ภาษา C ได้ถูกคิดค้นโดย Dennis Ritchie ในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515)
ซึ่งมีการพัฒนามาจากภาษา ALGOL, ภาษา BCPL และภาษา B โดยมี
จุดเด่นดังนี้
 มีแนวคิดในการพัฒนาโดยอาศัยหลักการ “โปรแกรมเชิงโครงสร้าง
    (Structure Programming)”
 การทางานไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ สามารถนาไปใช้ใน CPU รุ่นต่างกันได้
 สามารถทางานแทนภาษา Assembly ได้
 ความสามารถของคอมไพเลอร์ทางานได้รวดเร็ว โดยใช้รหัส ออบเจ๊กต์
    (Object) ที่สั้น
โครงสร้างของภาษา C จะประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ ดังนี้

„ ส่วนของเฮดเดอร์ไฟล์ (Header File or Processing Directive)
„ ส่วนของตัวแปร (Global)
„ ส่วนของฟังก์ชัน (Function)
„ ส่วนของตัวแปร (Local)
„ ส่วนของตัวโปรแกรม
„ ส่วนของตัวส่งค่ากลับ
       เครื่องมือที่ใช้พัฒนาโปรแกรมภาษา C นั้นมีอยู่มากมาย เช่น
โปรแกรม Microsoft Visual C++ 2010 หรือโปรแกรม Turbo C++ เป็นต้น

ประวัติภาษาซี

  • 1.
    ภาษา C ได้ถูกคิดค้นโดยDennis Ritchie ในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) ซึ่งมีการพัฒนามาจากภาษา ALGOL, ภาษา BCPL และภาษา B โดยมี จุดเด่นดังนี้  มีแนวคิดในการพัฒนาโดยอาศัยหลักการ “โปรแกรมเชิงโครงสร้าง (Structure Programming)”  การทางานไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ สามารถนาไปใช้ใน CPU รุ่นต่างกันได้  สามารถทางานแทนภาษา Assembly ได้  ความสามารถของคอมไพเลอร์ทางานได้รวดเร็ว โดยใช้รหัส ออบเจ๊กต์ (Object) ที่สั้น
  • 2.
    โครงสร้างของภาษา C จะประกอบด้วยส่วนหลักๆ ดังนี้ „ ส่วนของเฮดเดอร์ไฟล์ (Header File or Processing Directive) „ ส่วนของตัวแปร (Global) „ ส่วนของฟังก์ชัน (Function) „ ส่วนของตัวแปร (Local) „ ส่วนของตัวโปรแกรม „ ส่วนของตัวส่งค่ากลับ เครื่องมือที่ใช้พัฒนาโปรแกรมภาษา C นั้นมีอยู่มากมาย เช่น โปรแกรม Microsoft Visual C++ 2010 หรือโปรแกรม Turbo C++ เป็นต้น