที่อื่นไม่มีเลย ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 137
  • 32.
    อวศ. : ไม่มีครับเพราะว่าเครื่องมือที่เราซื้อเราต้องดูว่าเรามีความ เชี่ ย วชาญหรื อ ไม่ แ ละนั ก วิ ท ยาศาสตร์ เ ราที่ จ บมาทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยีได้มีการไปฝึกอบรมศึกษาว่าเราควรจะซื้อเครื่องมือหรือไม่ ยกตัวอย่าง เครื่ อ งหาความเครี ย ดทางด้ า นขวามื อ เราสามารถทดสอบความเครี ย ดได้ ว่ า หลั ง จากที่ ผ ลิ ต แก้ ว ออกมาแล้ ว ถ้ า มี ค วามเครี ย ดมากโอกาสที่ จ ะแตกร้ า วหรื อ ใช้ระยะนานๆ จะใช้ไม่ได้ผล พิธีกร : ต้องมีความเครียดแต่ว่าต้องอยู่ในระดับหนึ่ง อวศ. : ต้องอยู่ในระดับหนึ่งครับ แก้วต้องมีความเครียดนะครับแต่ต้อง อยู่ในระดับหนึ่ง พิธีกร : ให้แข็งและไม่แตกง่าย อวศ. : ถูกต้องครับ พิธีกร : ถ้าเกิดประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคสนใจอยากมาขอใช้บริการด้วย ตรงนี้เราเปิดบริการหรือไม่ อวศ. : เราพร้อมที่จะเปิดบริการ เพราะว่ าขณะนี้เราตั้งศูนย์ฯ เป็นศูนย์ เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของประเทศไทยแล้ว เราจะไปประชาสัมพันธ์ให้กับ ประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ มาใช้บริการกับเรานะครับถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน พิธีกร : ถ้าส่งแก้วที่มีปัญหาเรื่องความเครียดมาให้ทางศูนย์ฯ ตรวจสอบ จะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ที่จะได้รับคําตอบ 138 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 33.
    อวศ. : ไม่นานครับเพราะว่าบุคลากรของเราเป็นบุคลากรที่มีความ กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา เราเคยถามบุคลากรของเรา เขาบอกว่าเขาอยากจะ ช่วยภาควิชาการด้วยนะครับ พิธีกร : รับมือไหวแน่นอนหรือไม่คะ อวศ. : รับมือไหวครับ พิธีกร : ความคาดหวังแผนงานในอนาคตมีอะไรเพิ่มเติมจากที่ท่าน รัฐมนตรีได้บอกเราไหมคะ อวศ. : มีประมาณสามสี่ประเด็น คือ 1) เราพยายามเพิ่มศักยภาพของ ห้ อ งการวิ เ คราะห์ ใ ห้ เ ป็ น ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารอ้ า งอิ ง ในระดั บ นานาชาติ จ ะเห็ น ว่ า ภาคอุตสาหกรรมส่งสินค้าหรือส่งผลิตภัณฑ์แก้วมาทดสอบสามารถที่จะเอาไป Significate ไปใช้ได้ทั่วโลก 2) ทางด้านวิชาการเรามีการไปร่วมทางด้านวิชาการ ยกตัวอย่างเป็น Intercommunication ทางด้ า นการทดสอบความชํ า นาญ คือเราจะมีการพัฒนาบุคลากรของเรา อยู่ ต ล อ ดเ ว ล า ห รื อ อ า จ จ ะ เ ชิ ญ ผู้ เ ชี่ ย วชาญจากต่ า งประเทศมาให้ คํ า ป รึ ก ษ า แ น ะ นํ า เ พิ่ ม เ ติ ม กั บ เทคโนโลยีแก้วที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 3) อุตสาหกรรมแก้วเป็นอุตสาหกรรม ที่ใช้พลังงานสูงมาก เพราะว่าในการหลอมแต่ละครั้งใช้อุณหภูมิประมาณ 1,500 ถึง 1,600 องศาเซลเซียส ดังนั้นเรามีโครงการที่จะทําการวิจัยว่าเราจะลดหมายถึง ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 139
  • 34.
    ว่ า เราจะเปลี่ย นปรั บ ศู น ย์ ฯ เราจะเปลี่ ย นวั ต ถุ ดิ บ ในการผลิ ต แก้ ว เพื่ อ ที่ จ ะลด ปริมาณการหลอมให้ได้เหลือ 1,400 องศาเซลเซียส ซึ่งลดไป 100 องศา พลังงาน ที่ลดลงไปเยอะมากนะครับ ประเด็นสุดท้ายคือขณะนี้เราพยายามที่จะใช้วั ตถุดิบ หรือใช้พ ลังงานโดยใช้ไ บโอแมส ขณะนี้เราได้ ร่วมการทําวิจัย กับหน่ว ยงานใน ประเทศสวีเดนนี่คือสิ่งที่ทางศูนย์ฯ ได้วางแผนอยู่ตลอดเวลา พิธีกร : ขอบพระคุณท่านอธิบดีค่ะ มาฟังมุมมองของทางผู้ประกอบการบ้าง เป็นอย่างไรบ้างคะ ถูกใจไหมคะกับศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทย ผู้ประกอบการ : ถูกใจครับผม พิธีกร : คาดหวังอยากให้ศูนย์ฯ นี้เข้ามาเติมเต็มผู้ประกอบการอย่างไร บ้างคะ ผู้ป ระกอบการ : คื อ อุ ต สาหกรรมแก้ ว และกระจกใช้ พ ลั ง งานในการ หลอมแก้ ว ค่ อ นข้ า งมาก ประมาณ 30 ถึ ง 40 เปอร์ เ ซ็ น ต์ ข องต้ น ทุ น ทั้ ง หมด สิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยเสียเปรียบต่อประเทศอาเซียนคือว่าพลังงานของประเทศไทย มีราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านกว่า 50 - 60 เปอร์เซ็นต์นั่นคือจุดด้อยของ ประเทศไทยในอุตสาหกรรมแก้วและ กระจก เพราะฉะนั้นเราไม่มีทางเลือก ที่จ ะต้ องนํ า เข้า เทคโนโลยี มาพั ฒ นา กระบวนการผลิ ต หรื อ ว่ า คุ ณ ภาพ ที่ดีกว่าเพื่อนบ้านเราถึงจะส่งออกหรือแข่งขันได้ ผมเห็นศูนย์ เชี่ยวชาญแก้วแห่ง 140 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 35.
    แรกของประเทศไทยแล้วผมดีใจมาก เนื่องจากว่าจะได้เข้ามาช่วยกันวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนา อย่างเช่นตอนนี้เรามีโครงการลดการใช้พลังงานในการหลอมแก้ว กับทางกรมวิทยาศาสตร์บริการอยู่แล้วนะครับกับทางกลุ่มแก้วและกระจกซึ่งผม อยากเร่งรัด เพราะตรงนี้ต้องเร่ งรีบ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะสู้ประเทศอาเซียน เพื่อนบ้านไม่ได้เลย เนื่องจากว่าพลังงานของเรามีราคาสูงมากครับ พิธีกร : ค่ะ เรื่องนี้เรามีแผนอยู่แล้วตามที่ท่านอธิบดีได้บอกเรานะคะมี เรื่องอื่ นอีกไหมคะนอกจากเรื่ องพลั งงานที่ ทางกลุ่มต้อ งการให้ทางศูนย์ เข้ามา ช่วยดูแล ผู้ประกอบการ : ก็คงจะเป็นเรื่องของระยะเวลาในการวิเคราะห์ วิจัย รวดเร็ ว ขึ้ นแม่ นยํ า ขึ้ น และสิ่ ง หนึ่ ง ที่ผ มอยากเห็ น ก็ คือ ว่ าเรายอมรับ นะครั บ ว่ า ศูนย์ฯ นี้ได้รับการรับรองจากสากลแล้ว แต่ว่าการรับรองอย่างเดียวไม่พอต้องมี ชื่อเสียงพอที่ไม่ใช่รัฐบาลประเทศอื่นรับรอง บริษัทใหญ่ๆ ในต่างประเทศที่เป็น ลูกค้าของอุตสาหกรรมนี้ยอมรับใบรับรองของประเทศไทยด้วยนั่นคือสิ่งสําคัญมาก เพราะฉะนั้น คงต้อ งใช้ร ะยะเวลาหลัง จากที่เ ราออกใบ Certificate ใบแรกไป ต่ อ จากนี้ ไ ปอยากให้ ศู น ย์ ฯ รั ก ษาคุ ณภาพ รั ก ษาการบริ ก ารคื อ อย่ า ไปเอาใจ ผู้ประกอบการ ดีกคือดี ไม่ดีก็คือไม่ดี ไม่เช่นนั้นแล้วใบรับรองของเราจะไม่ได้เป็น ็ ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเราเลยนะครับ พิธีกร : ค่ะ ตรงนี้ท่านอธิบดีมีแนวทาง และท่านรัฐมนตรีมีแนวทางเรื่อง นี้อย่างไรบ้างคะ ให้เป็นไปตามที่ท่านประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจกได้ บอกค่ะ เรื่องขอใบรับรองที่ให้บริษัทต่างชาติค่ะ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 141
  • 36.
    อวศ. : ในส่วนนี้ที่ผมเรียนไปนะครับว่าเรามีแผนที่จะให้ห้องปฏิบัติการ เป็นห้องบริการอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญคือให้ทั่วโลกยอมรับอย่างน้อยต้องเป็นไปตาม มาตรฐานสากล อย่ า งที่ ส องเราต้ อ งมี Intercommunication หมายถึ ง การ เปรียบเทียบผลระหว่างประเทศ ถ้าเราเปรียบเทียบผลระหว่างประเทศแล้ว ผลการ ทดสอบหรือว่าผลการวิจัยเราเป็นไปตามข้อกําหนดหรือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับ ต่างประเทศ เราสามารถที่จะโฆษณาไปได้ว่าผลการทดสอบเราเป็นที่ยอมรับใน ระดับนานาชาติ เพราะฉะนั้นเวลาเราทดสอบผลิตภัณฑ์แก้ว ใบ Significate ที่เรา ออกไปเป็นที่ยอมรับ อย่างเช่นที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปแล้วในเรื่องของ BAS เราก็ไปร่วมและมีชื่ออยู่ใน BAS อันนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวในส่วนหนึ่งครับ พิธีกร : ผู้ประกอบการมั่นใจได้ เชิญท่าน รมว.วท. ค่ะ รมว.วท. : คงต้องตอบสักนิดครับ คืออยากให้ความมั่นใจกับผู้ประกอบการ และสาธารณชนโดยทั่วไปว่าเราจัดตั้งศูนย์ฯ เชี่ยวชาญแก้วแห่งแรกขึ้นมาของ ประเทศไทย เรามีมาตรฐานของเราแต่ตอนนี้นอกจากมาตรฐานของเราแล้วเรายัง ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก BAS อีก ผมมั่นใจครับว่าจะเป็นไปอย่า งที่ ท่ า นพู ด ถึ ง คื อ ถ้ า ทดสอบออกมาดี ก็ จ ะบอกว่ า ดี ถ้ า ไม่ ดี ก็ บ อกว่ า ไม่ ดี อ ยากให้ ความมั่นใจครับ พิธีกร : ตรงไปตรงมาค่ะ ท่านสื่อมวลชน น้องๆ นักศึกษาที่มาในวันนี้ มี คําถามอยากเรียนถามเพิ่มเติมไหมคะ ไม่มีนะคะ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ฝาก พวกเราในฐานะที่วันนี้มาเจอกันและเป็นการเปิดตัวศูนย์ฯ ครั้งแรกด้วย ได้พบกับ ท่านสื่อมวลชนในวันนี้ค่ะ 142 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 37.
    รมว.วท. : ผมอยากขอแสดงความชื่นชมและความยินดีกับทางกรม วิท ยาศาสตร์ บ ริ ก ารที่ ส ามารถจั ด ตั้ ง ศู น ย์ เ ชี่ ย วชาญด้ า นแก้ ว แห่ ง แรกของ ประเทศไทยและแห่งแรกของอาเซียนได้ การที่เราสามารถเดินทางมาถึงวันนี้ได้ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ มาถึงเลยนะครับ ท่านปลัดก็พู ดไปแล้ว ท่านอธิบดีก็พูดไปแล้ว มัน ใช้เวลาเป็น 10 ปี 20 ปี นะครับและจะขาดซึ่งบุคคล 5 ท่าน ที่ผมจะเอ่ยชื่อต่อไปนี้ ไม่ได้เลยนะครับ จริงๆ แล้วที่เกี่ยวข้องมีมากกว่านี้แต่ที่มามี 5 ท่าน อยากให้พวก เรากรุณาปรบมื อให้เกีย รติกับนั กวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ของเรา 5 ท่า นที่มีส่ว น เกี่ยวข้องทําให้เกิดสิ่งๆ นี้ขึ้นมาได้ ท่านแรก ดร. เทพีวรรณ ท่านที่สอง ดร. กนิฐ ท่านที่สาม ดร. เอกรัฐ ท่านที่สี่คุณอุสุมา ท่านที่ห้าคุณนิวัติครับ สิ่ งที่ผมอยากสรุป เป็นข้อสุดท้ายให้พวกเราได้ยินก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์พูดอยู่เสมอว่า อยากเห็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนร่วมในการเพิ่มขีดความสามารถ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 143
  • 38.
    ในการแข่งขัน เข้าไปมีส่วนร่วมในการทําให้ภาคเอกชนค้าขายได้ดียิ่งขึ้น ผมคิดว่า เป็นหน้าที่เป็นบทบาทของทุกกระทรวงทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง อย่างวันนี้ทาง ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยทางกรมวิทยาศาสตร์บริการได้เอาผลงานที่เรา ภาคภู มิใ จเรื่ องหนึ่ง ออกมาแสดงให้พ วกท่า นเห็ นนะครั บว่ านี่ คื อสิ่ งที่ เ รากํา ลั ง พยายามทําเพื่อช่วยเหลือพวกภาคเอกชน และผมหวังว่าตัวอย่างนี้ซึ่งเป็นความ ร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนจะเกิดขึ้นต่อไปอีกในอนาคต พิธีกร : ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีค่ะ ทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาสาระความสําคัญ ของการเปิดศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้วแห่งแรกของไทย นี่เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ําให้เห็น ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้าไปมีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถใน การแข่ง ขัน ในการพั ฒนาประเทศนะคะ ขอเสี ยงปรบมื อให้กั บผู้ ร่ว มแถลงข่ า ว ทุกท่านค่ะ เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์ 144 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 39.
    Opening “InnoBioPlast 2010” 9September 2010 IMPACT Arena, Exhibition and Convention Center Khun Piyabutr Cholvijarn (ปิยะบุตร ชลวิจารณ์), Former Deputy Minister of Industry and Member of the National Innovation Board Khun Payungsak Chartsutipol (พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล), Chairman of the Federation of Thai Industries and Member of the National Innovation Board Khun Supachai Lorlowhakarn (ศุภชัย หล่อโลหการ), Director of the National Innovation Agency Khun Somsak Borrisutthanakul (สมศักดิ์ บริสุทธนะกุล), Chairman of the Thai Bioplastics Industry Association Distinguished guests, participants, members of the media, ladies and gentlemen; Good morning to you all… Ladies and gentlemen, It is a great honor for me to be here at the opening ceremony of InnoBioPlast 2010. This important gathering, it is hoped, would be able to connect Thai research and business communities with their international ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 145
  • 40.
    counterparts, in orderto stimulate technology transfer and oversee investment in the area of bioplastics. It should be emphasized that this is already the third international conference and exhibition on bioplastics we have hosted because we strongly believe that it is an initiative which will not only benefit Thailand, but will also make a great contribution to our common goals towards a green planet. Ladies and gentlemen, It is undeniable that we are facing enormous environmental issues, particularly the climate change, as more and more greenhouse gases are being emitted everyday into the air. Each year, the world produces at least 28 billion tons of carbondioxide - the major greenhouse gas. We cannot continue this way forever, and there is a pressing need to look for a way out. In our effort to reduce carbon emission, countries around the world have encouraged “green” industries as an alternative to conventional ones. One of the most prominent solutions to an environmental-friendlier alternative comes from the area of material science. 146 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 41.
    Yes ladies andgentlemen, it cannot be anything else : this is all about bioplastics. A preliminary calculation of the Life Cycle Assesment shows that bioplastics could reduce greenhouse gases emission as much as 25% in comparison to that of traditional petroleum-based plastics. While petroleum is a resource that is depleting and cannot be renewed, bioplastics are made from a renewable resource such as fully degradable biomass feedstock. Moreover, the entire production process uses biotechnology or fermentation combined with highly developed chemical technology, which consumes lower energy than traditional petrochemical method. Apart from the positive environmental impact, and in response to Prime Minister Abhisit Vejjajiva’s policy of attaching great importance to the well-being of those in the agricultural sector, bioplastics help to stabilize the agricultural prices by adding value to their products. Thailand welcomes this challenging opportunity, and has therefore prioritized the bioplastics industry through the “New Wave Industry” program in order to accelerate the development of bioplastics, with a view to become a regional hub in Asia. We have already approved and pledged supports for such development under the National Roadmap, which will end in 2012, with the National Innovation Agency, NIA, as the focal point. ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 147
  • 42.
