อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิส เขมจิรา ปลงไสว
โดย
นางสาว ศตพร ชลมาศ
ม.6/3 เลขที่ 16
ลาโพง ( loudspeaker, speaker)
เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกล อย่างหนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้า ให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลาย
แบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้
(speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจรอิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอส
โอเวอร์เน็ตเวิร์ก)
ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าปลายนิ้ว จนถึง
ใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน
ประเภทของลาโพง
1.ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่
มีความถี่สูง
2.มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียง
ในช่วงความถี่เป็นกลางๆ คือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป
3.วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียง
ที่มีความถี่ต่า
4.ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยก
ต่างหาก และใช้วงจรขยายสัญญาณในตัว
สแกนเนอร์ (scanner)
สแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์ทาหน้าที่อ่านข้อมูลที่อยู่ในรูปของรหัสแท่ง (Bar Code)
แล้ว แปลงเป็นข้อมูล ที่อยู่ในรูปที่คอมพิวเตอร์ สามารถรับรู้และนาไปประมวลผลได้
สแกนเนอร์แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ
1.แบบแท่นนอน (flatbed scanner)
2.แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-fed scanner)
3.แบบมือถือ
แบบแท่นนอน (Flatbed scanner)
สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บนแผ่น
กระจกใส และเมื่อทาการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ข้อจากัด
ของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้ แต่กลไกภายในต้องใช้ การสะท้อน
แสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทาให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก การทางานของสแกนเนอร์
แบบแท่นนอน แสงจากหลอดไฟกระทบกับหน้าหนังสือด้านที่วางแนบแผ่นกระจก โดยบริเวณที่เป็นสี
ขาวจะสามารถสะท้อนแสงได้มากกว่า บริเวณที่มีสีทึบกว่า มอเตอร์ที่ติดอยู่กับหัวสแกนจะค่อย ๆ
เลื่อนหัวสแกนเนอร์จากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยที่หัวสแกนเนอร์ของสแกนเนอร์ จะมีตัวรับ
แสงได้ละเอียดถึง 1/90,000 ต่อตารางนิ้ว ข้อมูลดิจิตอลที่ได้ถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่
ซอฟต์แวร์กราฟฟิก หรือซอฟต์แวร์อ่านตัวอักษร (Optical Character Recognition
software) สามารถนไปใช้งานได้ แสงสะท้อนจากหน้าหนังสือ ตกกระทบสู่หมู่กระจกซึ่งจะเรียงตัว
ทามุมได้พอเหมาะกับเลนส์ ของสแกนเนอร์ได้ตลอดเวลา แสงที่ผ่านเลนส์จะรวมตัวกันทาให้มีความ
เข้มมากขึ้นจะผ่านตกกระทบลงบนไดโอดรับแสงซึ่ง เรียงตัวกันอยู่ที่หลังของเลนส์ ไดโอดดังกล่าวทา
หน้าที่เปลี่ยนค่าความเข้มของแสงให้เป็นสัญญาณ ไฟฟ้า โดยแสงที่มีความเข้มมาก ก็จะทาให้
สัญญาณ แรงดันไฟฟ้าที่มีค่ามากขึ้นตามไปด้วย วงจรแปลงอนาลอกเป็นดิจิตอล (A-D:Analog-
to-Digital Converter) แปลงสัญญาณอนาลอก ที่ได้จากไดโอด ให้เป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่งใช้
แทนจุดที่เป็นสีขาวและดา มีความละเอียดของข้อมูลสูง สแกนเนอร์แบบสีทางานคล้าย ๆ กันเพียงจะ
สแกน 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะสแกนเก็บความเข้มของแสง ที่ผ่านตัวกรองแสงสีแดง เขียว และน้าเงิน
และนามารวมกันเป็นภาพในขั้นสุดท้าย
แบบเลื่อนกระดาษ (sheet-fed scanner)
สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกนซึ่ง อยู่กับที่
ข้อจากัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้เท่านั้น ไม่
สามารถ อ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้
แบบมือถือ
สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไปบนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมือถือ
ได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไกที่ใช้ไม่
สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจากัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสม่าเสมอ ในการ
เลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้หัวสแกนเนอร์แบบนี้ยังมีหัวสแกนที่มีขนาดสั้น ทาให้
อ่านภาพบนหน้าหนังสือขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ 1 หน้า ทาให้ต้องอ่านหลายครั้งกว่าจะครบหนึ่งหน้า
ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์ แบบมือถือ ซึ่งสามารถต่อภาพที่เกิดจากการ
สแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน
เว็บแคม (Webcam)
เว็บแคม (Webcam) หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Web Camera แต่ในบางครั้งก็มีคนเรียกว่า Video
Camera หรือ Video Conference เป็นอุปกรณ์พุตที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวของเราไป
ปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้คนอีกฟาก
หนึ่งสามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหวได้เหมือนอยู่ต่อหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง
และเริ่มมีความจาเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยี่ห้อกล้องเว็บแคมที่มีชื่อเสียงและใช้กันทั่วไป โดยที่เด่นที่สุด
ในตอนนี้ คือ กล้องเว็บแคมของ Logitech ซึ่งผลิตกล้องเว็บแคมออกมาในท้องตลาดมากที่สุด ทั้ง
เรื่องคุณภาพและความสวยงามก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ
ชนิดของกล้องเว็บแคม
กล้องเว็บแคม (Webcam) แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ แบบมีสาย และแบบไร้สาย โดยแต่ละชนิดมี
ความแตกต่างกันดังนี้
กล้องเว็บแคม (WebCam) แบบมีสาย จะมีความยุ่งยากในเรื่องการใช้สายต่อพ่วงเข้า
กับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะมีราคาถูกกว่าแบบไร้สายมาก ทาให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อกล้องเว็บแคม
(Webcam) แบบมีสายมาใช้งาน
กล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย จะมีราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับแบบมี
สาย เนื่องจากตัวกล้อง ต้องใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายที่เรียกว่า Wireless WiFi หรือ IEEE
802.11 ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูง จึงส่งผลให้ตัวกล้องมีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก

อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

  • 1.
  • 2.
    ลาโพง ( loudspeaker,speaker) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงกล อย่างหนึ่ง ทาหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้า ให้เป็นเสียง มีด้วยกันหลาย แบบ คาว่า ลาโพงมักจะเรียกรวมกัน ทั้งดอกลาโพง หรือตัวขับ (driver) และลาโพงทั้งตู้ (speaker system) ที่ประกอบด้วยลาโพงและวงจรอิเล็กทรอนิกส์สาหรับแบ่งย่านความถี่ (ครอส โอเวอร์เน็ตเวิร์ก) ลาโพงนับเป็นองค์ประกอบที่สาคัญในระบบเครื่องเสียง โดยมีขนาดตั้งแต่เล็กเท่าปลายนิ้ว จนถึง ใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบนิ้ว โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน
  • 3.
    ประเภทของลาโพง 1.ทวีทเตอร์ คือลาโพงที่มีขนาดเล็กสุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียงที่ มีความถี่สูง 2.มิดเรนจ์ คือลาโพงขนาดกลางของตู้ลาโพงถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียง ในช่วงความถี่เป็นกลางๆคือไม่สูงหรือไม่ต่ามากเกินไป 3.วูฟเฟอร์ คือลาโพงที่มีขนาดใหญ่สุดของตู้ลาโพงออกแบบมาเพื่อให้เสียง ที่มีความถี่ต่า 4.ซับวูฟเฟอร์ คือลาโพงที่ทาหน้าที่ขับความถี่เสียงต่าสุด มักมีตู้แยก ต่างหาก และใช้วงจรขยายสัญญาณในตัว
  • 4.
    สแกนเนอร์ (scanner) สแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์ทาหน้าที่อ่านข้อมูลที่อยู่ในรูปของรหัสแท่ง(Bar Code) แล้ว แปลงเป็นข้อมูล ที่อยู่ในรูปที่คอมพิวเตอร์ สามารถรับรู้และนาไปประมวลผลได้ สแกนเนอร์แบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ 1.แบบแท่นนอน (flatbed scanner) 2.แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-fed scanner) 3.แบบมือถือ
  • 5.
