ความรับผิดเพื่อละเมิด

เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
ชาคริต สิทธิเวช
สัปดาห์ที่แล้ว
2
ความรับผิดทางอาญา
เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
3
ความรับผิดทางอาญา
• ประหารชีวิต
• จำคุก
• กักขัง
• ปรับ
• ริบทรัพย์สิน
4
ความรับผิดทางอาญา
• ประหารชีวิต
• จำคุก
• กักขัง
• ปรับ
• ริบทรัพย์สิน
มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง  โทษสำหรับลงแก่
ผู้กระทำความผิดมีดังนี้
(๑) ประหารชีวิต
(๒) จำคุก
(๓) กักขัง
(๔) ปรับ
(๕) ริบทรัพย์สิน
4
ความรับผิดทางอาญา
• ประหารชีวิต
• จำคุก
• กักขัง
• ปรับ
• ริบทรัพย์สิน
มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง  โทษสำหรับลงแก่
ผู้กระทำความผิดมีดังนี้
(๑) ประหารชีวิต
(๒) จำคุก
(๓) กักขัง
(๔) ปรับ
(๕) ริบทรัพย์สิน
มาตรา ๑๙  ผู้ใดต้องโทษประหารชีวิต
ให้ดำเนินการด้วยวิธีฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย
หลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิต ให้
เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
4
ความรับผิดทางอาญา

เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ
• ประมวลกฎหมายอาญา
• พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
5
ประมวลกฎหมายอาญา
6
• ทำให้เกิดอุทกภัยหรือความไม่สะดวกในการใช้ทางน้ำ
• เอาของมีพิษเจือปนลงไปในอาหารหรือน้ำ
• ทำให้เกิดปฏิกูลแก่น้ำที่ประชาชนใช้สอย
7
ข้อสังเกต
8
คำถาม???
9
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา

คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 

พ.ศ. ๒๕๓๕
10
• ฝ่าฝืนคำสั่งที่สั่งการเพื่อระงับ
สาธารณภัยหรือการแพร่
กระจายของมลพิษ
• บุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลาย
ทรัพยากรธรรมชาติหรือก่อให้
เกิดภาวะมลพิษ
• ขัดขืนคำสั่งในการห้ามใช้
ยานพาหนะ
• ผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำ
เสียหรือของเสียฝ่าฝืนหรือไม่
ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้า
พนักงานควบคุมมลพิษหรือ
ฝ่าฝืนดำเนินการต่อ
• ฝ่าฝืนข้อกำหนดในเขต
อนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองสิ่ง
แวดล้อม
11
• แพร่หรือไขข่าวอันเป็นเท็จ
เกี่ยวกับอันตรายจากแหล่ง
กำเนิดมลพิษ
• ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้ยาน
พาหนะที่ก่อให้เกิดมลพิษ
• ฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้า
หน้าที่ที่สั่งการเพื่อตรวจสอบ
ยานพาหนะที่ก่อมลพิษ
• ควบคุมหรือให้บริการบำบัด
น้ำเสียหรือกำจัดของเสียโดย
ไม่ได้รับอนุญาต
• ขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำ
สั่งของพนักงานเจ้าพนักงาน
ควบคุมมลพิษ
12
• ไม่บำบัดน้ำเสียหรือกำจัด
ของเสียตามเงื่อนไขหรือ
ไม่จัดให้มีผู้ควบคุมระบบ
บำบัดน้ำเสียหรือระบบ
กำจัดของเสีย
• ไม่จัดเก็บสถิติข้อมูลหรือ
ไม่ทำบันทึกหรือรายงาน
• ทำบันทึกหรือรายงานอัน
เป็นเท็จ
• จัดจ้างผู้ควบคุมระบบ
บำบัดน้ำเสียหรือระบบ
กำจัดของเสียที่ถูกเพิก
ถอนใบอนุญาต
13
ข้อสังเกต
14
คำถาม???
15
วันนี้
ความรับผิดเพื่อละเมิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
16
• ละเมิดคืออะไร
• ความรับผิดเพื่อละเมิดของตนเอง
• ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น
• ความรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิดจากทรัพย์
17
ละเมิดคืออะไร
18
19
20
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ละเมิด ก. ล่วงเกินหรือฝ่าฝืนจารีตประเพณีหรือ
กฎหมายที่มีบัญญัติไว้; (กฎ) จงใจหรือ
ประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิด
กฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย
อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิ.
21
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
22
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ละเมิด ก. ล่วงเกินหรือฝ่าฝืนจารีตประเพณีหรือ
กฎหมายที่มีบัญญัติไว้; (กฎ) จงใจหรือ
ประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิด
กฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย
อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิ.
23
ละเมิดคืออะไร
24
คำถาม???
25
ความรับผิดเพื่อละเมิดของตนเอง
26
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
27
องค์ประกอบของความรับผิดเพื่อ
ละเมิดของตนเอง
28
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ตั้งใจทำ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ตั้งใจทำ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ตั้งใจทำ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่ได้ตั้งใจทำแต่ไม่
ระมัดระวังตามสมควร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่ได้ตั้งใจทำแต่ไม่
ระมัดระวังตามสมควร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่ได้ตั้งใจทำแต่ไม่
ระมัดระวังตามสมควร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่รวมตัวเอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
มีกฎหมายห้าม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
มีกฎหมายห้าม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
มีกฎหมายห้าม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่มีกฎหมายให้
อำนาจ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่มีกฎหมายให้
อำนาจ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ไม่มีกฎหมายให้
อำนาจ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
29
30
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ
ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย
ถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี
เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
31
คำถาม???
32
ข้อสังเกต
33
ความรับผิดเพื่อละเมิดของบุคคลอื่น
34
35
36
ความรับผิดของนายจ้าง
เพื่อละเมิดของลูกจ้าง
37
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับ
ลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไป
ในทางการที่จ้างนั้น
38
คำถาม???
39
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอัน
ลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้าง
นั้น
40
41
คำถาม???
42
ข้อสังเกต
43
ความรับผิดเพื่อความเสียหาย
อันเกิดจากทรัพย์
44
ความรับผิดเพื่อความเสียหายอันเกิด
จากทรัพย์อันตราย
45
46
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยาน
พาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้น
จะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย
หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครอง
ของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือ
โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์
นั้นด้วย
47
คำถาม???
48
ข้อสังเกต
49
บทเรียนสำคัญสำหรับวันนี้
50
สัปดาห์หน้า
ความรับผิดทางปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
51

ความรับผิดเพื่อละเมิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม