อุปกรณ์พื้นฐานคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ และหลักการทางานของคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทางานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ
 1.ส่วนรับข้อมูล (Input Unit)
 2.ส่วนประมวลผลข้อมูล (CentralProcessing Unit)
 3.ส่วนแสดงผล(Output Unit)
 4.หน่วยความจา (Memory Unit)
1.ส่วนรับข้อมูล (Input Unit)
ทำหน้ำที่รับข้อมูลจำกผู้ใช้เข้ำสู่หน่วยควำมจำหลัก ปัจจุบันอุปกรณ์มำกมำยแบ่งเป็นประเภทต่ำงๆ ได้ดังนี้
– Keyboard (คีย์บอร์ด) เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในกำรนำข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
– Mouse (เมำส์) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้ำที่ป้อนข้อมูลที่เห็นกำรทำงำน โดยจะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้
เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่ำงๆ บนจอภำพ
– monitor (จอภำพ) คือ ส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรง สำมำรถมองเห็นข้อมูลที่แสดงผลได้โดยผ่ำนจอภำพ
– case (เคส) คือ กล่องหรือโครงสร้ำงสำหรับเก็บประกอบอุปกรณ์ต่ำงๆ คอมพิวเตอร์ไว้ภำยในนั้น ซึ่งขนำดของ
เคสก็จะแตกต่ำงกันออกไป แล้วแต่กำรใช้งำนหรือควำมเหมำะสมในกำรใช้งำนของแต่ละคน รวมทั้งสถำนที่เก็บ
อุปกรณ์เหล่ำนั้นด้วยว่ำมีขนำดพื้นที่มำกน้อยเพียงใด และในตัวเคสก็จะมีในส่วนของพำวเวอร์ซัพพลำยติดมำด้วย
Keyboard (คีย์บอร์ด)
เป็นอุปกรณ์ในการรับข้อมูลที่สาคัญที่สุด มีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ของ
เครื่องพิมพ์ดีด มีจานวนแป้น 84 - 105 แป้น ขึ้นอยู่กับแป้นที่เป็น
กลุ่มตัวเลข (Numeric keypad)
กลุ่มฟังก์ชัน (Function keys)
กลุ่มแป้นพิเศษ (Special-purpose keys)
กลุ่มแป้นตัวอักษร (Typewriter keys)
หรือกลุ่มแป้นควบคุมอื่น ๆ (Control keys)
ซึ่งการสั่งงานคอมพิวเตอร์และการทางานหลายๆ อย่างจาเป็นต้องใช้แป้นพิมพ์
เป็นหลัก
Mouse (เมาส์)
อุปกรณ์รับข้อมูลที่นิยมรองจากคีย์บอร์ด
เมาส์จะช่วยในการบ่งชี้ตาแหน่งว่าขณะนี้กาลัง
อยู่ณ จุดใดบนจอภาพ
เรียกว่า "ตัวชี้ตาแหน่ง (Pointer)"
ซึ่งอาศัยการเลื่อนเมาส์ แทนการกดปุ่มบังคับ
ทิศทางบนคีย์บอร์ด
monitor (จอภาพ)
จอภาพ เป็นอุปกรณ์การแสดงผลที่สาคัญที่สุด
จะเป็นส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรง สามารถ
มองเห็นข้อมูลที่ที่แสดงผลได้โดยผ่านจอภาพ
ของเรา
จอภาพของคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
จอแบบซีอาร์ที (CRT)
และ จอแบบแอลซีดี (LCD)
case (เคส)
เคส คือ กล่องหรือโครงสร้างสาหรับเก็บ
ประกอบอุปกรณ์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ไว้
ภายในนั้น ซึ่งขนาดของเคสก็จะแตกต่าง
กันออกไป แล้วแต่การใช้งานหรือความ
เหมาะสมในการใช้งานของแต่ละคน
รวมทั้งสถานที่เก็บอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยว่า
มีขนาดพื้นที่มากน้อยเพียงใด และใน
ตัวเคสก็จะมีในส่วนของพาวเวอร์ซัพพลาย
ติดมาด้วย
2.ส่วนประมวลผลข้อมูล (Central Processing Unit)
 ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่จะขาดไม่ได้เลยคือหน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor)
หรือ ชิป (chip) นับเป็นอุปกรณ์ ที่มีความสาคัญมากที่สุดของฮาร์ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามาทาง
อุปกรณ์อินพุต ตามชุดคาสั่ง หรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน ส่วนประกอบของหน่วยประมวลผลกลางนั้นประกอบไปด้วย