    แบบแท่นนอน (Flatbed scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้ายๆ กับเครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บนแผ่น กระจกใส และเมื่อทาการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ข้อจากัด ของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอนคือแม้ว่าอ่านภาพจากหนังสือได้ แต่กลไกภายในต้องใช้ การสะท้อน แสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทาให้ภาพมีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก การทางานของสแกนเนอร์ แบบแท่นนอน แสงจากหลอดไฟกระทบกับหน้าหนังสือด้านที่วางแนบแผ่นกระจก โดยบริเวณที่เป็นสี ขาวจะสามารถสะท้อนแสงได้มากกว่า บริเวณที่มีสีทึบกว่า มอเตอร์ที่ติดอยู่กับหัวสแกนจะค่อย ๆ เลื่อนหัวสแกนเนอร์จากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยที่หัวสแกนเนอร์ของสแกนเนอร์ จะมีตัวรับ แสงได้ละเอียดถึง 1/90,000 ต่อตารางนิ้ว ข้อมูลดิจิตอลที่ได้ถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่ ซอฟต์แวร์กราฟฟิก หรือซอฟต์แวร์อ่านตัวอักษร (Optical Character Recognition software) สามารถนไปใช้งานได้ แสงสะท้อนจากหน้าหนังสือ ตกกระทบสู่หมู่กระจกซึ่งจะเรียงตัว ทามุมได้พอเหมาะกับเลนส์ ของสแกนเนอร์ได้ตลอดเวลา แสงที่ผ่านเลนส์จะรวมตัวกันทาให้มีความ เข้มมากขึ้นจะผ่านตกกระทบลงบนไดโอดรับแสงซึ่ง เรียงตัวกันอยู่ที่หลังของเลนส์ ไดโอดดังกล่าวทา หน้าที่เปลี่ยนค่าความเข้มของแสงให้เป็นสัญญาณ ไฟฟ้า โดยแสงที่มีความเข้มมาก ก็จะทาให้ สัญญาณ แรงดันไฟฟ้าที่มีค่ามากขึ้นตามไปด้วย วงจรแปลงอนาลอกเป็นดิจิตอล (A-D:Analog- to-Digital Converter) แปลงสัญญาณอนาลอก ที่ได้จากไดโอด ให้เป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่งใช้ แทนจุดที่เป็นสีขาวและดา มีความละเอียดของข้อมูลสูง สแกนเนอร์แบบสีทางานคล้าย ๆ กันเพียงจะ สแกน 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะสแกนเก็บความเข้มของแสง ที่ผ่านตัวกรองแสงสีแดง เขียว และน้าเงิน และนามารวมกันเป็นภาพในขั้นสุดท้าย
  • 6.
    แบบเลื่อนกระดาษ (sheet-fed scanner) สแกนเนอร์แบบนี้จะรับกระดาษแล้วค่อยๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่านหัวสแกนซึ่ง อยู่กับที่ ข้อจากัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็นแผ่นกระดาษได้เท่านั้น ไม่ สามารถ อ่านภาพจากสมุดหรือหนังสือได้ แบบมือถือ สแกนเนอร์แบบนี้ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไปบนหนังสือหรือรูปภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมือถือ ได้รวม เอาข้อดีของสแกนเนอร์ ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไกที่ใช้ไม่ สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจากัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสม่าเสมอ ในการ เลื่อนหัวสแกนเนอร์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้หัวสแกนเนอร์แบบนี้ยังมีหัวสแกนที่มีขนาดสั้น ทาให้ อ่านภาพบนหน้าหนังสือขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ 1 หน้า ทาให้ต้องอ่านหลายครั้งกว่าจะครบหนึ่งหน้า ซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์ แบบมือถือ ซึ่งสามารถต่อภาพที่เกิดจากการ สแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน
  • 7.
    เว็บแคม (Webcam) เว็บแคม (Webcam)หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Web Camera แต่ในบางครั้งก็มีคนเรียกว่า Video Camera หรือ Video Conference เป็นอุปกรณ์พุตที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวของเราไป ปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ และสามารถส่งภาพเคลื่อนไหวนี้ผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้คนอีกฟาก หนึ่งสามารถเห็นตัวเราเคลื่อนไหวได้เหมือนอยู่ต่อหน้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง และเริ่มมีความจาเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยี่ห้อกล้องเว็บแคมที่มีชื่อเสียงและใช้กันทั่วไป โดยที่เด่นที่สุด ในตอนนี้ คือ กล้องเว็บแคมของ Logitech ซึ่งผลิตกล้องเว็บแคมออกมาในท้องตลาดมากที่สุด ทั้ง เรื่องคุณภาพและความสวยงามก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ
  • 8.
    ชนิดของกล้องเว็บแคม กล้องเว็บแคม (Webcam) แบ่งออกได้2 ชนิด คือ แบบมีสาย และแบบไร้สาย โดยแต่ละชนิดมี ความแตกต่างกันดังนี้ กล้องเว็บแคม (WebCam) แบบมีสาย จะมีความยุ่งยากในเรื่องการใช้สายต่อพ่วงเข้า กับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะมีราคาถูกกว่าแบบไร้สายมาก ทาให้คนส่วนใหญ่นิยมซื้อกล้องเว็บแคม (Webcam) แบบมีสายมาใช้งาน กล้องเว็บแคม (Webcam) แบบไร้สาย จะมีราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับแบบมี สาย เนื่องจากตัวกล้อง ต้องใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายที่เรียกว่า Wireless WiFi หรือ IEEE 802.11 ที่ค่อนข้างมีต้นทุนสูง จึงส่งผลให้ตัวกล้องมีราคาแพงจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก