อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิส เขมจิรา ปลงไสว
ไมโครโฟน
ไมโครโฟน คืออุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อประมวลผลในเครื่องขยายเสียงหรือ
อุปกรณ์ผสมเสียงอื่น ๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็นหลัก เมื่อเสียงกระทบตัวรับ
ในไมโครโฟน จะทาให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับสนามแม่เหล็กจึงทาให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็น
หลักการทางานตรงข้ามกับลาโพง โดยทั่วไปไมโครโฟนใช้รับเสียงพูดหรือเสียงร้องเพลง
ชนิดของไมโครโฟน
ชนิดของไมโครโฟน แบ่งตามหลักการทางไฟฟ้า ได้ 2 ประเภท ได้แก่
-แบบไดนามิก
-แบบคอนเดนเซอร์
แบบไดนามิก ทางานโดยการสั่นสะเทือนของขดลวด ที่อยู่รอบแกน
แม่เหล็ก ทาให้เกิดกระแสไฟฟ้า อาศัยหลักการเหนี่ยวนาไฟฟ้า
แบบคอนเดนเซอร์ ปล่อยกระแสไฟฟ้าสายตรง ไหลไปยังตัวไมค์ ซึ่งมี
แผ่นโลหะบางๆตรวจจับการสั่นสะเทือนของอากาศ แล้วเปิด-ปิดทางเดิน
ของวงจรไฟฟ้า
ลาโพง
ลาโพง (อังกฤษ: loudspeaker, speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกลอย่างหนึ่ง ทาหน้าที่
แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลายแบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอก
ลาโพง หรือตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพง
และวงจรอิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์ก)
ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าปลายนิ้ว
จนถึงใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน
ประเภทลาโพงต่างๆ
ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่สูง
มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงในช่วงความถี่เป็นกลางๆ คือ
ไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป
วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่มีความถี่ต่า
ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยกต่างหาก และใช้วงจรขยาย
สัญญาณในตัว
จอภาพระบบสัมผัส
จอสัมผัส (touchscreen) เป็นรูปแบบหนึ่งของอุปกรณ์แสดงผลและนาเข้าข้อมูลที่ผสมร่วมกัน
เพื่อลดขนาดพื้นที่การใช้งาน โดยโปรแกรมจะแสดงผลภาพกราฟิกบนจอภาพ และผู้ใช้สามารถใช้
นิ้วมือสัมผัสบนจอภาพ เพื่อเลือกรายการต่างๆ ทั้งที่อยู่ในลักษณะของรูปภาพ หรือข้อความก็ได้
เพื่อสั่งงาน จอสัมผัสนิยมนามาใช้ในลักษณะของงานที่ช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาการใช้อุปกรณ์นาเข้า
แบบจับต้อง เช่น แป้นพิมพ์, เมาส์ เป็นต้น
หน้าจอสัมผัสจะสามารถรู้ตาแหน่งที่เราสัมผัสได้นั้นจะต้องอาศัยระบบพื้นฐานซึ่งมี 3 ประเภท คือ
ตัวต้านทาน (resistive)
ระบบตัวต้านทานประกอบด้วย ช่องกระจกเคลือบด้วยตัวนาและตัวต้านทานโดยทั้ง
สองชั้นนี้ไม่ได้อยู่ติดกัน โดยมีตัวกั้นและชั้นตัวต้านทานที่ปรับค่าได้อยู่บนสุด ในขณะ
ที่หน้าจอกาลังทางานจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทั้งสองชั้น เมื่อผู้ใช้สัมผัสหน้าจอ ทาให้
ชั้นทั้งสองชั้นสัมผัสกันตรงตาแหน่งที่เราสัมผัส เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าที่
ไหลผ่าน และถูกบันทึกไว้และคานวณหาตาแหน่งโดยทันที เมื่อรู้ว่าสัมผัสตรงส่วนใด
แล้ว จะมีไดรเวอร์พิเศษที่ทาหน้าที่แปลการสัมผัสไปเป็นสัญญาณหรือรหัสส่งไปให้
ระบบปฏิบัติการ
ตัวเก็บประจุ (capacitive)
ระบบตัวเก็บประจุ จะเป็นชั้นที่ไว้สาหรับเก็บประจุไฟฟ้าซึ่งจะวางอยู่บนช่องกระจกของหน้าจอ เมื่อ
ผู้ใช้สัมผัสหน้าจอ ประจุไฟฟ้าบางส่วนจะถูกส่งไปยังตัวผู้ใช้ทาให้ประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในตัวเก็บประจุ
ลดลง การลดลงนี้จะเป็นตัวบอกตาแหน่งของการสัมผัสซึ่งจะมีวงจรที่คอยตรวจสอบอยู่ที่มุมของ
หน้าจอทั้งสี่มุม ต่อจากนั้นคอมพิวเตอร์จะคานวณ จากผลต่างของประจุไฟฟ้าในแต่ละมุม จนได้
ตาแหน่งตรงที่ผู้ใช้สัมผัสแล้วจึงส่งไปให้ไดรเวอร์
คลื่นเสียงที่ผิวของหน้าจอ (surface acoustic wave)
ระบบคลื่นเสียง บนหน้าจอของระบบคลื่นเสียงที่ผิวหน้าจอจะมีตัวรับ และส่งสัญญาณอยู่ตลอด
แนวตั้งและแนวนอน ของแผ่นกระจกของหน้าจอ และตัวตัวสะท้อน ซึ่งจะทาหน้าที่ ส่งสัญญาณ
อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากตัวส่งสัญญาณไปยังตัวอื่น ตัวรับสัญญาณจะเป็นตัวบอกถ้าคลื่นถูก
รบกวนโดยการสัมผัสของผู้ใช้ และจะสามารถระบตาแหน่งที่สัมผัสได้ การใช้ระบบคลื่นทาให้
หน้าจอสามารถแสดงภาพได้อย่างชัดเจนมากกว่าทั้งสองระบบข้างต้น

อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์