 1. หน่วยคานวณ และตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU)
 2. หน่วยควบคุม (Control Unit)
 3. หน่วยความจาหลัก (Main Memory)
หน่วยคานวณ และตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU)
 1) หน่วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU)
 หน่วยคานวณและตรรกะเป็นหน่วยที่ทาหน้าที่คานวณทางเลขคณิตได้แก่ การบวก ลบ คูณ หาร และ
เปรียบเทียบทางตรรกะเพื่อทาการตัดสินใจ เช่น ทาการเปรียบเทียบข้อมูล เพื่อตรวจสอบว่าปริมาณหนึ่ง
น้อยกว่า เท่ากับ หรือมากกว่า อีกปริมาณหนึ่ง แล้วส่งผลการเปรียบเทียบว่า จริงหรือเท็จไปยัง
หน่วยความจาเพื่อทางานต่อไป
หน่วยควบคุม (Control Unit)
 หน่วยควบคุม ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ เช่น ควบคุม
การทางานของความจาหลัก หน่วยรับข้อมูล หน่วยคานวณและตรรกะ หน่วยแสดงผล
และที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้นการทางานของหน่วยนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางระบบ
ประสาท ที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยที่หน่วยควบคุมและซีพียูจะรับรู้คาสั่งต่าง ๆ ในรูปของคาสั่งภาษาเครื่องเท่านั้น
หน่วยความจาหลัก (Main Memory)
 หน่วยความจาที่ต่อกับหน่วยประมวลผลกลาง และหน่วยประมวลผลกลางสามารถใช้งานได้โดยตรง
หน่วยความจา ชนิดนี้จะเก็บข้อมูล และชุดคาสั่งในระหว่างประมวลผล และมีกระแสไฟฟ้า เมื่อปิด
เครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลในหน่วย ความจานี้จะหายไปด้วย หน่วยความจาหลักที่ใช้ในระบบ
คอมพิวเตอร์ปัจจุบัน เป็นชนิดที่ทามาจากสารกึ่งตัวนา หน่วยความจาชนิดนี้มีขนาดเล็ก ราคาถูก แต่เก็บ
ข้อมูลได้มาก และสามารถให้หน่วยประมวลผลกลาง นาข้อมูลมาเก็บ และเรียกค้นได้อย่างรวดเร็ว
เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องอาศัยหน่วยความจาหลัก เพื่อใช้เก็บข้อมูลและคาสั่งซีพียูจะทา
หน้าที่นาคาสั่ง จากหน่วยความจาหลัก มาแปลงความหมายแล้วกระทาตาม เมื่อทาเสร็จก็จะนาผลลัพธ์
มาเก็บไว้ในหน่วยความจาหลัก ซีพียูจะกระทาตามขั้นตอนเช่นนี้เป็นวงรอบเรื่อยๆ ไปอย่างรวดเร็ว เรียก
การทางานลักษณะนี้ว่า วงรอบคาสั่ง (Execution cycle)
3.ส่วนแสดงผล (Output Unit)
 หน่วยแสดงผล (Output Unit) ทาหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากคอมพิวเตอร์ โดยมากจะแบ่งออกเป็น
2 ประเภท
 1. หน่วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy)
หมายถึงการแสดงผลออกมาให้ผู้ใช้ได้รับทราบในขณะนั้น แต่เมื่อเลิกการทางานหรือเลิกใช้แล้วผลนั้นก็
จะหายไป ไม่เหลือเป็นวัตถุให้เก็บได้ถ้าต้องการเก็บผลลัพธ์นั้นก็สามารถส่งถ่ายไปเก็บในรูปของข้อมูล
ในหน่วยเก็บข้อมูลสารอง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในภายหลัง
 2. หน่วยแสดงผลถำวร (Hard Copy) หมายถึงการแสดงผลที่สามารถจับต้อง และ
เคลื่อนย้ายได้ตามต้องการ มักจะออกมาในรูปของกระดาษ ซึ่งผู้ใช้สามารถนาไปใช้ในที่ต่าง ๆ หรือให้
ผู้ร่วมงานดูในที่ใด ๆ ก็ได้
1. หน่วยแสดงผลชั่วครำว (Soft Copy)
1.จอภาพ (Monitor)
2.อุปกรณ์ฉายภาพ (Projector)
3. อุปกรณ์เสียง (Audio Output)
2. หน่วยแสดงผลถำวร (Hard Copy)
1.เครื่องพิมพ์ (Printer)
2.เครื่องพลอตเตอร์ (Plotter)
4.หน่วยความจา (Memory Unit)
 หน่วยความจา (Memory Unit) ทาหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจาก
หน่วยรับข้อมูล เพื่อเตรียมส่งออกหน่วยประมวลผลกลางทาการประมวลผล และรับ
ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล และเตรียมส่งออกหน่วยแสดงผลข้อมูลต่อไป ซึ่ง