    This “National Roadmapfor the Development of Bioplastic Industry” contains four key strategies: First : to achieve sufficient supply of agricultural raw materials; Second : to develop new technologies; Third : to build up the industry and innovative business and; Fourth : to establish supportive infrastructure. With the integration and close cooperation among the government, the private sector, and the research community, this Roadmap is expected to result in an economic value of at least 5.5 billion Baht. Ladies and gentlemen, Let me share with you some aspects of the Roadmap with particular emphasis on our work; what the Ministry of Science and Technology has been doing and what we aim to do in the future. 148 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 43.
    The first strategyof our national roadmap involves raw materials. As a major agricultural country, Thailand has a high potential in terms of biomass feedstock, which provides an important foundation for bioplastics. To name a few, Thailand is one of the world’s leading producers of cassava and sugar cane with production of 30 and 80 million tons in 2009, respectively. Not only do we have an abundant and reliable supply of raw materials to feed into the upstream production, but we also have over 3,000 well-established manufacturers to provide a solid base for the downstream production. In order to ensure sufficient supply of biomass feedstock, proper management of biomaterial provisions as well as support on R&D concerning enhancement of crop variety, cultivation, and harvest process are needed. This leads directly to the second strategy under our National Roadmap – R&D and technology development.And in this regard, the Ministry of Science and Technology takes a leading role. Ladies and gentlemen, In addition to our capabilities in raw materials, Thailand also has a strong research base for developing new technology in bioplastics, and a ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 149
  • 44.
    dynamic network ofresearchers and experts working in the entire cycle of this emerging field. Through the NIA and MTEC, the National Metal and Materials Technology Center, we have continued to support R&D in bioplastics. For example, the “Research and Innovation Helix Programme” is a research funding scheme, that we collaborate with the National Research Council of Thailand, or NRCT. It is directed to support fundamental research on innovative bioplastics products. To date, 40 projects were supported. From 2009, 30 more research projects have been approved through another special funding scheme managed by Kasertsart University. This special program focuses on R&D projects related to the real needs of the bioplastics industry. There are now over 100 researchers actively working on R&D with focuses on - fermentation technology - purification technology - compounding technology - polymerization technology 150 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 45.
    - degradability testing& compostable waste - and the improvement of plant breeding, the enhancement of crop productivity. Needless to say, we have numerous universities and research institutions as our counterparts on R&D. I am pleased to share with you that a number of these projects have achieved excellent results, such as the project on optimization of lactic acid fermentation from local raw materials using a highly effective bacterial strain. This may bring about the high technology for the production of polylactic acid or PLA in Thailand. With a reliable supply of raw materials and a strong R&D base already in place, we now strive to encourage an investment in bioplastics industry from the upstream, midstream, right to the downstream stages. In this regard, the NIA plays a vital role in fostering innovation, linking up public-private cooperation between groups of entrepreneurs ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 151
  • 46.
    and enterprises aswell as supporting other necessary activities. The establishment of the Thai Bioplastics Industry Associate, or TBIA, is another crucial achievement that has been put in place to help strengthening this industry. In collaboration with the TBIA, we have supported local companies in more than 20 innovation projects. These projects are directed to facilitate learning in the manufacture of bioplastics. So as to foster and ensure continuous and sustainable development of this bioplastics industry, a number of supportive infrastructures must be provided. These include the establishment of bioplastic standards, as well as the setting up of laboratory for testing and certifying bioplastics products. - In terms of biodegradability standards, the draft was prepared by various competent agencies such as NIA, TBIA, PPC and MTEC. They are, however, to be finalized by the Thai Industrial Standards Institute, or TISI. - As far as testing facilities are concerned, the establishment of laboratories for testing and certifying bioplastic products were put in place by MTEC and TISTR, or the Thailand Institute of Scientific and Technological Research, in cooperation with GTZ and TBIA. 152 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 47.
    Ladies and gentlemen, we can have all the best researchers, the best technologies, and the best support from all players, or even the best bioplastics; but if the positive consumer attitude towards bioplastics and, as a result, their usage are not promoted in the society, then all that I just mentioned would merely mean nothing. It is therefore equally necessary to make sure that public awareness towards bioplastics usage and its environmental benefits is raised. In this regard, we have initiated and successfully carried out several pilot projects. For example, we recently launched a pilot project in which bioplastics bags are used to collect household organic waste that can then be converted to organic fertilizer. During the initial stage, we targeted tourist destination areas, such as Kra-dung-nga district and Samet ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 153
  • 48.
    Island, where thereis an urgent need to reduce the plastic waste buildup in the area. Another good example is the potential application of bioplastics as planting bags which would be compostable within one year. This initiative was introduced just last month with the cooperation from the Forest Department and eight local companies which are our key partners in this project. Last but not least, we cannot leave out the various forms of incentives to create an investment-friendly atmosphere, including tax incentives program offered by our Board of Investment, featuring corporate income tax exemption up to 8 years and an additional 50% reduction of corporate income tax for 5 years. Ladies and gentlemen, 154 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 49.
    In order tobecome a global player and a regional hub, we do recognize the need to forge an alliance. This is why we have taken steps forward to generate international awareness of our favorable policy for businesses which are based on renewable resources. In light of all these advantages and supportive infrastructure that have been mentioned, I am confident that overseas investors would find Thailand as one of the most attractive places for bioplastics investment. What we are now seeking is an investment in a bioplastics resin production plant in Thailand, which would be the first on a commercial scale in Asia. I, therefore, propose this last question to you all, whether you would agree to partner with Thailand in our exciting journey ahead. Thank you very much and Sawasdee krub. เรียบเรียงโดย : ทีมงานรัฐมนตรี ดรุญณี แก้วสระแสน ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 155
  • 50.
    งานสัมมนา ก้าวสูอนาคตด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ่ วันที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 13.00 น. ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ท่านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nation Group (นายธนะชัย สันติชัยกูล) ท่านคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนๆ อาจารย์ และแขกผู้มเกียรติทุกท่านครับ ี วันนี้ผมรู้สึกอบอุ่นที่ได้มีโอกาส มาร่วมงานในวันนี้ ผมไม่คิดว่าจะได้เจอ รุ่นพี่ของผมจากคณะพาณิชยศาสตร์และ การบั ญ ชี ไม่ ว่ า จะเป็ น ท่ า นอาจารย์ สุชาดา ซึ่งเป็นอาจารย์คณบดีในขณะนั้น อาจารย์สุภาพรรณ อาจารย์ประจําภาควิชา และอาจารย์อนันตชัยซึ่งเป็นอาจารย์ สอนวิ ทยานิ พนธ์ผ ม และอาจารย์ อีกหลายๆ ท่านที่เป็น รุ่นพี่ ของผม เป็ นผู้ ที่ มี พระคุณ ซึ่งผมคงไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ครบทุกท่าน ในวั น นี้ ผ มรู้ สึก เป็ น เกี ย รติ อ ย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ มี โ อกาสมาพบปะพู ด คุ ย กั บ ทุกท่าน ผมอยากจะเล่าให้ท่านฟังว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ทํางานอะไรบ้าง ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งผมคงจะเล่าได้ไม่หมด แต่ผม ก็พ ยายามจะพู ดเรื่ อ งที่เ กี่ ย วข้ องกั บ นวัต กรรมให้ ไ ด้ ม ากที่ สุด เราพู ดกั น เยอะ เกี่ยวกับสังคมแห่งการเรียนรู้ เราต้องการที่จะเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์แล้ว 156 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 51.
    องค์ความรู้อะไรที่จะนําไปสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ แน่นอนว่ามีอยู่ หลายเรื่อง ด้วยกันทั้งเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นไทย แต่ในวันนี้ผมจะพูดถึง องค์ร วมเกี่ย วกับ เรื่อ งของ STI คือ Science, Technology and Innovation ผมได้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ผมได้ มีโอกาสไปร่วมงานหลายครั้ง โดยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไป ร่วมงานใหญ่ถึง 2 ครั้ง ผมอยากจะเล่าให้ท่านฟังถึงความรู้สึกนึกคิดของผมใน ฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าผมได้เห็นอะไรบ้าง และผมอยากจะทําอะไรต่อไป เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ผมได้มีโอกาสไป ร่วมงานแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ ปี นี้เราโชคดีครับเรามี นั ก วิ ท ยาศาสตร์ ดี เ ด่ น แห่ ง ชาติ 2 ท่ า น ท่านหนึ่งอายุประมาณ 40 ต้นๆ อีกท่าน หนึ่ ง อายุ ไ ม่ ถึ ง 40 และที่ สํ า คั ญ มาจาก ต่ า งจั ง หวั ด ซึ่ ง 2 ท่ า นนี้ ทํ า ให้ ผ มเกิ ด ความหวังว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ นวัตกรรมของไทย มีโอกาสเจริญเติบโต ก้าวหน้าต่อไปได้มาก ถ้าเราไม่มีนักวิจัย หรื อ นั ก วิ ท ยาศาสตร์ เ หล่ า นี้ จะหาองค์ ความรู้ด้ านวิ ทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จากไหนที่ จ ะไปต่ อ ยอดเป็ น นวั ต กรรม ที่จะนําไปใช้ในภาคชุมชนและภาคเอกชน ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 157
  • 52.
    สิ่งที่ผมมีความประทับใจที่อยากจะเล่าให้ทุกท่านได้ฟังคือวันนั้นผมได้มี โอกาสฟังนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติที่เขาได้พูดถึงเรื่องแรงบันดาลใจ ผมไม่ อยากให้ ท่า นมองเรื่ อ งนี้ ว่ า เป็ น เรื่ อ งเล็ ก เราพู ด ถึ ง วิ ท ยาศาสตร์ พู ด ถึ ง เรื่ อ ง นวัตกรรม มาจากไหนครับ ก็มาจากคน ถ้าเรามาไม่พูดถึงเรื่องการสร้างคนแล้ว เราจะเริ่มต้นจากเรื่องอะไร ผมคิดว่าตรงนี้จุดเริ่มต้นคือเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ และนี่ คื อเหตุ ผ ลว่ า ทํา ไมกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ จึ ง พยายามจั ด งานมหกรรม วิท ยาศาสตร์แ ละเทคโนโลยี แห่ งชาติ ให้ ยิ่ง ใหญ่ เพื่ อสร้า งความรู้ ความเข้า ใจ เพื่อสร้างความตระหนักทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเราก็หวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะผลักดันให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจให้คนจํานวนหนึ่งก้าวเข้ามา เป็นนักวิทยาศาสตร์ ก้าวมาเป็นนักวิจัย ทางกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ โดยองค์ ก ารพิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ วิ ท ยาศาสตร์ แห่ ง ชาติ (อพวช.) ได้ อ อกไปจั ด งาน ต่างจังหวัด แสดงนิทรรศการต่างๆ ใน ทุกมิติ ปีหนึ่งๆ จัดงานไม่ต่ํากว่าร้อยวัน โดยเดินทางไปเกือบทุกจังหวัด ปัจจุบัน ไปมาแล้วประมาณ 70 จังหวัด อาจจะไม่ ครอบคลุมทุกจังหวัดแต่เรากําลังจะทําให้ ครอบคลุมทุกจังหวัดครับ ผมได้ มี โ อกาส ไปแจกรางวั ล เด็ ก ที่ ไ ด้ รั บ รางวั ลชนะเลิ ศ การประกวด 158 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 53.
    นักดาราศาสตร์แห่งชาติ เขาก็พูดถึงเรื่องของแรงบันดาลใจ เด็กทั้ง2 คนที่ได้รับ รางวัลชนะเลิศก็มาจากต่างจังหวัดทั้งคู่ คนหนึ่งมาจากภาคเหนือ ส่วนอีกคนหนึ่ง มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาได้เล่าให้ฟังว่าทําไมเขาจึงอยากเป็นนักดารา ศาสตร์ สิ่งที่เขาทําผมอาจจะพูดเกินเลยไปหน่อยก็ได้ แต่มันแทบจะเป็นห้องดารา ศาสตร์เล็กๆ เลยก็ว่าได้ ไม่มีอะไรเลยที่ไปสนับสนุ นพวกเขาครั บ แต่ที่เขาทํ า เพราะรัก และมีแ รงบันดาลใจครั บ และนั่น คือสิ่ งที่ เขาได้รับ รางวั ลชนะเลิศ การ ประกวดนักดาราศาสตร์ เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะเล่า ก็ยังเป็นเรื่องของการสร้างคน ปัจจุบันหลาย คนเป็ น กั ง วลโดยเฉพาะนั ก วิ ช าการทั้ ง หลาย ก็ ม าบอกผมว่ า ปั จ จุ บั น นั ก เรี ย น ที่เ รีย นสายวิ ทยาศาสตร์ มีจํ านวนน้ อยลงๆ ทุ กวั นนะ แต่ผ มว่ าเรื่ องนี้พู ดยาก น้องๆ เยาวชนจะเลือกเรียนอะไรคงขึ้นอยู่กับความรู้ความสนใจของเขา จะไป บังคับเด็กก็เป็นเรื่องที่ยาก แต่สิ่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะทํา ผมคิดว่าต้องทํา ร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง เราจะทําอย่างไรที่จะทําให้เด็กๆ เยาวชน ซึ่งไม่ว่า เรียนสายอะไร ให้มีกระบวนการทางความคิดแบบวิทยาศาสตร์ กล้าคิด กล้าทํา กล้าทดลอง คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ผมคิดว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ถ้าผมมาอยู่ในมุมนี้แล้วผมบอกว่าต้องสนับสนุนให้คนเรียนวิทย์มากขึ้น ซึ่งผู้ที่ เรียนสายสังคมศาสตร์อาจไม่เห็นด้วย ในความคิดของผมไม่ว่าจะเรียนสายไหน ไม่เป็นไรครับ แต่สิ่งสําคัญคือจะทําอย่างไรให้เด็กๆ และเยาวชน มีกระบวนการ ทางความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ผมยกอีกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเร็วๆ นี้ มีบริษัทใหญ่ระดับโลกบริษัท หนึ่งที่ทําธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ได้เปิดรับสมัครผู้ที่เรียนจบ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 159
  • 54.
    ด้านวิศวกรรมในประเทศไทย และก็มี คนมาสมัครหลายร้อยคน เด็กเหล่านี้มี ความสามารถค่ อ นข้ า งสู ง แต่ เ ชื่ อ หรื อ ไม่ ว่ า ทุ ก คนที่ ม าสอบทํ า ไม่ ไ ด้ ใ น เรื่องความคิดในเชิงตรรกะ ซึ่งอันนี้ผม คิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็ทํางานคนเดียวไม่ได้ ต้องทํางาน กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการก็ดี ภาคเอกชนก็ดี รวมทั้ง มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ต้องร่วมมือกัน ท่านทั้งหลายคงเคยได้ยินคําว่าโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ หรือพูด ง่ายๆ ว่าเป็นโครงการค้นหาช้างเผือก เราพยายามค้นหาว่าเด็ก เยาวชนคนไหนที่ มี ค วามสามารถเป็ น เลิ ศ ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ ก็ ดี คณิ ต ศาสตร์ ก็ ดี ถ้ า ผมมี งบประมาณมากมาย ผมก็อยากตั้ งโรงเรียนวิทยาศาสตร์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่เนื่องจากเรามีงบประมาณจํากัด สิ่งที่ผมดําเนินการในปัจจุบันคือการต่อยอด ของสิ่งที่ทําในอดีต เราลงไปหามหาวิทยาลัยชั้นนําต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนํ า มาเป็ น พั น ธมิ ต ร ซึ่ ง เราไม่ ต้ อ งใช้ ง บประมาณมาก แต่ เ รา สามารถใช้อาจารย์ของเขาได้ และ สามารถใช้ห้องเรียนและสามารถ ใช้ข้อมูลของเขาได้ เราสามารถที่ จะ pull ทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้ว โดยที่ ไ ม่ ต้ อ งมาสร้ า งใหม่ ใ ห้ ม า ทํางานตรงนี้ได้ 160 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 55.
