หน่วยการเรียนรู้
ที่
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
สาร
รอบตัว
• อธิบายสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จาก
การสังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมทั้งจัดกลุ่มธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่ง
โลหะ
• วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตุกัมมันตรังสีที่มีต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและ
สังคม จากข้อมูลที่รวบรวมได้
• ตระหนักในคุณค่าของพืชที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในโรงเรียน
• เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารผสม โดยการวัดอุณหภูมิ เขียนกราฟ แปลความหมาย
ข้อมูลจากกราฟหรือสารสนเทศ
• อธิบายและเปรียบเทียบความหนาแน่นของสารบริสุทธิ์และสารผสม
• ใช้เครื่องมือวัดมวลและปริมาตรของสารบริสุทธิ์และสารผสม
• อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลองและสารสนเทศ
• อธิบายโครงสร้างอะตอมที่ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โดยใช้แบบจำลอง
• อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสาร
ชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง
๑
สมบัติของสารแบ่งออกเป็น 2
ชนิด ดังนี้
สมบัติทางกายภาพ
สมบัติทางกายภาพเป็นสมบัติที่สามารถ
สังเกตได้จากภายนอกของสาร เช่น สี
กลิ่น รส การละลาย ความแข็ง การนำ
ไฟฟ้า จุดเดือด ความหนาแน่น เป็นต้น
สมบัติทางเคมี
สมบัติทางเคมีเป็นสมบัติที่เกิดจากการทำ
ปฏิกิริยาเคมี ซึ่งทำให้
เกิดสารใหม่ที่มีองค์ประกอบภายในและ
ภายนอกเปลี่ยนแปลงไป เช่น การเกิดสนิม
การเผาไหม้ ความเป็นกรด-เบสของสาร
เป็นต้น
เพชรมีความแข็งมากที่สุด
น้ำแข็งมีความหนาแน่น
น้อยกว่าน้ำทะเล
เงินนำไฟฟ้าได้ดีที่สุด การเผาไหม้ การเกิดสนิมเหล็ก
น้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรด
สมบัติของสาร
การจำแนกสารเพื่อระบุว่าสารนั้นๆ เป็นสารชนิดใด มี
เกณฑ์ในการจำแนก ดังนี้
1. การใช้สถานะเป็นเกณฑ์
เป็นการจำแนกสารโดยใช้สมบัติทางกายภาพของสาร ซึ่งสารแต่ละ
ชนิดมีรูปร่างและปริมาตรต่างกัน
การจัดเรียงอนุภาค
ภายในสารแต่ละ
ชนิดไม่เหมือนกัน
แรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างโมเลกุลของ
สารแต่ละชนิดไม่
เท่ากัน
อนุภาคของสาร
เคลื่อนที่แตก
ต่างกัน
เนื่องจาก
การจำแนกสาร
ทำให้ ส่งผลให้
สารแบ่งออกได้เป็น 3
สถานะ ดังนี้
ของแข็ง
อนุภาค : เรียง
ชิดกัน
แรงยึดเหนี่ยว : มาก
ที่สุด
การเคลื่อนที่ : สั่น
อยู่กับที่
ของเหลว
อนุภาค: อยู่ใกล้กัน
แรงยึดเหนี่ยว : ปานกลาง
การเคลื่อนที่ : เคลื่อนที่
ได้ แต่ไม่อิสระ
รูปร่าง : ไม่คงที่
ปริมาตร : คงที่
แก๊ส
อนุภาค: อยู่ห่างกันมาก
แรงยึดเหนี่ยว : น้อยที่สุด
การเคลื่อนที่ : เคลื่อนที่
ได้อย่างอิสระ
รูปร่าง : ไม่คงที่
ปริมาตร : ไม่คงที่
2. การใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ จำแนกสาร
ออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
สารเนื้อเดียว
สารเนื้อเดียว หมายถึง สารที่มีเนื้อสาร
เหมือนกันทุกส่วน
ทำให้สารมีสมบัติเหมือนกันตลอดทุก
ส่วน เช่น น้ำเกลือ ทองคำ เป็นต้น
สารเนื้อผสม
สารเนื้อผสม หมายถึง สารที่มีเนื้อสารแตก
ต่างกัน ทำให้สาร
มีสมบัติไม่เหมือนกันตลอดทุกส่วน เช่น
น้ำอบไทย น้ำคลอง
ส้มตำ เป็นต้น
น้ำเต้าหู้เป็นสารเนื้อเดียว สลัดเป็นสารเนื้อผสม
3. การใช้ขนาดของอนุภาคเป็นเกณฑ์ จำแนกสาร
ออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
สารแขวนลอย
สารผสมที่ประกอบด้วย
อนุภาคที่มีเส้น
ผ่านศูนย์กลางมากกว่า
เซนติเมตร เช่น น้ำโคลน
น้ำแป้ง เป็นต้น
คอลลอยด์
สารผสมที่ประกอบด้วย
อนุภาคที่มีเส้น
ผ่านศูนย์กลางระหว่าง -
เซนติเมตร เช่น น้ำนม
หมอก เป็นต้น
สารละลาย
สารผสมที่ประกอบด้วย
อนุภาคที่มีเส้น
ผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า
เซนติเมตร
เช่น น้ำเกลือ น้ำหวาน น้ำ
ทะเล เป็นต้น
น้ำโคลนเป็นสารแขวนลอย น้ำนมเป็นคอลลอยด์ น้ำทะเลเป็นสารละลาย
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ : คือ สารบางชนิดมีสี กลิ่น รูปร่าง หรือสถานะ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยไม่เกิดเป็นสารใหม่
พลังงานความร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สมบัติทางกายภาพหรือ
สถานะของสารเปลี่ยนแปลง ดังนี้
การหลอมเหลวของน้ำแข็ง การเดือดของน้ำกลายเป็นไอ ไอน้ำควบแน่นกลายเป็นน้ำ น้ำแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง
ารเปลี่ยนแปลงของสาร
การเปลี่ยนแปลงทางเคมี : คือ การเปลี่ยนแปลงของสารบางชนิด ที่มีผลต่อองค์
ประกอบเคมีภายใน ทำให้เกิดเป็นสารใหม่
ของแข็ง >>
ของเหลว
เรียกอุณหภูมินี้ว่า
จุดหลอมเหลว
ของเหลว >>
แก๊ส
เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดเดือด
แก๊ส >>
ของเหลว
เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุด
ควบแน่น
ของเหลว >>
ของแข็ง
เรียกอุณหภูมินี้ว่า
จุดเยือกแข็ง
(ซึ่งเป็นอุณหภูมิเดียวกับ
จุดหลอมเหลว)
การ
หลอมเหลว
ของแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวที่
อุณหภูมิหนึ่ง เรียกว่า จุดหลอมเหลว
การเดือด
ของเหลวเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สที่
อุณหภูมิหนึ่ง เรียกว่า จุดเดือด
ของแข็
ง
ของเห
ลว
แก๊ส
หลอมเหล
ว
ระเหย
การ
ควบแน่น
แก๊สเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวที่
อุณหภูมิหนึ่ง เรียกว่า จุดควบแน่น
การเยือก
แข็ง
ของเหลวเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งที่
อุณหภูมิหนึ่ง เรียกว่า จุดเยือกแข็ง
แข็งตัว
ควบแน่น
เมื่อน้ำในแหล่งน้ำได้รับ
ความร้อนจากดวงอาทิตย์
น้ำจะระเหยกลายเป็นไอ
น้ำลอยขึ้นไปในอากาศ
1
เมื่อไอน้ำในอากาศมี
อุณหภูมิต่ำลง
จะควบแน่นกลายเป็น
ละอองน้ำ
และรวมตัวกันเป็นเมฆ
2
เมื่อละอองน้ำในชั้นเมฆ
ตกลงมาเป็นหยดน้ำ
กระทบกับอากาศที่มี
อุณหภูมิต่ำ ทำให้หยดน้ำ
3
เมื่อลูกเห็บได้รับความ
ร้อนจาก
ดวงอาทิตย์ ลูกเห็บจะ
หลอมละลายกลายเป็น
4
เปลี่ยนสถานะของน้ำในธรรมชาติ
1. ธาตุ คือ สารบริสุทธ์ที่ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถแยก
หรือสลายออกเป็นสารอื่นได้
สารบริสุทธิ์ แบ่งออกเป็น 2
ชนิด ดังนี้
ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติต่างกัน และบางชนิดมีความคล้ายคลึงกัน เมื่อพิจารณาสมบัติ
ของธาตุ จะแบ่งธาตุได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
สารบริสุทธิ์
ธาตุโลหะ
เป็นธาตุที่มีสถานะเป็น
ของแข็งที่อุณหภูมิห้อง
(ยกเว้นปรอท) มีผิวมันวาว
นำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี
นิยมนำมาใช้
ในงานก่อสร้าง
ธาตุกึ่งโลหะ
เป็นธาตุที่มีสมบัติบาง
ประการเหมือนโลหะ และ
บางประการเหมือนอโลหะ
ซึ่งนำไฟฟ้า
ไม่ดีเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง
แต่จะนำไฟฟ้า
ธาตุอโลหะ
เป็นธาตุที่มีทั้ง 3 สถานะ
คือ ของแข็ง ของเหลว
แก๊ส และมีสมบัติตรงข้าม
กับ
ธาตุโลหะ เช่น ผิวไม่มัน
วาว ไม่นำไฟฟ้า
ธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ ที่มีเลขอะตอมสูงกว่า 83 จะสามารถแผ่รังสีได้
เรียกธาตุเหล่านี้ว่า ธาตุกัมมันตรังสี และเรียกรังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุว่า
กัมมันตภาพรังสี
รังสีแอลฟา
อนุภาคแอลฟามีโปรตอนและนิวตรอนอย่างละ 2 อนุภาค มีอำนาจทะลุทะลวงต่ำ ไม่
สามารถทะลุผ่านแผ่นกระดาษบางๆ ได้
รังสีบีตา
อนุภาคบีตาเกิดจากการสลายตัวของนิวเคลียสที่มีจำนวนโปรตอนมากหรือน้อยเกินไป มี
อำนาจทะลุทะลวงสูง แต่ไม่สามารถทะลุผ่านแผ่นอะลูมิเนียมหนา 2 มิลลิเมตรได้
รังสีแกมมา
อนุภาคแกมมาไม่มีประจุและมวล มีอำนาจทะลุทะลวงสูงกว่ารังสีบีตามาก แต่ไม่
สามารถทะลุผ่านแผ่นตะกั่วหนา 10 เซนติเมตรได้
กัมมันตภาพรังสี มี 3
ประเภท ดังนี้
สารบริสุทธิ์
๑
๒
๓
รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุมีพลังงานสูง และมีอำนาจทะลุ
ทะลวงในระดับที่แตกต่างกัน
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ
ดังนี้
ด้าน
อุตสาหกรรม
ด้านการแพทย์
ด้านการเกษตร
ด้านธรณีวิทยา
ตัวอย่างเช่น
การใช้รังสีแกมม่า
หารอยรั่วของท่อ
ลำเลียงน้ำ
ตัวอย่างเช่น
การใช้ไอโอดีน–131
ตรวจ
ความผิดปกติของต่อม
ตัวอย่างเช่น
การใช้โคบอลต์-60
ยับยั้งการเจริญเติบโต
เชื้อจุลินทรีย์ในอาหาร
ตัวอย่างเช่น
การใช้คาร์บอน–14
หาอายุของซากวัตถุ
2. สารประกอบ คือ สารบริสุทธ์ที่เกิดจากอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้น
ไปมารวมกันทางเคมี โดยมีอัตราส่วน
โดยมวลคงที่กลายเป็นสารใหม่ที่มีสมบัติแตกต่างไปจากธาตุที่เป็นองค์
ประกอบเดิม
สารประกอบ สูตรเคมีของสารประกอบ
โซเดียมไฮดรอกไซด์ (โซดาไฟ)
โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (ด่างคลี)
แคลเซียมไฮดรอกไซด์ (น้ำปูนใส)
โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง)
โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ด่างทับทิม)
แคลเซียมคาร์บอเนต (หินปูน)
กรดคาร์บอนิก
กรดไฮโดรคลอริก (กรดเกลือ)
สูตรเคมีของสารประกอบบางชนิด
สารบริสุทธิ์
สารผสม แบ่งออกเป็น 3
ชนิด ดังนี้
สาร
แขวนลอย
คอลลอยด์
สารละล
าย
สารผสม
๑
๒
๓
เป็นสารผสมเนื้อเดียวที่ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมเป็นเนื้อเดียว
และมีสมบัติเหมือนกันทุกส่วน เช่น น้ำเกลือ น้ำหวาน เป็นต้น
เป็นสารผสมที่เกิดจากสาร 2 ชนิดรวมกัน โดยโมเลกุลของสารมีขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางมากกว่า เซนติเมตร ลอยกระจายอยู่ในสารอีกชนิดหนึ่ง ถ้ามองดูด้วยตา
เปล่าจะมีลักษณะขุ่น เมื่อตั้งทิ้งไว้อนุภาคจะตกตะกอน เช่น น้ำโคลน น้ำแป้ง เป็นต้น
เป็นสารผสมที่เกิดจากสาร 2 ชนิดรวมกัน โดยโมเลกุลของสารมีขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลาง - เซนติเมตร เช่น หมอก
น้ำสลัด เป็นต้น
โมเลกุลของสารในสารแขวนลอยและคอลลอยด์มี
ขนาดใหญ่
เมื่อมีลำแสงส่องผ่านสารทั้งสองชนิด จะทำให้เกิด
ปรากฏการณ์ทินดอลล์
เรียกว่า อิมัลชัน
(emulsion)
สารคอลลอยด์อีกชนิด
หนึ่งที่เกิด
จากการผสมกันของ
ของเหลวตั้งแต่
2 ชนิด ที่ไม่ละลายซึ่ง
กันและกัน
เรียกว่า อิมัลซิไฟเออร์
(emulsifier)
สารผสม
ซึ่งต้องมีตัวประสาน
ให้ของเหลวทั้งสอง
รวมกันได้
สารบริสุทธิ์จะมีจุดหลอมเหลวคงที่ และมีช่วงอุณหภูมิการ
หลอมเหลวแคบ แต่ในทางกลับกันสารผสม
จะมีจุดหลอมเหลวไม่คงที่ และมีช่วงอุณหภูมิการหลอมเหลวกว้าง ดัง
กราฟ
สารบริสุทธิ์จะมีความหนาแน่นคงที่ แต่สารผสมมี
ความหนาแน่นไม่คงที่
มบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม
สารบริสุทธิ์มีจุดเดือดคงที่ แต่ในทางกลับกันสารผสมมีจุดเดือดไม่
คงที่ เนื่องจากสารผสมเกิดจากสารตั้งแต่ 2 ชนิด มาผสมกันโดยสารที่มี
จุดเดือดต่ำจะระเหยเร็วกว่าสารที่มีจุดเดือดสูง ส่งผลให้อัตราส่วน
ระหว่างสารที่มาผสมเปลี่ยนแปลงไป สารที่มีจุดเดือดสูงจึงมีปริมาณ
มากกว่าทำให้จุดเดือดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังกราฟ
จุดเดือด
จุดหลอมเห
ลว
ความหนา
แน่น
อุณหภู
มิ
อุณหภู
มิ
สารผสม
สาร
บริสุทธิ์
จุดเดือ
ด
สารผสม
สาร
บริสุทธิ์
จุดหลอมเหล
ว

Review สารรอบตัว สำหรับนักเรียนชั้น ม.ปลาย ทบทวน ของ อจท