หน่วยความจาของคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
4.1) หน่วยความจาหลัก (Main Memory Unit)
 4.1.1) หน่วยควำมจำหลักแบบอ่ำนได้อย่ำงเดียว (Read Only Memory – ROM) เป็นหน่วยความจาแบบสารกึ่ง
ตัวนาชั่วคราวชนิดอ่านได้อย่างเดียว ใช้เป็นสื่อบันทึกในคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถบันทึกซ้าได้ (อย่างง่ายๆ) เป็นความจาที่ซอฟต์แวร์
หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนามาต่อกับไมโครโพรเซสเซอร์ได้โดยตรง หน่วยความจาประเภทนี้แม้ไม่มีไฟเลี้ยงต่ออยู่ ข้อมูลก็จะไม่
หายไปจากน่วยความจา (nonvolatile)
 โดยทั่วไปจะใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องมีการแก้ไขอีกแล้วเช่น เก็บโปรแกรมไบออส (Basic Input output System : BIOS)
หรือเฟิร์มแวร์ ที่ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ใช้เก็บโปรแกรมการทางานสาหรับเครื่องคิดเลขใช้เก็บโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ที่
ทางานเฉพาะด้าน เช่น ในรถยนต์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมวงจร ควบคุมในเครื่องซักผ้า เป็นต้น
 4.1.2) หน่วยควำมจำหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory – RAM) เป็นหน่วยความจาหลัก ที่ใช้ใน
ระบบคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน หน่วยความจาชนิดนี้อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตาแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร
ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจากัดในการอ่านและเขียนข้อมูล ที่ต้องทาตามลาดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้
ในสื่อ หรือมีข้อกาจัดแบบรอม ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลในแรม อาจเป็นโปรแกรมที่กาลังทางาน หรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่กาลังทางานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไป
ทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจาชนิดนี้จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น
4.2) หน่วยเก็บข้อมูลสารอง (Secondary Storage Unit)
 4.2.1) แบบจำนแม่เหล็ก เป็นอุปกรณ์สารองข้อมูลที่เป็นลักษณะของจานแม่เหล็กสาหรับบันทึกข้อมูลไว้ภายใน Disk ได้รับความ
นิยมและใช้งานมานานพอสมควรซึ่งเป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่ใช้หลักๆ เลยในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์
 4.2.2) แบบแสง เป็นสื่อเก็บข้อมูลสารองที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยใช้หลักการทางานของแสง การจัดการข้อมูลจะคล้ายกับ
แผ่นจานแม่เหล็ก ต่างกันที่การแบ่งจะเป็นรูปก้นหอย และเริ่มเก็บบันทึกข้อมูลจากส่วนด้านในออกมาด้านนอก ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันดี
เช่น CD , DVD
 4.2.3) แบบเทป เป็นสื่อเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจานวนมากและเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลาดับต่อเนื่องกันไป มีการผลิตขึ้นมา
หลากหลายขนาดแตกต่างกันไป เช่น DAT และ QIC เป็นต้นปัจจุบันไม่ค่อยถือเป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
 4.2.4) แบบอื่นๆ เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น Flash Drive, Thumb
Drive , Handy Drive เป็นต้น อีกชนิดคือ Memory Card เพื่อใช้เก็บข้อมูลในกล้องดิจิตอลแบบพกพา
www.youtube.com/watch?v=JEUvHZ5BBz8&t=186s
รายชื่อสมาชิก
รายชื่อสมาชิก

อุปกรณ์พื้นฐานคอมพิวเตอร์

  • 1.
  • 2.
    อุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ และหลักการทางานของคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทางานพื้นฐาน 4อย่าง (IPOS cycle) คือ  1.ส่วนรับข้อมูล (Input Unit)  2.ส่วนประมวลผลข้อมูล (CentralProcessing Unit)  3.ส่วนแสดงผล(Output Unit)  4.หน่วยความจา (Memory Unit)
  • 3.
    1.ส่วนรับข้อมูล (Input Unit) ทำหน้ำที่รับข้อมูลจำกผู้ใช้เข้ำสู่หน่วยควำมจำหลักปัจจุบันอุปกรณ์มำกมำยแบ่งเป็นประเภทต่ำงๆ ได้ดังนี้ – Keyboard (คีย์บอร์ด) เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในกำรนำข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ – Mouse (เมำส์) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้ำที่ป้อนข้อมูลที่เห็นกำรทำงำน โดยจะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้ เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่ำงๆ บนจอภำพ – monitor (จอภำพ) คือ ส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรง สำมำรถมองเห็นข้อมูลที่แสดงผลได้โดยผ่ำนจอภำพ – case (เคส) คือ กล่องหรือโครงสร้ำงสำหรับเก็บประกอบอุปกรณ์ต่ำงๆ คอมพิวเตอร์ไว้ภำยในนั้น ซึ่งขนำดของ เคสก็จะแตกต่ำงกันออกไป แล้วแต่กำรใช้งำนหรือควำมเหมำะสมในกำรใช้งำนของแต่ละคน รวมทั้งสถำนที่เก็บ อุปกรณ์เหล่ำนั้นด้วยว่ำมีขนำดพื้นที่มำกน้อยเพียงใด และในตัวเคสก็จะมีในส่วนของพำวเวอร์ซัพพลำยติดมำด้วย
  • 4.
    Keyboard (คีย์บอร์ด) เป็นอุปกรณ์ในการรับข้อมูลที่สาคัญที่สุด มีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ของ เครื่องพิมพ์ดีดมีจานวนแป้น 84 - 105 แป้น ขึ้นอยู่กับแป้นที่เป็น กลุ่มตัวเลข (Numeric keypad) กลุ่มฟังก์ชัน (Function keys) กลุ่มแป้นพิเศษ (Special-purpose keys) กลุ่มแป้นตัวอักษร (Typewriter keys) หรือกลุ่มแป้นควบคุมอื่น ๆ (Control keys) ซึ่งการสั่งงานคอมพิวเตอร์และการทางานหลายๆ อย่างจาเป็นต้องใช้แป้นพิมพ์ เป็นหลัก
  • 5.
  • 6.
    monitor (จอภาพ) จอภาพ เป็นอุปกรณ์การแสดงผลที่สาคัญที่สุด จะเป็นส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรงสามารถ มองเห็นข้อมูลที่ที่แสดงผลได้โดยผ่านจอภาพ ของเรา จอภาพของคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ จอแบบซีอาร์ที (CRT) และ จอแบบแอลซีดี (LCD)
  • 7.
    case (เคส) เคส คือกล่องหรือโครงสร้างสาหรับเก็บ ประกอบอุปกรณ์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ไว้ ภายในนั้น ซึ่งขนาดของเคสก็จะแตกต่าง กันออกไป แล้วแต่การใช้งานหรือความ เหมาะสมในการใช้งานของแต่ละคน รวมทั้งสถานที่เก็บอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยว่า มีขนาดพื้นที่มากน้อยเพียงใด และใน ตัวเคสก็จะมีในส่วนของพาวเวอร์ซัพพลาย ติดมาด้วย
  • 8.
    2.ส่วนประมวลผลข้อมูล (Central ProcessingUnit)  ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่จะขาดไม่ได้เลยคือหน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือ ชิป (chip) นับเป็นอุปกรณ์ ที่มีความสาคัญมากที่สุดของฮาร์ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามาทาง อุปกรณ์อินพุต ตามชุดคาสั่ง หรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน ส่วนประกอบของหน่วยประมวลผลกลางนั้นประกอบไปด้วย  1. หน่วยคานวณ และตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU)  2. หน่วยควบคุม (Control Unit)  3. หน่วยความจาหลัก (Main Memory)
  • 9.
    หน่วยคานวณ และตรรกะ (Arithmetic& Logical Unit : ALU)  1) หน่วยคานวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU)  หน่วยคานวณและตรรกะเป็นหน่วยที่ทาหน้าที่คานวณทางเลขคณิตได้แก่ การบวก ลบ คูณ หาร และ เปรียบเทียบทางตรรกะเพื่อทาการตัดสินใจ เช่น ทาการเปรียบเทียบข้อมูล เพื่อตรวจสอบว่าปริมาณหนึ่ง น้อยกว่า เท่ากับ หรือมากกว่า อีกปริมาณหนึ่ง แล้วส่งผลการเปรียบเทียบว่า จริงหรือเท็จไปยัง หน่วยความจาเพื่อทางานต่อไป
  • 10.
    หน่วยควบคุม (Control Unit) หน่วยควบคุม ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ เช่น ควบคุม การทางานของความจาหลัก หน่วยรับข้อมูล หน่วยคานวณและตรรกะ หน่วยแสดงผล และที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้นการทางานของหน่วยนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางระบบ ประสาท ที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานของส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่หน่วยควบคุมและซีพียูจะรับรู้คาสั่งต่าง ๆ ในรูปของคาสั่งภาษาเครื่องเท่านั้น
  • 11.
    หน่วยความจาหลัก (Main Memory) หน่วยความจาที่ต่อกับหน่วยประมวลผลกลาง และหน่วยประมวลผลกลางสามารถใช้งานได้โดยตรง หน่วยความจา ชนิดนี้จะเก็บข้อมูล และชุดคาสั่งในระหว่างประมวลผล และมีกระแสไฟฟ้า เมื่อปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลในหน่วย ความจานี้จะหายไปด้วย หน่วยความจาหลักที่ใช้ในระบบ คอมพิวเตอร์ปัจจุบัน เป็นชนิดที่ทามาจากสารกึ่งตัวนา หน่วยความจาชนิดนี้มีขนาดเล็ก ราคาถูก แต่เก็บ ข้อมูลได้มาก และสามารถให้หน่วยประมวลผลกลาง นาข้อมูลมาเก็บ และเรียกค้นได้อย่างรวดเร็ว เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องอาศัยหน่วยความจาหลัก เพื่อใช้เก็บข้อมูลและคาสั่งซีพียูจะทา หน้าที่นาคาสั่ง จากหน่วยความจาหลัก มาแปลงความหมายแล้วกระทาตาม เมื่อทาเสร็จก็จะนาผลลัพธ์ มาเก็บไว้ในหน่วยความจาหลัก ซีพียูจะกระทาตามขั้นตอนเช่นนี้เป็นวงรอบเรื่อยๆ ไปอย่างรวดเร็ว เรียก การทางานลักษณะนี้ว่า วงรอบคาสั่ง (Execution cycle)
  • 12.
    3.ส่วนแสดงผล (Output Unit) หน่วยแสดงผล (Output Unit) ทาหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากคอมพิวเตอร์ โดยมากจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท  1. หน่วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy) หมายถึงการแสดงผลออกมาให้ผู้ใช้ได้รับทราบในขณะนั้น แต่เมื่อเลิกการทางานหรือเลิกใช้แล้วผลนั้นก็ จะหายไป ไม่เหลือเป็นวัตถุให้เก็บได้ถ้าต้องการเก็บผลลัพธ์นั้นก็สามารถส่งถ่ายไปเก็บในรูปของข้อมูล ในหน่วยเก็บข้อมูลสารอง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในภายหลัง  2. หน่วยแสดงผลถำวร (Hard Copy) หมายถึงการแสดงผลที่สามารถจับต้อง และ เคลื่อนย้ายได้ตามต้องการ มักจะออกมาในรูปของกระดาษ ซึ่งผู้ใช้สามารถนาไปใช้ในที่ต่าง ๆ หรือให้ ผู้ร่วมงานดูในที่ใด ๆ ก็ได้
  • 13.