    สิ่ ง ที่ผ มตั้ ง ใจจะทํ า อี ก 2 เรื่ อ ง คื อ 1) ผมอยากขยายโครงการนี้ ใ ห้ ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 2) สิ่งที่ผมพยายามทําอยู่คือ เด็กนักเรียนที่จบจากโครงการ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์นี้ เมื่อจบแล้วจะไปไหน ผมกําลังจะสร้างเส้นทางให้เขาเดิน ต่อไป เมื่อจบแล้ วคุณสามารถเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนําของเราได้โดย ไม่ ต้ อ งผ่ า นกระบวนการสอบตามปกติ ซึ่ ง ก็ จ ะทํ า ให้ น้ อ งๆ เยาวชนที่ ม าเข้ า โครงการนี้ตั้งแต่ระดับมัธยม สามารถมีเส้นทางชีวิตของเขาเลยจนจบปริญญาตรี สิ่ง ที่ ผ มตั้ง ใจจะทํ า ต่ อ ไปคื อ ผมกํา ลั ง หารื อ กั บ สวทช. เป็ น ได้ห รื อ ไม่ที่ เ ด็ ก ที่ มี ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกตัว อย่างเช่น คุณสนใจด้าน ชีววิทยา ผมก็มีศูนย์ไบโอเทค คุณเข้ามาเรียนรู้กับผมหรือทํางานวิจัยร่วมกับผม ถ้าคุ ณสนใจหรือเก่งด้ านคอมพิ วเตอร์ ซอฟต์แ วร์ คุณก็ มาทํ างานร่ว มกับ ศูน ย์ เนคเทค ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คุณมีความสามารถหรือสนใจเรื่องไหนก็มา ร่วมงานกับเรา ก่อนที่ผมจะขึ้นเวทีนี้นะครับ ผมได้มีโอกาสเจออาจารย์ท่านหนึ่งที่ผม เคารพรักคืออาจารย์กุลทรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้เล่าให้ผมฟังว่าเด็กๆ ที่ ชนะเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ต่างๆ เวลาที่เขากลับมาแล้วไปไหน ผ ม ไ ด้ ยิ น สิ่ ง ที่ ท่ า น พู ด แ ล ะ นี่ คื อ สิ่ ง ที่ ผ ม กํ า ลั ง ทํ า อ ยู่ ผ ม ไ ด้ ข อ ใ ห้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดทําสารบรรณเพื่อเชิดชูเกียรติเด็กๆ เหล่านี้ ซึ่งอาจจะ เป็นอะไรเพียงเล็กน้อย อาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทาง จิตใจเมื่อเวลาคุณเข้ามาอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หรืออุทยานวิทยาศาสตร์ก็ดี คุณก็จะได้เห็นเกียรติประวัติของเด็กเหล่านี้ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 161
  • 56.
    สิ่ง ที่ผ มอยากจะทําต่ อไปก็ คือ ว่า เราจะทํ าอย่า งไรที่ จะต่อ ยอดเด็ก ที่ มี ความสามารถและเขาสามารถพิสูจน์ตัว เองได้แล้ว ผมคิ ดว่าเขาอยากจะเรีย น ที่ไหนก็ให้เขาไปเรียนไม่ว่า อเมริกา อินเดีย จีน หรือ ญี่ปุ่น และจะทําอย่างไรให้ เด็กที่เรียนจบแล้ว กลับมาทํางานในประเทศไทย ภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ ขอให้คุณ กลับมาในประเทศไทย ทําประโยชน์ให้ประเทศไทย และเสียภาษีให้กับประเทศ ไทย อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเริ่มทําไปบางส่วน ก็ขอบคุณอาจารย์กุลทรี ที่มาพูดเรื่องนี้ ให้ฟัง เรื่องการสร้างคนเป็นเรื่องใหญ่ ในความคิดของผมเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของสังคม ผมก็พูดถึงเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ การสร้างความรู้ความตระหนัก ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ โครงการที่ ส นั บ สนุ น เด็ ก ที่ มี ค วามอั จ ฉริ ย ะทางด้ า น วิทยาศาสตร์ วิธีการเรียนการสอนที่ให้เด็กมีความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งเท่านี้ คงไม่ เ พี ย งพอ แต่ อ ย่ า งน้ อ ยก็ เ ป็ น ตั ว อย่ า ง อย่ า งวั น นั้ น ที่ ผ มไปงานเชิ ด ชู นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ ก็ทําให้ผมเกิดความคิดต่างๆ และเห็นว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องใหญ่และสําคัญเมื่อมานั่งเป็นรัฐมนตรีก็ต้องทํา 162 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 57.
    เมื่อ สัก ครู่ที่ผมพูด ไปเมื่อ เดือ นที่ แล้ ว ผมไปงานที่ สํา คั ญ มา 2 งาน งานแรกคื อ งาน วิ ท ยาศาสตร์ แ ห่ ง ชาติ จั ด ทุ ก ปี เมื่ อ วั น ที่ 18 สิ ง หาคม แล้ ว หลั ง จากนั้ น ปลายเดื อ นก็ ไ ด้ มี โอกาสไปดูงานเค้าเรียกว่างานวิจัยภาคสนาม หรือเรียกง่ายๆ ก็คือนํางานวิจัยจากหน่วยงาน ต่ า งๆ ทั้ ง ภาครั ฐ และภาคเอกชนมาจั ด แสดง ผมคิ ด ว่ า ในปั จ จุ บั น ดี ขึ้ น มากนะครั บ การใช้ ประโยชน์ จ ากการวิ จั ย ไม่ ว่ า จะเป็ น เรื่ อ งของ ภาคชุ ม ชนหรื อ ภาคเอกชนมั น ดี ขึ้ น กว่ า เมื่ อ 10 ปีที่แล้วแน่ๆ เมื่อตอนที่ผมเริ่มต้นเข้ามาทํางานด้านการเมืองใหม่ๆ แต่ว่าลอง มาคิดดูอีกทีแล้วมันพอไหม และนี่ก็คือเรื่องที่ 2 ที่ผมอยากจะพูดกับทุกๆ ท่าน ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทุกๆ ท่านในวันนี้ ว่ าเราจะทําอย่างไร ที่เราจะใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น คําว่าเชิงพาณิชย์ของผม ผมพูดในมุมกว้างนะครับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและชุมชน ภาษาง่ายๆ ที่ผม พูดในกระทรวงวิทย์ฯ ก็คือเราจะเอาของจากหิ้งไปสู่ห้างให้ได้ สิ่งที่สําคัญคงต้อง มาดูก่อนว่าโจทย์ใหญ่ของประเทศคืออะไร แต่วันนี้ผมคงจะไม่มาพูดทั้งหมด สั้นๆ นะครับมันก็คือโจทย์ของชุมชน ของเอกชน ถ้าจะกว้างไปถึงโจทย์ของประเทศ ก็ต้ องไปดูโ จทย์ ของรั ฐบาล โจทย์ข องสภาพั ฒ น์ โจทย์ จ ากผู้ใ ช้ป ระโยชน์จ าก งานวิจั ยกลุ่ม ต่า งๆ แต่วั นนี้ จะพูด แค่ ภาคเอกชนและภาคชุม ชนก็พ อ ผมเป็ น รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ เห็นตัวเลขบางตัวแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจมากนัก นักวิจัยของ ประเทศไทยในปัจจุบันมีประมาณ 73,000 คน ถ้าไปดูนักวิจัยเต็มเวลาก็ประมาณ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 163
  • 58.
    43,000 คน คิดออกมาเป็นสัดส่วนก็ประมาณ6 - 7 คนต่อประชากร 10,000 คน ไม่ ว่า ท่า นจะเปรี ย บเทีย บกั บประเทศที่พั ฒนาแล้ว หรื อกํ า ลัง พัฒ นา ถื อว่ าเป็ น ตัวเลขที่ต่ํามาก ต่ําอย่างไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยของเราจะยืนอยู่ตรงนี้ แล้วเราจะ สามารถเดินผ่า นไปได้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ในตัวเลขนักวิจั ย ส่วนใหญ่อยู่ในภาครัฐ ในที่นี้ผมหมายถึงในมหาวิทยาลัยด้วยนะครับ โจทย์ใหญ่ข้อแรกสําหรับผมนะครับ ผมจะทําอย่างไรที่จะให้นักวิจัยที่อยู่ ในภาครัฐ หรือในสถาบันการศึกษา ได้มีโอกาสไปทํางานในภาคเอกชนหรือภาค ชุมชน ในระยะเวลาที่พอเหมาะ พอควร อาจจะ 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี ก็ได้ การที่คุณ จะบอกได้ว่าเราจะเชื่อมโยงการทํางานวิจัยเข้ากับภาคเอกชนและใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ไม่มีวิธีไหนที่จะเริ่มต้นได้ดีกว่าวิธีนี้ คือเอานักวิจัยของคุณ ออกไปดู ใ นเบื้ อ งต้ น ว่ า เขาทํ า งานกั น อย่ า งไร แล้ ว กลั บ มาความรู้ ที่ ไ ด้ จ ะเป็ น ประโยชน์ ทั้งกับภาคราชการและสถาบันการศึกษาทั้งนั้น อาจารย์หลายท่านบอกผมว่าทําไมท่านรัฐมนตรีไม่คิดที่จะเอาห้องแล็บ ของภาคเอกชนมาตั้ ง อยู่ ใ นมหาวิ ท ยาลั ย บ้ า งผมว่ า ถ้ า ทํ า ได้ ก็ ดี น ะครั บ ผมสนับสนุนเต็มที่ แต่บางเรื่องก็ต้องมองว่าอย่างไหนทําง่ายกว่ากัน แต่ถ้าทําได้ ถึงจุดนั้นจริงผมก็สนับสนุนนะครับ อาจารย์หลายท่านพูดกับผมเมื่อประมาณเดือน ที่แล้ว คือผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคณะบดีของคณะวิทยาศาสตร์จากประมาณ 20 กว่ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศมีความหมายใกล้เคียงกัน อาจารย์หลายท่านก็บอก ผมท่ า นก็ เ ห็ น ด้ ว ยกั บ ที่ ผ มพู ด แต่ ว่ า ก็ ติ ด กฎระเบี ย บ วั น นี้ ผ มได้ ข อร้ อ งกั บ ท่ า นเลขาธิ ก าร สวทน. ให้ พู ด กั บ สถาบั น ชั้ น นํ า 10 กว่ า แห่ ง ในเรื่ อ งของ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้จัดทํา MOU ที่จะสามารถเปิดทางให้กับนักวิจัยที่ 164 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 59.
    ทํางานอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ออกมาทํางานให้กับภาคเอกชนได้ ผมคงทําไม่ได้ ทั้ งหมด แต่ ว่ า ผมจะเริ่ ม ทํ า และถ้ า พวกท่ า นเห็ น ดี ด้ ว ยกั บ ผม ผมก็ จ ะขยาย โครงการนี้ออกไป ในที่ประชุมวันนั้น อาจารย์หลายท่านว่ามัน จะไม่ค่อยยุติธรรม เพราะบางคนสอนหนังสือแทบตาย แต่อาจารย์บางคนก็สามารถไปทํางานวิจัยและ ก็ได้รับผลตอบแทน ผมเองก็เป็นอาจารย์เก่านะครับ สอนที่คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หลายปีอยู่เหมือนกัน ผมว่าต้องยอมรับความจริงนะว่า อาจารย์ บางท่านก็เหมาะสมที่จะสอนหนังสือ แต่อาจจะไม่เหมาะที่จะไปทํางานวิจัย แต่ทาง กลับกัน อาจารย์บางท่านทํางานวิจัยเก่ง แต่ให้ไปสอนหนังสือก็ลําบากเหมือนกัน ในกระบวนการนี้ เป็นไปได้ไหมว่าใน Track นี้ ใครเหมาะสมก็ไป ส่วนอีก Track เหมาะสมคุณก็ไป แล้วเวลาคุณไปทํางานวิจัยในภาคเอกชนได้ค่าตอบแทนมาก็ แบ่งสัดส่วนสิครับ บางส่วนท่านรับไป นี่ก็ถูกต้องและเหมาะสม เพราะท่านทํางาน แต่อีกส่วนท่านก็แบ่งให้กับองค์กรของท่าน จะแบ่งให้กับคณะเท่าไร ให้กับทาง มหาวิ ท ยาลั ย เท่ า ไร เรื่ อ งนี้ อ ย่ า ดู ว่ า เล็ ก นะครั บ สํ า คั ญ ครั บ ในฐานะที่ ผ มเป็ น รัฐมนตรีกระทรวงวิทย์ฯ ผมมองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าผมไม่ Retire นักวิจัย ซึ่งส่ว นใหญ่ประเทศไทยของเรามีน้อ ยอยู่แ ล้วในราวกว่ า 40,000 คน ออกไป ทํางานในภาคเอกชนบ้างแล้วจะตอบพวกภาคเอกชนภาคชุมชนได้อย่างไร ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 165
  • 60.
    เรื่ องต่ อไปที่ทางกระทรวงวิ ท ย์ฯ กํา ลัง ทํ างานอยู่ เมื่อ สั กเดือ นที่แ ล้ ว เหมือนกัน ผมได้ไปดูงานที่สถานีวิจัยแสงซินโครตรอน ที่นครราชสีมา ขออนุญาต ถามสักนิดนะครับท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้มีกี่ท่านที่รู้จักสถานีวิจัยแสงซินโครตรอนบ้าง ช่วยยกมือขึ้นได้ไหมครับ เท่าที่ดูก็ประมาณ 10 ท่าน ที่นี่เขามีเครื่องมือที่ทันสมัยมาก ถ้ า ไม่ นั บ จี น ญี่ ปุ่ น เราใช้ ไ ด้ เ ลยในอาเซี ย น แล้ ว ก็ ไ ม่ ร วมถึ ง สิ ง คโปร์ ด้ ว ย Application ที่จะใช้ในเรื่องนี้มีมากมายมหาศาล แต่คนที่มาใช้น้อยมาก ตรงนี้ผม ต้องการจะพูดว่าท่านทราบไหมว่าในปัจจุบันเรามีห้องแล็บ เรามีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่อยู่ในหน่วยงานภาคราชการต่างๆ เป็นจํานวยมากที่ต้องยอมรับและพูดความ จริงว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เราพูดกันถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ถ้าเราไม่ปล่อยให้คน ต่างๆ เหล่านี้ได้เข้าถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย พวกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจะไปได้ไกลแค่ไหนครับ และเรื่องนี้ล่ะครับที่ผมกําลังพยายามขอให้ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ List บัญชีรายชื่อว่ าปัจจุบันเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ อะไรบ้าง ให้ประโยชน์ในการทําอะไรได้บ้าง และนอกเหนือไปกว่านั้น นักวิจัย ที่เชียวชาญในแต่ละด้านมีใครบ้าง ถ้าทําอย่างนี้ได้เท่ากับเราเปิดประตูที่ใหญ่มาก ทั้งภาครั ฐและภาคเอกชน ให้ สามารถเข้า มาใช้เครื่องไม้เ ครื่อ งมือ สามารถใช้ อุปกรณ์ต่ างๆ ที่ มีอ ยู่ในภาครัฐ อยู่ ในมหาวิทยาลั ยด้ว ย ปัจจุ บันห้ องแล็บ หรื อ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เราใช้ไม่จําเป็นต้องเปิดปิดตามเวลาราชการ หลังเวลา งานเราก็เปิดได้ แล้วก็มีคนพร้อมที่จะเข้ามาใช้ และพร้อมที่จะจ่าย ก็เป็นเรื่อง สืบเนื่องมาจากเรื่องที่ผมกําลังตั้งใจทําอยู่ 166 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 61.
    อี ก เรื่อ งที่ ผ มอยากจะพู ด ถึ ง ก็ คื อ ในเรื่ อ งของมาตรการด้ า นการเงิ น ด้านภาษี เมื่อสักครู่ที่ผมทานข้าอยู่ก็มีผู้สื่อข่าวถามผมว่า วันนี้ที่จะพูดมีเรื่องของ ภาษี ด้ ว ยไหม ผมก็ ข อแยกพู ด ในบางส่ วน ในเรื่ อ งที่พ อจะพู ด ได้ ส่ ว นในเรื่ อ ง ที่กําลังคิดอยู่ ก็ขอให้ได้คิดมากกว่านี้อีกสักนิดก่อนแล้วจะค่อยมาเล่าให้พวกท่าน ฟังต่อ แรกสุดก็เรื่องมาตรการภาษี 200 % ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายถ้าอยู่ในแวดวง นวัตกรรม ในวงงานวิจัย อยู่ในวง R&D ท่านคงทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี มีทั้งข้อดี และข้อเสีย ปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผมพยายามจะทํามี 2 เรื่อง คือแรกสุดเราจะเพิ่มตัว มาตรการลดหย่อนภาษีตรงนี้จาก 200 % เป็น 300 % ซึ่งพอถึงวันนี้ได้ผ่าน คณะกรรมการที่ผมเป็นประธานไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่คงต้องไปเข้าชุดใหญ่ ใน ครม. อีกที ก็จะช่วยในบางเรื่องได้โดยเฉพาะพวกบริษัทใหญ่ๆ ที่มีการทําบัญชี อย่างมีระบบ ส่วนอีกเรื่องก็คือว่าหลายคนบอกว่าคุณจะเพิ่มจาก 200 % เป็น 300 % ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 167
  • 62.
