เสนอ
มิสเขมจิรา ปลงไสว
โดย
นายบุญเลิศ บุญยะไทย ม.6/2 เลขที่ 41
 ลาโพง (อังกฤษ: loudspeaker, speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า
เชิงกลอย่างหนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลาย
แบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver)
และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจร
อิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก)
 ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็ก
เท่าปลายนิ้ว จนถึงใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่
แตกต่างกัน
 ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มี
ความถี่สูง
 มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วง
ความถี่เป็นกลางๆ คือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป
 วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มี
ความถี่ต่า
 ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยกต่างหาก
และใช้วงจรขยายสัญญาณในตัว
 ไมโครโฟน คืออุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อประมวลผลในเครื่อง
ขยายเสียงหรืออุปกรณ์ผสมเสียงอื่น ๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็น
หลัก เมื่อเสียงกระทบตัวรับในไมโครโฟน จะทาให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับ
สนามแม่เหล็ก จึงทาให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทางานตรงข้ามกับ
ลาโพง โดยทั่วไปไมโครโฟนใช้รับเสียงพูดหรือเสียงร้องเพลง
 ชนิดของไมโครโฟน
 ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้ 2 ประเภท ได้แก่
 แบบไดนามิก
 แบบคอนเดนเซอร์
 แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่รอบแกนแม่เหล็ก ทาให้เกิด
กระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า
 แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัวไมค์ ซึ่งมีแผ่นโลหะบางๆ
ตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-ปิดทางเดินของวงจรไฟฟ้า
 ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้ 2 ประเภท ได้แก่
 แบบไดนามิก
 แบบคอนเดนเซอร์
 แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่รอบแกนแม่เหล็ก
ทาให้เกิดกระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า
 แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัวไมค์ ซึ่งมีแผ่น
โลหะบางๆตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-ปิดทางเดินของ
วงจรไฟฟ้า
 เครื่องพิมพ์ (อังกฤษ: Computer printer) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่
จะผลิตข้อความและ/หรือกราฟิกของเอกสารที่เก็บไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ออกมาในสื่อทางกายภาพเช่นกระดาษหรือแผ่นใส
 เครื่องพิมพ์ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั่วไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล
เครื่องพิมพ์หรือในเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จะเป็นสายยูเอสบี เครื่องพิมพ์บางชนิด
ที่เรียกกันว่าเครื่องพิมพ์เครือข่าย(Network Printer) อินเตอร์เฟซ
ที่ใช้มักจะเป็นแลนไร้สายและ/หรือ
 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer หรือ Toner-based printers) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้
เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่ง
ผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะ
ทางานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมา
ได้ดีกว่าแบบพ่นหมึกมากๆ
 เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดยการ
พ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่น
หมึกออกตามแต่ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่างแม่นยา ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์
แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมาก ๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่น
หมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์
 เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน (Thermal printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดนการให้ความร้อนแก่
กระดาษโดยไม่ต้องใช้หมึก เช่นแบบที่ใช้ในการพิมพ์ใบเสร็จจากเครื่องATMเครื่องคิดเงินในห้างสรรพสินค้า
หรือร้านสะดวกซื้อ เครื่องคิดเลขแบบตั้งโต๊ะบางประเภท รวมถึงเครื่องโทรสารในสมัยก่อนก็ใช้ระบบการพิมพ์
แบบนี้
 http://en.wikipedia.org/
 http://www.thaigoodview.com/library/contes
t2552/type2/tech04/24/n2.html

อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

  • 1.
  • 3.
     ลาโพง (อังกฤษ:loudspeaker, speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า เชิงกลอย่างหนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลาย แบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจร อิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก)  ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็ก เท่าปลายนิ้ว จนถึงใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่ แตกต่างกัน
  • 4.
     ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มี ความถี่สูง มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วง ความถี่เป็นกลางๆ คือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป  วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มี ความถี่ต่า  ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยายสัญญาณในตัว
  • 7.
     ไมโครโฟน คืออุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อประมวลผลในเครื่อง ขยายเสียงหรืออุปกรณ์ผสมเสียงอื่น ๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็น หลัก เมื่อเสียงกระทบตัวรับในไมโครโฟน จะทาให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับ สนามแม่เหล็ก จึงทาให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทางานตรงข้ามกับ ลาโพง โดยทั่วไปไมโครโฟนใช้รับเสียงพูดหรือเสียงร้องเพลง  ชนิดของไมโครโฟน  ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้ 2 ประเภท ได้แก่  แบบไดนามิก  แบบคอนเดนเซอร์  แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่รอบแกนแม่เหล็ก ทาให้เกิด กระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า  แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัวไมค์ ซึ่งมีแผ่นโลหะบางๆ ตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-ปิดทางเดินของวงจรไฟฟ้า
  • 8.
     ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้าได้ 2 ประเภท ได้แก่  แบบไดนามิก  แบบคอนเดนเซอร์  แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่รอบแกนแม่เหล็ก ทาให้เกิดกระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า  แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัวไมค์ ซึ่งมีแผ่น โลหะบางๆตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-ปิดทางเดินของ วงจรไฟฟ้า
  • 11.
     เครื่องพิมพ์ (อังกฤษ:Computer printer) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ จะผลิตข้อความและ/หรือกราฟิกของเอกสารที่เก็บไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาในสื่อทางกายภาพเช่นกระดาษหรือแผ่นใส  เครื่องพิมพ์ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั่วไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล เครื่องพิมพ์หรือในเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่จะเป็นสายยูเอสบี เครื่องพิมพ์บางชนิด ที่เรียกกันว่าเครื่องพิมพ์เครือข่าย(Network Printer) อินเตอร์เฟซ ที่ใช้มักจะเป็นแลนไร้สายและ/หรือ
  • 12.
     เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laserprinter หรือ Toner-based printers) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้ เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะ ทางานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมา ได้ดีกว่าแบบพ่นหมึกมากๆ  เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดยการ พ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทาการพ่น หมึกออกตามแต่ละจุดในตาแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่างแม่นยา ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์ แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมาก ๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่น หมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์  เครื่องพิมพ์แบบใช้ความร้อน (Thermal printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทางานโดนการให้ความร้อนแก่ กระดาษโดยไม่ต้องใช้หมึก เช่นแบบที่ใช้ในการพิมพ์ใบเสร็จจากเครื่องATMเครื่องคิดเงินในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ เครื่องคิดเลขแบบตั้งโต๊ะบางประเภท รวมถึงเครื่องโทรสารในสมัยก่อนก็ใช้ระบบการพิมพ์ แบบนี้
  • 14.