  • 14.
  • 15.
  • 16.
  • 17.
  • 18.
  • 19.
  • 20.
    4.หน่วยความจา (Memory Unit) หน่วยความจา (Memory Unit) ทาหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจาก หน่วยรับข้อมูล เพื่อเตรียมส่งออกหน่วยประมวลผลกลางทาการประมวลผล และรับ ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล และเตรียมส่งออกหน่วยแสดงผลข้อมูลต่อไป ซึ่ง หน่วยความจาของคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
  • 21.
    4.1) หน่วยความจาหลัก (MainMemory Unit)  4.1.1) หน่วยควำมจำหลักแบบอ่ำนได้อย่ำงเดียว (Read Only Memory – ROM) เป็นหน่วยความจาแบบสารกึ่ง ตัวนาชั่วคราวชนิดอ่านได้อย่างเดียว ใช้เป็นสื่อบันทึกในคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถบันทึกซ้าได้ (อย่างง่ายๆ) เป็นความจาที่ซอฟต์แวร์ หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนามาต่อกับไมโครโพรเซสเซอร์ได้โดยตรง หน่วยความจาประเภทนี้แม้ไม่มีไฟเลี้ยงต่ออยู่ ข้อมูลก็จะไม่ หายไปจากน่วยความจา (nonvolatile)  โดยทั่วไปจะใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องมีการแก้ไขอีกแล้วเช่น เก็บโปรแกรมไบออส (Basic Input output System : BIOS) หรือเฟิร์มแวร์ ที่ควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ใช้เก็บโปรแกรมการทางานสาหรับเครื่องคิดเลขใช้เก็บโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ที่ ทางานเฉพาะด้าน เช่น ในรถยนต์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมวงจร ควบคุมในเครื่องซักผ้า เป็นต้น
  • 22.
     4.1.2) หน่วยควำมจำหลักแบบแก้ไขได้(Random Access Memory – RAM) เป็นหน่วยความจาหลัก ที่ใช้ใน ระบบคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน หน่วยความจาชนิดนี้อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตาแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจากัดในการอ่านและเขียนข้อมูล ที่ต้องทาตามลาดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้ ในสื่อ หรือมีข้อกาจัดแบบรอม ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว ข้อมูลในแรม อาจเป็นโปรแกรมที่กาลังทางาน หรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่กาลังทางานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไป ทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจาชนิดนี้จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น
  • 23.
    4.2) หน่วยเก็บข้อมูลสารอง (SecondaryStorage Unit)  4.2.1) แบบจำนแม่เหล็ก เป็นอุปกรณ์สารองข้อมูลที่เป็นลักษณะของจานแม่เหล็กสาหรับบันทึกข้อมูลไว้ภายใน Disk ได้รับความ นิยมและใช้งานมานานพอสมควรซึ่งเป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่ใช้หลักๆ เลยในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์
  • 24.
     4.2.2) แบบแสงเป็นสื่อเก็บข้อมูลสารองที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยใช้หลักการทางานของแสง การจัดการข้อมูลจะคล้ายกับ แผ่นจานแม่เหล็ก ต่างกันที่การแบ่งจะเป็นรูปก้นหอย และเริ่มเก็บบันทึกข้อมูลจากส่วนด้านในออกมาด้านนอก ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันดี เช่น CD , DVD
  • 25.
     4.2.3) แบบเทปเป็นสื่อเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจานวนมากและเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลาดับต่อเนื่องกันไป มีการผลิตขึ้นมา หลากหลายขนาดแตกต่างกันไป เช่น DAT และ QIC เป็นต้นปัจจุบันไม่ค่อยถือเป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  • 26.
     4.2.4) แบบอื่นๆเป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น Flash Drive, Thumb Drive , Handy Drive เป็นต้น อีกชนิดคือ Memory Card เพื่อใช้เก็บข้อมูลในกล้องดิจิตอลแบบพกพา
  • 27.
  • 28.
  • 29.