    หรือในกรณีอย่างเช่นวัสดุชีวภาพ บางคนจะพูดถึง 500% คุณเพิ่มเท่าไรก็ไม่พอ ไม่มีประโยชน์มาก เพราะว่าในกระบวนการของคุณที่จะนําไปลดหย่อนภาษีมันทํา ลําบาก ในปัจจุบันตัวเลขที่มีการใช้ ตั้งแต่ประกาศใช้ ผมเข้าใจว่าอยู่ที่ประมาณ 3 พันกว่าล้าน ไม่เกิน 4 พันล้าน สิ่งที่ผมกําลังทําก็คือผมได้พูดคุยกับ สวทช. ให้ ปรับกระบวนการนี้กับทางกรมสรรพากร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับมาในระดับหนึ่งว่า ต่อไปนี้ถ้าทาง สวทช. มาดูว่าอะไรเป็น R&D ก็สามารถช่วยกระตุ้นการทําวิจัย ซึ่ง จะนําไปสู่เรื่องของนวัตกรรมได้ แต่อี กเรื่ องที่กํา ลัง พยายามทํา อยู่ แล้ วก็มี ความคื บหน้าไปพอสมควร ก็คือเรื่องที่เราเรียกกอง Repass R&D คือเราจะตั้งกองทุนขึ้นมาหนึ่งกอง เป็น กองทุนนวัตกรรมหรือกองทุนวิจัย บริหารงานโดย สวทช. ท่านใส่เงินเข้าไปในปีนี้ ท่านก็จะสามารถนําไปลดหย่อนภาษีได้ในปีนั้นเลย ไม่เหมือนในกรณีแรกที่ต้องใช้ ระยะเวลาว่า R&D ของท่านได้ผลแล้ว เอาบิลใบเสร็จมา Modify ว่าท่านได้ใช้จริง ใช้อย่า งถูกต้อ ง ถูกมาตรฐาน ของกรมสรรพกร แต่วันนี้ ไม่ต้อง สมมติ ท่านได้ 1,000,000 ท่านหักได้เลย 1,000,000 ในปีภาษีนั้น แต่เรื่องก็ยังมีกระบวนการใน รายละเอียดอีกมาก ผมก็จะขอเล่าให้ฟังเพียงเท่านี้ก่อน และในเวลาที่เหมาะสม ผมก็จะออกมาพูดในเรื่องอื่นในเวลาต่อไป ผมได้ใช้ระยะเวลามานานนะครับพูดถึง 2 เรื่องที่มีความสําคัญในความคิดเห็นของผม ในการที่เราจะสร้างนวัตกรรม ถ้าเรา ไม่มีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วนวัตกรรมเหล่านี้จะมา จากไหน แต่ ถ้า เราจะทํ า เรื่ องนี้น ะครั บ วัน นี้ผ มได้ ยกตัว อย่ างชี้ ให้ ท่า นเห็น ใน 2 ประเด็ น แน่ น นอนไม่ ใ ช่ ทั้ ง หมดนะครั บ แต่ ผ มคิ ด ว่ า เป็ น 2 ประเด็ น ที่ มี ความสําคัญเป็นอย่างมาก 168 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 63.
    อย่างแรกเลยคือเรื่องของการสร้างคน ตั้งแต่เด็กเลย ขึ้นมาจนถึงระดับ มหาวิทยาลัยเราจะทําอย่างไรที่จะสร้างเค้าขึ้นมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ส่วนประเด็นที่ 2 ก็คือว่า เมื่อเรามีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยแล้วเราจะทํา อย่างไร ที่จะทําให้การทํางานของเค้ามีการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน ภาคชุมชน ได้มากยิ่งขึ้น ในความเห็นส่วนตัวของผม คิดว่าใน 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญอย่าง ยิ่งในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทย และ ผมให้สัญญาว่าผมจะทําอย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : สุธิดา อุ่นสินธิ์ ดรุญณี แก้วสระแสน ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 169
  • 64.
    พิธีมอบเครื่องบดย่อยชีวมวล “โครงการรีไซเคิลลาไยค้างสต็อคปี 2546/2547 โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล” วันศุกร์ที่10 กันยายน 2553 เวลา 14.15 น. ณ สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จังหวัดลาปาง ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม (ท่านมัธยม) ่ ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดลาปางทั้งสองท่าน (ท่านอุทาร , ท่านสุวรรณ) ่ ท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ท่าน ดร. วีระพงษ์) และ ท่านอดีตผู้แทน (ท่าน ส.ส. จินดา) วั น นี้ ผ มมี ค วามดี ใ จและมี ค วามภาคภู มิ ใ จที่ ไ ด้ มี โ อกาสเดิ น ทางมาที่ จังหวัดลําปางอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่ต้องปิดบังนะครับที่ผมมาที่จังหวัดลําปางครั้งนี้ เพราะท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ท่านมัธยม) ผมมาที่ จังหวัดลําปางทุกครั้งท่านเป็นห่วง ปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดลําปาง ท่ า นพยายามไปพู ด กั บ ผมว่ า ที่ จั ง หวั ด ลํ า ปางต้ อ งการอะไรบ้ า ง เมื่อสักครู่ท่านพูดว่าสิ่งที่ผมได้ทํา ประโยชน์ให้กับทางจังหวัดลําปาง จริงๆ ท่านพูดไม่หมด จริงๆ สิ่งที่ผมทําส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มาจากท่านไม่ว่าจะ เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่อําเภอแม่พริก ตอนนั้นมาดูเรื่องสะพานขาดและมาที่อําเภอ แม่ซ้อนมาดูเรื่องของประปาภูเขา และวันนี้ดีใจครับที่ได้มาอําเภอห้างฉัตรได้มาแจก 170 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 65.
    เครื่องบดย่อยชีวมวล ซึ่งเครื่องบดตัวนี้ใช้ประโยชน์ได้ไม่เฉพาะเรื่องของลําไยนะครับ แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้สําหรับเรื่องเศษวัสดุในด้านการเกษตร อืนๆด้วย่ ปั ญ หาเรื่ อ งลํ า ไยเป็ น ปั ญ หาที่ สํ า คั ญ เป็ น ปั ญ หาที่ เ รื้ อ รั ง มานาน ท่า นนายกรั ฐมนตรี อภิ สิท ธิ์ เวชชาชี ว ะ ได้ ใ ห้ ค วามสํ า คั ญเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งนี้ ม าก สมัยที่ผมดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้มีโอกาสไป ขายลําไยที่ประเทศจีน ได้มีโอกาสไปทํา Roadshow ใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ใน ประเทศจี น ปั ญ หาที่ สํ า คั ญ ที่ สุด เรื่ อ ง หนึ่งเลยที่พบคือเรื่องปัญหาของลําไย ค้างสต็อคปี 46/47 และนั่นก็คือเหตุผล ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับกระทรวง เกษตรฯ ได้ ม าร่ ว ม มื อ กั น จั ด ทํ า โครงการรีไซเคิลลําไย ซึงนําไปสู่ในหลายๆ เรื่องนะครับ จนถึงวันนี้ได้มีโอกาสนํา ่ เครื่องบดลําไย 4 เครื่อง มาแจกให้กับพี่น้องชาวอําเภอห้างฉัตร พี่น้องชาวอําเภอ เมืองที่จังหวัดลําปางครับ อีกครั้งนะครับ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสเดินทางมาที่จังหวัด ลําปางอีกครั้งหนึ่งและก็หวังว่าจะมีโอกาสกลับมาที่จังหวัดลําปางอีก อย่างไรก็ดี สุดท้ายนี้อยากจะขอฝากท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไว้กับ พ่อแม่ พี่น้องชาวจังหวัดลําปางด้วยครับ ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 171
  • 66.
    พิธีมอบ เครื่องบดย่อยชีวมวล “โครงการรีไซเคิลลาไยค้างสต็อคปี 2546/2547โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล” วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2553 เวลา 16.10 น. ณ โกดัง โมเดิร์น เอ็นเนอยี่ จังหวัดลาพูน ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดลาพูน ่ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลาไย จ. ลาพูน วั น นี้ ผ มดี ใ จที่ ไ ด้ มี โ อกาสมาที่ จั ง หวั ด ลํ า พู น และได้ เ อาเครื่ อ งมื อ ดี ๆ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ มี ส่วนในการคิดค้น มามอบให้กั บพวกท่านทั้ งหลาย ที่พวกท่านได้ดูวีดิโอท่านอาจจะรู้สึกว่ามีผมคนเดียวที่ทําเรื่องนี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่ เลยครั บ ผมจํ าเป็นต้ องพู ด ถึงบุ คคลที่ อยู่เ บื้อ งหลังโครงการความสํ าเร็ จต่ างๆ เหล่านี้ อีกหลายท่าน ท่านแรกที่ ผมอยากแนะนําคือท่านที่ ปรึกษา รั ฐ ม น ต รี ว่ า ก า ร ก ร ะ ท ร ว ง วิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี (ท่ า นก้ อ งศั ก ดิ์ ยอดมณี ) ท่ า นที่ สองคื อ ท่ า นที่ ป รึ ก ษารั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี (ท่ า นพลตรี อ ภิ ช าติ นพเมื อ ง) ท่านที่สามคือท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ท่ า นสั น ติ สาทิ พ ย์ พ งษ์ ) อี ก ท่ า นคื อ ท่ า นที่ ป รึ ก ษารั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวง อุตสาหกรรม (ท่านมัธยม นิภาเกษม) และอีกท่านซึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ 172 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 67.
    มาตั้งแต่เริ่มต้นท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ)แต่ที่สําคัญที่สุดที่ผมจะไม่เอ่ยชื่อได้เลยนะครับก็คือสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรของท่านครับ (คุณขยัน วิพรหมชัย) คนนี้ที่มาบังคับเคี่ยวเข็ญผมให้มามี ส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเรื่องลําไย พอพูดถึงเรื่องลําไยแล้วถ้าผมพูดสั้นจะไม่ได้ รสชาดก็เลยขอเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านมีส่วนในการช่วยแก้ไขปัญหาลําไยอย่างไรบ้าง เรื่องเทคนิค ประโยชน์เครื่องมือตัวนี้มีอย่างไร เมื่อสักครู่ท่านรองปลัดวีระพงษ์ ได้ พูดไปแล้ว ผมจะเล่าเรื่องภาพใหญ่ให้ฟังในเรื่องของลําไยว่าเราดําเนินการแก้ไข ปัญหามาได้อย่างไร เมื่อปี ที่แล้ว ทาง ส.ส. ภาคเหนือหลายท่ านนํา โดยท่ านขยันไปพูดกั บ ท่านนายกอภิสิทธิ์ บอกว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีที่ชื่อวีระชัย มาช่วยแก้ไขปัญหาบางส่วนของเรื่องการแก้ไขปัญหา ลํา ไย เพราะว่า ตอนนั้ นท่ า น ส.ส. ขยัน ทราบดีว่ าลํ า ไยส่ว นใหญ่ ของเราที่ข าย ออกไปในต่างประเทศ ส่งออกไปขายที่ประเทศจีน และท่านให้เกียรติยกย่องว่าผม เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องประเทศจีนมากที่สุดคนหนึ่ง ผมเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาลําไยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สิ่งแรกที่ผมทําตอนนั้นคือผมไป ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 173
  • 68.
    เปิดตลาดทางภาคเหนือของประเทศจีน เพราะว่าลําไยส่วนใหญ่ของเราที่ขายไป ในประเทศจีนจะเข้าไปที่ตลาดตอนใต้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ตอนนั้น เลยตั้ง ใจเปิ ด ตลาดใหม่ ๆ ซึ่ ง อยู่ ท างภาคเหนื อ ท่ า น ส.ส. ขยั น ได้ นํ า ผู้ แ ทน สหกรณ์ จ ากจั ง หวั ด ลํ า พู น จากจั ง หวั ด ภาคเหนื อ อี ก หลายจั ง หวั ด ไปร่ ว มใน Roadshow ของผมด้วย ตอนที่เราไปทําเรื่อง Roadshow พยายามไปขายลําไย ให้กับประเทศจีน ปัญหาที่สําคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องคุณภาพของลําไยแต่เป็นเรื่องของ ปัญหาลําไยค้างสต็อคตั้งแต่ปี 46/47 ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงเรื่องของการปลอมปน ลําไยและเรื่องปัญหาคุณภาพลําไยของไทยที่ส่งไปขายในประเทศจีน ทําให้ราคา ลําไยของเราไม่ สูงเท่า ที่ควร ต่ํ ากว่าราคาความเป็นจริ งที่ควรจะเป็น ผมได้นํ า ข้อเท็จจริงข้อนี้และทาง ส.ส. หลายท่าน หนึ่งในนั้น ผมย้ําอีกทีท่านขยันได้นํา ความเห็นไปเรียนท่านนายกอภิสิทธิ์ ตอนหลังท่านนายกอภิสิทธิ์มีนโยบายว่าเรา จํ า เป็ น ต้ อ งแก้ ไ ขปั ญ หาเรื่ อ งนี้ โ ดยท่ า นมอบหมายให้ ท างกระทรวงเกษตรฯ ไปดําเนินการ เมื่อดําเนินการไปถึงระดับหนึ่งพบปัญหาบางประการในเรื่องเทคนิค ตอนนั้นท่านได้มอบหมายให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในสมัย นั้นมีคุณหญิงกัลยาเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ก็มาร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ สุดท้ายก็เกิดโครงการที่เราเรียกว่า “โครงการรีไซเคิลลําไย” นําไปสู่การ บดทําลายลําไยค้างสต็อคปี 46/47 ซึ่งเป็นมหากาพย์ของปัญหาเรื่องลําไยของเรา มาเป็นเวลานาน พอเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้สําเร็จ ทางกระทรวงวิทย์ฯ มีความคิด เอาเครื่องมือที่เราคิดค้นขึ้นมา คือเครื่องบดทําลายตัวนี้มันไม่ได้ใช้เฉพาะในเรื่อง ลําไยอย่างเดียวเราถึงเรียกว่า “เครื่องบดอเนกประสงค์” เพราะมันสามารถนําไปใช้ 174 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 69.
    ในการทําลายเรื่องเศษวัสดุทางด้านการเกษตรอื่นๆ ได้อีกหลายเรื่อง ซึ่งเป็นที่มา ที่ไปของโครงการวันนี้ทั้งหมด อี ก ครั้ ง หนึ่ ง นะครั บ ผมและผู้ บ ริ ห ารของกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี ดี ใ จที่ ง านของกระทรวง วิ ท ย์ ฯ ข อ ง เ ร า ล ง ม า ถึ ง พี่ น้ อ ง ประชาชนคนที่ เ ป็ น รากหญ้ า ของ ประเทศได้ อย่ า งเช่น ในกรณี นี้ ก็ คื อ ชาวสวนลําไยที่จังหวัดลําพูน ผมดีใจ ครับ ที่มี โอกาสมาที่จั งหวั ดลํ าพู นได้ นําสิ่งดีๆ ซึ่งทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผู้บริหารและผมนํามามอบให้กับพวก ท่าน และผมสัญญาเพราะเมื่อสักครู่ทาง ท่าน ส.ส. ขยันก็บังคับผมไว้แล้วนะครับ ว่าผมจะกลับมาอีก ทางกระทรวงวิทย์ฯ กําลังพยายามจะดูว่าเงินที่เราจะขายได้ จากการอัด แท่ ง เชื้ อเพลิ งชี วมวลประมาณ 30 ล้า นบาทหรื ออาจจะบวกลบนิ ด หน่อยเราจะทําอย่างไรถึงจะสามารถนํากลับมาช่วยพี่น้องชาวเกษตรกรชาวสวน ลําไยต่อไปในอนาคต วันนี้ผมดีใจครับและตั้งใจจะกลับมาอีก ขอบคุณครับ สวัสดีครับ เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 175
  • 70.
    พิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการคลินิกเทคโนโลยี ระยะที่2” ระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับ สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ วันที่ 13 กันยายน 2553 เวลา 11.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร. สุจินดา โชติพานิช) ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (คุณพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล) ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล) เพื่อนๆ ข้าราชการ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เมื่ อ วัน แรกที่ ผมมา รับตําแหน่งที่กระทรวงวิทย์ฯ ผมได้ ป ระกาศนโยบายของ ผมไว้หลายข้อ หนึ่งในเรื่องที่ ผมพู ด อยู่ เ สมอนะครั บ คื อ การจะทํ า อย่ า งไรที่ จ ะทํ าให้ วิ ทยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี เข้า ไปมี ส่วนร่วมกับ การเพิ่ม ขีดความสามารถในการแก้ไ ขปั ญหาของประเทศ ข้อนี้ผมจะทําให้ได้เลย ถ้าผมไม่ได้พูดคุยหรือไม่สร้างความเข้าใจกับภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ได้ทําการพูดคุยกับหนึ่งในองค์กรหลักของประเทศเลยนะครับ 176 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 71.
    ซึ่งก็คือท่านประธานพยุงศักดิ์ ของสภาอุตสาหกรรม ซึ่งได้มาพบปะพูดคุยกับ ผู้บริหารในกระทรวงวิทย์ฯ มีนโยบายที่จะทํางานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจะเพิ่ม ขี ด ความสามารถในการแก้ ไ ขปั ญ หาของประเทศ เพื่ อ จะนํ า ความเจริ ญ มาสู่ ประเทศไทยของเรา โครงการ iTAP ที่ ผอ.สวทช. พูดถึง ถือเป็นโครงการที่ประสบความสําเร็จ เป็ นอย่ างมากโครงการหนึ่ง เมื่ อเดือ นที่แ ล้ว ผมได้ มีโ อกาสเดิน ทางไปจั งหวั ด นครราชสีมา ไปดูตัวอย่างที่สําเร็จโครงการหนึ่ง ที่ทําร่วมกับโครงการของ iTAP ผมคิดว่านี่เป็นโครงการที่ดี ผมอยากจะสานงานตรงนี้ต่อนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นการดําเนินงานต่อไปในอนาคตของ iTAP ก็คือว่าผม อยากจะเห็นโครงการแบบนี้กระจายออกไปทั่วทุกจังหวัด เท่าที่จะสามารถทําได้ ผมอยากเห็นโครงการแบบนี้ลงไปในอุตสาหกรรมที่มีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนนะครับ ไม่ใช่ว่าจะเป็นในเรื่องของ SME เป็นหลัก แต่ว่าในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย วันนี้ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 177
  • 72.
    ผมและผู้บริหารกระทรวงวิทย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นท่านปลัด ท่านรองปลัดมีความยินดี ที่ได้มาเป็นสักขีพยาน ในการลงนามบันทึกข้อตกลงที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ในอนาคต ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : ดรุญณี แก้วสระแสน 178 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 73.
    บรรยายพิเศษ : การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ วันพฤหัสบดีที่16 กันยายน 2553 เวลา 12.10 – 12.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสริกิติ์ ห้องบอลรูม เอ กรุงเทพมหานคร ิ ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คุณโสภณ บุญยรัตพันธุ์ นายกสมาคมไทยผูประกอบธุรกิจเงินร่วมทุน ้ ผู้บริหารภาคบริษัทเอกชน นักวิจัย และผูมีเกียรติทุกท่าน ้ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ มี โ อกาสมาพบปะพู ด คุ ย กั บ พวกท่ า น ทั้ ง หลาย ที่ จ ะเป็ น พลั ง สํ า คั ญ ในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต บนความคิ ด ในเชิ ง สร้ า งสรรค์ ถามว่ า ความคิดในเชิงสร้างสรรค์นี้มาจากไหน ผมคิดว่าส่วนที่สําคัญส่วนหนึ่งมาจาก แนวคิ ด ทางด้ า นวิ ท ยาศาสตร์ เทคโ นโลยี และนวั ต กรรม หรื อ Science Technology and Innovation เรียกสั้นๆ ว่า STI เพราะฉะนั้นการจัดงานของ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 179
  • 74.
    สวทช. ในวันนี้ เป็นการจัดงานขึ้นมาครั้งแรกที่เราเรียกว่าInvestor’s Day พูดง่ายๆ การที่ เ ราจะเปิ ด บ้ า น สวทช. นํ า เทคโนโลยี ที่ ทั น สมั ย นํ า นวั ต กรรมที่ ล้ํ า หน้ า เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ดูได้ชม อาจจะเป็นประโยชน์แก่ท่านได้นําไปสร้างสินค้า ใหม่ๆ บริการใหม่ๆ สํ า ห รั บ กา รจั ด งา นค รั้ ง นี้ ผมหวังว่าจะเป็นการนําไปสู่การเจรจา หรื อ ข้ อ ตกลง ที่ จ ะเป็ น ประโยชน์ ทั้ ง สองฝ่ า ย ทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน ในอนาคต ซึ่ ง ตรงนี้ จ ะสอดคล้ อ งกั บ นโยบาย 4 ข้อ ที่ ผมได้ประกาศไว้ใ น ครั้งที่ ผ มมารั บตําแหน่งเป็นรัฐมนตรี ว่า ผมจะนําวิ ทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรมไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ถามว่าตรงนี้จะทําได้อย่างไร จะ ทําได้ก็ต่อเมื่อภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมตั้งใจจะมาพูด กับพวกท่านในวันนี้ ก็มี Message เดียวง่ายๆ ว่าเราจะร่วมมือกันทํางานต่อไปใน อนาคตได้อย่างไร ประเด็นแรกสุดที่ผมอยากพูด ถึ ง คื อ งานวิ จั ย ถามว่ า องค์ ค วามรู้ ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวั ต กรรม อั น ไหนที่ ไ ม่ ไ ด้ ม าจาก พื้นฐานของงานวิจัย ดังนั้น โจทย์แรก ของเราคือเริ่มต้นจากการทําวิจัย จะทํา 180 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 75.
    อย่างไรให้งานวิจัยมีการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น คือพูดง่ายๆ จะทํา อย่างไรให้ผลของงานวิจัยของเราจากหิ้งไปสู่ห้าง ผมยกตั วอย่างตัว เลขง่ายๆ ให้ฟัง ซึ่งผมฟังดูแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจมากนัก ถ้าท่านได้ดูถึงเรื่องสัดส่ วนในการ ทําวิจัยจะอยู่ที่ 0.2-0.3 % ของ GDP ตัวเลขนี้ต่ํามากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ อื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว น่าจะอยู่ที่ 2–3 % หรือเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ค่าเฉลี่ย ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือกําลังพัฒนา จะอยู่ประมาณ 1 % ที่ สํ า คั ญ มากกว่ า นั้ น การลงทุ น ด้ า นการวิ จั ย และพั ฒ นาส่ ว นใหญ่ จ ะ เกิดขึ้นในภาครัฐมากกว่าภาคเอกชน สัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 60 : 40 หรืออาจจะอยู่ ที่ 55 : 45 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ยังไม่เหมาะสมในการพัฒนาประเทศไทยต่อไปใน อนาคต สัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาควรอยู่ที่ภาคเอกชนมากกว่าภาครัฐ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะทําต่อไปในอนาคตคือ เรื่องแรก ภาครัฐมีความจําเป็นต้อง ลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามากยิ่งขึ้น เรื่องที่สอง ภาครัฐจะทําอย่างไรที่จะสนับสนุนพวกท่านทั้งหลายที่มาจาก ภาคเอกชนให้มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากยิ่งขึ้น พอพูดถึงเรื่องนี้มีสอง เรื่องอย่างน้อยที่รัฐบาลจะต้องทําคือ เรื่องที่หนึ่งคือเรื่องเงิน เรื่องของเงินหนีไม่พ้น มาตรการทางด้านภาษี หากท่านลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ท่านสามารถนํา ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 181
  • 76.
    เอกสารหลักฐานไปลดภาษีได้ 200 %ซึ่งในหลักการดีมาก แต่ในทางปฏิบัติเป็น ปัญหาอยู่มากพอสมควร คือ ท่านจํา เป็ นต้อ งหาเอกสารหลัก ฐานที่ เป็น ไปตาม ระเบียบที่กรมสรรพากรให้การยอมรับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น การทําวิจัยเรื่องนี้ใช้ นักวิจัย 5 คน กรมสรรพากรอาจบอกว่าท่านควรใช้นักวิจัย 3 คน ดังนั้น ในทาง ปฏิบัติอาจมีปัญหาค่อนข้างมากที่กระทรวงวิทย์ฯ โดยคณะกรรมการบริหาร สวทน. ที่ผมเป็นประธาน ได้เห็นชอบโดยการเพิ่มวงเงิน จาก 200 % เป็น 300 % แต่ต้อง ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดใหญ่ที่รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอีกที แต่นี่เป็น เรื่องแรกที่อยากจะพูดให้ท่านได้รับรู้รับทราบ เรื่ อ งต่ อ ไปที่ ผ มอยากพู ด คื อ มาตรการเรื่อง Pre-paid R&D อย่าง เรื่ อ งแรกที่ ถึ ง แม้ จ ะมี ปั ญ หาในทาง ปฏิบัติในด้านเอกสารที่จะมาลดหย่อน ในเรื่องภาษี แต่มาตรการเรื่อง Pre-paid R&D ที่ผมกําลังคิด กําลังดําเนินการอยู่ กับทาง สวทช. ตามที่อาจารย์ทวีศักดิ์ ได้พูดไปแล้ว คือพูดง่ายๆ ว่าต่อไปนี้ท่าน ไม่ต้องไปดูเรื่องเอกสารหลักฐานตรงนั้น ท่านใส่เงินมาเท่าไหร่ท่านหักได้ 200 % ในปีนั้นเลย ถามว่าใส่เงินไปที่ไหน ใส่เ งินเข้าไปในกองทุนหนึ่ง ซึ่งเรากําลังจัดตั้ง ขึ้นมา บริหารโดย สวทช. อันนี้ก็จะแก้ปัญหาที่ว่า ท่านไม่ต้องไปคํานึงถึงเอกสาร หลักฐาน ตามประกาศของกรมสรรพากร ท่า นใส่ไ ปเท่าไหร่ปีนั้ น หักไปได้เลย โจทย์ในการทําวิจัยเรากําลังคิด อาจใช้เวลา 2 – 3 ปี อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด ถ้ าท่ านดู มาตรการในอั นแรก และอั นที่ สอง ในเรื่ องมาตรการหั กภาษี 200 – 300 % 182 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 77.
    หรือมาตรการ Pre-paid R&Dส่วนใหญ่จะใช้กับบริษัทที่ใหญ่ บริษัทที่มีการ จัดการด้านการบัญชีที่โปร่งใส อาจจะไม่สามารถตอบสนองบริษัทเล็กๆ ได้ อันนี้ก็ เป็ น แนวความคิ ด ที่ ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ กํ า ลั ง คิ ด กั น อยู่ โดย สนช. เป็ น หน่วยงานหลักที่จะทํามาตรการเรื่องนี้ ที่เราเรียกว่า คูปองนวัตกรรม อันนี้ เป็น เรื่องใหม่ เราคิดง่ายๆ ว่าเราจะนําเงินอันหนึ่งไปไว้ในที่ที่หนึ่ง ซึ่งจะเป็นที่ สนช. บริ ห าร หรื อ สนช. อาจจะบริ ห ารร่ ว มกั บ ภาคเอกชน หรื อ องค์ ก รหลั ก ๆ ของ ภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมก็ได้ ถามว่าเงินนี้นําไปใช้ทํา อะไร เงินอันนี้นําไปช่วยเหลือ สนับสนุนบริ ษัทเล็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท ที่อยู่ต่างจังหวัด ในการที่จะนําไปออกแบบ นําไปสร้าง Prototype ซึ่งวิธีการคิด อาจจะแตกต่างจากมาตรการที่หนึ่ง และมาตรการที่สอง ที่ได้พูดไปแล้ว ผมคิดว่า ทุกมาตรการมีวัตถุประสงค์ ที่มีทั้งข้อดีข้อเสีย และขอย้ําอีกครั้งว่า สิ่งที่ ผมกําลัง พูดอยู่นี้มันเป็นเรื่องที่เรากําลังคิดอยู่ บางเรื่องก็ผ่านขั้นตอนอนุกรรมการไปแล้ว บางเรื่องก็กําลังจะเข้าคณะอนุกรรมการอีกในเร็วๆ นี้ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจําเป็นต้องพูดถึงเกี่ยวกับการทําวิจัย คือเรื่องของคน ถ้าท่านดูตัวเลขที่น่าสนใจตัวเลขหนึ่งคือว่า จํานวนนักวิจัยในประเทศไทยปัจจุบัน เรามี ประมาณ 73,000 คน ถ้ าท่ า น ทอนลงมาพบว่าคนทํางานเต็มเวลา 43,000 คน คิ ด เป็ น สั ด ส่ ว นของ ประชากร 6 – 7 คน ต่ อ ประชากร 1 หมื่นคน ซึ่งอีกครั้งหนึ่งที่ผมย้ําคือ เป็นสัดส่วนที่ต่ํามาก เมื่อเปรียบเทีย บ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 183
  • 78.
    กับประเทศต่างๆ ในโลกนี้ ท่านทราบหรือไม่ว่าปีๆ หนึ่ง เรามีจํานวนนักศึกษา ที่จ บทางด้ า นวิ ทยาศาสตร์ เกิน หนึ่ ง ล้ านคน แต่ จํ า นวนนั ก วิ จัย ที่ ทํ า งานจริ ง ๆ มีไม่ถึงแสนคน และที่สําคัญไปกว่านั้น ตัวนักวิจัยที่ทํางานส่วนใหญ่จะอยู่ในภาครัฐ หรือภาคการศึกษาต่างๆ ประเด็นที่สําคัญกว่านั้นคือทําอย่างไรให้นักวิ จัยที่อยู่ใน ภาครั ฐ ได้ มี โ อกาสเข้ า ไปทํ า งานในภาคเอกชนได้ ใ นระยะเวลาใดเวลาหนึ่ ง ที่ เหมาะสม โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ ต่างๆ และสามารถกลับเข้ามาทํางาน ในภาครัฐเหมื อนเดิ มได้ หากเราทํ า ตรงนี้ ได้ ผมบอกได้ เลยว่ า เป็ นการ เปิ ด ประตู ที่ ก ว้ า งมากสํ า หรั บ การ สนับสนุนภาคเอกชน ผมในฐานะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีความเห็นว่าโจทย์การทําวิจัยส่วนใหญ่ ไม่ ไ ด้ สอดคล้ อ ง และเป็ น ประโยชน์ เ ต็ม ที่ ใ นเชิ งพาณิ ช ย์ แต่ สิ่ง ที่ จ ะตามมาคื อ นักวิจัยก็จะสามารถเข้าไปในองค์กรท่าน ได้เข้าใจถึงปัญหา และแนวทางในการ ทํางานของท่านได้ ตรงนี้จะเป็นการตอบโจทย์ที่ตรงที่สุดในการใช้ประโยชน์ในเชิง พาณิ ช ย์ จ ากการทํ า วิจั ย สุ ด ท้า ยถามว่ าความรู้ ที่ นัก วิ จั ย ต่ างๆ เหล่ านี้ เขาไป ทํางานในองค์กรของท่านแล้วจะไปทิศทางใด สุดท้ายก็จะกลับคืนไปที่ตัวนักวิจัย กลับไปที่องค์กรเดิมของเขาในภาครัฐ พอผมพูดมาถึงตรงนี้ หลายท่านที่มาจาก สถาบันการศึกษาก็อาจจะเห็นด้วย แต่ท่านก็คงเห็นว่ามันติดเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ทางภาคราชการ และสําคัญอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องทัศนคติของสถาบันการศึกษา ไม่เป็นไรครับ ผมได้ปรึกษาหารือกับทางท่านเลขาฯ สวทน. (ดร. พิเชฐ) ว่า เราจะ ดําเนินโครงการนําร่อง วันนี้เราจะนําร่องกับสถาบัน การศึกษาชั้นนําด้านการวิจัย 184 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 79.
    9 แห่ง ที่มีความพร้อมกฎระเบียบพร้อม ทัศนคติพร้อม เห็นด้วยกับมาตรการต่างๆ เหล่ า นี้ เขาจะปล่ อ ยให้ นั ก วิ จั ย ของเขาได้ มี โ อกาสทํ า งานในภาคเอกชนใน ระยะเวลาหนึ่ง โดยมีผลตอบแทนอยู่ที่การแบ่งสัดส่วน สองเรื่องที่ผมจะพูดถึงเป็นเรื่องของเงิน เป็นเรื่องของมาตรการทางด้าน ภาษี มาตรการด้านคน คงตอบโจทย์ไม่ได้ทั้งหมด อย่างน้อยผมมั่นใจว่าสองเรื่อง นี้จะทําให้รูปแบบของการทําวิจัยของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต ที่ผม พูดมาทั้งหมดอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาเดียวกัน อาจจะต้องใช้ระยะเวลา ที่ต้องค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดในวันนี้ ผมได้ใช้เวลาพูด ถึงการร่วมมือกับภาคเอกชนในเรื่องการทําวิจัย ผมอยากจะใช้เวลาในส่วนที่เหลือ พูดถึง ความร่วมมื อกับทางด้ านภาคเอกชน เป็นตัว อย่า งที่เกิ ดขึ้นจริงของทาง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งเราก็พูดอยู่เสมอในเรื่องการทํางานร่วมกับภาคเอกชน ผมอยากยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงและกําลังจะเป็นข่าวที่สําคัญ ในอาทิ ต ย์ นี้ ห รื อ อาทิ ต ย์ ห น้ า เป็ น เรื่ อ งที่ ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ ร่ ว มมื อ กั บ ภาคเอกชน เรื่องแรกสุดคือเรื่องอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ อุตสาหกรรมแต่ละ อุตสาหกรรมในประเทศไทยเกิดขึ้นและพัฒนาโดยไม่จําเป็นต้องมีเงินสนับสนุน จากภาครั ฐ แต่ อี ก หลายอุ ต สาหกรรมทํ า อย่ า งนั้ น ไม่ ไ ด้ จํ า เป็ น ต้ อ งได้ รั บ การ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 185
  • 80.
    สนั บ สนุน จากภาครั ฐ อุ ต สาหกรรมพลาสติ ก ชี ว ภาพ หรื อ อุ ต สาหกรรม Bio-Plastics เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่จําเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะว่าอุตสาหกรรมนี้ เป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้น มีความไม่แน่นอน สูงมาก ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สนช. ได้ไปร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดทํา Road Map หรือแผนที่นําทาง อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ แบ่งเป็น 4 มิติ แต่ผมคงไม่ลงในรายละเอียดในวันนี้ ว่า 4 มิติ มีอะไรบ้าง แต่สิ่งที่อยากพูดคือเมื่อเราทําแผนที่นําทางไปแล้ว และเรา พบว่าแผนที่นําทางนี้ต้องบอกว่าดี ไม่ใช่ไม่ดี แต่ยังมีปัญหาในแง่การปฏิบัติอยู่บ้าง ทาง สนช. ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม และสมาคม พลาสติ กชี วภาพไทย ในการที่ จะจัด ทํา มาตรการต่ างๆ เพื่ อที่ จะออกมาแก้ไ ข ปัญหาให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และเราหวังว่าสิ่งที่เราจะต้องนําเสนอนี้ ซึ่งมี 6 มาตรการ จะนําไปสู่การสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สิ่งที่ผมพูดนี้ จะนําเข้าสู่คณะกรรมการ กรอ. ชุดที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันพรุ่งนี้ ผมไม่ ไ ด้ ตั้ ง ใจที่ จ ะมาพู ด ว่ า รายละเอี ย ดว่ า มี อ ะไรบ้ า ง แผนที่ นํ า ทางมี 4 มิ ติ มาตรการมี 6 ข้อ แต่ที่อยากจะ พูดกับท่านทั้งหลายในที่นี้คือว่า สิ่ง ที่ พ วกผมกํา ลั ง ทํา สิ่ งที่ พ วก ผมปรึกษาหารือ หากทําไปแล้ว ดีไม่พอ ก็ทําการศึกษาต่อ แก้ไข หามาตรการเพิ่มเติม 186 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 81.
    เรื่ อ งที่ส องที่ ผ มอยากจะพู ด ถึ ง คื อ อุ ต สาหกรรมขนส่ ง ทางราง ท่ า นทั้ ง หลายทราบดี ว่ า อุ ต สาหกรรมขนส่ ง ทางรางถื อ เป็ น อุ ต สาหกรรมที่ มี ความสําคัญและใช้เงินมากมายมหาศาล ผมคิดเล่นๆ ในช่วงระยะเวลา 5 – 7 ปี ข้างหน้า ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายคงเคยเห็นตัวเลขที่ทางรัฐบาลประกาศออกมา มีทั้งแผนระยะสั้น แผนระยะยาว ตรงนี้ถามว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เกิดขึ้นมาจาก ท่านทั้งหลายทางภาคเอกชน ที่พวกท่านทั้งหลายมาบอกภาครัฐ จะลงทุนมาก ขนาดนี้ อุตสาหกรรมใหญ่ขนาดนี้ ขอให้ทางภาคเอกชนไทยเข้ามามีส่วนร่วมใน การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัว supply chain ส่วนแรกได้หรือไม่ มีหลายกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มี 2 เรื่อง เรื่องแรก เราให้ทาง สวทน. จัดตั้ง สถาบันขึ้นมาสถาบันหนึ่ง หลักๆ เพื่อให้พัฒนาเรื่องของคน โดยเฉพาะวิศวกร เราประมาณการว่ าจะต้อ งใช้ค นประมาณ 50,000 – 100,000 คน เรื่อ งที่ สอง ทางกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ โดย สวทช. มาลงทุ นทํ า การวิจั ย พั ฒ นา เรื่องของเทคโนโลยีบางเรื่อง ผมย้ํา อี ก ค รั้ ง ว่ า บ า ง เ รื่ อ ง เ พ ร า ะ อุ ต สาหกรรมขนส่ ง ทางราง เป็ น เทคโนโลยี ที่ สู ง มาก เราคงไม่ มี ศักยภาพที่จะทําได้ทุกเรื่อง แต่เราดูเรื่องที่เรามีศักยภาพ ที่ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมา เพื่อให้เห็นแนวทางการทํางานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เห็นทิศทางการ ทํางานของพวกผมในกระทรวงว่า จะมีทิศทางการทํางานที่จะร่วมมือกับพวกท่าน อย่างไร เรื่องระบบขนส่งทางราง ผมคิดว่าอาทิตย์หน้า กรอบการเจรจาจะนําเข้า สู่สภาฯ ผมยกสองตัวอย่างนี้ เพราะว่ ากําลังจะเป็นข่าวที่สําคัญในอาทิตย์นี้หรือ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 187
  • 82.
    อาทิตย์หน้า แต่มีอุตสาหกรรมอีกมากที่เราได้ทําแต่ทุกท่านอาจยังไม่ทราบ เช่น อุตสาหกรรมทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว เรื่องยาง เรื่องมันสําปะหลัง เรื่องปาล์ม เรื่องอ้อย ฯลฯ มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการที่ พวกผมคิด แต่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งมีบางอุตสาหกรรมที่ได้ ร่วมมือกัน แต่อาจจะยังไม่ถึงจุดที่เราพึงพอใจมาก เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาส พบปะพู ด คุ ย กั บ ผู้ บ ริ ห ารสภาอุ ต สาหกรรม ต้ อ งยอมรั บ ว่ า บางเรื่ อ งที่ เ ราได้ ดําเนินการมีความล่าช้า บางเรื่องคิดว่าทําได้แต่ก็ทําไม่ได้อย่างที่เราคิด เนื่องจาก มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาก ผมเชื่อว่าการดําเนินการทุกสิ่งต้องใช้เวลา วันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาพบปะพูดคุยกับพวกท่าน ตามที่ผมได้ เรียนไว้แล้ว วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ ดี ผมตั้งใจมาพูดกับพวกท่านเรื่องเดียวว่า ผมจะร่วมมือกับพวกท่านได้อย่างไรในอนาคตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการ แข่งขันของประเทศ ซึ่งวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเป็นก้าวแรก และเป็นก้าวที่มี ความสําคัญ เป็นก้าวที่ สวทช. ได้เปิดบ้าน Investor’s Day นําเทคโนโลยีที่คิดว่า จะเป็นประโยชน์ในการต่อยอดการผลิต เพื่อนําไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ดี สินค้าที่ดี ผมได้ ให้ น โยบายไปแล้ ว ว่ า ปี ห น้ า ผมจะเปิ ด บ้ า นเทคโนโลยี ผมจะ นํ า หน่ ว ยงาน กระทรวงวิ ทยาศาสตร์ ฯ 13 หน่ว ยงาน นําเสนอเทคโนโลยีเท่าที่มี มาเปิดบ้า น ร่วมกับงาน Investor’s Day ของ สวทช. ในปีหน้า ขอบคุณครับ เรียบเรียบโดย : ยุภาภรณ์ เทพจันทร์ 188 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 83.
    กล่าวขอบคุณในความร่วมมือระหว่าง วท. และมก. ในการดาเนินโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2553 เวลา 10.00 น. ณ อาคารศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน รองอธิการบดี วิทยาเขตกาแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ผศ.ดร. ชวลิต ฮงประยูร) รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม (นายสุรพล แสวงศักดิ)์ ท่านผู้เข้าร่วมสัมมนา และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้ผมดีใจที่ได้มีโอกาสได้มาพบปะพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่า เป็นคลังความรู้ที่ดีที่สุดของประเทศในด้านการเกษตรและทางด้านวิทยาศาสตร์ และด้านอื่นอีกหลายอย่าง วันนี้ผมมาที่นี่ผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับผมมาพร้อม กับผู้บริหารหลายท่านของกระทรวง ผมจะขอแนะนําสักหน่อยนะครับ 1. ที่ปรึกษาก้องศักดิ์ ยอดมณี 2. ที่ปรึกษาอภิชาติ นพเมือง 3. ที่ปรึกษาคมจิต ลุสวัสดิ์ 4. ที่ปรึกษาจิรัฏฐ์ นิธิอนันตภร 5. รองปลัดกระทรวงฯ คุณวีระพงษ์ แพสุวรรณ 6. ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ คุณนันทวรรณ ชื่นศิริ 7. ผอ. คนึงนุช พิมพ์อุบล 8. รอง ผอ. สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 189
  • 84.
    วันนี้ผมตั้งใจมาพบปะพูดคุยกับทุกท่านนะครับ จริงๆ แล้ววันนี้ผมมี ประชุมที่สภาในช่วงเช้า ไปนําเสนอในเรื่องของมาตรการเร่งด่วน ที่จะสนับสนุน เรื่องของพลาสติกชีวภาพ ที่เป็นอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่อไป ในอนาคตจะมีผลกระทบ ต่อประเทศไทยอย่างมาก เ ล ย ทํ า ใ ห้ ผ ม ต้ อ ง ปรั บ เปลี่ ย นโปรแกรม นิ ด หน่ อ ยนะครั บ แต่ ว่ า อย่ า งไรก็ ต ามผม ก็ ดี ใ จ อย่างมากที่ได้พูดคุยกับ พวกเราในวันนี้ ผมตั้งใจ จะพูดกับพวกท่านเพียง เรื่องเดียว คือเรื่องความ ร่ ว มมื อ ของเราระหว่ า ง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน จริ ง ๆ แล้ ว ผมทราบว่ า ท่ า นเป็ น หุ้ น ส่ ว นที่ สํา คั ญ ของกระทรวงนะครั บ ทํ า งาน ร่วมกันกับกระทรวงเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทาง สวทช. ที่เมื่อ สักครู่ท่านรองอธิบดีได้พูดถึงอาจารย์อภิชาติ วรรณวิจิตร ผมได้รับทราบผลงานของ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพันธุ์ข้าวที่ทนน้ําท่วม ต้านทานแมลง และศัตรูพืชต่างๆ ก็ คิดว่าผมกับทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เดินมาถูกทางแล้ว 190 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 85.
    ผมตั้งใจจะพูดกับท่านในเรื่องของความร่วมมือต่อไปในอนาคตหลักๆ ที่ ท่านพูดถึ งมีอยู่ห ลายเรื่ องนะครั บ แต่ผ มจะพูด เรื่อ งโครงการหมู่บ้ านแม่ข่ ายฯ กระทรวงวิทย์ฯ เป็นกระทรวงที่หลายคนบอกว่ าเป็นกระทรวงชั้นบน อาจจะมี โอกาสได้ ม าสั ม ผั สกั บ ข้ า งล่ า งไม่ ค่ อ ยมากนั ก แต่ จ ริ ง ๆ แล้ ว เราพยายามมาก นะครับ แต่ว่าบางครั้งบางคราวก็ไม่ได้มี Impact มากนักในวงกว้าง แต่ผมก็ถือว่า เรื่องนี้เป็ นเรื่ องที่ สําคั ญ ผมได้พู ดนโยบายของผม 4 ข้ อ ในวัน แรกที่ผมมารั บ ตําแหน่ง หนึ่ งในสี่ข้อที่ ผมพูดไว้ ก็คือ ผมจะพยายามนํา เอาวิท ยาศาสตร์ลงมา ที่ชุมชน ลงมาเพื่อยกระดับ แก้ไขปัญหาเรื่องของความยากจนของพี่น้องที่อยู่ ในชนบท ในต่ า งจั ง หวั ด ที่ เ ป็ น คนส่ ว นใหญ่ ข องประเทศ แต่ ปั ญ หาคื อ ว่ า ทาง กระทรวงวิทย์ฯ ของเราไม่มีหน่วยงานที่อยู่ในต่างจังหวัด เราไม่มีหน่วยงานที่อยู่ ในท้องที่เลย เพราะฉะนั้นเรื่องการสร้างพันธมิตร สร้างเครือข่าย ผมถือว่าเป็น เรื่องสําคัญ เพราะในโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ จําเป็นต้องทํา นะครั บ เราก็ มี เ ครื อ ข่ า ยในแต่ ล ะพื้ น ที่ ก ระจายกั น ออกไป ในภาคเหนื อ เรามี ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 191
  • 86.
    ม ห าวิ ท ย า ลั ย แ ม่ โ จ้ ม ช . ( ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ชี ย ง ใ ห ม่ ) ภ า ค ใ ต้ ก็ มี ม อ . (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมคงพูดไม่ได้ทั้งหมดนะครับ แล้วก็โชคดีที่ภาคกลางเราก็มี มหาลัยวิทยาลัย เกษตรศาสตร์เป็นพันธมิตรที่สําคัญ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นต่อไปในอนาคตนะครับ ตัวผมเองก็เป็นอาจารย์เก่า เคยรับราชการสอนหนังสืออยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เข้าใจภาระบทบาท ของคนเป็นอาจารย์ มีทั้งเรื่องการสอนหนังสือ เรื่องทําวิจัย ซึ่งอาจารย์บางท่าน ก็ชอบสอนหนังสือแต่ไม่ชอบทําวิจัย และบางท่านก็ชอบทําวิจัยแต่ไม่ชอบสอน หนังสือ ก็เป็นภาระหน้าที่ ที่ท่านจะต้องทําอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าเป็นภาระหน้าที่ อย่างหนึ่งที่มีความสําคัญอย่างมากคือท่านจะทําอย่างไรให้คนที่อยู่ในพื้นที่ของ ท่าน คนที่อยู่ในชุมชนของท่านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเราทั้งหลายที่เป็น อาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยทุกท่านก็จะมีอุดมการณ์ไม่มากก็ น้อย ไม่อย่างนั้นก็คง ไม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือซึ่งเงินเดือนก็ไม่มากนัก ตรงนี้ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ สํ า คั ญ และเป็ น เรื่ อ งที่ ผ ม อยากจะพู ด ในวั น นี้ ทาง กระทรวงวิ ท ย์ ฯ มี จุ ด แข็ ง ห ล า ย เ รื่ อ ง ท า ง มหาวิ ท ยาลั ย ของท่ า นก็ มี จุ ด แ ข็ ง อ ยู่ ห ล า ย เ รื่ อ ง ผมยกตัวอย่างนะครับอย่าง เรามีองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมเยอะ ซึ่งท่าน 192 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 87.
    ก็มี แต่ว่ากระทรวงวิทย์ฯ ของเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่เราจําเป็นต้องมีเครือข่ายอย่าง พวกท่าน จะขอบอกไว้ในที่นี้ว่าคงมีเครือข่ายเฉพาะในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว ไม่ พอ แต่ เ ราต้อ งสร้ า งเครื อ ข่า ยในวงกว้า ง ยกตัว อย่ า งที่ สําคั ญที่ สุดก็ คื อทาง จังหวัดนี่เป็นหลักเลยที่จะลงไปสัมผัสกับชุมชนกับบุคคล เราจะลงไปพบปะ ลงไป ทํางานกับพวกเขาก็เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเขามีความต้องการอย่างไร แต่ผมคิดว่า แค่นั้นยังไม่พอ สิ่งที่เราต้องทําต่อไปคือว่าถ้าเรารู้แล้วว่าเขามีความต้องการอย่างนี้ เขามี ศัก ยภาพหรื อเปล่ าที่ จะทํา ถ้ ามี เราจะต่ อยอดได้ อย่ างไร และที่สําคั ญไป กว่านั้น แล้วถ้าเขาไม่มีล่ะ เรา มีกําลังพอหรือไม่ที่จะสนับสนุน ในการที่ จ ะทํ า ในเรื่ อ งต่ า งๆ เหล่านั้น ถ้าเราลงไปดูนะครับ องค์ความรู้ที่เรากําลังพูดถึงมัน มีหลายเรื่อง แต่ว่าเรื่องที่สําคัญ คงหนีไม่พ้นเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี แล้ ว ใครจะมี เ รื่ อ ง พวกนี้ ไ ปมากกว่ า กระทรวง วิทย์ฯ หรือมากไปกว่าสถาบัน ของพวกท่าน ผ ม ว่ า สิ่ ง ที่ เ ร า จ ะ ทํ า ง า น ขั บ เ ค ลื่ อ น ต่ อ ไ ป ในอนาคต คือว่าความร่วมมือ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 193
  • 88.
    เรามีกันอยู่แล้ว แต่ถ้ามีความใกล้ชิดมี การขยายความสําคัญให้มากยิ่งขึ้นผมก็ อยากจะเน้นว่าการทํางานต่อไปในอนาคต ผมอยากจะเห็นเราลงไปพบปะพูดคุย ทํางานกับชาวบ้านให้มากขึ้น ตรงนี้คงไม่ได้มีเฉพาะพวกผมและพวกท่านนะครับ แต่ต้อง ทั้งจังหวัด ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้ผมจะมี โอกาสได้ไปที่หมู่บ้านแม่ข่ายที่มีความเหมาะสมที่เขาสามารถที่จะใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือ เรีย กกั นว่า วท. ที่เ อาไปพั ฒนาศัก ยภาพทํ าให้ชีวิ ตความ เป็นอยู่ของเค้าดีขึ้น สร้างงานสร้างรายได้มากขึ้น แนวทางการทํางานต่อไปในอนาคต อย่างที่ผมได้เริ่มต้นมา จริงๆ แล้ว ผมอยากจะเชื่อว่าเรา เราในที่นี้ก็คือกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ นะครับ IPAC ยัง ไม่ค่อยมีภายในเดือนสองเดือนนี้ผมจะเรียกประชุมและปรับการทํางานตรงนี้ให้มี รูป แบบการทํ างานที่จ ะสร้ างผลกระทบในวงกว้า งให้ม ากยิ่ งขึ้ น แต่ก็ ในบริ บ ท ที่จํากัด ในงบประมาณที่เรามี และก็ในโครงสร้างขององค์กรของเราซึ่งส่วนใหญ่จะ อยู่ในส่วนกลางมากกว่าในส่วนภูมิภาค ในการทํางานต่อไป ผมว่าถ้าเราจะลองไป ดูสักนิดว่าจะมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอะไรต่อ ไปในอนาคตที่จะมีบทบาท สําคัญ เมื่อวันก่อนผมไปดูเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลก แต่ว่าเราลงไป ไม่ถึงขั้นนั้น ลองมาดูกันว่ ากระทรวงวิทย์ฯ มีอะไร ในสถาบันการศึกษาของเรา มีอะไร และเราจะต่อยอดอะไรให้ชาวบ้านที่เค้าอยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร เรื่องนี้น่าจะ เป็นส่วนที่สําคัญมากกว่า อีกเรื่องคือเราจะต้องยอมรับนะครับว่าการดําเนินงานใน เรื่องนี้คงมีปัญหาและอุปสรรคพอสมควร ก็ไม่อยากจะมาพูดในที่นี้นะครับว่ามันมี ปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง แต่ต้องต้องยอมรับกับเรื่องพวกนี้และก็ต้องมาพูดคุย กันพอสมควรในการที่จะดําเนินงานต่อไปในอนาคต 194 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 89.
  • 90.
    พิธีมอบป้ายหมูบ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ่ วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2553 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรครบวงจรอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดาริ ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดนครปฐม ่ ท่านนายอาเภอกาแพงแสน ท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน ท่านผู้ประสานงานเครือข่าย ท่าน ดร. ปราโมทย์ ท่านสมาชิกเครือข่าย พี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมทุกท่านครับ วั น นี้ ผ มดี ใ จเป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ มี โ อกาส ลงมาที่จังหวัดนครปฐมพบปะพูดคุยกับพี่น้องชาว จั ง หวั ด นครปฐมพร้ อ มๆ กั บ สมาชิ ก เครื อ ข่ า ย หมู่ บ้ า นเครื อ ข่ า ยวิ ท ยาศาสตร์ แ ละเทคโนโลยี จริ ง ๆ แล้ ว วั น นี้ ที่ ผ มมาที่ นี่ ผ มไม่ ไ ด้ ม าคนเดี ย ว นะครั บ ผมมาพร้ อ มกั บ ผู้ บ ริ ห ารกระทรวงวิ ท ย์ ฯ หลายท่านซึ่งในโอกาสนี้ผมจะขอแนะนําผู้บริหาร กระทรวงฯ 4 - 5 ท่าน ให้พวกท่านทั้งหลายได้รู้จัก ท่านทั้งหลายเหล่านี้เป็นคนที่มีความสําคัญ ในการที่ทําให้เกิดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ในวันนี้ ท่านแรกนะครับท่านที่ปรึกษาก้องศักดิ์ ยอดมณี ท่านที่สองท่านที่ปรึกษา 196 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 91.
    คมจิต ลุสวัสดิ์ ท่านที่สามท่านพลตรีอภิชาตินพเมือง ท่านที่สี่ท่านที่ปรึกษาจิรัฏฐ์ นิธิอ นันตภร และมี อีกหลายท่า นที่ผ มไม่สามารถเอ่ยชื่ อได้ทั้ง หมด พี่ น้องชาว จังหวัดนครปฐม ท่านสมาชิกเครือข่ายหมู่บ้านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ฝากให้ผมมาเรียนกับพวกท่านนะครับว่าท่านอยากเห็นการทํางาน ของกระทรวงวิทย์ฯ ไม่ได้อยู่บนหอคอยแต่เพียงอย่างเดียว ท่านอยากเห็นการ ทํางานของกระทรวงวิทย์ฯ ลงมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องในชุมชน พี่น้องในท้องถิ่น พี่น้องในต่างจังหวัด พี่น้องในชนบท และ นั่ น คื อเห ตุ ผ ลว่ า ทํ า ไ ม เมื่ อต อนที่ ผ ม ม า รั บ ตํ า แ ห น่ ง เป็ น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในวันแรกผมได้ประกาศนโยบายไว้ 4 ข้อ หนึ่งใน 4 ข้อ ที่ผมได้พูดเอาไว้นะครับก็คือว่าผมจะพยายามสุดความสามารถของ ผมที่จะนําเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงไปสู่ชุมชน ลงไปสู่คนที่เป็นพี่น้องคน ส่วนใหญ่ของประเทศและนี่ก็คือเหตุผลที่ทําไมทางกระทรวงวิทย์ฯ ถึงมีโครงการ ดีๆ หลายโครงการที่ลงมาที่ชนบทรวมถึงโครงการวันนี้ด้วยนะครับ ที่เป็นโครงการ ที่เราเรียกสั้นๆ ว่า “โครงการหมู่บ้านแม่ข่าย” ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 197
  • 92.
    ผมดี ใ จนะครับ ที่ มี โ อกาสมาพบปะกั บ สมาชิ ก เครื อ ข่ า ยทั้ ง 10 เครื อ ข่ า ย ที่ ไ ด้ รั บ การ ยอมรับว่าเป็นต้นแบบที่ดีในการที่จะนําวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีห รือที่เราเรียกว่า “วท.” ลงไปปรั บ ลงไปใช้ใ นหมู่ บ้านของตัวเองในชุม ชนของตั วเอง ตรงนี้ถื อว่า เป็ นแบบอย่า งที่ ดีครั บ ผมอยากจะขอ พวกเราได้ ก รุ ณ าปรบมื อ ให้ เ กี ย รติ กั บ ทั้ ง สมาชิ ก 10 เครือข่ายอีกครั้งหนึ่งครับ อย่างที่เรียนนะครับ สมาชิ ก ทั้ ง 10 เครื อ ข่ า ยมี จุ ด แข็ ง เป็ น ของตั ว เอง มีศักยภาพที่แตกต่างกันในแต่ละหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ก็จะมาจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการเกษตรโดยตรง สิ่งต่ างๆ ที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ ร่วมกับเครือข่า ย ต่างๆ เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงไปใช้แต่ท่านสามารถปรับ ทํา ให้ มั น เกิ ด ผลเป็ น ที่ ป ระจั ก ษ์ ไ ด้ ผมคิ ด ว่ า มั น ไม่ ใ ช่ เ รื่ อ งง่ า ยนะครั บ ผมเห็ น หลายๆ เรื่องมีความแตกต่างกันมากในแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งแน่นอนครับแต่ละแห่ง แต่ละชุมชน แต่ละท้องที่ ความต้องการของประชาชน ความต้องการในแต่ละพื้นที่ แตกต่ า งกั น แต่ สิ่ ง ที่ ผ มได้ เ ห็ น อย่ า งหนึ่ ง ซึ่ ง เหมื อ นกั น ทุ ก หมู่ บ้ า นทั้ ง 10 เครื อ ข่ า ยรวมถึ ง หมู่บ้านเครือข่ายที่เป็นหมู่บ้านสมทบด้วย นั่นก็คือ ผมเห็นว่าทั้ง 10 เครือข่ายได้น้อมนําเอาปรัชญา เศรษฐกิ จ พอเพี ย งของพระบาทสมเด็ จ พระ เจ้าอยู่ หัวเข้า มาปรับ ใช้ในการทํางานของตัวเอง ซึ่ง ตรงนี้ ผมถื อว่ าเป็น มงคลสู งสุ ดในชีวิ ต ผมถื อ เป็นเรื่องที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งและผมอยาก ให้พวกเราทั้งหลายในที่นี้ น้อมระลึกถึงพระมหา กรุ ณ าธิ คุ ณ ที่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว ได้ 198 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 93.
    ทรงงานหนักเพื่อพวกเราพี่น้องประชาชน คนไทย ตรงนี้ทําให้ผมและผู้บริหารกระทรวง วิ ทย์ ฯ มี กํ า ลั ง ใ จ ที่ จ ะ ล ง ม า ทํ า ง า น ช่ ว ยเหลื อ พวกท่ า นเพื่ อ ที่ จ ะสร้ า งงาน สร้างรายได้ ยกระดับความเป็นอยู่ชีวิตที่ดี ขึ้นแก่พวกท่านทั้งหลาย การทํางานของ สมาชิกเครือข่ายทั้ง 10 หมู่บ้านนี้ถือว่าประสบความสําเร็จ ผมอยากจะเห็นพวก ท่ า นทั้ ง หลายได้ ทํ า การต่ อ ยอด คํ า ว่ า ”ต่ อ ยอด” ของผมในที่ นี้ ห มายความว่ า อยากจะให้ท่านได้สามารถทํางานที่เป็นประโยชน์กับหมู่บ้านของตัวท่านเองแล้ว นอกเหนือไปจากนั้นอยากจะเห็นท่านได้ลงไปเอาความรู้ ประสบการณ์ที่ท่านได้รับ ที่ท่านนําไปประยุกต์ใช้จนประสบความสําเร็จ นําลงไปถ่ายทอดให้กับหมู่บ้านอื่นๆ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญนั่นก็คือหัวใจของการที่เราสร้างโครงการหมู่บ้าน แม่ข่ายนี้ขึ้นมา ท่านอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ในหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงของท่าน ตําบลเดียวกับท่าน อําเภอเดียวกับท่าน จังหวัดเดียวกับท่านและจริงๆ แล้วผม เชื่อมั่นเลยนะครับว่าหลายหมู่บ้านแม่ข่ายที่มาในวันนี้มีศักยภาพที่สามารถออกไป นอกจังหวัดของท่านได้ด้วย การทํางานของกระทรวงวิทย์ฯ ไม่ง่ายเลยนะครับ อย่างที่ผมมีโอกาสได้ พูดคุ ยกับ ผู้บริ หารสถาบันการศึ กษาที่มหาวิท ยาลั ยเกษตรศาสตร์กํ าแพงแสน ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ําว่าอยากจะ เห็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงมา ใช้ ป ระโยชน์ ใ นชุ ม ชนให้ ม ากยิ่ ง ขึ้ น แ ต่ ว่ า ก ร ะ ท ร ว ง วิ ท ย์ ฯ เ ร า ไ ม่ มี หน่วยงานที่อยู่ในต่างจังหวัดเรามีแต่ หน่ ว ยงานที่ อ ยู่ ใ นส่ ว นกลางเป็ น ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 199
  • 94.
    ส่ ว นใหญ่เราเป็ น เพี ย งหนึ่ ง ในสองกระทรวง อี ก กระทรวงก็ คื อ กระทรวงการ ต่างประเทศที่แทบจะไม่มีหน่วยงานในต่างจังหวัดเลย เพราะฉะนั้นการทํางานของ เราต่อไปในอนาคต สิ่งที่เรากําลังพยายามที่จะทําก็คือว่าเราพยายามที่จะสร้าง เครื อ ข่ า ย สร้ า งพั น ธมิ ต รอย่ า งในกรณี นี้ ไ ด้ รั บ ความร่ ว มมื อ อย่ า งดี กั บ ทาง มหาวิ ท ยาลั ยเกษตรศาสตร์ ซึ่ ง ตรงนี้ ผมอยากจะเรีย นว่ า ถึ ง แม้ จะได้ รั บ ความ ร่วมมืออย่างดี แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จําเป็นต้องสร้างเครือข่ายต้องสร้างพันธมิตร ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครือข่ายภาคประชา สังคม ภาคประชาชน และในขณะเดียวกันการทํางานของเรายังมีปัญหาอุป สรรค อื่นๆ อยู่บ้าง ก็ไม่อยากให้พวกเราวิตกกังวลเรื่องปัญหาต่างๆ เหล่านี้มันก็มีเอาไว้ แก้ ส่วนเรื่องที่ดีๆ ที่เป็นจุดเด่นของโครงการของเราก็มีเยอะ สุดท้ายนี้ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสมา ที่ จั ง หวั ด นครปฐมเป็ น ตั ว อย่ า งของท่ า น นายกรัฐมนตรีที่ลงมาพยายามที่จะนําสิ่ง ดีๆ ที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ ได้นําลงสู่ชุมชน เข้ามาสู่ท้องถิ่น เข้ามาสู่ชนบท ก็หวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสกลับมาจังหวัดนครปฐมอีกและก็หวังว่าจะได้มีโอกาส พบปะพู ด คุ ย แลกเปลี่ ย นความคิ ด เห็ น กับ หมู่ บ้ า นเครือ ข่ า ยทั้ ง 10 หมู่ บ้ า นอี ก ในอนาคต ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์ 200 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 95.
    งานแถลงข่าวเปิดตัวเทคโนโลยีเครื่องมือวัดความขุ่นเพือการตรวจหา ่ เชื้อไวรัสในกุ้ง วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2553 เวลา 09.00 – 10.30 น. ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ครั บ สั้ น ๆ นะครับ เรื่ อ งของกุ้ ง เป็นเรื่องที่สําคัญของประเทศไทย ปีหนึ่ง มี ก ารส่ ง ออกประมาณเกื อ บห้ า หมื่ น ล้านบาท ซึ่งปัญหาที่พบในเรื่องของกุ้งมี อยู่สองสามเรื่อง เรื่องแรกเป็น ปัญหาของกุ้งในเรื่องการพบสารตกค้างตั วไนโกโปแลม ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงวิทย์ฯ โดยทางสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติกําลังจัดทําที่เรา เรียกกันว่า “สารทดลอง” เพื่อดูสารตกค้างไนโกโปแลม ปัญหาที่สองคือเรื่องของเชื้อไวรัส ซึ่งวันนี้เป็นเหตุที่พวกเราผู้บริหารของ ทาง สวทช. ทั้งทางเนคเทคและทางไบโอเทค มีค วามยินดีที่จะมาแถลงถึงผล ความสํ า เร็ จ ตรงนี้ เ ป็ น เรื่ อ งของการ ร่วมมือกัน เป็นการทํางานอย่างบูรณาการ เอาความรู้ ท างด้ า นของเนคเทคและเอา ความรู้ ทางด้ านของไบโอเทคมารวมกั น เพื่อสร้างเครื่องที่เราเรียกว่าเพื่อจะหาตัว ไวรัสของกุ้ง ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 201
  • 96.
    ตรงนี้ผมพูดสั้นๆ นะครับ ประโยชน์ที่เราจะได้รับในอดีตที่ผ่านมาเวลาที่เราจะ ตรวจรับ เชื้ อ ไวรั ส ของกุ้ ง ต้ อ งใช้ เ ครื่ อ งที่ ค่ อ นข้ า งใหญ่ แต่ ปั จ จุ บั น ที่ เ รานํ า เทคโนโลยีนี้เ ข้ามาใช้เป็น เครื่องค่อนข้ างเล็ก เมื่อเล็กแล้วประโยชน์ที่จะได้คื อ สามารถไปตรวจจั บ เชื้ อ ไวรั สตรงบ่ อ กุ้ ง ได้ เ ลย ซึ่ ง ตรงนี้ จ ะช่ ว ยประหยั ด เวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และเครื่องตัวนี้เวลาคิดค่าบริการในการตรวจสอบเชื้อไวรัสกุ้ง ถูกกว่าเครื่องของเดิมมาก อันที่สองที่อยากพูดถึงเครื่องตัวนี้มีราคาต่ํากว่ าเครื่อง ของเดิมมาก ในสมัยก่อนเครื่องตัวใหญ่มีราคาประมาณหกแสนเจ็ดแสนบาท แต่ เครื่องตัวนี้ที่เรากําลังจะนําออกมามีราคาประมาณหนึ่งแสนบาท ต่ อ ไ ป ที่ อย า กจ ะ พู ด ถึ ง เครื่องตัวนี้หลักๆ ที่จะ สรุ ปคื อขนาดเล็ ก ใช้ ไ ด้ ผ ลเร็ ว และมี ราคาที่ ค่ อ นข้ า ง ถูก ตรงนี้ ข อเอ่ ย ชื่ อ นั ก วิ จั ย ทั้ ง หมด หกท่ า นซึ่ ง เป็ น ผู้ ที่ อยู่ เ บื้ อ งหลั ง ของ ความสํ า เร็ จ ในวั น นี้ น ะครั บ ทางด้ า นเนคเทคก็ มี ดร. อดิ ศ ร เตื อ นตรานนท์ คุ ณ อั ศ วพงษ์ ทรั พ ย์ พั ฒ น์ และคุ ณ ถนอม โลมาส ส่ ว นทางด้ า นไบโอเทคมี ดร. วรรณสิกา เกียรติปฐมชัย คุณวันเสด็จ เจริญรัมย์ และคุณธีรนาฎ พุทธวิบูลย์ นะครับ เรียบเรียงโดย : วรวรรณ รักษาสังข์ 202 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 97.
    คากล่าวทักทายอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 24 กันยายน 2553เวลา 13.00 - 15.00 น. ณ วังรี รีสอร์ท จังหวัดนครนายก สวัสดีครับ ท่านปลัดจังหวัดนครนายก (นายชยาวุธ จันทร) ท่านผู้ตรวจราชการกระทรวง เพื่อนๆ พี่ๆ ชาวอาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกท่าน ผมมี ค วาม ยินดีมากที่ได้พบปะ พู ด คุ ย กั บ พวกท่ า น อี ก ครั้ ง หนึ่ ง ผมขอ เรี ยนว่ า วัน นี้ ผมมา ด้ ว ยใจจริ ง ๆ หลาย ท่านคงจะทราบว่าผมไม่สบายค่อนข้างมาก แต่วันนี้ผมตั้งใจมาเพื่อพบปะพูดคุย กับทุกท่านในกิจกรรม “โครงการวั นรวมพล อาสาสมัครวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ” ซึ่งสําหรับผมและทุกท่านที่ทํางาน ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ถือว่าเป็นงานที่มีความสําคัญมาก เป็นโครงการระดับห้าดาว การที่เราจัดโครงการนี้ขึ้นมาได้ เพราะความร่วมมือกันของผู้เกี่ยวข้อง หลายฝ่าย ทั้งข้าราชการประจํากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และที่ปรึกษารัฐมนตรีซึ่ง ผมอยากจะขออนุญาตแนะนําที่ปรึกษาทั้ง 3 ท่าน ดังนี้ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 203
  • 98.
    ท่านแรก ที่ปรึกษาคมจิต ลุสวัสดิ์ ท่านที่สอง ที่ปรึกษาสันติ สาทิ พ ย์ พ งษ์ และท่ า นสุ ด ท้ า ย ที่ ป รึ ก ษ า จิ รั ฏ ฐ์ นิ ธิ อ นั น ต ภ ร เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว อสวท. ที่เคารพรักครับ วั น แรกที่ ผ มมารั บ ตํ า แหน่ ง เป็ น รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี ผมได้พูดถึงนโยบายของผมหลายข้อ หนึ่งในข้อที่ผมให้ความสําคัญ ที่สุด คือ พวกเราที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะทําอย่างไรที่จะนําเอาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีลงไปสู่ชุมชน ลงไปถึงคนที่อยู่ต่างจังหวัด คนที่อยู่ชนบท หรือคนที่ อยู่ห่างไกลความเจริญ ผมได้พยายามทําอย่างเต็มที่ในระยะสามเดือนกว่าที่ผมมารับตําแหน่ง ที่นี่ ผมลงไปดูโ ครงการต่างๆ ที่จะสามารถตอบสนองการดําเนินงานข้อนี้ของ กระทรวงวิทย์ฯ ได้ และหนึ่งในโครงการที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ โครงการ อสวท. ของคลินิกเทคโนโลยีนี่ล่ะครับ แม้ว่าที่ผ่ านมา มี การดําเนินการทุ กปี แต่ผ มเชื่อว่า เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว อสวท. ทุกท่านคงจะเห็นด้วยกับผมว่า ในปีนี้เป็นปีที่เราจัดงานได้ยิ่งใหญ่ที่สุด และครบถ้วนที่สุด เมื่ อ สั ก ครู่ ท่ า นผู้ ต รวจเสาวณี ได้กล่าวรายงานว่างานนี้มีวัตถุประสงค์ อย่างไร แต่ผมอยากขออนุญาตบอกเล่า 204 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 99.
    ความรู้ สึก ของผมว่ า ทํ า ไมผมถึ ง ให้ ความสําคัญกับโครงการนี้ และผมขอ ย้ํ า อี ก ค รั้ ง ว่ า ห า ก ผ ม ไ ม่ เ ห็ น ถึ ง ความสํ า คั ญ ของโครงการนี้ ผมตื่ น ขึ้นมาตอนเช้า ผมคงมาไม่ไหวจริงๆ แต่ วั น นี้ ผ มตั้ ง ใจมา ความรู้ สึ ก แรก ของผม คื อ การนํ า เอาวิ ท ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ลงไปสู่คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ในชนบท กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีค นที่มีความรู้ความสามารถมากมายไม่ แพ้ กระทรวงอื่น แต่เรามีข้อจํากัดอยู่ที่บุคลากรของเราส่วนใหญ่มีอยู่เฉพาะหน่วยงาน ส่วนกลาง อยู่ในกรุงเทพ เราแทบจะไม่มีหน่วยงานในต่างจังหวัด สิ่ ง ที่ เ ราจะสามารถทํ า ได้ นั่ น คื อ เราจํ า เป็ น ต้ อ งสร้ า งพั น ธมิ ต รกั บ สถาบั น การศึ ก ษาต่ า งๆ มหาวิ ท ยาลั ย ต่ า งๆ ที่ เ ป็ น ผู้ ป ระสานงานโครงการนี้ ผมถึ ง ลงไปพู ด คุ ยกั บ พวกท่ า นทั้ ง หลายที่ เป็ น เสมื อนแกนนํา ในพื้ น ที่ข องท่ า น เพื่อจะได้เป็นการสร้างเครือข่าย เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ สิ่งที่พวกผมต้องการ คือการนําเอาความรู้ต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี มามอบให้แ ก่พ วกท่า น เพื่อที่ท่านจะสามารถนําไปเผยแพร่ ให้แก่ชุมชนได้ ปี นี้ เ ป็ น ปี แ ร ก ที่ ท่ า น ทั้ ง หลายได้ ไ ปดู และนํ า เอาองค์ ความรู้ จ ากหน่ ว ยงานต่ า งๆ ของ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 205
  • 100.
    กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 4 -5 หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กรมวิทยาศาสตร์บริการ สํานัก งานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่ง ชาติ หรื อสถาบันเทคโนโลยี นิวเคลียร์แห่งชาติ ล้วนเป็นหน่วยงานสําคัญ และเป็นองค์ความรู้ที่ท่านจะสามารถ นําเอาไปปรับและใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับพวกท่านสั้นๆ และง่ายๆ คือ เมื่อท่านได้มาดูองค์ ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ของกระทรวงวิทย์ฯ แล้ว อยากให้พวกท่ านนําความรู้เหล่านี้ ลงไปในชุมชน หลักการง่ายๆ เพียงอย่างเดียว คือ การทําให้คนในชุมชนของท่าน ทราบว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว ที่กินได้ ใช้งานได้ ประยุกต์ใช้แล้วสามารถสร้างงานสร้างรายได้ อี ก สิ่ ง ที่ สํา คั ญ และอยากจะ ฝากท่า นไว้ เวลาที่ท่ านลงไปพูดคุ ย กับคนในพื้นที่ของท่าน คือ การพูดถึง โครงการต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ได้ท รงริ เริ่ม และทรงทํามา ตลอดนั้ น มี ป ระโยชน์ อ ย่ า งไร และ การสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนก็เป็นเรื่องสําคัญ นอกเหนือจาก การเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องที่สองเป็นเรื่องที่ผมคาดหวังและอยากให้ทุกท่านช่วย คือท่านช่วย เอาความต้องการของชุมชนของท่านมาบอกพวกผม วันนี้และวันก่อนที่ผมได้มา ทานข้าวกับพวกท่าน ผมก็ได้ยินและได้ทราบมาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องอาหารปลา การทําปุ๋ยอินทรีย์ หรือเทคนิคการย้อมผ้า ซึ่ งผมคิดว่ามีประโยชน์ จึงอยากขอให้ ทุกท่านได้บอกเล่าความรู้ และความต้องการของพี่น้องในชุมชนให้เราได้รับรู้ 206 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 101.
    ผมบอกได้เลยว่า เราทาไม่ได้ทั้งหมด แต่พวกเราจะพยายามทาให้ ได้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้อะไรที่สามารถทําได้ผ่านโครงการคลินิกเทคโนโลยีนี้ เราก็จะทํา อะไรที่อยู่ นอกเหนือโครงการของคลินิกเทคโนโลยี แต่อยู่ในโครงการ อื่นๆ ภายในกระทรวงวิทย์ฯ เราก็จะประสานงานให้ การที่ผมเป็นรัฐมนตรีนี้ ท่านอาจคิดว่าผมมีอํานาจมากมาย แต่ความจริง ไม่ได้มากอย่างที่ท่านคิด แต่ผมจะพูดคุยใช้เหตุและผลกับคนที่ทํางานด้วยกัน เพื่อ ลงไปช่ว ยเหลื อ พวกท่ า นตามความต้ อ งการของคนในพื้ น ที่ อะไรที่ น อกเหนื อ อํานาจกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผมจะพูดคุยกับท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และอะไร ที่นอกเหนือไปจากนั้น ผมจะพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ ย้ํ า อยู่ เ สมอ คื อ การแก้ ปั ญ หาความยากจน ซึ่ ง ผมเชื่ อ ว่ า วิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี เป็นองค์ความรู้สําคัญที่จะนําไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจนในชุมชน ในท้องถิ่นของท่านได้ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 207
  • 102.
    เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของการสร้างเครือข่าย อย่างในวันนี้ระหว่างที่เรา ร่ว มรั บ ประทานอาหารกั น นั้ น ผมก็ ไ ด้ ยิ น เรื่ อ งการสร้ า งเครื อ ข่ า ย (Network) ระหว่างพี่น้องชาว อสวท. ของเรา ที่พยายามจะสร้างเครือข่าย จากภาคใต้มาภาค กลาง ภาคเหนื อไปภาคอี สาน เป็น ต้น ซึ่ง ผมคิด ว่ าเป็น เรื่ อ งสํ าคั ญ และผมจะ พยายามสนับสนุนการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่ม อสวท. ต่างๆ แม้ว่าอาจจะทํา ไม่ได้ทั่วประเทศในเบื้องต้น แต่จะเริ่มจากในกลุ่มจั งหวัด ในภาคเดียวกัน และ อาจจะขยายไปทั่วประเทศ ถ้าสามารถทําได้ ทั้ ง 3 เรื่ อ งนี้ ก็ เ ป็ น เรื่ อ งที่ ผ มอยากจะฝากไว้ เพราะเป็ น เรื่ อ งที่ มี ความสําคัญ และพวกผมก็มีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแก้ไขปัญหา ของโครงการ อสวท. เท่าที่จะทําได้ โดยผมขอปวารณาตัวเองว่า กระทรวง วิทย์ฯ จะให้ความสาคัญกับโครงการนี้ต่อไป และจะพยายามจัดให้ครบวงจร มากยิ่งขึ้นในปีต่อไป แม้จะทราบมาว่าปีนี้เป็นปี ที่จัดได้ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วก็ตาม สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ ชาว อาสาสมัครวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกท่าน ที่ได้สละเวลามาร่วมกันทําสิ่ งที่เป็นประโยชน์แก่ คนส่ ว นใหญ่ ข องประเทศ ร่ ว มกั บ กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของเราในวันนี้ ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : ชลารัตน์ รัตนขันติชัย 208 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 103.
    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่าง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วันอังคารที่28 กันยายน 2553 เวลา 14.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ท่านจุติ ไกรฤกษ์) ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ่ ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ่ ท่านปลัดทั้ง 2 กระทรวง ผู้มีเกียรติทุกท่าน โครงการนี้ เป็นการริเ ริ่มของท่า นรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่ อ สาร เมื่อ ครั้ง ที่ ท่า นได้ มาดํ ารงตํ า แหน่ งรั ฐมนตรี ท่า นมี ภ า ร ะ ห น้ า ที่ ม า ก ม า ย แ ต่ อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ที่ ท่ า น จํ า เ ป็ น ต้ อ ง ทํ า นั้ น อ ยู่ ที่ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 209
  • 104.
    กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านจึงมีความคิ ดริเริ่มที่จะมาทํางาน ร่วมกันด้านวิชาการ ซึ่งผมมีความรู้สึก ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในปี 2544 ที่ผ่ า นมา หลาย ท่ า นอาจจะยั ง ไม่ ท ราบว่ า ท่ า นเป็ น คณะกรรมาธิ ก ารเศรษฐกิ จ ผมเป็ น รองคณะกรรมาธิ ก ารเศรษฐกิ จ คนที่ 1 นั่ ง ใกล้ ชิ ด กั น มาก สภาตอนนั้ น อยู่ ค รบเทอม จึ ง ได้ มี โ อกาสทํ า งานใกล้ ชิ ด กั น ผมจึงรู้วิสัยทัศน์และแนวทางการทํางานของท่าน และผมรู้ว่าท่านคงจะเอาจริงแน่ๆ MOU ฉบับนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องวิชาการ ครอบคลุมเนื้อหาหลัก 4 เรื่อง คือ เรื่องของนโยบาย เรื่องของคน เรื่องของฐานข้อมูล และเรื่องของการทําวิจัย และพัฒนาร่วมกัน เรื่ อ งของการทํ า วิ จั ย และพั ฒ นาร่ ว มกั น เราได้ มี ก ารจั ด ความสํ า คั ญ โครงการ 4 โครงการ ทั้งนี้และทั้งนั้น คงจะไม่เป็นเพียงแค่ 4 โครงการนี้เท่านั้น คงต้ องมีโ ครงการต่ อไปในอนาคต ผมคิ ด ว่ า การทํ า งานแบบนี้ สิ่ ง ที่ จํ า เป็ น ที่ สุ ด ที่ จ ะ ทํ า ให้ ป ระ สบ ความสําเร็จ คือ ความร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่ า ย บ า ง เ รื่ อ ง ก ร ะ ท ร ว ง วิทยาศาสตร์ ฯ มี แต่กระทรวง ICT ไม่ม ี บางเรื ่อ งกระทรวง ICT มี แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไม่มี 210 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 105.
    แต่ วั นนี้ก ระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ ฯ ได้ นํ า 3 หน่ วยงานหลั ก ที่ จ ะมาเป็ น พระเอกของการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือนี้ คือ 1. สวทช. นําทีมโดย ผอ. ทวีศักดิฯ ซึ่งมาด้วยตัวเอง ์ 2. สสนก. เป็นเรื่องของน้ํา 3. สทอภ. เป็นเรื่องของอวกาศ ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ถือ เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงวิท ยาศาสตร์ ฯ ผมมีความรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสมาทํางานร่วมกับกระทรวง ICT ขอบคุณครับ เรียบเรียงโดย : อารีวลย์ สินธุคา ั ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 211
  • 106.
    คากล่าวยกย่องและขอบคุณ “งานเกษียณอาลา มุทิตาสัมพันธ์2553” วันอังคารที่ 28 กันยายน 2553 เวลา 17.30 - 21.00 น. ณ ห้องประชุมรามายณะ คิงเพาเวอร์ สวัสดีครับ ท่านปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านผู้บริหาร เพื่อนข้าราชการและพนักงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกท่าน ผมคิ ด ว่ าที่ เ ราทุก คนมางานในวั น นี้ คงไม่ ไ ด้มี จิ ต ใจที่ แ ตกต่า งกั น นั ก คือ เราต่างมาเพื่อร่วมงาน “งานเกษียณอาลา มุทิตาสัมพันธ์ 2553” เรี ย กว่ า น่ า ใจหาย สํ า ห รั บ ค น ที่ รั บ ราชการมานาน บางท่ า นที่ ผ มเห็ น จ า ก ป ร ะ วั ติ นั้ น ได้ทํางานมานานถึง 37 ปี แต่ อี ก 2 วั น จากนี้ จ ะเกษี ย ณแล้ ว ผมจึ ง คิ ด ว่ า ที่ เ รามาในวั น นี้ ก็เพื่อที่จะกล่าวคําขอบคุณ ที่ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงาน ในระดับใดก็แล้วแต่ สิ่งที่ท่านได้ทํา ได้อุทิศ ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่าจดจําและยินดี 212 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย
  • 107.
    ผมเองมาอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เกือบ 4 เดือนแล้ว ได้มีโอกาส ทํางานใกล้ชิด กับท่านปลัดสุจิ นดา ท่ านเป็ น ค น ที่ ผ ม ย อม รั บ ว่ า เป็ น แ บ บ อย่ า ง ข อ ง นักวิทยาศาสตร์ และนักบริหารที่ดี ผมคิดว่า ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ คงทราบประวัติการทํางาน ของท่ า นเป็ น อย่ า งดี ทราบว่ า ท่ า นเป็ น ปลัดกระทรวงหญิงคนแรก และวันนี้เป็นวันสําคัญอีกวันในชีวิตราชการของท่าน และผมได้มีโอกาสคุยกับท่าน ทราบว่าท่านปลัดจะยังไม่ไปไหน ยังคงอยู่ช่วยงานที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ของเราต่อไป ผมขอความกรุณาทุกท่านปรบมือให้เกียรติ แก่ท่านปลัดของเราด้วยครับ สําหรับท่านรองปลัดศิริชัย แม้ผมจะ ไม่ ไ ด้ ทํ า งานใกล้ ชิ ด กั บ ท่ า นมากนั ก แต่ มี โอกาสได้ ทํา งานร่ วมกัน ผมก็ เห็ นว่ า ท่า นมี ความเป็นสุภาพบุรุษ นิสัยใจคอคล้ายกับผม หลายเรื่ อ งที เ ดี ยว และได้ทํ า งานร่ ว มกั น ใน การแก้ไขปัญหาภายในกระทรวงที่ค้างคามา นาน แม้ ว่า จะไม่ ได้ ป ระสบความสํ าเร็ จ และ เป็นไปตามที่ผมต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็เห็นถึงความตั้งใจจริง และความ พยายามของท่าน ที่สําคัญท่านเป็นสุภาพบุรุษมากครับ ผมขอความกรุณาทุกท่าน ปรบมือให้เกียรติแก่ท่านรองปลัดศิริชัย อีกครั้งด้วยครับ ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย 213
  • 108.
    ท่านรองอธิบดีพายับ กรมวิทยาศาสตร์บริการ แม้ไม่ได้ทํางานใกล้ชิดกัน แต่มีโอกาสได้ทํางานร่วมกันในคราวที่ไปชุมพร ร่วมงาน Biotechnology ทําเรื่อง เกี่ยวกับศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องแก้ว เท่าที่ผมได้สัมผัสจากการทํางานร่วมกับท่าน ก็ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ผมขออนุญาตทุกท่านปรบมือให้เกียรติท่านด้วยครับ ผมคงไม่มีโอกาสเอ่ยชื่อผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานทุกท่านได้ แต่ ผมขอเป็ น ตั ว แทนของข้ า ราชการและพนั ก งาน กระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี ที่อยากจะกล่าวขอบคุณสําหรับการทํางานของท่าน เพื่อประเทศชาติ เพื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของเรา “ขอบคุณครับ” เรียบเรียงโดย : ชลารัตน์ รัตนขันติชัย 214 ประมวลคํากล่าว คําบรรยาย